#ศุภจีสุธรรมพันธุ์
"น็อต วรฤทธิ์" โพสต์ชื่นชม "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" นารีขี่ม้าขาวที่แท้จริง หลังโชว์ฝีมือปิดดีลซาอุฯ ขนมันสำปะหลังไทยแสนตันกู้วิกฤติปากท้อง ลั่น ถ้าได้รัฐมนตรีมืออาชีพทำงานเพื่อชาติจริง ชีวิตคนไทยคงดีกว่านี้ พรรคไหนเสนอคนเก่งแบบนี้ เอาคะแนนผมไปเลย

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5420634/
#น็อตวรฤทธิ์ #ศุภจีสุธรรมพันธุ์
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
'น็อต วรฤทธิ์' ปักธงเลือก 'รมต.มืออาชีพ' หลัง 'ศุภจี' ดีลซาอุฯ ลั่นพรรคไหนแบบนี้เอาคะแนนผมไป! | เดลินิวส์
"น็อต วรฤทธิ์" โพสต์ชื่นชม "ศุภจี สุธรรมพันธุ์" นารีขี่ม้าขาวที่แท้จริง หลังโชว์ฝีมือปิดดีลซาอุฯ ขนมันสำปะหลังไทยแสนตันกู้วิกฤติปากท้อง ลั่น ถ้าได้รัฐมนตรีมืออาชีพทำงานเพื่อชาติจริง ชีวิตคนไทยคงดีกว่า...
www.dailynews.co.th
December 19, 2025 at 7:57 AM
“ศุภจี” ดันไทยฝ่าสมรภูมิการค้า ชู TAM Model คิดใหญ่แต่เริ่มจากจุดเล็ก... สามารถติดตามต่อได้ที่ :

www.dailynews.co.th/news/6135296/
#ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #เดลินิวส์ทอล์ก2026
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
August 24, 2026 at 10:21 AM
‘ศุภจี’ แจงดราม่าไลฟ์สดทุเรียนลูกละ 100 เชื่อ ‘พิมรี่พาย’ ขายของตรงปก ตั้งรับผลผลิตส่วนเกิน เผยคาดการณ์ทุเรียนออกมากกว่าปีก่อน 33% ระบุไม่ได้หนุนใครเป็นพิเศษ จับมือทั้งอินฟลูฯ ภายใน-นอกประเทศ

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5818467/
#ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #พิมรี่พาย #ทุเรียน
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
April 28, 2026 at 4:58 AM
อนุทิน พร้อม 3 รัฐมนตรี ลงพื้นที่ชายแดนครั้งแรก จ.สุรินทร์ เยี่ยมกองกำลังสุรนารี-ฟังสรุปสถานการณ์
อนุทิน พร้อม 3 รัฐมนตรี ลงพื้นที่ชายแดนครั้งแรก จ.สุรินทร์ เยี่ยมกองกำลังสุรนารี-ฟังสรุปสถานการณ์ See Think Fri, 2025-10-03 - 14:56 อนุทิน พร้อม 3 รัฐมนตรี ลงพื้นที่ชายแดนครั้งแรก จ.สุรินทร์ ตรวจเยี่ยมกองกำลังสุรนารี-ฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ 3 ต.ค. 2568 เว็บไซต์รัฐบาลไทยระบุว่า เวลา 11.25 น. ณ ห้องประชุมเหมะบุตร กองกำลังสุรนารี ตำบลนอกเมือง อำเภอเมืองสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยพลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รับฟังบรรยายสถานการณ์เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ โดยมีพลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 พลเอก ธงชัย รอดย้อย เสนาธิการทหารบก และนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ร่วมด้วย สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีให้ฝ่ายปกครองดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชน รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านอาหาร เครื่องอุปโภคบริโภค การจัดหาที่พักพิงชั่วคราว ตลอดจนการอพยพประชาชนในพื้นที่ที่จำเป็น ขณะเดียวกันได้กำชับให้ฝ่ายทหารดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่ารัฐบาลพร้อมดูแลอย่างรอบด้าน โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวแสดงความยินดีกับแม่ทัพภาคที่ 2 คนใหม่ พร้อมมั่นใจว่าแม่ทัพภาคที่ 2 จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง และร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการดูแลความสงบเรียบร้อยของพื้นที่ชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังได้ให้ความมั่นใจว่าจะมีมาตรการเพื่อดูแลสินค้าเกษตร ทั้งการซื้อ-ขาย รวมทั้งการส่งออก ผ่านไปทาง สปป.ลาว และเวียดนาม และหาตลาดใหม่เพิ่ม เมื่อเสร็จสิ้นการประชุม นายกรัฐมนตรีร่วมลงนามในสมุดตรวจเยี่ยมกองกำลังสุรนารี และมอบสิ่งของบำรุงขวัญให้กับกำลังพลกองกำลังสุรนารี ต่อจากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปตรวจภูมิประเทศและเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพล ณ ฐานปฏิบัติการสามแยก กองพันทหารราบที่ 21 หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารี อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ พร้อมร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับกำลังพลในพื้นที่ โดยนายกรัฐมนตรีได้พูดคุยถามไถ่ความเป็นอยู่ด้วยความห่วงใย พร้อมย้ำว่า รัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนทั้งด้านสวัสดิการและการปฏิบัติงานเพื่อให้กำลังพลผู้ปฏิบัติหน้าที่ชายแดนสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจและเต็มที่ในการปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ ทั้งนี้ ขอให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปลอดภัย * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * สุรินทร์ * กองกำลังสุรนารี * อนุทิน ชาญวีรกูล * กองทัพภาคที่ 2
dlvr.it
October 3, 2025 at 8:03 AM
‘ศุภจี’ หารือ ‘เอกนิติ’ ของบกลาง 300 ล้าน ขายสินค้าราคาประหยัด มุ่งช่วยพื้นที่น้ำท่วม

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6227575/
#ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 28, 2026 at 2:47 AM
'ศุภจี' เผยเจรจาภาษีสหรัฐฯ คืบหน้า เร่งสรุปก่อนใช้มาตรการ Section 301
'ศุภจี' เผยเจรจาภาษีสหรัฐฯ คืบหน้า เร่งสรุปก่อนใช้มาตรการ Section 301 auser15 Mon, 2026-09-28 - 12:23 'ศุภจี' เผยเจรจาภาษีสหรัฐฯ คืบหน้า เร่งสรุปก่อนใช้มาตรการ Section 301 ลุยดัน Local Content เพิ่มการผลิตในประเทศ ระบุเจรจา FTA ไทย-อียู รอบที่ 10 ที่ จ.ภูเก็ต เริ่มแล้ว หวังปิดดีลที่เหลือในปีนี้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พาณิชย์ | แฟ้มภาพเว็บไซต์รัฐบาลไทย 28 กันยายน 2569 NBT Connext รายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาเรื่องภาษีกับสหรัฐฯ ว่า ในระดับหลักการได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจทานรายละเอียดทางเทคนิคและตัวบทภาษาอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ ในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ตนยังได้มีโอกาสหารือร่วมกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ซึ่งการพูดคุยเป็นไปด้วยความราบรื่น โดยตั้งเป้าหมายให้ทีมงานเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศใช้มาตรการตามมาตรา 301 (Section 301) เมื่อถามว่า ขณะนี้บรรยากาศทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่มีแนวโน้มผ่อนคลายเรื่องภาษีภายหลังการหารือของผู้นำทั้งสองประเทศ นางศุภจี กล่าวว่า ไทยยังคงต้องดำเนินนโยบายเจรจาทางการค้ากับทั้งสองประเทศมหาอำนาจเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับปัญหาการสวมสิทธิสินค้านั้น ไทยมีมาตรการกำกับดูแลรองรับอยู่แล้ว และมองว่าสถานการณ์นี้ถือเป็นโอกาสอันดีของไทยในการเพิ่มสัดส่วนการใชวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนผลิตภายในประเทศ (Local Content) ซึ่งจะส่งผลดีและเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยโดยตรง นางศุภจี กล่าวถึงความคืบหน้าในการเจรจาเสรีการค้าระหว่างไทยและสหภาพยุโรปว่า ในวันนี้การเจรจารอบที่ 10 ได้เริ่มขึ้นแล้วที่ จ.ภูเก็ต โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยการประชุมได้จัดขึ้นตามกำหนดการระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 6 ตุลาคม 2569 โดยมีเป้าหมายเร่งปิดข้อบทที่เหลือเพื่อให้บรรลุข้อตกลงภายในปีนี้ โดยการเจรจาในครั้งนี้ตั้งเป้าหมายที่จะปิดดีลในการเจรจาให้ได้ในส่วนที่เหลืออยู่ประมาณ 1 ใน 3 ของข้อตกลงทั้งหมด ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ตนเองจะเดินทางไปร่วมประชุมด้วย * ข่าว * เศรษฐกิจ * FTA ไทย-อียู * การค้าเสรี * ภาษีตอบโต้การค้า * สหรัฐอเมริกา
dlvr.it
September 28, 2026 at 5:30 AM
'ศุภจี' เผยเจรจาภาษีสหรัฐฯ คืบหน้า เร่งสรุปก่อนใช้มาตรการ Section 301
'ศุภจี' เผยเจรจาภาษีสหรัฐฯ คืบหน้า เร่งสรุปก่อนใช้มาตรการ Section 301
'ศุภจี' เผยเจรจาภาษีสหรัฐฯ คืบหน้า เร่งสรุปก่อนใช้มาตรการ Section 301 auser15 Mon, 2026-09-28 - 12:23 'ศุภจี' เผยเจรจาภาษีสหรัฐฯ คืบหน้า เร่งสรุปก่อนใช้มาตรการ Section 301 ลุยดัน Local Content เพิ่มการผลิตในประเทศ ระบุเจรจา FTA ไทย-อียู รอบที่ 10 ที่ จ.ภูเก็ต เริ่มแล้ว หวังปิดดีลที่เหลือในปีนี้ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พาณิชย์ | แฟ้มภาพเว็บไซต์รัฐบาลไทย 28 กันยายน 2569 NBT Connext รายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​พาณิชย์ กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาเรื่องภาษีกับสหรัฐฯ ว่า ในระดับหลักการได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจทานรายละเอียดทางเทคนิคและตัวบทภาษาอย่างรอบคอบ ทั้งนี้ ในช่วงการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ ตนยังได้มีโอกาสหารือร่วมกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ซึ่งการพูดคุยเป็นไปด้วยความราบรื่น โดยตั้งเป้าหมายให้ทีมงานเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนที่สหรัฐฯ จะประกาศใช้มาตรการตามมาตรา 301 (Section 301) เมื่อถามว่า ขณะนี้บรรยากาศทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่มีแนวโน้มผ่อนคลายเรื่องภาษีภายหลังการหารือของผู้นำทั้งสองประเทศ นางศุภจี กล่าวว่า ไทยยังคงต้องดำเนินนโยบายเจรจาทางการค้ากับทั้งสองประเทศมหาอำนาจเพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับปัญหาการสวมสิทธิสินค้านั้น ไทยมีมาตรการกำกับดูแลรองรับอยู่แล้ว และมองว่าสถานการณ์นี้ถือเป็นโอกาสอันดีของไทยในการเพิ่มสัดส่วนการใชวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนผลิตภายในประเทศ (Local Content) ซึ่งจะส่งผลดีและเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบการไทยโดยตรง นางศุภจี กล่าวถึงความคืบหน้าในการเจรจาเสรีการค้าระหว่างไทยและสหภาพยุโรปว่า ในวันนี้การเจรจารอบที่ 10 ได้เริ่มขึ้นแล้วที่ จ.ภูเก็ต โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยการประชุมได้จัดขึ้นตามกำหนดการระหว่างวันที่ 28 กันยายน - 6 ตุลาคม 2569 โดยมีเป้าหมายเร่งปิดข้อบทที่เหลือเพื่อให้บรรลุข้อตกลงภายในปีนี้ โดยการเจรจาในครั้งนี้ตั้งเป้าหมายที่จะปิดดีลในการเจรจาให้ได้ในส่วนที่เหลืออยู่ประมาณ 1 ใน 3 ของข้อตกลงทั้งหมด ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ตนเองจะเดินทางไปร่วมประชุมด้วย * ข่าว * เศรษฐกิจ * FTA ไทย-อียู * การค้าเสรี * ภาษีตอบโต้การค้า * สหรัฐอเมริกา
dlvr.it
September 28, 2026 at 5:30 AM
“ศุภจี” เร่งสรุปเจรจาภาษีสหรัฐ ก่อนมาตรา 301 มีผล รอนายกฯ คุยทรัมป์

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6207503/
#ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #ภาษีสหรัฐ
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 21, 2026 at 7:20 AM
แจง 'ศุภจี' ไม่ได้ลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ย้ำเป็นข้อตกลงภาคเอกชน
แจง 'ศุภจี' ไม่ได้ลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ย้ำเป็นข้อตกลงภาคเอกชน
แจง 'ศุภจี' ไม่ได้ลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ย้ำเป็นข้อตกลงภาคเอกชน auser15 Sat, 2026-09-12 - 16:36 รัฐบาลแจง 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้ลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ย้ำ เป็นข้อตกลงภาคเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐ เพื่อดูแลเกษตรกรไทย 12 กันยายน 2569 NBT Connext รายงานว่า นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ รวมถึงมีการกล่าวอ้างว่าเป็นข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตัน อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย โดยยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เป็นประเด็นดังกล่าว เป็นความร่วมมือและข้อตกลงระหว่างภาคเอกชนไทยกับภาคเอกชนสหรัฐฯ ไม่ใช่การลงนามของรัฐบาล รองนายกรัฐมนตรี หรือหน่วยงานภาครัฐ และในข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้มีการระบุว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จะนำเข้าเป็นข้าวโพด GMO ขณะที่การนำเข้าจะต้องดำเนินการตามมาตรการและเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด สำหรับเหตุผลที่ภาคเอกชนมีความต้องการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากผลผลิตภายในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ขณะเดียวกัน ปริมาณการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงอย่างมาก จากมาตรการจัดการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญหา PM2.5 จึงจำเป็นต้องมีแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของภาคการผลิต ทั้งนี้ การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐ เพื่อดูแลเกษตรกรในประเทศ โดยกำหนดสัดส่วนการนำเข้าภายใต้กรอบ WTO หรือข้าวสาลี 1 ส่วน ผู้ประกอบการต้องซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน ส่วนการนำเข้าภายใต้กรอบ WTO กำหนดปริมาณไม่เกิน 1 ล้านตัน และหากนำเข้าเกินกรอบจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงมาก ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานทางการก่อนเชื่อหรือส่งต่อ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่บิดเบือนสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * คุณภาพชีวิต * ศุภจี สุธรรมพันธุ์ * ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ * นำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐอเมริกา
dlvr.it
September 12, 2026 at 9:43 AM
แจง 'ศุภจี' ไม่ได้ลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ย้ำเป็นข้อตกลงภาคเอกชน
แจง 'ศุภจี' ไม่ได้ลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ย้ำเป็นข้อตกลงภาคเอกชน auser15 Sat, 2026-09-12 - 16:36 รัฐบาลแจง 'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไม่ได้ลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ย้ำ เป็นข้อตกลงภาคเอกชน การนำเข้าต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐ เพื่อดูแลเกษตรกรไทย 12 กันยายน 2569 NBT Connext รายงานว่า นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ อ้างว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงนามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ รวมถึงมีการกล่าวอ้างว่าเป็นข้าวโพด GMO จำนวน 1 ล้านตัน อาจส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย โดยยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อน กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่เป็นประเด็นดังกล่าว เป็นความร่วมมือและข้อตกลงระหว่างภาคเอกชนไทยกับภาคเอกชนสหรัฐฯ ไม่ใช่การลงนามของรัฐบาล รองนายกรัฐมนตรี หรือหน่วยงานภาครัฐ และในข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้มีการระบุว่าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่จะนำเข้าเป็นข้าวโพด GMO ขณะที่การนำเข้าจะต้องดำเนินการตามมาตรการและเงื่อนไขที่หน่วยงานของรัฐกำหนดอย่างเคร่งครัด สำหรับเหตุผลที่ภาคเอกชนมีความต้องการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากผลผลิตภายในประเทศมีไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ขณะเดียวกัน ปริมาณการนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านลดลงอย่างมาก จากมาตรการจัดการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับปัญหา PM2.5 จึงจำเป็นต้องมีแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของภาคการผลิต ทั้งนี้ การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐ เพื่อดูแลเกษตรกรในประเทศ โดยกำหนดสัดส่วนการนำเข้าภายใต้กรอบ WTO หรือข้าวสาลี 1 ส่วน ผู้ประกอบการต้องซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 3 ส่วน ส่วนการนำเข้าภายใต้กรอบ WTO กำหนดปริมาณไม่เกิน 1 ล้านตัน และหากนำเข้าเกินกรอบจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงมาก ขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานทางการก่อนเชื่อหรือส่งต่อ เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่บิดเบือนสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * คุณภาพชีวิต * ศุภจี สุธรรมพันธุ์ * ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ * นำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐอเมริกา
dlvr.it
September 12, 2026 at 9:43 AM
“ศุภจี” แจงดราม่าเขย่าบิ๊กพาณิชย์ จน ‘พิมพ์ชนก’ ขอลาออก ย้ำอยู่ครบก็ต้องกลับไทย

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6181308/
#ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 11, 2026 at 6:44 AM
‘ศุภจี’ เผยเจรจาภาษีสหรัฐอีก 1 สัปดาห์ชัดเจน ต่อสาย ‘อนุทิน’ คุย ‘ทรัมป์’ ทันที

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6171689/
#ภาษีสหรัฐ #ศุภจีสุธรรมพันธุ์
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 8, 2026 at 3:55 AM
💥โลกเปลี่ยนขั้ว ธุรกิจไทยต้องเปลี่ยนเกม!
มาร่วมหาคำตอบว่า “ไทยจะเล่นเกมไหนในสมรภูมิการค้าโลก?” กับ #ศุภจีสุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ในงาน Dailynews Talk 2026
.
📲 ลงทะเบียนสำรองที่นั่งด่วน! www.dailynews.co.th/news/6112882/
.
#DailynewsTalk2026 #การค้าไทย #NewWorldNewRules #ธุรกิจไทยต้องเปลี่ยนเกม
August 17, 2026 at 11:29 AM
"ศุภจี" กางไทม์ไลน์ถกภาษีสหรัฐ หลัง “อนุทิน” ทุบโต๊ะช่วยสางปัญหา-ขีด 3 เส้นแดงไทยไม่ยอมแลก

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6112944/
#ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #อนุทินชาญวีรกูล
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
August 17, 2026 at 4:50 AM
บอร์ด ท.ท.ช.เคาะเก็บ 'ค่าเหยียบแผ่นดิน' นักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท/คน คาดเริ่มจัดเก็บต้นปี 2570
บอร์ด ท.ท.ช.เคาะเก็บ 'ค่าเหยียบแผ่นดิน' นักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท/คน คาดเริ่มจัดเก็บต้นปี 2570 auser15 Mon, 2026-08-17 - 08:21 คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เห็นชอบหลักการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาทต่อคน เตรียมทำประชาพิจารณ์ก่อนเสนอ ครม. คาดเริ่มจัดเก็บต้นปี 2570 แฟ้มภาพสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 17 สิงหาคม 2569 Thai PBS รายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ครั้งแรกของปี 2569 เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา หนึ่งในวาระสำคัญคือ พิจารณาร่างหลักการและร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีการเสนออัตราจัดเก็บอยู่ที่ 450 บาทต่อคน สำหรับการเดินทางเข้าประเทศไทย ทั้งทางบก น้ำและอากาศ เพื่อนำเงินเข้ากองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และใช้เป็นค่าประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยว โดยเตรียมทำประชาพิจารณ์ ศึกษาแนวทางการจัดเก็บ ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ระยะแรกจะเริ่มจัดเก็บทางอากาศก่อน มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 180 วัน หรือในช่วงต้นปี 2570 ส่วนทางบกและทางน้ำ จะใช้เวลาอีก 360 วัน เนื่องจากต้องแก้ไขปัญหาความแออัดหน้าด่านและเตรียมระบบให้พร้อม นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อยู่ระหว่างการยกเครื่องแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4 พ.ศ.2571-2575 จากการเปิดเวทีรับฟังความเห็นทั้ง 4 ภาค ให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวและเตรียมความพร้อมให้การท่องเที่ยวเดินหน้าต่อได้ หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน สำหรับข้อมูลจากการรับฟังความเห็น จะมีการประมวลร่วมกับนักวิชาการและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์และแนวทางขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยในช่วง 5 ปีข้างหน้า ให้สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งและตอบโจทย์บริบทการท่องเที่ยวในอนาคต * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * คุณภาพชีวิต * นักท่องเที่ยว * คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ * ค่าเหยียบแผ่นดิน
dlvr.it
August 17, 2026 at 1:27 AM
บอร์ด ท.ท.ช.เคาะเก็บ 'ค่าเหยียบแผ่นดิน' นักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท/คน คาดเริ่มจัดเก็บต้นปี 2570
บอร์ด ท.ท.ช.เคาะเก็บ 'ค่าเหยียบแผ่นดิน' นักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท/คน คาดเริ่มจัดเก็บต้นปี 2570
บอร์ด ท.ท.ช.เคาะเก็บ 'ค่าเหยียบแผ่นดิน' นักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาท/คน คาดเริ่มจัดเก็บต้นปี 2570 auser15 Mon, 2026-08-17 - 08:21 คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) เห็นชอบหลักการเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ 450 บาทต่อคน เตรียมทำประชาพิจารณ์ก่อนเสนอ ครม. คาดเริ่มจัดเก็บต้นปี 2570 แฟ้มภาพสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง 17 สิงหาคม 2569 Thai PBS รายงานว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ท.ท.ช.) ครั้งแรกของปี 2569 เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา หนึ่งในวาระสำคัญคือ พิจารณาร่างหลักการและร่างประกาศคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยวต่างชาติ มีการเสนออัตราจัดเก็บอยู่ที่ 450 บาทต่อคน สำหรับการเดินทางเข้าประเทศไทย ทั้งทางบก น้ำและอากาศ เพื่อนำเงินเข้ากองทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว และใช้เป็นค่าประกันภัยคุ้มครองนักท่องเที่ยว โดยเตรียมทำประชาพิจารณ์ ศึกษาแนวทางการจัดเก็บ ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ระยะแรกจะเริ่มจัดเก็บทางอากาศก่อน มีผลบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว 180 วัน หรือในช่วงต้นปี 2570 ส่วนทางบกและทางน้ำ จะใช้เวลาอีก 360 วัน เนื่องจากต้องแก้ไขปัญหาความแออัดหน้าด่านและเตรียมระบบให้พร้อม นอกจากนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อยู่ระหว่างการยกเครื่องแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4 พ.ศ.2571-2575 จากการเปิดเวทีรับฟังความเห็นทั้ง 4 ภาค ให้ความสำคัญกับนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวและเตรียมความพร้อมให้การท่องเที่ยวเดินหน้าต่อได้ หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน สำหรับข้อมูลจากการรับฟังความเห็น จะมีการประมวลร่วมกับนักวิชาการและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์และแนวทางขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยในช่วง 5 ปีข้างหน้า ให้สามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งและตอบโจทย์บริบทการท่องเที่ยวในอนาคต * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * คุณภาพชีวิต * นักท่องเที่ยว * คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ * ค่าเหยียบแผ่นดิน
dlvr.it
August 17, 2026 at 1:27 AM
ด่วน! พาณิชย์ชี้แจงประเด็น สหรัฐจัดเก็บภาษีมาตรา 301 กับไทยเพิ่มขึ้น 12.5%

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6052480/
#ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #ภาษีไทย
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
July 24, 2026 at 4:57 AM
'ศุภจี' แจงโครงการท่องเที่ยว 365 วัน คนละมิติปัญหาฝุ่น PM2.5
'ศุภจี' แจงโครงการท่องเที่ยว 365 วัน คนละมิติปัญหาฝุ่น PM2.5 auser15 Sat, 2026-04-11 - 10:55 'ศุภจี' แจงโครงการท่องเที่ยว 365 วัน คนละมิติปัญหาฝุ่น PM2.5  ยืนยันรัฐดำเนินการขนานกัน พร้อมเดินหน้าแก้ราคามะพร้าวทั้งระบบ ส่วนการตั้งคณะที่ปรึกษารับมือวิกฤตเศรษฐกิจไม่ใช้งบของรัฐ สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวชี้แจง 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ กรณีความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากการอภิปรายโครงการ “365วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน” การตั้งคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี และสถานการณ์ราคามะพร้าว นางศุภจี กล่าวถึงกรณีที่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากการอภิปรายถึงโครงการ “365วัน มหัศจรรย์เมืองไทยเที่ยวได้ทุกวัน” ว่า การอภิปรายดังกล่าวมุ่งนำเสนอศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศไทยในแต่ละฤดูกาลตลอดทั้งปี ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยย้ำว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาฝุ่นอย่างยิ่ง และมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลแก้ไขโดยตรงอยู่แล้ว เนื่องจากปัญหาดังกล่าวไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะภาคการท่องเที่ยว แต่ยังกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ด้วย ทั้งสองเรื่องจึงต้องดำเนินการควบคู่กันในต่างมิติ สำหรับการตั้งคณะที่ปรึกษาของรองนายกรัฐมนตรี นางศุภจี ชี้แจงว่า ได้ทาบทามผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขามาร่วมงาน โดยไม่คำนึงถึงสังกัดพรรคการเมือง เพราะต้องการนำความรู้และประสบการณ์มาช่วยรับมือกับวิกฤตในหลายมิติ ทั้งการค้า ความมั่นคง และภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับสหภาพยุโรป ซึ่งจะมีการเจรจารอบที่ 9 ในเดือนมิถุนายนนี้ และต้องการให้การเจรจารอบนี้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน พร้อมย้ำว่าตำแหน่งที่ปรึกษาดังกล่าวไม่มีค่าตอบแทน ทุกคนที่มาช่วยงานล้วนมาด้วยความสมัครใจ จึงขอให้ทำความเข้าใจว่าไม่มีการใช้งบประมาณของรัฐแต่อย่างใด ด้านสถานการณ์ราคามะพร้าว นางศุภจี กล่าวว่า ยินดีรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้าน และไม่ว่าราคาจะอยู่ที่ 3 บาทหรือ 7 บาทก็ยังไม่พอใจ โดยชี้แจงว่าราคาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับคุณภาพและปริมาณผลผลิต มะพร้าวที่ยังอยู่บนต้นหรือตกคุณภาพอาจมีราคาเพียง 3 บาท ในขณะที่มะพร้าวคุณภาพดีอาจขายได้ถึง 7-10 บาท แต่ทั้งนี้ยังเห็นว่า มะพร้าวไทยมีศักยภาพที่จะทำราคาได้สูงกว่านี้ การแก้ไขปัญหาจึงต้องดำเนินการตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ทั้งการควบคุมคุณภาพ การแปรรูป และการบริหารจัดการผลผลิต โดยยอมรับว่าไม่สามารถแก้ไขได้ในระยะเวลาอันสั้น เนื่องจากเป็นปัญหาที่สะสมมายาวนาน * ข่าว * การเมือง * เศรษฐกิจ * สังคม * คุณภาพชีวิต * สิ่งแวดล้อม * ศุภจี สุธรรมพันธุ์ * โครงการท่องเที่ยว 365 วัน * PM2.5
dlvr.it
April 11, 2026 at 4:00 AM
‘ศุภจี’ แจงสภา 11 เม.ย. จ่อเคาะมาตรการ ‘ธงฟ้า-รถพุ่มพวง’ ลดค่าครองชีพ-เพิ่มรายได้
‘ศุภจี’ แจงสภา 11 เม.ย. จ่อเคาะมาตรการ ‘ธงฟ้า-รถพุ่มพวง’ ลดค่าครองชีพ-เพิ่มรายได้ See Think Thu, 2026-04-09 - 21:58 ในการประชุมรัฐสภาวาระให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบคำถามและอธิบายแนวทางการปฏิบัติงาน กล่าวว่าเรื่องแรกเลยที่ท่านสมาชิกได้แสดงความกังวลว่ารัฐบาลไม่มีการดูแลในเรื่องของนโยบายที่เป็นความเร่งด่วน ตนขออนุญาตเรียนว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าวิกฤตที่เรากำลังเผชิญมีความซับซ้อนในหลายมิติมาก ทั้งเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ที่มากระทบภูมิเศรษฐศาสตร์อย่างเลี่ยงไม่ได้ รวมถึงสภาวะที่เรามีความตึงตัวไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่ต้องมีการปรับทั้งในเรื่องโครงสร้าง ทั้งเรื่องดิสรัปชัน สภาพภูมิอากาศ รวมถึงเทคโนโลยี ดังนั้นเราก็ต้องพยายามทำทุกอย่างไปพร้อมกัน ในส่วนของนโยบายเร่งด่วน ในส่วนงานที่ตนดูแล ขออธิบายแบ่งเป็นประเด็นดังนี้ * เรื่องแรก การดูแลค่าครองชีพ ศุภจีกล่าวว่าวิกฤตตะวันออกกลางมีมิติที่ซับซ้อนมาก อยากจะเรียนว่าเราคงดูมิติใดมิติหนึ่งไม่ได้ ดูทั้ง “ประหยัดรายจ่าย หาทางเพิ่มรายได้ กระจายโอกาส” เพื่อให้คนเข้าถึงการดูแลอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ใน 2 มิติกว้างๆ (สินค้า, ช่องทางการกระจาย) ในตอนนี้ขอสื่อสารเท่านี้ แต่ในรายละเอียดจะนำเข้า ครม. ซึ่งนายกฯ เรียกประชุม 11 เม.ย.นี้ นอกจากนี้ยังมีโครงการหลายโครงการที่เป็นระดับมหภาค อย่างที่รองนายกฯ เอกนิติได้กล่าวไปแล้ว อาทิ โครงการบัตรคนสวัสดิการแห่งรัฐ, คนละครึ่งพลัส, บัตรเติมเงิน และเราคงมีรายละเอียดออกมาให้ประชาชนได้ทราบหลังจากประชุม ครม. เสาร์นี้ * การควบคุมความขาดแคลนของสินค้าจำเป็นต่อการใช้ชีวิต  ศุภจีกล่าวว่าส่วนงานของตน จะเป็นตัวเสริม ขออธิบายว่าสินค้าอะไรบ้างที่เราควบคุมได้หรือไม่ได้ เราควบคุมอะไรและด้วยมาตรการอะไร เรื่องสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เราพยายามหาทางออกให้ประชาชนสามารถที่จะเข้าถึงได้ทันท่วงที เราได้มีโครงการไทยช่วยไทย ซึ่งได้ประกาศไปแล้วตั้งแต่ 1 เม.ย. ที่เราทำเรื่องนี้ได้ เพราะเราร่วมมือกันกับผู้ประกอบการทั้งรายเล็กรายน้อยทั่วประเทศ เราออกสินค้าที่เป็นสินค้าจำเป็น เราได้รับการสนับสนุนจากผู้ประกอบการ-ผู้ผลิตรายใหญ่ ส่งไปยังผู้ประกอบการรายเล็ก ร้านค้าปลีกค้าส่งรายย่อย 300 กว่าร้าน สินค้าอุปโภคบริโภคกว่า 3,000 รายการ เราก็ทำราคาลดให้สูงสุดถึง 58%  ศุภจีกล่าวว่าในขณะเดียวกัน เราจะใช้โอกาสนี้ในการเพิ่มรายได้ด้วยเช่นกัน โดยที่เราเริ่มที่จะใช้กลไกของภาครัฐ นำโดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในการที่จะไปเอาสินค้าชุมชน เอสเอ็มอีทั่วประเทศให้มีมาตรฐานฐานมากขึ้น เราได้คุยเรื่อง มอก. กับกระทรวงอุตสาหกรรม คุยกับ สธ. ในเรื่องของ อย. เพื่อที่จะยกระดับมาตรฐานสินค้าเอสเอ็มอีเพื่อส่งมอบต่อพี่น้องประชาชนได้ทั่วประเทศ ตอนนี้ได้มีลิสต์สินค้าเอสเอ็มอีจากชุมชนต่างๆ กว่า 200-300 รายการ เพื่อเอาสินค้าเข้ามาในแพลตฟอร์มทั้งออนไลน์และร้านค้าทั่วไป  ศุภจีกล่าวว่าอีกเรื่องหนึ่งก็คือเราจะส่งตรงสินค้าไปยังพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ตนก็ต้องยกโครงการธงฟ้ามาพูด ก็จะมีสมาชิกบางท่านที่บอกว่านึกอะไรไม่ออกก็บอกธงฟ้า แต่ตนขอให้พวกท่านลองไปคุยกับประชาชนดูว่าเขาได้ประโยชน์หรือไม่ อย่ามองแปะป้ายว่ามันเป็นธงฟ้าหรืออะไร ประโยชน์ก็คือเราส่งตรงไปยังพี่น้องประชาชน เราได้มีโครงการไทยช่วยไทยที่ส่งสินค้าจากรายใหญ่สู่ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ เราช่วยให้ผู้ประกอบการอยู่ได้ด้วย แต่ถ้าเป็นโครงการธงฟ้า เราส่งตรงไปให้พี่น้องประชาชนบางจุด โดยเราตั้งใจจะทำทั้งหมด 518 จุด ส่วนพี่น้องประชาชนที่อยู่ห่างไกลไม่สามารถมาถึงจุดที่มีร้านธงฟ้าได้ เราจะมีรถพุ่มพวง รถธงฟ้าโมบายล์ ที่จะเข้าไปถึงชุมชนให้ได้มากที่สุดในงบประมาณที่มีจำกัด ซึ่งเราก็จะมีบัตรเติมน้ำมัน สินค้าราคาพิเศษให้พี่น้องประชาชน ท่านก็สามารถมาลงทะเบียนได้เป็นส่วนหนึ่งของรถพุ่มพวง รถโมบายล์ เป็นการสร้างอาชีพให้ท่าน และส่งสินค้าในที่ห่างไกล รายละเอียดจะออกมาหลังประชุม ครม.วันที่ 11  ศุภจีกล่าวว่านอกจากเราจะทำตลาดนัดพันแห่งทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงสินค้าของชุมชนเข้าด้วยกัน เราได้ทำงานกับกระทรวงพลังงาน เพื่อให้ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมันมีจุดนัดพบของสินค้าในลักษณะนี้เช่นกัน    ศุภจีกล่าวว่านอกจากนี้ ตนยังมีความเข้าใจความเร่งด่วนและความจำเป็นของผู้ปกครอง เราจะลงไปที่ รร. และสถานศึกษาอย่างน้อยพันแห่ง โดยร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อดูว่า รร. ไหนที่มีความต้องการ เราจะมีชุด นร. ราคาพิเศษ อุปกรณ์การเรียนการสอนราคาพิเศษ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับผู้ปกครอง ศุภจีกล่าวต่อไปว่า ประเด็นเรื่องสินค้าควบคุม เรามี พ.ร.บ. ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เรามีสินค้าควบคุมเรื่อยมาประมาณ 59 รายการ น้ำมันอยู่ในกลุ่มสินค้าควบคุมมานาน ขอเรียนว่าปกติคณะกรรมการกลางเรื่องการควบคุมสินค้าและบริการ (กกร.) จะมีการทบทวนว่าเราควรจะมีสินค้าควบคุมอะไรบ้าง ปกติเดือน มิ.ย. ถ้าไปดูมติ ครม.เราจะเห็นสินค้าน้ำมันอยู่ในสินค้าควบคุมมาตั้งแต่นั้น  สินค้าควบคุมมีอยู่หลายมาตรการ สินค้าก็เรื่องหนึ่ง มาตรการที่ดูแลก็เรื่องหนึ่ง มันจะมีสินค้ากลุ่มหนึ่งที่ควบคุมเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ก็คือถ้าจะขึ้นราคาต้องมาขอ ไม่งั้นขึ้นไม่ได้ หรือสินค้าที่อยู่ในมาตรการสินค้าควบคุมเหมือนกัน แต่ไม่ต้องขออนุญาตถ้าจะขึ้นราคา แต่ถ้าจะขึ้นต้องมาบอก เราก็จะมีหน้าที่เข้าไปเจรจาว่าถึงเวลาจะขึ้นหรือยัง กลไกของท่านเป็นอย่างไร เหตุใดจึงจะขึ้นราคา เราไม่ได้ไปห้ามเขาขึ้นราคา แต่ใช้วิธีการเจรจา-อธิบาย ฉะนั้นเราไม่สามารถไปบังคับได้ทุกเรื่อง สินค้าอีกกลุ่มคือไม่ต้องขออนุญาตถ้าจะขึ้นราคา ไม่ต้องแจ้งตอนขึ้นราคา แต่ท่านต้องแจ้งข้อมูลปริมาณ  สุดท้าย มาตรการในการควบคุมราคาไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ยา เวชภัณฑ์ หรือว่าบริการทางด้านขนส่ง หรือว่าน้ำตาลทราย สินค้า 4 ตัวนี้เราใช้มาตรการการบริหาร เราได้ดูว่าขึ้นราคาหรือไม่อย่างไร เนื่องจากสินค้าที่เอ่ยมานี้ มีกฎหมายควบคุมเฉพาะ อย่างเรื่องน้ำมัน เราไม่ได้ไปดูแลเรื่องราคา เพราะอยู่ในขอบเขตการดูแลของกระทรวงพลังงาน หน้าที่ของเราคือ ถ้าประกาศราคานี้ แล้วเขาไม่ขายราคานี้ เราไปจับได้ เช่นเดียวกับราคายา เราไปควบคุมดูแลไม่ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของกระทรวง สธ. หน้าที่ของเราคือ ถ้าประกาศราคานี้ แล้วเขาไม่ขายราคานี้ เราไปจับได้ ศุภจีกล่าวถึงการยกระดับเกษตรมูลค่าสูง ที่จะต้องทำการแปรรูปสินค้าเกษตรี่ไม่ค่อยได้ทำเพราะเมื่อเกิดปัญหาสินค้าล้นตลาดการแปรรูปสินค้าก็ช่วยได้เยอะและสามารถเพิ่มมูลค่าสินค้าได้ ซึ่งการจัดการกับสินค้าเกษตรก็มีตั้งแต่การผลิต การแปรรูปการขนส่งและการตลาด  ศุภจียกตัวอย่างการแก้ปัญหา ในกรณีมะพร้าวน้ำหอมที่การช่วยเหลือในระยะสั้นรัฐบาลก็ต้องรับซื้อออกมาเองจากตลาดแต่ก็ไม่ได้ทำเองทั้งหมดแต่ยังมีโมเดิร์นเทรดอยู่ด้วย ส่วนเรื่องล้งกลางเป็นความเข้าใจผิด เพราะที่จริงต้องเป็นล้งชุมชนที่เข้าไปเสริมสร้างชุมชนในการเสริมศักยภาพในการคัดกรองแล้วทางกระทรวงก็จะเข้าไปช่วยในการหาตลาดให้ หรือกรณีทุเรียนที่ส่งออกจีนได้แต่ก็ยังต้องหาตลาดใหม่ด้วยรวมถึงการส่งออกทุเรียนที่หลายประเภทมากขึ้นแต่เมื่อกำหนดว่าต้องลูกขนาดเท่าไหร่ก็ทำให้เหลือสินค้าคุณภาพที่ส่งออกมาได้จำนวนมาก อีกทั้งยังต้องทำตลาดสินค้าแปรรูปคู่กันไปกับการขายผลสด  ส่วนประเด็นการทำให้สินค้าข้าวมีศักยภาพมากขึ้น แม้ว่าข้าวหอมมะลิมูลค่าส่งออกจะขยายตัวดี แต่ข้าวขาวกลับหดตัว กว่า 50% หากสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นข้าวรักษ์โลก ข้าวที่มี GI หรือข้าวสุขภาพน้ำตาลต่ำซึ่งเหล่านี้เป็นเทรนด์สินค้าที่สามารถทำได้ และรัฐเข้าไปใช้กลไกซื้อน้ำตลาดเพื่อทำให้ราคาสูงขึ้น การพัฒนาเมล็ดพันธ์ุ * ข่าว * การเมือง * การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา * ศุภจี สุธรรมพันธุ์ * ลดค่าครองชีพ
dlvr.it
April 9, 2026 at 3:06 PM
ประชุม ครม. นัดพิเศษ เห็นชอบ 7 มาตรการ เตรียมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน
ประชุม ครม. นัดพิเศษ เห็นชอบ 7 มาตรการ เตรียมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน auser15 Thu, 2026-03-26 - 16:51 ประชุม ครม. นัดพิเศษ เห็นชอบ 7 มาตรการ ช่วยกลุ่มเปราะบาง-โลจิสติกส์-เตรียมลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน-เติมเงินบัตรสวัสดิการ 26 มีนาคม 2569 เว็บไซต์รัฐบาลไทย รายงานว่า ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงข่าวโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ร่วมชี้แจงประเด็นข้อสงสัยของประชาชนในสถานการณ์ปัจจุบันภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี นัดพิเศษ รองนายกรัฐมนตรีฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (นัดพิเศษ) เพื่อพิจารณามาตรการดูแลประชาชน ลดผลกระทบจากวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลาง โดยนายกรัฐมนตรีได้รับฟังการประเมินสถานการณ์ด้านพลังงานที่เกิดจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยกระทรวงพลังงานได้รายงานความคืบหน้า ความจำเป็นและมาตรการของประเทศต่าง ๆ ที่ต้องปรับตัวในช่วงที่เผชิญวิกฤตพลังงานของโลก ว่าจะต้องปรับตัวอย่างไร และประเทศไทยจะต้องปรับตัว หรือมีการบริหารจัดการด้านพลังงานอย่างไร ให้สอดคล้องกับสถานการณ์โลก ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีและปลัดกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เตรียมมาตรการดูแลประชาชนให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด รวมทั้งให้หน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้ข้อจำกัด แม้จะอยู่ในช่วงจัดตั้งรัฐบาลใหม่ก็ตาม แต่ก็ยังสามารถใช้กลไกต่าง ๆ ในด้านกฎหมายเท่าที่ทำได้ กฎหมายใดมีข้อติดขัด ก็ส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาช่วยพิจารณาด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ในตะวันออกกลางอยู่ในสถานะที่ไม่แน่นอน จึงทำให้ราคาน้ำมันมีความผันผวนระดับสูง ส่วนประเทศไทยสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังช่วยเหลืออยู่ วันนี้ได้มีการปรับราคาขายปลีก 6 บาท มาอยู่ที่ประมาณ 39 บาท หากเปรียบเทียบราคาในอาเซียนจะพบว่า มาเลเซีย 45.59 บาท เวียดนาม  47.16 บาท กัมพูชา 57.76 บาท ลาว 64.14 บาท ฟิลิปปินส์ 66.71 บาท สิงคโปร์ 100.26 บาท ทั้งนี้ อินโดนีเซีย และบรูไน ต่ำกว่าประเทศไทย คือ 28.32 และ 7.92 ตามลำดับ ส่วนสถานะกองทุนฯ ก่อนปรับอุดหนุนน้ำมันดีเซล 19 บาทต่อลิตร มีอัตราการไหลออก 1,700 ล้านบาท ส่งผลให้สถานะกองทุนฯ - 38,000 ล้านบาท จึงเป็นเหตุที่นำมาประกอบการปรับราคาน้ำมัน เพื่อให้มีการสะท้อนต้นทุนจริงเพิ่มขึ้น ลดภาระของกองทุนฯ ลดปัญหาเรื่องการเก็งกำไรและกักตุนน้ำมัน ปัจจุบันหน่วยงานความมั่นคงได้ช่วยตรวจตราเพื่อไม่เกิดการเอาเปรียบประชาชน ส่วนการผลิตน้ำมันนั้น ได้ติดตามโรงกลั่นอย่างใกล้ชิดพบว่า ทำการกลั่นเต็มกำลังทุกโรงกลั่น ดีเซลประมาณ 78 ล้านลิตรต่อวัน และยังมีน้ำมันสำรองอีก 10 ล้านลิตร โดยในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ดีเซลมีการจ่าย 85 ล้านลิตรต่อวัน สูงกว่าความต้องการปกติเมื่อเทียบกับช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมาเฉลี่ยที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน นอกจากนี้ได้ประสานผู้ค้าตามมาตรา 7 ให้จ่ายน้ำมันให้ Jobber ด้วย ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มกำลัง โดยสั่งการให้กรมการค้าภายในบูรณาการการทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ผ่านกลไกของคณะกรรมการส่วนจังหวัดว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กจร.) เพื่อกำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ จำนวน 59 รายการ นอกจากนี้เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้จัดประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อทบทวนและพิจารณาเพิ่มรายการสินค้าควบคุมตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยมติที่ประชุม กกร. ได้ยกระดับมาตรการควบคุมราคาสินค้าให้เข้มข้นขึ้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยสินค้ากลุ่มควบคุมเข้มงวด (ต้องขออนุญาตก่อนปรับขึ้นราคา) และที่ประชุมมีมติให้ขยับสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการจากเดิมที่เพียงแค่แจ้งราคา เปลี่ยนเป็นต้องได้รับอนุญาตจากกรมการค้าภายในก่อนปรับขึ้นราคาเท่านั้น ส่วนสินค้ากลุ่มเฝ้าระวังต้องแจ้งรายละเอียดก่อนปรับราคา สำหรับสินค้าที่มีความจำเป็น เช่น น้ำตาลทราย และรายการอื่นๆ ผู้ประกอบการต้องแจ้งรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงราคาให้กระทรวงฯ ทราบล่วงหน้า เพื่อให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาได้อย่างเหมาะสม อีกทั้ง การเพิ่มสินค้าควบคุมใหม่ (เสนอ ครม. พิจารณา) นอกเหนือจากบัญชีสินค้าควบคุม 59 รายการเดิม โดยได้เสนอเพิ่มสินค้าอีก 7 รายการ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์และอุปทานของราคาสินค้าโดยรวม ได้แก่ วัตถุดิบต้นน้ำ: เมล็ดพลาสติก (ซึ่งเป็นต้นทุนบรรจุภัณฑ์) สินค้าบริโภคเพิ่มเติม: น้ำดื่มบรรจุขวด, ซอสปรุงรส, น้ำปลา และซีอิ๊ว เป็นต้น ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดหาแหล่งวัตถุดิบเพิ่มเติม โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรมที่กำลังเข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยว ในส่วนของปุ๋ย ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากกลุ่มปิโตรเคมีและผูกพันกับราคาพลังงานนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้บูรณาการร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงกระทรวงการคลัง เพื่อวางมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงจากการหารือร่วมกับสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย ยืนยันว่าปัจจุบันมีปริมาณสต๊อกปุ๋ยเพียงพอไปจนถึงเดือนเมษายน และกำลังอยู่ระหว่างการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งใหม่เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบใหม่มีความผันผวน จึงจำเป็นต้องมีมาตรการเยียวยาเพื่อช่วยลดภาระและบรรเทาผลกระทบด้านต้นทุนให้แก่เกษตรกรและชาวประมงอย่างทั่วถึง อีกทั้งยังมีโครงการดูแลภาคเกษตรกร ช่วยเหลือค่าปุ๋ย หรือการปรับสูตรปุ๋ยให้มีการลดการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้ามากยิ่งขึ้น รวมถึงการใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพิ่มเติมในพื้นที่ที่ทำได้ ทั้งนี้ นอกจากการเพิ่มจำนวนสินค้าควบคุมแล้ว ยังดำเนินมาตรการเชิงรุกควบคู่กันด้วยโครงการ “ไทยช่วยไทย” โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการรายใหญ่ จัดส่งสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นในราคาพิเศษกระจายไปยังเครือข่ายค้าปลีก-ค้าส่งครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อดูแลผู้ประกอบการและผู้บริโภคให้สมดุลกัน รวมถึงมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง จัดโครงการลดค่าครองชีพเฉพาะจุด โดยบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงการคลังผ่าน “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อนที่สุดอย่างต่อเนื่องและตรงจุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยืนยันการบริหารจัดการสินค้าจำเป็น โดยเน้นย้ำความต่อเนื่องของสินค้าในตลาด ในการดูแลบริหารจัดการสต๊อก ส่งทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบการจัดเก็บสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการกักตุนและดูแลให้สินค้ามีหมุนเวียนเพียงพอ รวมถึงการบังคับใช้พระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (3 มาตราสำคัญ) กรณีการขายสินค้าในราคาไม่สมเหตุสมผล การปฏิเสธการจำหน่าย หรือมีการกักตุนสินค้า โดยจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด หากพบการกระทำผิด พร้อมกันนี้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสการเอาเปรียบหรือราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรมได้ที่สายด่วน 1569 โดยกระทรวงฯ จะรวบรวมสถิติการจับกุมและผลการดำเนินงานแถลงผ่านทางศูนย์ ศบก. ให้สาธารณชนทราบอย่างต่อเนื่อง ด้านปลัดกระทรวงการคลังกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบ 7 มาตรการช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ มาตรการที่ 1 เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงการคลังพิจารณา การปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิต ว่าจะลดอย่างไรและลดในระยะเวลามากแค่ไหนตามความเหมาะสม มาตรการที่ 2 กลุ่มคนเปราะบาง ซึ่งจะใช้กลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งปกติในการใช้จ่ายเพื่อสินค้าอุปโภคบริโภคจะมีวงเงิน 300 บาทต่อเดือนต่อคน จะเพิ่มวงเงินให้อีก 100 บาท เป็น 400 บาท ในระยะเวลา 1 เดือน โดยหลังจากที่ตั้งรัฐบาลจะประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดหากจะต่อมาตรการ มาตรการที่ 3 ระบบขนส่ง จะมีทั้งกลุ่มรถบรรทุก และกลุ่มรถโดยสาร รวมถึงมอเตอร์ไซค์รับจ้าง มาตรการที่ 4 ภาคเกษตรกร ซึ่งวันนี้ในเบื้องต้นสิ่งที่จะกระทบเกษตรกรโดยเร็วที่สุดเป็นเรื่องของราคาปุ๋ย กระทรวงพาณิชย์ได้มีมาตรการเป็นโครงการธงเขียว สนับสนุนปุ๋ย จะมีรายละเอียดลดต้นทุนให้กับภาคเกษตรกร จะสนับสนุนให้ใช้ปุ๋ยทางเลือกและปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อลดพึ่งพาการนำเข้าด้วย มาตรการที่ 5 เกษตรกรกลุ่มประมง โดยจะได้รับการเยียวยาโดยใช้ น้ำมัน B20 มีต้นทุนที่ต่ำกว่าน้ำมันปกติ ในอัตราที่ 5-6 บาท สามารถดูแลกลุ่มประมงได้ มาตรการที่ 6 คู่สัญญากับภาครัฐ กลุ่มผู้ประกอบการอุตสาหกรรมหรือกลุ่มก่อสร้าง ซึ่งอาจจะมีช่วงที่ขาดน้ำมันไม่สามารถใช้งานเครื่องจักรได้ ให้การส่งมอบงานอาจเกิดความล่าช้า ในการขยายระยะเวลาตรวจรับงานที่เหมาะสมสอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น กับที่ส่วนหนึ่งที่จะบรรเทาภาระผู้ประกอบการ เรื่องชดเชยค่า k ต่างๆ ทางสำนักงบประมาณได้รับไปดำเนินการให้ มาตรการที่ 7 เป็นมาตรการกลุ่มอื่นๆ ที่เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะ SMEs ซึ่งกระทรวงการคลัง โดยธนาคารออมสิน เตรียมวงเงินซอฟต์โลน (Soft Loan) ประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อย ทั้งซัพพลายเชน (Supply Chain) สามารถเข้ามาถึงวงเงินซอฟต์โลน (Soft Loan) โดยรายละเอียด ธนาคารออมสินจะกำหนดออกมาให้ทราบต่อไป ด้านปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในส่วนกระทรวงคมนาคมจะมีการดำเนินการเพื่อให้ผลกระทบจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันมีผลต่อผู้บริโภคหรือประชาชนให้ได้รับผลน้อยที่สุดต่อในด้านการโดยสารและการขนส่งสินค้าอุปโภค บริโภค ซึ่งจะมีการให้ดำเนินการช่วยเหลือแบบพุ่งเป้า ซึ่งจะมี 2 กลุ่มใหญ่ คือรถบรรทุกสินค้าและรถโดยสารสาธารณะ โดยคณะรัฐมนตรีได้ให้กรอบการช่วยเหลือสนับสนุน หรือ Subsidy แบบพุ่งเป้าให้กับ 3 กลุ่ม เน้นการใช้งานจริงของผู้ประกอบการรถบรรทุก ซึ่งกรมการขนส่งทางบกมีการใช้ระบบ GPS ติดตามการใช้งานของรถบรรทุกอยู่แล้ว โดยเงินสนับสนุน โดยกระทรวงการคลังจะดำเนินการผ่านในระบบพร้อมเพย์ โดยจะใช้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์เข้าสนับสนุนให้กับผู้ประกอบการโดยตรง ตามที่ใช้จริง เช่นเดียวกับรถโดยสารสาธารณะ นอกจากนี้ ในส่วนของรถโดยสารขนาดเล็กและรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จะต้องไปดำเนินการลงทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อเข้าสู่ระบบการติดตามการใช้จริง โดยจะ Subsidy ผ่านการใช้จริง ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบก จะได้แจ้งรายละเอียดกับผู้ประกอบการ ทั้งในส่วนของรถบรรทุกและรถโดยสาร สำหรับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายกรัฐมนตรีอยากจะให้ประชาชนหันมาใช้ระบบบริการขนส่งสาธารณะมากขึ้น เพื่อที่จะลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลลง โดยความเพียงพอของการให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ขณะนี้กระทรวงคมนาคม โดย บขส. และกรมการขนส่งทางบก ได้เตรียมการเพื่อให้การบริการมีความพร้อม ครบถ้วนตามจำนวนความต้องการของประชาชนในการเดินทาง โดยได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้กระทรวงมหาดไทยกำหนดจุดเติมน้ำมัน สถานีน้ำมันสำหรับรถโดยสารสาธารณะในทุกจังหวัด เพื่อให้เกิดความชัดเจนและไม่กระทบต่อประชาชน ขณะเดียวกันกระทรวงพลังงานจะมีการป้อนน้ำมันในส่วนนี้เพื่อให้ระบบขนส่งสาธารณะมีการให้บริการเพียงพอต่อการเดินทางของประชาชน * ข่าว * การเมือง * เศรษฐกิจ * สังคม * คุณภาพชีวิต * พลังงาน * น้ำมัน
dlvr.it
March 26, 2026 at 9:56 AM
'ไทย-สิงคโปร์' ลงนามความร่วมมือ MOC ค้าข้าว 5 ปี
'ไทย-สิงคโปร์' ลงนามความร่วมมือ MOC ค้าข้าว 5 ปี auser15 Sun, 2025-11-09 - 10:01 'ไทย-สิงคโปร์' แลกเปลี่ยนบันทึกความร่วมมือ (MOC) ด้านการค้าข้าว โดยไทยตกลงขายข้าวให้สูงสุดไม่เกิน 1 แสนตัน ตลอดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี นำร่อง Food Security Hub NBT Connext รายงานเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าในช่วงที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ และร่วมเป็นสักขีพยานกับนายลอเรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความร่วมมือ (MOC) ด้านการค้าข้าวระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลสิงคโปร์ โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงนามฝ่ายไทย และ Ms. Grace Fu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ ลงนามฝ่ายสิงคโปร์ โดยบันทึกความร่วมมือฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร (Food Security) และขยายความร่วมมือด้านการค้าข้าวระหว่างสองประเทศ โดยรัฐบาลไทยตกลงที่จะขายข้าวให้แก่รัฐบาลสิงคโปร์ในปริมาณสูงสุดไม่เกิน 1 แสนตัน ตลอดระยะเวลาความร่วมมือ 5 ปี ทั้งนี้ การซื้อขายจะดำเนินการตามหลักปฏิบัติทางการค้าสากล และในราคาตลาดโลกขณะนั้น ภายใต้บันทึกความร่วมมือฯ กระทรวงพาณิชย์มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศ และกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ มอบหมาย Singapore Food Agency (SFA) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ โดยบันทึกความร่วมมือฉบันนี้มีผลเป็นระยะเวลา 5 ปี และสามารถต่ออายุได้ตามความเห็นชอบร่วมกันของทั้งสองฝ่าย “แม้ปริมาณข้าวภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้จะมีปริมาณ 1 แสนตัน ซึ่งอาจไม่มากเมื่อเทียบกับการส่งออกข้าวทั้งหมดของไทย แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ เพราะเป็นการวางรากฐานในการยกระดับศักยภาพสินค้าเกษตรไทยสู่ระดับสากล โดยเฉพาะในมิติของ ‘ความมั่นคงทางอาหาร’ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของโลกในปัจจุบัน การที่รัฐบาลไทยสามารถจัดทำความร่วมมือแบบรัฐบาลต่อรัฐบาลกับสิงคโปร์ ซึ่งมีระบบจัดการอาหารและมาตรฐานคุณภาพสูงได้ สะท้อนถึงศักยภาพ ความน่าเชื่อถือ และคุณภาพของสินค้าเกษตรไทย โดยความร่วมมือครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลทั้งสองประเทศร่วมกันจัดทำความร่วมมือในลักษณะนี้ สะท้อนถึงความไว้วางใจในข้าวไทยและระบบจัดการสินค้าเกษตรของไทย และยังนับเป็นก้าวสำคัญในการเสริมเสถียรภาพด้านอาหารของอาเซียน ไทยพร้อมเป็นพันธมิตรที่มั่นคงในการส่งมอบข้าวคุณภาพสูง เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาค และสร้างประโยชน์ร่วมให้แก่เกษตรกรและภาคเอกชนของทั้งสองประเทศ” นางศุภจี กล่าว นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ยังเปิดเผยแนวทางในอนาคตว่า แนวคิดของความร่วมมือในลักษณะนี้จะไม่จำกัดอยู่เพียงเฉพาะข้าวเท่านั้น แต่จะขยายความครอบคลุมไปยังสินค้าเกษตรอื่นๆ ของไทยในอนาคต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและโอกาสทางการค้าใหม่ๆ รวมถึงจะขยายความร่วมมือไปยังประเทศคู่ค้ารายอื่นในภูมิภาคและนอกภูมิภาค ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้านความมั่นคงทางอาหาร (Food Security Hub) ของภูมิภาคอย่างแท้จริงต่อไป * ข่าว * เศรษฐกิจ * อาเซียน * สิงคโปร์ * ข้าว
dlvr.it
November 9, 2025 at 3:03 AM
เผย รพ.เอกชน กว่า 300 แห่ง เตรียมร่วมโครงการทางเลือกซื้อยาลดค่าครองชีพ
เผย รพ.เอกชน กว่า 300 แห่ง เตรียมร่วมโครงการทางเลือกซื้อยาลดค่าครองชีพ auser15 Tue, 2025-10-07 - 16:19 กรมการค้าภายในร่วมประชุมหน่วยงานรัฐ-รพ.เอกชน ขานรับนโยบาย รมว.พาณิชย์ "สุขกาย สบายกระเป๋า" หวังลดค่าครองชีพประชาชนกว่า 32,400 ล้านบาทต่อปี เปิดทางเลือกซื้อยาในหรือนอกโรงพยาบาลเอกชนได้ เผยล่าสุดมีกว่า 300 โรงพยาบาลเข้าร่วม เตรียม Kick off 28 ต.ค. 7 ตุลาคม 2568 สำนักข่าวไทย รายงานว่า จากนโยบาย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ดูแลค่าครองชีพประชาชน โดยร่วมมือกับโรงพยาบาล เปิดเผยราคายาก่อนชำระเงิน เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกในการซื้อยาภายนอกโรงพยาบาล คาดว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายกว่า 32,400 ล้านบาทต่อปี และทำให้โรงพยาบาลรัฐลดความแออัดลง โรงพยาบาลเอกชนก็จะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นนั้น ล่าสุดวันนี้กรมการค้าภายใน (DIT) ระดมความเห็น ประชุมร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สมาคมโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาล โรงพยาบาลต่างๆ ระดมความคิดเห็นเพื่อเดินหน้าโครงการ เตรียมความพร้อม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการดังกล่าวภายใต้ชื่อโครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า“ ให้ประชาชนทราบราคายา เลือกซื้อยาในหรือนอกโรงพยาบาลได้ นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ภายใต้โครงการ “ สุขกายสบายกระเป๋า ” ก่อนหน้านี้ มีโรงพยาบาลเข้าร่วมโครงการ 5 เครือ จาก 11 เครือโรงพยาบาล แต่ปัจจุบันได้รับความสนใจเข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 9 เครือ และยังมีโรงพยาบาลอื่นที่ไม่ได้สังกัดเครืออีกหลายแห่งเข้าร่วม ทำให้จำนวนโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการมากกว่า 300 แห่ง จากสมาชิก 354 แห่ง ได้แก่ เครือ BDMS (ดุสิตเวชการ อาทิ รพ.กรุงเทพ รพ.พญาไท เป็นต้น) เครือโรงพยาบาลธนบุรี เครือ BCH (กลุ่มโรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ และโรงพยาบาลการุญเวช) เครือบางปะกอก-ปิยะเวช เครือรามคำแหง-วิภาราม เครือ PCL (พริ๊นซิเพิล) เครือจุฬารัตน์ เครือนวมินทร์ และเครือสินแพทย์ และโรงพยาบาลหัวเฉียว โรงพยาบาลวิภาวดี โรงพยาบาลบีแคร์ เป็นต้น นายวิทยากร กล่าวต่อว่า ความร่วมมือนี้เป็นยกระดับการให้บริการผู้บริโภค ในการขอทราบราคายาและเลือกซื้อยาจากภายนอกโรงพยาบาลได้ ถือเป็น Quick Big Win MOU ขั้นตอนต่อไป DIT และ อย. จะต้องเตรียมความพร้อม ในการกำหนดคุณสมบัติและลงทะเบียน ร้านขายยาที่มีกว่า 20,000 แห่ง เข้าร่วม ซึ่งจะประชุมในวันที่ 10 ตุลาคมนี้ หลังจากมีการหารือกันทุกด้านแล้วจะเริ่ม Kick off โครงการ “สุขกาย สบายกระเป๋า” ในวันที่ 28 ตุลาคม 2568 และหลังจากนั้นทุกโรงพยาบาลและร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการจะมีป้ายประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อใช้บริการได้อย่าวทั่วถึงต่อไป ทั้งนี้ ในการแสดงรายละเอียดของโรงพยาบาล จะมี “รายการยาและค่ายา” อย่างชัดเจนในใบแจ้งค่าใช้จ่าย ใบแจ้งหนี้ หรือใบเสร็จรับเงิน เพื่อให้ผู้รับบริการสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาได้ และจะได้รับใบสั่งยาเพื่อไปเลือกซื้อยาจากร้านขายยาที่เข้าร่วมโครงการ ภายนอกโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล โดยทุกฝ่ายจะมีการร่วมมือประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับสิทธิในการรับบริการและการเลือกซื้อยาให้ทั่วถึง โดยในเฟสต่อไปจะขยายความร่วมมือไปยังคลินิกต่าง ๆ และเข้าไปดูแลเรื่อง มี โครงสร้างราคาต้นทุนยาให้เหมาะสมและเป็นธรรม DIT ย้ำว่าแผนนี้มุ่งเน้นให้ประชาชนได้รับสิทธิ์ในการรักษาพยาบาลอย่างเหมาะสม * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * คุณภาพชีวิต * ยา * โรงพยาบาลเอกชน * กรมการค้าภายใน
dlvr.it
October 7, 2025 at 9:24 AM
ทรูเปิดบ้าน ‘True Branding Shop’ สาขาใหม่ Dusit Central Park ต้อนรับแขกพิเศษ “คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์” ชูคอนเซ็ปต์พื้นที่เทคโนโลยีอนาคตสำหรับคนเมือง www.quickpcmag.com/pc/prnews/tr...
ทรูเปิดบ้าน ‘True Branding Shop’ สาขาใหม่ Dusit Central Park ต้อนรับแขกพิเศษ “คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์” ชูคอนเซ็ปต์พื้นที่เทคโนโลยีอนาคตสำหรับคนเมือง - QuickPC
ทรูเปิดบ้าน ‘True Branding Shop’ สาขาใหม่ Dusit Central Park ต้อนรับแขกพิเศษ “คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์” ชูคอนเซ็ปต์พื้นที่เทคโนโลยีอนาคตสำหรับคนเมือง
www.quickpcmag.com
September 16, 2025 at 5:28 AM
“อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกโรงปกป้อง “ศุภจี สุธรรมพันธุ์” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยยืนยันไม่เป็นห่วง มั่นใจรับมือได้
#themainstreamth #อนุทิน #ศุภจี #เศรษฐกิจ #กระทรวงพาณิชย์
themainstream.news/politics/182...
อนุทิน ชาญวีรกูล ป้อง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ หลังถูกวิจารณ์หนัก พร้อมส่งสัญญาณเตือนคู่กรณี
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ออกโรงปกป้อง ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ หลังเผชิญกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยยืนยันไม่เป็นห่วง มั่นใจรับมือได้แน่
themainstream.news
May 1, 2026 at 12:59 PM
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้เร่งระบายทุเรียนผ่าน Live Commerce พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ ดันส่งออกผลไม้ไทยปี 2569 แตะ 179,000 ล้านบาท
#themainstreamth #ศุภจีสุธรรมพันธุ์ #กระทรวงพาณิชย์ #ขายทุเรียน
themainstream.news/business/182...
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดัน Live Commerce แก้ปัญหาทุเรียนล้นตลาด ตั้งเป้าส่งออกผลไม้ 1.79 แสนล้านบาท
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ชี้เร่งระบายทุเรียนผ่าน Live Commerce พร้อมขยายตลาดต่างประเทศ ดันส่งออกผลไม้ไทยปี 2569 แตะ 179,000 ล้านบาท
themainstream.news
April 30, 2026 at 5:19 AM