35 yrs. | 132/230
The library's owner
สามารถทักโคโรลเวิ่นได้ 24/7 เลยครับ พ่อหนุ่มมังกรยินดีสนทนากับทุกท่าน
Doc: https://shorturl.at/bh84N
#MMM_PROJECT_SS3
“แกเองก็ไม่ต่างกับแท้ๆ ยังจะมาถามฉันอีก”
มังกรยังคงหันหน้าหนีไม่ยอมสบตากันดีๆ แค่ดูก็คงรู้ว่าเขากำลังเขินอายอยู่
“ดึกป่านนี้กลับห้องกันได้แล้ว”
ไม่พูดเปล่ามือใหญ่ของเขายังจูงอีกฝ่ายกลับห้อง
“แกเองก็ไม่ต่างกับแท้ๆ ยังจะมาถามฉันอีก”
มังกรยังคงหันหน้าหนีไม่ยอมสบตากันดีๆ แค่ดูก็คงรู้ว่าเขากำลังเขินอายอยู่
“ดึกป่านนี้กลับห้องกันได้แล้ว”
ไม่พูดเปล่ามือใหญ่ของเขายังจูงอีกฝ่ายกลับห้อง
ก็เห็นว่าจะออกจากบ้านเลย เขาก็ไม่คิดว่ามันจะมีความจำเป็นอะไรให้ไปเยือนบ้านหลังนั้นอีก
ทีแรกก็ไม่รู้สึกอะไรมากนักจนกระทั่งโดนแซวกลับเขาก็สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหลับสายตาหันไปมองทางอื่น
“อึก ก็แกบอกว่าลงเรือแล้วจะออกจากบ้านเลยนี่ ฉันก็เลยให้แกมาอยู่ที่บ้านเลย”
“ทำไมเล่า? แกไม่อยากมารึไง?”
ก็เห็นว่าจะออกจากบ้านเลย เขาก็ไม่คิดว่ามันจะมีความจำเป็นอะไรให้ไปเยือนบ้านหลังนั้นอีก
ทีแรกก็ไม่รู้สึกอะไรมากนักจนกระทั่งโดนแซวกลับเขาก็สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหลับสายตาหันไปมองทางอื่น
“อึก ก็แกบอกว่าลงเรือแล้วจะออกจากบ้านเลยนี่ ฉันก็เลยให้แกมาอยู่ที่บ้านเลย”
“ทำไมเล่า? แกไม่อยากมารึไง?”
“ฉันเป็นคนเสนอเองมันก็ต้องดีอยู่แล้วสิ”
เขายังคงยืนยันเช่นนั้น ก็ในเมื่อเป็นคนรักกันการจะไปอยู้ใต้ชายคาเดียวก็ก็ไม่เป็รแปลกอะไรนี่
“แปลว่าตกลงสินะ เช่นนั้นแล้วหลังจากลงเรือลำนี้ก็กลับบ้านไปกับฉันเลยแล้วกันนะ”
รอยยิ้มมีเสน่ห์ถูกส่งให้คนตรงหน้า แม้จะไม่ได้แสดงออกมาแต่เขาเองก็ดีใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
“ฉันเป็นคนเสนอเองมันก็ต้องดีอยู่แล้วสิ”
เขายังคงยืนยันเช่นนั้น ก็ในเมื่อเป็นคนรักกันการจะไปอยู้ใต้ชายคาเดียวก็ก็ไม่เป็รแปลกอะไรนี่
“แปลว่าตกลงสินะ เช่นนั้นแล้วหลังจากลงเรือลำนี้ก็กลับบ้านไปกับฉันเลยแล้วกันนะ”
รอยยิ้มมีเสน่ห์ถูกส่งให้คนตรงหน้า แม้จะไม่ได้แสดงออกมาแต่เขาเองก็ดีใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน
“หากว่ายังไม่มีที่ไปแกจะมาอยู่กับฉันก็ได้ อย่างไรเสียก็คงดีกว่าไปอยู่อาพาร์ทเม้นถูกๆที่ห้องเท่ารูหนู”
“แกว่าอย่างไรเล่า?”
เขาเอ่ยถาม ไม่รู้ว่าคนข้างกายจะสนใจข้อเสนอนี้รึเปล่า
“หากว่ายังไม่มีที่ไปแกจะมาอยู่กับฉันก็ได้ อย่างไรเสียก็คงดีกว่าไปอยู่อาพาร์ทเม้นถูกๆที่ห้องเท่ารูหนู”
“แกว่าอย่างไรเล่า?”
เขาเอ่ยถาม ไม่รู้ว่าคนข้างกายจะสนใจข้อเสนอนี้รึเปล่า
“ออกจากบ้านรึ? แล้วแกจะไปอยู่ที่ไหน?”
“ได้เตรียมแผนไว้แล้วรึยัง?”
เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย จำได้ว่าก่อนหน้าชาร์คกี้พูดว่าจะไปอยู่ในท้องวาฬแต่ตอนนี้ไม่ได้ไปแล้ว เช่นนั้นจะไปอยู่ที่ไหนเล่า?
“ออกจากบ้านรึ? แล้วแกจะไปอยู่ที่ไหน?”
“ได้เตรียมแผนไว้แล้วรึยัง?”
เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย จำได้ว่าก่อนหน้าชาร์คกี้พูดว่าจะไปอยู่ในท้องวาฬแต่ตอนนี้ไม่ได้ไปแล้ว เช่นนั้นจะไปอยู่ที่ไหนเล่า?
เขาไหวไหล่เบาๆ ก่อนจะมองดูคนตรงหน้าที่กำลังเขินอย่างชอบใจ
“ช่วงเวลาดีๆ มันก็ผ่านไปเร็วเช่นนี้แหละ แต่ก็ไม่ใช่ว่าแกจะเลิกติดต่อกับมิตรสหายที่แกเจอที่นี่นี่?”
“แต่ถึงจะห่างกันความทรงจำดีๆ มันก็อยู่กับแกเสมอนั่นแหละ”
เขาไหวไหล่เบาๆ ก่อนจะมองดูคนตรงหน้าที่กำลังเขินอย่างชอบใจ
“ช่วงเวลาดีๆ มันก็ผ่านไปเร็วเช่นนี้แหละ แต่ก็ไม่ใช่ว่าแกจะเลิกติดต่อกับมิตรสหายที่แกเจอที่นี่นี่?”
“แต่ถึงจะห่างกันความทรงจำดีๆ มันก็อยู่กับแกเสมอนั่นแหละ”
เขาหัวเราะ มือใหญ่จับจูงมือของคนตัวเล็กให้เดินตามเขาออกมานอกตัวงาน บรรยากาศรอบตัวค่อยๆ เงียบสงบลวตามระยะห่างของพวกเขากับงานเลี้ยง
“เช่นนั้นก็เดินชมเรือกันสักหน่อยเป็นอย่างไร? ไหนๆก็จะกลับบ้านกันแล้ว”
แน่นอนว่าเขาคงเลือกเดินแต่จุดที่มีลูกเรือน้อยๆ เพราะอีกฝ่ายดูจะไม่อยากเจอใครมากนัก
เขาหัวเราะ มือใหญ่จับจูงมือของคนตัวเล็กให้เดินตามเขาออกมานอกตัวงาน บรรยากาศรอบตัวค่อยๆ เงียบสงบลวตามระยะห่างของพวกเขากับงานเลี้ยง
“เช่นนั้นก็เดินชมเรือกันสักหน่อยเป็นอย่างไร? ไหนๆก็จะกลับบ้านกันแล้ว”
แน่นอนว่าเขาคงเลือกเดินแต่จุดที่มีลูกเรือน้อยๆ เพราะอีกฝ่ายดูจะไม่อยากเจอใครมากนัก
“เอาสิ ในนี้คนก็เริ่มเยอะแล้วด้วย”
พูดจบเขาก็มองดูบรรยากาศโดยรอบก่อนจะหันกลับมาเต้นรำกับคนตรงหน้าต่อจนจบ
“อยากไปส่วนไหนของเรือเล่า? หรือจะกลับห้องเรากัน?”
“เอาสิ ในนี้คนก็เริ่มเยอะแล้วด้วย”
พูดจบเขาก็มองดูบรรยากาศโดยรอบก่อนจะหันกลับมาเต้นรำกับคนตรงหน้าต่อจนจบ
“อยากไปส่วนไหนของเรือเล่า? หรือจะกลับห้องเรากัน?”
ดวงตาคอยมองสบกับอีกฝ่ายและคอยสังเกตท่วงท่าการเต้นของคนตรงหน้าอยู่เป็นระยะจนกระทั่งอีกฝ่ายเริ่มจับทางได้ รอยยิ้มของเขาก็ดูจะคลี่กว้างขึ้นอย่างภูมิใจ
“ดี ไม่เลวเลยทีเดียว”
“แกเองก็เรียนรู้ไวไม่ใช่น้อย”
ดวงตาคอยมองสบกับอีกฝ่ายและคอยสังเกตท่วงท่าการเต้นของคนตรงหน้าอยู่เป็นระยะจนกระทั่งอีกฝ่ายเริ่มจับทางได้ รอยยิ้มของเขาก็ดูจะคลี่กว้างขึ้นอย่างภูมิใจ
“ดี ไม่เลวเลยทีเดียว”
“แกเองก็เรียนรู้ไวไม่ใช่น้อย”
“แกนี่เป็นคู่เต้นรำที่ไม่เก่งเอาเสียเลย”
“อย่ากังวลมากไปนักสิ ยิ่งกังวลจังหวะการก้าวของอกก็ยิ่งไม่เป็นธรรมชาติ”
ถึงจะพูดหยอกนิดหน่อยแต่ก็ยอมสอนให้ เขาคิดว่าคงต้องปล่อยให้อีกฝ่ายเรียนรู้ผ่านการกระทำไปเรื่อยๆ
“ทำใจให้สบายแล้วเต้นตามฉัน”
“แกนี่เป็นคู่เต้นรำที่ไม่เก่งเอาเสียเลย”
“อย่ากังวลมากไปนักสิ ยิ่งกังวลจังหวะการก้าวของอกก็ยิ่งไม่เป็นธรรมชาติ”
ถึงจะพูดหยอกนิดหน่อยแต่ก็ยอมสอนให้ เขาคิดว่าคงต้องปล่อยให้อีกฝ่ายเรียนรู้ผ่านการกระทำไปเรื่อยๆ
“ทำใจให้สบายแล้วเต้นตามฉัน”
เขาก็พอรู้ว่าพวกมี่ฝึกเต้นแบบนี้บ่อยๆ มักจะเกร็งแล้วก็ก้าวจังหวะผิด แม้อีกฝ่ายจะเหยียบโดนเท้าเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
“ทำใจให้สบาย แกแค่ต้องก้าวไปตามเสียงเพลงก็เท่านั้น”
“มองที่หน้าฉันสิ”
เอ่ยบอกอีกฝ่ายขณะมี่ตัวเขาคอยขยับนำให้ไม่ห่าง พยายามทำให้จังหวะการก้าวเท้านั้นง่ายที่สุดสำหรับคนตรงหน้าที่จะทำตาม
เขาก็พอรู้ว่าพวกมี่ฝึกเต้นแบบนี้บ่อยๆ มักจะเกร็งแล้วก็ก้าวจังหวะผิด แม้อีกฝ่ายจะเหยียบโดนเท้าเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร
“ทำใจให้สบาย แกแค่ต้องก้าวไปตามเสียงเพลงก็เท่านั้น”
“มองที่หน้าฉันสิ”
เอ่ยบอกอีกฝ่ายขณะมี่ตัวเขาคอยขยับนำให้ไม่ห่าง พยายามทำให้จังหวะการก้าวเท้านั้นง่ายที่สุดสำหรับคนตรงหน้าที่จะทำตาม
เขาทำเพียงเอ่ยถามแต่ไม่ได้รับปากอะไรกับฉลามตัวจ้อย และก่อนที่จะพูดสิ่งใดต่อ เขาก็จับมือเรียวนุ่มของชาร์คกี้ขึ้นมาวางบนไหล่ตัวเองในขณะที่มือใหญ่ของเขาจับโอบที่เอวสอบของคนรัก
“เริ่มแรกแกก็ต้องเอามือมาวางไว้ที่ไหล่ฉัน ส่วนอีกข้างก็จับกันไว้แบบนี้”
“จากนั้นก็ขยับตามฉัน ไม่ต้องรีบเล่า”
ปลายเท้าขยับเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลงอย่างเชื่องช้าให้อีกคนตามทัน
เขาทำเพียงเอ่ยถามแต่ไม่ได้รับปากอะไรกับฉลามตัวจ้อย และก่อนที่จะพูดสิ่งใดต่อ เขาก็จับมือเรียวนุ่มของชาร์คกี้ขึ้นมาวางบนไหล่ตัวเองในขณะที่มือใหญ่ของเขาจับโอบที่เอวสอบของคนรัก
“เริ่มแรกแกก็ต้องเอามือมาวางไว้ที่ไหล่ฉัน ส่วนอีกข้างก็จับกันไว้แบบนี้”
“จากนั้นก็ขยับตามฉัน ไม่ต้องรีบเล่า”
ปลายเท้าขยับเคลื่อนไหวตามจังหวะเพลงอย่างเชื่องช้าให้อีกคนตามทัน
“เปล่า…เพียงแค่เราคงเต้นท่าที่มันยากเกินกว่าระดับของมือใหม่ไม่ได้”
“หากว่าแกพร้อมจะเรียนรู้ฉันก็จะสอนให้”
เขาไม่ได้รังเกียจที่จะสอนคู่ของเขาเต้นหรอกนะ ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายว่าอยากจะเรียนรู้รึเปล่าก็เท่านั้น
“เปล่า…เพียงแค่เราคงเต้นท่าที่มันยากเกินกว่าระดับของมือใหม่ไม่ได้”
“หากว่าแกพร้อมจะเรียนรู้ฉันก็จะสอนให้”
เขาไม่ได้รังเกียจที่จะสอนคู่ของเขาเต้นหรอกนะ ขึ้นอยู่กับอีกฝ่ายว่าอยากจะเรียนรู้รึเปล่าก็เท่านั้น
”เช่นนั้นก็ไปกัน“
เขาเอ่ยถามขณะมือใหญ่คอยจูงคนรักไปยังฟลอร์เต้นรำ
”แกเต้นเป็นใช่รึเปล่า?“
“คงไม่เต้นผิดจังหวะจนเหยียบเท้าฉันหรอกใช่ไหม?”
”เช่นนั้นก็ไปกัน“
เขาเอ่ยถามขณะมือใหญ่คอยจูงคนรักไปยังฟลอร์เต้นรำ
”แกเต้นเป็นใช่รึเปล่า?“
“คงไม่เต้นผิดจังหวะจนเหยียบเท้าฉันหรอกใช่ไหม?”
แล้วในตอนที่อีกฝ่ายทักเรื่องงานขึ้นมาเขาก็พาอีกคนมาถึงห้องพอดีเลยทำการล็อคประตูแล้วค่อยพูดตอบ
“งานกาล่านี้รึ? เอาสิฉันจะเป็นคู่ควงให้แกเอง”
ตอยรับโดยที่ไม่ปฏิเสธ อย่างไรเสียเขาก็อยากอวดคนรักของเขากับคนอื่นๆ อยู่แล้ว
แล้วในตอนที่อีกฝ่ายทักเรื่องงานขึ้นมาเขาก็พาอีกคนมาถึงห้องพอดีเลยทำการล็อคประตูแล้วค่อยพูดตอบ
“งานกาล่านี้รึ? เอาสิฉันจะเป็นคู่ควงให้แกเอง”
ตอยรับโดยที่ไม่ปฏิเสธ อย่างไรเสียเขาก็อยากอวดคนรักของเขากับคนอื่นๆ อยู่แล้ว
มังกรหนุ่มคลี่ยิ้มเหมือนว่ามีความคิดชั่วร้ายแอบแฝงเอาไว้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเกี่ยวกับเรื่องนั้น
“นั่นสินะ เช่นนั้นก็กลับกันเลยแล้วกัน”
“ไปที่ที่เป็นส่วนตัวกว่านี้สักหน่อย”
เขาหัวเราะก่อนจะอุ้มอีกฝ่ายเดินกลับไปยังท่าเรือให้ทุกคนที่เดินผ่านได้มองตามพวกเขา บางทีนี่ก็อาจจะเป็นการแกล้งเจ้าฉลามอีกวิธีก็ได้
มังกรหนุ่มคลี่ยิ้มเหมือนว่ามีความคิดชั่วร้ายแอบแฝงเอาไว้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรต่อเกี่ยวกับเรื่องนั้น
“นั่นสินะ เช่นนั้นก็กลับกันเลยแล้วกัน”
“ไปที่ที่เป็นส่วนตัวกว่านี้สักหน่อย”
เขาหัวเราะก่อนจะอุ้มอีกฝ่ายเดินกลับไปยังท่าเรือให้ทุกคนที่เดินผ่านได้มองตามพวกเขา บางทีนี่ก็อาจจะเป็นการแกล้งเจ้าฉลามอีกวิธีก็ได้
“แกก็รู้เรื่องนั้นอยู่แล้วนี่”
มาว่าเขานิสัยไม่ดีก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่รึไง มังกรพ่นลม
“อื้ม…จะดูแลไปตลอดเลยแล้วกัน”
“ตราบเท่าที่แกไม่หนีไปไหน ก็จะคอยดูแลให้”
การพูดสิ่งนี้มันก็ทำให้เขาเขินไม่น้อยเหมือนกันแต่ก็ควรจะพูดให้อีกฝ่ายรู้ไว้เสียหน่อย
“แกก็รู้เรื่องนั้นอยู่แล้วนี่”
มาว่าเขานิสัยไม่ดีก็รู้อยู่แล้วไม่ใช่รึไง มังกรพ่นลม
“อื้ม…จะดูแลไปตลอดเลยแล้วกัน”
“ตราบเท่าที่แกไม่หนีไปไหน ก็จะคอยดูแลให้”
การพูดสิ่งนี้มันก็ทำให้เขาเขินไม่น้อยเหมือนกันแต่ก็ควรจะพูดให้อีกฝ่ายรู้ไว้เสียหน่อย
เขายังคงหันหน้าไปมองทะเลไม่ยอมมองอีกฝ่ายตรงๆ หากลองสังเกตเสียหน่อยก็คงรู้ว่ามังกรตัวใหญ่กำลังเขินที่จะต้องพูดสิ่งที่อยู้ในใจไม่น้อย
”นอกจากถนุถนอมการได้แกล้งหยอกแกมันก็สนุกดีด้วย“
”แล้วก็ไม่มช่ว่าฉันไม่ดูแลแกนี่?“
เขาว่าพักหลังเขาก็ทำอยู่บ้างนะ ไม่ได้เอาแต่แกล้งเสียหน่อย
เขายังคงหันหน้าไปมองทะเลไม่ยอมมองอีกฝ่ายตรงๆ หากลองสังเกตเสียหน่อยก็คงรู้ว่ามังกรตัวใหญ่กำลังเขินที่จะต้องพูดสิ่งที่อยู้ในใจไม่น้อย
”นอกจากถนุถนอมการได้แกล้งหยอกแกมันก็สนุกดีด้วย“
”แล้วก็ไม่มช่ว่าฉันไม่ดูแลแกนี่?“
เขาว่าพักหลังเขาก็ทำอยู่บ้างนะ ไม่ได้เอาแต่แกล้งเสียหน่อย
“รอยยิ้มนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลหลักคนเป็นตัวแกเสียมากกว่า”
เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ
“ฉันชอบ…เรือนผมสีสว่างของแก รอยยิ้ม ใบหน้าที่…น่ารัก”
“มุมมองชีวิตที่ต่างกับฉัน การได้พูดคุยกับแกทำได้ได้มองบางสิ่งต่างจากทุกทีดูบ้าง”
“แล้วก็…เป็นผู้ที่น่าถนุถนอม อะไรประมาณนั้น”
“รอยยิ้มนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลหลักคนเป็นตัวแกเสียมากกว่า”
เขานิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ
“ฉันชอบ…เรือนผมสีสว่างของแก รอยยิ้ม ใบหน้าที่…น่ารัก”
“มุมมองชีวิตที่ต่างกับฉัน การได้พูดคุยกับแกทำได้ได้มองบางสิ่งต่างจากทุกทีดูบ้าง”
“แล้วก็…เป็นผู้ที่น่าถนุถนอม อะไรประมาณนั้น”
เขาทำสายตาเหมือนว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นแต่ก็ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา เขาแค่…เขินเกินกว่าจะพูด
เขานิ่งฟังอีกฝ่ายพูดชมตัวเอง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะคิดกับเรามากมายขนาดนั้น ตัวเขาเองก็ดูชอบเสียเหลือเกนที่ได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น
“เช่นนี้สิถึงจะเหมือนคำชมขึ้นมาบ้าง”
เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่พร้อมที่จะมองตาอีกฝ่าย
+
เขาทำสายตาเหมือนว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นแต่ก็ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา เขาแค่…เขินเกินกว่าจะพูด
เขานิ่งฟังอีกฝ่ายพูดชมตัวเอง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะคิดกับเรามากมายขนาดนั้น ตัวเขาเองก็ดูชอบเสียเหลือเกนที่ได้ยินถ้อยคำเหล่านั้น
“เช่นนี้สิถึงจะเหมือนคำชมขึ้นมาบ้าง”
เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่พร้อมที่จะมองตาอีกฝ่าย
+