เธอจ้องมาที่ฉันด้วยหน้านิ่งๆเหมือนเคยแต่แววตานั้น ฉันรู้ว่ามันมีความหมายแบบไหน ฉันรู้เพราะเราเป็นเพื่อนกัน แววตาที่ฉันกับเธอมองกันไม่รู้กี่พันครั้ง ไม่นึกเลยว่าเธอจะมาบอกกันเอาป่านนี้
ฉันถอนหายใจ มองเธอด้วยแววตาอ่อนลง
"ยัยบ้า"ฉันพูดไป
"จะไปทันได้ไงล่ะ เธอตายไปแล้วนิ"
ภาพตรงหน้าฉันบิดเบี้ยว กลายเป็นสิ่งที่ไม่สามารถอธิบายได้ ฉันนับ
1
2
3
อ่อ ฉันเองโรคจิตคนนั้น
อ่อ ฉันเองโรคจิตคนนั้น
- นักวิชาการภาควิชาเทคโนโลยีSumeru
◆ ชื่อ: Amalia
◆ ฉายา: อาตันตุกะพลัดถิ่น
◆ กัลยาณมิตรจากแดนเหนือ
◆ วิชั่น: น้ำ
◆ กลุ่มดาว: Diaspora maiden
# GenshinImpact # Amalia
- นักวิชาการภาควิชาเทคโนโลยีSumeru
◆ ชื่อ: Amalia
◆ ฉายา: อาตันตุกะพลัดถิ่น
◆ กัลยาณมิตรจากแดนเหนือ
◆ วิชั่น: น้ำ
◆ กลุ่มดาว: Diaspora maiden
# GenshinImpact # Amalia
เดิมทีข้าเป็นเพียงภูติไร้ที่มา เร่ร่อนจากเมืองเหนือลงมาถึงอารยธรรมทะเลทรายแสนห่างไกล ใช้ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวเพียงผู้เดียวมาเนินนาน จนได้รับพรแห่งปัญญา จึงเกิดเป็นกายนี้ขึ้นมา นามของข้าคือ อมาเลีย
ข้าเฝ้ามองมนุษย์จากที่ไกลแสนไกลกลางพงไพรอันกว้างขวาง อยู่ท่ามกลางเหล่าอารานาราอันใสซื่อ จนวันคืนผ่าไป ข้าฝันว่าสักวันจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเขาที่เฝ้ามอง
เดิมทีข้าเป็นเพียงภูติไร้ที่มา เร่ร่อนจากเมืองเหนือลงมาถึงอารยธรรมทะเลทรายแสนห่างไกล ใช้ชีวิตผ่านร้อนผ่านหนาวเพียงผู้เดียวมาเนินนาน จนได้รับพรแห่งปัญญา จึงเกิดเป็นกายนี้ขึ้นมา นามของข้าคือ อมาเลีย
ข้าเฝ้ามองมนุษย์จากที่ไกลแสนไกลกลางพงไพรอันกว้างขวาง อยู่ท่ามกลางเหล่าอารานาราอันใสซื่อ จนวันคืนผ่าไป ข้าฝันว่าสักวันจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับพวกเขาที่เฝ้ามอง
แม้พินิจแลดูน่าค้นหา
เจ้าแพร่ดอกออกกลิ่นลอยล่องมา
เย้าย้วนข้าไม่สิ้นตราบสิ้นใจ
แม้พินิจแลดูน่าค้นหา
เจ้าแพร่ดอกออกกลิ่นลอยล่องมา
เย้าย้วนข้าไม่สิ้นตราบสิ้นใจ
เมื่อได้คิดเผลอไผลไปหนักหนา
เจ้าลอบร้องเอื้อนเอ่ยแผวแผวมา
โอยดวงตาช่างน่ารักกระจับใจ
แล้วจึงโอบอิงกายให้หายเหนื่อย
เจ้าคงเมื่อยเหงื่อไคลไหลเต็มขา
จงหลับเถิดหวานใจอย่ารอช้า
แล้วตื่นมาเป็นของข้าแต่ผู้เดียว
เมื่อได้คิดเผลอไผลไปหนักหนา
เจ้าลอบร้องเอื้อนเอ่ยแผวแผวมา
โอยดวงตาช่างน่ารักกระจับใจ
แล้วจึงโอบอิงกายให้หายเหนื่อย
เจ้าคงเมื่อยเหงื่อไคลไหลเต็มขา
จงหลับเถิดหวานใจอย่ารอช้า
แล้วตื่นมาเป็นของข้าแต่ผู้เดียว
เจ้าบังอรบังเสียงทั้งซ้ายขวา
แล้วเหยียดกายเกียจคร้านดังวิฬาร
งามค้ำค่าดังนางในเทพี
เจ้าบังอรบังเสียงทั้งซ้ายขวา
แล้วเหยียดกายเกียจคร้านดังวิฬาร
งามค้ำค่าดังนางในเทพี
แม้อุทิศทั้งชีวิตเทียบมิได้
ยามลืมตาคิดถึงถึงวันตาย
ชีพมลายขอทอดกายเตียงข้าวกัน
แม้อุทิศทั้งชีวิตเทียบมิได้
ยามลืมตาคิดถึงถึงวันตาย
ชีพมลายขอทอดกายเตียงข้าวกัน
สิ้นชีวิน พักผ่อน ลงเถิดหนา
เจ้านกน้อย ล่องลอย กลางนภา
เมื่อกาลหน้า พบกันใหม่ ในโลกา
สิ้นชีวิน พักผ่อน ลงเถิดหนา
เจ้านกน้อย ล่องลอย กลางนภา
เมื่อกาลหน้า พบกันใหม่ ในโลกา
จดแต๋มเวห์
พี่เวกำลังฟึดฟัดกบการกระทำไอแต๋ม ไม่ไหวแล้ว ขอบายกับนายล่ะไอ้บ้า ก่อนมี่พี่จะออกจากบ้าน ไอ้แต๋มก็เดินมานิ่งๆแล้วค่อยๆกระซิบกะพี่ว่า
"ผมรู้ สุดท้ายไม่ว่าจะยังไง"
"พี่ก็ตะกลับมาหาผมอยู่"
.
.
.
.
.
.
.
"เพราะนายลืมเมรัคห์ไว้ตรงตั่งไง"
จดแต๋มเวห์
พี่เวกำลังฟึดฟัดกบการกระทำไอแต๋ม ไม่ไหวแล้ว ขอบายกับนายล่ะไอ้บ้า ก่อนมี่พี่จะออกจากบ้าน ไอ้แต๋มก็เดินมานิ่งๆแล้วค่อยๆกระซิบกะพี่ว่า
"ผมรู้ สุดท้ายไม่ว่าจะยังไง"
"พี่ก็ตะกลับมาหาผมอยู่"
.
.
.
.
.
.
.
"เพราะนายลืมเมรัคห์ไว้ตรงตั่งไง"
ดังตัวข้าไม่อาจเคียงข้างท่าน
ช่างอดสูไม่ชวนมองดังโลกันตร์
เพราะฉะนั้นปล่อยข้าไปเถอะแก้วตา
ดังตัวข้าไม่อาจเคียงข้างท่าน
ช่างอดสูไม่ชวนมองดังโลกันตร์
เพราะฉะนั้นปล่อยข้าไปเถอะแก้วตา
เสียสละสัจจะไปหมดสิ้น
เหลือแต่เพียงวาจาไม่เป็นจริง
ท่านช่างหยิ่งผยองด้วยอัตตา
ทั้งจงเกลียดจงชังเข้ากระดูก
แม้จะถูกลงโทษจนสุญสิ้น
จงอย่าลืมสิ่งที่ทำบนกายิน
ข้าจะกลืนและกินสุริยา
เสียสละสัจจะไปหมดสิ้น
เหลือแต่เพียงวาจาไม่เป็นจริง
ท่านช่างหยิ่งผยองด้วยอัตตา
ทั้งจงเกลียดจงชังเข้ากระดูก
แม้จะถูกลงโทษจนสุญสิ้น
จงอย่าลืมสิ่งที่ทำบนกายิน
ข้าจะกลืนและกินสุริยา
คิดคะนึงถึงรักอย่างหนักหนา
โอ้ย ทรามเชยใยเจ้าไม่หันมา
รักจนข้าแทบสิ้นทั้งชีวัน
ใยเจ้าจึงโหดร้ายได้เพียงนี้
ทรวงอกพี่เจิ่งนองทั้งซ้ายขวา
เจ้านกน้อยทำร้ายอย่างเฉยชา
ซ้ำอุราลืมสิ้นความอาวร
คิดคะนึงถึงรักอย่างหนักหนา
โอ้ย ทรามเชยใยเจ้าไม่หันมา
รักจนข้าแทบสิ้นทั้งชีวัน
ใยเจ้าจึงโหดร้ายได้เพียงนี้
ทรวงอกพี่เจิ่งนองทั้งซ้ายขวา
เจ้านกน้อยทำร้ายอย่างเฉยชา
ซ้ำอุราลืมสิ้นความอาวร
ว่าไปนั่น ถ้าให้เลือกระหว่างนั่งมองคนที่แอบชอบโดยไม่มห้อีกคนรู่แลกกับทิ้งเวลาดีๆแบบนี้ไปสเยเปล่า เขาก็คงเป็นคนที่โง่สุดกู่แล้วล่ะ พอคิดได้แบบนั้น ระบบตัดเสียงรำคาญก็เปิดทำงานทันที ดังรอบตัวเงียบสงัด ยินเพียงเสียงลมหายใจจากคนจ้างกาย ดวงตาหลับไหลปานไม่ได้หลับมาหลายวัน+
สุรเสียงดังก้องบนโถงทางเดินเทวลัย คำถ้อยอันอ่อนโยนดังแสงตะวันโอบกอด แต่สำหรับเขานั้นกลับรู้สึกร้อนราวกับจะโดนหลอมละลาย ความสั่นสะท้านจากความรู้สึกบางอย่างคลานบนปลายนิ้วขาว สุดท้ายก็จำต้องกดลงไปแล้วจึงหันไปเผชิญกับเทพอีกตน
"สายันต์สวัสดิ์ เทพสุริยัน ยินดีที่ได้พบอีกครา ข้าเสียมารยาทแล้วที่ไม่ทักทายท่านก่อน อภัยข้าด้วย"
สุรเสียงดังก้องบนโถงทางเดินเทวลัย คำถ้อยอันอ่อนโยนดังแสงตะวันโอบกอด แต่สำหรับเขานั้นกลับรู้สึกร้อนราวกับจะโดนหลอมละลาย ความสั่นสะท้านจากความรู้สึกบางอย่างคลานบนปลายนิ้วขาว สุดท้ายก็จำต้องกดลงไปแล้วจึงหันไปเผชิญกับเทพอีกตน
"สายันต์สวัสดิ์ เทพสุริยัน ยินดีที่ได้พบอีกครา ข้าเสียมารยาทแล้วที่ไม่ทักทายท่านก่อน อภัยข้าด้วย"
เหล่าเทพผู้น่าศัทธา โปรดบอกข้าที ใยพวกท่านจึงได้น่าเวทนาเหลือเกิน น้ำตานองเจิ่งหน้า โหยหาแทบอาลัย ละทั้งผู้ศัทธา ทำตัวราวกับเป็นเพียงคยโง่เง่า ไม่เหลือสูงส่งดังเก่า
.
.
.
... น่าสมเพชเหลือเกิน
เหล่าเทพผู้น่าศัทธา โปรดบอกข้าที ใยพวกท่านจึงได้น่าเวทนาเหลือเกิน น้ำตานองเจิ่งหน้า โหยหาแทบอาลัย ละทั้งผู้ศัทธา ทำตัวราวกับเป็นเพียงคยโง่เง่า ไม่เหลือสูงส่งดังเก่า
.
.
.
... น่าสมเพชเหลือเกิน
"เอ่อ คุณเอซอปอยู่มั้ยครับ?"
ก็แค่'คงจะ'น่ะนะ
"เอ่อ คุณเอซอปอยู่มั้ยครับ?"
ก็แค่'คงจะ'น่ะนะ
"ผมดูเหมือน 'คนรัก' ของคุณหรอครับ?"
"ม ไม่ใช่..ไม่ ผ ผมหมายถึง ใช่ คุณดูคล้ายเขา..มาก"
"ทั้งหน้า...ทรงผม คุณดูคล้ายเขาเหลือเกิน ต่างกันแค่ชุดกับสีผม.....กับรอยยิ้ม ............เขาไม่เคยยิ้มมาก่อน......"
"ข ขอโทษ อย่าจ้องผมแบบนั้น ลเลย ขอโทษที่เสียมารยาท...ผมไม่ได้ตั้งใจ..."
"ผมดูเหมือน 'คนรัก' ของคุณหรอครับ?"
"ม ไม่ใช่..ไม่ ผ ผมหมายถึง ใช่ คุณดูคล้ายเขา..มาก"
"ทั้งหน้า...ทรงผม คุณดูคล้ายเขาเหลือเกิน ต่างกันแค่ชุดกับสีผม.....กับรอยยิ้ม ............เขาไม่เคยยิ้มมาก่อน......"
"ข ขอโทษ อย่าจ้องผมแบบนั้น ลเลย ขอโทษที่เสียมารยาท...ผมไม่ได้ตั้งใจ..."