#สมเด็จฮุนเซน
'พี่สาววันเฉลิม' เตรียมยื่นอัยการสอบคลิปเสียง 'ฮุนเซน' สั่ง 'เคลียงฮวด' ไล่ล่าคนเห็นต่างในไทย
'พี่สาววันเฉลิม' เตรียมยื่นอัยการสอบคลิปเสียง 'ฮุนเซน' สั่ง 'เคลียงฮวด' ไล่ล่าคนเห็นต่างในไทย auser15 Tue, 2025-06-24 - 16:31 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเผย 'พี่สาววันเฉลิม' เตรียมยื่นคลิปเสียงให้อัยการสูงสุดสอบสวน กรณีคลิปเสียง 'ฮุนเซน' สั่ง 'เคลียงฮวด' ไล่ล่าคนเห็นต่างในไทย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม แจ้งข่าวว่า ในวันที่ 25 มิถุนายน 2568 เวลา 14.00 น. สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาววันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วยทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม เตรียมยื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้กับอัยการสูงสุด อาทิ บันทึกคลิปเสียงและบันทึกภาพถ่าย พร้อมให้การเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ นายเคลียง ฮวด ล่ามคนสำคัญของสมเด็จฮุนเซ็นและอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เพื่อให้เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนข้อเท็จจริง และนำไปสู่การแสวงหาข้อเท็จจริงกรณีการบังคับสูญหายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ที่ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 และจนกระทั่งปัจจุบันยังไม่ทราบชะตากรรม   สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2563 นายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ถูกชายไม่ทราบชื่อจำนวน 3 – 4 คน บังคับให้ขึ้นรถตู้สีดำ ที่บริเวณหน้าคอนโดมิเนียม ในกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา  โดยในขณะนั้นวันเฉลิมกำลังโทรศัพท์คุยกับสิตานัน ผู้เป็นพี่สาว จนกระทั่งไม่สามารถติดต่อได้และไม่ทราบชะตากรรมอีกเลย ทั้งนี้ มีพยานบุคคลยืนยันและภาพในวิดีโอของคอนโดมิเนียมบันทึกได้ว่า รถยนต์สองคันที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มหายนายวันเฉลิมนั้น คันหนึ่งคล้ายกับรถยนต์ของนายฮวด ซึ่งเป็นผู้ดูแลผู้ลี้ภัยไทยในกัมพูชาหลังการรัฐประหารของ คสช. ต่อมาสิตานันได้เดินทางไปตามหาน้องชาย ผ่านทางศาล การร้องเรียนต่างๆ และกลไกระหว่างประเทศ แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ต่อมา เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2566 สิตานันได้เข้าพบ ร.ต.อ. โชคชัย สิทธิผลกุล รองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย (ศป.ทส.) ณ สำนักงานอัยการสูงสุด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ ขอให้สืบสวนสอบสวนตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานฯ ที่บังคับใช้ เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา บัดนี้เป็นเวลากว่า 5 ปี ที่การดำเนินการสืบสวนสอบสวนของรัฐไทยและกลไกระหว่างประเทศ ไม่สามารถดำเนินการสืบสวนสอบสวนติดตามหาตัววันเฉลิมและผู้กระทำความผิดได้แต่สิตานัน พี่สาวของวันเฉลิม ก็ยังไม่ลดละความพยายาม ยังคงสืบค้นข้อมูล แสวงหาพยานหลักฐานที่เกิดขึ้นในวันเกิดเหตุมาโดยตลอด กระทั่งได้ทราบข้อมูลคลิปเสียงจากสำนักข่าว Al Jazeera ที่มีข้อมูลเผยแพร่ทางออนไลน์ว่าฮุนเซน สั่งการให้ “นายฮวด” ไล่ล่าคนเห็นต่างในไทย ซึ่งอาจถือเป็นเบาะแสสำคัญในการระบุตัวผู้สั่งการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มฆ่าหรืออุ้มเพื่อแลกเปลี่ยนผู้เห็นต่างทางการเมืองที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเชิญชวนสื่อมวลชนและประชาชนที่สนใจร่วมกันติดตามการยื่นพยานหลักฐาน พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมต่อสำนักงานอัยการสูงสุดในครั้งนี้ รวมถึงติดตามการสืบสวนสอบสวนคดีวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้ทราบชะตากรรม และนำตัวผู้กระทำความผิดที่แท้จริงมาลงโทษให้ถึงที่สุด ยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด  และเพื่อเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของวันเฉลิมที่เดินหน้าต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรม ให้ได้รับการชดใช้เยียวยาอย่างเหมาะสม หรือกลับคืนสู่สถานะเดิมให้ได้มากที่สุดต่อไป * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * ต่างประเทศ * ฮุนเซน * เคลียงฮวด * สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ * เฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ * มูลนิธิผสานวัฒนธรรม * กัมพูชา
dlvr.it
June 24, 2025 at 9:37 AM
นายกฯ แจงคลิปเสียงหลุด ยันไม่ได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกองทัพ แม่ทัพภาค 2 เผยเคลียร์กันแล้ว
นายกฯ แจงคลิปเสียงหลุด ยันไม่ได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกองทัพ แม่ทัพภาค 2 เผยเคลียร์กันแล้ว See Think Wed, 2025-06-18 - 16:08 แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงข่าวด่วนต่อสื่อมวลชนถึงกรณีมีคลิปเสียงการพูดคุยกันกับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา โดยนายกรัฐมนตรียอมรับว่าเป็นคลิปจริง ที่คุยกันเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนเองได้ทราบข้อมูลจากคนที่เป็นล่ามว่าทางสมเด็จฮุนเซนโกรธแม่ทัพภาคที่ 2 ที่พูดก่อนหน้านั้นเรื่องเสียดินแดน ตนเองก็เข้าใจ ก็เลยได้คุยกับฮุนเซนว่าในเมื่อแม่ทัพภาคที่ 2 ทั้งไทยกัมพูชาเป็นฝ่ายตรงข้ามกันปะทะกันอยู่แล้ว ตอนนั้นก็ต้องพูดแบบนี้แหละ อย่าไปถือสา อย่าไปคิดเลย ก็เข้าใจว่าเขาโกรธเรื่องไหนอยู่ก็เป็นเทคนิกในการคุยกันในทางส่วนตัวทางโทรศัพท์ มันก็ไม่ควรเอามาเปิดเผย เป็นเทคนิคการคุย เจรจาต่อรอง ตนเองก็รู้สึกว่าได้ทำตามมุ่งหมายคือการรักษาความสงบสุขของบ้านเมือง แล้วก็รักษาอธิปไตย และประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน ตนเองก็คุยด้วยความนุ่มนวล นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เวลาที่คุยกันส่วนตัวก็แน่นอนว่าเรียกลุง เหมือนที่เรียกคนในรัฐบาลที่ทำงานด้วยกันมาตั้งแต่ยุคของทักษิณก็เรียกอาเรียกลุงกันปกติ แล้วก็มีการคุยว่าจะเอายังไง โดยระหว่างการพูดคุยตนเองก็ไม่แน่ใจเรื่องไทม์ไลน์ของกองทัพว่าเป็นอย่างไร ทางกัมพูชาบอกให้ตนเองเปิดด่าน ตนเองก็บอกว่าเปิดด่านพร้อมกันเลยไหมเพื่อแสดงสันติภาพ ซึ่งเขาก็บอกไม่ยอม ทางเราก็บอกว่าไม่ยอมได้อย่างไร เพราะไทยก็ยอม ไม่ได้จะต่อสู้อะไร เขาก็บอกว่า ไทยต้องเปิดก่อน แล้วอีก 5 ชั่วโมงฝั่งกัมพูชาจะเปิดตาม และก็บอกว่าเขาเป็นลูกผู้ชาย คำไหนคำนั้นอยู่แล้ว ตนเองจึงบอกว่าเดี๋ยวขอปรึกษากับทีมกระทรวงกลาโหมก่อน เพื่อให้คำตอบในวันพรุ่งนี้ (16 มิ.ย. 68) คือการประชุมร่วมกันกับหน่วยงานความมั่นคงที่บ้านพิษณุโลก โดยการประชุมยังไม่ทันเลิกเลยก็มีการโพสต์เฟซบุ๊กของสมเด็จฯ ฮุน เซน ว่าถ้าประเทศไทยไม่เปิดด่านภายใน 24 ชั่วโมง จะปิดด่านทั้งหมดเลย รู้อีกฝั่งปลุกปมชายแดนหวังคะแนนนิยม มองรัฐบาลไม่ได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกับกองทัพ นายกฯ กล่าวต่อไปว่า อันนี้ก็รู้สึกว่า “ทำไมไม่เหมือนที่คุยกันไว้” แม้ว่าจะพูดด้วยความใจเย็นเพื่อทราบว่าทางกัมพูชาต้องการอะไร มีเรื่องอะไรที่ต้องทำเพิ่มเติมหรือไม่ หรือจะคุยกันอย่างไรเพื่อให้เกิดสันติภาพไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อกัน ก็เป็นความตั้งใจของเธอ  แต่ทางกัมพูชาก็ยืนยันให้เปิดด่านอย่างเดียว แต่เธอไม่แน่ใจว่าทางกองทัพพร้อมหรือไม่เลยไม่ได้รับปาก และบอกกับทางกัมพูชาว่าประชุมเสร็จแล้วจะบอก “แต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่าท่าน (ฮุนเซน) ต้องการคะแนนนิยมจากในประเทศของท่านเอง โดยไม่สนใจว่าจะเกิดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างไร การที่ท่านต้องการความนิยมในประเทศของท่าน เพราะท่านก็เคยบอกกับดิฉันว่าความนิยมเริ่มตก ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่อยากจะเรียกพลังตรงนี้ ดิฉันก็หวังว่าท่านจะได้คะแนนนิยมเพิ่ม แล้วก็อยู่ในสายตาของโลกที่จับตามองอยู่ว่าผู้นำ 2 ท่านคุยกันในส่วนตัวแต่มีการอัดคลิปแล้วมีการปล่อยออกมาแบบนี้ แน่นอนว่าดิฉันไม่ได้ปล่อยก็ตามนั้น จะได้เข้าใจจุดประสงค์ว่าจริงๆ เราเจรจาเพื่อให้เกิดสันติภาพก็ไม่ทราบว่าจะเป็นหนึ่งในการทำให้ความนิยมท่านขึ้น ก็ไม่เป็นไร” เมื่อมีนักข่าวถามเรื่องที่บอกว่าแม่ทัพภาคที่ 2 ไม่ใช่พวกเรานั้น นายกฯ ตอบในประเด็นนี้ว่าไม่ใช่กองทัพภาคที่ 2 ไม่ใช่พวกเรา แต่เป็นไทยกับกัมพูชาเป็นฝั่งตรงข้ามกันอยู่แล้ว การมาคุยอย่างนี้ก็ต้องพูดถึงกันไม่ดีอยู่แล้ว แต่ที่ทราบและทำความเข้าใจก่อนก็คือแม่ทัพภาคที่ 2 พูดไปอย่างนั้น เพราะข้อความก่อนที่จะพูดถึงตรงนี้ทางล่ามที่แปลให้กับเธอนั้นพูดมาว่าฮุนเซนโกรธคลิปที่แม่ทัพภาคที่ 2 ออกมาแล้วก็พูดว่าไม่ยอม รบก็รบ ส่วนเรื่องที่ทางกัมพูชาจะเปิดคลิปทั้งหมดออกมาท่ามกลางกระแสที่ในประเทศไทยจะให้รบกันนั้น แพทองธารบอกว่าก็เป็นเรื่องที่ไม่อยากให้คนไทยไปหลงกลตรงนี้เพราะว่าเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นว่ามีการทะเลาะกันอยู่ แต่ความจริงก็คือเป็นเทคนิคเพื่อทำให้ทางกัมพูชาพูดความต้องการออกมาว่าเรื่องอะไรที่จะทำให้ประเทศชาติสงบสุขและทำให้การปะทะหยุดลง เพราะเป็นเรื่องที่เธออยากรู้ แล้วก็ได้เสนอให้เปิดด่านพร้อมกันแสดงให้เห็นว่าเลิกทะเลาะกันแล้วก็เป็นความตั้งใจ แต่ฮุนเซนไม่ยอมแล้วก็บอกว่าที่ไม่เปิดด่านเพราะทหารโกหก ซึ่งเธอก็ไม่แน่ใจแล้วเรื่องข้อมูลตรงนี้แล้วก็เลยบอกให้ทางไทยรอประชุมที่จะมากันครบหมดมีกองทัพมาร่วมด้วย แพทองธารตอบคำถามนักข่าวถึงเรื่องที่จะยังคุยกับทางกัมพูชาต่อได้หรือไม่นั้นหลังถูกปล่อยคลิปออกมาแบบนี้ ตอนนี้เธอไม่ทราบ แต่ที่ไปคุยกันในทางส่วนตัวก็เพราะไม่ได้จะไปท้าตีท้าต่อยอยู่แล้ว แต่ก็จะไม่ขอคุยส่วนตัวกับทางฮุนเซนแล้ว เพราะมีปัญหาเรื่องความไว้ใจแล้ว ส่วนเรื่องที่จะต้องอธิบายกับทางกองทัพไทยหรือไม่นั้น นายกฯ ตอบย้ำว่าต้องเข้าใจว่านาทีนี้ถ้าเธอเป็นฝ่ายตรงข้ามกับกองทัพไทยจริง ทำไมจะต้องรอกองทัพคิดก่อนว่าจะคิดอย่างไร แต่เพราะว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตามที่บอกว่าเมื่อเห็นคลิปแล้วทางฮุนเซนก็บอกว่าโกรธมาที่เห็นคลิปนี้ ก็คิดว่าจะทำให้เกิดปัญหามากขึ้นหรือไม่จึงต้องรีบทำความเข้าใจกับทางนั้นว่าไม่เป็นไรหรอกเพราะเวลาคนทะเลาะกันมันอยู่ฝั่งตรงข้ามกันอยู่แล้ว ก็ต้องพูดถึงกันแบบนั้นก็ปล่อยให้แม่ทัพภาคที่ 2 พูดไปต้องทำให้อีกฝ่ายลดความรู้สึกลงว่าไม่ต้องจริงจังกับเรื่องนี้เพื่อที่จะได้คุยกันต่อไปให้รู้ว่าต้องการอะไรกันแน่ คุยให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าฝ่ายไหนจะยอมกันเรื่องไหนได้บ้าง แต่สุดท้ายพอคุยกันเรื่องการเปิดด่านแล้วก็มีเรื่องอาวุธเข้ามาเราก็จำกัดเวลาเปิดปิดอย่างที่ทราบกัน แม่ทัพภาค 2 เผยนายกฯ โทรเคลียร์แล้ว ล่าสุด 15.30 น. ข่าวสดออนไลน์รายงานว่า พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โทรมาปรับความเข้าใจ พร้อมทั้งอธิบายเนื้อหาในการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน เพื่อต้องการให้สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเบาบางลง เป็นการพูดคุยกันหลังบ้าน โดยตน ได้บอกกับนายกไปว่า “ผมไม่มีอะไรครับ ผมเข้าใจ” ทั้งนี้นายกฯได้ขอบคุณที่เข้าใจ ถือว่าคุยแล้วเข้าใจแล้ว ก็ไม่ติดใจอะไร ตนทำเพื่อประเทศชาติเพื่อประโยชน์ส่วนรวมของพี่น้องประชาชน พล.ท.บุญสิน ระบุต่อว่า วันนี้กำลังเดินทางไปเยี่ยม ผู้ใต้บังคับบัญชาที่ได้รับบาดเจ็บจากภารกิจชายแดน ตนทำงานตามปกติไม่มีอะไร * ข่าว * การเมือง * ต่างประเทศ * กัมพูชา * ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา * ข้อพิพาทชายแดน * แพทองธาร ชินวัตร * ฮุนเซน * เคลียงฮวด * แม่ทัพภาคที่ 2
dlvr.it
June 18, 2025 at 9:18 AM
หวานซึ้ง! “สมเด็จฮุน เซน” โพสต์ภาพคู่ “สมเด็จ บุน รานี” ฉลองครบรอบแต่งงาน 50 ปี

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5470323/
#ฮุนเซน #บุนรานี
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
'ฮุน เซน' โพสต์ภาพคู่ฉลองครบรอบของการแต่งงาน 50 ปี 'บุน รานี' | เดลินิวส์
หวานซึ้ง! “สมเด็จฮุน เซน” โพสต์ภาพคู่ “สมเด็จ บุน รานี” ฉลองครบรอบแต่งงาน 50 ปี
www.dailynews.co.th
January 5, 2026 at 3:14 AM
7 ประเด็นฮุนเซนแถลง สรุปจากหลายสื่อไทย-กัมพูชา กต.ยันใช้ช่องทางการเท่านั้น-ปราบสแกมเมอร์ต่อ
7 ประเด็นฮุนเซนแถลง สรุปจากหลายสื่อไทย-กัมพูชา กต.ยันใช้ช่องทางการเท่านั้น-ปราบสแกมเมอร์ต่อ ภาพปก: สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาเทศบาล สภาเขต และสภาเทศบาลจังหวัดพระวิหาร ณ ห้องประชุมจังหวัดพระวิหาร เมื่อ 27 มิ.ย. 2568  ที่มา: เฟซบุ๊ก Samdech Hun Sen of Cambodia See Think Fri, 2025-06-27 - 19:42 ท่าทีและความเคลื่อนไหวของสมเด็จฮุนเซนในวันนี้ได้รับความสนใจจากคนไทยอย่างมากเป็นพิเศษ จากที่เมื่อวานนี้ (26 มิ.ย.) พนมเปญโพสต์ ซึ่งเป็นสื่อกัมพูชารายงานว่า เขาออกมาเตือน ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และครอบครัว โดยขู่ว่าจะเปิดเผยข้อมูลที่ละเอียดอ่อน ซึ่งจะรวมถึงการกระทำอันเป็นการหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ วันนี้ (27 มิ.ย.) สมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา กล่าวปราศรัยต่อสมาชิกสภาเทศบาล สภาเขต และสภาเทศบาลจังหวัดพระวิหาร ณ ห้องประชุมจังหวัดพระวิหาร โดยเขาเริ่มปราศรัยตั้งแต่เวลา 7.47 น. จนถึงเวลาประมาณ 11.40 น. ขณะที่มีความเคลื่อนไหวทางฝั่งไทยเช้าวันนี้ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand  ก่อนการปราศรัยของฮุนเซนจะเกิดขึ้น โดยยืนยันว่ารัฐบาลไทยจะสื่อสารกับรัฐบาลกัมพูชาผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นจากโซเชียลมีเดีย ส่วนอีกประเด็นหนึ่งคือการแก้ปัญหาเรื่องอาชญากรรมข้ามชาติโดยยึดผลประโยชน์ของประชาชนไทยเป็นหลัก อาชญากรรมข้ามชาติที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐบาลไทยอยากจะเชิญชวนทั้งโลกมาช่วยกัน รวมถึงเชิญชวนรัฐบาลกัมพูชาร่วมด้วย เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ โดยไทยพร้อมเริ่มดำเนินการก่อน ส่วนเรื่องการสอบสวนเส้นทางการเงิน ปปง.ของไทยได้ร่วมมือกับ ปปง.ของต่างประเทศ ผู้ดำเนินรายการถามว่า การที่สมเด็จฮุนเซนออกมาแบล็กเมล์คนทางฝั่งประเทศไทยในลักษณะนี้ ทำให้คนไทยสงสัยว่าทางการไทยจะรีแอ็คอย่างไร พรหมินทร์ตอบว่า สมเด็จฮุนเซน เป็นประธานวุฒิสภา เป็นผู้มีบารมีที่ชาวกัมพูชาเคารพ แต่ว่าไม่ได้มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการอยู่ในรัฐบาล ทางกระทรวงต่างประเทศกำลังดูอยู่ว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง ก่อนหน้านี้ตามที่เป็นข่าวว่ามีการปะทะกันที่ชายแดน ทางเราก็มีการประท้วงไปหลายเรื่อง แต่เมื่อเป็นเรื่องการต่างประเทศ ก็ทำด้วยความระมัดระวัง เช่น แนวทางของฝั่งกัมพูชาที่อยากให้ไปขึ้นศาลโลก ในขณะที่ฝั่งไทยเราใช้การเจรจาระหว่างประเทศเท่านั้น ผู้ดำเนินรายการถามว่า การที่ฮุนเซนมีสถานะเป็นประธานวุฒิสภาและเป็นเสนาธิการสูงสุด ก็เท่ากับว่าเขามีตำแหน่งอย่างเป็นทางการใช่หรือไม่ ทางไทยจะไม่รีแอ็คเลยหรือ พรหมินทร์ตอบว่า ก็คงไม่ถึงขนาดนั้น ตนเพิ่งเรียนสายกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ (กต.) ทาง กต. กำลังพิจารณาอย่างรอบคอบอยู่ว่า การโต้ตอบของไทยควรจะเป็นในระดับไหน อย่างไร เพราะตามหลักแล้ว แต่ละประเทศจะไม่แทรกแซงระหว่างกัน ที่ผ่านมาตนก็ได้หารือกับ รมว.กต.มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาหารือ ด้าน วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการเดียวกัน วิเคราะห์ ‘ตัวฮุนเซน’ ว่า แรงจูงใจอาจเป็นความแค้นตั้งแต่ปฏิบัติ ‘โปเซนตง’ มีเหตุการณ์การเผาสถานทูตไทยในพนมเปญ ซึ่งทักษิณมีแอคชั่นกดดันกัมพูชาหนัก รวมทั้งมีกลุ่มทุนไทยสนับสนุนการทำรัฐประหารในกัมพูชาแต่ไม่สำเร็จด้วย รวมถึงการจัดการกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของรัฐบาลไทย ซึ่งเชื่อมโยงไปที่กลุ่มทุนที่สนับสนุนกลุ่มการเมืองหลักในกัมพูชา จึงเป็นความแค้นของฮุนเซนที่เขาสามารถรอและเก็บความแค้นนี้ไว้เพื่อเอาคืนได้เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม “ณ วันนี้ผมว่าเขาก็ใช้การปั่นโซเชียล ปล่อยคลิป ปล่อยข้อความ ปล่อยคอนเทนต์ ซึ่งเราไม่เห็นจำเป็นต้องไปเต้นตามฮุนเซนเลย... ณ วันนี้เราต้องนิ่งนะ เพราะเรากำลังเผชิญหน้ากับบิดาแห่งแสกมเมอร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” วิโรจน์ยังตอบคำถามอีกว่า ก่อนมีช็อตขู่ทักษิณล่าสุด มีการปล่อยคอนเทนต์ชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตผู้นำรัฐประาร เป้าประสงค์ของผู้นำกัมพูชาอาจเป็นการปลุกปั่นคนไทย เพราะรู้ว่าคนที่ชื่นชมประยุทธ์ก็มีความเกลียด ‘ชินวัตร’ ทำให้ประเทศไทยไร้เอกภาพ และหากนำไปสู่รัฐประหารก็จะตรงใจเขา ณ วันนี้ก็ยังไม่คลิปอะไร ต่อให้มีก็ยังต้องตรวจสอบเพราะ AI สามารถทำได้ทุกอย่าง อย่างไรก็ดี เขาย้ำว่า ความน่ากลัวของเรื่องนี้ไม่ใช่มีคลิปหรือไม่มีคลิป การไม่รู้ว่ามีหรือไม่มี แต่ออกมาปลุกปั่นไว้ก่อนนั้นน่ากลัวที่สุด เพราะทำให้คนไทยไม่ไว้วางใจกันเองต่อการจัดการปัญหาของรัฐบาล “ไม่ว่าออกหน้าไหน ฮุนเซนหัวเราะหมด  หน้าเดียวที่เขาจะไม่หัวเราะคือ การตั้งสติ แล้วพยักหน้ารับ อือ ปล่อยมัน อยากขู่ก็ปล่อย” ผู้ดำเนินรายการถามว่า การเสี้ยมให้เกิดการเปลี่ยนผู้นำประเทศไทย เขาได้อะไร วิโรจน์เห็นว่า เขาอาจต้องการให้เราโกรธแค้นชิงชังมากๆ ทำให้น็อตหลุด หากอยู่ดีๆ ยิงกัน ปะทะกัน เขาพร้อมจะ ‘แห่ศพ’ หรือความสูญเสียทันที เพื่อทำลายความชอบธรรมของไทยในเวทีระหว่างประเทศ ผู้ดำเนินรายการถามว่า เป็นไปได้ไหมที่เขาจะเสี้ยมให้เปลี่ยนรัฐบาลเพื่อจะเจรจาหย่าศึกกับเรา เพราะเจรจากับรัฐบาลชุดนี้ไม่สำเร็จ วิโรจน์เห็นว่า ถ้าได้รัฐบาลใหม่ การเจรจาหาทางลงก็ยิ่งเป็นเรื่องยาก เพราะหากมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ทุกเวทีดีเบตจ ะต้องถามถึงนโยบายจัดการปัญหากับกัมพูชา กลายเป็นนโยบายสัญญาประชาคมที่ประชาชนมีส่วนร่วม รัฐบาลชุดใหม่จะยิ่งไม่มีทางโอนอ่อนกับรัฐบาลกัมพูชาแน่ๆ มันน่าจะยิ่งยากขึ้นสำหรับฮุนเซน สำหรับประเด็นการพูดของฮุนเซนในวันนี้ ประชาไทรวบรวม 7 ประเด็นสำคัญจากการรายงานของสื่อหลายสำนักทั้งในฝั่งไทยและกัมพูชา รอนายกฯ ไทยคนใหม่ร่วมแก้ปัญหา ไทยพีบีเอสเวิลด์รายงานคำพูดฮุนเซนตอนหนึ่งว่า กัมพูชาไม่สามารถทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีไทยคนปัจจุบันและจะรอรัฐบาลใหม่ สอดคล้องกับท่าทีของเขาเมื่อวานนี้ (26 มิ.ย.) สื่อผู้จัดการออนไลน์รายงานโดยอ้างอิงสำนักข่าว Fresh News ว่า ฮุนเซนกล่าวระหว่างเยี่ยมประชาชนและทหารกัมพูชาที่จังหวัดพระวิหารว่า กัมพูชากำลังรอการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทย ซึ่งอาจนำไปสู่การแก้ปัญหาข้อพิพาทชายแดนระหว่างทั้งสองประเทศได้ พร้อมย้ำว่าการแก้ปัญหาสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยมีความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหานี้ “เรากำลังรอนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของไทยมาเจรจากับกัมพูชา ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าใครคือผู้มีอำนาจที่แท้จริง เราไม่รู้ว่าจะเจรจากับใคร เป็นกองทัพหรือพรรคการเมือง หรือใครอยู่เบื้องหลังพรรคการเมืองหรือนายกรัฐมนตรี” ฮุนเซนกล่าว ฮุนเซนกล่าวอีกว่ากัมพูชาไม่ได้มองประเทศไทยเป็นศัตรู และไม่เคยสนับสนุนกลุ่มเสื้อแดงหรือเสื้อเหลือง แต่กัมพูชาพร้อมทำงานร่วมกับนักการเมืองทุกคนที่เข้ามาบริหารประเทศไทย ฮุนเซนยังเล่าอีกว่า ในช่วงดำรงตำแหน่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรีไทย ซึ่งเป็นผู้นำประเทศไทยมานานเกือบสิบปี ความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชา-ไทยมีเสถียรภาพและถึงระดับสูงสุด แม้จะมีภูมิหลังทางทหารแต่ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังเสริมสร้างความสามัคคีกับประเทศเพื่อนบ้าน ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลไทยปัจจุบันกำลังเผชิญกับความยากลำบากกับประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศ รวมถึงปัญหาชายแดนกับมาเลเซีย พม่า ลาว และปัจจุบันกับกัมพูชา ที่ชายแดนถูกปิดฝ่ายเดียว เหตุปล่อยคลิปเสียง ตามรายงานของสื่อผู้จัดการออนไลน์ ฮุนเซนกล่าวตอนหนึ่งถึงกรณีคลิปเสียงสนทนากับนายกฯ ไทยที่หลุดออกมานั้น โดยฮุนเซนบอกว่า การรั่วไหลดังกล่าวไม่ใช่เจตนาของตน แต่เป็นเพราะระดับผู้นำกัมพูชาคนอื่นๆ ที่โกรธแค้นฝ่ายไทย จึงได้นำการสนทนาดังกล่าวออกมาเผยแพร่ สาเหตุที่ทางกัมพูชาโกรธเคืองก็เพราะฝ่ายไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชา และปิดพรมแดนฝ่ายเดียว และกล่าวหากัมพูชาในเรื่องนี้ ส่วนเสียงที่บันทึกเอาไว้ ฮุนเซนอ้างว่าเพื่อเป็นหลักฐาน เพราะนายกฯ ไทยเคยหลอกลวงตนมาแล้วครั้งหนึ่ง “เคยถูกหลอกมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้จึงต้องบันทึกไว้” ฮุนเซนกล่าว ฮุนเซนกล่าวย้ำว่ากัมพูชาพร้อมที่จะทำให้สถานการณ์ชายแดนและการค้ากับไทยเป็นปกติเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย แต่นายกฯ แพทองธารของไทยไม่น่าจะทำได้ ทางด้านมติชนออนไลน์รายงานประเด็นนี้โดยอ้างอิงจาก Kampuchea Thmey Daily ฮุนเซนระบุว่า คลิปเสียงที่หลุดออกมานั้น ไม่ใช่ความตั้งใจของตน แต่เพราะผู้นำกัมพูชาคนอื่นไม่พอใจฝ่ายไทย จึงได้ปล่อยคลิป สาเหตุก็เพราะฝ่ายไทยรุกล้ำดินแดนกัมพูชาและปิดพรมแดนฝ่ายเดียว ส่วนเหตุผลที่บันทึกเสียงนั้น สมเด็จฯ ฮุนเซนอ้างว่า เพราะนายกฯ ไทยเคยโกงมาครั้งหนึ่ง “ข้าพเจ้าเคยถูกโกงมาแล้วครั้งหนึ่ง จึงต้องบันทึกไว้” และย้ำว่า กัมพูชาพร้อมที่จะทำให้สถานการณ์ชายแดนและการค้ากับไทยเป็นปกติเพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองฝ่าย แต่ไม่น่าจะเกิดขึ้นกับนายกฯ ของไทย มติชนรายงานอีกด้วยว่า นอกจากนี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน ยังกล่าวด้วยว่า หลังจากที่มีการปรับกำลังทหารที่สามเหลี่ยมมรกตแล้วนั้น ทักษิณ ยิ่งลักษณ์ และแพทองธาร ก็ได้โทรศัพท์ไปขอบคุณเขา แต่ในทางการกรุงเทพฯ กลับใช้คำว่า “กัมพูชาถอนทหารออก” ที่เป็นถ้อยคำแสดงถึงการหักหลัง และเป็นสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจบันทึกเสียงเอาไว้ ตั้งคำถามไม่ไปศาลโลก ทางด้านกรุงเทพธุรกิจรายงานอ้างอิงสื่อ Khmer Times ว่าฮุนเซน ยังได้ตั้งคำถามถึงความไม่เต็มใจของไทยที่จะนำประเด็นพิพาทขึ้นสู่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ทั้งๆ ที่ไทยก็กล่าวหากัมพูชา “(รัฐบาล) กรุงเทพฯ กล่าวหาว่ากัมพูชาละเมิดอำนาจอธิปไตยของไทย แล้วทำไมไทยไม่ยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ เหตุใดจึงเลี่ยงการดำเนินคดี คุณไม่ควรกลัวในสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย” ฮุน เซน กล่าว สมเด็จฮุน เซน ยังได้เรียกร้องให้ประชาชนชาวไทย ชาวกัมพูชา และประชาคมโลกพิจารณาคำถามเหล่านี้อย่างรอบคอบ นอกจากนี้ฮุน เซน ยังได้เน้นย้ำว่าคำตัดสินของศาลจะให้ข้อมูลที่ชัดเจนและเป็นกลางแก่รัฐบาลทั้งสองในการนำไปชี้แจงและอธิบายผลลัพธ์ดังกล่าวให้ประชาชนของตนทราบ “หากกัมพูชาถอนกำลัง[ออกจากพื้นที่พิพาท] ประชาชนกัมพูชาอาจตำหนิรัฐบาล ในทำนองเดียวกัน หากไทยถอนกำลังประชาชนไทยอาจวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำของพวกเขา แต่ด้วยคำตัดสินของศาล ทั้งสองฝ่ายสามารถพูดได้ว่า นี่คือคำตัดสินของศาลระหว่างประเทศ” ฮุน เซนกล่าว และตั้งคำถาม “ทำไมไทยไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ และหากไม่เห็นด้วย เหตุใดจึงไม่ส่งเรื่องไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ” เขาย้ำด้วยว่ามีแต่คนขาดความซื่อสัตย์เท่านั้นที่กลัวกระบวนการทางกฎหมาย อาการป่วยทักษิณ ตามรายงานของสื่อผู้จัดการออนไลน์ ฮุนเซนกล่าวตอนหนึ่งว่า ทักษิณ ชินวัตร แกล้งป่วยหลายโรค เพื่อหลบเลี่ยงข้อกฎหมาย ทักษิณไม่ได้ป่วย อุปกรณ์ที่ใส่คอ ใส่มือ ก็แค่การแสดง ฮุนเซนกล่าวว่า ในวันที่เขาเข้าพบทักษิณ เมื่อวันที่ 21 ก.พ.2567 นั้น ทักษิณไม่ได้ป่วย แต่เมื่อถ่ายรูปคู่กับตนกลับเอาชุดผู้ป่วยมาสวม เพื่อหลอกสายตาประชาชนและเจ้าหน้าที่ไทย ฮุนเซนกล่าวว่าตอนเข้าพบทักษิณแรกๆ นั้นตนไม่รู้เลยว่าจะแกล้งป่วย เหตุที่เพิ่งมาเปิดเผยตอนนี้ ก็เพราะว่าตนมีคุณธรรม ตอนนั้นจึงยังไม่เปิดเผย และที่มาเปิดเผยตอนนี้ ก็เพราะว่าลูกสาวของทักษิณ นายกฯ ไทย เป็นคนไม่มีคุณธรรม สอดคล้องกันกับมติชนออนไลน์ที่รายงานคำพูดฮุนเซนโดยอ้างอิงสื่อพนมเปญโพสต์ โดยฮุนเซนระบุว่า ทักษิณ ไม่ได้ป่วยขณะที่ตนได้เดินทางมาเยี่ยมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 และ สวมอุปกรณ์เฝือกคอเพื่อถ่ายรูปเท่านั้น ช่วยยิ่งลักษณ์ลี้ภัย ตามรายงานของสื่อผู้จัดการออนไลน์ ฮุนเซนกล่าวด้วยว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รอดพ้นการจับกุมในประเทศไทย ก็เพราะเดินทางออกนอกประเทศผ่านกัมพูชาไปสิงคโปร์ ด้วยหนังสือเดินทางกัมพูชา ด้วยการสนับสนุนจากฮุนเซน และสามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัย เมื่อถึงที่ปลอดภัยแล้ว ยิ่งลักษณ์ได้โทรศัพท์ไปขอบคุณฮุนเซนทั้งน้ำตา พร้อมกันนั้น ฮุนเซนยังได้ขอโทษที่โกหกนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่ถามว่ายิ่งลักษณ์หลบหนีไปที่ไหน ทางด้านมติชนออนไลน์รายงานคำพูดฮุนเซนในประเด็นนี้เพิ่มเติม โดยอ้างอิงมาจากสื่อ Kampuchea Thmey Daily ว่า หากประเทศไทยต้องการทราบว่า ทักษิณดูหมิ่นสถาบันอย่างไร ให้ส่งทูตพิเศษไปสอบถามรายละเอียดได้ ปมธุรกิจสแกมเมอร์ ขอให้เลิกโทษกัมพูชา เพราะไทยก็เป็นต้นตอ  มติชนออนไลน์รายงานคำพูดฮุนเซนโดยอ้างอิงสำนักข่าว Fresh News ว่า กัมพูชาเป็นเหยื่อของปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีต้นตอมาจากประเทศไทย เพราะอาชญากรเหล่านี้ใช้ไทยเป็นทางผ่านเพื่อเข้ามาก่อเหตุ พร้อมกับขอให้ทางการไทยเลิกโทษคนอื่นโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาสำหรับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ฮุน เซน กล่าวว่านายกรัฐมนตรีของไทยพยายามโยนความผิดเรื่องอาชญากรรมออนไลน์ให้กัมพูชา ถือเป็นเรื่องรับไม่ได้ เพราะลืมไปว่าปัญหาเหล่านี้มีต้นตอมาจากไทย ฮุน เซน ยังอ้างด้วยว่า ไทยให้ที่พักพิงแก่เครือข่ายอาชญากรตามแนวชายแดนกับพม่าและลาว แพทองธารอ้างว่ากัมพูชาให้สัญญาณอินเตอร์เน็ตแก่กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แต่กัมพูชาตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตไปแล้ว ฮุน เซน ยังกล่าวอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศของไทยได้ขู่ว่าจะตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตและไฟฟ้าที่ไทยส่งมาให้กับกัมพูชา แต่กัมพูชาได้มีมาตรการเลิกนำเข้าไฟฟ้าและอินเตอร์เน็ตจากไทยด้วยตัวเอง ไม่ได้มาจากแรงกดดันจากไทย ยิ่งไปกว่านั้น เขายังขอให้สาธารณชนไทยวิจารณ์ผู้นำประเทศอย่างระมัดระวัง และพิจารณาถึงแนวทางที่ไทยใช้ พร้อมย้ำว่าไม่ได้วิจารณ์พรรคเพื่อไทยโดยรวม แต่ประณามการกระทำที่ไม่เหมาะสมของผู้นำบางคนที่ขาดความรับผิดชอบ ที่ไม่จริงใจต่อคนไทยและชาวกัมพูชา หากผู้นำประเทศยังไม่จริงใจกับประชาชนตัวเอง แล้วกัมพูชาจะเชื่อใจพวกเขาได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม สมเด็จฯ ฮุน เซน เน้นย้ำว่ากัมพูชาพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทุกรูปแบบ ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานข้อสังเกตว่า คำกล่าวของอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชาในเรื่องนี้ มีขึ้นหลังการปล่อยรายงานของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชน ที่ระบุว่า รัฐบาลกัมพูชาปล่อยให้การก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ลุกลามในประเทศกัมพูชา เพราะกัมพูชาดำเนินการไม่มากพอในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทั้งที่ได้รับแจ้งหลายครั้ง มีขีปนาวุธที่อาจยิงถึงกรุงเทพฯ ได้ แต่จะไม่ทำ มติชนออนไลน์รายงานคำพูดฮุนเซนโดยอ้างอิงสื่อ Kampuchea Thmey Daily โดยฮุนเซนกล่าวว่าไม่เคยมองว่าประเทศไทย หรือประชาชนไทยเป็นศัตรู เพราะประชาชนไทยส่วนใหญ่ก็ต้องการสันติภาพ มิตรภาพ กับกัมพูชา แต่ก็ยังมีกลุ่มหัวรุนแรงในไทยโจมตีกัมพูชา จึงถูกบังคับให้ต้องสู้กลับ ช่วงตอนหนึ่ง ฮุน เซน ยังระบุว่า เรามีสิทธิที่จะต่อสู้ตอบโต้การรุกรานใดๆ ก็ตาม แม้ว่าเราจะตัวเล็ก แต่เราก็มีสิทธิที่จะปกป้องตัวเอง ไม่เพียงแต่สิทธิที่จะปกป้องตัวเองเท่านั้น แต่ยังมีสิทธิที่จะต่อสู้ตอบโต้ด้วย “เราไม่มีเจตนาที่จะโจมตีกรุงเทพฯ แม้ว่าขีดความสามารถด้านอาวุธของเราอาจไปถึงที่นั่น แต่เราจะไม่ยิง ฉันไม่ได้คุยโวเกี่ยวกับอาวุธของเรา” ฮุน เซน ระบุพร้อมเตือนว่า อย่ากดดันกัมพูชาเพราะกัมพูชาได้เตรียมพร้อมไว้ทุกวิถีทาง ทั้งการทหารและอาวุธ กต.แถลงโต้ใช้ช่องทางทางการสื่อสารกับกัมพูชา เวลาประมาณ 10.10 น. เฟซบุ๊กเพจกระทรวงการต่างประเทศของไทย ออกเอกสารข่าวชี้แจงว่า ตามที่ได้มีความพยายามที่จะปั่นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสร้างความแตกแยกในสังคมไทย รัฐบาลไทยขอยืนยัน และทำความเข้าใจกับทุกฝ่ายว่า ไทยจะใช้ช่องทางที่เป็นช่องทางทางการเท่านั้นในการสื่อสารระหว่างรัฐบาลไทยและรัฐบาลกัมพูชา สำหรับความพยายามในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ มีรายงานหลายฉบับจากองค์การระหว่างประเทศ ทั้งสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Office on Drugs and Crime - UNODC) และองค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International – AI) ออกมาชี้แจงให้เห็นว่า อาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้เป็นภัยคุกคาม ซึ่งประเทศไทยเห็นด้วยว่าจะสร้างความเสียหายอย่างมหาศาลในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ไทยพร้อมที่จะแสดงบทบาทนำและขอให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมมือกับไทยในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในอนุภูมิภาคเราต่อไป * ข่าว * การเมือง * ต่างประเทศ * ความมั่นคง * กัมพูชา * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * ฮุนเซน * ศาลโลก * สแกมเมอร์
dlvr.it
June 27, 2025 at 12:56 PM
ทบ.โพสต์พร้อมปกป้องอธิปไตย ติด #saveแม่ทัพภาคที่2 คนไลก์เกือบแสน แต่ลบแท็กออกทีหลัง
ทบ.โพสต์พร้อมปกป้องอธิปไตย ติด #saveแม่ทัพภาคที่2 คนไลก์เกือบแสน แต่ลบแท็กออกทีหลัง admin666 Wed, 2025-06-18 - 23:09 ทบ.โพสต์แสดงจุดยืนปกป้องอธิปไตยคนไลก์เกือบแสน ติดแท็ก #saveแม่ทัพภาคที่2 แต่มีลบออกหลังโพสต์ผ่านไปเกือบชั่วโมง 18 มิ.ย.2568 หลังจากมีกรณีสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ปล่อยคลิปเสียงการโทรคุยเจรจาเรื่องการเปิดชายแดนกับทางแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีของไทยและในคลิปแพทองธารยังกล่าวพาดพิงถึง พล.ท.บุญสิง พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 งด้วย แม้ว่าจะได้อธิบายแก้ไขความเข้าใจว่าไม่ได้ต้องการสื่อสารว่าแม่ทัพภาคที่สองเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลไทยและได้คุยปรับความเข้าใจกันแล้ว แต่ยังคงเป็นประเด็นที่ทำให้รัฐบาลถูกวิจารณ์ถึงความเหมาะสม   เรื่องที่เกี่ยวข้อง * นายกฯ แจงคลิปเสียงหลุด ยันไม่ได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกองทัพ แม่ทัพภาค 2 เผยเคลียร์กันแล้ว * สรุปท่าทีหลายฝ่ายปมคลิปเสียงหลุด 'เท้ง' เตือนถึงบางกลุ่มอย่าฉวยโอกาสดันทหารนำ ส่วนฝ่ายขวาจัดนัดไล่นายกฯ พรุ่งนี้ * ภท.ถอนตัวรัฐบาล - พปชร.เรียกร้องให้ลาออก - รทสช.ย้ำปกป้องอธิปไตย   จากนั้นเมื่อเวลา 19.55 น. แฟนเพจของกองทัพบกไทยโพสต์ข้อความแสดงจุดยืนของกองทัพว่า "ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร...กองทัพบก พร้อม ยืนหยัดปกป้องอธิปไตยอย่างเต็มกำลัง#ทหารมีไว้เพื่อปกป้องอธิปไตย#saveแม่ทัพภาคที่2" ทั้งนี้ปรากฎว่ามีการแก้ไขข้อความเล็กน้อยเมื่อเวลา 21.15 น. โดยการนำ #saveแม่ทัพภาคที่2 ออกจากโพสต์ แต่ยังคงเหลือเป็นประวัติการโพสต์อยู่ ภาพประวัติการแก้ไขข้อความ ก่อนหน้านี้ ทางภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงประเด็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีกล่าวพาดพิงถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ในคลิปเสียงนั้นว่า แพทองธารได้ต่อสายพูดคุยกับ พล.ท.บุญสิงแล้วก็เข้าใจกัน และภูมิธรรมยังบอกว่าทางแม่ทัพภาคที่สองบอกว่าถ้านักข่าวสงสัยให้โทรศัพท์ได้เลย ส่วนคำพูดที่นายกรัฐมนตรีชี้แจง แม่ทัพภาคที่ 2 บอกว่าเข้าใจได้ พร้อมยืนยันว่า ไม่มีการเข้าใจผิด เพราะเป็นเรื่องที่เกิดกับแม่ทัพภาคที่ 2 และขอย้ำว่าให้ไปถามกับแม่ทัพภาคที่ 2 ว่าพูดคุยกับนายกฯ เข้าใจแล้วหรือไม่ * ข่าว * การเมือง * กัมพูชา * ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา * ข้อพิพาทชายแดน * แพทองธาร ชินวัตร * ฮุนเซน * เคลียงฮวด * แม่ทัพภาคที่ 2 * บุญสิง พาดกลาง
dlvr.it
June 18, 2025 at 4:42 PM
ป.ป.ช.รับสอบปมคลิปเสียง 'ฮุนเซน-แพทองธาร'
ป.ป.ช.รับสอบปมคลิปเสียง 'ฮุนเซน-แพทองธาร' auser15 Tue, 2025-06-24 - 13:31 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ รับตรวจสอบปมคลิปเสียง "ฮุนเซน-แพทองธาร ชินวัตร" คุยเกี่ยวกับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา เร่งถอดเสียง-แปลภาษา เรียกสอบพยาน Thai PBS รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติเอกฉันท์ให้รับตรวจสอบเบื้องต้น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาว่า ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เกี่ยวกับความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทยกับกัมพูชา ทั้งนี้ การตรวจสอบเบื้องต้นจะมีการถอดเทปและแปลภาษาต่างประเทศให้ถูกต้อง เพราะเป็นพยานหลักฐานสำคัญทางคดี โดยที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. กำชับให้เร่งตรวจสอบให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และให้รายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.รับทราบความคืบหน้าเป็นระยะ ๆ กรณีร้องดังกล่าวนั้น พล.อ.สวัสดิ์ ทัศนา สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหารและความมั่นคงของรัฐ รวบรวมรายชื่อ สว. เพื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่า มีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รวมถึงฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีกับ สมเด็จฮุน เซน นอกจากนี้ ทาง สว.ยังได้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยศาลรัฐธรรมนูญ มีเอกสารข่าวเรื่องประกาศนัดประชุมใหม่ 1 ก.ค.เร็วกว่ากำหนดเดิม ที่มีกำหนดประชุมในวันที่ 8 และ 15 ก.ค. ทำให้ถูกจับตาว่าอาจนำประเด็นคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เข้าสู่วาระหรือไม่ ซึ่งในคำร้องของ สว.ได้ขอให้ศาลมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำวินิจฉัย * ข่าว * การเมือง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * ข้อพิพาทชายแดน * แพทองธาร ชินวัตร * ฮุนเซน * คลิปเสียงฮุนเซน-แพทองธาร ชินวัตร * กัมพูชา * ป.ป.ช.
dlvr.it
June 24, 2025 at 6:37 AM
'แพทองธาร' เผยพร้อมเข้าชี้แจงศาล รธน. ปมคลิปเสียงคุยกับฮุนเซนหลุด
'แพทองธาร' เผยพร้อมเข้าชี้แจงศาล รธน. ปมคลิปเสียงคุยกับฮุนเซนหลุด auser15 Tue, 2025-06-24 - 14:38 'แพทองธาร' เผยพร้อมเข้าชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญปมคลิปคุยฮุนเซนหลุด ตามที่ สว. ไปยื่นคำร้อง - มองไม่ได้ทำให้ประเทศเสียหาย ย้ำเป็นเรื่องที่ผู้นำแต่ละประเทศใช้เจรจา ไม่ควรนำมาเปิดเผย - เผยมาตรการเร่งด่วนแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เน้นย้ำ ครม. ให้ทำงานใกล้ชิดประชาชน เพื่อสร้างความมั่นใจ 24 มิถุนายน 2568 สำนักข่าวไทย  รายงานว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับหรือไม่รับ คำร้องของ สว. กรณีคลิปเสียงการสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ ว่า ได้ประเมินในเรื่องนี้ และพร้อมสนับสนุนข้อมูล และชี้แจง เพราะคลิปเสียงที่หลุดออกมา ยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ผู้นำแต่ละประเทศใช้เจรจาอยู่แล้ว เห็นได้ชัดว่าในคลิปเสียงตนเองไม่ได้อะไร และไม่ทำให้ประเทศไทยเสียอะไร ซึ่งเป็นการพูดคุยกัน และไม่ควรจะเปิดเผยการสนทนาแบบส่วนตัว ยืนยัน พร้อมอธิบายทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เผยมาตรการเร่งด่วนแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง เว็บไซต์รัฐบาลไทย รายงานว่า นางสาวแพทองธาร กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีจากสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ได้เกิดขึ้นโดยรอบไม่ว่าจะเป็นปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศอิหร่านและประเทศอิสราเอล ที่ได้ส่งผลกระทบขยายเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม อีกทั้ง ด้วยท่าทีและกรอบระยะเวลาที่เกิดขึ้นมีความไม่แน่นอนว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อไร ซึ่งสิ่งนี้ได้ส่งผลต่อการเจรจาของหลายประเทศ ต่อนโยบาย Reciprocal Tariffs ของสหรัฐฯ อีกด้วย โดยกรอบระยะเวลาในช่วงแรกตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม ได้กำหนดกรอบเวลาเป็นจำนวน 90 วัน ซึ่งฝ่ายไทยได้มีการเริ่มการเจรจาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 1 รอบ ร่วมกับคณะทำงานของ USTR แต่อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของโลก รวมถึงประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของปริมาณราคาพลังงาน การเงิน การคมนาคม การท่องเที่ยว ที่ได้ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ความเป็นอยู่ของประชาชน อีกทั้งสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทย – กัมพูชา โดยได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีทุกคนร่วมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมหามาตรการรองรับเพื่อให้ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด โดยยืนยันว่า สถานการณ์ที่กำลังขึ้นเวลานี้เสถียรภาพของรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ซึ่งความสามัคคีของคนภายในประเทศเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในฐานะนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้รัฐมนตรีทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจ ต่อการแก้ไขปัญหา โดยข้อสำคัญที่รัฐบาลได้เน้นย้ำประกอบด้วย 1. ภัยคุกคามของความมั่นคงของชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ (Nation Crime)  จากที่ UNODC ได้รายงานเกี่ยวกับปัญหาพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ได้มีการสั่งการให้ทุกฝ่ายร่วมทำงานด้วยกันอย่างบูรณาการ พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า รัฐบาลไม่มีนโยบายตอบโต้ การเปิด – ปิดด่านชายแดนเพื่อหวังผลทางการเมือง แต่ได้คำนึงถึงผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน และประเทศชาติเป็นสิ่งสำคัญ โดยได้มีการเตรียมมาตรการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนบริเวณที่อาศัยอยู่พื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตร โดยได้มีการสั่งการให้ทางด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในการหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือประชาชน ซึ่งในส่วนนี้รัฐบาลได้มีการดำเนินมาตรการร่วมกับภาคเอกชนอยู่ก่อนแล้ว แต่เป็นการเน้นย้ำในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง เพื่อเป็นการเน้นย้ำเพื่อไม่ต้องการให้พี่น้องประชาชนในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวได้รับผลกระทบ 2. ในด้านของความมั่นคงและพลังงาน ทางด้านกระทรวงพลังงานได้มีการกำหนดมาตรการรับมือสำหรับพลังงานสำรอง และมาตรการในรองรับช่วยเหลือประชาชนหากเกิดกรณีมีการขาดแคลน หรือหากมีการปรับตัวของราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น 3. ปัญหาด้านเศรษฐกิจการเงินและการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน โดยให้ทางด้านกระทรวงการคลังได้กำหนดมาตรการ และเป้าหมายที่ชัดเจนในการช่วยเหลือประชาชน ภาคธุรกิจในทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าของประเทศ 4. เรื่องราคาพืชผล ได้มีการมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งดำเนินการหามาตรการในการแก้ไขปัญหา อย่างเร่งด่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของราคาข้าวที่ต้องมีการเร่งสนับสนุน สรุปมาตรการเยียวยาแก่เกษตรกรให้ดำเนินการแล้วเสร็จโดยเร็ว นอกจากนี้ยังได้มีการสั่งการให้มีการเร่งตรวจสอบ ในเรื่องของการลักลอบนำเข้าสินค้าเถื่อน ผิดกฎหมายจากประเทศเพื่อนบ้านที่จะส่งผลกระทบต่อราคา พืชผลและสินค้าเกษตรในประเทศไทยได้รับผลกระทบราคาตกต่ำ 5. ปัญหาด้านยาเสพติด ได้มีการสั่งการให้กระทรวงกลาโหม ดำเนินการบูรณาการทำงานระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการตำรวจทุกจังหวัด กำหนดมาตรการที่เป็นรูปธรรมโดยเน้นย้ำให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน และขยายผลมากยิ่งขึ้นจากมาตรการ “Seal Stop Safe” 6. ปัญหาด้านการท่องเที่ยว ได้มีการสั่งการให้ทางด้านกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาเร่งดำเนินการปรับมาตรการ กระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้เน้นย้ำในเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว “เรื่องปัญหาค่าแรงขั้นต่ำ ได้มีการสั่งการให้กระทรวงแรงงาน เร่งนำมาตรการมาตรการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ โดยจะมีการพิจารณาอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทันต่อการขึ้นค่าแรงในช่วงเดือนกรกฎาคม 68 นี้” นายกรัฐมนตรี ระบุ * ข่าว * การเมือง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * ข้อพิพาทชายแดน * แพทองธาร ชินวัตร * ฮุนเซน * คลิปเสียงฮุนเซน-แพทองธาร ชินวัตร * กัมพูชา * ศาลรัฐธรรมนูญ
dlvr.it
June 24, 2025 at 7:45 AM
นักวิชาการเตือน ‘อย่ายุบสภา’ หวั่นวิกฤตหนักขึ้น หวัง ปชน.ช่วยแก้วิกฤต
นักวิชาการเตือน ‘อย่ายุบสภา’ หวั่นวิกฤตหนักขึ้น หวัง ปชน.ช่วยแก้วิกฤต See Think Thu, 2025-06-19 - 19:09 กระแสคลิปเสียงหลุดการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยังคงจุดประกายการถกเถียงในหมู่สาธารณชนและนักวิชาการ ถึงความเหมาะสมของท่าทีผู้นำประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดน และกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลตัดสินใจ “ยุบสภา” เพื่อคลี่คลายปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง นักวิชาการอิสระหลายคนออกมาเตือนว่า การยุบสภาในเวลานี้อาจสร้างผลกระทบในวงกว้าง ไม่เพียงต่อเสถียรภาพทางการเมือง แต่ยังอาจเป็นการเปิดทางให้กลุ่มที่มีแนวคิดล้มระบอบรัฐสภาใช้เป็นเงื่อนไขในการรัฐประหาร ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายมองว่าสาระในคลิปไม่ได้ชี้ชัดถึงการยอมลดอธิปไตย และไม่ควรตัดสินภาพรวมของสถานการณ์จากประโยคเพียงไม่กี่ประโยคที่ถูกปล่อยโดยฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ผู้นำต้องกล้าคุยลับเพื่อดับไฟ สังคมอย่าหลงดราม่า ลอย ชุนพงษ์ทอง นักวิชาการอิสระ ระบุว่า แม้ตนเองจะเคยวิจารณ์รัฐบาลชุดนี้หลายครั้ง โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจอย่างโครงการแจกเงินดิจิทัล แต่ในกรณีคลิปเสียง นายกรัฐมนตรีทำในสิ่งที่ “ถูกต้องแล้ว” เพราะการใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวเพื่อลดความขัดแย้งเป็นทางเลือกที่สร้างสรรค์กว่าการโต้ตอบกันผ่านสื่อ ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและขยายความรุนแรง “ถ้าผมเป็นนายกฯ ก็จะทำแบบเดียวกัน เพราะมันไม่มีอะไรในคลิปที่แลกอธิปไตยหรือผลประโยชน์ประเทศกับเรื่องส่วนตัว” ลอยกล่าว พร้อมเตือนประชาชนว่าอย่าหลงประเด็นที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เช่น ภาษาพูดที่ฟังดูเหมือน “อ่อนข้อ” ซึ่งในเวทีเจรจาทูตเป็นเรื่องปกติ เขายังชี้ว่าการพูดว่า “อยากให้ทำอะไร ก็บอก จะทำให้” ไม่ใช่คำมั่นสัญญา แต่เป็นเพียงถ้อยคำสร้างความสบายใจให้คู่เจรจา และแม้จะดูหลวมในเชิงภาษาการทูต แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรดราม่าจนทำลายภาพรวม ในเรื่องที่ถูกวิจารณ์ว่าผู้นำกังวลคะแนนนิยม ลอยมองว่านั่นคือ “ธรรมชาติของนักการเมืองในระบอบประชาธิปไตย” โดยเฉพาะในประเทศที่ยังพึ่งพาสื่อสังคมออนไลน์และมีโครงสร้างทางการเมืองเปราะบาง เขาย้ำว่า “ใครเป็นนักการเมืองก็ต้องห่วงเสียงประชาชน” สำหรับประเด็นที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ในคลิปเสียงว่า “ไม่ใช่ฝ่ายเรา” หรือ “พูดเอาเท่ห์” ลอยอธิบายว่า บริบทคือการแบ่งฝ่ายเชิงนโยบายระหว่างกลุ่มที่อยากเปิดพรมแดนเพื่อฟื้นเศรษฐกิจ กับกลุ่มที่ห่วงความมั่นคง และถ้อยคำเหล่านั้นเป็นเพียง “การพูดทางลับ” ไม่ใช่การให้ร้ายผู้ใต้บังคับบัญชาในที่สาธารณะ อย่างไรก็ตาม ลอยเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยและธรรมเนียมราชการทหารว่า แม่ทัพภาคที่ 2 แสดงความเห็นต่อรัฐบาลในเครื่องแบบโดยตรงนั้น “เกินหน้าที่หรือไม่” เพราะในหลักการสากล ทหารไม่ควรแสดงความเห็นแทรกการทำงานของฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะในสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างประเทศ ข้อเสนอ 3 ประการต่อนายกรัฐมนตรี จากลอย ชุนพงษ์ทอง 1. ประกาศปิดด่านชั่วคราวทุกจุด เริ่มวันที่ 20 กรกฎาคม พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งสองฝั่งเตรียมตัว และตั้งคณะกรรมการเจรจาระดับทวิภาคี 2. เว้นระยะห่างทางการเมืองส่วนตัวกับฮุน เซน จนกว่าการเลือกตั้งในกัมพูชาจะเสร็จสิ้น เพื่อย้ำหลักความเป็นรัฐชาติ 3. กำหนดแนวทางให้เจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงทหาร แสดงความเห็นได้เฉพาะในฐานะพลเรือน เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของรัฐที่มีเอกภาพ ไม่ให้เป็นจุดอ่อนให้เพื่อนบ้านใช้โจมตี ยุบสภา “เสียทั้งกระดาน” - พรรคประชาชนต้องแสดงสปิริตร่วมแก้วิกฤต ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์ภาควิชาสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มองว่า พรรคเพื่อไทย “ยังยุบสภาไม่ได้” ในสถานการณ์เช่นนี้ แม้จะมีสิทธิทำได้ตามรัฐธรรมนูญ เพราะอาจส่งผลให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองตามมาโดยไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่มั่นคงได้จริง และอาจกระตุ้นให้เกิดรัฐประหารซ้ำรอยเดิม “คนที่พูดว่าไม่มีหรอกไอ้รัฐประหารเนี่ย ก็ต้องระวังด้วย เพราะที่ผ่านมา มันเกิดทุกครั้งโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรเลยที่คิดว่าจะเกิด” เขากล่าว พร้อมชี้ว่า พรรคประชาชนควรใช้โอกาสนี้แสดง “สปิริตร่วมทาง” ไม่ใช่เพื่อการเลือกตั้ง แต่เพื่อช่วยประคับประคองประเทศในภาวะวิกฤต เขาระบุว่า ความพยายามของพรรคใดก็ตามที่จะถอนตัวออกจากรัฐบาลเพื่อสร้างความชอบธรรมในการยุบสภา จะยิ่งแสดง “ความเหี้ยน” ออกมาอย่างชัดเจน เพราะเป้าหมายควรเป็นการช่วยให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ ไม่ใช่เปิดทางให้กลุ่มที่ต้องการล้มล้างรัฐธรรมนูญเข้ายึดอำนาจ ควรให้เวลาผู้นำแก้ปัญหา-อย่ารีบตัดสินจากคลิปที่ไม่มีผลทางกฎหมาย อ.ดร.ธาริตา อินทนาม อาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาและวรรณคดีอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ว่า ประเด็นคลิปเสียงควรถูกตั้งคำถามในกรอบของ “การเมืองประชาธิปไตย” ไม่ใช่ใช้ความโกรธชั่ววูบไปสร้างกระแสเกลียดผู้นำเพียงเพราะเป็นลูกของอดีตนายกรัฐมนตรีที่ตนเองไม่ชอบ เธอระบุว่า แม้นายกรัฐมนตรีอาจมีถ้อยคำที่ฟังดูอ่อนน้อมจนบางคนมองว่า “เสียศักดิ์ศรี” แต่หากพิจารณาโดยรอบด้าน ยังไม่มีความเสียหายจริงเกิดขึ้น ไม่มีสงคราม ไม่มีผู้บาดเจ็บ ไม่มีการประกาศกฎอัยการศึก และรัฐบาลก็ยังไม่ได้ดำเนินการใดที่ลดทอนอธิปไตยไทยอย่างเป็นทางการ “ผู้นำประเทศที่ลดศักดิ์ศรีตัวเองได้เพียงเพื่อไม่ให้เกิดการเสียเลือดเสียเนื้อ ยังไงก็ควรให้เขาได้มีโอกาสแก้ไข” เธอกล่าว พร้อมเตือนว่า คลิปเสียงไม่ใช่เอกสารราชการ ไม่มีผลผูกพัน และแม้นายกฯ อยาก “ขายชาติ” อย่างที่ถูกกล่าวหา ก็ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง เพราะทุกนโยบายต้องผ่านการกลั่นกรองจากสภาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดร.ธาริตายังชี้ว่า เราอาจโกรธเพราะรู้สึกอับอายที่เห็นผู้นำ “อ่อนข้อ” ต่อเพื่อนบ้านที่เคยหักหลัง แต่ความอับอายนั้นไม่ควรผลักให้ประเทศเข้าสู่วงจรสงครามโดยใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ทั้งนี้ แม้สังคมยังถกเถียงเรื่องความเหมาะสมของการเจรจาในคลิปเสียงหลุด แต่นักวิชาการหลายฝ่ายย้ำชัดว่า ประเทศไทยควรใช้สติและกลไกทางการเมืองอย่างสภาเป็นเครื่องมือจัดการปัญหา มากกว่าการยุบสภาอย่างฉับพลันหรือเปิดทางให้กองทัพเข้ามาแทรกแซง ความเห็นต่างสามารถถกเถียงได้ แต่อย่าปล่อยให้ความแตกแยกเปิดประตูสู่การล้มระบอบ ‘ลาออก’ เป็นทางเลือกที่ดี - ยุบสภาสุญญากาศนาน ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย (19 มิ.ย.68) ว่าทางที่ต้องเลือกของนายกฯคือ ขอโทษ และลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ถ้าไม่ขอโทษและไม่ลาออกจะเกิดหลายสิ่งทั้งแรงกดดันต่อตัวนายก เขาระบุว่าการลาออกเป็นทางออกที่ดีที่สุดตามกลไกรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ยุบสภาเป็นอีกทางออกหนึ่ง เพียงแต่ว่าการยุบสภาไม่สามารถทำให้สถานการณ์จบทันที เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้ออกแบบให้การยุบสภาและเลือกตั้งใหม่เป็นวิธีการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองแบบรวดเร็ว มันมีระยะเวลา ตั้งแต่วันที่ยุบสภาไปจนถึงวันที่ได้นายกฯ คนใหม่นั้นใช้เวลาพอสมควร ระหว่างนี้ต้องอยู่กับรัฐบาลรักษาการชุดเดิมซึ่งจะทำให้การรับมือกับปัญหาเดินต่อลำบาก จึงต้องลาออกเพื่อให้เลือกนายกฯ คนใหม่ และตั้งคณะรัฐมนตรีขึ้นมาใหม่ หลังจากนั้นค่อยคิดไทม์ไลน์ว่าจะอยู่กันสักกี่เดือนจึงจะยุบสภา ถึงจะมีประโยชน์กับการคลี่คลายสถานการณ์ตอนนี้ ผอ.สำนักวิจัยฯ สถาบันพระปกเเกล้า ระบุด้วยว่า ถ้าไม่ยุบสภาไม่ลาออก ยังฝืนลากต่อก็เป็นไปได้แต่ต้องไปดับชนวนที่มันทำให้มาถึงจุดที่นายกถูกกดดันให้ลาออก เช่น สถานการณ์ไทย-กัมพูชาดีขึ้นผิดหูผิดตา ทยเป็นฝ่ายได้เปรียบ เป็นต้น สถานการณ์ในพรรคร่วมที่ให้อภัยนายก ร่วมมือกันทำงานเป็นรัฐบาลแก้ปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากในตอนนี้ พรรคร่วมอื่นๆ อาจออกมาแสดงจุดยืนคล้ายภูมิใจไทยและมีแนวโน้มจะเป็นเช่นนั้น เป็นเรื่องของกระแสสังคมหลังจากได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารตรงนี้ จึงต้องแสดงจุดยืนให้สอดคล้องกับประชาชนที่เลือกเขาเข้ามา “พรรคเพื่อไทยรวมถึงนายกฯ ถูกล้อมไว้ทุกด้าน ไม่ลาออกเองก็อาจจะถูกบีบออก ทั้งจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือมีคนมาจัดการให้ออก แต่ห้ามรัฐประหารเด็ดขาด จะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์อย่างร้ายแรง รัฐบาลเผชิญปัญหาหลายด้าน แล้วพบว่ารัฐบาลนี้มีปัญหากับการรับมือ โดยเฉพาะปัญหาด้านระหว่างประเทศ นโยบายต่างประเทศของมหาอำนาจต่างๆ แล้วรับมือกับมันไม่ไหว กับประเทศเพื่อนบ้านก็มีปัญหา การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศก็มีปัญหา  ถ้าปัญหาที่เกิดเป็นปัจจัยภายนอกแล้วไปรัฐประหาร การรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ภายใต้รัฐบาลพลเรือนกับรัฐบาลทหารแตกต่างกันมาก การรัฐประหารจะซ้ำเติมปัญหาจากการถูกแซงชั่นจากนานาชาติ แล้วเราจะเข้าเวทีโลกลำบาก เพราะฉะนั้นยังไงก็ต้องอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรัฐบาลพลเรือนให้เหนียวแน่นที่สุด” สติธร กล่าว  ลาออกดีที่สุด ลากต่อเสี่ยงรัฐประหาร รศ. ธนพร ศรียากูล  วิเคราะห์ผ่านรายการเข้มข่าวค่ำ (18 มิ.ย.68) ว่า เมื่อสถานการณ์ออกมาแเป็นแบบนี้นายกฯ ก็หมดความชอบธรรม เพราะในคลิปชัดเจนว่าตำหนิทหารซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาให้ประเทศที่มีข้อพิพาทกันฟัง ถือเป็นเรื่องไม่สมควร แม้นายกฯ จะชี้แจงว่าเป็นการคุยกันในฐานะความสนิทส่วนตัว เขาแนะนำว่าทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้ต้องลาออกเท่านั้น นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบทางการเมืองด้วยการลาออกจากตำแหน่ง โดยหลักการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำสูงสุดในฝ่ายบริหารของประเทศ การที่เอาเจ้าหน้าที่ของประเทศตัวเองไปด่าให้อีกประเทศหนึ่งฟังเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ เพื่อให้เรื่องนี้เป็นสปิริตสำหรับสังคมการเมืองไทย จึงไม่มีข้อเสนออื่นนอกจากต้องลาออกโดยทันที ส่วนหลังจากนายกฯ ลาออกแล้วเป็นเรื่องของสภาผู้แทนราษฎร ต้องไปหานายกฯ คนใหม่มาจัดตั้งรัฐบาลเพื่อเข้ามารับผิดชอบบ้านเมืองต่อ ธนพรเชื่อว่านายกฯ ได้คำแนะนำจากทักษิณแล้วก่อนโทรคุยกับฮุนเซน เพราะนายกฯ ไม่ได้มีประสบการณ์ในการเจรจาการเมืองกับฮุนเซนมาก่อน ในขณะที่ทักษิณเคยเจรจาตอนเหตุการณ์เผาสถานทูต ธนพรกล่าวด้วยว่า หากรัฐบาลฝืนทำงานต่อไปอาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิด นั่นคือรัฐประหาร นอกจากนี้ยังแนะพรรคร่วมรัฐบาลว่าควรถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลได้แล้ว เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตนเอง ฝ่ายค้านต้องยืนยันไม่เอารัฐประหาร-ไม่ยุบสภา รศ.ดร.เก่งกิจ กิตติเรียงลาภ อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กหลายสเตตัส อาทิ “ยุบสภาก็อาจไม่ได้เลือกตั้ง ไม่คุ้นสถานการณ์แบบนี้บ้างหรอ” “ผ่านเหตุการณ์รัฐประหารกันมาไม่รู้กี่ครั้ง ยังไม่รู้สึกหรอว่าบรรยากาศมันคุ้นๆ มุกด่านายกโง่ ด่าความเป็นผู้หญิง ฯลฯ นี่ก็ใช้กันตั้งแต่ กปปส แล้ว ไม่เข็ดหรอ” “ปัญหาเฉพาะของระบอบการเมืองไทย คือ มีพรรคการเมืองที่เอากะรัฐประหารและอำนาจนอกระบบล้นสภา พวกนี้ไม่ออกมาแสดงจุดยืนต้าน รปห แต่ใช้ประโยชน์จาก รปห ซ้ำๆ แม้แต่ พท เองก็ใช้ประโยชน์จากการดีลกับอำนาจนอกระบบ ถ้าจะแก้ปัญหาการปลุกปั่นให้มีวิกฤตในสภาตอนนึ้ ก็คือ พรรคการเมืองทุกพรรค โดยเฉพาะฝ่ายค้านต้องประกาศจุดยืนไม่เอา รปห และไม่ให้มีการยุบสภา ไม่งั้นรัฐบาล พท ก็จะเละไปเรื่อยจนเข้าทาง ไม่มีกระแสบนถนนตอนนี้ แต่ชาตินิยมคลั่งๆมันปลุกไม่ยาก หกเดือนก็อาจจะเกิดขึ้นมาได้” * ข่าว * การเมือง * คุณภาพชีวิต * ต่างประเทศ * กัมพูชา * ข้อพิพาทไทย-กัมพูชา * แพทองธาร ชินวัตร
dlvr.it
June 19, 2025 at 12:21 PM
สิ่งที่เรายังไม่เคลียร์ » นายกฯ แพทองธาร คุยกับ สมเด็จฯ ฮุนเซน ทำไม? คุยกัน “ส่วนตัว” แต่กะจะใช้ความสนิทแก้ปัญหาความขัดแย้ง หรือ คุยอย่างเป็นทางการ+หาทางออกร่วมกัน

เท่าที่ดูๆ เราเดาว่ามันคือการคุยแก้ปัญหาระดับประเทศโดยอาศัยความใกล้ชิดส่วนตัว คิดว่าจะคุยกันง่ายๆ แต่อีกฝ่ายดันเม็ดเพียบ
June 18, 2025 at 4:44 PM
เอ้อ! อีกประเด็นหนึ่ง!
ทำไมการสนทนาระหว่างนายกฯ แพทองธาร กับสมเด็จฯ ฮุนเซน ถึงไม่มีล่ามของฝั่งไทยหรือตัวแทนจาก กต มาดูแลเลย ทำไมพึ่งแต่ล่ามของกัมพูชาคนเดียว

ใครจะช่วยเวอริไฟสิ่งที่พูดคุยกัน?

อันนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวรึป่าว?
June 18, 2025 at 12:23 PM
ประเด็นหลักนะ นายกฯ แพทองธาร ใช้คำว่า “ลุง-หลาน” ยกย่องคู่สนทนาให้เหนือตนเองตลอดเวลาที่สนทนากับสมเด็จฯ ฮุนเซน รวมทั้งพยายาม “ยอมสุดซอย” โดยอ้างว่าเพื่อประนีประนอมยุติปัญหา

ซึ่ง… มันขาดความเป็นมืออาชีพ และยิ่งทำแบบนี้ก็ยิ่ง “พัง” ป่าว?
June 18, 2025 at 11:45 AM
ผลสำรวจนิด้าโพล ส่วนใหญ่คนไทยมอง 'ฮุนเซน' ทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
ผลสำรวจนิด้าโพล ส่วนใหญ่คนไทยมอง 'ฮุนเซน' ทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง auser15 Sun, 2025-07-06 - 11:33 นิด้าโพลสำรวจ 1,310 คน 67.63% ระบุ 'ฮุนเซน' ทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง 40.53% เชื่อกำลังยุให้คนไทยแตกแยกกัน 6 กรกฎาคม 2568 ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “ฮุน เซน” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความรู้สึกของประชาชนต่อความเคลื่อนไหวของสมเด็จ ฮุน เซน ในกรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0 จากการสำรวจเมื่อถามความรู้สึกของประชาชนต่อความเคลื่อนไหวของสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในกรณีปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 67.63 ระบุว่า สมเด็จ ฮุน เซน ทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง รองลงมา ร้อยละ 57.25 ระบุว่า สมเด็จ ฮุน เซน เป็นบุคคลที่ไม่น่าไว้วางใจ ร้อยละ 44.66 ระบุว่า คำพูดของสมเด็จ ฮุน เซน ไม่มีความน่าเชื่อถือ ร้อยละ 40.53 ระบุว่า สมเด็จ ฮุน เซน กำลังยุให้คนไทยแตกแยกกัน ร้อยละ 25.34 ระบุว่า สมเด็จ ฮุน เซน ต้องการยึดครองดินแดนของไทย ร้อยละ 18.85 ระบุว่า สมเด็จ ฮุน เซน กำลังแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย ร้อยละ 14.12 ระบุว่า สมเด็จ ฮุน เซน กำลังเปิดเผยความลับเกี่ยวกับการเมืองไทย ร้อยละ 9.31 ระบุว่า สมเด็จ ฮุน เซน ทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศกัมพูชา ร้อยละ 3.36 ระบุว่า สมเด็จ ฮุน เซน ทำเพื่อผลประโยชน์ของประชาชนชาวกัมพูชา ร้อยละ 1.30 ระบุว่า คำพูดของสมเด็จ ฮุน เซน มีความน่าเชื่อถือ และร้อยละ 0.53 ระบุว่า สมเด็จ ฮุน เซน ทำเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความรู้สึกของประชาชนต่อคำทำนายของสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ที่บอกว่าประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีภายในสามเดือนและรู้ด้วยว่าใครจะเป็นนายกฯ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 43.05 ระบุว่า ไม่น่าเชื่อ รองลงมา ร้อยละ 34.12 ระบุว่า สมเด็จ ฮุน เซน ทำนายมั่ว ๆ ร้อยละ 33.97 ระบุว่า เป็นความพยายามยุให้คนไทยตีกัน ร้อยละ 30.31 ระบุว่า การเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีเป็นไปได้ แต่เป็นไปไม่ได้ ที่จะรู้ว่าใครจะได้เป็นนายกฯ ร้อยละ 25.34 ระบุว่า เป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ทางการเมืองไทย ร้อยละ 19.01 ระบุว่า เป็นการแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทย ร้อยละ 14.66 ระบุว่า สมเด็จ ฮุน เซน พูดตามข่าวกรองที่ได้มา ร้อยละ 10.69 ระบุว่า เป็นการเตือนนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร และร้อยละ 7.25 ระบุว่า  น่าเชื่อ * ข่าว * การเมือง * นิด้าโพล * โพล * ฮุนเซน * กัมพูชา * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา
dlvr.it
July 6, 2025 at 4:38 AM
สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 16-22 มิ.ย. 2568
สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 16-22 มิ.ย. 2568 auser15 Sun, 2025-06-22 - 11:49 ศบ.ทก. แจงข่าว 2 ภาษา โต้ ฮุนเซน ไทยไร้นโยบายผลักดันแรงงานกัมพูชากลับประเทศ หลังจากสมเด็จฯ ฮุน เซน โพสต์ข้อความผ่านโซเชียล ท้าให้ไทยไล่แรงงานกัมพูชากลับประเทศ เพื่อให้ดูว่าใครจะเดือนร้อนกว่ากันนั้น ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ทีมไทยแลนด์) ซึ่งมี พลเอก ณัฐพล นาคพาณิช รมช.กระทรวงกลาโหม เป็น ผอ.ศูนย์ฯ จัดทำประกาศ 2 ภาษา ทั้งภาษาไทยและกัมพูชา เพื่อชี้แจงว่า ประเทศไทยไม่มีนโยบายผลักดันแรงงานกัมพูชากลับประเทศ และยังคงยึดมั่นในการดำเนินการ บนพื้นฐานของมนุษยธรรมอย่างต่อเนื่อง ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, 21/6/2568 ศบ.ทก.ย้ำไม่มีนโยบายผลักดันแรงงานกัมพูชา ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา แถลงข่าวย้ำไทยไม่มีนโยบายผลักดันแรงงานกัมพูชากลับประเทศ มาตรการที่ไทยดำเนินการอยู่เป็นการควบคุมคนเข้าและออก ปรับเวลาเปิดและปิดด่านเท่านั้น อีกทั้ง ไม่มีการปิดกั้นการขนส่งสินค้าข้ามแดน เน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยไม่มีนโยบายผลักดันแรงงานกัมพูชากลับประเทศ ยืนยันรัฐบาลและกองทัพ เป็นเอกภาพ ขอชาวไทยสามัคคีเป็นหนึ่ง เพราะทุกคน คือ ทีมไทยแลนด์ ชี้ว่าไทยยังเชื่อมั่นกลไกทวิภาคี เดินหน้าเจรจา JBC และ RBC เรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชา ออกมาตรการคำนึงถึงผลกระทบประชาชน ที่มา: ข่าวเด็ด 7 สี, 20/6/2568 ก.แรงงาน เปิดศูนย์ช่วยเหลือแรงงานไทยในอิสราเอล–อิหร่าน 20 มิถุนายน 2568 นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานได้จัดตั้ง ศูนย์ช่วยเหลือประสานงานติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในรัฐอิสราเอลและสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน เพื่อดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยในพื้นที่เสี่ยงอย่างใกล้ชิด โดยมอบหมายให้ นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ รองปลัดกระทรวงแรงงาน ดำเนินการในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ฯ จากรายงานของอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังไม่พบรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตในเหตุการณ์ล่าสุด แต่กระทรวงแรงงานได้วางมาตรการเชิงรุกเพื่อดูแลแรงงานไทยให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันที หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน หนึ่งในมาตรการสำคัญ คือ การให้แรงงานไทยในอิสราเอลและอิหร่านติดตั้งแอปพลิเคชัน “SMART TOEA” บนโทรศัพท์มือถือทั้งระบบ Android และ iOS พร้อมกด “อนุญาตให้เข้าถึงตำแหน่ง (Location)” เพื่อให้สามารถติดตามพิกัดของแรงงานได้แบบเรียลไทม์ (Real-time) ซึ่งจะช่วยให้ทีมช่วยเหลือสามารถให้การดูแลหรืออพยพได้ทันท่วงทีในสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะนี้มีแรงงานไทย 7 คนในอิสราเอลแจ้งความประสงค์เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว และกำลังเร่งติดตามแรงงานไทย 39 คนในอิหร่านให้สามารถติดต่อและประสานงานได้สะดวกยิ่งขึ้น วิธีใช้งาน SMART TOEA เพื่อเปิดการติดตามตำแหน่ง: 1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน SMART TOEA จาก App Store หรือ Play Store 2. กดยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน 3. กด “อนุญาตให้เข้าถึงตำแหน่ง” เพื่อเปิดระบบติดตามพิกัด 4. ลงทะเบียนหรือล็อกอินด้วยเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่านที่ลงทะเบียนไว้กับระบบแรงงานไทยไปต่างประเทศ หากญาติแรงงานไทยในสองประเทศดังกล่าวมีข้อสงสัยหรือประสงค์แนะนำผู้ใช้ให้ติดตั้งแอป สามารถโทรสอบถามได้ที่ 02-2321240 (เวลาราชการ) 080-0739885 (ตลอด24ชั่วโมง) หรือ สายด่วน กระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 “ทุกตำแหน่งที่อยู่แรงงาน คือข้อมูลสำคัญในการช่วยชีวิต หากเกิดเหตุฉุกเฉิน ขอให้เปิดแชร์โลเคชันไว้ตลอดเวลา” นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวปิดท้าย ที่มา: กระทรวงแรงงาน, 20/6/2568 สืบสวน บช.ทท. จับแรงงานจีนเถื่อนในคราบนักท่องเที่ยว ภายใต้นโยบายของ พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ได้มอบโยบายให้เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทําการตรวจตราแรงงานที่เข้ามาทํางานในประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันนั้นตามภาพข่าว เจ้าหน้าที่ตํารวจสามารถทําการ จับกุมนักท่องเที่ยวจีนที่แอบลักลอบเข้ามาทํางานอยู่ภายในประเทศไทยจํานวนมาก ซึ่งอาจจะส่งผลกระทําต่อคนไทยใน การจ้างแรงงานฝีมือได้กองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยวภายใต้การอํานวยการของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือก ผบช.ทท.,พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง, พล.ต.ต.กฤษณ์ วาฤทธิ์, พล.ต.ต.มล.สันธิกร วรวรรณ รอง ผบช.ทท. พ.ต.อ.แมน รถทอง ผกก. สืบสวน บช.ทท. พ.ต.ท.เจษฎา ทองทา, พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ รักษา รอง ผกก.สืบสวน บช.ทท, สั่งการให้ พ.ต.ท.กฤตพร แสงสุระ สว.กก.สืบสวน บช.ทท. ร.ต.อ.ภัทรพล ชูชื่อ, ร.ต.อ.วรินทร์ ศรีมนัสรัตน์ รอง สว.กก.สืบสวน บช.ทท พร้อม ด้วยเจ้าหน้าที่ตําารวจชุดสืบสวนกองบัญชาการตํารวจท่องเที่ยว ได้ร่วมกันทําการจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนจํานวน 23 ราย เคสที่ 1 พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บช.ทท. ได้รับแจ้งจากสายลับว่าที่ บริเวณภายในไซต์งานก่อสร้างของ บริษัทแห่งหนึ่ง ริมถนน รย.2026 ต.มาบยางพร อ.ปลวกแดง จ. ระยอง มีแรงงานที่แอบลักลอบทํางานอย่างผิดกฎหมายอยู่เป็นจํานวนมาก จากนั้นจึงได้นํากําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจลงพื้นที่ ไปทําการตรวจสอบ ผลการตรวจสอบพบคนจีน (ลําดับที่ 1-11) แอบลักลอบทํางานโดยผิดกฎหมาย และทั้งหมด นั้นเข้ามาประเทศไทยโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว โดยได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 25,000 บาทจากนั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจ จึงได้ทําการแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิ ให้ผู้ถูกจับกุมทราบว่า “เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ใน ราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ประกอบอาชีพหรือรับจ้างทํางาน โดยไม่ได้รับอนุญาต ” ตาม พ.ร.บ.ตรวจ คนเข้าเมือง 2522 และ “เป็นคนต่างด้าวทํางานโดยไม่มีใบอนุญาตทํางาน ตามมาตรา 8 มีบทกําหนดโทษ ตามมาตรา 101 แห่งพระราชกําหนดการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดการบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 (งานก่อสร้าง) ผู้ต้องหารับทราบสิทธิและข้อกล่าวหาแล้ว ในชั้นจับกุมให้การ “รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา” จึงนํา ตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง เพื่อดําเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เคสที่ 2 เจ้าหน้าที่ กก.สืบสวน บช.ทท. ได้ลงพื้นที่ทําการสืบสวน รวมรวมพยานหลักฐานตั้งแต่ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2568 จนถึงวันที่ 13 มิถุนายน 2568 ตรงบริเวณ โครงการก่อสร้างไม่มีเลขที่ ริมถนนปาก ซอยพัทยาใต้ 1 หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พบว่าได้มีคนจีนทํางานก่อสร้างอยู่ภายในโครงการ ก่อสร้างอยู่เป็นจํานวนมาก จึงได้ทําการรวบรวมพยานหลักฐานทําการขออนุญาตทําการขอหมายค้น จากศาลจังหวัด พัทยาที่ 124/2568 ลงวันที่ 17 มิถุนายน 2568 และต่อมา ในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 เจ้าหน้าที่ตํารวจฝ่ายสืบสวน บช.ทท. ได้ทําการแสดงหมายค้นต่อเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโครงการก่อสร้าง และนํากําลังเข้าตรวจค้นภายในโครงการก่อสร้าง ดังกล่าว ตามหมายค้น ผลการตรวจสอบพบ คนจีน (รายชื่อลําดับที่ 12-23) แอบลักลอบทํางานโดยผิดกฎหมาย โดย ส่วนใหญ่เข้ามาประเทศไทยโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว โดยได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 20,000 - 40,000 บาท และแต่หน้าที่ของแต่ละคน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตํารวจจึงได้ทําการแจ้งข้อกล่าวหาและแจ้งสิทธิ ให้ผู้ถูกจับกุม ทราบว่า “เป็นคนต่างด้าวซึ่งได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ประกอบอาชีพหรือรับจ้าง ทํางาน โดยไม่ได้รับอนุญาต ” ตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง 2522 และ “เป็นคนต่างด้าวทํางานโดยไม่มี ใบอนุญาตทํางาน ตามมาตรา 8 มีบทกําหนดโทษตามมาตรา 101 แห่งพระราชกําหนดการบริหารจัดการ การทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกําหนดการบริหารจัดการการทํางาน ของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 (งานก่อสร้าง) ผู้ต้องหารับทราบสิทธิและข้อกล่าวหาแล้ว ในขั้นจับกุม ให้การ “รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา” จึงนําตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อดําเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป ที่มา: FM91 Trafficpro, 19/6/2568 รายงานแนวโน้มตลาดแรงงานทั่วโลกปี 2025 ของ Mercer หลายองค์กรไทยเน้นทักษะ ความเท่าเทียม และความยืดหยุ่น เพื่อรับมือความท้าทายจาก AI บริษัท เมอร์เซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (Mercer) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Marsh McLennan ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านการกำหนดนิยามใหม่ให้กับโลกแห่งการทำงาน การปรับรูปแบบการเกษียณอายุและการลงทุน รวมถึงการยกระดับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของบุคลากร ได้เผยผลการศึกษาเฉพาะสำหรับประเทศไทยในรายงาน Global Talent Trends 2025 ซึ่งชี้ให้เห็นว่าองค์กรไทยกำลังให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพด้วยทักษะต่างๆ การให้ผลตอบแทนอย่างเท่าเทียม และการสร้างความยืดหยุ่นให้กับพนักงาน เพื่อรับมือกับความขาดแคลนในบุคลากรที่มีความสามารถ ท่ามกลางผลลัพธ์จาก AI ที่ยังไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้อย่างที่คาดหวัง จากรายงานพบว่า หนึ่งในสี่ขององค์กรไทยกำลังเผชิญปัญหาความขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถ หรือ Talent ส่งผลให้ต้นทุนการสรรหาสูงขึ้นและโครงการต่างๆที่ล่าช้า ซึ่งทำให้ผู้นำด้านทรัพยากรบุคคลหันมาให้ความสำคัญกับการปรับเปลี่ยนกำลังคน โดยเน้นการพัฒนาทักษะเป็นหลัก มีบริษัทเพียง 37% เท่านั้นที่นำ Generative AI มาใช้งาน ซึ่งยังไม่สามารถเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจได้อย่างแท้จริง แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการผสาน AI เข้ากับกลยุทธ์องค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่องค์กรไทยเลือกใช้กลยุทธ์ที่ยึดบุคลากรเป็นศูนย์กลาง เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน เช่น การออกแบบกระบวนการด้านบุคลากรที่เน้นทักษะ การเสริมสร้างทักษะของผู้นำ และการปรับปรุงการวางแผนกำลังคน เป็นต้น "นายพิรทัต ศรีสัจจะเลิศวาจา Career Business Leader และ Managing Director บริษัท เมอร์เซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (Mercer) กล่าวว่า “องค์กรไทยกำลังสร้างกำลังคนที่เพรียบพร้อมสำหรับอนาคต โดยการเน้นทักษะ ความเสมอภาค และความเป็นอยู่ที่ดี แต่ศักยภาพของ AI นั้นยังมีการใช้อย่างจำกัด การมุ่งเน้นเชิงกลยุทธ์ในแนวโน้มเหล่านี้ ควบคู่ไปกับการประยุกต์ใช้ AI อย่างชาญฉลาด จะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ” แม้จะมีความคาดหวังที่สูง แต่ AI กลับยังไม่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่องค์กรไทยได้อย่างชัดเจน แม้ 71% ขององค์กรกำลังศึกษาการใช้งาน AI เพื่อวิเคราะห์ทักษะและจับคู่บุคลากรที่มีความสามารถกับโอกาสใหม่ๆ แต่ยังไม่มีองค์กรใดสามารถประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับโลกได้จริง ขณะที่ 12% ของบริษัทใช้เครื่องมือ Generative AI ในด้านการบริหารค่าตอบแทน และ 93% ได้อัปเกรดเทคโนโลยี HR ที่ขับเคลื่อนด้วย AI แล้ว แต่ 59% ยังติดข้อจำกัดด้านงบประมาณ และมีผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลเพียง 37% เท่านั้นที่ใช้ Generative AI เป็นประจำ ผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลเหล่านี้ยังเล็งเห็นว่า AI ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบธุรกิจได้อย่างแท้จริง ดังนั้น องค์กรไทยจึงต้องบูรณาการ AI เข้ากับกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับคนเป็นสำคัญ เพื่อปลดล็อกศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ 1. ยกระดับประสิทธิภาพด้วย Talent Intelligence องค์กรไทยกำลังปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานที่เน้นตามทักษะ โดย 66% ขององค์กรได้ออกแบบงานใหม่ให้สอดคล้องกับทักษะที่จำเป็น แต่ 80% ยังไม่พร้อมสำหรับการบริหารงานที่ให้ความสำคัญกับบุคลากรเป็นศูนย์กลาง บริษัทที่มีอัตราการเติบโตสูง ซึ่งเติบโตได้เร็วกว่าคู่แข่งถึงสองเท่า พบว่า 59% มีการจับคู่พนักงานกับตำแหน่งงานภายใน และ 57% ขององค์กรที่ใช้การประเมินทางจิตวิทยาเผยว่ามีการตัดสินใจจ้างงานที่ดีขึ้น การให้ความสำคัญกับ Talent Intelligence จึงเป็นหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาความขาดแคลนบุคลากรที่มีความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ช่วยให้องค์กรไทยแข่งขันได้ในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา 2. สร้างความเชื่อมั่นและความเสมอภาคด้วยการบริหารค่าตอบแทนอย่างครอบคลุม ความโปร่งใสด้านค่าตอบแทนและความเท่าเทียมคือหัวใจสำคัญ โดย 98% ขององค์กรไทยตั้งเป้าหมายลดช่องว่างในค่าตอบแทน และ 95% ให้ความสำคัญกับการตัดสินใจที่โปร่งใสในเรื่องเงินเดือนในปี 2024 อย่างไรก็ตาม มีเพียง 37-39% ของผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลที่มั่นใจในความก้าวหน้าขององค์กรในด้านเหล่านี้ โดยความพยายามหลักๆ ได้แก่ การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของค่าตอบแทนโดยรวม การออกแบบระบบค่าตอบแทนใหม่โดยพิจารณาตามผลงาน และการให้ความรู้แก่ผู้จัดการเรื่องการคำนวณค่าตอบแทนอย่างเท่าเทียม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและสอดคล้องกับค่านิยมของพนักงาน ช่วยเสริมสร้างความผูกพันในองค์กร 3. เสริมความยืดหยุ่นให้แก่องค์กร ในปี 2024 มีรายงานว่ามีพนักงานไทยถึง 82% มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการหมดไฟ องค์กรต่างๆ จึงเริ่มทบทวน ข้อเสนอคุณค่าสําหรับพนักงาน หรือ Employee Value Proposition (EVP) ใหม่ แต่มีองค์กรเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่มี EVP ที่ชัดเจน มีองค์กรเพียง 54% ที่มีความก้าวหน้าในการออกแบบงานเพื่อส่งเสริมสุขภาวะ และอีก 59% ยังคงเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณในการปรับใช้วัฒนธรรมแบบดิจิทัล นอกจากนี้ 54% ของผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคลเห็นว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นคุณสมบัติของผู้นำองค์กร ขณะที่ 41% มีบทบาทเพิ่มขึ้นในการวางแผนรับมือวิกฤตตั้งแต่ปี 2020 องค์กรไทยจึงจำเป็นต้องส่งเสริมสุขภาวะและความตระหนักรู้ด้านความเสี่ยง เพื่อส่งเสริมความสามารถในการปรับตัวสำหรับองค์กร "นายพิรทัต กล่าวเสริมว่า “การมุ่งเน้นไปที่ทักษะ ความเสมอภาค และความสามารถในการปรับตัว จะทำให้องค์กรไทยจะสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดของ AI ในปัจจุบัน และสร้างกำลังคนอย่างยั่งยืน กลยุทธ์ที่ยึดบุคลากรเป็นศูนย์กลางคือพื้นฐานของความสำเร็จระยะยาว” ที่มา: Mercer, 19/6/2568 แรงงานกัมพูชา ทยอยเดินทางกลับเข้าประเทศ แรงงานกัมพูชา ทยอยเดินทางกลับเข้าประเทศ ที่จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ แรงงานคนหนึ่งเผย ทำงานที่ จ.นครราชสีมา กว่า 20 ปี ตนเองและภรรยา มีรายได้รวมกันวันละ 1,200 บาท ค่าใช้จ่ายต่อวันประมาณ 300 บาท เหลือวันละ 900 บาท แต่ที่ต้องเดินทางกลับในช่วงนี้เพราะครอบครัวเป็นห่วง และหากสองประเทศเจรจากันได้ก็จะกลับมาทำงานในประเทศไทยอีกครั้ง จากการสำรวจพบว่า แรงงานกัมพูชาที่เดินทางกลับแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ครอบครัวเป็นห่วงจากสถานการณ์ความรุนแรงตามแนวชายแดน ส่วนอีกกลุ่มจะเดินทางไปขึ้นทะเบียนเพื่อรับโฉนดที่ดินตามนโยบายของรัฐบาล ที่มา: Thai PBS, 18/6/2568 มติบอร์ดค่าจ้าง ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ กทม.เป็น 400 บาท พร้อมกลุ่มท่องเที่ยวและบริการทั่วประเทศ มีผล 1 ก.ค. 68 นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ชุดที่ 22 ครั้งที่ 6/2568 ที่กระทรวงแรงงาน มีกรรมการทั้ง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย ฝ่ายนายจ้าง 5 คน, ฝ่ายลูกจ้าง 5 คน และฝ่ายราชการ 5 คน ร่วมประชุม ซึ่งใช้เวลาในการหารือราว 3 ชั่วโมง คณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) มีมติ 2 ใน 3 จากทั้งส่วนของนายจ้าง ลูกจ้าง และรัฐบาล ให้ปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำวันละ 400 บาทในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พร้อมกับขึ้นค่าแรง 400 บาทในบางกลุ่มอาชีพทั่วประเทศ คือ กิจการโรงแรมทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับ 2 ดาวขึ้นไป หรือโรงแรม 50 ห้องขึ้นไป หรือมีห้องอาหาร และกิจการสถานบริการทั่วประเทศ อาทิ คาราโอเกะ คอกเทลเล้าจ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.68 เป็นต้นไป ซึ่งจะมีแรงงานที่จะได้รับประโยชน์จากการขึ้นค่าแรงในครั้งนี้ประมาณ 7 แสนคน โดยจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ปลัดกระทรวงแรงงาน ยังเปิดเผยว่า การขึ้นค่าแรง 400 บาทในครั้งนี้ให้กับภาคท่องเที่ยวและบริการก่อน เพราะนายจ้างได้รับผลกระทบน้อยสุด และปรับให้สอดคล้องกับค่าครองชีพของแรงงาน อย่างไรก็ตาม ได้รับคำแนะนำจากหลายๆ ฝ่ายเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจ สำหรับมาตรการลดผลกระทบจากนายจ้างนั้น กระทรวงแรงงานได้ร่วมกับอีก 6 ธนาคารเปิดสินเชื่อ 30,000 ล้านบาท สำหรับให้สถานประกอบการกู้ยืมเพื่อจะช่วยเยียวยาและเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ในระดับหนึ่ง และกระทรวงแรงงานจะเสนอผลสรุปรายงานต่อกระทรวงที่เกี่ยวข้องเพื่อเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือเยียวยา แก้ปัญหาผลกระทบที่อาจจะเกิดกับนายจ้างในการขึ้นค่าแรงรอบนี้ นอกจากนี้ ในการประชุมยังมีการรายงานถึงสถานการณ์การสู้รบระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล ซึ่งตอนนี้มีแรงงานไทยกว่า 40,000 คน และแรงงานทุกคนปลอดภัยดี ทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และภาคก่อสร้าง และกระทรวงแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศ และกองทัพไทยได้ประสานงานเรื่องนี้กันตลอดเวลา รวมทั้งกระทรวงแรงงานได้มีศูนย์ช่วยเหลือประสานงานติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในรัฐอิสราเอล และประสานกับทูตที่ปรึกษาฝ่ายแรงงานทุก 2 ชั่วโมง ในส่วนของการทำงานของแรงงานกัมพูชาที่มาทำงานในประเทศไทย นั้น กระทรวงแรงงานไม่มีนโยบายส่งแรงงานกลับในขณะนี้ และได้รับแจ้งจากฝ่ายนายจ้างว่าแรงงานกัมพูชายังคงต้องการทำงานในประเทศไทยต่อไป ที่มา: จส.100, 17/6/2568 สส.เซีย พรรคประชาชน รับหนังสือจากกลุ่มพนักงาน 4 บริษัทที่ถูกเลิกจ้าง จี้ รมว.แรงงาน เร่งใช้งบกลางเยียวยา นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รับหนังสือจากนายวิมล ห่วงไธสง ตัวแทนภาคแรงงาน และกลุ่มพนักงานจาก 4 บริษัท ซึ่งเป็นกลุ่มลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชยจากนายจ้างของบริษัทต่างๆ ได้แก่ บริษัทยานภัณฑ์, บริษัทเลย บอดี้ แฟชั่น และบริษัทแอลฟา สปินนิ่ง เพื่อขอเรียกร้องรัฐบาลและกระทรวงแรงงานเร่งจ่ายเงินเยียวยาให้แรงงานที่ถูกเลิกจ้างตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดย นายวิมล กล่าวว่า กลุ่มพนักงาน 4 บริษัท รวม 3,000 คน เรียกร้องงบกลาง 466 ล้านบาท เพื่อเยียวยาการถูกเลิกจ้าง โดยยืนยันไม่ใช่การขอเงินเปล่า เพราะทรัพย์สินนายจ้างที่ถูกยึดจะตกเป็นของรัฐสามารถนำคืนคลังได้ ซึ่งนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงาน ได้ลงนามรับรองข้อเสนอดังกล่าวเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2568 และสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี แจ้งเมื่อ 4 เมษายน 2568 ว่า ยังไม่มีหน่วยงานไหนไม่เห็นด้วยในหลักการ แต่เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน ได้จัดประชุมร่วมกับตัวแทนลูกจ้าง กลับแจ้งว่า มีเพียง 3 หน่วยงานเท่านั้นที่เห็นด้วย คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงสาธารณสุข ส่วนอีก 5 หน่วยงานไม่เห็นด้วย ได้แก่ สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานกฤษฎีกา สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง และกระทรวงอุตสาหกรรม โดยแจ้งว่าเป็นภาระงบประมาณที่ผูกพันระยะยาว และจะหาทางช่วยเหลือจากกองทุนอื่นๆ รวมถึงเร่งดำเนินคดีกับนายจ้างแทน อีกทั้งหลังการประชุมดังกล่าวกลับไม่มีการลงนามรับรองบันทึกการประชุมจากตัวแทนกระทรวงแรงงาน สร้างความคลางแคลงใจต่อกลุ่มลูกจ้างถึงความไม่จริงใจในการแก้ปัญหา ทางกลุ่มลูกจ้างจึงขอเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เร่งนัดประชุมโดยเร็วที่สุด เพื่อหาแนวทางเยียวยาทั้งความเสียหายจากการฝ่าฝืนกฎหมายแรงงานของนายจ้าง และความเสียหายที่กระทรวงแรงงานก่อให้เกิดขึ้นเพิ่มเติม ด้าน นายเซีย กล่าวว่า ตนในฐานะตัวแทนภาคประชาชนและรองประธานกรรมาธิการการแรงงาน ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมเรียกร้องให้กระทรวงแรงงาน โดยเฉพาะนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เร่งจัดประชุมร่วมกับกลุ่มพนักงานที่ถูกเลิกจ้างโดยด่วน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง และหารือแนวทางการเยียวยาให้เป็นรูปธรรม เพราะกลุ่มพนักงานเหล่านี้ตกงาน ไม่มีรายได้ และยังถูกแจ้งข้อกล่าวหาจากการชุมนุมเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม พร้อมย้ำว่ารัฐบาลต้องแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหาโดยเร็ว เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับผู้ใช้แรงงานตามหลักกฎหมายและศีลธรรม ที่มา: วิทยุรัฐสภา, 17/6/2568 * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์
dlvr.it
June 22, 2025 at 4:55 AM
เลขาธิการพรรคเพื่อไทยยืนยัน 'แพทองธาร' ไม่ลาออก พร้อมขึ้นศาลด้วยตัวเอง 21 ส.ค.
เลขาธิการพรรคเพื่อไทยยืนยัน 'แพทองธาร' ไม่ลาออก พร้อมขึ้นศาลด้วยตัวเอง 21 ส.ค. auser15 Sat, 2025-08-16 - 16:28 'สรวงศ์ เทียนทอง' เลขาธิการพรรคเพื่อไทยยืนยัน 'แพทองธาร' ไม่ลาออก พร้อมขึ้นศาลด้วยตัวเอง 21 ส.ค. ปมคลิปเสียง 'ฮุนเซน' 16 สิงหาคม 2568 Thai PBS รายงานว่า นายสรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม ในวันที่ 21 สิงหาคม นี้ เกี่ยวกับคดีคลิปเสียงสนทนากับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โดยระบุว่าได้พูดคุยกับ น.ส.แพทองธาร ที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม เจ้าตัวยืนยันว่าจะไปชี้แจงต่อศาลด้วยตนเองในวันดังกล่าว ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิด โดยทีมทนายของนายกฯ เป็นผู้ดูแลคดีนี้ และสมาชิกพรรคเพื่อไทยให้กำลังใจอย่างเต็มที่ เมื่อถามถึงแผนสำรองหากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง นายสรวงศ์ยืนยันว่าไม่มีแผนสำรอง เพราะพรรคเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของนายกฯ และพร้อมเผชิญผลลัพธ์ตามความเป็นจริง ส่วนความกังวลภายในพรรค นายสรวงศ์ยอมรับว่ามีความเป็นห่วง เนื่องจากคำตัดสินของศาลอาจส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองของนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคและผู้นำรัฐบาล อย่างไรก็ตาม น.ส.แพทองธารยืนยันว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งและมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจ เมื่อถามถึง นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกฯ อีกคนของพรรค นายสรวงศ์กล่าวว่า นายชัยเกษมมีความพร้อมหากต้องรับหน้าที่ โดยไม่มีปัญหาสุขภาพขัดขวาง และมักเข้าร่วมกิจกรรมของพรรคอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันทั้งนายกฯ และพรรคเพื่อไทยยังมีขวัญกำลังใจดี และพร้อมรอผลการพิจารณาคดีจากศาลรัฐธรรมนูญ * ข่าว * การเมือง * พรรคเพื่อไทย * สรวงศ์ เทียนทอง * แพทองธาร ชินวัตร * ศาลรัฐธรรมนูญ
dlvr.it
August 16, 2025 at 9:34 AM
กองทัพบกแจงไม่มีคำสั่งอพยพชาวสุรินทร์ ปัดข่าวลือเตรียมโจมตีกัมพูชา
กองทัพบกแจงไม่มีคำสั่งอพยพชาวสุรินทร์ ปัดข่าวลือเตรียมโจมตีกัมพูชา auser15 Sun, 2025-08-03 - 20:26 โฆษกกองทัพบกแจงไม่มีคำสั่งอพยพชาว จ.สุรินทร์ ภายในคืนนี้ เพื่อเตรียมเปิดฉากโจมตีกัมพูชาก่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ตามที่กัมพูชาปล่อยข่าวลือ 3 กรกฎาคม 2568 NBT Connext รายงานว่า กองทัพบกออกมาปฏิเสธข่าวลือที่แพร่สะพัดบนโซเชียลมีเดีย หลังมีการอ้างว่า “สมเด็จฮุนเซน” อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา แชร์โพสต์ของโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ระบุว่า กองทัพบกไทยสั่งอพยพชาวจังหวัดสุรินทร์ภายในคืนนี้ เพื่อเตรียมเปิดฉากโจมตีกัมพูชาก่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ปัจจุบันในพื้นที่ไม่ได้มีการสั่งอพยพด่วนชาวสุรินทร์ อย่างที่ระบุไว้ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ที่ผ่านมาการนำเสนอข้อมูลของโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ไม่มีความน่าเชื่อถือเพียงพอ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวทางการ และไม่หลงเชื่อหรือแชร์ข้อมูลเท็จที่อาจสร้างความตื่นตระหนกในสังคม ทั้งนี้ กองทัพบกยังคงเคารพข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด แต่ก็ได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไม่คาดคิดจากการกระทำของฝ่ายกัมพูชา ที่มีแนวโน้มละเมิดข้อตกลงหยุดยิงบ่อยครั้ง รวมถึงมีการพบว่ามีการเพิ่มเติมกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้ามาในพื้นที่ * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * กองทัพบก * สุรินทร์ * กัมพูชา
dlvr.it
August 3, 2025 at 1:31 PM
ภท.ถอนตัวรัฐบาล - พปชร.เรียกร้องให้ลาออก - รทสช.ย้ำปกป้องอธิปไตย
ภท.ถอนตัวรัฐบาล - พปชร.เรียกร้องให้ลาออก - รทสช.ย้ำปกป้องอธิปไตย admin666 Wed, 2025-06-18 - 21:04 ภูมิใจไทย-พลังประชารัฐ-รวมไทยสร้างชาติ ออกแถลงปมคลิปเสียง 'แพทองธาร' ยกหูถึง 'ฮุนเซน' เจรจาเปิดด่าน ภูมใิจไทยประกาศถอนตัวจากรัฐบาลยันนายกฯ ต้องรับผิดชอบพร้อมหนุนกองทัพ พลังประชารัฐเรียกร้องให้นายกฯ ลาออกหมดความชอบธรรมแล้ว คำแก้ต่างฟังไม่ขึ้น ส่วนรวมไทยสร้างชาติยืนยันปกป้องอธิปไตย 18 มิ.ย.2568 เวลา 20.41 น. แฟนเพจพรรคภูมิใจไทยออกแถลงการณ์ประกาศถอนตัวจากรัฐบาลเหตุจากกรณีคลิปเสียงแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีโทรศัพท์ถึงสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา แถลงการณ์ระบุว่าการพูดคุยดังกล่าว “กระทบต่ออธิปไตย ดินแดน ผลประโยชน์ของประเทศไทย และกองทัพไทย” นอกจากนั้นทางพรรคยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี แสดงความรับผิดชอบต่อการทำให้ประเทศไทยต้องเสียเกียรติภูมิ ศักดิ์ศรีของชาติ ประชาชน และกองทัพ ท้ายแถลงการณ์ระบว่าทางพรรคพร้อมร่วมมือกับประชาชนไทยสนับสนุนกองทัพ และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติภารกิจ เพื่อธำรงรักษาอธิปไตย ดินแดน และประโยชน์ของประเทศทุกวิ๔ีทาง อย่างสุดกำลัง เรื่องที่เกี่ยวข้อง * นายกฯ แจงคลิปเสียงหลุด ยันไม่ได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกองทัพ แม่ทัพภาค 2 เผยเคลียร์กันแล้ว * สรุปท่าทีหลายฝ่ายปมคลิปเสียงหลุด 'เท้ง' เตือนถึงบางกลุ่มอย่าฉวยโอกาสดันทหารนำ ส่วนฝ่ายขวาจัดนัดไล่นายกฯ พรุ่งนี้ ด้านพรรคพลังประชารัฐก็แสดงท่าที่ต่อเรื่องนี้เช่นกันโดยเรียกร้องให้แพทองธารลาออกเช่นเดียวกัน โดย  เมื่อเวลา 19.23 น. แฟนเพจของพรรคลงการแถลงของ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐระบุว่า เป็นที่น่าเสียใจสำหรับประเทศไทยที่มีนายกรัฐมนตรี เป็น“หลาน” ฮุนเซนฯ อีกทั้งยัง แม่ทัพภาค 2 ที่เป็นนายทหารระดับสูง ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ  แต่ แพทองธาร กลับมองว่าเป็นศัตรู และเป็นฝ่ายตรงข้าม พอฟังคลิปแล้วไม่แปลกใจเลยที่มีข่าวลือว่า รัฐบาลคิดจะย้ายแม่ทัพภาค 2 แต่ย้ายไม่ได้  เลยเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลกับทหารในพื้นที่ โดยเฉพาะเรื่องการปิดด่าน  การห้ามขายน้ำมัน  การตัดไฟและอินเทอร์เน็ต ถูกระงับขัดขวางโดยรัฐบาลทั้งนั้น  ทั้งๆ ที่ เป็นยุทธวิธีที่จะก่อให้เกิดความได้เปรียบแก่ทหารไทย พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา พรรค พปชร.ได้เคยเรียกร้องให้รัฐบาลไทย และกระทรวงการต่างประเทศ ดำเนินการประท้วงเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อรักษาไว้ซึ่งอธิปไตยและศักดิ์ศรีของประเทศ ตั้งแต่มีนายทหารชั้นนายพลของประเทศกัมพูชา แต่งเครื่องแบบ พร้อมด้วยครอบครัวในชุดประจำชาติ ขึ้นมาร้องเพลงชาติกัมพูชาที่บนปราสาทตาเมือนธม แต่ปรากฏว่า รัฐบาลไทยกลับเพิกเฉย “คำชี้แจงของนายกฯต่อกรณีนี้ ฟังไม่ขึ้น คำพูดที่คนไทยได้ยินในคลิปเป็น คำพูดที่เสียดแทงหัวใจของคนไทยทุกคน ผมเชื่อมั่นว่า พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนรักและหวงแหนพื้นแผ่นดินไทย ไม่ยอมให้ประเทศใดมาเอาผืนแผ่นดินไทยไปแม้แต่ตารางนิ้วเดียว วันนี้ น.ส.แพทองธาร หมดความชอบธรรมในการเป็นผู้นำของประเทศแล้ว สิ่งที่ควรทำคือ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่การปรับคณะรัฐมนตรี ผมมีความเป็นห่วงว่า สุดท้ายท่านอาจจะต้องเดินตามรอยแบบเดียวกับคนในตระกูลของท่าน” ด้านพรรครวมไทยสร้างชาติยังคงโพสต์ข้อความสั้นๆ เมื่อเวลา 18.21 น.ว่า “พรรครวมไทยสร้างชาติขอยืนยันจุดยืนในการธำรงและพิทักษ์อำนาจอธิปไตย เกียรติภูมิ และผลประโยชน์ของชาติและประชาชน เหนือสิ่งอื่นใด”  * ข่าว * การเมือง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * ภูมิใจไทย * พลังประชารัฐ * รวมไทยสร้างชาติ * แพทองธาร ชินวัตร * ฮุนเซน
dlvr.it
June 18, 2025 at 2:18 PM
เปิดมูลค่าการค้าไทย-กัมพูชา เกือบครึ่งเกิดขึ้นที่ ‘ชายแดน’ หากปิดทุกด่าน เสียหายราวหมื่นล้าน/เดือน
เปิดมูลค่าการค้าไทย-กัมพูชา เกือบครึ่งเกิดขึ้นที่ ‘ชายแดน’ หากปิดทุกด่าน เสียหายราวหมื่นล้าน/เดือน See Think Mon, 2025-06-16 - 19:41 จากที่วันนี้ (16 มิ.ย.) สมเด็จฮุนเซน ออกมาขู่ว่ากัมพูชาจะปิดด่านพรมแดนทั้งหมดและห้ามสินค้าไทยทั้งหมดเข้าประเทศ หากไทยไม่ขยายเวลาเปิด-ปิดพรมแดนกลับไปเป็นเหมือนเดิมภายใน 24 ชั่วโมง เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์มาแล้วที่ไทยใช้มาตรการจำกัดเวลาเปิด-ปิดด่านบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา  ก่อนหน้านี้ ฮุนเซนได้ชงข้อเสนอมาตรการตอบโต้ออกมาหลายข้อ หนึ่งในนั้นคือประกาศยุติการนำเข้าสินค้าจากไทยเข้าสู่ตลาดกัมพูชา โดยให้ใช้สินค้าที่ผลิตภายในประเทศ หรือสินค้าจากประเทศอื่นแทน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็ไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ โดยเฉพาะการค้าบริเวณชายแดน ประชาไทชวนดูข้อมูลการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ว่ามีมูลค่าเท่าไร การปิดด่านจะมีผลกระทบอย่างไรต่อการค้าของสองประเทศ     ในปี 2567 กัมพูชาเป็นคู่ค้าอันดับที่ 17 ของไทยจากประเทศทั้งหมดทั่วโลก และในช่วงระยะ 5 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 4  โดยในปี 2567 การค้าระหว่างไทย-กัมพูชา มีมูลค่าการค้ารวม 366,729 ล้านบาท และไทยเป็นฝ่าย ‘เกินดุล’ การค้า มีมูลค่ากว่า 280,000 ล้านบาท อย่างไรก็ดี เกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าการค้าทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเกิดขึ้นที่ ‘ชายแดน’ ของทั้งสองประเทศ ในแง่ของภาพรวมการค้าระหว่างไทย-กัมพูชา การค้าชายแดนจึงมีความสำคัญอย่างมากและถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนของทั้งสองประเทศ กัมพูชาเป็นคู่ค้าชายแดนอันดับที่ 4 ของไทย รองจากมาเลเซีย สปป.ลาว และเมียนมา การค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ในปี 2567 มีมูลค่ารวม 174,530 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนร้อยละ 7.91 โดยแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 141,847 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.47 และมูลค่าการนำเข้า 32,684 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.84 โดยไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 109,163 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขเกินดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 6.79 ด่านศุลกากรชายแดนไทย-กัมพูชาที่มีมูลค่าการค้ามากที่สุดคือ ด่านอรัญประเทศ จ.สระแก้ว ตามด้วยด่านคลองใหญ่ จังหวัดตราด ด่านจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี และด่านช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ตามลำดับ โดยจะพบว่ามูลค่าการค้ากว่าร้อยละ 60 ของชายแดนไทย-กัมพูชานั้นมาจากด่านอรัญประเทศ ดังนั้นหากปิดด่านอรัญประเทศเพียงแห่งเดียว จะส่งผลต่อมูลค่าการค้าชายแดนมากกว่า 60% หากปิดด่านคลองใหญ่ จันทบุรี เพิ่มอีกจะทำให้การค้าชายแดนไทย-กัมพูชาหยุดชะงักเกือบทั้งหมด ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจหลังไทยใช้มาตรการจำกัดเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ผลกระทบที่เห็นชัดในปัจจุบันคือ การที่ด่านอรัญประเทศ มีมาตรการห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ข้ามแดน ทำให้ผู้ประกอบการ​ต้องเปลี่ยนไปใช้รถกระบะลำเลียงสินค้าแทน ซึ่งทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการบางส่วนต้องปรับไปใช้ด่านบ้านหนองเอี่ยน​ จังหวัดสระแก้ว บริเวณ​สะพาน​มิตรภาพ​ไทย​-กัมพูชา​ที่ยังเปิดให้รถบรรทุกข้ามได้ ธนวรรธน์ ระบุว่า การปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา ตอนนี้ยังเป็นการปิดด่านชั่วคราว ไม่ได้มีเงื่อนไขในการกีดกันการนำเข้าหรือส่งออกสินค้าระหว่างกัน และการเปิดเส้นทางส่งออกสินค้าระหว่างกันยังคงดำเนินการอยู่  การค้าก็ยังเป็นปกติ ม.หอการค้าจึงมองว่า มาตรการจำกัดการข้ามแดนไทย–กัมพูชา จะกระทบการส่งออกไทยเพียง 5–10  % แต่ถ้าหากปิดด่าน 100% ก็จะเกิดความเสียหาย และอาจได้เห็นความเสียหายของมูลค่าทางเศรษฐกิจหลัก 10,000 ล้านบาทต่อเดือน มูลค่าการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา ปี 2567 แยกตามด่านศุลกากรสำคัญ ด่านศุลกากรสำคัญ มูลค่าการส่งออก (ล้านบาท) มูลค่าการนำเข้า (ล้านบาท) * อรัญประเทศ 87,372 29,337 * คลองใหญ่ 26,461 3,532 * จันทบุรี 24,975 1,721 * ช่องจอม 2,919 3,179 * ช่องสะงำ 1,074 744 รวม 141,847 32,684 ที่มา: ศูนย์ความเป็นเลิศข้อมูลทางการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ภาพรวมการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา ปี 2567 รายการ (ปี 2567) มูลค่า (ล้านบาท) เพิ่มจากปีที่แล้ว (%YoY) มูลค่ารวม 174,530 ⬆️ 7.91 % ส่งออก 141, 847 ⬆️ 7.47% นำเข้า 32,684 ⬆️ 9.84% ดุลการค้า 109,163 ⬆️ 6.79% ที่มา: ศูนย์ความเป็นเลิศข้อมูลทางการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ส่วนการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา ปี 2568(ม.ค-เม.ย) มีมูลค่ารวม 64,612 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อนร้อยละ 12.31 โดยแบ่งเป็นมูลค่าการส่งออก 50,225 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 9.73 และมูลค่าการนำเข้า 14,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 22.38 โดยไทยยังคงเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 35,838 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขเกินดุลการค้าที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนร้อยละ 5.39 ภาพรวมการค้าชายแดนไทย–กัมพูชา ปี 2568 (มกราคม-เมษายน) รายการ (มกรา-เมษา 2568) มูลค่า (ล้านบาท) เพิ่มจากปีที่แล้ว (%YoY) มูลค่ารวม 64,612 ⬆️ 12.31% ส่งออก 50,225 ⬆️ 9.73% นำเข้า 14,387 ⬆️ 22.38% ดุลการค้า 35,838 ⬆️ 5.39% ที่มา: ศูนย์ความเป็นเลิศข้อมูลทางการค้าและการลงทุน กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ สินค้าส่งออกสำคัญที่ส่งออกจากชายแดนไทย ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ น้ำแร่ น้ำอัดลม, รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ, รถยนต์และอุปกรณ์และส่วนประกอบ, ผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้า, ยานพาหนะอื่น ๆ และส่วนประกอบ, ผ้าผืนและด้าย, เครื่องสำอาง, เครื่องหอมและสบู่, สายไฟฟ้าและสายเคเบิ้ล และสินค้าอุตสาหกรรมอื่น ๆ ขณะที่สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ผักและของปรุงแต่งจากผัก, เศษอะลูมิเนียม, ลวดและสายเคเบิล, ที่หุ้มฉนวนทองแดง, อุปกรณ์โครงรถและตัวถัง, ผลิตภัณฑ์โลหะทำด้วยเหล็ก, เสื้อผ้าสำเร็จรูป, ผลไม้และของปรุงแต่งจากผลไม้, มอเตอร์ไฟฟ้า และชุดเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและส่วนประกอบ ข้อมูลจาก: * https://www.dtn.go.th/th/trading/country/detail/id/6   * ข่าว * เศรษฐกิจ * ต่างประเทศ * กัมพูชา * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * ด่านการค้าชายแดน * การค้าชายแดน
dlvr.it
June 16, 2025 at 12:54 PM
สมเด็จฯ ฮุน เซน เปิดเกมการทูต เสนอจัดประชุม JBC ไทย-กัมพูชา ที่เสียมราฐ เร่งสำรวจปักปันเขตแดน พร้อมย้ำไม่ยอมรับเส้นเขตแดนที่เกิดจากการสู้รบ
#themainstream #ฮุนเซน #ประชุมJBC #ชายแดนไทยกัมพูชา
themainstream.news/thailand/173...
สมเด็จฯ ฮุน เซน เสนอจัดประชุม JBC ไทย-กัมพูชา พร้อมย้ำไม่ยอมรับเส้นเขตแดนที่เกิดจากการสู้รบ
สมเด็จฯ ฮุน เซน เปิดเกมการทูต เสนอจัดประชุม JBC ไทย-กัมพูชา ที่เสียมราฐ เร่งสำรวจปักปันเขตแดน พร้อมย้ำไม่ยอมรับเส้นเขตแดนที่เกิดจากการสู้รบ
themainstream.news
December 30, 2025 at 3:42 AM
สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยแชร์วิดีโอจากสำนักข่าวเฟรช นิวส์ และโพสต์ข้อความพาดพิงถึง ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯไทย หลังถูกบังคับโทษจำคุกในประเทศไทย โดยระบุว่าคำทำนายของตนเกี่ยวกับการเมืองแบบ “ดำน้ำ” ของทักษิณได้กลายเป็นความจริงแล้ว
#themainstreamth #ทักษิณ #ฮุนเซน #ไทยกัมพูชา
themainstream.news/thailand/153...
ฮุน เซน โพสต์เฟซบุ๊กเย้ยทักษิณ จุดจบการเมืองแบบดำน้ำ หลังถูกบังคับโทษจำคุก ชี้คำทำนายเป็นจริง
สมเด็จฮุน เซน แชร์วิดีโอพาดพิงทักษิณ ชี้เกมการเมืองแบบดำน้ำล้มไม่ถึงเส้นชัย หลังอดีตนายกฯ ไทยถูกบังคับโทษจำคุกในคดีค้างเก่า อ้างคำทำนายตัวเองเป็นจริงแล้ว
themainstream.news
September 12, 2025 at 3:41 AM
ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัยกรณีคลิปเสียงการสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กับ สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกฯกัมพูชา โดยมีมติให้แพทองธารพ้นตำแหน่งทันที เนื่องจากมีพฤติกรรมผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นตำแหน่ง ตามไปด้วย
#themainstreamth #ศาลรัฐธรรมนูญ #นายกรัฐมนตรี #แพทองธารชินวัตร #ฮุนเซน
themainstream.news/politics/150...
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แพทองธาร ชินวัตร พ้นตำแหน่งนายกฯ ส่งผลคณะรัฐมนตรีทั้งชุดสิ้นสุดวาระทันที
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ แพทองธาร ชินวัตร พ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี จากคดีคลิปเสียงกับฮุน เซน เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่งผลคณะรัฐมนตรีสิ้นสุดตำแหน่งทั้งชุด
themainstream.news
August 29, 2025 at 9:39 AM
ศาลรัฐธรรมนูญปิดกระบวนการไต่สวนพยานในคดีคลิปเสียงคุยกับ สมเด็จฮุน เซน ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยศาลไม่อนุญาตให้มีการถ่ายทอดสด และนัดอ่านคำวินิจฉัยต่อสาธารณะในวันที่ 29 สิงหาคม 2568 เวลา 15:00 น.
#themainstreamth #ศาลรัฐธรรมนูญ #แพทองธารชินวัตร #นายกรัฐมนตรี #ฮุนเซน
themainstream.news/politics/148...
ศาลรัฐธรรมนูญปิดไต่สวนคดีคลิปเสียงนายกฯ แพทองธาร นัดชี้ชะตา 29 ส.ค. นี้
ศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนพยานคดีคลิปเสียงนายกฯ แพทองธาร ไม่อนุญาตให้ถ่ายทอดสด นัดอ่านคำวินิจฉัย 29 ส.ค. 68 เวลา 15:00 น. ชี้ชะตาทางการเมืองไทย
themainstream.news
August 21, 2025 at 9:41 AM
นายกฯแพทองธาร ชินวัตร เดินหน้าจัดโผ “ครม.อิ๊งค์ 2” ท่ามกลางนิติสงคราม เมื่อเพื่อนรักอย่างพรรคภูมิใจไทยและสมเด็จฮุนเซน ตอนนี้กลายเป็นหอกข้างแคร่
#themainstreamth #นายกรัฐมนตรี #แพทองธารชินวัตร #ปรับครม #ไทยกัมพูชา #ฮุนเซน
themainstream.news/columns/14280/
นายกฯแพทองธาร ชินวัตร เดินหน้าจัดโผ “ครม.อิ๊งค์ 2” ท่ามกลางนิติสงครามทั้งในประเทศและนอกประเทศ
นายกฯแพทองธาร ชินวัตร เดินหน้าจัดโผ “ครม.อิ๊งค์ 2” ท่ามกลางนิติสงคราม เมื่อเพื่อนรักอย่างพรรคภูมิใจไทยและสมเด็จฮุนเซน ตอนนี้กลายเป็นหอกข้างแคร่
themainstream.news
June 30, 2025 at 9:29 AM
สมเด็จฮุนเซนเปิดฉากสงครามข่าวสารอีกระลอก ขู่แฉคลิปอดีตนายกฯทักษิณ หวังโค่นอำนาจ “ชินวัตร แฟมิลี่” ชี้รัฐบาลแพทองธารกำลังเผชิญศึกหนักทั้งใน-นอกประเทศ
#themainstreamth #ฮุนเซน #นายกรัฐมนตรี #แพทองธารชินวัตร #ปรับครม
themainstream.news/columns/14307/
ฮุนเซนเปิดเกมเขย่าการเมืองไทย จ่อแฉอดีตนายกฯทักษิณ หวังโค่นตระกูลชินวัตร
สมเด็จฮุนเซนเปิดฉากสงครามข่าวสารอีกระลอก ขู่แฉคลิปอดีตนายกฯทักษิณ หวังโค่นอำนาจ “ชินวัตร แฟมิลี่” ชี้รัฐบาลแพทองธารกำลังเผชิญศึกหนักทั้งใน-นอกประเทศ
themainstream.news
June 30, 2025 at 9:28 AM
สมเด็จฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกแถลงการณ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ “เสียง AI ปลอม” ที่แอบอ้างเป็นตัวเขา เพื่อหลอกให้โอนเงินผ่าน TrueMoney Wallet พร้อมระบุว่ามีประชาชนถูกหลอกหลายรายแล้ว
#themainstreamth #ฮุนเซน #แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ #ai #กัมพูชา
themainstream.news/internationa...
สมเด็จฮุนเซนเตือนชาวกัมพูชา อย่าหลงเชื่อ AI ปลอมเสียงหลอกโอนทรูมันนี่
ฮุนเซนโพสต์เตือนภัย! อย่าหลงเชื่อเสียง AI ปลอมที่แอบอ้างเป็นเขา หลอกโอนเงินผ่านทรูมันนี่ กระทรวงมหาดไทยเร่งตั้งทีมสอบสวน-เตรียมร่างกฎหมายควบคุม AI
themainstream.news
June 30, 2025 at 9:25 AM