#พรรคเศรษฐกิจ
พรรคเดโมแครตกังวล “คลื่นสีน้ำเงิน” พุ่งเร็วเกินไป

โพลชี้ พรรคเดโมแครตนำทั้งสภาผู้แทนฯ และวุฒิสภาในหลายรัฐ รวมถึงรัฐแดง ผู้นำมั่นใจแต่เตือนไม่ให้ประมาท เพราะปี 2024 เคยนำแล้วพ่าย

เศรษฐกิจที่แย่จากเงินเฟ้อและภาษีศุลกากรช่วยพรรค

แต่รีพับลิกันมีเงินทุนเหนือกว่าและหลายที่นั่งยังสูสี ทุกฝ่ายย้ำต้องผลักดันเต็มที่จนวันเลือกตั้ง
October 12, 2026 at 1:46 AM
พรรคประชาชนเปิดข้อกล่าวหา 18 รัฐมนตรี ชวนประชาชนจับตาอภิปรายไม่ไว้วางใจ
พรรคประชาชนเปิดข้อกล่าวหา 18 รัฐมนตรี ชวนประชาชนจับตาอภิปรายไม่ไว้วางใจ
พรรคประชาชนเปิดข้อกล่าวหา 18 รัฐมนตรี ชวนประชาชนจับตาอภิปรายไม่ไว้วางใจ auser15 Mon, 2026-10-12 - 11:56 พรรคประชาชนเผยเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทินตาม ม.151 เปิดข้อกล่าวหา 18 รัฐมนตรี ทั้งปมทุจริต เอื้อทุนเทา แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และแก้เศรษฐกิจล้มเหลว โดยเชิญชวนประชาชนร่วมจับตาการอภิปรายเร็ว ๆ นี้ เพจพรรคประชาชนโพสต์ เปิดข้อกล่าวหาไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่ช้าในสภาผู้แทนราษฎรพรรคพร้อมด้วยพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมสอดส่องข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีทั้ง 18 ราย ที่ถือครองอำนาจบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในปัจจุบัน และร่วมจับตาการเปิดเบื้องลึกเบื้องหลังการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ไปพร้อมกัน ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่ผ่านมา พฤติการณ์ของรัฐมนตรีทั้ง 18 รายสะท้อนภาพการบริหารราชการแผ่นดินที่บกพร่องอย่างร้ายแรง ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางไม่ชอบเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเอง พวกพ้อง และเครือข่ายทุนเทา มีการสมคบคิดกันใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ และบั่นทอนกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างสภาวะลอยนวลพ้นผิด ก่อขบวนการทุจริตยึดกุมสถาบันทางการเมือง และปล่อยปละละเลยให้เกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างกว้างขวาง ซ้ำร้ายยังไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ ปล่อยให้ราคาสินค้าพุ่งสูงจนประชาชนต้องแบกรับภาระอย่างแสนสาหัส ขณะที่กลุ่มทุนและเครือข่ายบริวารกลับเสวยสุขบนงบประมาณแผ่นดิน การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร แต่หากพวกเราปล่อยให้บุคคลเหล่านี้ยังคงบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไป ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างที่ยากจะแก้ไขเยียวยาได้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมติดตามและจับตาการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสำคัญไปพร้อมกัน เร็วๆ นี้ * ข่าว * การเมือง * พรรคประชาชน * อภิปรายไม่ไว้วางใจ
dlvr.it
October 12, 2026 at 5:02 AM
พรรคประชาชนเปิดข้อกล่าวหา 18 รัฐมนตรี ชวนประชาชนจับตาอภิปรายไม่ไว้วางใจ
พรรคประชาชนเปิดข้อกล่าวหา 18 รัฐมนตรี ชวนประชาชนจับตาอภิปรายไม่ไว้วางใจ auser15 Mon, 2026-10-12 - 11:56 พรรคประชาชนเผยเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลอนุทินตาม ม.151 เปิดข้อกล่าวหา 18 รัฐมนตรี ทั้งปมทุจริต เอื้อทุนเทา แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และแก้เศรษฐกิจล้มเหลว โดยเชิญชวนประชาชนร่วมจับตาการอภิปรายเร็ว ๆ นี้ เพจพรรคประชาชนโพสต์ เปิดข้อกล่าวหาไม่ไว้วางใจ 18 รัฐมนตรี การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่ช้าในสภาผู้แทนราษฎรพรรคพร้อมด้วยพรรคร่วมฝ่ายค้าน ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนมาร่วมสอดส่องข้อกล่าวหาของรัฐมนตรีทั้ง 18 ราย ที่ถือครองอำนาจบริหารราชการแผ่นดินอยู่ในปัจจุบัน และร่วมจับตาการเปิดเบื้องลึกเบื้องหลังการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ไปพร้อมกัน ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่ผ่านมา พฤติการณ์ของรัฐมนตรีทั้ง 18 รายสะท้อนภาพการบริหารราชการแผ่นดินที่บกพร่องอย่างร้ายแรง ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางไม่ชอบเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเอง พวกพ้อง และเครือข่ายทุนเทา มีการสมคบคิดกันใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม องค์กรอิสระ และบั่นทอนกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างสภาวะลอยนวลพ้นผิด ก่อขบวนการทุจริตยึดกุมสถาบันทางการเมือง และปล่อยปละละเลยให้เกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวงอย่างกว้างขวาง ซ้ำร้ายยังไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจ ปล่อยให้ราคาสินค้าพุ่งสูงจนประชาชนต้องแบกรับภาระอย่างแสนสาหัส ขณะที่กลุ่มทุนและเครือข่ายบริวารกลับเสวยสุขบนงบประมาณแผ่นดิน การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร แต่หากพวกเราปล่อยให้บุคคลเหล่านี้ยังคงบริหารราชการแผ่นดินสืบต่อไป ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างที่ยากจะแก้ไขเยียวยาได้ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมติดตามและจับตาการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสำคัญไปพร้อมกัน เร็วๆ นี้ * ข่าว * การเมือง * พรรคประชาชน * อภิปรายไม่ไว้วางใจ
dlvr.it
October 12, 2026 at 5:02 AM
เห็นนโยบายก.ศึกษาบางพรรคที่มีเรื่องปรับก.ศึกษา/หลักสูตรให้เข้ากับตลาดโลก ตลาดแรงงาน ไรทำนองนี้แล้วหวั่นใจว่ะ กลัวว่าหลายสาขาวิชาจะถูกยุบด้วยเหตุผลว่าสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ได้ (เช่น ปรัชญา ปวศ สินกำ วรรณกรรม ไรเทือกนี้) เคยเห็นข่าวสาขาสายมนุษย์ถูกยุบในตปท.จากกระแสโลกที่ให้ค่ากับสายstemสูง แถมตอนนี้กำลังเห่อเไกันด้วย ฉันยิ่งอดวิตกไม่ได้
January 30, 2026 at 11:34 AM
พรรคเศรษฐกิจเรียกร้องตรวจสอบชุมชนชาวอิสราเอลบนเกาะพะงัน
พรรคเศรษฐกิจเรียกร้องตรวจสอบชุมชนชาวอิสราเอลบนเกาะพะงัน auser15 Wed, 2026-05-06 - 17:17 สส.พรรคเศรษฐกิจ แถลงเรียกร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาในพื้นที่เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี หลังแสดงความกังวลต่อผลกระทบด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และวิถีชีวิตชุมชน พร้อมเสนอให้รัฐบาลทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า - เพิ่มมาตรการกำกับดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างรัดกุม 6 พฤษภาคม 2569 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่า นายคริส โปตระนันทน์ นางสาวอังสณา เนียมวณิชกุล และ นายพีรพล กนกวลัย สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ พร้อมด้วยสมาชิกพรรคฯ แถลงข่าวโดยระบุว่าพรรคได้หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีความห่วงใยถึงการมีอยู่ของชุมชนชาวอิสราเอลบนเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมีความสุ่มเสี่ยงต่อประเทศไทยด้านความมั่นคง เนื่องจากชาวอิสราเอลมาพักอาศัย เป็นระยะยาว จำนวน 4,000 คน และมีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลผ่านนโยบายฟรีวีซ่าของรัฐบาล ที่เปรียบเสมือนการเปิดประตูกว้างโดยไม่มีการคัดกรอง อีกจำนวนประมาณ 3,000 คน รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 7,000 คน  ทำให้เกิดปัญหาในพื้นที่ 2 ประเด็น คือ มีการสร้างชาบาด ที่เป็นสถานที่สำหรับทำพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งอาจเป็นเป้าในการทำลายของประเทศคู่สงคราม ทำให้เกาะพะงันได้รับความเดือดร้อน และมีการสร้างโรงแรม โรงเรียน และสถานประกอบการต่าง ๆ รวมทั้งมีจัดงานเลี้ยงโดยมียาเสพติดเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่งเสียงดังรบกวนการดำรงชีวิตของชาวเกาะพะงัน อีกทั้งอาจเกิดปัญหาอาชญากรรม และมีการซื้อขายกิจการต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชันกันระหว่างชาวอิสราเอลกันเอง โดยไม่มีการเสียภาษีผ่านประเทศไทย ทำให้ประเทศขาดรายได้  จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งขอให้ทบทวนนโยบายฟรีวีซ่า และขอให้สื่อมวลชน ร่วมกัน ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศตกอยู่ในภาวะสงครามตะวันออกกลาง * ข่าว * การเมือง * สังคม * คุณภาพชีวิต * ฟรีวีซ่า * พรรคเศรษฐกิจ * เกาะพะงัน * ชาวอิสราเอลในประเทศไทย * นักท่องเที่ยว
dlvr.it
May 6, 2026 at 10:23 AM
ซูเปอร์โพล เผยพรรคมวยหลักอย่าง "ภูมิใจไทย" คะแนนนิยมมาอันดับหนึ่ง 8.4 ล้านเสียง ตามด้วยพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ส่วนสนามมวยรอง พรรคเศรษฐกิจ พรรคปวงชนไทย พรรคโอกาสใหม่ คะแนนพุ่ง จับตา "พลังเงียบ" 27 ล้าน

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5427223/
#เลือกตั้ง2569 #พรรคการเมือง #superpoll
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
“ภูมิใจไทย" ที่ 1 พรรคมวยหลัก สนามมวยรอง 3 พรรคแต้มพุ่ง จับตาพลังเงียบ 27 ล้านตัวตัดสิน | เดลินิวส์
ซูเปอร์โพล เผยพรรคมวยหลักอย่าง "ภูมิใจไทย" คะแนนนิยมมาอันดับหนึ่ง 8.4 ล้านเสียง ตามด้วยพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาชน ส่วนสนามมวยรอง พรรคเศรษฐกิจ พรรคปวงชนไทย พรรคโอกาสใหม่ คะแนนพุ่ง จับตา "พลังเงียบ" 27...
www.dailynews.co.th
December 21, 2025 at 7:32 AM
สรุปยอด สส.พรรคไหนได้เท่าไหร่ ขั้วรัฐบาล-ฝ่ายค้านหน้าตาเป็นอย่างไร
สรุปยอด สส.พรรคไหนได้เท่าไหร่ ขั้วรัฐบาล-ฝ่ายค้านหน้าตาเป็นอย่างไร auser15 Wed, 2026-03-11 - 14:07 เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ข้อมูลสรุปยอด สส.แต่ละพรรค มีดังต่อไปนึ้ 📍พรรคไหนได้ สส.เท่าไหร่บ้าง * ภูมิใจไทย (ภท.) 191 * ประชาชน (ปชน.) 120 * เพื่อไทย (พท.) 74 * กล้าธรรม (กธ.) 58 * ประชาธิปัตย์ (ปชป.) 21 * ไทรวมพลัง (ทรพ.) 6 * ประชาชาติ (ปชช.) 5 * พลังประชารัฐ (พปชร.) 5 * เศรษฐกิจ 3 * เพื่อชาติไทย 2 * ไทยสร้างไทย 2 * รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) 2 * ทางเลือกใหม่ 1 * ไทยทรัพย์ทวี 1 * ไทยภักดี 1 * ประชาธิปไตยใหม่ 1 * มิติใหม่ 1 * รวมใจไทย 1 * รวมพลังประชาชน 1 * เสรีรวมไทย 1 * ใหม่ 1 * โอกาสใหม่ 1 📍หน้าตาขั้วรัฐบาล-ฝ่ายค้านเป็นอย่างไร ฝ่ายรัฐบาล  * ภท. * พท. * ปชช. * พปชร. * เศรษฐกิจ * เพื่อชาติไทย * ไทยสร้างไทย * พรรคเล็กต่างๆ รวม 8 เสียง (ประชาธิปไตยใหม่, มิติใหม่ , รวมใจไทย, รวมพลังประชาชน, ใหม่, โอกาสใหม่, ทางเลือกใหม่, ไทยทรัพย์ทวี) ฝ่ายค้าน  * ปชน. * กธ. * ปชป. * ทรพ. * รทสช. * เสรีรวมไทย * ไทยภักดี  หน้าตา ครม. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์สื่อถึงคุณสมบัติรัฐมนตรีว่าต้องนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องของจริยธรรมมาประกอบการพิจารณาด้วย ในเวทีสัมมนา สส.พรรค ภท. ที่จัดขึ้นที่ จ.บุรีรัมย์ เขากล่าวกับลูกพรรคตอนหนึ่งด้วยว่า “ตอนนี้ท่านต้องทำตัวเป็น สส.แล้วนะครับ มีกฎข้อบังคับ มีระเบียบ มีจริยธรรมที่ท่านต้องดำเนินการนะครับ ยุคนี้เป็นยุคจริยธรรมด้วยนะครับท่าน กางกฎหมายอย่างเดียวไม่พอนะครับ ถ้าใครสงสัยไปอ่านได้นะครับ ทางศาลรัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้ บทบัญญัติของศาลรัฐธรรมนูญ คำว่าจริยธรรมนั้นมีอะไรบ้าง แค่สงสัยโดยคนส่วนใหญ่ว่าท่านมีพฤติกรรมไม่ชอบ ไม่ถูกต้อง พฤติกรรมไม่ดีนี่ท่านเข้าข่ายผิดจริยธรรมแล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้มันจะไม่…เราจะประมาทไม่ได้ ขอให้ท่านได้ถือคัมภีร์นี้ติดตัวไว้ตลอดเวลา มันจะได้ไม่มีผลกระทบอะไรต่อท่าน… ” มีรายงานจากหลายสำนักข่าวที่ระบุตรงกันว่าพรรคภูมิใจไทยจะได้รัฐมนตรีทั้งหมด 26 ตำแหน่ง ใน 14 กระทรวงสำคัญ ได้แก่  * กระทรวงมหาดไทย * กระทรวงกลาโหม * กระทรวงคมนาคม * กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม * กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม * กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา * กระทรวงอุตสาหกรรม * กระทรวงการต่างประเทศ * กระทรวงการคลัง * กระทรวงพาณิชย์ * กระทรวงพลังงาน * กระทรวงยุติธรรม * กระทรวงวัฒนธรรม และ * รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ แบ่งเป็นโควตาอนุทิน 5 ตำแหน่ง คือ * อนุทิน ที่ควบเก้าอี้ รมว.มหาดไทย * สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ * เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง * ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ และ * บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ขณะที่โควตาของพรรคร่วมรัฐบาล ตัวเลข-รายละเอียดที่แต่ละสื่อรายงานต่างกันเล็กน้อย ไทยพีบีเอสระบุว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ 8 ตำแหน่ง ประกอบด้วย * รองนายกรัฐมนตรี ควบคู่ตำแหน่ง รมว.เกษตรและสหกรณ์ * รมว.ศึกษาธิการ * รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม * รมว.แรงงาน * รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ * และรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่ง * ส่วนรองประธานสภาคนที่ 2 ยังไม่ได้ข้อสรุป ขณะที่มติชนออนไลน์ระบุว่าพรรคเพื่อไทยได้ 8 เก้าอี้ 5 กระทรวง ได้แก่ * กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ * กระทรวงแรงงาน * กระทรวงศึกษาธิการ * กระทรวงการอุดมศึกษาฯ * กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ * รวมทั้งรัฐมนตรีช่วยของเกษตรและศึกษาธิการ ส่วนพรรคพลังประชารัฐ จะได้โควตารัฐมนตรี 1 ตำแหน่ง คือ ตรีนุช เทียนทอง ทั้งนี้ ตามการให้สัมภาษณ์ของนายอนุทิน นายกฯ ระบุว่าจะมีรัฐพิธีการประชุมสภาสมัยสามัญประจำปีนัดแรกในวันที่ 14 มี.ค. นี้ ส่วนการประชุมสภาฯ นัดแรก เพื่อเลือกประธานสภา และรองประธานสภาคนที่ 1-2 จะมีขึ้นในวันที่ 15 มี.ค. ตามคำให้สัมภาษณ์ของโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ล่าสุดวันนี้ (11 มี.ค.) ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยต่อสื่อมวลชนถึงความพร้อมจัดรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา 14 มี.ค. ในเวลา 17.00 น. ขณะที่การโหวตประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ จะเป็นวันที่ 15 มี.ค. ตั้งแต่ 9 โมงเช้า หลัง สส. กล่าวปฏิญาณตน  ทั้งนี้ มีการคาดการณ์ว่าจะมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 18-19 มี.ค.     ที่มา กกต.ประกาศจำนวน สส. แต่ละพรรค https://www.facebook.com/share/p/18B6p5rirv/?mibextid=wwXIfr ประกาศรายชื่อ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 100 คน และ สส.เขต 3 คน https://www.facebook.com/share/p/1EFcVBTkMu/?mibextid=wwXIfr * ข่าว * การเมือง * การเลือกตั้ง 2569
dlvr.it
March 11, 2026 at 7:11 AM
'ศิริกัญญา' ชี้รัฐบาลเจรจาภาษีสหรัฐฯ ล่าช้า ทำไทยเสียเปรียบโดนภาษี 36%
'ศิริกัญญา' ชี้รัฐบาลเจรจาภาษีสหรัฐฯ ล่าช้า ทำไทยเสียเปรียบโดนภาษี 36% auser15 Tue, 2025-07-08 - 12:52 'ศิริกัญญา ตันสกุล' หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชน ชี้รัฐบาลเจรจาภาษีสหรัฐฯล่าช้า ทำไทยเสียเปรียบ โดนภาษี 36% จี้เผยรายละเอียดข้อเสนอและสัญญาล็อบบี้ยิสต์อย่างโปร่งใส เร่งเตรียมแผนรับมือและมาตรการเยียวยา เกษตรกร ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการรายย่อย 8 กรกฎาคม 2568 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานว่า นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศไทยในอัตรา 36% ว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจ เนื่องจากไทยเพิ่งเริ่มกระบวนการเจรจากับสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่ผ่านมา แต่กลับได้รับจดหมายแจ้งขึ้นภาษีเป็นกลุ่มแรก ร่วมกับอีก 14–15 ประเทศ  ส่วนข้อเสนอของไทยซึ่งประกาศลดภาษีสินค้าเกษตรลงเหลือ 0% ใน 90% ของสินค้าทั้งหมด ยังไม่สามารถดึงดูดสหรัฐฯ ได้มากพอ โดยเปรียบเทียบกับเวียดนามที่เสนอเงื่อนไข 0% ทุกรายการ และได้รับภาษีเพียง 20% อย่างไรก็ตามต้องตรวจสอบให้ชัดเจนว่าสินค้าใดอยู่ในรายการเปิดตลาดบ้าง เพราะอาจมีผลกระทบต่อเกษตรกรไทยในวงกว้าง และยังกังวลว่า อัตราภาษีที่สูงขึ้นอาจส่งผลให้เกิดการย้ายฐานการผลิต (FDI) ไปยังประเทศที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า เช่น เวียดนามหรืออินเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ นางสาวศิริกัญญา กล่าวต่อว่าความล่าช้าในการเริ่มเจรจาของไทยเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เสียเปรียบ เพราะในขณะที่ประเทศอื่น เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ต่างได้พูดคุยกับสหรัฐฯ มาหลายรอบและใกล้บรรลุข้อตกลง ไทยเพิ่งเจรจาไปเพียงรอบเดียว และต้องรับมือกับเดดไลน์วันที่ 9 กรกฎาคม นี้ ที่อาจต้องรีบตัดสินใจโดยขาดความพร้อม ขณะที่มาตรการเยียวยาผลกระทบจากสงครามการค้า  ยังไม่เห็นแผนรองรับที่ชัดเจนจากรัฐบาล แม้จะเริ่มมีสัญญาณมาตั้งแต่เดือน เมษายน ที่ผ่านมา โดยมีเพียงโครงการสินเชื่อผ่านประกันสังคมวงเงินประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการรักษาการจ้างงาน ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าจะรองรับตำแหน่งงานได้เพียงพอหรือไม่ นางสาวศิริกัญญา ยังกล่าวถึงอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคืองบฯ กลาง ปี 2568 จำนวนเกือบ 200 ล้านบาท ที่ใช้ในการจ้างบริษัทล็อบบี้ยิสต์ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ  โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 400,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าได้มีการทำสัญญาครบถ้วนแล้วหรือไม่และผลลัพธ์ของการล็อบบี้ครั้งนี้มีความคุ้มค่าหรือไม่ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนแผนงบประมาณปี 69 เพื่อรองรับผลกระทบจากสงครามการค้าครั้งนี้ และให้รองนายกรัฐมนตรีมาแถลงต่อกรรมาธิการงบประมาณว่าไทยมีแผนการรองรับอย่างไร ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาล นางสาวศิริกัญญา กล่าวต่อว่า แม้จะมีความไม่แน่นอนในหลายด้าน แต่ตนมองว่ายังมีความหวังอยู่บ้าง เพราะแม้การเจรจาจะเริ่มช้า แต่ไทยได้ยื่นข้อเสนอใหม่ไปแล้วเมื่อวันที่ 6กรกฎาคม ที่ผ่านมา  และสหรัฐฯ ได้ขยับวันเริ่มจัดเก็บภาษีจากวันที่ 9 กรกฎาคม นี้เป็นวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้ข้อเสนอของไทยได้รับการพิจารณา หากสามารถตอบโจทย์ได้อย่างเพียงพอ อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อเสนอเหล่านี้ต่อสาธารณะอย่างชัดเจน พร้อมย้ำว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องทำเร่งด่วนที่สุด คือเปิดเผยรายละเอียดข้อเสนอและสัญญาล็อบบี้ยิสต์อย่างโปร่งใส และต้องเร่งจัดทำมาตรการเยียวยาเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเกษตรกร ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการรายย่อยอย่างเร่งด่วน   * ข่าว * การเมือง * เศรษฐกิจ * ต่างประเทศ * ศิริกัญญา ตันสกุล * ภาษีตอบโต้การค้า * Reciprocal Tariff * สหรัฐอเมริกา
dlvr.it
July 8, 2025 at 5:54 AM
อยากรู้มาตลอด คนแบบไหน ใครวะที่จะเลือกพรรคเศรษฐกิจ — เพิ่งรู้วันนี้เองว่า พ่อฉันเองจ้า 🥲
February 13, 2026 at 10:49 AM
'ภูมิใจไทย' เผยเตรียมฟื้น 'คนละครึ่ง' ปรับรูปแบบใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน
'ภูมิใจไทย' เผยเตรียมฟื้น 'คนละครึ่ง' ปรับรูปแบบใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน auser15 Sat, 2025-09-06 - 12:34 รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเผยเตรียมฟื้นโครงการ 'คนละครึ่ง' ปรับรูปแบบใหม่ กระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน ยังไม่ได้สรุปวงเงินชัดเจน เนื่องจากเป็นเพียงการหารือในหลักการ แต่คาดว่าเมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายเสร็จ นายกจะเร่งรัดสั่งการให้เริ่มดำเนินงานโดยเร็วที่สุดภายใน 1 เดือนแรกหลังการแถลงนโยบาย 6 กันยายน 2568 สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย รายงานว่า นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ สส.ศรีสะเกษ และรองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางเข้าพรรคพร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวเรื่องการฟื้นโครงการคนละครึ่งในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค รวมถึงทีมงานด้านนโยบาย มีการพูดคุยกันถึงมาตรการที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น หนึ่งในนั้นคือโครงการ ‘คนละครึ่ง’ ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ได้รับการพิจารณา แต่หากนำกลับมาใช้ก็อาจไม่ใช่รูปแบบเดิมทั้งหมด อาจมีสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้ครอบคลุมและตอบโจทย์มากขึ้น ซึ่งได้มีการพิจารณาโครงการดี ๆ หลายโครงการจากอดีต แม้อาจมีข้อบกพร่องบ้าง แต่ถ้าแก้ไขปรับปรุงให้เหมาะสม ก็น่าจะต่อยอดให้เกิดประโยชน์ได้ เช่นเดียวกับโครงการคนละครึ่ง ที่ในมุมมองของตนเองถือว่ามีประสิทธิภาพและกระแสตอบรับในโซเชียลได้รับผลตอบรับดีกว่าโครงการดิจิทัลวอลเลตที่ผ่านมา ทั้งในแง่การหมุนเวียนเงินในระบบ และความรู้สึกของประชาชน แม้งบประมาณที่ใช้จะไม่สูงมากนักก็ตาม นายสิริพงษ์ ยังกล่าวถึงแนวทางการดำเนินงาน พรรคภูมิใจไทยไม่ได้มุ่งเน้นที่จะลงทุนสร้างระบบใหม่ แต่จะใช้ระบบที่ภาครัฐมีอยู่แล้วและดำเนินการต่อได้ทันที เพื่อความรวดเร็วและประหยัดงบประมาณ ขณะนี้ยังไม่ได้สรุปวงเงินชัดเจน เนื่องจากเป็นเพียงการหารือในหลักการ แต่คาดว่าเมื่อรัฐบาลแถลงนโยบายเสร็จ นายกรัฐมนตรีจะเร่งรัดสั่งการให้เริ่มดำเนินงานโดยเร็วที่สุด ภายใน 1 เดือนแรกหลังการแถลงนโยบาย และทั้งหมดต้องเกิดขึ้นภายใน 4 เดือนที่รัฐบาลมีเวลาในการทำงาน จุดประสงค์ของแนวนโยบายนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างคะแนนนิยม แต่ที่สำคัญคือการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศอย่างเร่งด่วน * ข่าว * การเมือง * เศรษฐกิจ * สังคม * คุณภาพชีวิต * คนละครึ่ง * ภูมิใจไทย
dlvr.it
September 6, 2025 at 5:38 AM
ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง ‘ช่อ พรรณิการ์’ คดีโพสต์เพลงยาวอยุธยา ไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง ‘ช่อ พรรณิการ์’ คดีโพสต์เพลงยาวอยุธยา ไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ auser15 Wed, 2026-03-11 - 14:31 ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง ‘ช่อ พรรณิการ์’ อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ คดีโพสต์เพลงยาวอยุธยา ไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 11 มีนาคม 2569 หลายสื่ออาทิ เดลินิวส์ และ ข่าวสด รายงานตรงกันว่า จากกรณีศาลอาญา ซึ่งเป็นศาลชั้นต้น ยกฟ้อง ช่อ-พรรณิการ์ วานิช อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เนื้อหา “เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา” บนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งถูกมองว่ามีลักษณะพาดพิงสถาบัน ไม่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หลังถูกเจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แจ้งความไปยัง ปอท. ดำเนินคดี นั้น เรื่องที่เกี่ยวข้อง * ยกฟ้อง พ.ร.บ.คอมฯ 'ช่อ พรรณิการ์' กรณีโพสต์ 'เพลงยาวพยากรณ์' พาดพิงสถาบัน  วันนี้ (11 มี.ค.) ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาคดีดังกล่าวและมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น โดยเห็นว่าการกระทำของ น.ส.พรรณิการ์ ไม่เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คดีนี้มีที่มาจากการที่เจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.พรรณิการ์ จากการโพสต์เนื้อหาเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา ซึ่งถูกมองว่ามีลักษณะพาดพิงถึงสถาบัน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ศาลอาญาซึ่งเป็นศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษายกฟ้อง โดยเห็นว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะชี้ว่าการโพสต์ดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายคอมพิวเตอร์ ต่อมาฝ่ายโจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาแล้วมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ส่งผลให้คดีนี้ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ไม่ต้องรับโทษตามข้อกล่าวหาดังกล่าว * ข่าว * การเมือง * พรรณิการ์ วานิช * พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ * กระบวนการยุติธรรม
dlvr.it
March 11, 2026 at 7:38 AM
"คริส" เปิดหลักฐานแฉ "ระบบอากง" อ้างรัน กทม. หลังฉาก โยงแต่งตั้ง ผอ.เขต-ผลประโยชน์ในสำนักงานเขต

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5923316
#ระบบอากง #คริสโปตระนันทน์ #พรรคเศรษฐกิจ
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
June 6, 2026 at 5:43 AM
'วันนอร์' ส่งคำร้อง 20 สส. เพื่อไทย ให้ศาล รธน. ชี้ขาด ปมกระบวนการถอดถอน 'แพทองธาร' ไม่ชอบ
'วันนอร์' ส่งคำร้อง 20 สส. เพื่อไทย ให้ศาล รธน. ชี้ขาด ปมกระบวนการถอดถอน 'แพทองธาร' ไม่ชอบ Pazzle Wed, 2025-09-03 - 21:05 'วันนอร์' ส่งคำร้อง 20 สส. เพื่อไทย ไปยังศาลรัฐธรรมนูญแล้ว หลังวานนี้ สส. พรรคเพื่อไทย ได้เข้าชื่อขอให้ประธานสภาฯ ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด เพิกถอนกระบวนการถอดถอน "แพทองธาร" จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เหตุตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั่งบัลลังก์หลังพ้นวาระ แต่ยังร่วมประชุมและลงมติให้แพทองธารสิ้นสุดความเป็นนายกฯ   3 ก.ย. 2568 ฐานเศรษฐกิจ 20 สส.พรรคเพื่อไทย นำโดยวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส. พรรคเพื่อไทย เข้าชื่อขอให้วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการถอดถอน "แพทองธาร ชินวัตร" จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 เสียง วินิจฉัยว่าแพทองธารสิ้นสุดความเป็นนายกฯ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่ผ่านมานั้น ผู้ร้องอ้างว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2568 เป็นวันพิจารณาคดี ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสราวุธ ทรงศิวิไล เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนใหม่ แทนปัญญา อุดชาชน ซึ่งครบวาระการดำรงตำแหน่ง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. เป็นต้นไป แต่ปรากฏว่า ปัญญา ยังเข้าร่วมประชุมและลงมติในคดีดังกล่าว จึงอาจก่อให้เกิดปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาฯ ได้รับเรื่องจาก 20 สส.พรรคเพื่อไทย ช่วงเย็นวันที่ 2 ก.ย. 2568 และได้ส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญในวันเดียวกัน แม้กฎหมายกำหนดว่าตุลาการที่ครบวาระสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าคนใหม่จะเข้ารับตำแหน่ง แต่เนื่องจากเป็นคดีสำคัญเกี่ยวกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงไม่ควรให้ปัญญาที่หมดวาระแล้วมีส่วนร่วมตัดสิน การยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเพิกถอนกระบวนการพิจารณาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้การพิจารณาคดีดำเนินไปใหม่อย่างถูกต้อง ดังเช่นกรณีที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วในคราวประกาศพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ และสุเมธ รอยกุลเจริญ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 19 มี.ค. 2567 ในการนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้เพิกถอนกระบวนการพิจารณา และวินิจฉัยคดีในวันที่ 20 มี.ค. 2567 และดำเนินกระบวนพิจารณาคดีใหม่   * ข่าว * การเมือง * วันมูหะมัดนอร์ มะทา * พรรคเพื่อไทย * ศาลรัฐธรรมนูญ * แพทองธาร ชินวัตร
dlvr.it
September 3, 2025 at 2:44 PM
พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเศรษฐกิจ ตอบสื่อหลังตั้งคำถาม โพลหลายสำนักยก "ชัชชาติ" เต็ง 1 ที่เหลือแค่ไม้ประดับ
.
#ชาญเทพเสสะเวช #เลือกตั้งผู้ว่ากทม69
#สมัครผู้ว่ากทม #คนกรุงเลือกอะไร
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
May 28, 2026 at 7:35 AM
ทีนี้ฝ่ายค้านจะตีอะไรก็ต้องระวังดีๆ ละ ถ้าตีผิดสัดส่วน เล่นใหญ่แต่โครงการออกมาโอเค ใช้ดี มีคนใช้ ฯลฯ แล้วเดี๋ยวกระแสมันจะตีกลับ พรรคยิ่งมีภาพจำเรื่องเทคโนโลยีอยู่ด้วย เดี๋ยวจะกลายเป็นแบบตอนเพื่อไทยเสียภาพจำเรื่องเศรษฐกิจ
June 13, 2026 at 5:15 PM
จากบริบทคือฟังดีเบตนโยบายเกี่ยวกับผู้มีความหลากหลายทางเพศของ (event ของ bangkok pride) ทุกพรรคพูดตรงกันว่าก่อนจะไปถึง rainbow economic ต้องทำให้ queer ทุกคนได้สิทธิเท่าเทียมกันในสังคมก่อนค่ะ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายต้านการเลือกปฏิบัติ หรือคำนำหน้า แต่ส่วนตัวมองว่าพอพูดในฐานคิดเศรษฐกิจ​มากๆ มันจะกลายเป็นทุนนิยมนำไป
January 14, 2026 at 12:44 PM
เริ่มแล้ววันนี้! รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหาบัญชีม้านิติบุคคล เชื่อมโยงข้อมูลรายชื่อบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงด้านการฟอกเงิน สกัดกั้นการเปิดบัญชีม้านิติบุคคล

ปัญหาอาชญากรรมทางเศรษฐกิจในไทยอีกรูปแบบหนึ่ง คือ การฉ้อโกงจากมิจฉาชีพที่

รัฐบาลจึงบูรณาการความร่วมมือจากทุกส่วนราชการต่าง ๆ

#พรรคเพื่อไทย #บัญชีม้านิติบุคคล
January 2, 2025 at 8:11 PM
เวียดนามยกเครื่อง-แก้ กม.ธุรกิจ หวังยกระดับเศรษฐกิจ หรือแค่เกมอำนาจชนชั้นนำ?
เวียดนามยกเครื่อง-แก้ กม.ธุรกิจ หวังยกระดับเศรษฐกิจ หรือแค่เกมอำนาจชนชั้นนำ? ภาพปก: เมืองโฮจิมินห์ เวียดนาม (ที่มา: เว็บไซต์ข่าวรัฐบาลเวียดนาม) XmasUser Fri, 2025-06-20 - 16:19 หลังจากสภาฯ เวียดนามเพิ่งโหวตแก้ รธน.ด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์เมื่อ พ.ค. 68 โดยผลของแก้ไขนี้จะเปิดทางให้มีการปฏิรูประบบบริหารราชการแบบยกเครื่อง รวมถึงการออกกฎหมายให้เอื้อต่อการแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรม เพื่อนำมาสู่การพัฒนาทางเศรษฐกิจเป็นประเทศรายได้สูง แก้ปัญหาคอร์รัปชัน แต่การปฏิรูปนี้ก็มีกระแสวิจารณ์ว่าเป็นแค่เกมเล่นพรรคเล่นพวกในกลุ่มชนชั้นนำกับกลุ่มธุรกิจหรือไม่   หลังจากในปี 2567 เวียดนามเพิ่งจะผ่านวิกฤตทางการเมืองที่ส่งผลสั่นคลอนอย่างใหญ่หลวงต่อกลุ่มชนชั้นนำของประเทศ มีคดีการปราบคอร์รัปชันของบุคคลในระดับสูงของรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2568 เริ่มมีการจับตามองว่าอาจจะเกิดการปฏิรูประบบราชการครั้งใหญ่ในเวียดนามแบบที่เรียกว่า "tinh gọn bộ máy" ซึ่งนำโดยเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ‘โต เลิม’ (To Lam) โต เลิม (ที่มา: เว็บไซต์ข่าวรัฐบาลเวียดนาม) เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ก็ได้ประกาศปฏิรูประบบยกเครื่องทั้งระบบราชการ และกฎหมายธุรกิจ โดยการออก "ข้อมติ 68" หรือ Resolution 68 ซึ่งเป็นการปฏิรูปที่ภาคธุรกิจเวียดนามชื่นชมว่าเป็นก้าวสำคัญก้าวใหญ่ในการคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินของภาคเอกชน ทำให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม และมีการวางหลักนิติธรรมให้ชัดเจน สิ่งที่เป็นการตอกย้ำหลักนิติธรรมที่ว่านี้คือการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย โดยเน้นให้ความสำคัญต่อการชดเชยทางการแพ่ง แทนการลงโทษในเชิงอาญา การสั่งห้ามการบังคับใช้กฎหมายย้อนหลัง หลักการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าจำเลยบริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ ทั้งหมดนี้มีความสำคัญต่อหลักนิติธรรมที่จะเป็นเสาหลักค้ำจุนเศรษฐกิจสมัยใหม่ได้ ทว่า ถึงแม้จะมีมุมมองแง่บวกจากภาคธุรกิจ แต่ก็มีคำถามว่าการปฏิรูปมติ 68 ที่ว่านี้ จะเป็นการปลดแอกอย่างแท้จริงสำหรับภาคเอกชนใช่หรือไม่ หรือเป็นเพียงแแค่การ "สับขาหลอก" เพื่อที่ในที่สุดแล้วก็จะกลายเป็นการส่งเสริมคนรวย ผู้มีอำนาจ และผู้ที่มีสายสัมพันธ์กับพรรคคอมมิวนิสต์เท่านั้น การปฏิรูปในครั้งนี้ยังเป็นการปฏิรูปแบบยกเครื่องทุกภาคส่วนของรัฐบาล แตกต่างไปจากสิ่งที่รัฐบาลคอมมิวนิสต์เวียดนาม เคยทำมาในอดีตที่เป็นการปรับเปลี่ยนเป็นส่วนๆ ไป อีกทั้งยังเป็นการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วนในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน โดยมีการอนุมัติแผนการและนำมาบังคับใช้ภายในช่วงเวลาเพียง 5 เดือน ในระดับส่วนกลางนั้นเวียดนาม ได้ปรับโครงสร้างการบริหารประเทศ ให้มีอยู่ 15 กระทรวง, มีคณะกรรมการพรรค 4 ราย, คณะกรรมการสภาแห่งชาติ 5 ราย ในระดับท้องถิ่นนั้นมีการลดจำนวนข้าราชการ และมีการยุบรวมระดับขั้นของการปกครองส่วนท้องถิ่น หวังจะทำให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้นในการบริหาร การปฏิรูปเช่นนี้มีแรงจูงใจเบื้องหลังคืออะไร เป็นเรื่องการปราบธุรกิจคอร์รัปชัน ส่งเสริมธุรกิจ หรือจริงๆ แล้วมีแรงจูงใจเบื้องหลังมากกว่านั้นในเรื่องที่จะเอื้อประโยชน์ต่อชนชั้นนำและกลุ่มที่มีเส้นสายกับชนชั้นนำเวียดนาม ทำไมต้องปฏิรูปแบบยกเครื่อง พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม กล่าวถึงเรื่องการปฏิรูปในเชิงวาทกรรมว่าเป็น "การปฏิวัติ" ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบอบการปกครองของเวียดนาม เพื่อที่จะสร้างความเป็นสมัยใหม่และความโปร่งใส โดยเป็นไปตามโฆษณาชวนเชื่อของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามที่อยากปรับโฉมเวียดนามให้เป็นสมัยใหม่ เพื่อยกระดับสถานะของประเทศในเวทีโลก โดยมีเป้าหมายพัฒนาเวียดนามให้เป็น "ประเทศอุตสาหกรรมสมัยใหม่" ให้ได้ภายในปี 2573 และทำให้เป็นประเทศรายได้สูงที่พัฒนาแล้วให้ได้ภายในปี 2588 พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามยุคปัจจุบันต้องการสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองผ่านความสามารถในการแสดงให้เห็นว่า พวกเขาสามารถคงการเติบโตทางเศรษฐกิจเอาไว้ได้ โดยเมื่อช่วงหลัง COVID-19 เวียดนามประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจในแง่ที่ว่ามีการเติบโตของจีดีพีอย่างคงที่ มีการลงทุนจากต่างชาติอย่างคึกคัก และการส่งออกที่กำลังบูม มีภาพลักษณ์ที่ดีที่ดึงดูดคู่ค้าจากชาติตะวันตก แต่ก็มีเรื่องที่นักลงทุนต่างชาติมีความกังวลเกี่ยวกับเวียดนาม คือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นในวงกว้าง ปัญหาระบบราชการที่ซับซ้อน รวมถึงกระบวนการของรัฐบาลที่เชื่องช้าและขาดความโปร่งใส กระแสการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันในช่วงที่ผ่านมาก็กระตุ้นให้เกิดความกังวลในเรื่องเสถียรภาพทางการเมือง ทำให้พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม พยายามจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ และจัดสภาพแวดล้อมทางการเมืองให้เป็นมิตรกับนักลงทุน การปฏิรูปนี้มีเป้าหมายให้เวียดนามไต่ระดับห่วงโซ่มูลค่าโลกได้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยให้เวียดนามหาผลประโยชน์ได้ในช่วงที่สหรัฐฯ กับจีนกำลังทำสงครามการค้ากันอยู่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในปี 2561 ตอนที่มีสงครามการค้าในยุคประธานาธิบดีทรัมป์ สมัยที่ 1 เวียดนามก็เคยโฆษณาตัวเองว่าเป็นแหล่งที่นักลงทุนจะโยกย้ายห่วงโซ่อุปทานจากจีนไปที่ประเทศของพวกเขาได้ อีกสาเหตุหนึ่งที่เลิม อ้างใช้เพื่อต้องการปฏิรูปแบบยกเครื่อง คือการจัดการปัญหาการคอร์รัปชั่นถึงในระดับรากฐาน เพราะการปราบปรามคอร์รัปชั่นแบบล้างผลาญในแบบที่เคยเป็นมานั้นได้ส่งผลกระทบต่อพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ทั้งด้านภาพลักษณ์และการสร้างความหวาดกลัวจากภายในพรรคเอง ทำให้เกิดการรั้งรอไม่กล้าตัดสินใจในทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะส่งผลต่อการบริหารราชการทำให้รัฐบาลชะงักงัน หนึ่งในการปฏิรูปจึงมุ่งแก้ปัญหานี้ด้วยการลดขั้นตอน "ตัวกลาง" ในส่วนราชการลง เพื่อเป็นการลดการคอร์รัปชันไปในตัวด้วย นอกจากนี้เวียดนามยังกำลังเล็งจะนำระบบ "E-governance" หรืออาศัยเทคโนโลยีไอทีเข้ามาช่วยในระบบการบริหารด้วย การปฏิรูประดับโครงสร้างระบบการเมืองของเวียดนาม มีมาตรการอย่างไรบ้าง เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา สภาแห่งชาติเวียดนามได้โหวตลงมติอย่างท่วมท้น เพื่อสนับสนุนแผนการปฏิรูป ที่จะเป็นการลดจำนวนข้าราชการลง 80,000 ตำแหน่ง และลดจำนวนจังหวัดและเทศบาลนครลงจาก 63 แห่ง เหลือเพียง 34 แห่ง ในจำนวนนี้จะมีเมืองและจังหวัดอยู่ 11 แห่งที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านเขตการปกครอง อาทิเช่น ฮานอย, เดียนเบียน, เซินลา เมือง และจังหวัดอื่นๆ ที่เหลือจะมีการยุบรวมเกิดขึ้น โดยจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้เป็นต้นไป นอกจากนี้ เวียดนามยังจะมีการยกเลิกการปกครองในระดับอำเภอ และมีการจัดระบบใหม่เกี่ยวกับการบริหารปกครองในระดับคอมมูน ซึ่งเทียบเท่ากับระดับตำบลของไทย อีกทั้งเวียดนาม ยังต้องการที่จะลดจำนวนคณะกรรมการบริหารพรรคกับสถาบันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพรรคคอมมิวนิสต์ลง รวมถึงลดจำนวนกระทรวงกับหน่วยงานบริหารระดับสูงของรัฐบาลจาก 30 หน่วย เหลือ 22 หน่วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายรัฐธรรมนูญของเวียดนามด้วย ในเรื่องนี้เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้แทนในสภาของเวียดนามทั้ง 470 เสียง ก็ได้โหวตอย่างเป็นเอกฉันท์ อนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อปรับเปลี่ยนในเรื่องระดับขั้นการปกครองส่วนท้องถิ่นได้ โต เลิม กล่าวอ้างว่า การปฏิรูปในครั้งนี้จะทำให้ประเทศที่มีการเมืองระบบพรรคเดียว มีความ "เพรียวลม, เป็นปึกแผ่น, เข้มแข็ง, มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมถึงสร้างผลลัพธ์ได้” อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปในครั้งนี้ ก็จะทำให้เกิดการปลดข้าราชการจำนวนมาก รวมถึงข้าราชการชั้นผู้น้อยรวม 130,000 ตำแหน่ง และมีการปลดคนทำงานพาร์ทไทม์ในระดับคอมมูนด้วยอีก 120,000 ราย หรือจะเอื้อการเล่นพรรคเล่นพวก เพิ่มอำนาจให้ส่วนกลางและผู้นำพรรค? การปฏิรูประบบราชการ ยังมีข้อวิจารณ์จากผู้สังเกตการณ์เวียดนามว่า การปฏิรูปในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มอำนาจให้รัฐบาลส่วนกลางของเวียดนาม โดยเฉพาะต่อกลุ่มจังหวัดพื้นที่สูงตอนกลางของประเทศ อย่าง จังหวัดดั๊กลัก, จังหวัดดั๊กนง, จังหวัดซาลาย, จังหวัดกอนตูม และจังหวัดเลิมด่ง ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ๆ ขัดขืนอำนาจจากส่วนกลางมาก่อน แต่หลังการปฏิรูปก็อาจจะทำให้ส่วนกลางมีอิทธิพลในพื้นที่นี้มากขึ้น กลายเป็นการเปิดทางให้โต เลิม ควบรวมอำนาจไว้ที่ตัวเองได้ก่อนหน้าการประชุมใหญ่ของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามครั้งต่อไปช่วงต้นปี 2569 บิล เฮย์ตัน จากองค์กรคลังสมองด้านกิจการระหว่างประเทศแชทแฮมเฮาส์ กล่าวว่าการปรับลดจำนวนจังหวัดลงจะทำให้เกิดการลดจำนวนผู้แทนที่แต่ละท้องถิ่นจะส่งเข้าไปในสภาให้น้อยลงไปด้วย เป็นการเปิดทางให้เลิม สามารถกุมบังเหียนของผลลัพธ์ในสภาให้ไปในทางที่ตัวเองต้องการได้ง่ายขึ้น มีการประเมินอีกว่า ลักษณะการปฏิรูปของเวียดนามนั้นเป็นการหยิบยืมวิธีการแบบที่จีนเคยใช้ จีนเคยใช้วิธีการอ้างเรื่องการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อเพิ่มอำนาจอิทธิพลให้ตัวเองในการเชื่อมสัมพันธ์กับบริษัทเอกชน เป็นการบีบให้เอกชนต้องเซ็นเซอร์ตัวเองเพื่อให้เป็นไปตามค่านิยมของพรรคคอมมิวนิสต์จีน Leo Tran นักเขียนเรื่องกิจการระหว่างประเทศ การค้า และยุทธศาสตร์โลก ระบุว่า แผนปฏิรูป มติ 68 ของเวียดนามก็มีส่วนคล้ายกับจีนในแง่นี้ มีเป้าหมายสองทางคือเรื่องขจัดคอร์รัปชันและเรียกร้องให้บริษัทเอกชนส่งเสริมจรรยาบรรณและความรับผิดชอบต่อสังคมในการประกอบธุรกิจของตัวเอง การทำเช่นนี้จะส่งผลให้ภาครัฐแสดงตัวเองเป็นทั้งคู่ค้าที่ส่งเสริมการเติบโตทางธุรกิจ และเป็นผู้บังคับกฎเกณฑ์ต่อภาคธุรกิจไปในเวลาเดียวกัน เนื้อหาการปฏิรูปของเวียดนามอาจจะดูเป็นไปตามมาตรฐานนานาชาติและเรื่องหลักนิติธรรม รวมถึงอาจจะส่งผลให้เกิดการยกระดับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลางให้แข่งขันได้มากขึ้น แต่ Tran ก็มองว่า สภาพของเวียดนามนั้นความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองกับภาคธุรกิจยังมีความยุ่งยากอยู่ สภาพแบบนี้จะยังเอื้อต่อกลุ่มชนชั้นนำ และเอื้อต่อการเล่นพรรคเล่นพวก นอกจากนี้แล้ว Tran ยังมองว่า เรื่องการคุ้มครองทางกฎหมายที่ระบุไว้ในการปฏิรูปก็อาจจะเน้นนำมาใช้ปกป้องคุ้มครองภาครัฐและกลุ่มธุรกิจที่มีเส้นสายกับภาครัฐมากกว่าจะเป็นกลุ่มคนตัวเล็กๆ   เรียบเรียงจาก Vietnam’s Bureaucratic ‘Revolution’: Rationales and Challenges, The Diplomat, 29-01-2025 https://thediplomat.com/2025/01/vietnams-bureaucratic-revolution-rationales-and-challenges/ Vietnam Approves Radical Consolidation of Provinces and Major Cities, The Diplomat, 13-06-2025 https://thediplomat.com/2025/06/vietnam-approves-radical-consolidation-of-provinces-and-major-cities/ Vietnam adopts constitutional changes to abolish district-level government, VN Express, 15-06-225 https://e.vnexpress.net/news/news/vietnam-adopts-constitutional-changes-to-abolish-district-level-government-4899386.html Resolution 68: real reform or elite buffer in Vietnam?, Asia times, 07-05-2025 https://asiatimes.com/2025/05/resolution-68-real-reform-or-elite-buffer-in-vietnam/ * รายงานพิเศษ * เศรษฐกิจ * ต่างประเทศ * เวียดนาม * โต เลิม * รัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม * คอร์รัปชัน
dlvr.it
June 20, 2025 at 9:40 AM
ทั่วโลกจับตาทรัมป์กำลังจะกล่าวปราศรัยต่อสภาคองเกรส คืนนี้

ท่ามกลางประชาชนที่เดือดร้อนจากเศรษฐกิจที่ดิ่งลง อัตราว่างงานสูงขึ้น โรคหัดระบาด ไข่แพงสุดในประวัติศาสตร์

พรรคเดโมแครตจะพาอดีตเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง ที่ถูกปลด ไล่ออกจากงานรัฐบาล มามีส่วนร่วมในสภาคืนนี้
แล้วสมาชิกสภาจะมีปฏิกริยาต่อคำปราศรัยของทรัมป์อย่างไร? ยอมรับได้ไหม? ทิศทางสหรัฐจะไปทางไหน?
March 5, 2025 at 2:01 AM
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พร้อมด้วยสมาชิกผู้แทนราษฎรและทีมงานพรรคประชาชน ร่วมเรียนรู้และทดลองทำผ้าย้อมครามด้วยตัวเองที่เฮือนนางคราม แหล่งเรียนรู้ครามธรรมชาติจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ทรงคุณค่า สะท้อนอัตลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ และเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่ผ้า แต่คือรากวัฒนธรรมและพลังชุมชนที่เราควรส่งเสริมและต่อยอดให้ยั่งยืน
June 17, 2025 at 10:58 AM
People’s Party deputy leader Sirikanya Tansakun criticized the Bhumjaithai-led government’s economic policy statement for its vague goals, unclear implementation plans, and potential risks to Thailand’s fiscal stability.

#Thailand #แถลงนโยบาย #พรรคประชาชน #พรรคภูมิใจไทย #นโยบายเศรษฐกิจ
People’s Party Criticizes Bhumjaithai Economic Policy: Vague Goals, Unclear SME Support, and Risk to Fiscal Stability
A good policy statement should set clear goals, outline the government’s direction, explain the methods to achieve them, and provide a timeline. Instead, the new Bhumjaithai-led government’s policy statement followed the same pattern as the previous two Pheu Thai-led governments: vague wording, no specific objectives, and no measurable indicators—despite the fact that the government has only four months to complete its mandate, said People’s Party deputy leader Sirikanya Tansakun.
www.thaienquirer.com
September 29, 2025 at 2:44 PM
สรุป 'ทักษิณ' คุยยาว 'เนชั่นทีวี' ปมฮุนเซน-ภาษีทรัมป์ วิชั่นเศรษฐกิจกับรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ
สรุป 'ทักษิณ' คุยยาว 'เนชั่นทีวี' ปมฮุนเซน-ภาษีทรัมป์ วิชั่นเศรษฐกิจกับรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ Pazzle Wed, 2025-07-09 - 22:15 "ทักษิณ" ร่วมวงคุย 55 ปี "เนชั่น" exclusive talk "ผ่าทางตันกับ 4 ผู้นำทางความคิด" เปิดเบื้องหลังดีลภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทยไม่ได้ต้องการให้ภูมิใจไทยออกจากพรรคร่วม แต่นโยบายหลายอย่างต้องอาศัยอำนาจมหาดไทย จึงขอกระทรวงมหาดไทยคืน แต่ทางภูมิใจไทยไม่ตกลง พร้อมเปิดหมดเปลือกคลิปสนทนา "ฮุนเซน" แพทองธารไม่ได้เป็นคนต่อสาย กัมพูชาฝาก "ฮวด" มาบอกว่าอยากโทรหาเอง แต่ใช้ทริกหลับไป 3 ชั่วโมง ให้นายกฯ แพทองธารพร้อมทีมกลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศรอจนรอไม่ไหว หลังจากนั้นก็โทรมาส่วนตัวหานายกฯ ส่วนเรื่อง "ภาษีทรัมป์" ทักษิณยืนยันยังเตรียมข้อมูลและเจรจาได้ การเร่งเจรจาแล้วยอมทุกอย่างไม่คุ้ม “เราต้องดูทุกมิติ คนไทยอย่าเพิ่งสรุป อย่าเพิ่งตกใจ ผมยังอยู่ ผมไม่โง่”   9 ก.ค.2568 เครือเนชั่นจัดงาน 55 ปี exclusive talk หัวข้อ ‘ผ่าทางตันกับ 4 ผู้นำทางความคิด’ ครั้งแรกพูดคุยกับแขกรับเชิญ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ดำเนินรายการโดย 3 บก. ของเครือเนชั่นทีวี ส่วนตอนต่อไปจะเป็น ‘ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ’ ประธานคณะก้าวหน้าในวันที่ 18 ก.ค. นี้ การพูดคุยครั้งนี้เป็นลักษณะการสนทนาประโยคต่อประโยคสั้นๆ ระหว่างผู้ถามและผู้ตอบ ซึ่งสรุปความได้ดังนี้ ผู้ดำเนินรายการเปิดด้วยคำถาม ‘ประเทศถึงทางตันหรือยัง’ ทักษิณกล่าวติดตลกว่า “แสดงว่าต้องมีคนอุดไว้ ถึงจะตัน ถ้าดึงออกก็จะไม่ตัน เหตุเกิดที่ไหนดับที่นั่น” และอธิบายว่า เมืองไทยคนอยากเป็นนายกฯ เยอะ การเมืองมีหลายรูปแบบและมีนิติสงครามเข้ามาด้วย บางทีเป็นเรื่องตัวเลขในสภาและทุกคนเก่งคณิตศาสตร์หมด ไม่มีอะไรเกินกว่าที่จะแก้ได้ จึงบอกได้เลยว่า ไม่ตัน เบื้องหลังดีล “ภูมิใจไทย” ต่อคำถามเรื่องที่พรรคภูมิใจออกจากการร่วมรัฐบาล ทักษิณตอบว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้ต้องการเช่นนั้น เพียงแต่รัฐบาลเพื่อไทยเป็นรัฐบาลที่ต้องมีผลงาน เพราะชอบสู้ด้วยนโยบาย แต่ผลักแล้วตันที่กระทรวงมหาดไทย เช่น ยาเสพติด ปัญหาหนี้  บ้านเพื่อคนไทย ล้วนต้องอาศัยกลไกมหาดไทยทั้งสิ้น จึงขอกระทรวงมหาดไทยคืน แต่ทางภูมิใจไทยไม่ตกลง พอดีมีเหตุคลิปฮุนเซนจึงได้จังหวะ ต่อคำถามว่า ภูมิใจไทยต้องการกระทรวงอะไร ทักษิณตอบว่า กระทรวงคมนาคม เมื่อถามต่อทำไมไม่ให้ เขาตอบสั้นๆ ว่า  “เรารู้อดีต” ต่อคำถามว่า เชื่อว่ากรณีคลิปเสียงมีการเชื่อมต่อระหว่างภายในประเทศกับกัมพูชาไหม เนื่องจากบังเอิญอย่างน่าสงสัย ทักษิณตอบว่า ไม่กล้าปรักปรำใคร สถานการณ์ตอนนี้แก้ด้วยคณิตศาสตร์ของการเมือง ยังไม่ใช่ทางตัน ต่อคำถามเรื่องคดีฮั้ว สว. ทักษิณระบุว่า สว. โดนกล่าวหาเช่นกัน จริยธรรมไม่เหลือแล้วจะร้องจริยธรรมกับนายกฯ อย่างไร แต่ก็ไม่ก้าวล่วงศาล ทั้งหมดเป็นเกมจะทำยังไงให้รัฐบาลล่มให้ทันเดือนกรกฎาคม เพราะมีคนประกาศว่าพ่อจะได้เป็นนายกฯ ในเดือนนั้น กลายเป็น zero-sum game และ race against time พร้อมกับยืนยันว่า พรรคร่วมรัฐบาลยืนยันไม่ยุ่งเรื่องนี้ แต่มีรายงานการสืบสวนที่คนเล่าให้ฟังว่ามีการเตรียมการตั้งแต่การเลือกตั้ง ส.ส. ตนเองก็ตกใจที่วิสัยทัศน์ดีมาก กำหนดเลยว่า ใครคุม สส. ได้ 15 คนจะได้ สว. 1 คน ต่อคำถามเรื่องเสถียรภาพรัฐบาลปริ่มน้ำจะทำอย่างไร ทักษิณตอบว่า ก็ต้องบริหารไป เพิ่มคนไป ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่มีไว้ให้แบก “เราอยู่ในโลกที่มีกติกา เราก็ต้องเคารพ ในเมื่อศาลบอกให้พักการปฏิบัติหน้าที่ก็พักซะ คนมีหน้าที่ก็ทำไป ถ้าเราไม่เคารพกติกาบิดเบี้ยวกติกามันก็อยู่กันยาก” ทักษิณกล่าว กับดักที่ยังแก้ไม่ได้ “นิติสงคราม-รัฐธรรมนูญ 60” ต่อคำถามว่า สมัยไทยรักไทยบริหารประเทศกับช่วงนี้ นิติสงครามเปลี่ยนแปลงไหม เขาตอบว่า เปลี่ยนแปลงแต่ไม่แรงกว่าเดิม นิติสงครามสมัยก่อนกับสมัยนี้ไม่เหมือนกัน สมัยก่อนมีระบบ command control สมัยนี้ระบบร้องแล้วทำหน้าที่พิจารณา ไม่จำเป็นต้องเชื่อตามร้อง ก็ยังมีหลักมีเกณฑ์กว่าสมัยก่อน สภาพที่เป็นอยู่นี้ ไม่ควรเป็น แต่เมื่อยังมีกติกามีอยู่อย่างนี้ก็ต้องเดินไปก่อน สู้ไป แก้ไป อะไรแก้ได้ก็แก้ อะไรแก้ไม่ได้ก็ต้องอยู่ในกติกานั้นให้ได้ ต่อคำถามว่า ในฐานะคนมีประสบการณ์ วิตกไหมว่านายกฯ จะพ้นจากหน้าที่และทำให้เกมการเมืองเปลี่ยนถึงขั้นยุบสภา ทักษิณตอบว่า มั่นใจตามข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง และมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของแพทองธาร นอกจากนี้ทักษิณยังให้ความเห็นด้วยว่า กติกาการออกแบบการเมืองในวันนี้แย่ที่สุด หลังรัฐประหารเวลาเขียนรัฐธรรมนูญ คนร่างเห็นแต่หน้าเขา (ทักษิณ) อยู่ พยายามกันทุกรูปแบบ กลายเป็นการเมืองเบี้ยหัวแตก พรรคเล็กพรรคน้อยเยอะทำให้รัฐบาลทำงานยาก ไม่เหมือนยุคไทยรักไทย (รัฐธรรมนูญ 2540) ที่รัฐบาลมีเสถียรภาพสูงแก้ปัญหาต้มยำกุ้งได้ ข้าราชการทำตามรัฐบาล ต่อคำถามว่า รัฐธรรมนูญทำให้เกิดปัญหา แล้วตัวทักษิณเองถือเป็นต้นเหตุของทางตันไหม เขาตอบว่า อาจจะไม่ค่อยชอบหน้าตนเองเป็นพิเศษ มีขาประจำซึ่งเป็นขาประจำมา 20 ปีแล้ว บางคนไม่รู้จักกันเลย ตัวเขาก็ยังงง โอกาสแดงผสมส้ม ต่อคำถามว่า วิเคราะห์ว่าโอกาสที่พรรคสีแดงจะผสมสีส้มมีไหม ทักษิณตอบว่า ในวันนี้ยังไม่มีความจำเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่า เราเป็นศัตรูกับพรรคใดพรรคหนึ่ง แน่นอน การจะทำงานกับใครก่อนอื่นต้องมั่นใจว่าเราไปด้วยกันได้ ไม่ขัดนโยบายหลักๆ โดยเฉพาะเรื่องสถาบัน ตนเองได้รับพระเมตตาสูงสุด จึงไม่มีทางทำงานกับใครที่กระทบกระเทือนสถาบัน ผู้ดำเนินรายการถามต่อ แต่ตอนนี้นโยบายด้านนั้นสีส้มไม่มีแล้ว ทำงานร่วมกันได้ไหม เขาตอบว่า ไม่รู้ ไม่ได้คุยกันเลย ต่อคำถามว่า น้ำเงินกับส้มจับมือกันได้ไหม ทักษิณวิเคราะห์ว่า ถ้าจับก็จับหลวมๆ เพราะมันปลาคนละน้ำ เมื่อถามว่าแดงใกล้กับส้มมากกว่าหรือไม่ เขาตอบว่า จริงๆ แล้วเป็นพรรคที่เกิดจากนโยบายในการหาเสียง สไตล์เดียวกัน ไทยรักไทยเกิดอย่างไร ส้มก็คล้ายๆ กัน “วงสีธรรมชาติ ส้มเกิดจากแดงกับเหลือง ถ้าแดงผสมน้ำเงินมันม่วง ถ้าเหลืองน้ำเงินเป็นเขียว แต่ถ้าม่วงกับเหลืองสีจะช้ำเลือดช้ำหนอง แดงกับส้มก็แสด แต่มันแรงไป” ทักษิณ กล่าว เสถียรภาพรัฐบาลต่ำ ทำอะไรได้ทำไปก่อน “วันนี้พรรคแกนนำของรัฐบาลยังมีความสามัคคีทำงานด้วยกันได้ ไม่มีปัญหา เพียงแต่ต้องคุมไม่ให้โดดสภาแค่นั้นเองโดยเฉพาะกฎหมายสำคัญ” ทักษิณ กล่าว เขายังตอบคำถามเรื่องคนประเมินว่ารัฐบาลหลังจากนี้จะอายุสั้นด้วยว่า มีหลายความเป็นไปได้หลังจากนี้ หากนายกฯ รอดคดีก็กลับไปทำงานเต็มที่ยาว หากไม่รอดก็มีสองทางเลือกคือ เสนอแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย คือ ชัยเกษม นิติสิริ หรือยุบสภา ต่อคำถามว่าในบริบทการเมืองปัจจุบัน นอกจากกลไกนิติสงคราม กลไกฝ่ายค้าน มีอำนาจอะไรเหนือกว่าสิ่งเหล่านี้ไหมที่ทำให้รัฐบาลเดินหน้าไม่ได้ ทักษิณตอบว่า ไม่มีอะไรเลย มีแต่ความหยุมหยิมของระบบการเมืองที่วางไว้ไม่ดี และต้องแก้ เช่น การที่ใครจะร้องอะไรก็ได้ เป็นการส่งเสริมอาชีพนักร้อง ต่อคำถามว่า คะแนนนิยมพรรคเพื่อไทยทรุดตัวลงเรื่อยๆ ทำอย่างไร เขาตอบว่า การเมืองมันเป็นกระแส แล้วแต่ว่าภาวะการณ์ไหน ภาวะโดนรุมอย่างนี้ โดยเฉพาะโซเชียลมีเดียปั่นกันไป แต่สักเดี๋ยวก็หยุด ส่วนเรื่องการถอนกฎหมายเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ เขาระบุว่า อะไรเคลื่อนได้ก็ต้องเคลื่อน โดยเฉพาะที่ควรเป็นรูทีนแต่ไม่เคลื่อนก็ต้องขับเคลื่อน เช่น ยาเสพติด แก้หนี้ครัวเรือน แต่เรื่องโครงการใหญ่ๆ อย่างเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ต้องออกกฎหมายก็ทำไป แต่วันนี้ที่ถอนไม่อยากให้สับสน เขาเรียงความสำคัญให้เหมาะกับตอนนี้เท่านั้น แค้นคนเคยรัก ‘ฮุนเซน’ ใช้ทริกรอโทรเข้าส่วนตัว ต่อคำถามว่าเป็นพี่น้องกับฮุนเซนไหม เขาตอบว่า เคยเป็น และรู้สึกช็อคกับสิ่งที่เกิดขึ้น พร้อมเล่าว่า ปกติแพทองธารจะโทรคุยกับเขาตลอด วันนั้นแจ้งว่าจะไปที่โรงแรมโรสวูดเพื่อพบ ‘ฮวด’ และฮวดจะต่อสายให้คุยกับฮุนเซน ฝ่ายกัมพูชาเป็นคนอยากคุย นายกฯ จึงชวนภูมิธรรม รมว.กลาโหม และมาริษ รมว.การต่างประเทศ และ เลขานายกฯ ไปด้วยกัน รอเกือบสามชั่วโมง อีกฝ่ายอ้างว่าหลับ ทุกคนจึงแยกย้ายกลับ จากนั้นฮุนเซนจึงโทรเข้ามือถือส่วนตัว ยืนยันว่าเดิมทีจะคุยกันแบบหลายคนเพื่อให้มีข้อมูลที่จะคุยกันรู้เรื่อง และการทำเช่นนี้ไม่ใช่เขาทำลายเรา แต่ทำลายตัวเองด้วย เพราะไม่เหลือความน่าเชื่อถือในประชาคมโลกแล้ว นอกจากนี้ผู้ดำเนินรายงานยังชวนสนทนาว่าฮุนเซนโกรธจากเรื่องการปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ ทักษิณเล่าว่า พูดเรื่องนี้ตอนหาเสียงนายกฯ อบจ. ชี้เป้าตึก 25 ชั้นเป็นที่ซ่องสุมคอลเซ็นเตอร์ซึ่งเป็นรายได้ 60% ของจีดีพีของกัมพูชา ตำรวจไปสืบได้หลักฐานหมด วันนี้เรารู้เยอะเลยว่ามันโยงใยกับการฟอกเงินอย่างไร ส่วนการแก้ปัญหาชายแดนนั้น ทักษิณเชื่อว่าจะไม่บานปลาย และไม่เคยคิดว่าเรื่องนี้จะบานปลาย พร้อมเล่าย้อนไปเมื่อกัมพูชาเคลื่อนกำลังมาประชิดชายแดน มีการคุยกันผ่านคนกลาง ทางกัมพูชาถามว่าจะให้ทำยังไง ยืนยันว่าต้องถอนกำลัง ฮุนเซนรับปากบอกจะอนุญาตให้ทหารที่ชายแดนคุยกับทหารฝั่งไทย จากนั้นมีการพูดคุย JBC วันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา ต่อมาไม่กี่วันก็ปรับกำลังกัน “แต่บังเอิญทหารเขามีโปรแกรมตั้งแต่วันศุกร์แล้วว่า ขั้นตอนต่อไปจะปิดด่าน วันจันทร์ก็ปิดด่าน ทางนั้นก็เลยโกรธว่าเขาถอนทหารแล้วเรามาปิดด่าน ไม่รักษาสัญญา แล้วก็โกรธนายกฯ พูดว่า ไม่โปรเฟสชั่นนอล แต่ต้องจำไว้ว่า เรากับกัมพูชาไม่ได้ประกาศสงครามต่อกัน มันเป็นแค่ความขัดแย้งชายแดน เพราะฉะนั้นทุกอย่างยังสามารถพูดคุยกันแบบสันติได้อยู่”  ทักษิณ กล่าว “จริงๆ เรื่องไม่ได้ใหญ่เลย เรื่องมันนิดเดียว แต่เราก็ชอบเล่นงานกันเอง ไม่ได้คิดว่า การที่นายกฯ คุยกับฮุนเซน หวังว่าจะพูดให้เขาใจอ่อนหน่อย นักธุรกิจเวลาเจรจามีสองมุม คือคอมโพไมซ์ (ประนีประนอม) กับรุนแรง อยากจะใช้คอมโพรไมซ์ก่อน เพราะรู้จักกัน ไม่คิดว่าเป็นอย่างนี้ พอเป็นอย่างนี้ก็ต้องขอโทษที่พี่น้องว่า พลาด...พลาดที่คบคนอย่างนี้” ทักษิณกล่าวพร้อมยืนยันว่าไม่มีสงครามแน่นอน ตอนนี้ต่างคนต่างฟ้องโลก เป็นการดำน้ำแข่งกันว่าใครอึดกว่า เร่งแก้หนี้ครัวเรือน หนุนซอฟพาวเวอร์-AI จัดการธุรกิจนอกระบบ ต่อคำถามว่าจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ดีขึ้น ทักษิณยอมรับว่าหนักทุกทาง ตั้งแต่มาเป็นรัฐบาล เพราะรัฐจะใช้เงินอะไรก็ลำบาก, หนี้ครัวเรือนและหนี้เอสเอ็มอีสูงมาก การจะทำมาหากินใหม่ต้องลงทุนใหม่ ของเก่าไม่พอจะใช้แล้วลงทุนใหม่ก็ยิ่งยาก ดังนั้นเราจัดการ 3-4 อย่างพร้อมกัน คือ แก้หนี้ครัวเรือน พร้อมๆ กันก็ต้องหาโอกาสใหม่ๆ ให้ประชาชน แล้วรัฐก็ต้องพยายามหาทางลงทุนให้ได้ การลงทุนภาครัฐจะลงเองก็ลำบาก ดังนั้นต้องชวนประเทศที่มีสตางค์มาลงทุนให้เรา ลงทุนไปก่อน รูปแบบ PPP กับการกู้เงิน ต้องมานั่งดูว่ารูปแบบไหนกฎหมายรับได้และไม่เป็นหนี้สาธารณะ พร้อมยกตัวอย่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE ) ที่เคยไปอยู่ เงินเหลือเยอะมาก ไปลงทุนใน US 1.2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ วันนี้เขาลงทุนกับฝั่งตะวันออกบ้าง และสนใจลงทุน digital grid (ระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ) ซึ่งจะแยกพลังงานสีเขียวที่เชื่อมโยงกับคาร์บอนเครดิตได้ ลดการรั่วไหว มีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องหารือกันอีกมากภายใน นอกจากนี้ยังต้องเตรียมตัว 2 ส่วน คือ เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (ซอฟท์พาวเวอร์) ต้องขับเคลื่อนอย่างจริงจัง ทำให้ถึงครัวเรือน หาความชำนาญในทุกครัวเรือน เพื่อสร้างรายได้ใหม่ แต่ตอนนี้ยังยาก เพราะระบบราชการยังไม่สอดคล้อง อีกส่วนคือ AI เราต้องยอมรับว่าระบบการศึกษาแก้ชั่วข้ามคืนไม่ได้ AI เรียนลัดได้เลย เราสามารถใช้ AI ให้เป็นประโยชน์ ทำให้คนหูตากว้างขึ้น “ผมบอกลูกว่าเรามีหน้าที่ทำงานให้บ้านเมือง ทำเต็มที่ ทุ่มเทเต็มที่ ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น อย่าบอกว่าต้องรอ ประเทศรอไม่ได้ เราต้องพยายามทำ DATA center  และพยายามทำฮับAI กลั่นเอาข้อมูลมาทำประโยชน์” ทักษิณ กล่าว นอกจากนี้เขายังพูดถึงปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจแย่อย่าง ‘พนันออนไลน์’ ที่เงินออกไปข้างนอก 1.5 แสนล้านต่อปี แล้วอีก 5 หมื่นล้านเป็นค่าเกมที่ถูกกฎหมายต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ ,คอลเซ็นเตอร์คนไทยโดนหลอก 7-8 หมื่นล้านต่อปี, ยาเสพติดอีกเท่าไร สิ่งเหล่านี้คือนอกระบบที่เราสูญเสีย ยังไม่นับว่าจีนส่งของมาขาย บรรดาแพลตฟอร์มทั้งหลายอีก เราจึงต้องไล่ทุกเม็ด สินค้าจีนไม่ได้มาตรฐานเอามาฆ่าสินค้าเราหมด สำหรับประเด็นหนี้ครัวเรือน ทักษิณขยายความว่า เขาเชื่อว่า ต้องทำ AMC ของภาคประชาชน โดยเขาระบุว่าพยายามขายแต่ส่วนที่เกี่ยวข้องยังไม่ซื้อไอเดีย เป็นโมเลคล้ายสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (บสท.) ตั้ง AMC (บริษัทบริหารสินทรัพย์) ขึ้นมาเพื่อซื้อหนี้เสีย รัฐบาลไม่ขาดทุน ไม่กี่ปีก็คืนทุน ประชาชนก็ได้ตั้งตัว ภาษีทรัมป์ สไตล์นักธุรกิจเชื่อยังเจรจาได้ ต้องปกป้องสินค้าเกษตร ต่อคำถามเรื่องประธานาธิบดีทรัมป์ ทักษิณระบุว่า ทรัมป์เป็นนักธุรกิจ วิธีการเขาเหมือนวิธีการของบริษัทใหญ่ที่มีอำนาจต่อรองสูง ยัดไปให้ติดมุมก่อน ไม่ได้แปลว่าจบ ยังต่อรองได้ จดหมายที่ออกมาจากทำเนียบขาวนั้นออกมาโดยที่ยังไม่ได้รับรายงานรอบสองของไทย อย่างไรก็ตามเชื่อว่ายังเตรียมข้อมูลและเจรจาได้ การเร่งเจรจาแล้วยอมทุกอย่างไม่คุ้ม “ขอเล่าว่า เราส่งออกไปเมกามีสามก้อนใหญ่ หนึ่งสินค้าที่บริษัทอเมริกาจ้างทำที่เมืองไทยแล้วส่งกลับอเมริกา ส่วนนี้เราได้ค่าแรง ค่าวัตถุดิบนิดหน่อย ถ้าต้นทุน 100 เขาก็ต้องขายมากกว่า 136 คนที่จะรับผลกระทบก็คือคนอเมริกัน การย้ายฐานการผลิตบางอย่างก็ย้ายยากมาก เพราะคนไทยทำเป็นสิบๆ ปี ไปอยู่ที่อื่นกว่าจะเทรนคนได้ไม่คุ้ม กลุ่มที่สอง กลุ่มที่ชิ้นส่วนมาจากจีน ประกอบไทย ส่งขายอเมริกา ส่วนนี้เกินดุลอเมริกา ขาดดุลที่จีน ไม่ค่อยเดือดร้อน ส่วนที่สาม เดือดร้อนที่สุดคือ SME กับการเกษตร ถ้าเราจะปกป้องส่วนนี้แต่เปิดให้เขามาก “กระทืบถึงที่” ก็ไม่ได้ อาทิตย์นี้เราจะลงรายละเอียดหมด เราจะยอมในสิ่งที่มันเป็นไปได้ แล้วเราก็ต้องคิดว่า คุณขายบริการให้เราเยอะนะ เราไม่ได้ภาษีนะ แพลตฟอร์มทั้งหลายไม่ได้เก็บภาษี…เราไม่ได้สู้ เราขอความแฟร์” ทักษิณกล่าวและย้ำว่า “เราต้องดูทุกมิติ คนไทยอย่าเพิ่งสรุป อย่าเพิ่งตกใจ ผมยังอยู่ ผมไม่โง่” ทักษิณ กล่าว   * ข่าว * การเมือง * ทักษิณ ชินวัตร * เนชั่น * ฮุนเซน * โดนัลด์ ทรัมป์ * แพทองธาร ชินวัตร
dlvr.it
July 9, 2025 at 3:31 PM
รัฐบาลยืนยันไม่มีงบประมาณช่วยกัมพูชาในโครงการใหม่
รัฐบาลยืนยันไม่มีงบประมาณช่วยกัมพูชาในโครงการใหม่ auser15 Sun, 2026-09-13 - 13:16 รัฐบาลยืนยันไม่มีงบประมาณช่วยกัมพูชาในโครงการใหม่ หลัง 'พรรคเศรษฐกิจ' เรียกร้องทบทวนงบชดเชยดอกเบี้ยโครงการถนน R67 - ย้ำงบ 18.2 ล้านบาท ไม่ใช่ 31 ล้านบาท เป็นภาระดอกเบี๊ยตามสัญญาโครงการเดิมที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว ภาพพิธีลงนามข้อตกลงเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนมูลค่าประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (983 ล้านบาท) ระหว่างกัมพูชาและไทย สำหรับโครงการยกระดับ/ปรับปรุงถนนแห่งชาติหมายเลข 67 (National Road 67) ช่วงเสียมราฐ–อันลองเวง–จวม/สะงำ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 | ภาพจาก: Fresh News (แฟ้มภาพ) 13 กันยายน 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณี พรรคเศรษฐกิจมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ระบุมีการอนุมัติเงินช่วยเหลือประเทศกัมพูชา จำนวน 31 ล้านบาทว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ทั้งจำนวนเงินและวัตถุประสงค์ของงบประมาณ เรื่องที่เกี่ยวข้อง * พรรคเศรษฐกิจ เรียกร้องทบทวนงบชดเชยดอกเบี้ยโครงการถนน R67 ในกัมพูชา  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตัวเลขงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับโครงการในประเทศกัมพูชามีจำนวน 18.2 ล้านบาท  แบ่งเป็นโครงการถนน R67 จำนวน 12 ล้านบาท และโครงการด่านสตึงบท จำนวน 6.2 ล้านบาท  เป็นงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับภาระดอกเบี้ยตามสัญญาของโครงการที่ดำเนินการไปแล้วไม่ใช่ 31 ล้านบาท และไม่ได้เป็นเงินในการดำเนินโครงการใหม่   “งบประมาณส่วนนี้ได้ผ่านการซักถามและพิจารณารายละเอียดในชั้นคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการของทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในการพิจารณางบประมาณของรัฐสภา  โดยหน่วยงานได้ชี้แจงรายละเอียดต่อคณะกรรมาธิการแล้ว ไม่มีการตัดลดงบประมาณส่วนดังกล่าว”  นายเอกภพ กล่าว สำหรับ โครงการถนน R67 และโครงการด่านสตึงบทได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว ปัจจุบันอยู่ในช่วงการชำระหนี้ตามสัญญา โดยฝ่ายกัมพูชาได้ชำระหนี้ตามสัญญามาอย่างต่อเนื่อง และทั้งสองโครงการมีผู้ประกอบการและผู้ควบคุมงานของไทยเป็นผู้ดำเนินการ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ NEDA เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนการจัดหาแหล่งเงินกู้สำหรับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องสอดคล้องและเชื่อมโยงกับแผนการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย  ยังระบุถึง เงื่อนไขทางการเงินที่มีข้อกำหนดให้ใช้ผู้ดำเนินการและวัสดุอุปกรณ์จากประเทศไทย และกรณีเป็นการร่วมทุน ฝ่ายไทยต้องถือหุ้นมากกว่าร้อยละ 51 ทั้งสองโครงการ NEDA เป็นผู้จัดหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินของไทย และมีเงื่อนไขตามสัญญาที่ NEDA รับผิดชอบช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยบางส่วน ซึ่งเป็นที่มาของงบประมาณดังกล่าว หาก NEDA ไม่ชำระดอกเบี้ยในส่วนที่ต้องรับผิดชอบตามสัญญา อาจกระทบต่อเงื่อนไขของสัญญาและการชำระคืนเงินกู้ของฝ่ายกัมพูชาได้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นและความห่วงใยของพี่น้องประชาชนต่อประเด็นดังกล่าว และขอให้พิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนนำไปสู่ความเข้าใจผิด โดยรัฐบาลพร้อมชี้แจงข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันว่า การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกรอบและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศไทยและคนไทยเป็นสำคัญ * ข่าว * การเมือง * ต่างประเทศ * กัมพูชา * ถนน R67 ในกัมพูชา * สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน * NEDA
dlvr.it
September 13, 2026 at 6:21 AM
รัฐบาลยืนยันไม่มีงบประมาณช่วยกัมพูชาในโครงการใหม่
รัฐบาลยืนยันไม่มีงบประมาณช่วยกัมพูชาในโครงการใหม่
รัฐบาลยืนยันไม่มีงบประมาณช่วยกัมพูชาในโครงการใหม่ auser15 Sun, 2026-09-13 - 13:16 รัฐบาลยืนยันไม่มีงบประมาณช่วยกัมพูชาในโครงการใหม่ หลัง 'พรรคเศรษฐกิจ' เรียกร้องทบทวนงบชดเชยดอกเบี้ยโครงการถนน R67 - ย้ำงบ 18.2 ล้านบาท ไม่ใช่ 31 ล้านบาท เป็นภาระดอกเบี๊ยตามสัญญาโครงการเดิมที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว ภาพพิธีลงนามข้อตกลงเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนมูลค่าประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (983 ล้านบาท) ระหว่างกัมพูชาและไทย สำหรับโครงการยกระดับ/ปรับปรุงถนนแห่งชาติหมายเลข 67 (National Road 67) ช่วงเสียมราฐ–อันลองเวง–จวม/สะงำ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 | ภาพจาก: Fresh News (แฟ้มภาพ) 13 กันยายน 2569 นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณี พรรคเศรษฐกิจมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ระบุมีการอนุมัติเงินช่วยเหลือประเทศกัมพูชา จำนวน 31 ล้านบาทว่า เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง ทั้งจำนวนเงินและวัตถุประสงค์ของงบประมาณ เรื่องที่เกี่ยวข้อง * พรรคเศรษฐกิจ เรียกร้องทบทวนงบชดเชยดอกเบี้ยโครงการถนน R67 ในกัมพูชา  โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตัวเลขงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับโครงการในประเทศกัมพูชามีจำนวน 18.2 ล้านบาท  แบ่งเป็นโครงการถนน R67 จำนวน 12 ล้านบาท และโครงการด่านสตึงบท จำนวน 6.2 ล้านบาท  เป็นงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับภาระดอกเบี้ยตามสัญญาของโครงการที่ดำเนินการไปแล้วไม่ใช่ 31 ล้านบาท และไม่ได้เป็นเงินในการดำเนินโครงการใหม่   “งบประมาณส่วนนี้ได้ผ่านการซักถามและพิจารณารายละเอียดในชั้นคณะอนุกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการของทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในการพิจารณางบประมาณของรัฐสภา  โดยหน่วยงานได้ชี้แจงรายละเอียดต่อคณะกรรมาธิการแล้ว ไม่มีการตัดลดงบประมาณส่วนดังกล่าว”  นายเอกภพ กล่าว สำหรับ โครงการถนน R67 และโครงการด่านสตึงบทได้ดำเนินการก่อสร้างเสร็จสิ้นแล้ว ปัจจุบันอยู่ในช่วงการชำระหนี้ตามสัญญา โดยฝ่ายกัมพูชาได้ชำระหนี้ตามสัญญามาอย่างต่อเนื่อง และทั้งสองโครงการมีผู้ประกอบการและผู้ควบคุมงานของไทยเป็นผู้ดำเนินการ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ NEDA เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนการจัดหาแหล่งเงินกู้สำหรับโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องสอดคล้องและเชื่อมโยงกับแผนการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย  ยังระบุถึง เงื่อนไขทางการเงินที่มีข้อกำหนดให้ใช้ผู้ดำเนินการและวัสดุอุปกรณ์จากประเทศไทย และกรณีเป็นการร่วมทุน ฝ่ายไทยต้องถือหุ้นมากกว่าร้อยละ 51 ทั้งสองโครงการ NEDA เป็นผู้จัดหาแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินของไทย และมีเงื่อนไขตามสัญญาที่ NEDA รับผิดชอบช่วยแบ่งเบาภาระดอกเบี้ยบางส่วน ซึ่งเป็นที่มาของงบประมาณดังกล่าว หาก NEDA ไม่ชำระดอกเบี้ยในส่วนที่ต้องรับผิดชอบตามสัญญา อาจกระทบต่อเงื่อนไขของสัญญาและการชำระคืนเงินกู้ของฝ่ายกัมพูชาได้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นและความห่วงใยของพี่น้องประชาชนต่อประเด็นดังกล่าว และขอให้พิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนนำไปสู่ความเข้าใจผิด โดยรัฐบาลพร้อมชี้แจงข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันว่า การดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามกรอบและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศไทยและคนไทยเป็นสำคัญ * ข่าว * การเมือง * ต่างประเทศ * กัมพูชา * ถนน R67 ในกัมพูชา * สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน * NEDA
dlvr.it
September 13, 2026 at 6:21 AM