#วิอาญา
มาตราไม่เยอะหรอก ที่รู้+อ่านอยู่ตอนนี้คือประมวลวิอาญา ม.148 ถึงม.156 แต่แบบ ก็กฎหมายอะ🥲
อ่านเนื้อหานิติเวช🥰🥰🥰
อ่านเนื้อหากฎหมายการแพทย์😧😧😧
May 18, 2025 at 1:55 PM
📌ภายในเล่ม : เนื้อหาหลักในหนังสือ มีตั้งแต่ขอบเขตในภาพรวม จนถึงเจาะประเด็นในแต่ละข้อ ซึ่ง “อัพเดทถึงสมัยที่ 77” เลยค่า
✅วิอาญา : ข้อ 1-8
✅วิแพ่ง : ข้อ 1-7
✅ขอบเขตมาตราที่ออกสอบ
November 17, 2025 at 7:28 AM
/นั่งกินหมูทะอยู่ข้างน้องตัวเอง/

/ใครสักคนตัดสินใจเปิดจำเลยรัก/

/เป็นผู้ประสบภัยวิอาญา โดนกรี้ดใส่หูจนเหมือนจะได้ปริญญาอีกใบ/

'มึงจะอนุญาโตทำไมในเมื่อมึงไปศาล'

/โดนเขย่าคอ/

"เออ ไม่อนุๆ แดกเถอะ ก่อนสมองกูจะลงไปผสมน้ำซุป"

'มึงจะอุทธรณ์เลยได้ไง มันคำสั่งอะไร คดียังไม่จบ มันไปได้ไงว-'

/ยัดหมูเข้าปากมันเพื่อจบปัญหา/

/โดนทุบเพราะมันจะสำลั/
August 30, 2024 at 10:50 AM
✍️ในช่วงแรกของการเปิดเทอมเราต้องเริ่มวางแผนการเรียนก่อน
เตรียมตัวให้พร้อมด้วยการ “เน้นประเด็น มาตรา และคำพิพากษาฎีกาสำคัญ” ด้วยหนังสือคู่มือแนะนำ “สถิติ Chic Chic พิชิตเนติฯ 2568” มีทั้ง “ขาวิแพ่ง + ขาวิอาญา” ตอนนี้ "พิมพ์ครั้งที่ 11" แล้วค่ะ
November 17, 2025 at 7:28 AM
พายไก่และวิ.อาญา ส่วนกาแฟกำลังไปชง เสร็จงานราชของท่านพ่อละสบายใจลุยสือกันต่อ
November 4, 2024 at 6:56 AM
มิจฉาชีพเอา112มาหลอกเอาตังคนแก่แล้วอ่ะ ใช้112เป็นเครื่องมือไปเรื่อยจริงๆ #ยกเลิก112 ได้ยัง
www.facebook.com/share/p/1N82...
January 9, 2026 at 1:04 PM
เอ็มพาวเวอร์ ยื่นร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร
เอ็มพาวเวอร์ ยื่นร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร auser15 Fri, 2026-05-29 - 10:01 มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ ยื่นร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องรัฐบาลยกเลิกความผิดอาญากับผู้ทำงานบริการทางเพศ หวังเป็นแรงงานที่ได้รับการคุ้มครองและสิทธิพื้นฐานเหมือนอาชีพอื่น เพื่อนําไปสู่การปลดล็อคความผิดค้าประเวณีกับพนักงานบริการ สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ว่า นางทันตา เลาวิลาวัณยกุล ผู้ประสานงานมูลนิธิเอ็มพาวเวอร์ นำคณะ ยื่นเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ พ.ศ. .... พร้อมรายชื่อผู้ลงนามสนับสนุน จำนวน 11,765 รายชื่อ ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่าน ว่าที่ร้อยตรี สัณห์ พิยะ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ สํานักประธานสภาผู้แทนราษฎร สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกความผิดอาญากับผู้ทำงานบริการทางเพศ นางทันตา กล่าวว่า พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณี พ.ศ.2539 ใช้บังคับมานานไม่สอดดล้องกับปัจจุบัน เนื่องจากกำหนดให้ผู้ค้าประเวณีหรือผู้ให้บริการทางเพศโดยสมัครใจมีความผิดทางอาญา ทำให้ผู้นั้นตกเป็นเหยื่อจากผู้แสวงหาประโยชน์ ถูกล่วงละเมิด ถูกเอาเปรียบ ถูกเลือกปฏิบัติจากเงื่อนไขทำงาน กฎหมายนี้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาและยังส่งผลกระทบต่อทุกฝ่าย ประเทศไทยต้องออกกฎหมายเพื่อยกเล็กกฎหมาย งานบริการทางเพศต้องได้รับการรับรองว่าเป็นงาน ขณะเดียวกัน สังคมค่อนข้างห่วงใย เพราะเกี่ยวข้องกับหลายส่วน เช่น ลูกค้า เจ้าของธุรกิจสถานบริการ ดังนั้น จึงต้องมีกฎหมายรองรับความปลอดภัยกับทุกคน ทั้งพนักงานบริการและผู้ใช้บริการ เพื่อเปลี่ยนคนทำงานบริการทางเพศเป็นแรงงานที่ได้รับการคุ้มครองเหมือนอาชีพอื่น ๆ พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ใช่การสนับสนุนให้คนมาทำงานบริการทางเพศ เป็นเพียงการเคารพการตัดสินใจของคนทำงานนี้เพื่อให้ได้รับสิทธิพื้นฐานเหมือนอาชีพอื่น ๆ เพื่อนําไปสู่การปลดล็อคความผิดค้าประเวณีให้กับพนักงานบริการได้ ว่าที่ร้อยตรี สัณห์ พิยะ ผู้บังคับบัญชากลุ่มงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ สํานักประธานสภาผู้แทนราษฎร สํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังรับ ยื่นร่างกฎหมาย ว่า ตนในฐานะผู้ได้รับมอบหมายจากประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้มารับยื่นร่างกฎหมายฉบับนี้ จะนําร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่กระบวนการขั้นตอนของสภาผู้แทนราษฎร โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ก่อนเสนอต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาภายใน 45 วันต่อไป * ข่าว * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ให้บริการทางเพศ * มูลนิธิเอ็มพาวเวอร์
dlvr.it
May 29, 2026 at 3:06 AM
ส่วนสิทธิในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนนั้น เป็นสิทธิของผู้ร้องที่ได้รับความเสียหายในมูลละเมิดอันเกิดจากการกระทำความผิดอาญา กฎหมายกำหนดให้สามารถขอค่าสินไหมทดแทนเข้ามาในคดีอาญาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 โดยเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ร้องซึ่งเป็นผู้เสียหายเท่านั้น _[8/10]
April 24, 2025 at 5:42 AM
ทีม สก.เพื่อไทย แจ้งความ 'รักชนก ศรีนอก' หมิ่นประมาท
ทีม สก.เพื่อไทย แจ้งความ 'รักชนก ศรีนอก' หมิ่นประมาท auser15 Tue, 2025-08-05 - 18:59 ทีม สก.เพื่อไทย แจ้งความ 'รักชนก ศรีนอก' สส.กทม. พรรคประชาชน ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 328 หลังโพสต์ว่า “ขอให้ประชาชนทุกท่าน ร่วมไว้อาลัยให้กับ สภา กทม. และ สก.พรรคเพื่อไทย กลัวโดนจับโป๊ะ จับโกง จับทุจริตใช้วิธีโหวต เพื่อเขี่ยโควตาคนนอกพรรคประชาชน…” และอีกตอนหนึ่งระบุว่า “คนพวกนี้คิดว่าจะทำอะไรก็ได้ในสภา จะโกหกอะไรก็ได้ เพราะประชาชนไม่ค่อยสนใจสภา กทม.” ที่มาภาพ: สำนักข่าวไทย 5 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะแกนนำภาค กทม.พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย และ สก.พรรคเพื่อไทย ได้แก่ นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ สก.เขตคันนายาว ,นายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย สก.เขตบึงกุ่ม ,น.ส.มธุรส เบนท์ สก.เขตสะพานสูง และ น.ส.นภัสสร พละระวีพงศ์ สก.เขตบางกะปิ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีกับ นส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. พรรคประชาชน ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 นายพลภูมิ กล่าวว่า สาเหตุที่ สก.ของพรรคเพื่อไทย ต้องเข้าแจ้งความในวันนี้ เนื่องจาก เมื่อวันที่ 4 ส.ค. น.ส.รักชนก โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “รักชนก ศรีนอก” ระบุว่า “ขอให้ประชาชนทุกท่าน ร่วมไว้อาลัยให้กับ สภา กทม. และ สก.พรรคเพื่อไทย กลัวโดนจับโป๊ะ จับโกง จับทุจริตใช้วิธีโหวต เพื่อเขี่ยโควตาคนนอกพรรคประชาชน…” และอีกตอนหนึ่งระบุว่า “คนพวกนี้คิดว่าจะทำอะไรก็ได้ในสภา จะโกหกอะไรก็ได้ เพราะประชาชนไม่ค่อยสนใจสภา กทม.” นอกจากนี้ ยังโพสต์ชื่อและลิ้งค์เพจเฟซบุ๊กของ สก.พรรคเพื่อไทยทั้ง 4 คนที่เข้าแจ้งความในวันนี้ ทำให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง ถูกสังคมเข้าใจผิด และถูกลดความน่าเชื่อถือในฐานะผู้แทนของประชาชน โดยเห็นว่าการใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องกระทำบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพื่อสร้างวาทกรรมโจมตีอย่างไร้ความรับผิดชอบ นายพลภูมิ กล่าวอีกว่า ตลอดเวลาที่ตนทำงานกับ สก.พรรคเพื่อไทย ได้เห็นความทุ่มเท เห็นการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และการทำงานร่วมกับประชาชนในทุกปัญหา การบริหารงบประมาณในระดับเขตมีขั้นตอนที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องผ่านการกลั่นกรองในสภา ทุกคนทำงานภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่โดยไม่มีข้อครหาใดทั้งสิ้น แต่เมื่อมีบุคคลสาธารณะ เป็นถึง สส. ออกมาใช้คำว่า “จับโป๊ะ จับโกง” และ “จะโกหกอะไรก็ได้” โดยไม่มีหลักฐาน นอกจากจะเป็นการดูหมิ่นผู้แทนท้องถิ่นแล้ว ยังบั่นทอนศรัทธาของประชาชนที่มีต่อสภากรุงเทพมหานครอย่างร้ายแรง “เราไม่ได้ดำเนินคดีเพื่อตอบโต้ แต่เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของผู้ที่ทำงานหนักโดยสุจริต และเพื่อรักษามาตรฐานของการเมืองที่ตั้งอยู่บนความรับผิดชอบ ไม่ใช่วาทกรรมปลุกกระแสแบบฉาบฉวย” นายพลภูมิ กล่าว ด้าน นายจิรวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับกรณีนี้ทีมกฎหมายได้พิจารณาแล้วเป็นการสร้างความเสียหาย เพราะมีการกล่าวหาว่ามีการทุจริต ดังนั้นวันนี้จึงต้องมาแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก จนถึงที่สุด เพราะเวลาที่ท่านเป็นนักการเมือง ไม่ใช่ว่าอยากจะพูดอยากจะกล่าวหาใครก็ได้ หรือพูดเอาสนุก พูดเอาเท่ การพูดหรือการโพสต์อะไรควรจะต้องมีความรับผิดชอบ โดยเฉพาะผู้ที่เป็น สส. เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่ง สก. ทุกคนมีความตั้งใจในการทำงานเพื่อพี่ร้องประชาชน ไม่ใช่ท่านเอาดีเข้าตัวอยู่คนเดียว ขณะที่ นางชญาดา กล่าวว่า ตลอดการเป็น สก.ไม่เคยใช้ตำแหน่งเพื่อผลประโยชน์ส่วน และไม่เคยมีพฤติกรรมที่เข้าข่าย “จับโป๊ะ จับโกง” อย่างที่ถูกพาดพิง การกล่าวหาในลักษณะนี้สร้างความเสียหายทั้งต่อตนเอง ที่สำคัญคือกระทบต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนในพื้นที่คันนายาวอย่างยิ่ง ด้านนายเนติภูมิ กล่าวว่า สิ่งที่ตนรับไม่ได้คือการเหมารวมว่า คนพวกนี้จะโกหกอะไรก็ได้ ทั้งที่เราทุกคนทำงานภายใต้สายตาของประชาชนทุกวัน การโพสต์กล่าวหาลอยๆ แบบนี้ ทำให้คนไม่รู้ข้อเท็จจริงเกิดความเข้าใจผิด ตนไม่สามารถยอมได้ โดยเฉพาะการมาทำลายความตั้งใจของตนและทีมงาน นส.มธุรส กล่าวว่า ตนเองยึดหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มาโดยตลอด การบริหารงบประมาณของสภาท้องถิ่นต้องผ่านหลายขั้นตอน ไม่ใช่ว่า จะใช้โดยพลการได้ตามใจอย่างที่โพสต์กล่าวหา การบิดเบือนในลักษณะนี้เท่ากับดูแคลนคนทำงานและบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยในระดับฐานราก ด้าน นส.นภัสสร บอกว่า คำพูดที่ว่า กลัวโดนจับโกง เป็นถ้อยคำรุนแรงที่ไม่มีมูลความจริง พวกตนไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตใด ๆ และการเหมารวมว่าทั้งกลุ่ม สก.เพื่อไทยมีพฤติกรรมเช่นนั้น ถือเป็นการใส่ร้ายอย่างไม่ยุติธรรม ตนขอยืนยันว่าเราจะใช้สิทธิตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อรักษาเกียรติและความศรัทธาจากประชาชนในพื้นที่ กลุ่ม สก.ผู้เสียหายทั้ง 4 คน ยืนยันว่าการดำเนินคดีครั้งนี้ไม่ใช่เพื่อการโต้ตอบทางการเมือง แต่เพื่อปกป้องชื่อเสียง ศักดิ์ศรี และความถูกต้องในหน้าที่ของผู้แทนประชาชนในระดับท้องถิ่น พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่อยู่ในแวดวงการเมืองใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกด้วยความรับผิดชอบ และเคารพต่อข้อเท็จจริงในสังคมประชาธิปไตย * ข่าว * การเมือง * สก. * พรรคเพื่อไทย * รักชนก ศรีนอก * พรรคประชาชน
dlvr.it
August 5, 2025 at 12:06 PM
แต่การที่โจทก์ร่วมจะถอนฟ้องคดีดังกล่าวหรือไม่ ย่อมเป็นสิทธิของโจทก์ร่วมอันพึงกระทำได้ก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 35 วรรคหนึ่ง โดยกฎหมายมิได้ห้ามโจทก์ซึ่งฟ้องคดีความผิดอาญาแผ่นดินไว้แล้วจะถอนฟ้องไม่ได้ _[2/3]
January 2, 2025 at 6:43 AM
ศาลสั่งงดสืบพยานฝั่งนักปกป้องสิ่งแวดล้อมคดี SLAPP ออกเอกสารสิทธิ์ชายหาดปากบารา
ศาลสั่งงดสืบพยานฝั่งนักปกป้องสิ่งแวดล้อมคดี SLAPP ออกเอกสารสิทธิ์ชายหาดปากบารา auser15 Thu, 2026-09-17 - 07:25 มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) เผยศาลสั่งงดสืบพยานฝั่งนักปกป้องสิ่งแวดล้อมคดี SLAPP กรณีใช้สิทธิตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ชายหาดปากบารา จ.สตูล มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) แจ้งข่าวว่าเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ ศาลอาญา ได้มีการนัดสืบพยานโจทก์-จำเลยในคดี  2 นักปกป้องสิ่งแวดล้อมโดนฟ้อง SLAPP  เหตุใช้สิทธิตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ทับชายหาดปากบารา จ.สตูล โดยมีเอกชนยื่นฟ้อง วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี  นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย และอัสรุต กองบก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จังหวัดสตูล ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 7,049,750 บาท เนื่องจากวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี โพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นชายหาดสาธารณะลงในสื่อโซเชียล (Facebook) พร้อมแนบรูปภาพการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในพื้นที่ชายหาด และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) โดยในวันนี้ศาลมีคำสั่งงดสืบพยานฝั่งจำเลย จากเดิมจะต้องสืบในวันที่ 17-18 กันยายน 2569 เนื่องจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำเข้าสืบประกอบกับข้อเท็จจริงในสำนวนแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ หลังจากการสืบพยานฝั่งโจทก์เสร็จสิ้นและได้ฝั่งคำสั่งศาลแล้ว ด้านอัสรุต กองบก ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งตกเป็นจำเลยที่ 2 กล่าวว่า ตนรู้สึกโล่งใจที่ศาลสั่งงดสืบพยาน แต่ก็มีความจริงจะบอกกับศาล แต่ไม่ได้พูด เพราะศาลสั่งงดสืบพยานจำเลย และรู้สึกว่าการไต่สวนฝั่งโจทก์ น่าจะนำสืบให้ศาลได้รู้ในเบื้องต้นแล้วว่ามีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด ทำให้ศาลมีคำสั่งงดสืบพยานฟังจำเลย  “ในขณะที่มีการสืบพยานฝั่งโจทก์ ตอนได้ฟังอยู่นั้น รู้สึกว่าฝั่งโจทก์พูดความจริง แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงด้วยเช่นกัน และคิดว่าถ้าตนได้มีโอกาสเบิกความต่อศาลก็จะพูดความจริงทุกอย่างให้ชัดเจนต่อเหตุการณ์นี้ว่ามีที่มาอย่างไร” นอกจากนี้การฟ้อง SLAPP เช่นนี้ ยังส่งผลกระทบให้กับเขา โดย อัสรุต กล่าวว่า “เนื่องจากผมเป็นผู้นำปกครองท้องที่ มีหน้าที่ดูแลที่สาธารณะประโยชน์ และเป็นตัวแทนชาวบ้าน ก็รู้สึกว่าการถูกฟ้องในครั้งนี้ ทำให้ผมมีการถูกเมินจากสังคมหาว่าเราไปบุกรุกที่เอกชน การทำหน้าที่ในครั้งนี้ต้องแบกภาระ เนื่องจากเป็นผู้ดูแลที่สาธารณะประโยชน์ และผมได้พิจารณาดู และช่างน้ำหนักดูแล้วว่า พื้นที่ชายหาดในพื้นที่ ม.6 ชาวบ้านได้ใช้ร่วมร่วมกันมานานเป็นเวลา 47 ปี ผมเกิดมาก็สภาพเป็นชายหาดแล้ว และเป็นที่ที่ผู้คนมาเล่นน้ำและมาใช้ประโยชน์ร่วมกันมานานแล้ว ผมก็ได้ทำหน้าที่ตามความเป็นจริง การที่ผมได้ทำหน้าที่ตรงนี้ผมก็รู้สึกภูมิใจที่ได้ปกป้องพื้นแผ่นดินชายหาดที่เป็นที่สาธารณะไว้ให้ลูกหลานให้คนจังหวัดสตูลได้ใช้ร่วมกันต่อไป” ขณะที่ วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี  จำเลยที่ 1 กล่าวว่า “วันนี้เชื่อในข้อเท็จจริงที่ตัวเองมีอยู่กับพยานหลักฐานที่เตรียมมา เพื่อนำมาให้ศาลได้รับฟัง แต่ช่วงท้ายก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะว่าในฐานะฝ่ายจำเลยไม่ได้พูด เพราะท่านสั่งงดสืบพยานฝ่ายจำ ถ้าหากพูดกันผมใช้คำว่า ยุติธรรมชาวบ้าน ที่ในทางข้อกฎหมายศาลจะมองไปอีกแบบหนึ่ง แต่ในทางสังคมในทางความเป็นมนุษย์ที่มีความสัมพันธ์กัน เมื่อฝ่ายนึงตั้งข้อกล่าวหาและมีโอกาสได้พูด หลายต่อหลายรอบ ตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง มาสืบพยานต่อหน้าศาล และบุคคลต่าง ๆ ด้วยไม่ใช่แค่ศาลอย่างเดียว เพราะการสืบพยานถือว่าสืบกันโดยเปิดเผย ไม่ใช่การคุยกันแค่ฝ่ายจำเลยกับโจทก์ หรือว่าโจทก์กับศาลเท่านั้น มันก็มีบุคคลอื่นที่จะเข้ารับฟังได้ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่พยานอีกฝ่ายนึงพูดนั้น มีตั้งหลายเรื่องที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ซึ่งเรารู้สึกว่า แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับคดี ก็รู้สึกว่า เราถูกละเมิดด้านหนึ่ง รู้สึกถูกละเมิดสิทธิ  ถ้าถามว่ารู้สึกยังไงก็รู้สึกว่าเราไม่มีโอกาสได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูดเหมือนกัน” “แต่ในมุมมองของผมมองว่าการที่ศาลรับฟังเฉพาะโจทก์ฝ่ายเดียว และโจทก์กล่าวหาเราฝ่ายเดียวมันมีความไม่เป็นธรรมอยู่  ตามกฎระเบียบของศาลหรือตามกฎหมายให้ทำได้ แต่ผมมองว่าควรกระทำตอนที่อยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เพราะจะไม่เป็นภาระของจำเลย ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาและยังก็ต้องตั้งทนาย เตรียมค่าใช้จ่าย ต้องประกันตัว ต้องถูกใส่กุญแจมือ ต้องถูกนำตัวไปขังอยู่ใต้ถุนศาลเป็นวันผมถูกขังอยู่เป็นวันนะ ผมรู้สึกผมถูกกล่าวหาและสูญเสียอิสรภาพ สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง สูญเสียเวลา ตรงนี้ก็รู้สึกว่า ถ้าขั้นตอนแบบนี้ มันควรจะจบตั้งแต่ชั้นไต่สวน ศาลก็ควรวินิจฉัยตั้งแต่ตอนนั้น” ด้าน ศศิประภา ไร่สงวน ทนายความจาก EnLAW ซึ่งเป็นทนายของจำเลย กล่าวว่า “คดีดังกล่าวที่เอกชนยื่นฟ้องต่อนักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมนั้นถือเป็นการฟ้องปิดปาก เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาที่มีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้ง เอาเปรียบหรือมุ่งสร้างภาระแก่คู่ความโดยไม่สมควร ซึ่งทางทนายความได้ยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายพิจารณาคดีความอาญามาตรา 161/1 และ มาตรา 165 วรรคสอง แล้วในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยศาลมีคำสั่งรับฟ้องไว้พิจารณาโดยไม่ปรากฎว่าในคำสั่งได้มีการนำประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ว่าการดำเนินคดีของโจทก์เป็นการแกล้งฟ้องปิดปากมาวินิจฉัยในคำสั่งรับคำฟ้อง”      “วันนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์จำนวน 2 ปาก โดยภายหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วได้มีคำสั่งงดสืบพยานจำเลย โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำเข้าสืบประกอบกับข้อเท็จจริงในสำนวนแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ และกำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 กันยายน 2569 ก็ต้องรอจับตาผลคำพิพากษาของคดีต่อไปว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดีนี้ว่าอย่างไร ทั้งนี้ทางทนายความคาดหวังว่าคำพิพากษาของศาลจะช่วยคุ้มครองนักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมจากการถูกกลั่นแกล้งฟ้องมากกว่าแค่ให้จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดทางกฎหมายอันเนื่องมาจากการกระทำของจำเลยไม่เข้าองค์ประกอบความผิดทางกฎหมาย” * ข่าว * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * สิ่งแวดล้อม * ปากบารา * สตูล * มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม * EnLAW * SLAPP * กระบวนการยุติธรรม
dlvr.it
September 17, 2026 at 12:27 AM
ศาลสั่งงดสืบพยานฝั่งนักปกป้องสิ่งแวดล้อมคดี SLAPP ออกเอกสารสิทธิ์ชายหาดปากบารา
ศาลสั่งงดสืบพยานฝั่งนักปกป้องสิ่งแวดล้อมคดี SLAPP ออกเอกสารสิทธิ์ชายหาดปากบารา
ศาลสั่งงดสืบพยานฝั่งนักปกป้องสิ่งแวดล้อมคดี SLAPP ออกเอกสารสิทธิ์ชายหาดปากบารา auser15 Thu, 2026-09-17 - 07:25 มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) เผยศาลสั่งงดสืบพยานฝั่งนักปกป้องสิ่งแวดล้อมคดี SLAPP กรณีใช้สิทธิตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ชายหาดปากบารา จ.สตูล มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (EnLAW) แจ้งข่าวว่าเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ณ ศาลอาญา ได้มีการนัดสืบพยานโจทก์-จำเลยในคดี  2 นักปกป้องสิ่งแวดล้อมโดนฟ้อง SLAPP  เหตุใช้สิทธิตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์ทับชายหาดปากบารา จ.สตูล โดยมีเอกชนยื่นฟ้อง วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี  นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย และอัสรุต กองบก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.ปากน้ำ อ.ละงู จังหวัดสตูล ในข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 พร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 7,049,750 บาท เนื่องจากวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี โพสต์ข้อความตั้งคำถามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะเป็นชายหาดสาธารณะลงในสื่อโซเชียล (Facebook) พร้อมแนบรูปภาพการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนในพื้นที่ชายหาด และหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) โดยในวันนี้ศาลมีคำสั่งงดสืบพยานฝั่งจำเลย จากเดิมจะต้องสืบในวันที่ 17-18 กันยายน 2569 เนื่องจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำเข้าสืบประกอบกับข้อเท็จจริงในสำนวนแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ หลังจากการสืบพยานฝั่งโจทก์เสร็จสิ้นและได้ฝั่งคำสั่งศาลแล้ว ด้านอัสรุต กองบก ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งตกเป็นจำเลยที่ 2 กล่าวว่า ตนรู้สึกโล่งใจที่ศาลสั่งงดสืบพยาน แต่ก็มีความจริงจะบอกกับศาล แต่ไม่ได้พูด เพราะศาลสั่งงดสืบพยานจำเลย และรู้สึกว่าการไต่สวนฝั่งโจทก์ น่าจะนำสืบให้ศาลได้รู้ในเบื้องต้นแล้วว่ามีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด ทำให้ศาลมีคำสั่งงดสืบพยานฟังจำเลย  “ในขณะที่มีการสืบพยานฝั่งโจทก์ ตอนได้ฟังอยู่นั้น รู้สึกว่าฝั่งโจทก์พูดความจริง แต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงด้วยเช่นกัน และคิดว่าถ้าตนได้มีโอกาสเบิกความต่อศาลก็จะพูดความจริงทุกอย่างให้ชัดเจนต่อเหตุการณ์นี้ว่ามีที่มาอย่างไร” นอกจากนี้การฟ้อง SLAPP เช่นนี้ ยังส่งผลกระทบให้กับเขา โดย อัสรุต กล่าวว่า “เนื่องจากผมเป็นผู้นำปกครองท้องที่ มีหน้าที่ดูแลที่สาธารณะประโยชน์ และเป็นตัวแทนชาวบ้าน ก็รู้สึกว่าการถูกฟ้องในครั้งนี้ ทำให้ผมมีการถูกเมินจากสังคมหาว่าเราไปบุกรุกที่เอกชน การทำหน้าที่ในครั้งนี้ต้องแบกภาระ เนื่องจากเป็นผู้ดูแลที่สาธารณะประโยชน์ และผมได้พิจารณาดู และช่างน้ำหนักดูแล้วว่า พื้นที่ชายหาดในพื้นที่ ม.6 ชาวบ้านได้ใช้ร่วมร่วมกันมานานเป็นเวลา 47 ปี ผมเกิดมาก็สภาพเป็นชายหาดแล้ว และเป็นที่ที่ผู้คนมาเล่นน้ำและมาใช้ประโยชน์ร่วมกันมานานแล้ว ผมก็ได้ทำหน้าที่ตามความเป็นจริง การที่ผมได้ทำหน้าที่ตรงนี้ผมก็รู้สึกภูมิใจที่ได้ปกป้องพื้นแผ่นดินชายหาดที่เป็นที่สาธารณะไว้ให้ลูกหลานให้คนจังหวัดสตูลได้ใช้ร่วมกันต่อไป” ขณะที่ วิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี  จำเลยที่ 1 กล่าวว่า “วันนี้เชื่อในข้อเท็จจริงที่ตัวเองมีอยู่กับพยานหลักฐานที่เตรียมมา เพื่อนำมาให้ศาลได้รับฟัง แต่ช่วงท้ายก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เพราะว่าในฐานะฝ่ายจำเลยไม่ได้พูด เพราะท่านสั่งงดสืบพยานฝ่ายจำ ถ้าหากพูดกันผมใช้คำว่า ยุติธรรมชาวบ้าน ที่ในทางข้อกฎหมายศาลจะมองไปอีกแบบหนึ่ง แต่ในทางสังคมในทางความเป็นมนุษย์ที่มีความสัมพันธ์กัน เมื่อฝ่ายนึงตั้งข้อกล่าวหาและมีโอกาสได้พูด หลายต่อหลายรอบ ตั้งแต่ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง มาสืบพยานต่อหน้าศาล และบุคคลต่าง ๆ ด้วยไม่ใช่แค่ศาลอย่างเดียว เพราะการสืบพยานถือว่าสืบกันโดยเปิดเผย ไม่ใช่การคุยกันแค่ฝ่ายจำเลยกับโจทก์ หรือว่าโจทก์กับศาลเท่านั้น มันก็มีบุคคลอื่นที่จะเข้ารับฟังได้ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่พยานอีกฝ่ายนึงพูดนั้น มีตั้งหลายเรื่องที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ซึ่งเรารู้สึกว่า แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับคดี ก็รู้สึกว่า เราถูกละเมิดด้านหนึ่ง รู้สึกถูกละเมิดสิทธิ  ถ้าถามว่ารู้สึกยังไงก็รู้สึกว่าเราไม่มีโอกาสได้พูดในสิ่งที่อยากจะพูดเหมือนกัน” “แต่ในมุมมองของผมมองว่าการที่ศาลรับฟังเฉพาะโจทก์ฝ่ายเดียว และโจทก์กล่าวหาเราฝ่ายเดียวมันมีความไม่เป็นธรรมอยู่  ตามกฎระเบียบของศาลหรือตามกฎหมายให้ทำได้ แต่ผมมองว่าควรกระทำตอนที่อยู่ในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง เพราะจะไม่เป็นภาระของจำเลย ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาและยังก็ต้องตั้งทนาย เตรียมค่าใช้จ่าย ต้องประกันตัว ต้องถูกใส่กุญแจมือ ต้องถูกนำตัวไปขังอยู่ใต้ถุนศาลเป็นวันผมถูกขังอยู่เป็นวันนะ ผมรู้สึกผมถูกกล่าวหาและสูญเสียอิสรภาพ สูญเสียทรัพย์สินเงินทอง สูญเสียเวลา ตรงนี้ก็รู้สึกว่า ถ้าขั้นตอนแบบนี้ มันควรจะจบตั้งแต่ชั้นไต่สวน ศาลก็ควรวินิจฉัยตั้งแต่ตอนนั้น” ด้าน ศศิประภา ไร่สงวน ทนายความจาก EnLAW ซึ่งเป็นทนายของจำเลย กล่าวว่า “คดีดังกล่าวที่เอกชนยื่นฟ้องต่อนักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมนั้นถือเป็นการฟ้องปิดปาก เนื่องจากเป็นการใช้สิทธิฟ้องคดีอาญาที่มีลักษณะเป็นการกลั่นแกล้ง เอาเปรียบหรือมุ่งสร้างภาระแก่คู่ความโดยไม่สมควร ซึ่งทางทนายความได้ยื่นคำร้องตามประมวลกฎหมายพิจารณาคดีความอาญามาตรา 161/1 และ มาตรา 165 วรรคสอง แล้วในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง โดยศาลมีคำสั่งรับฟ้องไว้พิจารณาโดยไม่ปรากฎว่าในคำสั่งได้มีการนำประเด็นข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ว่าการดำเนินคดีของโจทก์เป็นการแกล้งฟ้องปิดปากมาวินิจฉัยในคำสั่งรับคำฟ้อง”      “วันนี้ศาลนัดสืบพยานโจทก์จำนวน 2 ปาก โดยภายหลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้วได้มีคำสั่งงดสืบพยานจำเลย โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำเข้าสืบประกอบกับข้อเท็จจริงในสำนวนแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้ และกำหนดนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 30 กันยายน 2569 ก็ต้องรอจับตาผลคำพิพากษาของคดีต่อไปว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดีนี้ว่าอย่างไร ทั้งนี้ทางทนายความคาดหวังว่าคำพิพากษาของศาลจะช่วยคุ้มครองนักปกป้องสิทธิด้านสิ่งแวดล้อมจากการถูกกลั่นแกล้งฟ้องมากกว่าแค่ให้จำเลยทั้งสองไม่มีความผิดทางกฎหมายอันเนื่องมาจากการกระทำของจำเลยไม่เข้าองค์ประกอบความผิดทางกฎหมาย” * ข่าว * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * สิ่งแวดล้อม * ปากบารา * สตูล * มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม * EnLAW * SLAPP * กระบวนการยุติธรรม
dlvr.it
September 17, 2026 at 12:27 AM
เมื่อเซ็กซ์เวิร์กคือแรงงาน ความปลอดภัยในที่ทำงานคือสิทธิที่พวกเขาควรได้รับ กรณีออสเตรเลีย
เมื่อเซ็กซ์เวิร์กคือแรงงาน ความปลอดภัยในที่ทำงานคือสิทธิที่พวกเขาควรได้รับ กรณีออสเตรเลีย วิทยากร บุญเรือง auser15 Thu, 2026-09-03 - 07:40 ช่วงเดือนสิงหาคม 2026 สื่อออสเตรเลียรายงานข้อกล่าวหาการล่วงละเมิดทางเพศที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมลเบิร์น ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักกีฬาอาชีพและผู้ให้บริการบันเทิงผู้ใหญ่ที่ถูกจ้างมาทำงาน กลายเป็นจุดที่องค์กรตัวแทนผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศออกมาย้ำหลักการว่า ห้องพักที่มีการจ้างงานเกิดขึ้นคือสถานที่ทำงาน และผู้ให้บริการมีสิทธิได้รับความปลอดภัยเช่นเดียวกับแรงงานในอาชีพอื่น หลักการนี้มีฐานรองรับจากกฎหมายของรัฐวิกตอเรียที่ยกเลิกความผิดทางอาญาของงานบริการทางเพศตั้งแต่ปี 2022 ถึง 2023 ซึ่งให้สิทธิด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแก่ผู้ประกอบอาชีพนี้เทียบเท่าแรงงานทั่วไป และเปิดทางให้เข้าถึงบริการสุขภาพและกระบวนการยุติธรรมได้โดยไม่ต้องกลัวถูกดำเนินคดีจากการทำงาน * ช่วงเดือนสิงหาคม 2026 สื่อออสเตรเลียรายงานข้อกล่าวหาการล่วงละเมิดทางเพศที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมลเบิร์น ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักกีฬาทีมซิดนีย์สวอนส์และผู้ให้บริการบันเทิงผู้ใหญ่ที่ถูกจ้างมาทำงาน เรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจรัฐวิกตอเรีย ทำให้ Scarlet Alliance และ Vixen องค์กรตัวแทนผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศออกแถลงการณ์ ระบุว่าห้องโรงแรมที่มีการจ้างงานคือสถานที่ทำงาน ผู้ให้บริการมีสิทธิได้รับความปลอดภัยเช่นเดียวกับแรงงานอื่น และการยินยอมต่อบริการหนึ่งไม่ใช่การยินยอมต่อบริการอื่น ต้องได้รับความยินยอมใหม่ทุกครั้งและถอนได้ตลอดเวลา * หลักการนี้มีฐานรองรับจากกฎหมายยกเลิกความผิดอาญาสำหรับงานบริการทางเพศของรัฐวิกตอเรีย ซึ่งดำเนินการ 2 ระยะช่วงปี 2022-2023 ยกเลิกระบบใบอนุญาต ยกเลิกการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บังคับทุก 3 เดือน และยกเลิกความผิดฐานทำงานขณะติดเชื้อ โดยตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 หน่วยงาน WorkSafe Victoria กำกับดูแลความปลอดภัยในการทำงานของธุรกิจบริการทางเพศทุกแห่ง นิยาม "สถานที่ทำงาน" ให้ครอบคลุมทุกที่ที่มีการทำงานเกิดขึ้นไม่จำกัดเฉพาะอาคาร ผลการประเมินปี 2022 พบผู้ประกอบอาชีพนี้มีความรู้ด้านสุขภาพทางเพศสูงและอัตราติดเชื้อต่ำ แต่ยังพบการตีตราเมื่อเข้าใช้บริการสุขภาพ * กระทรวงสาธารณสุขวิกตอเรียระบุว่าการยกเลิกความผิดอาญาช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยขึ้น ลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ และเพิ่มการเข้าถึงบริการช่วยเหลือ ศูนย์วิจัยสังคมด้านสุขภาพ มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ได้รับทุนดำเนินโครงการวิจัยระยะ 5 ปีเพื่อติดตามผลกระทบด้านสุขภาพต่อเนื่อง กฎหมายยังปรับปรุงนิยามความยินยอมปี 2022 ให้การถอดถุงยางอนามัยโดยไม่ยินยอมเป็นความผิดอาญา กรณีเมลเบิร์นจึงสะท้อนว่าหลักการคุ้มครองความปลอดภัยแรงงานนี้ถูกนำมาใช้จริงแม้ในสถานที่ทำงานชั่วคราวอย่างห้องพักโรงแรม ภาพจาก: juno mac (CC BY-NC-ND 2.0) เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2026 สื่อในออสเตรเลียรายงานข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมลเบิร์น ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักกีฬาจากทีมซิดนีย์สวอนส์ ในเหตุการณ์ที่มีผู้ให้บริการบันเทิงผู้ใหญ่ถูกจ้างมาทำงานในที่เกิดเหตุ เรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจรัฐวิกตอเรีย, Scarlet Alliance องค์กรตัวแทนผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศระดับประเทศของออสเตรเลีย ร่วมกับ Vixen องค์กรเพื่อนช่วยเพื่อนของผู้ประกอบอาชีพนี้ในรัฐวิกตอเรีย ออกแถลงการณ์ตอบโต้รายงานข่าวดังกล่าว โดยระบุว่าจะไม่แสดงความเห็นในรายละเอียดของข้อกล่าวหาเนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย สวัสดิภาพ และความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องเป็นอันดับแรก มิช โพนี (Mish Pony) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Scarlet Alliance กล่าวว่าแรงงานทุกคน รวมถึงผู้ให้บริการบันเทิงผู้ใหญ่และผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศ ควรได้รับความปลอดภัยในการทำงาน เมื่อแรงงานถูกจ้างให้ไปทำงานที่ห้องพักในโรงแรม ห้องนั้นถือเป็นสถานที่ทำงาน และมาตรฐานความปลอดภัยและความเคารพที่ใช้กับที่ทำงานทั่วไปต้องใช้กับสถานที่นั้นเช่นกัน โพนียังกล่าวว่าการยินยอมมีลักษณะเฉพาะเจาะจงและต้องได้รับอย่างต่อเนื่อง การตกลงรับงานสำหรับการแสดงหรือบริการหนึ่งไม่ใช่การยินยอมสำหรับการกระทำอื่น ทุกการกระทำที่เพิ่มเติมต้องได้รับความยินยอมใหม่ทุกครั้ง และผู้ให้บริการสามารถถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา เกีย กรีน (Gia Green) ผู้จัดการของ Vixen กล่าวว่าการยกเลิกความผิดทางอาญาของงานบริการทางเพศในรัฐวิกตอเรียยอมรับว่างานนี้คืองาน และเปิดทางให้ผู้ประกอบอาชีพนี้เข้าถึงความปลอดภัย การช่วยเหลือ และความยุติธรรม โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีจากการทำงาน กรีนระบุว่าผู้ประกอบอาชีพนี้ควรสามารถแจ้งความกรณีถูกกระทำความรุนแรงหรืออาชญากรรมอื่น และคาดหวังว่าจะได้รับการปฏิบัติด้วยศักดิ์ศรีและความเคารพเช่นเดียวกับแรงงานอื่น ทั้งสององค์กรระบุว่าการจ้างผู้ให้บริการบันเทิงผู้ใหญ่เป็นเรื่องถูกกฎหมาย และงานบริการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องอื้อฉาว พร้อมเรียกร้องให้สื่อที่รายงานข่าวนี้เคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงภาษาที่สร้างการตีตรา และให้น้ำหนักกับสิทธิของแรงงานในการได้รับความปลอดภัยและการเคารพความยินยอมของตน เมื่อห้องโรงแรมกลายเป็นที่ทำงาน หลักการที่ Scarlet Alliance และ Vixen ยกขึ้นมามีฐานรองรับจากกฎหมายที่บังคับใช้อยู่จริงในรัฐวิกตอเรีย หน่วยงาน WorkSafe Victoria ซึ่งกำกับดูแลความปลอดภัยในการทำงานของรัฐ ระบุว่ากฎหมายยกเลิกความผิดอาญาสำหรับงานบริการทางเพศปี 2022 (Sex Work Decriminalisation Act 2022) ยกเลิกความผิดทางอาญาของงานบริการทางเพศระหว่างผู้ใหญ่ที่ยินยอมกัน และยกเลิกระบบใบอนุญาตของอุตสาหกรรมนี้ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 WorkSafe เป็นผู้กำกับดูแลทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงเงินชดเชยแรงงาน ของธุรกิจบริการทางเพศทุกแห่งในรัฐวิกตอเรีย ไม่จำกัดเฉพาะธุรกิจที่เคยมีใบอนุญาตเท่านั้น นายจ้างและลูกจ้างในอุตสาหกรรมนี้มีสิทธิ หน้าที่ และการคุ้มครองด้านความปลอดภัยในการทำงานเทียบเท่ากับที่ทำงานอื่นทุกแห่งในรัฐ WorkSafe อธิบายว่านิยามของคำว่า "สถานที่ทำงาน" ครอบคลุมสถานที่ใดก็ตามที่มีลูกจ้างหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระทำงานอยู่ ไม่จำกัดเฉพาะภายในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หมายความว่าสถานที่ใดก็ตามที่มีการให้บริการทางเพศเกิดขึ้นถือเป็นสถานที่ทำงาน และกฎหมายด้านความปลอดภัยในการทำงานมีผลบังคับใช้กับสถานที่นั้น ส่วนคำว่า "ผู้ประกอบอาชีพอิสระ" หมายถึงบุคคลที่ทำงานเพื่อรับค่าตอบแทน แต่ไม่ใช่นายจ้าง ไม่ได้อยู่ระหว่างการฝึกงาน และไม่ได้เป็นลูกจ้างของผู้อื่น WorkSafe ยังระบุว่าผู้ประกอบธุรกิจบริการทางเพศต้องคำนึงถึงหน้าที่ด้านความปลอดภัยที่มีต่อบุคคลอื่นนอกเหนือจากลูกจ้าง เช่น ลูกค้าที่มาใช้บริการ และควรพิจารณาว่าจำเป็นต้องจดทะเบียนธุรกิจเพื่อรับความคุ้มครองประกันภัยแรงงานหรือไม่ นายจ้างและลูกจ้างในอุตสาหกรรมนี้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายอาชีวอนามัยและความปลอดภัยปี 2004 (Occupational Health and Safety Act 2004) เช่นเดียวกับแรงงานในอุตสาหกรรมอื่น จากความผิดอาญาสู่แรงงาน กฎหมายวิกตอเรียเปลี่ยนอะไรบ้าง กระทรวงสาธารณสุขของรัฐวิกตอเรียระบุว่ากระบวนการยกเลิกความผิดอาญาของงานบริการทางเพศเกิดขึ้น 2 ระยะ คือเดือนพฤษภาคม 2022 และเดือนธันวาคม 2023 โดยกฎหมายฉบับนี้ยกเลิกกฎหมายงานบริการทางเพศปี 1994 (Sex Work Act 1994) ยกเลิกความผิดด้านสาธารณสุขที่บังคับใช้เฉพาะกับผู้ประกอบอาชีพนี้ ยกเลิกระบบใบอนุญาต กำหนดมาตรการคุ้มครองการไม่เลือกปฏิบัติ และปรับผังเมืองให้ธุรกิจบริการทางเพศอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกับธุรกิจอื่นในรัฐ ในระยะแรกของการยกเลิกความผิดอาญา มีการยกเลิกข้อบังคับให้ผู้ประกอบอาชีพนี้ต้องตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคติดต่อทางเลือดทุก 3 เดือน พร้อมยกเลิกความผิดฐานทำงานขณะติดเชื้อ ยกเลิกความผิดฐานยินยอมให้ผู้ติดเชื้อทำงาน และยกเลิกความผิดฐานให้บริการโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าแนวทางที่ใช้บทลงโทษกับปัญหาสุขภาพทางเพศส่งผลย้อนกลับ และเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพ แนวทางที่ใช้แทนคือการให้ความรู้ผ่านเพื่อนในอาชีพเดียวกัน การใช้ถุงยางอนามัยด้วยความสมัครใจ และการเพิ่มการเข้าถึงบริการตรวจและรักษาแบบสมัครใจ ผลการประเมินความต้องการเมื่อปี 2022 โดยศูนย์วิจัยแห่งออสเตรเลียด้านเพศ สุขภาพ และสังคม (Australian Research Centre in Sex, Health and Society) พบว่าผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศในรัฐวิกตอเรียมีความรู้ด้านสุขภาพทางเพศในระดับสูง มีอัตราการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคติดต่อทางเลือดต่ำ เข้ารับการตรวจอย่างสม่ำเสมอและใช้ถุงยางอนามัยในการทำงานอย่างต่อเนื่อง มีบทบาทในการให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ปลอดภัยแก่ผู้ประกอบอาชีพเดียวกันและคนในชุมชน แต่พบการตีตราจากการทำงานเมื่อเข้าใช้บริการสุขภาพบ่อยครั้ง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การตรวจและใช้ถุงยางอนามัยด้วยความสมัครใจ มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อขยายงานให้ความรู้ผ่านเพื่อนในอาชีพและพัฒนาการฝึกอบรมด้านการลดการตีตราสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ กระทรวงยังจัดทำเอกสารแนวทางปฏิบัติ 3 ฉบับ ครอบคลุมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคติดต่อทางเลือดสำหรับอุตสาหกรรมนี้ แนวทางสำหรับผู้ประกอบอาชีพที่ติดเชื้อเอชไอวี และแนวทางสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ปฐมภูมิที่ให้บริการสุขภาพทางเพศแก่กลุ่มนี้ ปัจจุบันการทำงานในอาชีพนี้ขณะติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือโรคติดต่อทางเลือด รวมถึงเชื้อเอชไอวี ไม่ถือเป็นความผิดในรัฐวิกตอเรียอีกต่อไป กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าความก้าวหน้าด้านการรักษาเอชไอวีทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้โดยไม่แพร่เชื้อ หากรับยาต้านไวรัสตามที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ ปริมาณเชื้อในเลือดจะลดลงจนถึงระดับที่ตรวจไม่พบ ซึ่งหมายความว่าไม่สามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อยังมีความรับผิดชอบต้องดำเนินการตามสมควรเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ เช่น การใช้ถุงยางอนามัยร่วมกับสารหล่อลื่นที่เข้ากันได้อย่างสม่ำเสมอ การเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด การตรวจติดตามผลการรักษา การรักษาระดับเชื้อในเลือดให้ต่ำจนตรวจไม่พบสำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวี และการปฏิบัติตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์เรื่องกิจกรรมทางเพศที่ควรหลีกเลี่ยงระหว่างมีเชื้อ กระทรวงสาธารณสุขยังระบุว่าบทบัญญัติด้านสาธารณสุขสำหรับสถานประกอบการบริการทางเพศในกฎหมายสาธารณสุขและสุขภาวะปี 2008 (Public Health and Wellbeing Act 2008) ถูกยกเลิกไปแล้ว และแนะนำให้ผู้ประกอบธุรกิจยังคงปฏิบัติตามแนวทางป้องกันที่เป็นมาตรฐาน เช่น ให้ความรู้ด้านสุขภาพทางเพศที่ถูกต้อง แจ้งข้อมูลช่องทางตรวจโรคแบบสมัครใจ จัดหาถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่นให้เพียงพอ กำหนดนโยบายที่สนับสนุนให้ลูกจ้างต่อรองเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยกับลูกค้า ฝึกอบรมการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและสิ่งที่ควรสังเกต แจ้งลูกค้าให้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการตรวจสุขภาพ และสนับสนุนให้ลูกจ้างสามารถปฏิเสธหรือเปลี่ยนบริการได้ทุกกรณี รวมถึงเมื่อพบสัญญาณของการติดเชื้อ กระทรวงยังเตือนให้ผู้ประกอบธุรกิจตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเรื่องความยินยอมภายใต้กฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมด้านกระบวนการยุติธรรม (ความผิดทางเพศและเรื่องอื่น) ปี 2022 [Justice Legislation Amendment (Sexual Offences and Other Matters) Act 2022] ซึ่งปรับปรุงนิยามของความยินยอมให้ชัดเจนขึ้น กำหนดให้การถอดถุงยางอนามัยโดยไม่ได้รับความยินยอม การแทรกแซง หรือการไม่ใช้ถุงยางอนามัยเป็นความผิดทางอาญา และปรับปรุงเงื่อนไขที่ถือว่าบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอม เช่น กรณีมีความกลัวว่าจะได้รับอันตราย กรณีมีการใช้อำนาจในความสัมพันธ์โดยมิชอบ และกรณีที่ผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศให้บริการภายใต้การบอกกล่าวเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดว่าจะได้รับค่าตอบแทน ผลลัพธ์ด้านสุขภาพและสิ่งที่ต้องติดตามต่อ กระทรวงสาธารณสุขของรัฐวิกตอเรียระบุว่าหลักฐานที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่าการยกเลิกความผิดอาญาช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยขึ้นสำหรับผู้ประกอบอาชีพนี้ ลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติ เพิ่มการเข้าถึงบริการดูแลและช่วยเหลือ และสนับสนุนความพยายามป้องกันโรคติดต่อทางเลือดและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อติดตามผลในระยะยาว ศูนย์วิจัยสังคมด้านสุขภาพ มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (Centre for Social Research in Health: UNSW) ได้รับทุนสนับสนุนให้ดำเนินโครงการวิจัยระยะ 5 ปี เพื่อติดตามและประเมินผลกระทบด้านสุขภาพของการยกเลิกความผิดอาญา โดยจะติดตามตัวชี้วัดด้านสุขภาพและสวัสดิภาพของผู้ประกอบอาชีพนี้ตลอดช่วงเวลา รวมถึงสุขภาพทางเพศ พฤติกรรมเพศสัมพันธ์ปลอดภัย สุขภาพจิต และประสบการณ์ถูกตีตราหรือเลือกปฏิบัติ งานวิจัยนี้ต่อยอดจากผลการประเมินความต้องการของศูนย์วิจัยแห่งออสเตรเลียด้านเพศ สุขภาพ และสังคมที่จัดทำไว้ก่อนหน้า กระทรวงระบุว่าฐานข้อมูลเชิงประจักษ์นี้จะช่วยให้รัฐวิกตอเรียประเมินและปรับแนวทางด้านสาธารณสุข ระบุช่องว่างในการให้บริการ และสนับสนุนพื้นที่อื่นในการกำหนดนโยบายโดยอ้างอิงหลักฐาน กรณีที่เกิดขึ้นในเมลเบิร์นแสดงให้เห็นว่า หลักการทางกฎหมายที่ให้สิทธิด้านความปลอดภัยในการทำงานแก่ผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศเทียบเท่าแรงงานทั่วไปนั้น ถูกนำมาอ้างอิงโดยตรงเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงในสถานที่ทำงานที่ไม่ใช่สถานประกอบการถาวร เช่น ห้องพักในโรงแรม Scarlet Alliance และ Vixen ระบุว่าการรายงานข่าวกรณีนี้ควรให้น้ำหนักกับสิทธิของผู้ให้บริการในการได้รับความปลอดภัยและการเคารพความยินยอม เช่นเดียวกับที่กฎหมายของรัฐวิกตอเรียกำหนดไว้สำหรับแรงงานในทุกอุตสาหกรรม. ที่มา:  Sex Work Decriminalisation Act 2022 (WorkSafe Victoria, 30 July 2022)  Decriminalisation of sex work (Department of Health, Victoria, 11 May 2026)  Sex workers and adult entertainment workers deserve to be safe at work (Scarlet Alliance, 21 August 2026)  * ข่าว * แรงงาน * ต่างประเทศ * Sex Workers * sex worker * ผู้ให้บริการทางเพศ * ออสเตรเลีย
dlvr.it
September 3, 2026 at 12:45 AM
เมื่อเซ็กซ์เวิร์กคือแรงงาน ความปลอดภัยในที่ทำงานคือสิทธิที่พวกเขาควรได้รับ กรณีออสเตรเลีย
เมื่อเซ็กซ์เวิร์กคือแรงงาน ความปลอดภัยในที่ทำงานคือสิทธิที่พวกเขาควรได้รับ กรณีออสเตรเลีย
เมื่อเซ็กซ์เวิร์กคือแรงงาน ความปลอดภัยในที่ทำงานคือสิทธิที่พวกเขาควรได้รับ กรณีออสเตรเลีย วิทยากร บุญเรือง auser15 Thu, 2026-09-03 - 07:40 ช่วงเดือนสิงหาคม 2026 สื่อออสเตรเลียรายงานข้อกล่าวหาการล่วงละเมิดทางเพศที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมลเบิร์น ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักกีฬาอาชีพและผู้ให้บริการบันเทิงผู้ใหญ่ที่ถูกจ้างมาทำงาน กลายเป็นจุดที่องค์กรตัวแทนผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศออกมาย้ำหลักการว่า ห้องพักที่มีการจ้างงานเกิดขึ้นคือสถานที่ทำงาน และผู้ให้บริการมีสิทธิได้รับความปลอดภัยเช่นเดียวกับแรงงานในอาชีพอื่น หลักการนี้มีฐานรองรับจากกฎหมายของรัฐวิกตอเรียที่ยกเลิกความผิดทางอาญาของงานบริการทางเพศตั้งแต่ปี 2022 ถึง 2023 ซึ่งให้สิทธิด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยแก่ผู้ประกอบอาชีพนี้เทียบเท่าแรงงานทั่วไป และเปิดทางให้เข้าถึงบริการสุขภาพและกระบวนการยุติธรรมได้โดยไม่ต้องกลัวถูกดำเนินคดีจากการทำงาน * ช่วงเดือนสิงหาคม 2026 สื่อออสเตรเลียรายงานข้อกล่าวหาการล่วงละเมิดทางเพศที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมลเบิร์น ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักกีฬาทีมซิดนีย์สวอนส์และผู้ให้บริการบันเทิงผู้ใหญ่ที่ถูกจ้างมาทำงาน เรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจรัฐวิกตอเรีย ทำให้ Scarlet Alliance และ Vixen องค์กรตัวแทนผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศออกแถลงการณ์ ระบุว่าห้องโรงแรมที่มีการจ้างงานคือสถานที่ทำงาน ผู้ให้บริการมีสิทธิได้รับความปลอดภัยเช่นเดียวกับแรงงานอื่น และการยินยอมต่อบริการหนึ่งไม่ใช่การยินยอมต่อบริการอื่น ต้องได้รับความยินยอมใหม่ทุกครั้งและถอนได้ตลอดเวลา * หลักการนี้มีฐานรองรับจากกฎหมายยกเลิกความผิดอาญาสำหรับงานบริการทางเพศของรัฐวิกตอเรีย ซึ่งดำเนินการ 2 ระยะช่วงปี 2022-2023 ยกเลิกระบบใบอนุญาต ยกเลิกการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บังคับทุก 3 เดือน และยกเลิกความผิดฐานทำงานขณะติดเชื้อ โดยตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 หน่วยงาน WorkSafe Victoria กำกับดูแลความปลอดภัยในการทำงานของธุรกิจบริการทางเพศทุกแห่ง นิยาม "สถานที่ทำงาน" ให้ครอบคลุมทุกที่ที่มีการทำงานเกิดขึ้นไม่จำกัดเฉพาะอาคาร ผลการประเมินปี 2022 พบผู้ประกอบอาชีพนี้มีความรู้ด้านสุขภาพทางเพศสูงและอัตราติดเชื้อต่ำ แต่ยังพบการตีตราเมื่อเข้าใช้บริการสุขภาพ * กระทรวงสาธารณสุขวิกตอเรียระบุว่าการยกเลิกความผิดอาญาช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยขึ้น ลดการตีตราและเลือกปฏิบัติ และเพิ่มการเข้าถึงบริการช่วยเหลือ ศูนย์วิจัยสังคมด้านสุขภาพ มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ได้รับทุนดำเนินโครงการวิจัยระยะ 5 ปีเพื่อติดตามผลกระทบด้านสุขภาพต่อเนื่อง กฎหมายยังปรับปรุงนิยามความยินยอมปี 2022 ให้การถอดถุงยางอนามัยโดยไม่ยินยอมเป็นความผิดอาญา กรณีเมลเบิร์นจึงสะท้อนว่าหลักการคุ้มครองความปลอดภัยแรงงานนี้ถูกนำมาใช้จริงแม้ในสถานที่ทำงานชั่วคราวอย่างห้องพักโรงแรม ภาพจาก: juno mac (CC BY-NC-ND 2.0) เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม 2026 สื่อในออสเตรเลียรายงานข้อกล่าวหาเรื่องการล่วงละเมิดทางเพศที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเมลเบิร์น ซึ่งเกี่ยวข้องกับนักกีฬาจากทีมซิดนีย์สวอนส์ ในเหตุการณ์ที่มีผู้ให้บริการบันเทิงผู้ใหญ่ถูกจ้างมาทำงานในที่เกิดเหตุ เรื่องนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจรัฐวิกตอเรีย, Scarlet Alliance องค์กรตัวแทนผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศระดับประเทศของออสเตรเลีย ร่วมกับ Vixen องค์กรเพื่อนช่วยเพื่อนของผู้ประกอบอาชีพนี้ในรัฐวิกตอเรีย ออกแถลงการณ์ตอบโต้รายงานข่าวดังกล่าว โดยระบุว่าจะไม่แสดงความเห็นในรายละเอียดของข้อกล่าวหาเนื่องจากอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย สวัสดิภาพ และความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องเป็นอันดับแรก มิช โพนี (Mish Pony) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Scarlet Alliance กล่าวว่าแรงงานทุกคน รวมถึงผู้ให้บริการบันเทิงผู้ใหญ่และผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศ ควรได้รับความปลอดภัยในการทำงาน เมื่อแรงงานถูกจ้างให้ไปทำงานที่ห้องพักในโรงแรม ห้องนั้นถือเป็นสถานที่ทำงาน และมาตรฐานความปลอดภัยและความเคารพที่ใช้กับที่ทำงานทั่วไปต้องใช้กับสถานที่นั้นเช่นกัน โพนียังกล่าวว่าการยินยอมมีลักษณะเฉพาะเจาะจงและต้องได้รับอย่างต่อเนื่อง การตกลงรับงานสำหรับการแสดงหรือบริการหนึ่งไม่ใช่การยินยอมสำหรับการกระทำอื่น ทุกการกระทำที่เพิ่มเติมต้องได้รับความยินยอมใหม่ทุกครั้ง และผู้ให้บริการสามารถถอนความยินยอมได้ตลอดเวลา เกีย กรีน (Gia Green) ผู้จัดการของ Vixen กล่าวว่าการยกเลิกความผิดทางอาญาของงานบริการทางเพศในรัฐวิกตอเรียยอมรับว่างานนี้คืองาน และเปิดทางให้ผู้ประกอบอาชีพนี้เข้าถึงความปลอดภัย การช่วยเหลือ และความยุติธรรม โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีจากการทำงาน กรีนระบุว่าผู้ประกอบอาชีพนี้ควรสามารถแจ้งความกรณีถูกกระทำความรุนแรงหรืออาชญากรรมอื่น และคาดหวังว่าจะได้รับการปฏิบัติด้วยศักดิ์ศรีและความเคารพเช่นเดียวกับแรงงานอื่น ทั้งสององค์กรระบุว่าการจ้างผู้ให้บริการบันเทิงผู้ใหญ่เป็นเรื่องถูกกฎหมาย และงานบริการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องอื้อฉาว พร้อมเรียกร้องให้สื่อที่รายงานข่าวนี้เคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงภาษาที่สร้างการตีตรา และให้น้ำหนักกับสิทธิของแรงงานในการได้รับความปลอดภัยและการเคารพความยินยอมของตน เมื่อห้องโรงแรมกลายเป็นที่ทำงาน หลักการที่ Scarlet Alliance และ Vixen ยกขึ้นมามีฐานรองรับจากกฎหมายที่บังคับใช้อยู่จริงในรัฐวิกตอเรีย หน่วยงาน WorkSafe Victoria ซึ่งกำกับดูแลความปลอดภัยในการทำงานของรัฐ ระบุว่ากฎหมายยกเลิกความผิดอาญาสำหรับงานบริการทางเพศปี 2022 (Sex Work Decriminalisation Act 2022) ยกเลิกความผิดทางอาญาของงานบริการทางเพศระหว่างผู้ใหญ่ที่ยินยอมกัน และยกเลิกระบบใบอนุญาตของอุตสาหกรรมนี้ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2023 WorkSafe เป็นผู้กำกับดูแลทั้งด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำงาน รวมถึงเงินชดเชยแรงงาน ของธุรกิจบริการทางเพศทุกแห่งในรัฐวิกตอเรีย ไม่จำกัดเฉพาะธุรกิจที่เคยมีใบอนุญาตเท่านั้น นายจ้างและลูกจ้างในอุตสาหกรรมนี้มีสิทธิ หน้าที่ และการคุ้มครองด้านความปลอดภัยในการทำงานเทียบเท่ากับที่ทำงานอื่นทุกแห่งในรัฐ WorkSafe อธิบายว่านิยามของคำว่า "สถานที่ทำงาน" ครอบคลุมสถานที่ใดก็ตามที่มีลูกจ้างหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระทำงานอยู่ ไม่จำกัดเฉพาะภายในอาคารหรือสิ่งปลูกสร้าง หมายความว่าสถานที่ใดก็ตามที่มีการให้บริการทางเพศเกิดขึ้นถือเป็นสถานที่ทำงาน และกฎหมายด้านความปลอดภัยในการทำงานมีผลบังคับใช้กับสถานที่นั้น ส่วนคำว่า "ผู้ประกอบอาชีพอิสระ" หมายถึงบุคคลที่ทำงานเพื่อรับค่าตอบแทน แต่ไม่ใช่นายจ้าง ไม่ได้อยู่ระหว่างการฝึกงาน และไม่ได้เป็นลูกจ้างของผู้อื่น WorkSafe ยังระบุว่าผู้ประกอบธุรกิจบริการทางเพศต้องคำนึงถึงหน้าที่ด้านความปลอดภัยที่มีต่อบุคคลอื่นนอกเหนือจากลูกจ้าง เช่น ลูกค้าที่มาใช้บริการ และควรพิจารณาว่าจำเป็นต้องจดทะเบียนธุรกิจเพื่อรับความคุ้มครองประกันภัยแรงงานหรือไม่ นายจ้างและลูกจ้างในอุตสาหกรรมนี้มีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายอาชีวอนามัยและความปลอดภัยปี 2004 (Occupational Health and Safety Act 2004) เช่นเดียวกับแรงงานในอุตสาหกรรมอื่น จากความผิดอาญาสู่แรงงาน กฎหมายวิกตอเรียเปลี่ยนอะไรบ้าง กระทรวงสาธารณสุขของรัฐวิกตอเรียระบุว่ากระบวนการยกเลิกความผิดอาญาของงานบริการทางเพศเกิดขึ้น 2 ระยะ คือเดือนพฤษภาคม 2022 และเดือนธันวาคม 2023 โดยกฎหมายฉบับนี้ยกเลิกกฎหมายงานบริการทางเพศปี 1994 (Sex Work Act 1994) ยกเลิกความผิดด้านสาธารณสุขที่บังคับใช้เฉพาะกับผู้ประกอบอาชีพนี้ ยกเลิกระบบใบอนุญาต กำหนดมาตรการคุ้มครองการไม่เลือกปฏิบัติ และปรับผังเมืองให้ธุรกิจบริการทางเพศอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เดียวกับธุรกิจอื่นในรัฐ ในระยะแรกของการยกเลิกความผิดอาญา มีการยกเลิกข้อบังคับให้ผู้ประกอบอาชีพนี้ต้องตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคติดต่อทางเลือดทุก 3 เดือน พร้อมยกเลิกความผิดฐานทำงานขณะติดเชื้อ ยกเลิกความผิดฐานยินยอมให้ผู้ติดเชื้อทำงาน และยกเลิกความผิดฐานให้บริการโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าแนวทางที่ใช้บทลงโทษกับปัญหาสุขภาพทางเพศส่งผลย้อนกลับ และเป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการสุขภาพ แนวทางที่ใช้แทนคือการให้ความรู้ผ่านเพื่อนในอาชีพเดียวกัน การใช้ถุงยางอนามัยด้วยความสมัครใจ และการเพิ่มการเข้าถึงบริการตรวจและรักษาแบบสมัครใจ ผลการประเมินความต้องการเมื่อปี 2022 โดยศูนย์วิจัยแห่งออสเตรเลียด้านเพศ สุขภาพ และสังคม (Australian Research Centre in Sex, Health and Society) พบว่าผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศในรัฐวิกตอเรียมีความรู้ด้านสุขภาพทางเพศในระดับสูง มีอัตราการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคติดต่อทางเลือดต่ำ เข้ารับการตรวจอย่างสม่ำเสมอและใช้ถุงยางอนามัยในการทำงานอย่างต่อเนื่อง มีบทบาทในการให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ปลอดภัยแก่ผู้ประกอบอาชีพเดียวกันและคนในชุมชน แต่พบการตีตราจากการทำงานเมื่อเข้าใช้บริการสุขภาพบ่อยครั้ง เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การตรวจและใช้ถุงยางอนามัยด้วยความสมัครใจ มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อขยายงานให้ความรู้ผ่านเพื่อนในอาชีพและพัฒนาการฝึกอบรมด้านการลดการตีตราสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ กระทรวงยังจัดทำเอกสารแนวทางปฏิบัติ 3 ฉบับ ครอบคลุมการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคติดต่อทางเลือดสำหรับอุตสาหกรรมนี้ แนวทางสำหรับผู้ประกอบอาชีพที่ติดเชื้อเอชไอวี และแนวทางสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ปฐมภูมิที่ให้บริการสุขภาพทางเพศแก่กลุ่มนี้ ปัจจุบันการทำงานในอาชีพนี้ขณะติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือโรคติดต่อทางเลือด รวมถึงเชื้อเอชไอวี ไม่ถือเป็นความผิดในรัฐวิกตอเรียอีกต่อไป กระทรวงสาธารณสุขระบุว่าความก้าวหน้าด้านการรักษาเอชไอวีทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้โดยไม่แพร่เชื้อ หากรับยาต้านไวรัสตามที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ ปริมาณเชื้อในเลือดจะลดลงจนถึงระดับที่ตรวจไม่พบ ซึ่งหมายความว่าไม่สามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อยังมีความรับผิดชอบต้องดำเนินการตามสมควรเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ เช่น การใช้ถุงยางอนามัยร่วมกับสารหล่อลื่นที่เข้ากันได้อย่างสม่ำเสมอ การเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด การตรวจติดตามผลการรักษา การรักษาระดับเชื้อในเลือดให้ต่ำจนตรวจไม่พบสำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวี และการปฏิบัติตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์เรื่องกิจกรรมทางเพศที่ควรหลีกเลี่ยงระหว่างมีเชื้อ กระทรวงสาธารณสุขยังระบุว่าบทบัญญัติด้านสาธารณสุขสำหรับสถานประกอบการบริการทางเพศในกฎหมายสาธารณสุขและสุขภาวะปี 2008 (Public Health and Wellbeing Act 2008) ถูกยกเลิกไปแล้ว และแนะนำให้ผู้ประกอบธุรกิจยังคงปฏิบัติตามแนวทางป้องกันที่เป็นมาตรฐาน เช่น ให้ความรู้ด้านสุขภาพทางเพศที่ถูกต้อง แจ้งข้อมูลช่องทางตรวจโรคแบบสมัครใจ จัดหาถุงยางอนามัยและสารหล่อลื่นให้เพียงพอ กำหนดนโยบายที่สนับสนุนให้ลูกจ้างต่อรองเรื่องการใช้ถุงยางอนามัยกับลูกค้า ฝึกอบรมการตรวจสุขภาพเบื้องต้นและสิ่งที่ควรสังเกต แจ้งลูกค้าให้ทราบล่วงหน้าว่าจะมีการตรวจสุขภาพ และสนับสนุนให้ลูกจ้างสามารถปฏิเสธหรือเปลี่ยนบริการได้ทุกกรณี รวมถึงเมื่อพบสัญญาณของการติดเชื้อ กระทรวงยังเตือนให้ผู้ประกอบธุรกิจตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงกฎหมายเรื่องความยินยอมภายใต้กฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมด้านกระบวนการยุติธรรม (ความผิดทางเพศและเรื่องอื่น) ปี 2022 [Justice Legislation Amendment (Sexual Offences and Other Matters) Act 2022] ซึ่งปรับปรุงนิยามของความยินยอมให้ชัดเจนขึ้น กำหนดให้การถอดถุงยางอนามัยโดยไม่ได้รับความยินยอม การแทรกแซง หรือการไม่ใช้ถุงยางอนามัยเป็นความผิดทางอาญา และปรับปรุงเงื่อนไขที่ถือว่าบุคคลไม่ได้ให้ความยินยอม เช่น กรณีมีความกลัวว่าจะได้รับอันตราย กรณีมีการใช้อำนาจในความสัมพันธ์โดยมิชอบ และกรณีที่ผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศให้บริการภายใต้การบอกกล่าวเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดว่าจะได้รับค่าตอบแทน ผลลัพธ์ด้านสุขภาพและสิ่งที่ต้องติดตามต่อ กระทรวงสาธารณสุขของรัฐวิกตอเรียระบุว่าหลักฐานที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่าการยกเลิกความผิดอาญาช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยขึ้นสำหรับผู้ประกอบอาชีพนี้ ลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติ เพิ่มการเข้าถึงบริการดูแลและช่วยเหลือ และสนับสนุนความพยายามป้องกันโรคติดต่อทางเลือดและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เพื่อติดตามผลในระยะยาว ศูนย์วิจัยสังคมด้านสุขภาพ มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ (Centre for Social Research in Health: UNSW) ได้รับทุนสนับสนุนให้ดำเนินโครงการวิจัยระยะ 5 ปี เพื่อติดตามและประเมินผลกระทบด้านสุขภาพของการยกเลิกความผิดอาญา โดยจะติดตามตัวชี้วัดด้านสุขภาพและสวัสดิภาพของผู้ประกอบอาชีพนี้ตลอดช่วงเวลา รวมถึงสุขภาพทางเพศ พฤติกรรมเพศสัมพันธ์ปลอดภัย สุขภาพจิต และประสบการณ์ถูกตีตราหรือเลือกปฏิบัติ งานวิจัยนี้ต่อยอดจากผลการประเมินความต้องการของศูนย์วิจัยแห่งออสเตรเลียด้านเพศ สุขภาพ และสังคมที่จัดทำไว้ก่อนหน้า กระทรวงระบุว่าฐานข้อมูลเชิงประจักษ์นี้จะช่วยให้รัฐวิกตอเรียประเมินและปรับแนวทางด้านสาธารณสุข ระบุช่องว่างในการให้บริการ และสนับสนุนพื้นที่อื่นในการกำหนดนโยบายโดยอ้างอิงหลักฐาน กรณีที่เกิดขึ้นในเมลเบิร์นแสดงให้เห็นว่า หลักการทางกฎหมายที่ให้สิทธิด้านความปลอดภัยในการทำงานแก่ผู้ประกอบอาชีพบริการทางเพศเทียบเท่าแรงงานทั่วไปนั้น ถูกนำมาอ้างอิงโดยตรงเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงในสถานที่ทำงานที่ไม่ใช่สถานประกอบการถาวร เช่น ห้องพักในโรงแรม Scarlet Alliance และ Vixen ระบุว่าการรายงานข่าวกรณีนี้ควรให้น้ำหนักกับสิทธิของผู้ให้บริการในการได้รับความปลอดภัยและการเคารพความยินยอม เช่นเดียวกับที่กฎหมายของรัฐวิกตอเรียกำหนดไว้สำหรับแรงงานในทุกอุตสาหกรรม. ที่มา:  Sex Work Decriminalisation Act 2022 (WorkSafe Victoria, 30 July 2022)  Decriminalisation of sex work (Department of Health, Victoria, 11 May 2026)  Sex workers and adult entertainment workers deserve to be safe at work (Scarlet Alliance, 21 August 2026)  * ข่าว * แรงงาน * ต่างประเทศ * Sex Workers * sex worker * ผู้ให้บริการทางเพศ * ออสเตรเลีย
dlvr.it
September 3, 2026 at 12:45 AM
Live: นิรโทษกรรมยังหวังอยู่ | คนนอกคอก EP.9
Live: นิรโทษกรรมยังหวังอยู่ | คนนอกคอก EP.9 hungary budapest Fri, 2026-07-31 - 15:31 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางสถานการณ์การเมืองร้อนแรงจนถึงขั้นทำเอารัฐบาลแพทองธารต้องหลุดไป การพูดคุยเรื่องนิรโทษกรรมคดีการเมืองก็ค่อยๆ เงียบหายไป ส่วนร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขที่จะเอามาใช้นิรโทษกรรมคดีการเมืองก็คาราคาซังติดอยู่ชั้น สว.เพราะการยุบสภา ทำให้ต้องรอวันเอากลับมาพิจารณาต่ออีกครั้งในรัฐบาลอนุทินนี้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านจนได้ประกาศใช้ก็ยังมีผู้ต้องขังคดีการเมืองอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เกิดจากการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ก็ไม่ถูกนับรวมด้วยอยู่ดี นอกจากคดีของเยาวชนที่จะต้องยอมเข้ากระบวนการฟื้นฟูตามกฎหมาย(ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถึงเวลาถูกเอามาพิจารณาใหม่ส่วนนี้ยังถูกเก็บไว้หรือไม่) ในระหว่างที่ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเรื่องนิรโทษกรรมจะเดินหน้าไปอย่างไรต่อ แต่ก็ยังมีคนที่ต้องเดินหน้าเข้าคุกอยู่เนืองๆ รวมถึงคนที่ติดคุกอยู่แล้วโทษจำคุกก็เพิ่มไปเรื่อยๆ ตามคำพิพากษาในคดีที่ทยอยจบลง โดยที่หลายคนยังคงต่อสู้ในแนวทางของพวกเขาผ่านการยืนยันว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้นเป็นเพียงการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยสากล เช่น ทนายอานนท์ นำภา ขณะเดียวกันคนข้างนอกก็ยังคงพยายายามเรียกร้องผลักดันการนิรโทษกรรม ไปจนถึงช่วยเหลือดูแลผู้ต้องขังทางการเมืองเหล่านี้ตามอัตภาพไม่ว่าจะการส่งกำลังใจเมื่อเจอกันในศาล ไปจนถึงช่วยเหลือความเป็นอยู่ของทั้งผู้ต้องขังและครอบครัวของพวกเขา วันที่ 2 พ.ค.69  “คนนอกคอก” ตอนสุดท้าย “นิรโทษกรรมยังหวังอยู่” ที่จะเล่าถึงทิศทางการนิรโทษกรรมคดีการเมืองว่าจะต้องทำอะไรกันต่อและผู้ต้องขังคดีการเมืองตอนนี้มีชีวิตกันอย่างไรภายใต้สถานการณ์ที่การนิรโทษกรรมหยุดนิ่งอยู่กับที่ โดยมีผู้เข้าร่วมพูดคุย ได้แก่ ▪️พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ▪️บุศรินทร์ แปแนะ เจ้าหน้าที่ iLaw ▪️สาคร คำแถลง ประชาชนผู้ร่วมติดตามสังเกตการณ์คดีในศาลและยังช่วยดูแลคนโดนคดีการเมือง ▪️จุฑารัตน์ กุลตัณกิจจา พิธีกร ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ที่อาคาร All Rise รายการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ “Sentences of Sentenced | คำต้องขัง” ที่เปิดคำพิพากษาในคดีมาตรา 112 ตั้งแต่ยุคหลังรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมาให้ได้อ่านกันว่าทำไมคนเหล่านี้ถูกดำเนินคดีและต้องตกกลายเป็นผู้ต้องขังจากการแสดงออกทางการเมืองของพวกเขา * สัมภาษณ์ * การเมือง * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คนนอกคอก คนมีคดีมีเรื่องมาเล่า * บุศรินทร์ แปแนะ * พูนสุข พูนสุขเจริญ * สาคร คำแถลง * ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน * นิรโทษกรรม
dlvr.it
July 31, 2026 at 8:46 AM
Live: นิรโทษกรรมยังหวังอยู่ | คนนอกคอก EP.9
Live: นิรโทษกรรมยังหวังอยู่ | คนนอกคอก EP.9
Live: นิรโทษกรรมยังหวังอยู่ | คนนอกคอก EP.9 hungary budapest Fri, 2026-07-31 - 15:31 ปีที่ผ่านมาท่ามกลางสถานการณ์การเมืองร้อนแรงจนถึงขั้นทำเอารัฐบาลแพทองธารต้องหลุดไป การพูดคุยเรื่องนิรโทษกรรมคดีการเมืองก็ค่อยๆ เงียบหายไป ส่วนร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขที่จะเอามาใช้นิรโทษกรรมคดีการเมืองก็คาราคาซังติดอยู่ชั้น สว.เพราะการยุบสภา ทำให้ต้องรอวันเอากลับมาพิจารณาต่ออีกครั้งในรัฐบาลอนุทินนี้ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านจนได้ประกาศใช้ก็ยังมีผู้ต้องขังคดีการเมืองอีกจำนวนหนึ่งที่ถูกดำเนินคดีด้วยข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่เกิดจากการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ก็ไม่ถูกนับรวมด้วยอยู่ดี นอกจากคดีของเยาวชนที่จะต้องยอมเข้ากระบวนการฟื้นฟูตามกฎหมาย(ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถึงเวลาถูกเอามาพิจารณาใหม่ส่วนนี้ยังถูกเก็บไว้หรือไม่) ในระหว่างที่ตอนนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเรื่องนิรโทษกรรมจะเดินหน้าไปอย่างไรต่อ แต่ก็ยังมีคนที่ต้องเดินหน้าเข้าคุกอยู่เนืองๆ รวมถึงคนที่ติดคุกอยู่แล้วโทษจำคุกก็เพิ่มไปเรื่อยๆ ตามคำพิพากษาในคดีที่ทยอยจบลง โดยที่หลายคนยังคงต่อสู้ในแนวทางของพวกเขาผ่านการยืนยันว่าสิ่งที่พวกเขาทำนั้นเป็นเพียงการแสดงออกตามระบอบประชาธิปไตยสากล เช่น ทนายอานนท์ นำภา ขณะเดียวกันคนข้างนอกก็ยังคงพยายายามเรียกร้องผลักดันการนิรโทษกรรม ไปจนถึงช่วยเหลือดูแลผู้ต้องขังทางการเมืองเหล่านี้ตามอัตภาพไม่ว่าจะการส่งกำลังใจเมื่อเจอกันในศาล ไปจนถึงช่วยเหลือความเป็นอยู่ของทั้งผู้ต้องขังและครอบครัวของพวกเขา วันที่ 2 พ.ค.69  “คนนอกคอก” ตอนสุดท้าย “นิรโทษกรรมยังหวังอยู่” ที่จะเล่าถึงทิศทางการนิรโทษกรรมคดีการเมืองว่าจะต้องทำอะไรกันต่อและผู้ต้องขังคดีการเมืองตอนนี้มีชีวิตกันอย่างไรภายใต้สถานการณ์ที่การนิรโทษกรรมหยุดนิ่งอยู่กับที่ โดยมีผู้เข้าร่วมพูดคุย ได้แก่ ▪️พูนสุข พูนสุขเจริญ ทนายความของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ▪️บุศรินทร์ แปแนะ เจ้าหน้าที่ iLaw ▪️สาคร คำแถลง ประชาชนผู้ร่วมติดตามสังเกตการณ์คดีในศาลและยังช่วยดูแลคนโดนคดีการเมือง ▪️จุฑารัตน์ กุลตัณกิจจา พิธีกร ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ที่อาคาร All Rise รายการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการ “Sentences of Sentenced | คำต้องขัง” ที่เปิดคำพิพากษาในคดีมาตรา 112 ตั้งแต่ยุคหลังรัฐประหาร 2557 เป็นต้นมาให้ได้อ่านกันว่าทำไมคนเหล่านี้ถูกดำเนินคดีและต้องตกกลายเป็นผู้ต้องขังจากการแสดงออกทางการเมืองของพวกเขา * สัมภาษณ์ * การเมือง * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คนนอกคอก คนมีคดีมีเรื่องมาเล่า * บุศรินทร์ แปแนะ * พูนสุข พูนสุขเจริญ * สาคร คำแถลง * ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน * นิรโทษกรรม
dlvr.it
July 31, 2026 at 8:46 AM
‘อติรุจ’ จำเลยคดี ม.112 ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกา ขอถอนประกันเข้าเรือนจำ รับโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน
‘อติรุจ’ จำเลยคดี ม.112 ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกา ขอถอนประกันเข้าเรือนจำ รับโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน รายงานข่าวและภาพโดยแมวส้ม auser15 Wed, 2026-07-15 - 18:28 ‘อติรุจ’ จำเลยคดี ม.112 เหตุตะโกน “ไปไหนก็เป็นภาระ” ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกา ขอถอนประกันเข้าเรือนจำ รับโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.30 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ “อติรุจ” (สงวนนามสกุล) โปรแกรมเมอร์ วัย 29 ปี จำเลยคดีมาตรา 112 จากกรณีตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ใส่ขบวนเสด็จของรัชกาลที่ 10 ขณะเคลื่อนออกจากศูนย์การประชุมสิริกิติ์ เมื่อปี 2565 ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกาต่อ เนื่องจากเลือกเข้ารับโทษเพื่อลดภาระทางคดีและกลับมาเริ่มต้นชีวิตกับงานได้โดยเร็วที่สุด โดยวันนี้อติรุจเดินทางมาศาลพร้อมทนายความและนายประกัน เพื่อถอนประกัน ก่อนเข้ารับการส่งตัวเข้าเรือนจำในช่วงเย็น บรรยากาศในวันนี้ มีประชาชนมาร่วมส่งอติรุจมากกว่า 10 คน ขณะที่อติรุจเดินทางมาถึงศาลอาญากรุงเทพใต้พร้อมกับครอบครัวในเวลาบ่ายโมงเศษ และได้พูดคุยกับประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจเล็กน้อย ก่อนที่จะไปยื่นถอนประกันต่อศาล จากนั้นศาลเรียกให้อติรุจขึ้นไปสอบถามบนห้องพิจารณาคดีที่ 404 ว่าเป็นจำเลยในคดีนี้ใช่หรือไม่ และไม่ประสงค์จะยื่นฎีกาใช่หรือไม่ อติรุจตอบยืนยันก่อนที่ศาลจะออกหมายขัง จากนั้น อติรุจถูกนำตัวลงไปห้องคุมขังและรถของเรือนจำออกจากศาลในเวลา 16.49 น. เพื่อไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ท่ามกลางเสียงให้กำลังใจจากครอบครัวและประชาชน  อย่างไรก็ตาม การที่อติรุจถูกคุมขังในวันนี้ ทำให้ยอดผู้ต้องขังทางการเมืองมีอย่างน้อย 55 คน (เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 คน)  ลำดับเหตุการณ์คดีของ "อติรุจ" 15 ตุลาคม 2565 อติรุจถูกจับกุมจากการตะโกนข้อความระหว่างขบวนเสด็จผ่านที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และถูกฟ้องใน 2 ข้อหาคือ ม.112 และ ม.138 (ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ) การสู้คดีนั้น อติรุจรับสารภาพในข้อหา ม.112 แต่ปฏิเสธข้อหา ม.138 โดยสู้ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้แต่งเครื่องแบบและไม่แสดงบัตร ทำให้ไม่ทราบว่าเป็นเจ้าพนักงาน 12 ธันวาคม 2566 คำพิพากษาศาลชั้นต้น ตัดสินว่ามีความผิดทุกข้อหา ลงโทษจำคุก ม.112 (หลังลดหย่อน) 1 ปี 6 เดือน และ ม.138 อีก 2 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา (ได้ประกันตัวชั้นอุทธรณ์) 16 มีนาคม 2569 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา โดยอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นฎีกา ก่อนที่อติรุจจะตัดสินใจไม่ยื่นฎีกาต่อในเวลาต่อมา หลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนอติรุจตัดสินใจยุติการต่อสู้คดีในชั้นฎีกา และเตรียมตัวเข้ารับโทษในเรือนจำ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องในปัจจุบันสายงานโปรแกรมเมอร์และเทคโนโลยีนั้น พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว หากต้องเสียเวลากับคดีความที่ยืดเยื้อ อาจทำให้เขาตามไม่ทันเทคโนโลยี และงานสะดุด การเลือกเข้ารับโทษเพื่อให้กระบวนการจบและออกมาเริ่มต้นใหม่โดยเร็วที่สุดจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า ซึ่งเมื่อดูจากหลักฐานที่เป็นเหตุซึ่งหน้า ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองโดยรวม เขาประเมินว่าการสู้ต่อในชั้นฎีกาก็ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาได้ ส่วนจุดยืนเรื่องเสรีภาพของเขานั้น แม้จะยอมรับโทษตามกระบวนการ แต่เขายังคงยืนยันหลักการเดิมว่า “ไม่ควรมีใครต้องถูกขังหรือต้องลี้ภัยเพียงเพราะการพูด" * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * อติรุจ * ม.112 * กระบวนการยุติธรรม
dlvr.it
July 15, 2026 at 11:35 AM
‘อติรุจ’ จำเลยคดี ม.112 ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกา ขอถอนประกันเข้าเรือนจำ รับโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน
‘อติรุจ’ จำเลยคดี ม.112 ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกา ขอถอนประกันเข้าเรือนจำ รับโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน
‘อติรุจ’ จำเลยคดี ม.112 ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกา ขอถอนประกันเข้าเรือนจำ รับโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน รายงานข่าวและภาพโดยแมวส้ม auser15 Wed, 2026-07-15 - 18:28 ‘อติรุจ’ จำเลยคดี ม.112 เหตุตะโกน “ไปไหนก็เป็นภาระ” ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกา ขอถอนประกันเข้าเรือนจำ รับโทษจำคุก 1 ปี 8 เดือน 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.30 น. ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ “อติรุจ” (สงวนนามสกุล) โปรแกรมเมอร์ วัย 29 ปี จำเลยคดีมาตรา 112 จากกรณีตะโกนว่า “ไปไหนก็เป็นภาระ” ใส่ขบวนเสด็จของรัชกาลที่ 10 ขณะเคลื่อนออกจากศูนย์การประชุมสิริกิติ์ เมื่อปี 2565 ตัดสินใจไม่ยื่นฎีกาต่อ เนื่องจากเลือกเข้ารับโทษเพื่อลดภาระทางคดีและกลับมาเริ่มต้นชีวิตกับงานได้โดยเร็วที่สุด โดยวันนี้อติรุจเดินทางมาศาลพร้อมทนายความและนายประกัน เพื่อถอนประกัน ก่อนเข้ารับการส่งตัวเข้าเรือนจำในช่วงเย็น บรรยากาศในวันนี้ มีประชาชนมาร่วมส่งอติรุจมากกว่า 10 คน ขณะที่อติรุจเดินทางมาถึงศาลอาญากรุงเทพใต้พร้อมกับครอบครัวในเวลาบ่ายโมงเศษ และได้พูดคุยกับประชาชนที่มาร่วมให้กำลังใจเล็กน้อย ก่อนที่จะไปยื่นถอนประกันต่อศาล จากนั้นศาลเรียกให้อติรุจขึ้นไปสอบถามบนห้องพิจารณาคดีที่ 404 ว่าเป็นจำเลยในคดีนี้ใช่หรือไม่ และไม่ประสงค์จะยื่นฎีกาใช่หรือไม่ อติรุจตอบยืนยันก่อนที่ศาลจะออกหมายขัง จากนั้น อติรุจถูกนำตัวลงไปห้องคุมขังและรถของเรือนจำออกจากศาลในเวลา 16.49 น. เพื่อไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ท่ามกลางเสียงให้กำลังใจจากครอบครัวและประชาชน  อย่างไรก็ตาม การที่อติรุจถูกคุมขังในวันนี้ ทำให้ยอดผู้ต้องขังทางการเมืองมีอย่างน้อย 55 คน (เพิ่มขึ้นจากเดิม 1 คน)  ลำดับเหตุการณ์คดีของ "อติรุจ" 15 ตุลาคม 2565 อติรุจถูกจับกุมจากการตะโกนข้อความระหว่างขบวนเสด็จผ่านที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และถูกฟ้องใน 2 ข้อหาคือ ม.112 และ ม.138 (ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ) การสู้คดีนั้น อติรุจรับสารภาพในข้อหา ม.112 แต่ปฏิเสธข้อหา ม.138 โดยสู้ว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้แต่งเครื่องแบบและไม่แสดงบัตร ทำให้ไม่ทราบว่าเป็นเจ้าพนักงาน 12 ธันวาคม 2566 คำพิพากษาศาลชั้นต้น ตัดสินว่ามีความผิดทุกข้อหา ลงโทษจำคุก ม.112 (หลังลดหย่อน) 1 ปี 6 เดือน และ ม.138 อีก 2 เดือน รวมจำคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา (ได้ประกันตัวชั้นอุทธรณ์) 16 มีนาคม 2569 คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก 1 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา โดยอนุญาตให้ประกันตัวในชั้นฎีกา ก่อนที่อติรุจจะตัดสินใจไม่ยื่นฎีกาต่อในเวลาต่อมา หลังศาลอุทธรณ์พิพากษายืนอติรุจตัดสินใจยุติการต่อสู้คดีในชั้นฎีกา และเตรียมตัวเข้ารับโทษในเรือนจำ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องในปัจจุบันสายงานโปรแกรมเมอร์และเทคโนโลยีนั้น พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว หากต้องเสียเวลากับคดีความที่ยืดเยื้อ อาจทำให้เขาตามไม่ทันเทคโนโลยี และงานสะดุด การเลือกเข้ารับโทษเพื่อให้กระบวนการจบและออกมาเริ่มต้นใหม่โดยเร็วที่สุดจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า ซึ่งเมื่อดูจากหลักฐานที่เป็นเหตุซึ่งหน้า ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองโดยรวม เขาประเมินว่าการสู้ต่อในชั้นฎีกาก็ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงผลคำพิพากษาได้ ส่วนจุดยืนเรื่องเสรีภาพของเขานั้น แม้จะยอมรับโทษตามกระบวนการ แต่เขายังคงยืนยันหลักการเดิมว่า “ไม่ควรมีใครต้องถูกขังหรือต้องลี้ภัยเพียงเพราะการพูด" * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * อติรุจ * ม.112 * กระบวนการยุติธรรม
dlvr.it
July 15, 2026 at 11:35 AM
ศาลยกฟ้อง 'ชูวิทย์' คดีหมิ่นประมาทพรรคภูมิใจไทย ปมโจมตีนโยบายกัญชา
ศาลยกฟ้อง 'ชูวิทย์' คดีหมิ่นประมาทพรรคภูมิใจไทย ปมโจมตีนโยบายกัญชา auser15 Tue, 2025-11-25 - 14:21 ศาลอาญายกฟ้อง 'ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์' คดีหมิ่นประมาทพรรคภูมิใจไทย ปมค้านนโยบายกัญชาเสรี รณรงค์ไม่ให้คนเลือก สส.ภูมิใจไทย ระบุเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต แม้ถ้อยคำโจมตีนโยบายของโจทก์จะร้ายแรงอยู่บ้างแต่ว่าโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะ ต้องยอมรับคำติชม 25 พฤศจิกายน 2568 Thai PBS รายงานว่า  ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดำ อ.1225/2566ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคมอบอำนาจให้นายศุภชัย ใจสมุทร เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดังเป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาฯ จากกรณี เมื่อวันที่ 17 มี.ค.2566 ได้มีพระบรมราชโองการประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ต่อมาเมื่อวันที่ 21 มี.ค.2566 คณะกรรมการเลือกตั้งได้ออกประกาศเรื่อง กำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง วันรับสมัครเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ และสถานที่ที่พรรค การเมืองจะส่งบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ในการนี้โจทก์ได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 387 คน และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 98 คน เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2566 ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังปราศรัยให้แก่ผู้สมัครในสังกัดพรรคของโจทก์บนเวทีปราศรัยชั่วคราว ณ ลานกีฬาแฟลตดินแดง สน.ดินแดง ซึ่งในขณะนั้นมีประชาชนเข้าร่วมฟังการปราศรัยมากกว่า 2,000 คน นายชูวิทย์ จำเลยได้บังอาจตั้งโต๊ะแถลงข่าวโดยใช้เครื่องขยายเสียงขนาดเล็ก (โทรโข่ง) และแจกเสื้อให้แก่ประชาชนได้จูงใจ ให้ประชาชนทั่วไปงดเว้นการลงคะแนนในเลือก สส. สังกัดของโจทก์ โจมตีข้อความเท็จอันเป็น คดีนี้ศาลไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูลให้ประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะมีผลต่อประชาชนและนำนโยบายของกัญชาหาเสียงข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์และจำเลยเมื่อปี 2565 มีการประกาศให้กัญชาและกัญชงไม่ผิดกฎหมายและนำไปใช้เสพ โดยทั่วไป โดยไม่มีการควบคุมทางกฎหมายอีก รวมถึงการที่จำเลยกล่าวว่าโจทก์มีความเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการเลี้ยงใบกัญชง จึงให้ความสนใจกับธุรกิจกัญชาและกัญชงมากกว่าประโยชน์ทางการแพทย์ อย่างไรก็ตามจำเลยเป็นประชาชนที่ให้ความสนใจเรื่องปัญหาของเยาวชนไม่เห็นด้วยกับการปราศรัยนโยบายกัญชาเสรีว่าเป็นสิ่งที่หลอกลวงประชาชน มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ดังนั้นจึงได้ต่อต้านไม่ให้เลือกพรรคที่สนับสนุนนโยบายกัญชาเสรี ดังนั้นจำเลยจึงแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตแม้ถ้อยคำโจมตีนโยบายของโจทก์จะร้ายแรงอยู่บ้างแต่ว่าโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะ ต้องยอมรับคำติชม ดังนั้นจึงไม่มีความผิดฐานหมิ่นประมาทพิพากษายกฟ้อง * ข่าว * การเมือง * กัญชา * พรรคภูมิใจไทย * ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ * กระบวนการยุติธรรม * หมิ่นประมาท
dlvr.it
November 25, 2025 at 7:29 AM
ศาลอาญายกฟ้อง 'แดง ชินจัง' 2 คดีสุดท้ายเหตุระเบิดชุมนุม กปปส. ปี 57
ศาลอาญายกฟ้อง 'แดง ชินจัง' 2 คดีสุดท้ายเหตุระเบิดชุมนุม กปปส. ปี 57 auser15 Tue, 2025-10-28 - 18:11 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผยศาลอาญายกฟ้อง “แดง ชินจัง” 2 คดีสุดท้ายเหตุระเบิดชุมนุม กปปส. ปี 57 สิ้นสุดการคุมขัง 415 วัน โดยไม่ได้สิทธิประกันตัว 28 ต.ค. 2568 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า  ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีจำนวน 2 คดี ของ “แดง ชินจัง” หรือ ยงยุทธ (สงวนนามสกุล) ผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงวัย 37 ปี ในคดีที่มีข้อหาหลักคือพยายามฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อนฯ จากเหตุเกี่ยวเนื่องกับวัตถุระเบิดจากการชุมนุม กปปส. เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2557 และวันที่ 8 ก.พ. 2557 ศาลพิพากษายกฟ้องทั้ง 2 คดี โดยวินิจฉัยไปในทิศทางเดียวกันในทำนองว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ จำเลยให้การรับสารภาพโดยไม่สมัครใจระหว่างถูกควบคุมตัว ทำให้คดีที่เขาถูกคุมขังอยู่ทั้งหมด 5 คดีถูกพิพากษายกฟ้องทั้งหมดแล้ว และในช่วงค่ำวันนี้ ยงยุทธจะถูกปล่อยตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ หลังถูกขังระหว่างพิจารณายาวนานถึง 415 วัน หรือประมาณ 1 ปี 1 เดือนเศษ “แดง ชินจัง” หรือยงยุทธ เป็นผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงที่มีคดีพัวพันต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงหลังรัฐประหาร 2557 เคยถูกควบคุมตัวเข้าค่ายทหาร เคยร้องเรียนเรื่องการถูกซ้อมทรมาน เคยถูกคุมขังในเรือนจำหลายแห่ง และในคดีที่เขาเคยถูกกันเป็นพยานฝ่ายโจทก์ในคดีอื่น กลายเป็นว่าถูกนำมากล่าวหาต่อเขาในฐานะจำเลยใหม่ทั้งหมด การถูกคุมขังของยงยุทธในครั้งนี้ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ เป็นเหตุมาจากที่ถูกดำเนินคดีจำนวน 5 คดี แยกตามวันเกิดเหตุระหว่างชุมนุมของกลุ่ม กปปส. ในวันที่ 8 ก.พ. 2557, 10 มี.ค. 2557, 26 มี.ค. 2557, 10 เม.ย. 2557 และ 11 พ.ค. 2557 ทำให้ถูกขังมาตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. 2567 ซึ่งเป็นช่วงภายหลังที่ศาลอาญามีคำสั่งรับฟ้องและไม่อนุญาตให้ประกันตัวเรื่อยมา สำหรับทั้งห้าคดี ฝ่ายจำเลยมีข้อต่อสู้ในคดีว่าพยานหลักฐานของโจทก์มีเพียงบันทึกซักถามของจำเลยฉบับวันที่ 30 ก.ค. 2557 เพียงชิ้นเดียว ซึ่งถูกจัดทำขึ้นโดยจูงใจ ให้คำมั่นสัญญา และขู่เข็ญจากทหารขณะที่ควบคุมตัวไว้ที่มณฑลทหารบกที่ 11 อันเป็นพยานหลักฐานที่ต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/1 อีกทั้งพฤติการณ์ในคดี เป็นเหตุเดียวกันกับคดีที่ศาลอาญาเคยพิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคนไปก่อนหน้าแล้ว ซึ่งในคดีดังกล่าวมีพยานหลักฐานชุดเดียวกับคดีทั้งนี้ และมีเพียงคำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวน โดยจำเลยถูกข่มขู่ ทำร้ายร่างกาย และพูดจาข่มขู่ว่าจะทำอันตรายครอบครัว เพื่อให้การรับสารภาพ ก่อนหน้านี้ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้องไปแล้ว 3 คดี และสำหรับทั้งสองคดีที่ศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ คดีหนึ่งมีมูลเหตุมาจากการถูกกล่าวหาว่ายิงระเบิดระหว่างการชุมนุม กปปส. ในวันที่ 11 พ.ค. 2557 และและอีกคดีหนึ่งถูกกล่าวหาจากเหตุชุมนุมวันที่ 8 ก.พ. 2557 สำหรับคดีเหตุชุมนุมวันที่ 11 พ.ค. 2557 มีการสืบพยานจำนวน 4 นัด ระหว่างวันที่ 26-28 ส.ค. และ 1 ต.ค. 2568 โจทก์นำพยานเข้าสืบทั้งสิ้น 9 ปาก และสืบพยานจำเลย 2 ปาก ก่อนที่ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ ส่วนคดีจากเหตุชุมนุมวันที่ 8 ก.พ. 2557 โจทก์นำพยานเข้าเบิกความ 4 ปาก ส่วนฝ่ายจำเลยนำพยานเข้าเบิกความ 2 ปาก ก่อนที่ศาลจะนัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ พิพากษายกฟ้องคดีเหตุวันที่ 11 พ.ค. 57: โจทก์ไม่มีประจักษ์พยานในเหตุการณ์ พยานหลักฐานโจทก์ไม่มีน้ำหนักรับฟังว่าจำเลยกระทำผิด วันนี้ (28 ต.ค.​ 2568) ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 710 ยงยุทธถูกเบิกตัวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาฟังคำพิพากษา โดยเขาถูกสวมกุญแจข้อเท้าทั้งสองข้าง พร้อมทั้งมีทนายความ ครอบครัว และประชาชนมาติดตามฟังคำพิพากษาในวันนี้ด้วย เวลา 09.36 น. ศาลเริ่มพิจารณาคดีนี้เป็นคดีแรก โดยขานเรียกยงยุทธให้ยืนขึ้นเพื่อฟังคำพิพากษา สรุปเป็นใจความสำคัญได้ว่า เห็นว่าพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบไม่มีประจักษ์พยานในเหตุการณ์ ประกอบกับกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุใช้งานไม่ได้ อีกทั้งในช่วงที่คณรักษาความสงบแห่งชาติ​ (คสช.) ยึดอำนาจและประกาศกฎอัยการศึก พบว่าจำเลยถูกควบคุมตัวมาซักถาม และรับว่ายิงลูกระเบิดใส่ผู้ชุมนุม 11 ครั้ง ซึ่งเหตุตามคำฟ้องเป็นครั้งที่ 10 จากนั้นจำเลยถูกส่งตัวไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจำเลยให้การเช่นเดิมตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวน ซึ่งมีที่มาจากแหล่งเดียวกันคือจำเลย ศาลต้องรับฟังด้วยความระมัดระวังตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227/1 ฝ่ายโจทก์มีพยานเป็นเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เห็นว่าคำให้การเรื่องจำนวนรถยนต์ที่นำมาใช้ก่อเหตุแตกต่างกัน ข้อเท็จจริงมีความขัดแย้งกันจึงทำให้บันทึกการซักถามและบันทึกคำให้การมีพิรุธ ไม่สามารถรับฟังได้  จำเลยนำสืบว่าคำให้การต่อเจ้าหน้าที่ทหารนั้นถูกบังคับขู่เข็ญ โดยนำเอกสารมาให้จำเลยลงชื่อ โดยไม่ได้เกิดจากความสมัครใจของจำเลย ดังนั้นเมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานอื่นมาสนับสนุนคำซักถามและคำให้การจำเลย พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง หลังจากศาลอ่านคำพิพากษานี้เสร็จสิ้น ครอบครัวเดินไปโอบกอดแสดงความยินดีกับยงยุทธ ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ควบคุมตัวเดินไปฟังคำพิพากษาคดีสุดท้ายที่ห้องพิจารณาคดีที่ 912 พิพากษายกฟ้องคดีเหตุวันที่ 8 ก.พ. 57: รับฟังได้ว่าจำเลยให้การโดยไม่สมัครใจระหว่างถูกควบคุมตัวโดยทหาร เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์พาตัวยงยุทธมาที่ห้องพิจารณาคดีที่ 912 เพื่อฟังคำพิพากษาในคดีสุดท้าย โดยครอบครัว ประชาชน และทนายความที่ร่วมฟังคำพิพากษาที่ห้องพิจารณาคดีที่ 710 ก็ได้เดินตามยงยุทธมาด้วย เวลา 10.05 น. ศาลพักการพิจารณาในคดีอื่นและเริ่มอ่านคำพิพากษาในคดีนี้ โดยเรียกยงยุทธให้ยืนขึ้น และแจ้งว่าจะอ่านเฉพาะส่วนเหตุผล เพราะคำพิพากษาฉบับเต็มมีประมาณ 20 หน้า คำพิพากษาสรุปเป็นใจความสำคัญได้ดังนี้ เห็นว่าพยานโจทก์เบิกความบอกเล่าข้อเท็จจริงหลังเกิดเหตุ ไม่ได้รับรู้จากเหตุการณ์โดยตรง คำเบิกความของพยานโจทก์ที่ว่าคนร้ายใช้อาวุธ M79 เป็นการคาดเดาและสันนิษฐาน ไม่มีพยานหลักฐานที่แน่ชัด เมื่อพิจารณาตามบันทึกคำให้การน่าสงสัยว่าจำเลยให้การตามบันทึกการซักถามและบันทึกคำให้การจริงหรือไม่ เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดในรัศมี 400 เมตรในที่เกิดเหตุ พบว่ากล้องวงจรปิดเสีย มีบางตัวใช้ได้แต่ก็ไม่พบคนร้าย จำเลยให้การรับสารภาพ ต่อมาเบิกความว่าถูกทำร้าย บังคับขู่เข็ญโดยไม่สมัครใจในบันทึกซักถามของเจ้าหน้าที่ทหารและคำให้การในชั้นสอบสวน รับฟังได้ว่าจำเลยให้การโดยไม่สมัครใจซึ่งเกิดขึ้นระหว่างถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่ทหาร อีกทั้งไม่พบอาวุธ และยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุหรือหลบหนี ไม่พบว่าจำเลยใช้อาวุธ M79 ยิงระเบิดในที่เกิดเหตุ พิพากษายกฟ้อง หลังศาลอ่านคำพิพากษาเสร็จสิ้น ครอบครัวไปเข้าไปกอดแสดงความยินดีกับยงยุทธอีกครั้ง ยงยุทธฝากข้อความก่อนที่จะถูกพาตัวลงไปที่ห้องขังใต้ถุนศาลว่า “เย็นนี้เจอกัน” ยงยุทธต้องกลับไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อน เพื่อทำเรื่องรอปล่อยตัวในช่วงค่ำของวันนี้ เนื่องจากทั้ง 5 คดีที่ยงยุทธถูกกล่าวหาและเป็นเหตุให้ถูกคุมขังในครั้งนี้ ศาลได้พิพากษายกฟ้องครบทั้ง 5 คดีแล้ว รวมระยะเวลาคุมขังยงยุทธทั้งสิ้น 415 วัน นับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. 2567 - 28 ต.ค. 2568 สรุปแล้วทั้ง 5 คดีที่ยงยุทธถูกกล่าวหาสั่งฟ้องในชุดคดีนี้ ศาลอาญามีคำวินิจฉัยไปในทิศทางเดียวกันในทำนองว่า พยานหลักฐานของโจทก์ที่ไม่มีน้ำหนักรับฟังมากพอให้รับฟังได้ และคำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่ได้มาจากความสมัครใจ 415 วันที่ถูกคุมขัง : ศาลไม่เคยให้สิทธิประกันตัว ‘ชินจัง’ แม้ยื่นคำร้องไปถึง 49 ครั้ง อย่างไรก็ตาม แม้คดีของยงยุทธจะมีคำพิพากษายกฟ้องมาอย่างต่อเนื่อง แต่ศาลอาญารวมไปถึงศาลอุทธรณ์ยังคงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวตลอดมา หากนับในทุกคดีรวมกันแล้วในรอบปีเศษที่ผ่านมา ทนายความได้ยื่นคำร้องไปทั้งหมด 49 ครั้ง แบ่งเป็นคำร้องขอประกันตัวต่อศาลอาญา 38 ครั้ง และคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัวต่อศาลอุทธรณ์ไปอีก 11 ครั้ง แม้ในช่วงที่ศาลทยอยพิพากษายกฟ้องแต่ละคดี ในคดีแรกศาลพิพากษายกฟ้องเมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2568 วันต่อมาทนายความได้ยื่นประกันตัวใน 4 คดีที่เหลือที่ยงยุทธถูกคุมขังอยู่ แต่ก็ปรากฏว่าศาลก็มีคำสั่งยกคำร้องการประกันตัวเช่นเคย โดยให้เหตุผลว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ต่อมาหลังศาลพิพากษายกฟ้องคดีที่สองในวันที่ 3 ก.ย. 2568 ต่อมาในวันที่ 9 ก.ย. 2568 ทนายความยื่นประกันตัวในสามคดีที่เหลืออยู่ ศาลอาญายกคำร้อง และยื่นประกันตัวอีกครั้งในวันที่ 1 ต.ค. 2568 ศาลอาญายังคงยกคำร้องอีกครั้ง และหลังจากที่ศาลพิพากษายกฟ้องในคดีที่สามเมื่อวันที่ 15 ต.ค.​ 2568 ทนายความได้ยื่นประกันตัวอีกครั้งในสองคดีที่เหลือ ศาลอาญาก็มีคำสั่งยกคำร้อง ระบุคำสั่งว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จากนั้นยังได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา ศาลยังคงมีคำสั่งยกคำร้อง จนกระทั่งในวันนี้ (28 ต.ค. 2568) ศาลมีคำพิพากษายกฟ้องคดีครบทั้ง 5 คดีแล้ว กล่าวโดยสรุปได้ว่ายงยุทธไม่ได้รับสิทธิประกันตัวในระหว่างพิจารณาคดีแม้แต่ครั้งเดียว    * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * แดง ชินจัง * คนเสื้อแดง * ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน * กระบวนการยุติธรรม
dlvr.it
October 28, 2025 at 11:15 AM
'มิใช่เพียงรุกล้ำหรือสงสัย แต่ใจท่านคิดทำลายนรกสวรรค์ วาจาปดมดเท็จเช่นนี้ บิดามังกรไม่ทันได้สอนสั่งหรือไรว่าหัวใจมังกรอยู่ที่ใด'​ โซโลไม่ยอมความเพราะการทำเช่นนี้ตนอาจถูกพรากสหายไปจนโทนี่ต้องมาห้ามปรามว่าให้เลิกแล้วต่อกัน 'ท่านเรวิลล์ ข้าขออภัยที่สหายข้าใช้อาญาสูงสุด นิมิตที่ท่านแมคเครย์ได้รับเป็นสาสน์จากภูตวิญญานเตือนความปรารถนา​ของผู้ยินยอมกลืนหอกไฟโลกันตร์... ' สุรเสียง--
April 25, 2025 at 4:01 PM
thematter.co on Instagram: "เมื่อ 30 กันยายน ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า ครูใหญ่–อรรถพล บัวพัฒน์ มีความผิดตามมาตรา 112 จากการปราศรัยในการชุมนุม #18พฤศจิกาไปราษ…"
เมื่อ 30 กันยายน ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาว่า ครูใหญ่–อรรถพล บัวพัฒน์ มีความผิดตามมาตรา 112 จากการปราศรัยในการชุมนุม #18พฤศจิกาไปราษฎรประสงค์ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 โดยศาลสั่งจำคุก 3 ปี.ซึ่งใจความสำคัญของการสืบพยานคดีนี้ คือการตีความคำว่า ‘ราชประหาร’ รวมไปถึงข้อความปราศรัยส่วนอื่นๆ ของจำเลย โดยเฉพาะการแก้ไข พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ซึ่งเกี่ยวกับอำนาจของกษัตริย์กับการปกครองศาสนา และการตีความว่า ‘เผ่ามังกรฟ้า’ ชื่อกลุ่มตัวละครจากวันพีช (One Piece) ว่าจำเลยเจตนาจะดูหมิ่นกษัตริย์ ตามมาตรา 112.อรรถพลยืนยันว่า คำว่าราชประหาร หมายถึง การให้พระราชาประหารผู้ทำรัฐประหาร และยืนยันว่าการปราศรัยมุ่งวิพากษณ์วิจารณ์ ‘รัฐบาลและฝ่ายนิติบัญญัติ’ ที่กระทำการอันกระทบต่อพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้ ศาลฯ พิจารณาและอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าว โดยแบ่งออกเป็น 4 ใจความหลักดังนี้.“ประชาชนจะลุกขึ้นมาทำรัฐประหาร และหากไกลไปกว่านั้น ก็อาจจะไม่ใช่แค่รัฐประหาร แต่เราอาจจะราชประหารก็ได้” เมื่อพิจารณาคำว่า ‘ราชประหาร’ ที่ปรากฏในคำปราศรัยดังกล่าว หากยึดตามคำว่า ‘รัฐประหาร’ ซึ่งมีความหมายถึงการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยฉับพลัน เมื่อประกอบกับการแปลคำว่า ‘ราช’ ซึ่งหมายถึง พระราชา กษัตริย์ และแปลคำว่า ‘ประหาร’ ซึ่งหมายถึง การฆ่า การทำลาย ฉะนั้นแล้วคำว่า ‘ราชประหาร’ เมื่อประกอบกับบริบทการปราศรัยของจำเลยที่ปราศรัยกับประชาชน จึงแปลความหมายได้ว่าคือ “การที่ประชาชนจะใช้กำลังเพื่อเปลี่ยนแปลงกษัตริย์”.ขณะที่คำว่า ‘เผ่ามังกรฟ้า’ แม้จำเลยจะบอกว่าเป็นการกล่าวถึงตัวละครในการ์ตูน แต่เมื่อพิจารณาบริบทการปราศรัยเห็นว่า เป็นการพูดถึงเพื่อพาดพิงกษัตริย์ และในคลิปวิดีโอการปราศรัยของจำเลย เมื่อพูดถึงเผ่ามังกรฟ้า จำเลยมีการชูนิ้วขึ้นฟ้าเพื่อสื่อให้ประชาชนที่มาฟังเข้าใจว่าตนมีเจตนาจะสื่อถึงสิ่งใด.นอกเหนือจากเคสอรรถพล อีกคนที่ถูกตัดสินจำคุกในเวลาไล่เลี่ยกันและในคดีเดียวกัน ได้แก่ ไผ่–จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ที่เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้เขาจำคุกเป็นเวลา 2 ปี 12 เดือน ส่วนอรรถพล ไ้ด้รับโทษจำคุก 2 ปี จากการปราศรัยหน้าโรงเรียนภูเขียว.อย่างไรก็ดี จตุภัทร์โต้แย้งคำพิพากษาว่า เจตนากล่าวถึง ‘สถาบันกษัตริย์’ ไม่ระบุถึงบุคคลใด จึงไม่อาจตีความมาตรา 112 ในลักษณะขยายความ และทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามมาตรา 112 ได้.อ่านต่อที่เว็บไซต์ thematter.co#ครูใหญ่อรรถพล #ไผ่จตุภัทร์ #ม112 #TheMATTER
www.instagram.com
October 2, 2025 at 12:30 AM
🎉คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2620/2567
ป.วิอ. ม. 35 วรรคหนึ่ง

แม้จำเลยจะออกเช็คพิพาทให้โจทก์ร่วมเพื่อให้โจทก์ร่วมถอนฟ้องจำเลยในคดีที่โจทก์ร่วมเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในความผิดอาญาแผ่นดินก็ตาม _[1/3]
January 2, 2025 at 6:43 AM
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันดำเนินคดีเหตุ ตชด.ยิงวินจักรยานยนต์รับจ้างย่านห้วยขวางอย่างโปร่งใส ผบ.ตร.สั่งห้ามแทรกแซงคดี พร้อมเอาผิดทั้งวินัยและอาญาหากพบกระทำผิดจริง
#themainstreamth #ผบตร #สำนักงานตำรวจแห่งชาติ #ตชด #คดียิงวิน
themainstream.news/thailand/184...
ผบ.ตร.ย้ำคดี ตชด.ยิงวินห้วยขวาง ดำเนินคดีตรงไปตรงมา ไม่ช่วยเหลือผู้กระทำผิด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันดำเนินคดีเหตุ ตชด.ยิงวินจักรยานยนต์รับจ้างย่านห้วยขวางอย่างโปร่งใส ผบ.ตร.สั่งห้ามแทรกแซงคดี พร้อมเอาผิดทั้งวินัยและอาญาหากพบกระทำผิดจริง
themainstream.news
June 15, 2026 at 8:35 AM