#ทนายณัฐวุฒิ
#สุชาติชมกลิ่น ยืนยัน #ทนายณัฐวุฒิ ไม่ใช่ที่ปรึกษาส่วนตัว แค่รู้จักแล้วว่าจ้างทำคดี ยันไม่สนับสนุนใช้ความรุนแรง บอกห้ามไม่ได้ ต่างคนต่างมีความคิด-วุฒิภาวะ
.
#ณัฐวุฒิวงศ์เนียม #สมชัยศรีสุทธิยากร
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
www.dailynews.co.th/news/6171999/
September 8, 2026 at 5:58 AM
‘สุชาติ’ ย้ำ ‘ทนายณัฐวุฒิ’ ไม่ใช่ที่ปรึกษาส่วนตัว แจงแค่จ้างทำคดี

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6171999/
#สุชาติชมกลิ่น #ณัฐวุฒิวงศ์เนียม
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 8, 2026 at 4:53 AM
"หัวหน้าเท้ง" ควงผู้สมัครขอนแก่น นั่งซาเล้งแห่หาเสียง ดัน "ทนายป๊อก" ป้องกันแชมป์ขอนแก่นเขต 1 ฉะ "เสี่ยหนู" อ้างยุบสภาตามคำสั่งหัวหน้าพรรคประชาชน โหนส้มสร้างความชอบธรรม ไส้ในไม่เคยคิดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามคำสัญญา

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5466269/
#ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ #ทนายป๊อก #พรรคประชาชน
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
'หัวหน้าเท้ง' ควงผู้สมัครขอนแก่นนั่งซาเล้งแห่หาเสียง ดัน 'ทนายป๊อก' ป้องกันแชมป์ขอนแก่นเขต 1 | เดลินิวส์
"หัวหน้าเท้ง" ควงผู้สมัครขอนแก่น นั่งซาเล้งแห่หาเสียง ดัน "ทนายป๊อก" ป้องกันแชมป์ขอนแก่นเขต 1 ฉะ "เสี่ยหนู" อ้างยุบสภาตามคำสั่งหัวหน้าพรรคประชาชน โหนส้มสร้างความชอบธรรม ไส้ในไม่เคยคิดเรื่องการแก้ไขรัฐ...
www.dailynews.co.th
January 3, 2026 at 6:57 AM
'ศศินันท์' ผิดหวังไม่นิรโทษเยาวชน - ทนายชี้ ม.9/1 เยาวชนไม่ได้ประโยชน์
'ศศินันท์' ผิดหวังไม่นิรโทษเยาวชน - ทนายชี้ ม.9/1 เยาวชนไม่ได้ประโยชน์
'ศศินันท์' ผิดหวังไม่นิรโทษเยาวชน - ทนายชี้ ม.9/1 เยาวชนไม่ได้ประโยชน์ auser15 Tue, 2025-10-21 - 19:13 'ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์' กมธ.เสียงข้างน้อย ผิดหวังไม่นิรโทษกรรมเยาวชน ระบุสร้างเสริมสันติสุขไม่ได้หากมองคนอีกกลุ่มเป็นคนตรงข้าม หาวิธีเลี่ยงบาลีนิรโทษกรรมกับเยาวชน - iLaw สัมภาษณ์ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนชี้ ม.9/1 เยาวชนไม่ได้ประโยชน์ 21 ตุลาคม 2568 สืบเนื่องจาก ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขในชั้นกรรมาธิการมีการเพิ่มเติมมาตรา 9/1 ซึ่งเป็นข้อเสนอของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อเข้ามา มุ่งหมายให้นิรโทษกรรมเยาวชนคดีมาตรา 112 แบบมีเงื่อนไข เป็นขั้นตอนตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ) อย่างไรก็ตามเยาวชนกลุ่มดังกล่าวอาจไม่ได้รับประโยชน์นั้น สำนักข่าวไทยรายงานว่า  ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ยืนยันการปรับแก้เนื้อหาที่เพิ่มการนิรโทษกรรมให้เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะเชื่อว่าไม่ขัดต่อหลักการ อีกทั้งการกำหนดประเด็นเยาวชนไม่จำเป็นต้องดูรายละเอียดขนาด ว่าการถูกดำเนินคดีอยู่ในขั้นตอนใด จากที่ กมธ.พิจารณาคดีปิดสนามบิน คืนสิทธิล้มละลาย ระงับค่าเสียหายหรือการกระทำของผู้ใหญ่ที่หนักกว่ามาก ไม่ต้องถกเงื่อนไขต่างๆ “รู้สึกผิดหวังว่าต้องหาทางออกแบบ อ้อมๆ เลียบๆ เคียงๆ และไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าคนที่ได้รับประโยชน์ต้องการอะไรกันแน่ แม้โหวตวันนี้จะไม่ชนะ แต่ฝากที่ประชุมว่า พ.ร.บ.นี้ สร้างเสริมสันติสุขไม่ได้ หากมองคนอีกกลุ่มเป็นคนตรงข้าม หาวิธีเลี่ยงบาลี นิรโทษกรรมกับเยาวชน” น.ส.ศศินันท์ ระบุ ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนชี้ ม.9/1 เยาวชนไม่ได้ประโยชน์ ด้านเพจ iLaw รายงานว่า คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยภาพรวมคดีเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานต่างๆ พบว่าแม้จะมีข้อเสนอการนิรโทษกรรมตามมาตรา 9/1 แต่ในความเป็นจริงเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 อาจไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ เนื่องจากพวกเขาได้ผ่านมาตรการและกระบวนการทางกฎหมายมาอย่างครบถ้วนแล้ว กระบวนการที่เยาวชนต้องเผชิญนั้นแตกต่างกันไปตามความหนักของคดี สำหรับคดีที่มีโทษไม่เกิน 5 ปี เช่น การฝ่าฝืนเคอร์ฟิวหรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เยาวชนส่วนใหญ่สามารถเข้าสู่มาตรการก่อนฟ้องได้ โดยต้องให้การรับสารภาพในชั้นตำรวจ จากนั้นเข้าสู่มาตรการก่อนฟ้อง ทำแผนฟื้นฟูแก้ไขบำบัดความประพฤติกับสถานพินิจและอัยการ เมื่อทำตามแผนสำเร็จ คดีก็จะถูกจำหน่ายออกจากสารบบโดยไม่มีการฟ้อง อย่างไรก็ตามสำหรับคดีหนักที่มีโทษเกิน 5 ปี เช่น คดีมาตรา 215 216 คดีวางเพลิงเผาทรัพย์ คดีวัตถุระเบิด และคดีมาตรา.112 เยาวชนจะไม่สามารถเข้ามาตรการก่อนฟ้องได้ พวกเขาต้องถูกฟ้องมาก่อน กรณีแบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง กรณีแรกคือเยาวชนที่เลือกรับสารภาพจะเข้าสู่มาตรการแทนการพิพากษาตามมาตรา 132 ของพ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะทำตามแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูความประพฤติโดยไม่มีคำพิพากษา และหากทำสำเร็จก็จะจำหน่ายคดีออกจากสารบบ ส่วนกรณีที่สองคือเยาวชนที่เลือกสู้คดี ซึ่งมีหลายผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการยกฟ้อง ศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิดแต่รอการลงโทษ หรือมีความผิดแต่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษฝึกอบรม สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบคือ ตั้งแต่วันแรกที่เยาวชนถูกดำเนินคดีอาญา ตั้งแต่วันที่ไปรับทราบข้อกล่าวหา พวกเขาจะต้องเข้าสู่กระบวนการที่มีภาระหน้าที่มากมาย เมื่อประกันตัวออกมา เยาวชนทุกคนต้องไปอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำของศาลเยาวชน ทั้งที่ยังไม่ทราบเลยว่าผลคดีจะเป็นอย่างไร พวกเขาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมความประพฤติตลอดเวลา “เด็กพวกนี้ต้องประกันตัวออกมาการประกันตัวออกมาก็มีหน้าที่ต้องไปพบเจ้าหน้าที่ของศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำแล้วถ้าเจ้าหน้าที่ศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำให้ปฏิบัติอะไร ก็ต้องปฏิบัติตามนั้น การใช้วิธีการกับเด็กไปก่อนที่จะมีคำตัดสินด้วยซ้ำเด็กพวกนี้ก็ต้องอยู่ในการควบคุมของศาลเยาวชนแล้ว โดยผ่านศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำ” นอกจากนี้ยังต้องทำตามเงื่อนไขการประกันตัวอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ศูนย์ให้คำปรึกษาจะแจ้งไปยังศาล และอาจมีการตรวจสอบว่าผิดเงื่อนไขการประกันตัวหรือไม่  “ที่คุณพูดมาว่า เด็กต้องทำ 1 2 3 4 จริงๆแล้วเด็กเขาถูกให้ทำ[ตามเงื่อนไข]ตั้งแต่วันที่เขาต้องประกันตัวมาแล้ว ต้องมารายงานตัวต้องเข้ากิจกรรมของศาลเยาวชน” คุ้มเกล้าเปิดเผยว่า จากคดีเด็กและเยาวชนทั้งหมด 24 คดีในปัจจุบัน มี 1 คดีที่อยู่ในชั้นฎีกาและอีก 2 คดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ คือกรณีของเพชรและบีม ส่วนคดีอื่นๆ ยุติไปแล้ว ทั้ง 3 คนเลือกจะสู้คดีแทนที่จะเข้ามาตรการ เพราะพวกเขาไม่ยอมรับว่า กระทำความผิดและต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง การเข้ามาตรการนั้นจำเป็นต้องรับสารภาพและแสดงสำนึกในการกระทำผิด แต่หากเยาวชนมีความเชื่อมั่นว่าตนเองไม่ได้ทำผิด พวกเขาก็เลือกที่จะสู้คดีให้ถึงที่สุด จากข้อมูลเหล่านี้ เธอตั้งคำถามว่าการนิรโทษกรรมตามมาตรา 9/1 จะเป็นประโยชน์หรือไม่ เยาวชนที่สู้คดีจะไม่ได้รับประโยชน์ เพราะหากจะเข้าสู่มาตรการก็คงทำแล้วในขั้นตอนตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ในขณะที่เยาวชนที่ผ่านกระบวนการมาตรการแล้วก็ได้ปฏิบัติตามหน้าที่ครบถ้วนมาตลอดตั้งแต่ในชั้นตำรวจ (ไม่ใช่เงื่อนไขตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ) ดำเนินไปตามกระบวนการจนครบถ้วนแล้ว ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการที่เยาวชนต้องผ่านมานั้นไม่ได้ง่ายดายเลย และการนิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไขจะกลายเป็นภาระเพิ่มเติมที่จะอาจไม่ได้ช่วยให้นิรโทษกรรมเยาวชนที่ต้องคดีมาตรา 112 ตามเจตนารมณ์ของมาตรา 9/1 * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ * นิรโทษกรรม * พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
dlvr.it
October 21, 2025 at 12:18 PM
'ศศินันท์' ผิดหวังไม่นิรโทษเยาวชน - ทนายชี้ ม.9/1 เยาวชนไม่ได้ประโยชน์
'ศศินันท์' ผิดหวังไม่นิรโทษเยาวชน - ทนายชี้ ม.9/1 เยาวชนไม่ได้ประโยชน์ auser15 Tue, 2025-10-21 - 19:13 'ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์' กมธ.เสียงข้างน้อย ผิดหวังไม่นิรโทษกรรมเยาวชน ระบุสร้างเสริมสันติสุขไม่ได้หากมองคนอีกกลุ่มเป็นคนตรงข้าม หาวิธีเลี่ยงบาลีนิรโทษกรรมกับเยาวชน - iLaw สัมภาษณ์ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนชี้ ม.9/1 เยาวชนไม่ได้ประโยชน์ 21 ตุลาคม 2568 สืบเนื่องจาก ร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขในชั้นกรรมาธิการมีการเพิ่มเติมมาตรา 9/1 ซึ่งเป็นข้อเสนอของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อเข้ามา มุ่งหมายให้นิรโทษกรรมเยาวชนคดีมาตรา 112 แบบมีเงื่อนไข เป็นขั้นตอนตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ) อย่างไรก็ตามเยาวชนกลุ่มดังกล่าวอาจไม่ได้รับประโยชน์นั้น สำนักข่าวไทยรายงานว่า  ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย ยืนยันการปรับแก้เนื้อหาที่เพิ่มการนิรโทษกรรมให้เยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เพราะเชื่อว่าไม่ขัดต่อหลักการ อีกทั้งการกำหนดประเด็นเยาวชนไม่จำเป็นต้องดูรายละเอียดขนาด ว่าการถูกดำเนินคดีอยู่ในขั้นตอนใด จากที่ กมธ.พิจารณาคดีปิดสนามบิน คืนสิทธิล้มละลาย ระงับค่าเสียหายหรือการกระทำของผู้ใหญ่ที่หนักกว่ามาก ไม่ต้องถกเงื่อนไขต่างๆ “รู้สึกผิดหวังว่าต้องหาทางออกแบบ อ้อมๆ เลียบๆ เคียงๆ และไม่ได้ถามด้วยซ้ำว่าคนที่ได้รับประโยชน์ต้องการอะไรกันแน่ แม้โหวตวันนี้จะไม่ชนะ แต่ฝากที่ประชุมว่า พ.ร.บ.นี้ สร้างเสริมสันติสุขไม่ได้ หากมองคนอีกกลุ่มเป็นคนตรงข้าม หาวิธีเลี่ยงบาลี นิรโทษกรรมกับเยาวชน” น.ส.ศศินันท์ ระบุ ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนชี้ ม.9/1 เยาวชนไม่ได้ประโยชน์ ด้านเพจ iLaw รายงานว่า คุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเปิดเผยภาพรวมคดีเด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานต่างๆ พบว่าแม้จะมีข้อเสนอการนิรโทษกรรมตามมาตรา 9/1 แต่ในความเป็นจริงเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 อาจไม่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ เนื่องจากพวกเขาได้ผ่านมาตรการและกระบวนการทางกฎหมายมาอย่างครบถ้วนแล้ว กระบวนการที่เยาวชนต้องเผชิญนั้นแตกต่างกันไปตามความหนักของคดี สำหรับคดีที่มีโทษไม่เกิน 5 ปี เช่น การฝ่าฝืนเคอร์ฟิวหรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เยาวชนส่วนใหญ่สามารถเข้าสู่มาตรการก่อนฟ้องได้ โดยต้องให้การรับสารภาพในชั้นตำรวจ จากนั้นเข้าสู่มาตรการก่อนฟ้อง ทำแผนฟื้นฟูแก้ไขบำบัดความประพฤติกับสถานพินิจและอัยการ เมื่อทำตามแผนสำเร็จ คดีก็จะถูกจำหน่ายออกจากสารบบโดยไม่มีการฟ้อง อย่างไรก็ตามสำหรับคดีหนักที่มีโทษเกิน 5 ปี เช่น คดีมาตรา 215 216 คดีวางเพลิงเผาทรัพย์ คดีวัตถุระเบิด และคดีมาตรา.112 เยาวชนจะไม่สามารถเข้ามาตรการก่อนฟ้องได้ พวกเขาต้องถูกฟ้องมาก่อน กรณีแบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง กรณีแรกคือเยาวชนที่เลือกรับสารภาพจะเข้าสู่มาตรการแทนการพิพากษาตามมาตรา 132 ของพ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะทำตามแผนแก้ไขบำบัดฟื้นฟูความประพฤติโดยไม่มีคำพิพากษา และหากทำสำเร็จก็จะจำหน่ายคดีออกจากสารบบ ส่วนกรณีที่สองคือเยาวชนที่เลือกสู้คดี ซึ่งมีหลายผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการยกฟ้อง ศาลมีคำพิพากษาว่ามีความผิดแต่รอการลงโทษ หรือมีความผิดแต่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษฝึกอบรม สิ่งที่หลายคนอาจไม่ทราบคือ ตั้งแต่วันแรกที่เยาวชนถูกดำเนินคดีอาญา ตั้งแต่วันที่ไปรับทราบข้อกล่าวหา พวกเขาจะต้องเข้าสู่กระบวนการที่มีภาระหน้าที่มากมาย เมื่อประกันตัวออกมา เยาวชนทุกคนต้องไปอยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำของศาลเยาวชน ทั้งที่ยังไม่ทราบเลยว่าผลคดีจะเป็นอย่างไร พวกเขาต้องอยู่ภายใต้การควบคุมความประพฤติตลอดเวลา “เด็กพวกนี้ต้องประกันตัวออกมาการประกันตัวออกมาก็มีหน้าที่ต้องไปพบเจ้าหน้าที่ของศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำแล้วถ้าเจ้าหน้าที่ศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำให้ปฏิบัติอะไร ก็ต้องปฏิบัติตามนั้น การใช้วิธีการกับเด็กไปก่อนที่จะมีคำตัดสินด้วยซ้ำเด็กพวกนี้ก็ต้องอยู่ในการควบคุมของศาลเยาวชนแล้ว โดยผ่านศูนย์ให้คำปรึกษาแนะนำ” นอกจากนี้ยังต้องทำตามเงื่อนไขการประกันตัวอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ศูนย์ให้คำปรึกษาจะแจ้งไปยังศาล และอาจมีการตรวจสอบว่าผิดเงื่อนไขการประกันตัวหรือไม่  “ที่คุณพูดมาว่า เด็กต้องทำ 1 2 3 4 จริงๆแล้วเด็กเขาถูกให้ทำ[ตามเงื่อนไข]ตั้งแต่วันที่เขาต้องประกันตัวมาแล้ว ต้องมารายงานตัวต้องเข้ากิจกรรมของศาลเยาวชน” คุ้มเกล้าเปิดเผยว่า จากคดีเด็กและเยาวชนทั้งหมด 24 คดีในปัจจุบัน มี 1 คดีที่อยู่ในชั้นฎีกาและอีก 2 คดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์ คือกรณีของเพชรและบีม ส่วนคดีอื่นๆ ยุติไปแล้ว ทั้ง 3 คนเลือกจะสู้คดีแทนที่จะเข้ามาตรการ เพราะพวกเขาไม่ยอมรับว่า กระทำความผิดและต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง การเข้ามาตรการนั้นจำเป็นต้องรับสารภาพและแสดงสำนึกในการกระทำผิด แต่หากเยาวชนมีความเชื่อมั่นว่าตนเองไม่ได้ทำผิด พวกเขาก็เลือกที่จะสู้คดีให้ถึงที่สุด จากข้อมูลเหล่านี้ เธอตั้งคำถามว่าการนิรโทษกรรมตามมาตรา 9/1 จะเป็นประโยชน์หรือไม่ เยาวชนที่สู้คดีจะไม่ได้รับประโยชน์ เพราะหากจะเข้าสู่มาตรการก็คงทำแล้วในขั้นตอนตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ ในขณะที่เยาวชนที่ผ่านกระบวนการมาตรการแล้วก็ได้ปฏิบัติตามหน้าที่ครบถ้วนมาตลอดตั้งแต่ในชั้นตำรวจ (ไม่ใช่เงื่อนไขตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนฯ) ดำเนินไปตามกระบวนการจนครบถ้วนแล้ว ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่ากระบวนการที่เยาวชนต้องผ่านมานั้นไม่ได้ง่ายดายเลย และการนิรโทษกรรมแบบมีเงื่อนไขจะกลายเป็นภาระเพิ่มเติมที่จะอาจไม่ได้ช่วยให้นิรโทษกรรมเยาวชนที่ต้องคดีมาตรา 112 ตามเจตนารมณ์ของมาตรา 9/1 * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ * นิรโทษกรรม * พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข
dlvr.it
October 21, 2025 at 12:18 PM