'ประกันสังคมก้าวหน้า' แถลงขอบคุณทุกคะแนนเสียง เผย 7 วันแรกดันไลฟ์สดประชุม-ตรวจสอบคอร์รัปชัน
'ประกันสังคมก้าวหน้า' แถลงขอบคุณทุกคะแนนเสียง เผย 7 วันแรกดันไลฟ์สดประชุม-ตรวจสอบคอร์รัปชัน
ภาพปก: ที่มา: ทีมสื่อประกันสังคมก้าวหน้า
XmasUser
Sun, 2026-10-11 - 23:34
* ทีมประกันสังคมก้าวหน้า แถลงขอบคุณทุกคะแนนเสียง หลังคะแนนทิ้งคู่แข่งห่าง เผยโรดแมป 7 วันแรก เตรียมเพิ่มความโปร่งใส ไลฟ์สดการประชุมบอร์ดฯ ดำเนินนโยบายปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง พร้อมทำงานกับทุกฝ่าย
* ขณะที่สำนักงานประกันสังคม เผยวันนี้ไม่มีการแถลงผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หากกรณีนับคะแนนเสร็จสิ้นก่อน 10.00 น.ของวันพรุ่งนี้ (12 ต.ค.) จะมีการแถลงในเวลา 10.00 น. แต่ถ้านับคะแนนไม่เสร็จ หรือเสร็จหลังจาก 10.00 น. จะมีการแถลงภายในช่วงบ่าย หรือเย็นของวันพรุ่งนี้ (12 ต.ค.)
* ด้านสถิติผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ปี 2569 ปลัดกระทรวงแรงงาน เผยว่า มีผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น ทั้งฝ่ายนายจ้าง และผู้ประกันตน โดยมีผู้มาใช้สิทธิฝั่งผู้ประกันตน เพิ่มขึ้น 672,807 คน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นเทียบกับปี 2566 ถึง 330% ขณะที่ฝั่งนายจ้าง มีผู้มาใช้สิทธิ์ 8,965 คน หรือเพิ่มขึ้น 562%
11 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (11 ต.ค.) เมื่อเวลา 21.15 น. ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี แถลงต่อสื่อมวลชน หลังการนับคะแนนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมผ่านไปแล้ว 20% โดยเขาระบุว่า สิ่งที่เราต้องส่งสัญญาณเป็นอันดับแรกคือ เรารู้สึกขอบคุณคะแนนเสียงจำนวนมากมายจากทั่วประเทศ ที่ต้องการที่จะเห็นประกันสังคมกลับคืนสู่ประชาชนอย่างแท้จริง การใช้สิทธิครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิที่สูงกว่าปี 2566 หลายเท่า ขณะเดียวกัน เราเห็นความยากลำบากของผู้ประกันตน และนายจ้าง เพราะบางคนยังอยู่ในพื้นที่อุทกภัย ก็เดินทางอย่างยากลำบากเพื่อมาเลือกตั้ง บางคนฝ่าจราจรที่ติดขัด หรือบางคนต้องตื่นมาตั้งตีห้าและหกโมงเช้า เพื่อไปทำงานต่อในวันอาทิตย์ ตอนนี้มีการนับคะแนนไปแล้ว 20% เราได้รับคะแนนที่สูงอย่างมีนัยยะสำคัญและสิ่งเหล่านี้ เราพูดได้ว่าเราคือความหวังของประชาชน และเราเป็นปีศาจของเหล่าชนชั้นนำ และเหล่าปรสิตเสมอ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากนี้ จะเป็นไปตามตามสโลแกนที่เราวางไว้ “เราคือบอร์ดสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่บอร์ดของชำร่วย เราเอาการปฏิรูป ไม่เอาปฏิทิน”
หัวหน้าทีมประกันสังคม กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราเห็น สปส. อยู่ในเงามือ การส่องแสงสว่างลงไปของพวกเรา สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราสามารถทำให้คนว่างงานจำนวนนับแสนคน ได้รับค่าชดเชยที่เพิ่มขึ้น เราทำให้คนที่รับบำนาญเกือบล้านคน สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ เราทำให้คนปวดฟันมากกว่า 1 แสนคน สามารถฝ่าฟันคุดได้ แต่สิ่งเหล่านี้เราทำภายใต้เงื่อนไขของการมีตัวแทนเพียงแค่ 6 จาก 21 คน
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปจากนี้ เราจะมีเสียง 14 จาก 21 เสียง ซึ่งจะเพียงพอต่อการปฏิรูปประกันสังคมให้กลับมาเป็นของคนธรรมดาอย่างแท้จริง เสียง 14 เสียงที่เราเฝ้ารอคอยการยืนยันคะแนนเสียงอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สมกับงบประมาณมหาศาลที่ใช้ไปกับการเลือกตั้ง จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน และทำให้งบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผลทั้งหลาย วนไหลกลับมาสู่การเป็นสิทธิประโยชน์ของประชาชน 2 ปีต่อไปจากนี้จะเป็นสิ่งที่เราจะทำให้คนไทยตระหนักได้ว่า เราคู่ควรที่จะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้ คนที่ทำงานอย่างหนัก คนที่ตื่นตีห้าและนอนสี่ทุ่ม คนที่มีลูกเล็กต้องดูแล คนที่ยามแก่และมีความกังวล คนที่เจ็บป่วย และกังวลว่าจะสามารถไปหาหมอและมีวันลาได้หรือไม่ พวกเราคือตัวแทนของพวกเขา ที่จะทำให้กองทุนสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ กลับมาเป็นของทุกคน
ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า “การที่เราสื่อสารมาโดยตลอด อาจจะมีบางคนมองว่าเราเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่ความเอาแต่ใจของเรา คือความเอาแต่ใจที่จะปรารถนาให้ชาติกำเนิดของทุกคนเป็นโมฆะ ความเอาแต่ใจของเรา คือความแต่ใจที่ปรารถนาไม่ให้มีเด็กคนไหนต้องอดตาย ในความมั่งคั่งของประเทศนี้ ความเอาแต่ใจของเรา คือทำให้คนแก่ทุกคนได้รับบำนาญที่สมเหตุสมผล สมกับที่เขาส่งมาทั้งชีวิต เรายอมเป็นเด็กที่เอาแต่ใจ เพื่อทำให้สังคมนี้มันดีขึ้น”
ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า วันนี้คือก้าวแรก แต่ไม่ใช่ก้าวสุดท้าย ปี 2569 อาจจะเป็นฝันร้ายที่ยาวนานของคนไทย แต่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าของเรา วันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า เราคือปราการสุดท้ายของการปฏิรูป และเราคือแนวหน้าของการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคม สร้างสวัสดิการให้เป็นธรรมสำหรับทุกคน ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ขอบคุณทุกความเชื่อในความเป็นไปได้
ษัษฐรัมย์ เผยต่อว่า สิ่งแรกที่จะทำใน 7 วันแรก นั่นคือการเปิดเผยรายงานการประชุมควบคู่กับการเปิดไลฟ์การประชุม เพื่อให้การนำเสนอทุกอย่างมีทั้งความรับผิดรับชอบ นอกจากนี้ นโยบายหลายอย่างที่เราได้ดำเนินไว้ โดยเฉพาะนโยบายตรวจสอบการทุจริต เราต้องไม่ทำให้หลายอย่างจบแค่ว่า คนที่ทุจริตเงินหาเช้ากินค่ำ สุดท้ายก็ได้รับการย้ายไปเกษียณส่วนงานอื่นๆ เงินที่หายไป 3 ล้านบาท มันก็เทียบเท่ากับเงินของเด็ก 1.2 ล้านคน เงินทำปฏิทินที่ไม่สมเหตุสมผลปีละ 50 ล้านบาท ก็เท่ากับเงินทุพลภาพของแรงงานอิสระจำนวนหลายพันหลายหมื่นคน นี่คือสิ่งที่เราจะทำในช่วง 7 วันแรก และเราก็จะมีโร้ดแมป 1 ปี และ 2 ปี ตามที่เราได้เคยรณรงค์หาเสียงของพวกเรา ที่ปรากฏไว้ในเว็บไซต์หาเสียงทีมประกันสังคมก้าวหน้า
“สิ่งที่ควรทำ แม้ว่าจะไม่มีทีมประกันสังคมก้าวหน้าก็ตาม สิ่งใดที่ถือว่าเป็นการทุจริต และสร้างความเสียหาย สิ่งเหล่านั้นจำเป็นต้องมีบทลงโทษ จำเป็นต้องมีการถอดบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านั้นซ้ำอีกครั้งหนึ่ง” ษัษฐรัมย์ กล่าว
ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า เราจะย้อนกลับไปดูว่า กองทุนประกันสังคมมีงบฯ 5,000 ล้านบาทต่อปี ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านสภาฯ งบฯ ส่วนนี้ สิ่งที่เราจะทำเป็นอันดับแรกคือ การทำ Zero Budgeting คือการพิจารณาว่างบฯ ใดที่มีความจำเป็น และนโยบายใดที่ไม่มีความจำเป็น สิ่งที่ไม่มีความจำเป็น ก็ต้องยุติลง และตั้งคำถามลงไปถึงผลประโยชน์ที่ทับซ้อนที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าดำเนินการมาในช่วงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และเราเชื่อว่าในครั้งนี้การที่เรามีเพื่อนเยอะขึ้น เป็น 14 คน ก็จะเพียงพอ ที่จะยืนกรานในสิ่งที่ถูกต้อง ที่เราสามารถทำงานต่อไปได้
หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า กล่าวว่า ต้องบอกว่ามีความพยายามของสำนักงานประกันสังคมมาตี่งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ในการที่จะเปลี่ยนระเบียบการเลือกตั้งจาก 1 เลือก 7 ให้กลายเป็น 1 เลือก 1 สิ่งเหล่านี้ลดทอนอำนาจผู้ประกันตนอย่างมาก และคนที่ต่อสู้เรื่องนี้คือ ชลิต รัษฐปานะ อดีตสมาชิกบอร์ดประกันสังคม ฝั่งผู้ประกันตน ถ้าจะให้เครดิต เขาขอให้เครดิตชลิตคนที่ต่อสู้และยืนกรานในคณะกรรมการประกันสังคม คนที่ยืนกรานต่อสู้ในที่ประชุมกรรมาธิการแรงงาน สว. คนที่บอกว่าระเบียบเลือกตั้งที่ต้องการจะจำกัดอำนาจของผู้ประกันตนก็คือ “ระเบียบเลือกตั้งอัปยศ” เขาควรที่จะได้รับเครดิตไม่น้อยกว่าจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หรือก่อนหน้านี้มีความพยายามในการชะลอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งต่อมา เราได้ฟ้องศาลปกครองการว่า การสั่งชะลอโดยไม่กำหนดเวลา เป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย และมีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้ว ให้ดำเนินการตามกำหนดเวลาเดิม
อย่างไรก็แล้วแต่ พวกเขาทีมประกันสังคมก้าวหน้าทั้ง 14 คน ก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับจุลพันธ์ ซึ่งคงจะมีเจตจำนงและจุดมุ่งหมายแบบเดียวกัน ในการทำให้ประกันสังคม เป็นหลังพิงให้กับประชาชนคนรากหญ้ากว่า 10 ล้านคน
ต่อประเด็นที่สื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากถึงพนัส ไทยล้วน หรือไม่ ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า กระบวนการโดยทั่วไป นี่คือประชาธิปไตย มีคนแพ้มีคนชนะ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากคนส่วนมากส่งสัญญาณว่า คนธรรมดาอย่างพวกเราต้องการที่ปฏิรูป และสร้างความก้าวหน้า เพราะฉะนั้น ส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยมีคนที่ประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งที่พนัส ได้เคยกระทำในอดีต มีส่วนที่สร้างความก้าวหน้าและความผิดพลาด แต่วันนี้เราส่งสัญญาณจากผลคะแนนตัวนี้ ก็คงมีความชัดเจนว่าประชาชนต้องการการปฏิรูปมากกว่าปฏิทิน ประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลงมากกว่าการคิดถึงโครงสร้างในอดีตที่เคยมีมาหลายสิบปี
ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า มีหลายแห่งมีปัญหาเรื่องการนับคะแนนการเลือกตั้ง อย่างที่บางพลี โรงเรียนราษฎร์บำรุง อย่างคะแนนผู้สมัครเบอร์ 38 (ลักษมี สุวรรณภักดี) หายไปหมดเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะหายไปทั้งหมดเลย และมีหน่วยหนึง เบอร์ 44 ของผมหายไปทั้งหน่วยเลย จะเป็นไปได้อย่างไร ที่จังหวัดราชบุรี คะแนนเบอร์ 38 หายไป ก่อนที่จะมีการขีดฆ่าและเซ็นชื่อกำกับ เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่อยากสะท้อนไปถึงสำนักงานประกันสังคม ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง และลงทุนในเทคโนโลยีการเลือกตั้งในงบประมาณมหาศาล เราเชื่อว่าประชาชนส่วนมากเฝ้าคอยการเปลี่ยนแปลง เฝ้าคอยสิ่งที่จะนำพาความก้าวหน้าไปสู่อนาคต รวมถึงเลขาธิการคนใหม่ เราก็เชื่อว่าท่านเองก็ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และความโปร่งใส ให้สมกับการเข้ารับตำแหน่งใหม่ของท่านเช่นเดียวกัน ในการผลักดันให้ประกันสังคมนี้เดินหน้าสู่การเป็นประกันสังคมของทุกคน
ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า เขาอยากตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าของการรายงานคะแนน เวลาผ่านมาตั้งแต่ 4 โมงเย็น ซึ่งตอนนี้นับมาแล้ว 5 ชม.กว่า แต่คะแนนรายงานเข้ามาไม่ถึง 20% นี่คือความล่าช้า โดยสัดส่วนคะแนนเราพอเห็นความชัดเจน เราเลยอยากขอบคุณต่อผู้ประกันตนและนายจ้าง ที่ทั้งสองฝ่ายจ่ายเงินสมทบและปรารถนาให้สังคมนี้ดีขึ้น
ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ตัวแทนทีมประกันสังคม ฝั่งนายจ้าง กล่าวว่า ทางฝั่งนายจ้างพบปัญหาการใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ เช่น การใช้เอกสารจำนวนมาก การไม่ต้องลงทะเบียน แต่พอตรวจสอบแล้ว ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ หรือในเว็บขึ้นว่าใช้สิทธิได้ แต่ตอนบ่ายมาใช้สิทธิ ปรากฏว่าใช้สิทธิไม่ได้ ก็ต้องพลาดโอกาสการลงคะแนน ต้องขอบคุณความทุ่มเท และความตั้งใจ ความเชื่อที่ทุกคนให้มา ซึ่งตัวแทนทีมประกันสังคมฝั่งนายจ้างจะทำให้สมกับคะแนนที่ทุกฝ่ายมอบให้
ศราริน กล่าวต่อว่า แนวทางหลังจากนี้จะไม่ต่างจากที่ษัษฐรัมย์ได้กล่าวไป แต่ว่าในส่วนของเรา พอเราเข้าไป ซึ่งเป็นความตั้งใจแต่เดิมอยู่แล้ว พอเราเข้าไปสิ่งที่เราเคยอยากจะผลักดันแต่อาจไม่สำเร็จด้วยคะแนนเสียงในบอร์ดยังไม่เกินกึ่งหนึ่ง ตอนนี้เป็นโอกาสที่จะสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็น การผลักดันเรื่องความโปร่งใส ในการทำงาน ในการประชุมต่างๆ เราก็เรื่องของการทำงาน เรื่องของการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ การลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ดี สิ่งเหล่านี้ต้องทำทั้งหมด
“รู้สึกขอบคุณทุกความไว้วางใจที่มอบให้ ในพลังที่ให้มา เราก็จะทำให้ดีที่สุด” ศราริน กล่าว
ทีมประกันสังคมก้าวหน้าทิ้งห่าง
ทั้งนี้ สถานการณ์การนับคะแนนผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเวลา 22.20 น.
ฝั่งผู้ประกันตน นับไปแล้ว 30% โดยผู้ที่มีคะแนนนำ 7 อันดับแรก คือ
1.เริงฤทธิ์ ละออกิจ หมายเลข 41 ได้คะแนน 84,716 คะแนน
2.ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน หมายเลข 42 ได้คะแนน 84,298 คะแนน
3.นาริฐา โภไคยอนันต์ หมายเลข 43 ได้คะแนน 83,846 คะแนน
4.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี หมายเลข 44 ได้คะแนน 83,408 คะแนน
5.ปรารถนา โพธิ์ดี หมายเลข 46 ได้คะแนน 82,174 คะแนน
6.พรทิพย์ โม่งใหญ่ หมายเลข 47 ได้คะแนน 81,270 คะแนน
7.ลักษมี สุวรรณภักดี หมายเลข 38 ได้คะแนน 78,755 คะแนน
ฝั่งนายจ้าง นับไปแล้ว 36% โดยผู้ที่มีคะแนนนำ 7 อันดับแรก คือ
1. ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ หมายเลข 064 ได้คะแนน 1,387 คะแนน
2. รัตนสิทธิ สุภาภรณ์ หมายเลข 065 ได้คะแนน 1,377 คะแนน
3. กฤษฎา อาทิตย์ จินตกานนท์ หมายเลข 063 ได้คะแนน 1,371 คะแนน
4. กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป หมายเลข 066 ได้คะแนน 1,366 คะแนน
5. สุโขทัย หัตถะรัชต์ หมายเลข 067 ได้คะแนน 1,364 คะแนน
6. อดิศร เกิดมงคล หมายเลข 062 ได้คะแนน 1,363 คะแนน
7. ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร หมายเลข 068 ได้คะแนน 1,317 คะแนน
ขณะที่ปลัดกระทรวงแรงงาน แถลงสถิติผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โดยตัวเลขไม่เป็นทางการ ฝั่งผู้ประกันตน มาใช้สิทธิ์ ไม่น้อยกว่า 672,807 คน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นเทียบกับปี 2566 ถึง 330% ขณะที่ฝั่งนายจ้าง มีผู้มาใช้สิทธิ์ 8,965 คน หรือเพิ่มขึ้น 562%
นอกจากนี้ เพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว รายงานว่า ทางสำนักงานประกันสังคม แจ้งว่า คืนนี้ (11 ต.ค.) จะไม่มีการแถลงสรุปผลเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ แต่ถ้านับคะแนนเสร็จครบทุกหน่วย ก่อนเวลา 10.00 น. จะแถลงข่าวพรุ่งนี้เวลา 10.00 น. และถ้าสรุปผลคะแนนเสร็จไม่ทัน 10.00 น.ของวันพรุ่งนี้ มีเป็นการแถลงช่วงบ่ายหรือเย็นของวันพรุ่งนี้แทน
* ข่าว
* แรงงาน
* คุณภาพชีวิต
* สำนักงานประกันสังคม
* เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569. ประกันสังคมก้าวหน้า
* ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี
* พนัส ไทยล้วน