มาร์ตินทวนช้า ๆ แล้วหรี่ตามองแอตลาสเหมือนเพิ่งได้ยินประโยคที่ควรจดแยกไว้ในหมวดวัตถุอันตราย
“คำถามแบบนี้แหละที่ทำให้คนบริสุทธิ์อย่างฉันต้องระวังตัว”
ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่เขากลับเดินนำออกจากโคนไม้ไปตามแนวสน ตะกร้าคล้องอยู่กับแขน สมุดถูกหนีบไว้ข้างตัว
“มาเถอะ ก่อนฟ้าจะมืดกว่านี้ ถ้ากลับค่ายช้าแล้วอาจารย์ถาม ฉันจะบอกว่านายล่อลวงฉันไปเดินเล่น”
มาร์ตินทวนช้า ๆ แล้วหรี่ตามองแอตลาสเหมือนเพิ่งได้ยินประโยคที่ควรจดแยกไว้ในหมวดวัตถุอันตราย
“คำถามแบบนี้แหละที่ทำให้คนบริสุทธิ์อย่างฉันต้องระวังตัว”
ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่เขากลับเดินนำออกจากโคนไม้ไปตามแนวสน ตะกร้าคล้องอยู่กับแขน สมุดถูกหนีบไว้ข้างตัว
“มาเถอะ ก่อนฟ้าจะมืดกว่านี้ ถ้ากลับค่ายช้าแล้วอาจารย์ถาม ฉันจะบอกว่านายล่อลวงฉันไปเดินเล่น”
“ห้ามตัวเองหน่อย ฉันไม่อยากให้นายกลืนมันหรอกนะ เพราะ…”
บิสกิตบีบลูกบอลใยแล้วมีเสียง *ปิ๊บ* เพราะข้างในมีตัวส่งเสียงปิ๊บๆเหมือนบอลของเล่น มีหมาตนหนึ่งชอบมันเลยทำและติดตัวไว้ตลอด
”จริงๆก็กินได้นะ ใยเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งแต่รสชาตไม่ดีเท่าไร“
พูดพลางโยนๆบอลเล่น
“ห้ามตัวเองหน่อย ฉันไม่อยากให้นายกลืนมันหรอกนะ เพราะ…”
บิสกิตบีบลูกบอลใยแล้วมีเสียง *ปิ๊บ* เพราะข้างในมีตัวส่งเสียงปิ๊บๆเหมือนบอลของเล่น มีหมาตนหนึ่งชอบมันเลยทำและติดตัวไว้ตลอด
”จริงๆก็กินได้นะ ใยเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งแต่รสชาตไม่ดีเท่าไร“
พูดพลางโยนๆบอลเล่น
เมื่ออีกฝ่ายก้าวนำไป จากคำเชิญชวนก็ทำให้เขาขยับตามไปในไม่ช้า
"ไม่รู้สิ ฉันยังไม่ได้สำรวจอะไรเลย เดินๆ อยู่ก็เจอกับคนที่กำลังหั่นผักที่มีสภาพน่าสลดก่อนน่ะนะ"
ในท้ายประโยคเขาเลือกที่จะแซวอีกฝ่ายกลับเล็กน้อยอย่างกวนๆ
"แล้วนายล่ะ อยากไปทางไหน"
เมื่ออีกฝ่ายก้าวนำไป จากคำเชิญชวนก็ทำให้เขาขยับตามไปในไม่ช้า
"ไม่รู้สิ ฉันยังไม่ได้สำรวจอะไรเลย เดินๆ อยู่ก็เจอกับคนที่กำลังหั่นผักที่มีสภาพน่าสลดก่อนน่ะนะ"
ในท้ายประโยคเขาเลือกที่จะแซวอีกฝ่ายกลับเล็กน้อยอย่างกวนๆ
"แล้วนายล่ะ อยากไปทางไหน"
"ไม่ทราบว่าทางคุณได้ลองดื่มชาหาคำนายหรือยังน่ะครับ?"
ยิ่งไปกว่านั้น... พอสมองเริ่มหายน็อคจากชาห่วยๆฝีมือตัวเอง ก็ทำให้ตระหนักได้ว่ายังไม่รู้จักกันหรือได้โอกาสแนะนำตัวเลย
"ผมตอตวีดัส สตานเควิชุส แต่เรียกโตโต้หรือวีวี่ได้นะครับ อยู่ปี 13 โปรแกรมฮอกกี้... ไม่ทราบว่าคุณคือ?"
"ไม่ทราบว่าทางคุณได้ลองดื่มชาหาคำนายหรือยังน่ะครับ?"
ยิ่งไปกว่านั้น... พอสมองเริ่มหายน็อคจากชาห่วยๆฝีมือตัวเอง ก็ทำให้ตระหนักได้ว่ายังไม่รู้จักกันหรือได้โอกาสแนะนำตัวเลย
"ผมตอตวีดัส สตานเควิชุส แต่เรียกโตโต้หรือวีวี่ได้นะครับ อยู่ปี 13 โปรแกรมฮอกกี้... ไม่ทราบว่าคุณคือ?"
“ฉันสิต้องขอโทษนาย”
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
ถามพลางก้มลงช่วยเก็บของที่กระจายตามพื้น ดูท่าว่าจะมีคนเจ็บก็อาจจะเป็นคนตรงหน้า ดูจากของที่หลุดไม้หลุดมือไปหมด
“ฉันสิต้องขอโทษนาย”
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
ถามพลางก้มลงช่วยเก็บของที่กระจายตามพื้น ดูท่าว่าจะมีคนเจ็บก็อาจจะเป็นคนตรงหน้า ดูจากของที่หลุดไม้หลุดมือไปหมด
เพราะเหยียนจุ่นพระเอกเรื่องนี้คีพครตหมาป่าโดดเดี่ยวสุดเย็นชาตลอด แม้แต่กับการเข้าหาเผยหร่านที่เป็นนายเอกเองก็เป็นแบบสไตล์คีพคูล เข้าหาแบบรักอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ
ไม่มีทำแบบคูลๆแกรี่สไตล์
เพราะเหยียนจุ่นพระเอกเรื่องนี้คีพครตหมาป่าโดดเดี่ยวสุดเย็นชาตลอด แม้แต่กับการเข้าหาเผยหร่านที่เป็นนายเอกเองก็เป็นแบบสไตล์คีพคูล เข้าหาแบบรักอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ
ไม่มีทำแบบคูลๆแกรี่สไตล์
ทว่าถึงจะเอาคืนแบบค่อยเป็นค่อยไปมีความเจ้าแผนการเป็นมิสซิสสรหน่อยๆ แต่เวลาได้เอาคืนทีก็แอบอู้วอยู่
โดยเฉพาะจากทางพระเอกนายเต เอาคืนแบบมีหัวคิด ชอบการปะทะทางคารมที่ไม่เน้นใช้ถ้อยคำผรุสวาทรุนแรง เน้นเนิบๆสุภาพๆ แต่แสบถึงทรวงของพี่เตอยู่55+ จัดว่าดี ไม่ค่อยเห็นในฟิคไทยแต่งเท่าไหร่
อีกส่วน1ที่ชอบมากๆคือครตของทุกตัวละคร ไม่ว่าจะฝั่งตัวเอกหรือตัวร้าย
ทว่าถึงจะเอาคืนแบบค่อยเป็นค่อยไปมีความเจ้าแผนการเป็นมิสซิสสรหน่อยๆ แต่เวลาได้เอาคืนทีก็แอบอู้วอยู่
โดยเฉพาะจากทางพระเอกนายเต เอาคืนแบบมีหัวคิด ชอบการปะทะทางคารมที่ไม่เน้นใช้ถ้อยคำผรุสวาทรุนแรง เน้นเนิบๆสุภาพๆ แต่แสบถึงทรวงของพี่เตอยู่55+ จัดว่าดี ไม่ค่อยเห็นในฟิคไทยแต่งเท่าไหร่
อีกส่วน1ที่ชอบมากๆคือครตของทุกตัวละคร ไม่ว่าจะฝั่งตัวเอกหรือตัวร้าย
สก็อตหันมองโลแกนอย่างครุ่นคิด "นี่นายคงไม่ได้ซ้อมเลี้ยงลูกกับฉันอยู่ใช่ไหม?"
สก็อตหันมองโลแกนอย่างครุ่นคิด "นี่นายคงไม่ได้ซ้อมเลี้ยงลูกกับฉันอยู่ใช่ไหม?"
"เฮ้! โลแกน นายหายไปนานชะมัด เจ้าสก็อตต์ออกไปตามนายแต่มันไม่เจอน่ะ" วิคเตอร์บอก ทำเอาโลแกนรู้สึกหน้าชาๆ ขึ้นมา
"ล.. แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน"
"เห็นมันบอกจะไปเอาของที่รถแน่ะ"
"เฮ้! โลแกน นายหายไปนานชะมัด เจ้าสก็อตต์ออกไปตามนายแต่มันไม่เจอน่ะ" วิคเตอร์บอก ทำเอาโลแกนรู้สึกหน้าชาๆ ขึ้นมา
"ล.. แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน"
"เห็นมันบอกจะไปเอาของที่รถแน่ะ"