#กระทรวงทรัพย์
(กระทรวงทรัพย์จาง555555 แต่ระวังตัวไว้ให้ดีนะครับ เพราะเงินของคุณในวันนี้อาจเป็นเงินของผมในวันหน้า😈)
August 24, 2026 at 5:23 PM
🔥 รมว.ยุติธรรมยืนยันเว็บพนันของสามี สส.ไอเดียร์ถูกต้องตามกฎหมายกูราเซา
#NewsBrief #THNews
รมว.ยุติธรรมยืนยันเว็บพนันของสามี สส.ไอเดียร์ถูกต้องตามกฎหมายกูราเซา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รุทธพล เนาวรัตน์ ยืนยันว่า ไทหยาง ซาง สามีของ สส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สามารถดำเนินธุรกิจเว็บพนันออนไลน์ในกูราเซาได้ตามกฎหมายของดินแดนดังกล่าว ซึ่งมีระบบควบคุมอย่างเข้มงวด เช่น ตรวจสอบอายุผู้เล่น ควบคุมการเงิน...
https://news-brief.com/th/news/รมวยุติธรรมยืนยันเว็บพนันของสามี-สสไอเดียร์ถูกต้องตามกฎหมายกูราเซา-202610070734
October 7, 2026 at 12:36 AM
ครม.เห็นชอบ 'รถไฟฟ้าทุกสายไม่เกิน 20 บาท' เริ่ม 1 ต.ค. 68
ครม.เห็นชอบ 'รถไฟฟ้าทุกสายไม่เกิน 20 บาท' เริ่ม 1 ต.ค. 68 auser15 Tue, 2025-07-08 - 13:21 ครม.เห็นชอบ 'รถไฟฟ้าทุกสายไม่เกิน 20 บาท' เริ่ม 1 ต.ค. 68 ครอบคลุมทุกสายทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล มั่นใจประชาชนได้ประโยชน์สูงสุดตามนโยบาย ลดค่าครองชีพ คาดผู้ใช้จะเพิ่มมากขึ้น แถมลดปริมาณ PM2.5 และการใช้รถยนต์บนถนนมากขึ้น 8 กรกฎาคม 2568 เว็บไซต์รัฐบาลไทย รายงานว่า นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าทุกสาย ในราคา "ไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย" ตามนโยบายของรัฐบาล ที่กระทรวงคมนาคมเสนอ  ที่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการลดราคาค่าครองชีพในทุกมติ ให้กับประชาชน เช่น การปรับราคาค่าครองชีพ ค่าสาธารณูปโภค และค่าพลังงานต่าง ๆ ทั้งนี้นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จัดอยู่ในนโยบายเร่งด่วน ที่รัฐบาลให้คำมั่นไว้กับประชาชน ที่จะเร่งดำเนินการ ซึ่งมั่นใจว่าปริมาณผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องด้วยผู้ให้บริการรถไฟฟ้าในปัจจุบันมีรูปแบบสัญญาสัมปทานและสัญญาจ้างเดินรถที่มีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขทางธุรกิจแตกต่างกัน จึงได้กำหนดให้ประชาชนลงทะเบียนตามเงื่อนไขที่กำหนดบนแอปพลิเคชั่น "ทางรัฐ" เพื่อรองรับการใช้งานตามนโยบาย โดยเงื่อนไขการลงทะเบียนนั้น ก็เพื่อยืนยันตัวบุคคลที่มีสัญชาติไทยเท่านั้น โดยระบุเลขที่บัตรประชาชน 13 หลัก และสามารถใช้ผ่านบัตรเครดิต บัตรเดบิต และบัตรโดยสาร (Rabbit Card ที่เคยลงทะเบียนไว้) ที่จะใช้งานกับระบบรถไฟฟ้าผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” ทั้งนี้ บัตรที่ได้รับการยืนยันการลงทะเบียนจะได้สิทธิ์โดยอัตโนมัติ เมื่อใช้งานหลังจากเริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568  โดยจะครอบคลุมทั้งโครงข่ายรถไฟฟ้าทั้งบนดินและใต้ดิน ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกอบไปด้วย รถไฟฟ้าสายสีเขียว,สีทอง,สีเหลือง,สีชมพู,สีน้ำเงิน,สายสีม่วง,สายสีแดง และ สายแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) ทั้งนี้การใช้บริการรูปแบบบัตร Rabbit Card (บัตรเติมเงิน) จะใช้ได้กับสายสีเขียว, สีทอง, เหลือง, ชมพู ขณะที่บัตร EMV Contactless (หรือบัตรเครดิต Visa/Mastercard) สามารถใช้กับ 6 สาย คือ สายสีแดง, น้ำเงิน, ม่วง, ชมพู, เหลือง, ARL (ไม่รวมสีทองและสีเขียว)   โดยในอนาคตจะมีการเปิดระบบสแกน QR Code ในมือถือแทนการใช้บัตร เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า โดยมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาท ตลอดสายนี้จะครอบคลุมโครงข่ายเส้นทางรถไฟฟ้าในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 13 เส้นทาง ระยะทางรวม 279.84 กิโลเมตร 194 สถานี สำหรับแนวทางการชดเชยรายได้ค่าโดยสารจากการดำเนินมาตรการ จะมาจากกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม หรือแหล่งเงินอื่นที่เหมาะสม ทั้งนี้ยังได้ประมาณการผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการดำเนินมาตรการดังกล่าวในช่วง 1 ปี ในเชิงปริมาณและมูลค่าจากจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าที่ได้รับผลประโยชน์ จะประกอบด้วย 3 ด้าน ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ ประเมินจากการประหยัดค่าใช้จ่ายในการใช้รถยนต์  2. ด้านสังคม ประเมินจากค่าความสุข และ การลดมูลค่าความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ และ 3. ด้านสิ่งแวดล้อม ประเมินจากการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งทั้ง 3 ด้าน ประเมินเป็นประโยชน์ในการประหยัดงบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาท ภายในช่วงเดือน สิงหาคม 2568 จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนรับสิทธิ์ค่าโดยสาร 20 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" และภายใน 1 ตุลาคม 2568 จะเริ่มดำเนินมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า สูงสุด 20 บาทตลอดสายตามนโยบายรัฐบาล และภายหลังจากนั้นจะมีกระบวนการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้โครงสร้างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง "สำหรับมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสูงสุด 20 บาทตลอดสาย จะเป็นการสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้บริการสาธารณะ ลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน ช่วยเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงระบบบริการสาธารณะของรัฐเพื่อเดินทางถึงปลายทางด้วยระบบรถไฟฟ้า ที่มีความปลอดภัย สะดวก ตรงเวลา และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในราคาค่าโดยสารที่เข้าถึงได้ตามนโยบายของรัฐบาล เกิดการใช้บริการในระบบขนส่งมวลชน รวมทั้งความคุ้มค่าจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางราง ประหยัดค่าใช้จ่ายและเวลาในการเดินทาง ลดความสูญเสียเนื่องจากอุบัติเหตุ และเพิ่มมูลค่าความอยู่ดีมีสุขของประชาชน เป็นส่วนสนับสนุนการลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนน ลดปัญหาการจราจรติดขัด และลดการใช้พลังงานน้ำมัน ลดปริมาณมลพิษจากการจราจร ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมให้คุณภาพอากาศในพื้นที่ตามแนวสายทางและข้างเคียงให้ดีขึ้น" นายจิรายุ กล่าว * ข่าว * สังคม * คุณภาพชีวิต * รถไฟฟ้าทุกสายไม่เกิน 20 บาท * คมนาคม
dlvr.it
July 8, 2025 at 6:30 AM
นายกฯ พร้อมแม่ทัพภาค 2 เยี่ยมฐานมรกต ให้กำลังใจทหาร-ย้ำไทยยึดหลักสันติ
นายกฯ พร้อมแม่ทัพภาค 2 เยี่ยมฐานมรกต ให้กำลังใจทหาร-ย้ำไทยยึดหลักสันติ See Think Fri, 2025-06-20 - 21:19 20 มิ.ย. 2568 เวลา 13.30 น. ณ องค์การบริหารส่วนตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบถุงยังชีพเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้ตัวแทนชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ซึ่งเป็นราษฎรอาสาสมัครในพื้นที่ ที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กำหนดในการดูแลรักษาความปลอดภัยและความสงบของประชาชนในพื้นที่ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณและเป็นกำลังใจให้กับ ชรบ.ต่อการปฏิบัติหน้าที่ดูแลช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับมอบดอกกุหลาบสีแดงจากส่วนราชการ และประชาชนที่มาให้การต้อนรับเพื่อให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีในการทำงานเพื่อประเทศชาติและเพื่อประชาชน จากนั้น นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก มนัส จันดี เสนาธิการทหาร พลเอก ธงชัย รอดย้อย เสนาธิการทหารบก และพลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางไปยังฐานปฏิบัติการมรกต ตำบลโดมประดิษฐ์ เพื่อพบปะกำลังพลกองกำลังสุรนารี และมอบสิ่งของบำรุงขวัญ พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ความมั่นคง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การลงพื้นที่มาพบปะทหารทุกนายในวันนี้ ตั้งใจมาให้กำลังใจทหาร ที่ทำหน้าที่อย่างเข้มแข็ง ด้วยความกล้าหาญ ด้วยความอดทน อดกลั้นต่อสิ่งที่ต้องเผชิญในแต่ละวัน  ขอชื่นชมในความเสียสละ ที่ต้องห่างไกลบ้าน ห่างไกลครอบครัว และสิ่งสำคัญต้องขอขอบคุณ แม่ทัพภาคที่ 2 รวมถึงผู้บังคับบัญชา ทหารทุกนาย ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทำหน้าที่ปกป้องประชาชน ปกป้องประเทศชาติ ปกป้องอธิปไตยอย่างแน่วแน่ ด้วยความมุ่งมั่น อย่างต่อเนื่อง “ขอให้คำมั่นว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนกองทัพอย่างเต็มที่ ทุกคนคือคนไทย แผ่นดินนี้คือแผ่นดินไทย จะต้องช่วยกันรักษา ทหารเปรียบเสมือนรั้วของชาติ รัฐบาลต้องการให้รั้วของชาติมีสุขภาพดี ทั้งแรงกาย และแรงใจ มีความสุขในการทำหน้าที่ อะไรที่ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุน รัฐบาลยินดีและพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ในนามรัฐบาลขอขอบคุณ และขอส่งกำลังใจให้ทหารทุกนาย พร้อมทั้งขอนำกำลังใจจากประชาชนทุกคนมามอบให้ในวันนี้” นายกรัฐมนตรี ย้ำ ทั้งนี้ ภายหลังพบปะให้กำลังใจกำลังพล นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางกองทัพมีความพร้อมในการดูแลรักษาอธิปไตย และปกป้องประชาชนคนไทย ขอให้ความมั่นใจ พร้อมเน้นย้ำว่า ประเทศไทยยึดหลักสันติ ไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงต่อทั้ง 2 ประเทศ ย้ำผู้ว่าฯ 7 จังหวัดชายแดน สั่งทุกหน่วยดูแลประชาชน 5 เรื่องหลัก ในช่วงเช้าวันเดียวกัน เมื่อ 9.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมติดตามดูแลการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย โดยธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง  โดยผู้ว่าราชการจังหวัดตราด สระแก้ว จันทบุรี บุรีรัมย์  สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี  เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom Meeting จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่านายกรัฐมนตรีกล่าวว่าสถานการณ์ชายแดนระหว่างไทย - กัมพูชา เป็นภารกิจในความรับผิดชอบของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย  พร้อมเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานต้องทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนและเพื่อประเทศชาติด้วยความเข้มแข็ง ทั้งนี้จากการลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ ได้รับรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดเกี่ยวกับหลุมหลบภัยหรือบังเกอร์ ซึ่งในบางพื้นที่มีการจัดทำกันเอง จึงขอให้ทางจังหวัดตรวจสอบให้แน่ชัดว่าโครงสร้างเหล่านั้นมีความปลอดภัยจริง สามารถปกป้องชีวิตประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงดำเนินการให้เหมือนว่ามีการเตรียมพร้อมเท่านั้น สำหรับด้านความมั่นคง นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกองทัพ ตรวจสอบความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ให้สามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้ทันที ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงยึดมั่นในหลักการสันติวิธี หลีกเลี่ยงความรุนแรง แต่หากเกิดสุดวิสัย ก็ต้องรักษาความปลอดภัยให้กับทหารแนวหน้า และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในสวัสดิภาพของประชาชน ตามแนวชายแดนกัมพูชา ทั้ง 7 จังหวัด โดยยึดหลัก “มหาดไทย คือ บ้าน และทหาร คือ รั้ว” รวมถึงให้กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดูแลพี่น้องประชาชน ตามแผน “พิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง”  โดยเฉพาะ 7 จังหวัดชายแดน ให้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้าน เน้นการตรวจสอบดูหลุมหลบภัย แผนเผชิญเหตุ การรักษาความปลอดภัย การเตรียมโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ให้พร้อมหากเกิดเหตุฉุกเฉิน “การรับมือกับข่าวปลอม (Fake News) ซึ่งมีผลกระทบต่อความมั่นคงและความเชื่อมั่นของประชาชน ขอให้ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ติดตาม ตรวจสอบ และแก้ไขข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด รวมถึงเผยแพร่ที่ถูกต้องแก่ประชาชนอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันการสับสนและตื่นตระหนก ร่วมมือกันทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนอย่างเต็มที่ต่อไป” นายกรัฐมนตรี ย้ำ โดยในช่วงท้ายนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เชื่อมั่นในศักยภาพของทุกหน่วยงานที่ร่วมกันทำงาน และมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง  และขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันทำงานอย่างเข้มแข็งอย่างเต็มกำลัง โดยรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุน ในทุกมิติขอให้ทุกกระทรวงยึดเป้าหมายสำคัญในการดูแลพี่น้องประชาชน จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้รับฟังรายงานจากผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนทั้ง 7 จังหวัด เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาและดูแลสถานการณ์บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1) รักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่ตามบริบทของจังหวัด 2) สร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ ชี้แจงให้ประชาชนให้ทราบถึงสถานการณ์ 3) การสำรวจหลุมหลบภัย 4) ปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพ และให้การสนับสนุนหน่วยงานด้านความมั่นคง 5) การซ้อมแผนอพยพและเผชิญเหตุ * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กัมพูชา * กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา * อุบลราชธานี * แม่ทัพภาคที่ 2 * กองกำลังสุรนารี * แพทองธาร ชินวัตร
dlvr.it
June 20, 2025 at 2:28 PM
Trump ลงนามตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin ของสหรัฐ โดยนำ Bitcoin ที่ยึดทรัพย์ทางคดีมารวบรวมไว้
ประธานาธิบดี Donald Trump ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) จัดตั้งกองทุนสำรองบิตคอยน์โดยเฉพาะ โดยบิตคอยน์ที่อยู่ในกองทุนนี้เป็นส่วนที่ยึดทรัพย์มากจากคดีต่าง ๆ ไม่ได้นำงบประมาณมาซื้อ คาดว่าบิตคอยน์ส่วนที่ควบคุมโดยรัฐบาลสหรัฐนี้มีประมาณ 200,000 BTC ซึ่งคำสั่งนี้กำหนดให้รัฐบาลมีอำนาจควบคุมบิตคอยน์นี้ ห้ามขายออกมา ให้ถือเป็นการสะสมความมั่งคั่งของประเทศ กำกับดูแลโดยกระทรวงการคลัง คาดว่าจะมีผลกับเงินคริปโตสกุลอื่นที่ยึดทรัพย์ทางคดีด้วย ตามแผนที่ Trump เคยบอกก่อนหน้านี้ ประเด็นที่ต้องหารือกันจากนี้คือการเพิ่มเงินคริปโตสกุลอื่นให้เข้าแผนกองทุนสำรอง เบื้องต้นคือ ETH, XRP, SOL, ADA และจะมีเงินสกุลอื่นอีกหรือไม่ในอนาคต ที่มา: CNBC Topics: Donald Trump Cryptocurrency USA Bitcoin
www.blognone.com
March 7, 2025 at 3:54 AM
รัฐมนตรี DE สั่งการตรวจสอบแอป Fineasy และ สินเชื่อความสุข ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่
นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) เปิดเผยว่า นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เร่งตรวจสอบกรณีข่าวสมาร์ทโฟนของ OPPO และ realme มีแอปเงินกู้ติดมาพร้อมรอมมือถือโดยไม่สามารถลบได้ และเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเช่นรายชื่อผู้ติดต่อและเบอร์โทรศัพท์ สคส. จึงได้มอบหมายให้ พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบและกำกับดูแล พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ประสานงานกับ สกมช.และ กสทช. เพื่อแจ้งผู้แทนบริษัทมือถือและแอปดังกล่าวตรวจสอบและเข้าชี้แจงกรณีดังกล่าวโดยด่วน ในวันพรุ่งนี้ (13 มกราคม2568) ช่วงบ่าย ที่ กสทช. ที่มา: PDPC Topics: Ministry of Digital Economy Oppo Realme Fineasy Mobile App
www.blognone.com
January 12, 2025 at 3:31 PM
สส.ภูมิใจไทย เสนอชะลอโควตานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4.7 แสนตัน เปิดทางเกษตรกรไทยขายผลผลิต
สส.ภูมิใจไทย เสนอชะลอโควตานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4.7 แสนตัน เปิดทางเกษตรกรไทยขายผลผลิต auser15 Fri, 2026-08-28 - 10:10 สส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย ขอบคุณ รมว.พาณิชย์ ยืนยันไม่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากต่างประเทศหลังวันที่ 31 ส.ค. พร้อมเสนอเจรจาโรงงานอาหารสัตว์ชะลอโควตานำเข้าอีก 4.7 แสนตัน จนกว่าผลผลิตของเกษตรกรไทยออกสู่ตลาดครบถ้วน ภาพจาก: Canva สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ว่า นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ขอให้กระทรวงพาณิชย์หาแนวทางเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำ พร้อมขอบคุณนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (รมว.พาณิชย์) ที่ยืนยันว่าจะไม่มีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านหลังวันที่ 31 สิงหาคม ตามโควตาขององค์การคลังสินค้า ซึ่งถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกร นางสาวสุชาดา กล่าวว่า ปัจจุบันโรงงานอาหารสัตว์ยังมีโควตานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือข้าวสาลีตามเงื่อนไขสัดส่วน 3 ต่อ 1 จากปีก่อนเหลือประมาณ 590,000 ตัน ขณะที่มีการทำสัญญาซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกาแล้วประมาณ 120,000 ตัน จึงยังเหลือโควตาอีกประมาณ 470,000 ตัน จึงขอให้ รมว.พาณิชย์พิจารณาแนวทางหรือมาตรการเจรจากับโรงงานอาหารสัตว์ให้ชะลอการใช้โควตานำเข้าที่เหลือ 470,000 ตันออกไปก่อน จนกว่าเกษตรกรไทยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเปิดโอกาสให้โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรในประเทศได้อย่างเต็มที่     นางสาวสุชาดา กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยมีคุณภาพดี มีปริมาณโปรตีนประมาณร้อยละ 8-9 ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกามีโปรตีนประมาณร้อยละ 6 ดังนั้น ในช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดของไทยกำลังออกสู่ตลาด ควรเปิดพื้นที่ให้ผลผลิตของเกษตรกรไทยได้จำหน่ายก่อน ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยพยุงราคาและรักษาเสถียรภาพของตลาด พร้อมเปิดโอกาสให้เกษตรกรไทยสามารถจำหน่ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ในราคาที่เหมาะสมและสูงขึ้น * ข่าว * การเมือง * เศรษฐกิจ * สังคม * คุณภาพชีวิต * ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ * สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
dlvr.it
August 28, 2026 at 3:19 AM
สส.ภูมิใจไทย เสนอชะลอโควตานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4.7 แสนตัน เปิดทางเกษตรกรไทยขายผลผลิต
สส.ภูมิใจไทย เสนอชะลอโควตานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4.7 แสนตัน เปิดทางเกษตรกรไทยขายผลผลิต
สส.ภูมิใจไทย เสนอชะลอโควตานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 4.7 แสนตัน เปิดทางเกษตรกรไทยขายผลผลิต auser15 Fri, 2026-08-28 - 10:10 สส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ พรรคภูมิใจไทย ขอบคุณ รมว.พาณิชย์ ยืนยันไม่นำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากต่างประเทศหลังวันที่ 31 ส.ค. พร้อมเสนอเจรจาโรงงานอาหารสัตว์ชะลอโควตานำเข้าอีก 4.7 แสนตัน จนกว่าผลผลิตของเกษตรกรไทยออกสู่ตลาดครบถ้วน ภาพจาก: Canva สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ว่า นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ขอให้กระทรวงพาณิชย์หาแนวทางเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตกต่ำ พร้อมขอบคุณนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (รมว.พาณิชย์) ที่ยืนยันว่าจะไม่มีการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากประเทศเพื่อนบ้านหลังวันที่ 31 สิงหาคม ตามโควตาขององค์การคลังสินค้า ซึ่งถือเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกร นางสาวสุชาดา กล่าวว่า ปัจจุบันโรงงานอาหารสัตว์ยังมีโควตานำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หรือข้าวสาลีตามเงื่อนไขสัดส่วน 3 ต่อ 1 จากปีก่อนเหลือประมาณ 590,000 ตัน ขณะที่มีการทำสัญญาซื้อขายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกาแล้วประมาณ 120,000 ตัน จึงยังเหลือโควตาอีกประมาณ 470,000 ตัน จึงขอให้ รมว.พาณิชย์พิจารณาแนวทางหรือมาตรการเจรจากับโรงงานอาหารสัตว์ให้ชะลอการใช้โควตานำเข้าที่เหลือ 470,000 ตันออกไปก่อน จนกว่าเกษตรกรไทยจะเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วเสร็จ ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อเปิดโอกาสให้โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรในประเทศได้อย่างเต็มที่     นางสาวสุชาดา กล่าวทิ้งท้ายว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ของไทยมีคุณภาพดี มีปริมาณโปรตีนประมาณร้อยละ 8-9 ขณะที่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐอเมริกามีโปรตีนประมาณร้อยละ 6 ดังนั้น ในช่วงที่ผลผลิตข้าวโพดของไทยกำลังออกสู่ตลาด ควรเปิดพื้นที่ให้ผลผลิตของเกษตรกรไทยได้จำหน่ายก่อน ซึ่งแนวทางดังกล่าวจะช่วยพยุงราคาและรักษาเสถียรภาพของตลาด พร้อมเปิดโอกาสให้เกษตรกรไทยสามารถจำหน่ายข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้ในราคาที่เหมาะสมและสูงขึ้น * ข่าว * การเมือง * เศรษฐกิจ * สังคม * คุณภาพชีวิต * ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ * สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
dlvr.it
August 28, 2026 at 3:19 AM
(( แอบเหมือนนะครับมาแบบนี้—555 มิติใหม่ แก็งมิจฉาชีพพ่อมด กระทรวงทรัพย์จาง ))
August 24, 2026 at 5:19 PM
'อนุทิน' ยอมรับรัฐบาลบกพร่อง ย้ำขอโทษที่ไม่สามารถปกป้องให้ประชาชนปลอดภัยได้
'อนุทิน' ยอมรับรัฐบาลบกพร่อง ย้ำขอโทษที่ไม่สามารถปกป้องให้ประชาชนปลอดภัยได้ auser15 Sat, 2025-11-29 - 16:02 'อนุทิน' ยอมรับรัฐบาลบกพร่อง ย้ำขอโทษที่ไม่สามารถปกป้องให้ประชาชนปลอดภัยได้ มองต้องแก้กฎหมายยกระดับการเตือนภัย เผยเตรียมขนทีมเศรษฐกิจ-ผู้บริหารสถาบันการเงิน ลงพื้นที่หาดใหญ่พรุ่งนี้ - ระบุเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น หลังในหลวงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ รับผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ 29 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.68) ช่วงบ่าย จะเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาอีกครั้ง โดยจะมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์, นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ., นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย, นายฉัตรชัย ศิริไล ประธานสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ, นางลภาวรรณ จันทร์กระจ่าง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และรักษาการแทนผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และนายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ร่วมคณะลงพื้นที่เพื่อจะได้เห็นเหตุการณ์จริงทั้งหมด และจะได้เตรียมการเรื่องของให้สินเชื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ ซึ่งต้องลงพื้นที่ไปเห็นหน้างานด้วยตัวเองจะได้เห็นภาพ และนำกลับมาทำงานได้ด้วยความเข้าใจ และรวดเร็วในการให้ความช่วยเหลือ ส่วนที่เรียกนายเอกนิติ, นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ประชุมที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ก็เป็นการสรุป และสิ่งที่ต้องช่วยเหลืออย่างโดยด่วน หลังจากลงพื้นที่มา ได้มอบภารกิจให้กับรัฐมนตรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวันนี้ก็จะเร่งให้กระทรวงมหาดไทย นำรายชื่อผู้ที่จะได้รับการเยียวยา หลังรัฐบาลได้อนุมัติกรอบวงเงินไว้เรียบร้อยแล้ว ครัวเรือนละ 9,000 บาท ซึ่งคาดว่า ภายในสัปดาห์หน้าเงินเยียวยาจะถึงมือประชาชน ส่วนที่มีข่าวว่า ยอดการเยียวยาอาจจะทะลุไปถึง 30,000 บาท นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเยียวยามีหลายอย่าง ตอนนี้ตรงไหนที่ใช้เยียวยาได้ก็เอาออกมาใช้ให้หมด อย่างเช่นงบฯ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ครัวเรือนละ 9,000 บาท ก็จะดำเนินการทันที และยังมีเรื่องของการซ่อมแซมบ้าน ตามความเสียหายจริงครัวเรือนละไม่เกิน 45,000 บาท ซึ่งตนจะระดมคนลงพื้นที่ไปเร่งสำรวจ โดยหากคนส่วนกลางไม่พอ ก็จะระดมคนจากส่วนภูมิภาคลงไปช่วยเหลือด้วย นายอนุทิน กล่างอีกว่า นอกจากนี้จะมีการให้สินเชื่อเพื่อฟื้นตัว รายละไม่เกิน 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย ในระยะเวลา 6 เดือน และอีกก้อนหนึ่งคือ สินเชื่อเพื่อนำไปซ่อมแซมทรัพย์สิน ครัวเรือนละ 100,000 บาทเช่นกัน และระยะเวลา 1 ปี ซึ่งทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ตอบรับมาแล้วว่า สถาบันการเงินมีแหล่งเงินเพียงพอในการให้สินเชื่อ ซึ่งส่วนนี้ก็จะเป็นธนาคารของรัฐ ที่รับนโยบายอยู่แล้ว รวมไปถึงการพักหนี้ พักดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามนายเอกนิติ และนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กำลังหารือ เพื่อขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ เพราะเราไปบังคับเขาไม่ได้ จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือ ส่วนเรื่องของกระทรวงพาณิชย์ ก็จะมีการจัดให้มีสินค้าราคาทุน หรือต่ำกว่าทุน จัดเป็นมหกรรม หรือศูนย์กลางเพื่อจำหน่ายสินค้า ให้กับประชาชนที่ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้ยืนยันว่า ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการ และผู้ผลิตบางคน ให้สินค้าราคาทุน และยังแถมสินค้ามาเพิ่มให้ด้วย นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวย้ำอีกว่า เมื่อวานนี้ระหว่างลงพื้นที่ พบเจอใครก็บอกขอโทษ ที่รัฐบาลไม่สามารถดูแลปกป้อง ให้พวกเขามีความปลอดภัยได้ เมื่อถามว่า ตอนนี้เข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้วได้มีการสรุปถึงสาเหตุปัญหาอุปสรรคที่ทำให้ อ.หาดใหญ่วิกฤติหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้มองไปข้างหน้า เรื่องที่มาของปัญหาอย่างไร รัฐบาลก็มีความบกพร่อง ตนก็ยอมรับไม่ว่า จะมาจากที่ไหนก็แล้วแต่ เมื่อมีคนเสียชีวิต มีคนสูญเสีย มีคนบาดเจ็บอยู่บ้านไม่ได้ มันก็นายกฯ ทั้งนั้น ความผิดนายกฯ ทั้งนั้น นี่คือเหตุผลที่ต้องลงไปประจำ ต้องใช้องคาพยพ ใช้ความรู้ประสบการณ์ทั้งหมดที่มีอยู่ทุ่มเทลงไปในจุดแห่งปัญหานี้ และเร่งแก้ปัญหาพลิกฟื้นให้เร็วที่สุด เมื่อถามย้ำว่า มีความจำเป็นต้องหาถึงต้นตอ จะได้ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำในอนาคต นายอนุทิน กล่าวว่า ต้นตอมีหลายอย่าง เรื่องของการเตือนภัยจะต้องมีการยกระดับว่า เตือนภัย เตือนปุ๊บต้องออกจากบ้านปั๊บ ซึ่งต้องมาแก้กฎหมายอีก เมื่อสักครู่นั่งคุยกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านกฎหมาย ไม่ใช่ว่า เตือนใครจะออกก็ออก ต้องมีการซ้อมการหนีภัย ซึ่งได้สั่งให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะเราทราบจุดที่เสี่ยงเกิดภัยอยู่แล้ว ต้องดำเนินการ และเรื่องของสภาพภูมิประเทศ จ. สงขลาคือ แอ่งกระทะจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเมืองหาดใหญ่คือ กระทะ ทุกอย่างก็ไหลลงมากองอยู่ก้นกระทะ ตอนนี้ต้องไปนั่งแก้ไข ถนนเป็นอุปสรรคหรือไม่ ถ้าถนนเป็นอุปสรรคจะทำอย่างไร เพื่อให้ส่วนแนวถนนเป็นที่ระบายน้ำ ก็ต้องมาดูรายละเอียดเยอะ พอระบายไปที่ทะเลสาบสงขลา เกิดมีช่วงหนึ่งน้ำทะเลหนุนมากกว่าช่องรูถนน จะทำให้น้ำกลับไหลเข้าเมืองอีกหรือไม่ ตรงนี้กรมทางหลวงต้องดูอย่างละเอียด ทางเลี่ยงเมืองต้องคิดแล้วว่า จะเลี่ยงอย่างไร ทำให้เป็นคันกั้นน้ำ เอาไว้รายละเอียดค่อยว่ากัน ระบุเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้น หลังในหลวงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ นายอนุทินกล่าวถึงกรณี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ บุคลากรทางการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ว่าถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ซึ่งตนได้รับการเชิญพระราชกระแสจาก พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งท่านได้อัญเชิญพระราชกระแสมาให้เร่งดำเนินการตามนี้ ด้วยพระองค์ท่านพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จำนวน 100 ล้านบาท ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ ซึ่งมีความหมายมาก เพราะทางโรงพยาบาลจะได้นำไปซื้อเครื่องมือแพทย์ที่เสียหายไปจากเหตุน้ำท่วม และนำไปพัฒนาระบบต่างๆ เพื่อมาดูแลผู้ป่วย ซึ่งตนได้นำเรื่องขอนำผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ รีบไปรับพระราชทานพระราชทรัพย์ ซึ่งได้ทำเรื่องกราบบังคมทูลขึ้นไปทันที และทั้งสองพระองค์ทรงรับผู้เสียชีวิตไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เรื่องของการจัดการศพต่างๆ ก็จะทรงรับเป็นเจ้าภาพทั้งหมด นายอนุทิน กล่าวต่อว่า แต่ในส่วนของผู้เสียชีวิตเอง ทางรัฐบาลจะเร่งดำเนินการออกใบมรณบัตร และเร่งคืนร่างให้กับญาติ เพื่อไปทำพิธีทางศาสนา และเร่งจ่ายค่าปลงศพรายละ 2 ล้านบาท โดยทันที นายอนุทิน กล่าวอีกว่า พระองค์ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานกำลังใจให้กับบุคลากรทุกเหล่าที่ให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย ทั้งแพทย์ เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทั้งหลาย และยังทรงพระราชทานโดรนให้กับเหล่าทัพทั้งหมด เพื่อมาใช้ในการบริหารสถานการณ์ผู้ประสบภัย ซึ่งตนคิดว่าเพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นแล้ว ที่เหลือรัฐบาลจะต้องไปสืบสานต่อยอดทุกอย่างให้สมกับที่เราได้รับพระราชทานคำแนะนำต่างๆ มา ในหลวง ทรงห่วงน้ำท่วมภาคใต้ พระราชทาน 100 ล้าน ฟื้นฟูโรงพยาบาลหาดใหญ พร้อมพระราชทานโดรนช่วยค้นหา แจกจ่ายอาหาร ทรงรับศพผู้เสียชีวิตทั้งหมดไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการและโฆษกศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) แถลงว่า ได้รับหนังสือจากสำนักพระราชวัง หนังสือพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ในการนี้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เชิญพระราชกระแสดังนี้ 1. ทรงห่วงใยราษฎรที่ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และทรงแสดงความเสียพระราชหฤทัยต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ทุกรายไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ 2. พระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาลหาดใหญ่ และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และทรงชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และจิตอาสาผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าว 3. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเงิน จำนวน 100,000,000 บาท (หนึ่งร้อยล้านบาทถ้วน) แก่โรงพยาบาลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อฟื้นฟูและซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ ทดแทนที่เสียหายและได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายแพทย์วิโรจน์ โยมเมือง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหาดใหญ่ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานเงินดังกล่าว 4. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอากาศยานไร้คนขับ (Drone) สำหรับค้นหา และอากาศยานไร้คนขับ (Drone) สำหรับขนส่งอาหารแก่กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อใช้ในการบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และบรรเทาสาธารณภัยแก่ราษฎร นำมาซึ่งความปลาบปลื้มยินดีให้แก่พสกนิกรชาวไทยและ รัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง ที่มาเรียบเรียงจาก: สำนักข่าวไทย [1] [2] | เว็บไซต์รัฐบาลไทย   * ข่าว * สังคม * คุณภาพชีวิต * สิ่งแวดล้อม * ภัยพิบัติ * น้ำท่วม * น้ำท่วมภาคใต้
dlvr.it
November 29, 2025 at 9:07 AM
ไทยร่วมลงนามอนุสัญญา UN จับมือกว่า 68 ประเทศทั่วโลก ต่อต้านภัยสแกมเมอร์
ไทยร่วมลงนามอนุสัญญา UN จับมือกว่า 68 ประเทศทั่วโลก ต่อต้านภัยสแกมเมอร์ auser15 Sun, 2025-10-26 - 16:26 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย ร่วมลงนามอนุสัญญา UN จับมือกว่า 68 ประเทศทั่วโลก ต่อต้านภัยสแกมเมอร์ ที่ประเทศเวียดนาม เว็บไซต์รัฐบาลไทย รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี นางสาวอุรวดี ศรีภิรมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงฮานอย และคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมพิธีลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ (United Nations Convention against Cybercrime) และการประชุมระดับสูง (High-Level Conference) ที่มี 68 ประเทศ และสหภาพยุโรป (EU) เข้าร่วม ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมีนายเลือง เกื่อง ประธานาธิบดีเวียดนาม และนายอันโตนิอู กุแตเรช เลขาธิการสหประชาชาติ เข้าร่วมในพิธีลงนามดังกล่าว นายไชยชนก เปิดเผยว่า พิธีลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ (United Nations Convention against Cybercrime)  ซึ่งเป็นความร่วมมือกันของ 68 ประเทศ และสหภาพยุโรป (EU) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมและสร้างมาตรการในการป้องกันและต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น พร้อมทั้งอํานวยความสะดวก และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการป้องกันและต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ รวมถึงการสนับสนุนความช่วยเหลือทางวิชาการและการเสริมสร้างขีดความสามารถในการป้องกันและต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อประโยชน์ของประเทศกําลังพัฒนา ขณะเดียวกันในระหว่างการประชุมระดับสูง (High-Level Conference) ตนยังได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลง โดยได้เน้นย้ำถึงความรุนแรงของการหลอกลวงออนไลน์ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนไทย ซึ่งรัฐบาลไทย โดยนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้ความสำคัญ และเอาจริงเอาจังต่อปัญหาดังกล่าว โดยได้กำหนดให้เป็น “วาระแห่งชาติ” ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมดำเนินมาตรการเชิงรุก 3 ด้าน ได้แก่  1.การตัดสัญญาณโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตบริเวณแนวชายแดน และตรวจจับการลักลอบการเชื่อมต่อสัญญาณ เพื่อไม่ให้มีสัญญาณเล็ดลอดออกนอกประเทศ 2.การบูรณาการด้านข้อมูลร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนาฐานข้อมูลกลางแบบเรียลไทม์ เพื่อการติดตามเส้นทางการเงินของผู้กระทำผิด บัญชีม้า ได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการเร่งคืนเงินเยียวยาให้กับผู้เสียหาย และ 3.ดำเนินการตอบโต้ โดยเร่งรัดการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามทางเทคโนโลยีฉบับใหม่ ที่เน้นให้ความสำคัญ ในการ “ป้องกัน ปราบปราม และตอบโต้” เน้นการกำกับดูแลตามหลักเกณฑ์ และบทลงโทษที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น พร้อมจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะกิจ เพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าว ภายในระยะเวลา 1 – 2 เดือน โดยหากพบเบาะแส ข้อมูลการร่วมกระทำความผิด หรือเกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ และการพนันออนไลน์ ของบุคคลใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และบุคลากรของรัฐ จะดำเนินการเอาผิดอย่างเด็ดขาดและถึงที่สุดตามกฎหมายในทันที นอกจากนี้ รัฐบาลไทย ยังขอแสดงความชื่นชมกับการดำเนินการอย่างเด็ดขาดของสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเกาหลีใต้ ในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และพร้อมให้ความร่วมมือกับนานาประเทศในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว “การลงนามอนุสัญญาดังกล่าว นับเป็นก้าวสำคัญและการแสดงจุดยืนของไทยในการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ทั้งในระดับภูมิภาค และระดับโลก โดยแสดงให้เห็นว่าประเทศไทย ให้ความสำคัญและพร้อมใช้ยาแรงในการปราบปราม ควบคู่ไปกับการสร้างความร่วมมือกับนานาชาติจัดการปัญหาสแกมเมอร์ ที่มีผลกระทบต่อประชาชนคนไทย ประชาคมโลก อย่างจริงจัง เพื่อร่วมสร้างเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน” นายไชยชนก กล่าวในตอนท้าย * ข่าว * สังคม * คุณภาพชีวิต * ต่างประเทศ * สแกมเมอร์ * แก๊งคอลเซ็นเตอร์
dlvr.it
October 26, 2025 at 9:32 AM
‘เอกนิติ’ ชี้ 5 เสาหลักแก้เศรษฐกิจ ตั้ง บ.บริหารสินทรัพย์แก้หนี้ Fast Pass ให้เอกชนลงทุน
‘เอกนิติ’ ชี้ 5 เสาหลักแก้เศรษฐกิจ ตั้ง บ.บริหารสินทรัพย์แก้หนี้ Fast Pass ให้เอกชนลงทุน admin666 Tue, 2025-09-30 - 14:38 รมว.คลังแจงนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาล 4 เดือน "กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว” ใช้ "คนละครึ่งพลัส" กระจายเงินและจะเพิ่มเงินสมทบ แก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนโดยให้บริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมกับธนาคารซื้อหนี้ไปจัดการ เพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการรายย่อย เพิ่มการออมประชาชนด้วยสลากออมทรัพย์และพันธบัตร สุดท้ายออก Fast Pass ให้บริษัทเอกชนที่ขอสนับสนุนจาก BOI  30 ก.ย.2568 ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลอนุทิน ต่อที่ประชุมรัฐสภาวันที่สองเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตอบคำถามเกี่ยวกับนโยบายทางเศรษฐกิจ เขาเริ่มจากกล่าวว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้กำลังตกต่ำเหมือนกับขับรถลงเหว เนื่องจากการเติบโตเศรษฐกิจไทยมีอยู่ 4 ปัจจัยและเครื่องยนต์ที่ใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยก็ดับไปแล้ว 3 ปัจจัย * การส่งออก ก่อนที่ไทยจะเจอภาษีทรัมป์ก็มีการเร่งการผลิตและส่งออกทำใหตัวเลขเศรษฐกิจโต 3.2 % และ 2.8 % ใน 2 ไตรมาสแรกของปี แต่เมื่อเกิดการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นทำให้การส่งออกลดลง * การบริโภคของภาคเอกชน ที่ลดลงจนติดลบเป็นครั้งแรกในรอบปีเมื่อเดือนกรกฎาคม ทั้งจากความเชื่อมั่นลดลงและปัญหาหนี้ครัวเรือน * การลงทุนภาคเอกชน ทุกวันนี้โรงงานมีอัตราการใช้กำลังผลิตไม่ถึง 60% ก็ไม่ต้องคิดว่าจะลงทุนอะไรเพิ่ม * การใช้จ่ายของรัฐบาล เป็นสิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ เนื่องจากตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงไปว่าแม้จะไม่ได้เป็นคนทำแผนงบประมาณ แต่จะได้เข้ามาใช้ รมว.คลังระบุว่า ณ วันนี้ จากการคาดการณ์ของหน่วยงานทางเศรษฐกิจของภาครัฐประเมินว่า ครึ่งปีหลังการเติบโตทางเศรษฐกิจจะลดลงโดยในไตรมาส 3 จะเหลือ 1.7% ในไตรมาสสามและเหลือ 0.3% ในไตรมาสสี่ซึ่งใกล้จะติดลบมาก เอกนิติ กล่าวถึงแนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลว่าจะเป็นการ “กระตุ้นสั้น ได้ยาว กระจายตัว”  เนื่องจากรัฐบาลนี้มีเวลาจำกัดแค่ 4 เดือนจะต้องกระตุ้นสั้นให้ได้ผล แต่จะต้องคิดถึงเศรษฐกิจระยะยาวที่ไม่ใช่แค่การแจกเงินโดยการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจทั้งการเพิ่มทักษะหรือ Reskill และต้องกระจ่ายตัวไปทุกพื้นที่ให้ถึงประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อยที่กำลังเดือดร้อนมาก โดยสิ่งที่จะทำมี 5 เสาหลัก เสาแรก กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เช่น  โครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งจะเพิ่มขยายเงินสมทบจากรัฐบาลให้เป็นคนละ 200 บาทต่อวันและสะสมได้โดยเริ่มใช้ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้แน่นอน โดยจะให้ใช้กับพ่อค้าแม่ค้ารายย่อยเนื่องจากงบประมาณยังจำกัดและส่วนที่เป็นพลัสเข้ามาก็คือสำหรับคนที่อยู่ในระบบภาษีจะได้มากกว่าคือ คนที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีจะได้ 2,000 บาท คนที่อยู่ในระบบภาษีจะได้ 2,400 บาท เพราะเงินเหล่านี้มาจากภาษีและเพื่อจูงใจให้คนเข้าระบบภาษีด้วย ซึ่งจะสร้างวินัยทางการคลังจากการทำให้คนเข้าสู่ระบบมากขึ้น นอกจากนั้นจะโครงการนี้จะเพิ่มทักษะการขายของทางออนไลน์ให้พ่อค้าแม่ค้าเพิ่มขึ้น รวมถึงมีการทำบัญชีออนไลน์ให้เสร็จ และได้มีการคุยกับธนาคารแล้วว่าถ้าพ่อค้าแม่ค้าเข้าระบบมามีบัญชีชัดเจนธนาคารก็สามารถปล่อยสินเชื่อได้ ทั้งหมดนี้ใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ 25,000 ล้านบาทที่ตั้งไว้แล้วและ 19,000 ล้านบาทจากงบกลาง ไม่ได้ใช้เพิ่มไม่กระทบวินัยการคลังเป็นการใช้งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติมาจากสภาแล้ว  ส่วนการท่องเที่ยวก็จะมีโครงการสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมในเมืองรอง หากผู้ประกอบการพัฒนาปรับปรุงโรงแรมจะได้ลดหย่อนภาษีโดยหักภาษีได้ 2 เท่า ซึ่งจะเสียรายได้จากภาษีอยู่ที่ประมาณ 300 ล้านเท่านั้นไม่กระทบกับวินัยการคลัง และโครงการเช่นนี้เคยประสบความสำเร็จมาแล้วอีกทั้งยังกระจายประโยชน์ไปทั่วได้จริง ส่วนเสาที่สอง หนี้ครัวเรือนที่มีประชาชนเป็นหนี้เยอะมากและเป็นหนี้เสียจำนวนมาก ดังนั้นจะใช้งบประมาณที่ยังเหลืออยู่ 26,000 ล้านบาทจากโครงการ “คุณสู้เราช่วย”มาตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ร่วมกับธนาคารในการซื้อหนี้เสียของประชาชนออกมาแล้วมาปรับโครงสร้างหนี้และยืดระยะเวลาชำระหนี้ ลดดอกเบี้ยเพื่อให้ประชาชนได้มีสภาพคล่องดีขึ้น และจะไม่ได้ช่วยแค่คนที่เป็นหนี้เสียแต่จะยังช่วยคนตัวเล็กตัวน้อยโดยให้มีการปล่อยสินเชื่อตามความเสี่ยงเพื่อไม่ให้ไปกู้นอกระบบ เสาที่สาม สำหรับปัญหาการปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการรายย่อย จะให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือ บสย. เข้ามาค้ำประกัน ให้กับผู้ที่ธนาคารไม่ยอมปล่อยสินเชื่อให้โดยมีการเตรียมวงเงินไว้แล้ว 50,000 ล้านบาท แต่มีสิ่งที่ต้องทำต่อคือให้ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยมีห่วงโซ่อุปทานด้วยกันเพื่อให้รายใหญ่ช่วยรายย่อยได้เป็นโครงการ “พี่ช่วยน้อง” ที่สามารถใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ ส่วนโครงการภาครัฐที่จะช่วยผู้ประกอบการรายย่อยก็จะให้ธนาคารเข้ามาสนับสนุนด้วย เพราะทางธนาคารก็รับว่าสามารถปล่อยสินเชื่อให้รายย่อยที่เข้ามาทำโครงการภาครัฐเนื่องจากความเสี่ยงจะลดลง ซึ่งจะเป็นสินเชื่อช่วยสภาพคล่อง อีกทั้งยังจะมีการคืนภาษีที่อยู่ในมือสรรพากรอีก 160,000 ล้านบาทโครงการนี้จะทำให้เงินกลับเข้าสู่ระบบและคืนสู่ผู้ประกอบการรายย่อยทันที เสาที่สี่ เพิ่มการออมภาคประชาชน ด้วยสลากเพื่อการออมซึ่งจะต่างจากหวยเกษียณ  โดยสลากเพื่อการออมทุกครั้งที่ซื้อจะเข้าไปในบัญชีทางออนไลน์ผู้ซื้อจะต้องถือไว้ 5 ปีและจะมีการนำไปลงทุนให้ผู้ซื้อโดยมีเงินรองรับโครงการอยู่แล้วโดยจะตัดจากค่าการตลาดของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล  และจะมีพันธบัตรออมทรัพย์ของรัฐบาลออกขายจะมีดอกเบี้ยสูงกว่าและทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ทุกเดือนเพื่อให้มีเงินออมระยะยาว เสาที่ห้า การลงทุนเพื่ออนาคตในอุตสาหกรรมใหม่ ก็จะมีการเพิ่มทักษะใหม่ๆ ให้แรงงานโดยทางสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ BOI มีเงินสำหรับการเพิ่มขีดความสามารถอยู่ 10,000 ล้านบาทก็จะไปจับมือกับภาคธุรกิจเอกชนที่ต้องการแรงงานที่มีทักษะ และไปจับมือกับสถาบันการศึกษาเพื่อผลิตแรงงานให้ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ นอกจากนั้นจะทำ Fast Pass ให้กับบริษัทเอกชนที่ได้รับการอนุมัติโครงการจาก BOI ไปแล้วเนื่องจากที่ผ่านมา BOI มีเม็ดเงินลงทุนค้างอยู่ 470,000 ล้านบาทแต่ยังไม่ได้เริ่มโครงการ เพราะบริษัทเหล่านี้ยังต้องไปต่อคิวรอการขอน้ำขอไฟอยู่ การทำ Fast Pass นี้เพื่อให้เงินที่ค้างอยู่นี้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ซึ่งการทำสิ่งนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณใหม่เลยแต่เป็นเพียงการปลดล็อกระเบียบกติกาเพื่อให้เกิดการลงทุนใหม่ เอกนิติระบุว่า เพื่อให้เสาทั้ง 5 หลักนี้ดำเนินการได้สิ่งที่กระทรวงการคลังต้องทำคือการรักษาเสถียรภาพการคลัง ในเดือนพฤศจิกายนนี้จะทำกรอบวินัยทางการคลังระยะปานกลางเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับ Rating Agency ว่าเรามีแผนชัดเจน โดยจะเปิดเผยสมมติฐานและเอาหลักเรื่องมีวินัยให้ชัด เปิดเผยข้อมูลมากขึ้น มีธรรมาภิบาลของระบบการคลัง บอกถึงความคุ้มค่าของการดำเนินโครงการเช่น คนละครึ่งพลัส จะเกิดผลกระตุ้นเศรษฐกิจจากโครงการต่างๆ อย่างไร เพื่อไม่ให้การเศรษฐกิจไทยไม่ตกหล่มไปกว่านี้ โดย GDP ในไตรมาสสี่ที่คาดการณ์ไว้ 0.3% จะต้องทำให้ดีกว่านี้ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับ 87.4% ของ GDP จะต้องดึงหนี้เสียออกมาเพื่อลดระดับหนี้ลงมาสร้างสภาพคล่อง รวมถึงทำให้เม็ดเงินลงทุนของ BOI เกิดการลงทุนจริง สิ่งเหล่านี้เป็นเป้าหมายที่ชัดเจน * ข่าว * เศรษฐกิจ * เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ * กระทรวงการคลัง * หนี้ครัวเรือน * การลงทุน * GDP
dlvr.it
September 30, 2025 at 7:59 AM
กต.บรรยายเรื่องการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชาแก่คณะทูตรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา
กต.บรรยายเรื่องการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชาแก่คณะทูตรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา See Think Fri, 2025-08-15 - 15:57 กระทรวงการต่างประเทศบรรยายพิเศษสรุปเกี่ยวกับเหตุการณ์การใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชา แก่คณะทูตกลุ่มรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา-องค์การระหว่างประเทศ ก่อนที่ในวันพรุ่งนี้ (16 ส.ค.) จะมีการนำคณะทูตลงพื้นที่ ชมหน่วยปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ที่บ้านหนองเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีด้วยอาวุธหนักของกัมพูชา 15 ส.ค. 2568 เว็บไซต์รัฐบาลไทยระบุว่า จิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้จัดบรรยายพิเศษแก่คณะทูตกลุ่มรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา โดยมีผู้แทนต่างประเทศ องค์กรและองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมรับฟังจำนวน 67 คน จาก 41 ประเทศ 1 องค์กร และ 4 องค์การระหว่างประเทศ การบรรยายในครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่ในวันพรุ่งนี้ (16 ส.ค.) จะมีการนำคณะทูตลงพื้นที่ ชมหน่วยปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ที่บ้านหนองเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการโจมตีด้วยอาวุธหนักของกัมพูชา ในการบรรยายพิเศษดังกล่าว มาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวสรุปแก่คณะทูตกลุ่มรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา เกี่ยวกับเหตุการณ์ในการใช้กับระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชาผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ เนื่องจากอยู่ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศ ตามกรอบความร่วมมือแม่โขง - ล้านช้าง (Mekong - Lancang Cooperation) หรือ MLC ครั้งที่ 10 ณ เมืองอันหนิง มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน   รมว.ต่างประเทศระบุว่า กัมพูชาจงใจละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทยอย่างชัดเจน  ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ตกลงกันไว้ และยังเป็นการละเมิดพันธกรณีหลักภายใต้อนุสัญญาออตตาวาที่ว่าด้วยการห้ามมีและใช้กับระเบิดสังหารบุคคล ขณะที่ รัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าปัญหากับระเบิดที่พบจำนวนมากที่บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ไม่ใช่แค่ประเด็นความมั่นคง แต่เป็นเรื่องมนุษยธรรมที่ต้องให้ความสำคัญและดำเนินการเร่งด่วนที่สุด   จิรายุกล่าวต่อไปว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  กล่าวย้ำถึงการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ GBC ที่ประเทศมาเลเซียเมื่อวัน 7 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ได้มีการตกลงหยุดยิง ตั้งแต่คืนวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 ซึ่งไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงนี้ แต่หลังจากการประชุมฯ เพียง 5 วัน ก็เกิดเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดอีก 2 ครั้ง ซึ่งมีหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนว่ากับระเบิดเหล่านี้เพิ่งถูกวางใหม่โดยกัมพูชา ซึ่งเป็นการเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก แสดงให้เห็นว่ากัมพูชายังคงจงใจละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย ถือเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และข้อตกลงหยุดยิงที่ตกลงกันไว้เมื่อเร็ว ๆ นี้ อย่างร้ายแรง ยิ่งไปกว่านั้น กัมพูชายังจงใจละเมิดพันธกรณีหลักภายใต้อนุสัญญาออตตาวาอีกด้วย รัฐบาลไทยขอประณาม พฤติกรรม และการกระทำอย่างรุนแรงที่สุด ซึ่งถือเป็นการกระทำที่บ่อนทำลายสาระที่สำคัญที่สุดของอนุสัญญาออตตาวา รวมถึงเจตนารมณ์ของปฏิญญาเสียมราฐ-อังกอร์ ที่ได้รับการรับรองภายใต้การปกครองของกัมพูชาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567 และถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง  “ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทหารกัมพูชาพยายามขัดขวางการปฏิบัติการกวาดล้าง กับระเบิด ของไทยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีผลโดยตรงต่อประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อนานาชาติ โดยเฉพาะผู้บริจาคที่ให้การสนับสนุนกัมพูชาด้วยความจริงใจอีกด้วย“ มาริษ กล่าวย้ำ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่ากัมพูชาจะหยุดการใช้กับระเบิดอย่างไร้มนุษยธรรม และต้องปฏิบัติตามพันธกรณีทางกฎหมายภายใต้อนุสัญญาออตตาวาและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ซึ่งไทยได้แจ้งเรื่องนี้ต่อเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อขอคำชี้แจงจากกัมพูชาตามมาตรา 8 วรรค 2 ของอนุสัญญาออตตาวา สำหรับการลงพื้นที่บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ของคณะทูต ในวันพรุ่งนี้ เพื่อสังเกตการณ์ทุ่นระเบิด โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะลงพื้นที่ด้วยตัวเอง จิรายุกล่าวต่อไปว่า ขณะเดียวกัน รัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ยังให้ความเห็นว่า การแก้ไขปัญหากับระเบิดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ไม่ใช่แค่ประเด็นความมั่นคง แต่ยังเป็นเรื่องมนุษยธรรมที่ต้องให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างเร่งด่วนที่สุด ทั้งนี้ พื้นที่ชายแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทั้งหลาย มีเพียงชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิด  ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ไทยได้เสนอให้กัมพูชาดำเนินการเก็บกู้กับระเบิดเพื่อมนุษยธรรมตามแนวชายแดน แต่กัมพูชาได้ชะลอการดำเนินการดังกล่าว ซึ่งไทยได้ยื่นข้อเสนอนี้อีกครั้งในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (Extraordinary General Border Committee – GBC) สมัยวิสามัญ ระหว่างวันที่ 4–7 สิงหาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ แต่กัมพูชาไม่ยอมรับต่อข้อเสนอดังกล่าว โดยในวันพรุ่งนี้รัฐบาลจะนำคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ลงพื้นที่ได้รับผลกระทบจากกับระเบิดสังหารบุคคลซึ่งเพิ่งถูกฝังโดยฝ่ายกัมพูชา รวมไปถึงการเยี่ยมชมหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในจังหวัดศรีสะเกษ โดยคณะทูตจะได้เห็นด้วยตนเองถึงผลกระทบในทุกมิติ ต่อชุมชนในพื้นที่ จากนั้น จะเดินทางไปที่บ้านหนองเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จากการโจมตีด้วยอาวุธหนักของกัมพูชา  ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างไม่เลือกเป้าหมายและไร้มนุษยธรรม  * ข่าว * การเมือง * ต่างประเทศ * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * กัมพูชา * ทุ่นระเบิด * อนุสัญญาออตตาวา * มาริษ เสงี่ยมพงษ์ * รัศม์ ชาลีจันทร์
dlvr.it
August 15, 2025 at 9:05 AM
โฆษกรัฐบาลแจง ‘รมช.กลาโหม' ยืนยันไม่มีการโทรสั่งห้ามปะทะ มีแต่สั่งให้ปฏิบัติภารกิจให้เต็มที่
โฆษกรัฐบาลแจง ‘รมช.กลาโหม' ยืนยันไม่มีการโทรสั่งห้ามปะทะ มีแต่สั่งให้ปฏิบัติภารกิจให้เต็มที่ auser15 Sun, 2025-08-03 - 08:47 เว็บไซต์รัฐบาลไทย รายงานเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2568 เวลา 21.00 น. ว่า  นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กรรมการศูนย์เฉพาะกิจสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ อ้างข่าวว่า มีตัวแทนของรัฐบาลโทรศัพท์ไปสั่งการไม่ให้เกิดการปะทะตามแนวชายแดนเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมาว่า ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจาก พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมถึงกรณีดังกล่าวแล้ว ยืนยันว่าในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรง ในฐานะผู้อำนวยการ ศบ.ทก. ที่ตัดสินใจในการบริหารสถานการณ์พื้นที่ชายแดน 7 จังหวัด ยืนยัน ไม่มีการกระทำตามที่บุคคลนี้ได้กล่าวอ้าง  ทั้งยังไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องไปสั่งการ ตั้งแต่เกิดกรณีไทย-กัมพูชา ในลักษณะเช่นนี้ "ฝ่ายความมั่นคง รวมถึงส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ทั้งกองทัพ ทำงานเป็นทีมไทยแลนด์อย่างมีเอกภาพ ในการปฎิบัติภารกิจครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาติไทยอยู่แล้ว" พลเอกณัฐพล ฯ กล่าว นายจิรายุ กล่าวต่อไปว่า บุคคลคนนี้ ลงมาเล่นการเมือง เป็นหัวหน้าพรรคการเมือง คำพูดทุกคำย่อมต้องมีความรับผิดชอบต่อเสถียรภาพของประเทศ แม้จะเคยเป็นทหาร แต่ปัจจุบันผันตัวเองมาทำงานการเมือง การจะพูดอะไรควรเป็นความสัตย์จริงเยี่ยงชายชาติทหาร ไม่น่าจะทำตัวเป็นนักการเมืองรุ่นเก่าที่เน้นแต่วาทกรรม สร้างประเด็นการเมืองจนไม่สนใจ เสถียรภาพและความมั่นคงของชาติใช่หรือไม่ จะหาซีนเปิดตัวพรรคการเมืองก็ไม่ควรใช้วิธีการแบบนี้       ส่วนคำพูดของหัวหน้าพรรคการเมืองคนนี้ ยังมีการขยายผล  บิดเบือนให้เกิดความเสียหาย โดยนำคำให้สัมภาษณ์ของนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการณ์นายกรัฐมนตรี ซึ่งพูดไว้เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 68 หรือเกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา ขณะดำรงตำแหน่ง รมว. กห. เรื่องการระวังสถานการณ์ไม่ให้มีความรุนแรง มาปั่นให้เข้าใจว่าเป็นไส้ศึกในเหตุการณ์เมื่อ สัปดาห์ที่แล้วที่มีการปะทะ ซึ่งไม่เกี่ยวกัน เป็นคนละเวลา คนละสถานการณ์        “วันนี้ถือว่าสถานการณ์ชายแดน รัฐบาล โดยกองทัพ ได้ควบคุมสถานการณ์ไว้ได้เป็นที่เรียบร้อย  รัฐบาลอยู่ในขั้นตอนของการเยียวยาความสูญเสีย ฟื้นฟูพื้นที่ เฝ้าระวังรักษาอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมทั้งการนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ผ่านไปยังนานาชาติและส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นองค์การสิทธิมนุษยชนของโลกรวมทั้งภาคีต่างๆ ดังนั้นช่วงนี้จึงเป็นช่วงเปราะบางของสังคมไทย ประชาชนต้องรักสามัคคี อย่าปล่อยให้เกมการเมืองประเทศเพื่อนบ้านที่ก่ออาชญากรรมสงครามด้วยการโจมตีฐานที่มั่นและพลเรือนของไทย มีอิทธิพลเหนือเราได้ ที่สำคัญไม่ควรปล่อยให้ใครก็ตามพูดอะไรเอามัน สะใจไปเรื่อยโดยไม่มีข้อเท็จจริง รังแต่จะสร้างความสับสนและความขัดแย้งในสังคม และยิ่งจะเป็นการเข้าทางฝ่ายตรงข้ามในเวทีระดับโลกอีกด้วย” นายจิรายุ กล่าวทิ้งท้าย * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา
dlvr.it
August 3, 2025 at 1:49 AM
ศบ.ทก. ชุดใหญ่ ประชุม 21 ก.ค. กำหนดท่าทีปมทหารเหยียบกับระเบิด
ศบ.ทก. ชุดใหญ่ ประชุม 21 ก.ค. กำหนดท่าทีปมทหารเหยียบกับระเบิด auser15 Sun, 2025-07-20 - 10:31 ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ประชุมฝ่ายเลขาฯ วันนี้ (19 ก.ค.) รับฟังผลสอบ 'กับระเบิด' ของกองทัพภาคที่ 2 ก่อนนำเข้าคณะใหญ่พรุ่งนี้ (21 ก.ค.) 20 กรกฎาคม 2568 เว็บไซต์รัฐบาลไทย รายงานว่า นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ภายหลังจากกองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานผลสอบกรณีกับระเบิดที่จังหวัดอุบลราชธานีเย็นวานนี้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา(ศบ.ทก.) ได้เรียกประชุมฝ่ายเลขาฯ ของคณะกรรมการ ศบ.ทก.ในวันนี้ เวลา 14.00 น. โดยจะเป็นการกำหนดแนวทางกรณีกองทัพภาคที่ 2 รายงานผลการตรวจสอบกรณีกำลังพลที่จังหวัดอุบลราชธานี ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนรักษาความสงบในพื้นที่ช่องบกและเหยียบกับระเบิด ทำให้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ทั้งนี้ ได้สั่งการให้กองทัพภาคที่ 2 เก็บข้อมูลหลักฐาน และผลการพิสูจน์ ทั้งหมดรายงานผลเป็นลายลักษณ์อักษรให้ฝ่ายเลขาฯ ศบ.ทก.ทราบ นายจิรายุกล่าวต่อไปว่าจากนั้นในวันพรุ่งนี้ (วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม 2568) เวลา 09.30 น. จะเป็นการประชุมคณะกรรมการ ศบ.ทก. ชุดใหญ่ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เต็มคณะทั้งจากกระทรวงการต่างประเทศ และฝ่ายความมั่นคงที่เป็นคณะกรรมการของ ศบ.ทก. เข้าร่วม เพื่อหารือถึงผลการพิสูจน์กับระเบิด และการกำหนดท่าทีที่จะดำเนินการต่อไป * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * กัมพูชา * กับระเบิด * ช่องบก * ทุ่นระเบิด * ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา * ศบ.ทก.
dlvr.it
July 20, 2025 at 3:37 AM
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ชี้แจงมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนอุทยานแห่งชาติทับลาน 155,865 ไร่ ยืนยันไม่เอื้อนายทุนรีสอร์ต พร้อมเร่งพิสูจน์สิทธิผู้ครอบครองกว่า 5,200 รายภายใน 6 เดือน
#สุชาติชมกลิ่น #ทับลาน #กระทรวงทรัพย์
themainstream.news/politics/184...
สุชาติแจงมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนทับลาน 1.55 แสนไร่ ย้ำช่วยชาวบ้านยากไร้ พร้อมตรวจสอบเข้มงวด
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ชี้แจงมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนอุทยานแห่งชาติทับลาน 155,865 ไร่ ยืนยันไม่เอื้อนายทุนรีสอร์ต พร้อมเร่งพิสูจน์สิทธิผู้ครอบครองกว่า 5,200 รายภายใน 6 เดือน
themainstream.news
June 16, 2026 at 8:51 AM
กระทรวงยุติธรรม ลุยปราบปราม! ภาคใต้เดินหน้าจัดระเบียบกระท่อม-กวาดล้างยาเสพติด ยึดทรัพย์กว่า 500 ล้านบาท!!

📌 เผยผลปฏิบัติการล่าสุด ตรวจร้านกระท่อม พบผิด 30 ราย ยึดใบ-น้ำต้มเพียบ
📌 ปราบยาเสพติด จับกุมเกือบ 400 คน ยึดยา-ทรัพย์สินกว่า 12 ล้านบาท
📌 สรุปผลงาน ตร.ภ.9 ปีงบฯ 68 ยึดทรัพย์คดียาเสพติดทะลุ…

อ่านต่อ https://th.xee4.com?p=6882
May 8, 2025 at 8:30 AM
ประชาชนแห่จองแน่น! 📈 สบน. ประกาศขยายวงเงินพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นพิเศษ '150 ปี กระทรวงการคลัง' เพิ่มอีก 700 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท! 🎉

หลังยอดจองวันแรก (1 พ.ค. ณ ศูนย์สิริกิติ์) ทะลักเกินคาด วงเงินที่เพิ่มนี้สำหรับผู้ที่ได้รับคิวจองซื้อเมื่อวานนี้เท่านั้นนะ! เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันนี (2…

อ่านต่อ https://th.xee4.com?p=5985
May 2, 2025 at 8:57 AM
🔴 ด่วน! พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ "150 ปี กระทรวงการคลัง" วงเงิน 300 ล้านบาท ขายหมดเกลี้ยงภายในวันแรก! 😱

ประชาชนแห่จองล้นหลามตั้งแต่กลางดึกคืนก่อนหน้า ชูจุดเด่นดอกเบี้ยสูง 3.15% ต่อปี

🔥 สบน. เผยยอดจองทะลุเป้า เตรียมพิจารณาขยายวงเงินเพิ่ม เพื่อรองรับความต้องการที่ล้นหลาม! ใครพลาดรอบแรก…

อ่านต่อ https://th.xee4.com?p=5815
May 1, 2025 at 10:42 AM
📢 ธอส. จัดหนักฉลอง 150 ปี กระทรวงการคลัง! 🎉 พบ 3 โปรโมชั่นเด็ด ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ 1-3 พ.ค. นี้!

🏡 สินเชื่อบ้านดอกเบี้ยต่ำ! กู้ 1 ล้าน ผ่อนเริ่ม 3,400 บ./ด.
💰 สลากออมทรัพย์ ลุ้นรางวัล 3 ล้าน ทุกเดือน!
📈 เงินฝากดอกเบี้ยสูง! (จองสิทธิ์ในงาน)

พร้อมนิทรรศการและรับสมัครงาน ห้ามพลาด!…

อ่านต่อ https://th.xee4.com?p=4573
April 24, 2025 at 1:30 PM
📍 โอกาสลงทุน! คลังเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ '150 ปี กระทรวงการคลัง' ดอกเบี้ยสูง 3.15% ต่อปี! วงเงิน 300 ล้านบาทเท่านั้น!
🗓️ วันที่ 1-3 พ.ค. 68
🗺️ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
พิเศษ! มี 'รูปจำลองใบพันธบัตรที่ระลึก' สุดลิมิเต็ดแค่ 150 ใบในงาน! รายละเอียดและเงื่อนไขการซื้อในโพสต์!

อ่านต่อ https://th.xee4.com?p=3963
April 21, 2025 at 5:00 PM
🔴 ข่าว
📰 Matichon
ทป. หารือ ส.นักเขียนบทละครโทรทัศน์ เสริมศักยภาพนักสร้างสรรค์ด้วยลิขสิทธิ์ ปั้นคอนเทนต์ไทยเปิดตลาดโลก
#Politics #Local

#politics #local

🌐 Leer más
ทป. หารือ ส.นักเขียนบทละครโทรทัศน์ เสริมศักยภาพนักสร้างสรรค์ด้วยลิขสิทธิ์ ปั้นคอนเทนต์ไทยเปิดตลาดโลก
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ทป.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตนได้หารือกับ นายคฑาหัสต์ บุษปะเกศ
www.matichon.co.th
May 12, 2026 at 8:54 AM
เปิดโผ ครม. #อนุทิน2 เลือดใหม่น้ำเงินแบ่งกระทรวงลงตัว "เอกนัฏ" คุมพลังงาน "วราวุธ" อุตฯ ส่วน "สุชาติ" ก.ทรัพย์ ขณะที่ "แก๊งลูกบังเกิดเกล้า" ผงาดตบเท้านั่ง รมต.ป้ายแดงพรึ่บ...
.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.dailynews.co.th/news/5670143/
#โผครม #จัดตั้งรัฐบาล #ภูมิใจไทย
#ข่าว #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
March 9, 2026 at 12:09 PM
โผ ครม. ‘อนุทิน 2’ ลงตัว ‘เอกนัฏ’ คุมพลังงาน ส่วน ‘แก๊งลูกบังเกิดเกล้า’ นั่ง รมต.ป้ายแดง…พรึ่บ!

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5670143/
#โผครม #อนุทิน2
#เอกนัฏ #พลังงาน
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
โผ ครม. 'อนุทิน 2' ลงตัว 'เอกนัฏ' คุมพลังงาน ส่วน 'แก๊งลูกบังเกิดเกล้า' นั่ง รมต.ป้ายแดง...พรึ่บ! | เดลินิวส์
โผ ครม. "อนุทิน 2" เลือดใหม่น้ำเงินแบ่งกระทรวงลงตัว "เอกนัฏ" คุมพลังงาน "วราวุธ" อุตฯ ส่วน "สุชาติ" ก.ทรัพย์ ขณะที่ "แก๊งลูกบังเกิดเกล้า" ผงาดตบเท้านั่ง รมต.ป้ายแดงพรึ่บ ด้าน "พท." มีหนาว หลังชื่อ "ปร...
www.dailynews.co.th
March 9, 2026 at 6:32 AM
ยันไทยพบผู้ป่วย โรคไข้นกแก้ว รับเชื้อจากการเลี้ยงนก ที่อับอากาศ

คนรักสัตว์เลี้ยง คนรักนก ต้องรู้! ดีอียืนยัน ไทยพบผู้ป่วย ”โรคไข้นกแก้ว"ที่อับอากาศ Important informationอาการของโรค วิธีการติดเชื้อ ป้องกันตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัย please. thank you! เมื่อกระทรวงดิจิทัลเ พื่อเศรษฐกิจและสังคมดีอี)…
ยันไทยพบผู้ป่วย โรคไข้นกแก้ว รับเชื้อจากการเลี้ยงนก ที่อับอากาศ
คนรักสัตว์เลี้ยง คนรักนก ต้องรู้! ดีอียืนยัน ไทยพบผู้ป่วย ”โรคไข้นกแก้ว"ที่อับอากาศ Important informationอาการของโรค วิธีการติดเชื้อ ป้องกันตัวเองอย่างไรให้ปลอดภัย please. thank you! เมื่อกระทรวงดิจิทัลเ พื่อเศรษฐกิจและสังคมดีอี) ข่าวการแพร่ระบาดของ "โรคไข้นกแก้ว" "เป็นเรื่องจริง" หลังจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตรวจสอบเข้มตามนโยบายรัฐบาล พบผู้ป่วยรายแรกรับเชื้อจา กการเลี้ยงนกในที่อับอากาศ What? นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิท ัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) Please. (AFNC) please. ขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจ (ิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยยกระดับความสำคัญ เรื่องการสร้างความตร ะหนักรู้เท่าทันภัยอ าชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน 
 1 comment "ไทยพบผู้ป่วย" "โรคไข้นกแก้ว" ได้ประสานงานร่วมกับ กรมควบคุมโรค "กระทรวงสาธารณสุข" "ข่าวจริง" ปัจจุบัน Psittacosis (Psittacosis) จำนวน 1 รมืเอปลายปี 2568 มีโรคประจำตัวและมีประวัติเลี ้ยงนกในพื้นที่อากาศไม่ถ่ายเท โดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์ป้ องกันขณะทำความสะอาดกรง ปัจจุบันได้รับการรักษาจนหายดีแล้ว
yojanasewa.com
February 3, 2026 at 7:23 AM