#สรยุทธ
กลับมาถึงบ้านรอบนี้ เมียบอกว่า ลูกชายคนเล็ก ได้แว่นฟรี จากโครงการ ของเขตการศีกษา วัดสายตาแจกแว่นฟรี

เคร พอเข้าใจได้แหละ ว่ามันปลายงบประมาณ งบค้างท่อ ต้องหาอะไร มาเบิร์นงบ ที่เหลือ เด่วปีหน้ามีปัญหา อย่างน้อย เด็กก็ได้ของ ได้ประโยชน์

แต่ตะกี้ เลื่อนเจอคลิปข่าว สรยุทธ ช่องสาม บอกว่า หน่วยฝนหลวง ขึ้นบินทำฝนเทียม ช่วงวันที่ 23 ที่ผ่านมา

ก็ได้แต่คิดในใจ พ่องตาย 🫩
September 27, 2026 at 12:13 PM
ไท ธนาวุฒิ (เจ้าของเพลง) เมื่อได้เห็นโพสต์เพลง "ฉันโต๊ะเธอ" โดยสรยุทธและคนมักจะเรียกเพลงนั้นว่า "เพลงที่มาก่อนกาล"
September 16, 2026 at 1:53 PM
โฆษก สปส.แจงปมสมาชิกประกันสังคมก้าวหน้าถูกตัดชื่อ เผยพิจารณาอย่างครบถ้วน ก่อนประกาศแล้ว
โฆษก สปส.แจงปมสมาชิกประกันสังคมก้าวหน้าถูกตัดชื่อ เผยพิจารณาอย่างครบถ้วน ก่อนประกาศแล้ว
โฆษก สปส.แจงปมสมาชิกประกันสังคมก้าวหน้าถูกตัดชื่อ เผยพิจารณาอย่างครบถ้วน ก่อนประกาศแล้ว ภาพปก: ทีมประกันสังคมก้าวหน้า XmasUser Thu, 2026-08-20 - 16:48 โฆษกสำนักงานประกันสังคม เผยว่าเรื่องสมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้าหลุดรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เป็นข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นการพิจารณา กกต.สำนักงานประกันสังคม ยืนยันพิจารณาอย่างครบถ้วนก่อนประกาศ ส่วนผู้ที่ถูกตัดชื่อสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 24 ส.ค. และจะประกาศรายชื่ออีกครั้ง 29 ส.ค.นี้    20 ส.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าวนอกจอ” รายงานวันนี้ (20 ส.ค.)  นิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงกรณีที่ ‘ชลิต รัษฐปานะ’ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ถูกตัดชื่อออกจากผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมม ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 45 เป็นข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน (กกต.ประกันสังคม) นิยดา เผยว่า เธอขออธิบายในภาพกว้าง และยืนยันว่า ก่อนประกาศรายชื่อ กกต.ประกันสังคม ได้พิจารณาตามเงื่อนไข ซึ่งวันที่รับสมัครเป็นการตรวจสอบแค่เบื้องต้น แต่ก่อนประกาศรายชื่อ มีการตรวจละเอียดครบถ้วนก่อนส่งให้ กกต. พิจารณา ก่อนยกตัวอย่างเงื่อนไข คือ 1.การส่งเงินสมทบ โดยต้องมีการส่งเงินสมทบย้อนหลังติดต่อกัน 36 เดือนติดต่อกัน หากขาดแม้แต่เดือนเดียวก็ถือว่าขาดคุณสมบัติ  2.สถานะผู้ประกันตน ณ วันที่สมัคร ต้องมีสถานะเป็นผู้ประกันตนอยู่จริง ซึ่งตามกฎหมายต้องแจ้งเข้า-ออกลูกจ้างภายใน 30 วัน หากนายจ้างแจ้งย้อนหลังว่าลูกจ้างพ้นสภาพก่อนวันที่มาลงสมัคร ย่อมส่งผลกระทบต่อสถานะการเป็นผู้ประกันตน ณ วันที่สมัคร ส่วนสิทธิการอุทธรณ์ ยืนยันว่าผู้สมัครที่ไม่ปรากฏรายชื่อสามารถนำเอกสารหลักฐาน และข้อเท็จจริงมายื่นอุทธรณ์ต่อ กกต.จังหวัดได้ภายใน 24 ส.ค. 2569  ส่วนไมตรี ขุนทอง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากยื่นอุทธรณ์ที่ กกต.ระดับจังหวัด จากนั้น ทางจังหวัดจะส่งมาที่ส่วนกลาง เพื่อให้พิจารณาทบทวนรายชื่ออีกครั้ง ก่อนการประกาศรอบสุดท้ายในวันที่ 29 ส.ค. 2569 ซึ่งกระบวนการอุทธรณ์จะเสร็จสิ้นทันก่อนวันเลือกตั้งแน่นอน กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคม ประกาศรายชื่อผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง และผู้ประกันตน แต่ปรากฏว่า ไม่มีชื่อของ ชลิต รัษฐปานะ สมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้า และผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หมายเลขที่ 45 โดยเอกสารของสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า วันที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ชลิตไม่ได้มีสถานะเป็นผู้ประกันตน นอกจากนี้ นิยดา เสนีย์มโนมัย โฆษกสำนักงานประกันสังคม ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมด้วยว่า ไทม์ไลน์การจัดการเลือกตั้ง กำหนดการลงคะแนนเลือกตั้งตามเดิมคือ วันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 2569 และขอย้ำว่าไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว สามารถรอตรวจสอบรายชื่อ และไปใช้สิทธิได้ทันที   ทั้งนี้ หลังจากมีการประกาศรายชื่อผู้สมัครเลือกตั้งแล้ว เปิดโอกาสให้ผู้สมัครที่ไม่มีรายชื่อ หรือต้องการคัดค้านสามารถยื่นคำร้องขออุทธรณ์ หรือขอเพิ่มชื่อ ได้จนถึงวันที่ 24 ส.ค. 2569  ส่วนการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กำหนดการประกาศรายชื่อผู้ประกันตน และนายจ้าง ที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง 28 ส.ค. ซึ่งจะมีการเปิดช่วงเวลาให้ขอเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตามขั้นตอน  ส่วนความพร้อมและงบประมาณ นิยดา ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการของบประมาณเพิ่มจากเดิม ซึ่งกรอบงบประมาณเดิมที่ได้รับอนุมัติคือ 275 ล้านบาท ซึ่งคำนวณจากฐานผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 12 ล้านคน ดัวนั้น ยังคงเพียงพอต่อการดำเนินการทั้งหมด จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจากกระแสข่าว  นิยดา กล่าวด้วยว่า ในการจัดเวทีดีเบต สปส. ยังไม่มีนโยบายจัดเวทีรวม เนื่องจากผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน และนายจ้าง มีจำนวนมากรวมกว่า 100 คน และเป็นการเลือกตั้งระดับประเทศ ทำให้การจัดเวทีกลางทำได้ยาก แต่ผู้สมัครทุกคนมีอิสระในการวางแผนและดำเนินกิจกรรมหาเสียงตามแนวทางของตัวเองได้อย่างเต็มที่  * ข่าว * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * ชลิต รัษฐปานะ * ทีมประกันสังคมก้าวหน้า * บอร์ดประกันสังคม * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม * สำนักงานประกันสังคม * นิยดา เสนีย์มโนมัย
dlvr.it
August 20, 2026 at 10:10 AM
โฆษก สปส.แจงปมสมาชิกประกันสังคมก้าวหน้าถูกตัดชื่อ เผยพิจารณาอย่างครบถ้วน ก่อนประกาศแล้ว
โฆษก สปส.แจงปมสมาชิกประกันสังคมก้าวหน้าถูกตัดชื่อ เผยพิจารณาอย่างครบถ้วน ก่อนประกาศแล้ว ภาพปก: ทีมประกันสังคมก้าวหน้า XmasUser Thu, 2026-08-20 - 16:48 โฆษกสำนักงานประกันสังคม เผยว่าเรื่องสมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้าหลุดรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เป็นข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นการพิจารณา กกต.สำนักงานประกันสังคม ยืนยันพิจารณาอย่างครบถ้วนก่อนประกาศ ส่วนผู้ที่ถูกตัดชื่อสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 24 ส.ค. และจะประกาศรายชื่ออีกครั้ง 29 ส.ค.นี้    20 ส.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าวนอกจอ” รายงานวันนี้ (20 ส.ค.)  นิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงกรณีที่ ‘ชลิต รัษฐปานะ’ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ถูกตัดชื่อออกจากผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมม ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 45 เป็นข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน (กกต.ประกันสังคม) นิยดา เผยว่า เธอขออธิบายในภาพกว้าง และยืนยันว่า ก่อนประกาศรายชื่อ กกต.ประกันสังคม ได้พิจารณาตามเงื่อนไข ซึ่งวันที่รับสมัครเป็นการตรวจสอบแค่เบื้องต้น แต่ก่อนประกาศรายชื่อ มีการตรวจละเอียดครบถ้วนก่อนส่งให้ กกต. พิจารณา ก่อนยกตัวอย่างเงื่อนไข คือ 1.การส่งเงินสมทบ โดยต้องมีการส่งเงินสมทบย้อนหลังติดต่อกัน 36 เดือนติดต่อกัน หากขาดแม้แต่เดือนเดียวก็ถือว่าขาดคุณสมบัติ  2.สถานะผู้ประกันตน ณ วันที่สมัคร ต้องมีสถานะเป็นผู้ประกันตนอยู่จริง ซึ่งตามกฎหมายต้องแจ้งเข้า-ออกลูกจ้างภายใน 30 วัน หากนายจ้างแจ้งย้อนหลังว่าลูกจ้างพ้นสภาพก่อนวันที่มาลงสมัคร ย่อมส่งผลกระทบต่อสถานะการเป็นผู้ประกันตน ณ วันที่สมัคร ส่วนสิทธิการอุทธรณ์ ยืนยันว่าผู้สมัครที่ไม่ปรากฏรายชื่อสามารถนำเอกสารหลักฐาน และข้อเท็จจริงมายื่นอุทธรณ์ต่อ กกต.จังหวัดได้ภายใน 24 ส.ค. 2569  ส่วนไมตรี ขุนทอง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากยื่นอุทธรณ์ที่ กกต.ระดับจังหวัด จากนั้น ทางจังหวัดจะส่งมาที่ส่วนกลาง เพื่อให้พิจารณาทบทวนรายชื่ออีกครั้ง ก่อนการประกาศรอบสุดท้ายในวันที่ 29 ส.ค. 2569 ซึ่งกระบวนการอุทธรณ์จะเสร็จสิ้นทันก่อนวันเลือกตั้งแน่นอน กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคม ประกาศรายชื่อผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง และผู้ประกันตน แต่ปรากฏว่า ไม่มีชื่อของ ชลิต รัษฐปานะ สมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้า และผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หมายเลขที่ 45 โดยเอกสารของสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า วันที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ชลิตไม่ได้มีสถานะเป็นผู้ประกันตน นอกจากนี้ นิยดา เสนีย์มโนมัย โฆษกสำนักงานประกันสังคม ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมด้วยว่า ไทม์ไลน์การจัดการเลือกตั้ง กำหนดการลงคะแนนเลือกตั้งตามเดิมคือ วันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 2569 และขอย้ำว่าไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว สามารถรอตรวจสอบรายชื่อ และไปใช้สิทธิได้ทันที   ทั้งนี้ หลังจากมีการประกาศรายชื่อผู้สมัครเลือกตั้งแล้ว เปิดโอกาสให้ผู้สมัครที่ไม่มีรายชื่อ หรือต้องการคัดค้านสามารถยื่นคำร้องขออุทธรณ์ หรือขอเพิ่มชื่อ ได้จนถึงวันที่ 24 ส.ค. 2569  ส่วนการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กำหนดการประกาศรายชื่อผู้ประกันตน และนายจ้าง ที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง 28 ส.ค. ซึ่งจะมีการเปิดช่วงเวลาให้ขอเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตามขั้นตอน  ส่วนความพร้อมและงบประมาณ นิยดา ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการของบประมาณเพิ่มจากเดิม ซึ่งกรอบงบประมาณเดิมที่ได้รับอนุมัติคือ 275 ล้านบาท ซึ่งคำนวณจากฐานผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 12 ล้านคน ดัวนั้น ยังคงเพียงพอต่อการดำเนินการทั้งหมด จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจากกระแสข่าว  นิยดา กล่าวด้วยว่า ในการจัดเวทีดีเบต สปส. ยังไม่มีนโยบายจัดเวทีรวม เนื่องจากผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน และนายจ้าง มีจำนวนมากรวมกว่า 100 คน และเป็นการเลือกตั้งระดับประเทศ ทำให้การจัดเวทีกลางทำได้ยาก แต่ผู้สมัครทุกคนมีอิสระในการวางแผนและดำเนินกิจกรรมหาเสียงตามแนวทางของตัวเองได้อย่างเต็มที่  * ข่าว * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * ชลิต รัษฐปานะ * ทีมประกันสังคมก้าวหน้า * บอร์ดประกันสังคม * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม * สำนักงานประกันสังคม * นิยดา เสนีย์มโนมัย
dlvr.it
August 20, 2026 at 10:10 AM
มาสเตอร์พีซจากรุ่นผ้าปูโต๊ะ
youtu.be/aOw_WNbXPz0?...
August 13, 2026 at 11:51 AM
‘สรยุทธ’ เปิดปมหนี้ ‘โน้ส อุดม’ ถูกคนสนิทรุมสูบเงิน สูญนับร้อยล้าน ต้องล้างหนี้นอกระบบในตุลาคมนี้!

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6003083/
#โน้สอุดม #อุดมแต้พานิช
#ข่าว #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
July 6, 2026 at 4:37 AM
อิตัวห่าประกันสังคมที่ไปออกสรยุทธทำไมมันเหมือนปีศาจขนาดนั้น
June 5, 2026 at 1:24 AM
เพิ่งเห็นข่าวสรยุทธว่าคนขับรถเมล์รอด กำลังรักษาตัวอยู่ ในขณะที่ผดส.ที่ไม่รู้เรื่องราวต้องมาตาย ทำไมเวลาเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากคนขับประมาทส่วนใหญ่คนขับถึงรอด แต่คนในรถที่ไม่ได้รู้เรื่องด้วยต้องมาตายตลอด ไม่แฟร์เลย
May 17, 2026 at 6:16 AM
ช่ายเลยคับ ดูรุงรังเลอะเทอะมาก อีรุงตุงนัง เต็มไปหมด ไม่เจอเพื่อนโพสอะไรเลย เจอแต่โฆษณา แนะนำอะไรไม่รู้บ้าบอ

ที่ยังเข้าผ่าน browser อยู่
ต้องการจำกัดชั่วโมงการใช้งาน
แล้วก็อ่านข่าวจากเพจสรยุทธ
แค่นั้นเอง 😂

เป็น social ลำดับที่ 2
ที่หักดิบ หลังจากหักดิบ Twitter ไปเมื่อต้นปีก่อน
March 28, 2026 at 10:24 AM
ได้เวลาเลิกเล่น FaceBook อย่างเป็นทางการแล้ว ปกติ จะเข้าไปตามแค่เพจข่าวสรยุทธ เท่านั้น เพื่อนๆ ก็ไม่เจอแล้ว

แล้วก็ไม่เคยใช้ FaceBook บน App มือถือ ใช้งานแต่บน Browser เป็นหลัก มาวันนี้ โดนยัดข้อหา ว่าเป็น Bot มิใช่มนุษย์ จะให้ Selfie ยืนยัน อีก

ลาก่อย
March 28, 2026 at 10:09 AM
โถ สุดท้าย ประชาชน คือผู้ตุนน้ำมัน เอง หรอกเหรอนี่ เช็ดเขร้ 😱

โทษพรรคประชาชนไม่ได้
ก็โทษประชาชนแม่งเลย
// เมนท์จากมิตรสหายท่านนึง 😅

youtu.be/rRspNnFrB_s?...
บทสรุป "ประชาชน" คือผู้ตุนน้ำมัน!?
YouTube video by สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
youtu.be
March 22, 2026 at 10:02 AM
เสนอยืดเดดไลน์พิสูจน์ 'สัญชาติ' กลุ่มชาติพันธุ์-คนไร้รัฐเกือบ 4 แสน UNHCR ชมไทยแก้ได้จริง ผลจากมติ ครม.67
เสนอยืดเดดไลน์พิสูจน์ 'สัญชาติ' กลุ่มชาติพันธุ์-คนไร้รัฐเกือบ 4 แสน UNHCR ชมไทยแก้ได้จริง ผลจากมติ ครม.67
เสนอยืดเดดไลน์พิสูจน์ 'สัญชาติ' กลุ่มชาติพันธุ์-คนไร้รัฐเกือบ 4 แสน UNHCR ชมไทยแก้ได้จริง ผลจากมติ ครม.67 รายงาน: พัชญ์สิตา รุ่งโรจน์ธนกุล XmasUser Fri, 2026-03-20 - 14:49 เฟซบุ๊กกรมการปกครอง fanpage ซึ่งเป็นช่องการการสื่อสารที่เป็นทางการของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ระบุว่า วันที่ 17 มี.ค. 2569 เวลา 10.00 น. ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มอบหมายให้ วิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมกับ ปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นันทนีย์ เจษฎาชัยยุทธ์ ผู้แทน UNHCR ประเทศไทย สรชาย ครองยุทธ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี อานนท์ หนุนชู นายอำเภอโขงเจียม ปทิตตา โฉมประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ภูธร พันธรังศรี ผู้ประสานงานเครือข่ายฮักน้ำของ ร่วมเปิดโครงการ "รักข้ามโขง ชีวิตคนไร้สถานะ" เพื่อแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติ โดยมีการเปิดคลินิกสัญชาติและคลินิกสิทธิมนุษยชน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในพื้นที่ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2567 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในราชอาณาจักรเป็นเวลานานและกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร โดยได้ปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากเดิมใช้ระยะเวลา 270 วัน และ 180 วัน เหลือเพียง 5 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาติของพี่น้องชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน เรื่องที่เกี่ยวข้อง * ผู้อพยพ-ชาติพันธ์ุเฮ ! อยู่เกิน 15 ปี ครม.ไฟเขียวลดขั้นตอนขอสถานะ เข้าเมือง-สัญชาติเด็กเกิดไทย   ทั้งนี้ กรมการปกครองได้เร่งรัดดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการให้สัญชาติไทยและกำหนดสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายแก่ผู้มีสิทธิแล้วจำนวน 113,274 ราย และได้รับคำชื่นชมจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ที่ระบุว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติได้ดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับ สปป.ลาว พบว่ามีกลุ่มลาวอพยพที่เข้ามาอยู่อาศัยในลักษณะครอบครัวและมีความสัมพันธ์กับคนไทยจำนวน 5,382 ราย รวมทั้งยังมีกลุ่มญวนหรือเวียดนามอพยพอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติต่อไป จึงได้เกิดโครงการดังกล่าวขึ้นในพื้นที่อำเภอโขงเจียม ในวันนี้ กรมการปกครองได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลให้แก่ประชาชน โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อดำเนินการทางทะเบียน จำนวนรวม 224 ราย ประกอบด้วย * การแก้ไขกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีข้อมูลผิดพลาด 93 ราย * การถ่ายบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย 2 ราย * การขอมีสัญชาติไทย 9 ราย * การลงทะเบียนจัดทำทะเบียนประวัติ 0 ใหม่ 8 ราย * คนไทยตกหล่น (ตรวจดีเอ็นเอ) 3 ราย และ * การขอคำปรึกษาจากคลินิกสัญชาติ 109 ราย ขณะเดียวกัน กรมการปกครองยังได้เปิดคลินิกสัญชาติ ให้บริการคำปรึกษาแก่ประชาชนที่ได้รับสิทธิ รวมถึงการออกบัตรประจำตัวให้แก่ผู้ที่ยื่นเอกสารครบถ้วน ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เปิดคลินิกสิทธิมนุษยชน ให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มีสถานะตกหล่น รวมถึงการรวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อกรมการปกครอง รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ได้เร่งรัดสำรวจและจัดทำข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม พร้อมทั้งดำเนินการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสิทธิต่างๆ ของผู้ได้รับสัญชาติไทยอย่างเท่าเทียมกัน เช่น สิทธิการศึกษาและสิทธิทางการเมือง ตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายใต้แนวคิด "อำเภอพึ่งได้" DOPA 2026 Better Together ในตอนท้าย รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวย้ำว่า กรมการปกครองขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขและบทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยโครงการจะดำเนินการถึงวันที่ 20 มี.ค. 2569 และหลังจากนี้กรมการปกครองจะสรุปผลและพัฒนาต้นแบบ เพื่อขยายผลการดำเนินงานในพื้นที่ต่อไป จึงเกิดคำถามว่ารัฐบาลใหม่ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยจะสานต่อนโยบายเร่งรัดกระบวนการให้สัญชาติแก่กลุ่มชาติพันธุ์หรือไม่ เนื่องจากนโยบายดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก มติ ครม. ที่นำโดยพรรคเพื่อไทยเมื่อปี 2567 ทั้งนี้ มติ ครม. ดังกล่าวได้รับคำชื่นชมจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR) และยูนิเซฟมาตั้งแต่ปี 2567  "สิ่งนี้นับว่าเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญ" แทมมี่ ชาร์ป ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ประจำประเทศไทยกล่าว และระบุว่า “การดำเนินการนี้จะเป็นการลดจำนวนบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติที่มากที่สุดเท่าที่เคยปรากฎบนโลกนี้" ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มี.ค.จากการรายงานของ The Reporters ผู้แทน UNHCR ประเทศไทยมีการกล่าวชื่นชมประเทศไทยในเรื่องความมุ่งมั่นแก้ปัญหา 'คนไร้รัฐไร้สัญชาติ' จนนานาชาติยอมรับ  ประกาศ ก.มหาดไทย ระบุ นโยบายเร่งรัดแก้ไขปัญหาสัญชาติ ใช้บังคับถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 69  เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทย ปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่เกิด-อพยพ อยู่ในไทยมายาวนาน 15 ปีขึ้นไป โดยกฎเกณฑ์ใหม่นี้จะลดระยะเวลาและขั้นตอนการพิจารณาเรื่องการให้สถานะอยู่อาศัยถาวร-การพิจารณาให้สัญชาติกับเด็กที่เกิดในไทย ให้เหลือ 5 วัน เพื่อแก้ปัญหาสัญชาติและการรับรองสถานะบุคคลรวมกว่า 480,000 ราย  ประกาศดังฉบับดังกล่าวระบุตรงข้อที่ 1 ด้วยว่า ประกาศฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับนับแต่วันที่ประกาศ และใช้บังคับเป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป เว้นแต่คณะรัฐมนตรีจะมีมติให้ขยายระยะเวลาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2569 ตุลาคม พ.ศ. 2567 ออกไป ให้ประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับนี้มีผลใช้บังคับตามระยะเวลาที่ขยายนั้น ประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับนี้ลงนามโดย ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ขณะนั้น)  2 วันก่อนที่ราชกิจจานุเบกษาจะเผยแพร่ประกาศฉบับนี้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย "เอ็กซ์" แสดงความยินดีกับพี่น้องชาติพันธุ์ที่รอคอยการแก้ไขปัญหาสัญชาติและการรับรองสถานะ โดยระบุข้อความตอนหนึ่งด้วยว่า "ในจังหวัดเชียงรายมีผู้รอการพิสูจน์สิทธิกว่า 90,000 ราย ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในประเทศ" แพทองธารระบุในโพสต์ดังกล่าวด้วยว่า เดือน ก.ค. 2567 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เดินทางมาที่จังหวัดเชียงรายเพื่อพบกับพี่น้องชาติพันธุ์และให้คำมั่นว่า จะดูแลพี่น้องชาติพันธุ์ด้วยความเสมอภาค เท่าเทียม โดยสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องที่เกี่ยวข้อง * กระทรวงมหาดไทยประกาศลดเวลา-ขั้นตอน รับรองสถานะเข้าเมือง-ให้สัญชาติเด็กเกิดไทย จากรอเกือบปีเหลือ 5 วัน กสม.ชงมหาดไทย ขอให้ต่อมติ ครม.ไปอีกจาก มิ.ย. 69  เหตุยังมีคนติดค้างอีกจำนวนมาก  ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา ฐปนีย์ เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters รายงานคำพูด ปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชน ที่เปิดเผยว่า เธอได้ติดตามการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติมาตลอด ต้องชื่นชม กรมการปกครองและสภาความมั่นคงแห่งชาติที่ออกมติ ครม. 29 ต.ค. 2567 ที่จะทำให้คนไร้สัญชาติกว่า 4.8 แสนคน ได้รับสิทธิสถานะบุคคล ทั้งถิ่นที่อยู่ถาวรและสัญชาติ ส่งผลให้ทำให้ปัญหาคลี่คลายแล้วเสร็จไปแล้วกว่า 1 แสน แต่ยังติดค้างอีกจำนวนมาก โดย กสม.จะเตรียมขอให้ยืดเวลาออกไปจาก 30 มิ.ย. 2569  กรรมการสิทธิมนุษยชนผู้นี้ยังกล่าวกับ The Reporters ด้วยว่า สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย และสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีข้อเสนอแนะต่อมติคณะรัฐมนตรี 29 ต.ค. 2567   * รายงานพิเศษ * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * กลุ่มชาติพันธุ์ * คนไร้รัฐ * สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ * กสม. * ปรีดา คงแป้น * กระทรวงมหาดไทย * กระบวนการพิสูจน์สิทธิสัญชาติ * พ.ร.บ.สัญชาติ * สหประชาชาติ * UN
dlvr.it
March 20, 2026 at 9:12 AM
เสนอยืดเดดไลน์พิสูจน์ 'สัญชาติ' กลุ่มชาติพันธุ์-คนไร้รัฐเกือบ 4 แสน UNHCR ชมไทยแก้ได้จริง ผลจากมติ ครม.67
เสนอยืดเดดไลน์พิสูจน์ 'สัญชาติ' กลุ่มชาติพันธุ์-คนไร้รัฐเกือบ 4 แสน UNHCR ชมไทยแก้ได้จริง ผลจากมติ ครม.67 รายงาน: พัชญ์สิตา รุ่งโรจน์ธนกุล XmasUser Fri, 2026-03-20 - 14:49 เฟซบุ๊กกรมการปกครอง fanpage ซึ่งเป็นช่องการการสื่อสารที่เป็นทางการของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์ระบุว่า วันที่ 17 มี.ค. 2569 เวลา 10.00 น. ที่อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง มอบหมายให้ วิฑูรย์ สิรินุกูล รองอธิบดีกรมการปกครอง ร่วมกับ ปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นันทนีย์ เจษฎาชัยยุทธ์ ผู้แทน UNHCR ประเทศไทย สรชาย ครองยุทธ ปลัดจังหวัดอุบลราชธานี อานนท์ หนุนชู นายอำเภอโขงเจียม ปทิตตา โฉมประดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ภูธร พันธรังศรี ผู้ประสานงานเครือข่ายฮักน้ำของ ร่วมเปิดโครงการ "รักข้ามโขง ชีวิตคนไร้สถานะ" เพื่อแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติ โดยมีการเปิดคลินิกสัญชาติและคลินิกสิทธิมนุษยชน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในพื้นที่ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2567 ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่อพยพเข้ามาอยู่อาศัยในราชอาณาจักรเป็นเวลานานและกลุ่มบุตรที่เกิดในราชอาณาจักร โดยได้ปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากเดิมใช้ระยะเวลา 270 วัน และ 180 วัน เหลือเพียง 5 วัน เพื่อแก้ไขปัญหาความไร้สัญชาติของพี่น้องชนกลุ่มน้อยและกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน เรื่องที่เกี่ยวข้อง * ผู้อพยพ-ชาติพันธ์ุเฮ ! อยู่เกิน 15 ปี ครม.ไฟเขียวลดขั้นตอนขอสถานะ เข้าเมือง-สัญชาติเด็กเกิดไทย   ทั้งนี้ กรมการปกครองได้เร่งรัดดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการให้สัญชาติไทยและกำหนดสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายแก่ผู้มีสิทธิแล้วจำนวน 113,274 ราย และได้รับคำชื่นชมจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ที่ระบุว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาภาวะไร้รัฐไร้สัญชาติได้ดีที่สุดประเทศหนึ่งของโลก และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม สำหรับพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนติดกับ สปป.ลาว พบว่ามีกลุ่มลาวอพยพที่เข้ามาอยู่อาศัยในลักษณะครอบครัวและมีความสัมพันธ์กับคนไทยจำนวน 5,382 ราย รวมทั้งยังมีกลุ่มญวนหรือเวียดนามอพยพอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติต่อไป จึงได้เกิดโครงการดังกล่าวขึ้นในพื้นที่อำเภอโขงเจียม ในวันนี้ กรมการปกครองได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ในการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลให้แก่ประชาชน โดยมีผู้สนใจลงทะเบียนเพื่อดำเนินการทางทะเบียน จำนวนรวม 224 ราย ประกอบด้วย * การแก้ไขกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีข้อมูลผิดพลาด 93 ราย * การถ่ายบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสัญชาติไทย 2 ราย * การขอมีสัญชาติไทย 9 ราย * การลงทะเบียนจัดทำทะเบียนประวัติ 0 ใหม่ 8 ราย * คนไทยตกหล่น (ตรวจดีเอ็นเอ) 3 ราย และ * การขอคำปรึกษาจากคลินิกสัญชาติ 109 ราย ขณะเดียวกัน กรมการปกครองยังได้เปิดคลินิกสัญชาติ ให้บริการคำปรึกษาแก่ประชาชนที่ได้รับสิทธิ รวมถึงการออกบัตรประจำตัวให้แก่ผู้ที่ยื่นเอกสารครบถ้วน ในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เปิดคลินิกสิทธิมนุษยชน ให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่มีสถานะตกหล่น รวมถึงการรวบรวมเอกสารและพยานหลักฐานเพื่อยื่นต่อกรมการปกครอง รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครอง ได้เร่งรัดสำรวจและจัดทำข้อมูลเพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่กลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม พร้อมทั้งดำเนินการแก้ไขปัญหาสัญชาติและสิทธิต่างๆ ของผู้ได้รับสัญชาติไทยอย่างเท่าเทียมกัน เช่น สิทธิการศึกษาและสิทธิทางการเมือง ตามนโยบายของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายใต้แนวคิด "อำเภอพึ่งได้" DOPA 2026 Better Together ในตอนท้าย รองอธิบดีกรมการปกครอง กล่าวย้ำว่า กรมการปกครองขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินการแก้ไขปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ทุกคนที่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างถูกต้องตามเงื่อนไขและบทบัญญัติของกฎหมายที่กำหนดไว้ พร้อมทั้งขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยโครงการจะดำเนินการถึงวันที่ 20 มี.ค. 2569 และหลังจากนี้กรมการปกครองจะสรุปผลและพัฒนาต้นแบบ เพื่อขยายผลการดำเนินงานในพื้นที่ต่อไป จึงเกิดคำถามว่ารัฐบาลใหม่ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยจะสานต่อนโยบายเร่งรัดกระบวนการให้สัญชาติแก่กลุ่มชาติพันธุ์หรือไม่ เนื่องจากนโยบายดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก มติ ครม. ที่นำโดยพรรคเพื่อไทยเมื่อปี 2567 ทั้งนี้ มติ ครม. ดังกล่าวได้รับคำชื่นชมจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (UNHCR) และยูนิเซฟมาตั้งแต่ปี 2567  "สิ่งนี้นับว่าเป็นหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญ" แทมมี่ ชาร์ป ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ประจำประเทศไทยกล่าว และระบุว่า “การดำเนินการนี้จะเป็นการลดจำนวนบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติที่มากที่สุดเท่าที่เคยปรากฎบนโลกนี้" ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มี.ค.จากการรายงานของ The Reporters ผู้แทน UNHCR ประเทศไทยมีการกล่าวชื่นชมประเทศไทยในเรื่องความมุ่งมั่นแก้ปัญหา 'คนไร้รัฐไร้สัญชาติ' จนนานาชาติยอมรับ  ประกาศ ก.มหาดไทย ระบุ นโยบายเร่งรัดแก้ไขปัญหาสัญชาติ ใช้บังคับถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 69  เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทย ปรับปรุงหลักเกณฑ์เพื่อเร่งรัดแก้ไขปัญหาสัญชาติและสถานะบุคคลให้แก่บุคคลที่เกิด-อพยพ อยู่ในไทยมายาวนาน 15 ปีขึ้นไป โดยกฎเกณฑ์ใหม่นี้จะลดระยะเวลาและขั้นตอนการพิจารณาเรื่องการให้สถานะอยู่อาศัยถาวร-การพิจารณาให้สัญชาติกับเด็กที่เกิดในไทย ให้เหลือ 5 วัน เพื่อแก้ปัญหาสัญชาติและการรับรองสถานะบุคคลรวมกว่า 480,000 ราย  ประกาศดังฉบับดังกล่าวระบุตรงข้อที่ 1 ด้วยว่า ประกาศฉบับนี้ให้มีผลใช้บังคับนับแต่วันที่ประกาศ และใช้บังคับเป็นระยะเวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป เว้นแต่คณะรัฐมนตรีจะมีมติให้ขยายระยะเวลาตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2569 ตุลาคม พ.ศ. 2567 ออกไป ให้ประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับนี้มีผลใช้บังคับตามระยะเวลาที่ขยายนั้น ประกาศกระทรวงมหาดไทยฉบับนี้ลงนามโดย ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (ขณะนั้น)  2 วันก่อนที่ราชกิจจานุเบกษาจะเผยแพร่ประกาศฉบับนี้ แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น โพสต์ข้อความทางโซเชียลมีเดีย "เอ็กซ์" แสดงความยินดีกับพี่น้องชาติพันธุ์ที่รอคอยการแก้ไขปัญหาสัญชาติและการรับรองสถานะ โดยระบุข้อความตอนหนึ่งด้วยว่า "ในจังหวัดเชียงรายมีผู้รอการพิสูจน์สิทธิกว่า 90,000 ราย ซึ่งมีจำนวนมากที่สุดในประเทศ" แพทองธารระบุในโพสต์ดังกล่าวด้วยว่า เดือน ก.ค. 2567 เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เดินทางมาที่จังหวัดเชียงรายเพื่อพบกับพี่น้องชาติพันธุ์และให้คำมั่นว่า จะดูแลพี่น้องชาติพันธุ์ด้วยความเสมอภาค เท่าเทียม โดยสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องที่เกี่ยวข้อง * กระทรวงมหาดไทยประกาศลดเวลา-ขั้นตอน รับรองสถานะเข้าเมือง-ให้สัญชาติเด็กเกิดไทย จากรอเกือบปีเหลือ 5 วัน กสม.ชงมหาดไทย ขอให้ต่อมติ ครม.ไปอีกจาก มิ.ย. 69  เหตุยังมีคนติดค้างอีกจำนวนมาก  ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 17 มี.ค. ที่ผ่านมา ฐปนีย์ เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters รายงานคำพูด ปรีดา คงแป้น กรรมการสิทธิมนุษยชน ที่เปิดเผยว่า เธอได้ติดตามการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลและสัญชาติมาตลอด ต้องชื่นชม กรมการปกครองและสภาความมั่นคงแห่งชาติที่ออกมติ ครม. 29 ต.ค. 2567 ที่จะทำให้คนไร้สัญชาติกว่า 4.8 แสนคน ได้รับสิทธิสถานะบุคคล ทั้งถิ่นที่อยู่ถาวรและสัญชาติ ส่งผลให้ทำให้ปัญหาคลี่คลายแล้วเสร็จไปแล้วกว่า 1 แสน แต่ยังติดค้างอีกจำนวนมาก โดย กสม.จะเตรียมขอให้ยืดเวลาออกไปจาก 30 มิ.ย. 2569  กรรมการสิทธิมนุษยชนผู้นี้ยังกล่าวกับ The Reporters ด้วยว่า สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย และสภาความมั่นคงแห่งชาติ มีข้อเสนอแนะต่อมติคณะรัฐมนตรี 29 ต.ค. 2567   * รายงานพิเศษ * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * กลุ่มชาติพันธุ์ * คนไร้รัฐ * สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ * กสม. * ปรีดา คงแป้น * กระทรวงมหาดไทย * กระบวนการพิสูจน์สิทธิสัญชาติ * พ.ร.บ.สัญชาติ * สหประชาชาติ * UN
dlvr.it
March 20, 2026 at 9:12 AM
แล้วพร้อมๆ กันกับที่ยื่นโปรไฟไหม้ ชัยเกษมก็ไปออกสรยุทธ บอกผมไม่รู้เรื่อง เขาไม่เรียกผมเข้าที่ประชุมด้วยซ้ำ ผมเป็นแค่หุ่นเชิด สภาพมันน่าดีลมั้ยเพื่อไทย

เอาจริงๆ นะ ถ้าวันนั้นเพื่อไทยรับดีล ได้โควตารมตฟรีๆ หลายที่ แล้วทำแบบที่อีหนูทำ เผลอๆ ตอนนี้มันจะได้อันดับ 1 ท่วมท้นแบบที่อีหนูเป็นในวันนี้

ไม่มีใครทุบเพื่อไทยได้จริงๆ ทำตัวเองล้วนๆ
February 11, 2026 at 6:25 AM
ในจังหวัดชายแดนที่ว่าน้ำเงินๆน่ะ ผมกาพรรคอื่นคนอื่นที่ไม่ใช่น้ำเงินมาตลอด2-3ทศวรรษ แต่รู้ไรไหมครับ คนแจกเงินกับคนคุมหน่วยเลือกตั้ง ก็มาจากกลุ่มเดียวกันครับ คิดเอาล่ะกัน ผมรู้อยู่ละมันไม่เคยโปร่งใส

ทุกครั้งก่อนนี้ คะแนนแปลกๆมีตลอด รู้เห็นไม่ยาก แต่ไม่โจ่งแจ้งและเล็กๆน้อยๆไง ครั้งนี้คือไม่แคร์ใคร ทำกันหน้าด้านๆนี่ มีสั่งลงมาแน่นอน
'แม่ร้องกากับมือ ผลออกมาคะแนนหาย เหลือ 0'
YouTube video by สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
youtu.be
February 11, 2026 at 5:53 AM
กว้านรับตัวเต็งของแต่ละเขตมา ก็ถือว่าขอชมกับการวางแผนและเล่นการเมืองดีฉบับคนมีแบ็คดี หัวไว มองการณ์ไกล ฉลาดแกมโกงมักอยู่รอดว่าคนเล่นตรง ๆ จริง ๆ นะคะ ปทท.นี่โคตรจะตย.ของคนเทา ๆ ดำ ๆ ได้ดีกันหมด อยากย้ายปท.แต่ก็ดูจะแย่คล้าย ๆ กันนะ 😂
ขอมอบคุณสรยุทธ์เป็นตัวแทนแสดงอารมณ์ในค่ำคืนนี้ต่อนะคะ
February 9, 2026 at 4:39 PM
ในโซเชียลมีสื่อเริ่มนำเสนอมากขึ้นละ แม้แต่สรยุทธ
February 9, 2026 at 4:17 PM
Not surprise ทุกอย่างลงตัวหมดตามบทเป๊ะ

เพจสรยุทธรายงาน "ด่วน! ‘มติชน’ รายงานว่า ‘ปปช.’ ชี้มูลฟันทั้ง 44 อดีตสส.ก้าวไกล เสนอแก้ม.112 ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ส่งเรื่องศาลฎีกาพิจารณา"

ซื้อหวยไม่ถูกรางวัล แต่การันตีความล่มจมแบบทั่วถึง
February 9, 2026 at 5:18 AM
สรยุทธเองก็เอนชาตินิยมอยู่นะ 😭
February 8, 2026 at 2:35 PM
สรยุทธบอกว่า ไม่มีอะไรใหญ่ไปกว่ากระแสชาตินิยม
February 8, 2026 at 2:08 PM
นาทีที่ 4:18 "มันมีแป้งเจือปนอยู่เยอะ ปริมาณสารเสพติดมีน้อย"

ไม่สิ จะน้อยจะมาก มีสารเสพติดอยู่ในนั้นก็คือมีสารเสพติดป่าว ตลก

ข้ออ้างเป็นพัลวันแต่สามารถลอยหน้าลอยตาตั้งพรรคและเป็นแคนดิเดตนายกได้ แต่ไม่ผิดไม่ขาดคุณสมบัติอะไร เพราะไม่ได้ถือหุ้นสื่อ

ถ้าตาชั่งในใจคุณไม่ได้เอียงจนมืดบอด คุณก็น่าจะแปลกใจ

youtu.be/EqTuFbGcCzY
"ธรรมนัส" เผยที่มาของคำว่า 'แป้ง' มีฟ้องกว่า 600 คดี
YouTube video by สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
youtu.be
February 2, 2026 at 10:36 AM