#สำนักงานประกันสังคม
'นับคะแนนครบ 100%' 'ประกันสังคมก้าวหน้า' คว้าชัยเลือกตั้งกวาด 14 ที่นั่ง รับรองผลใน 30 วัน
'นับคะแนนครบ 100%' 'ประกันสังคมก้าวหน้า' คว้าชัยเลือกตั้งกวาด 14 ที่นั่ง รับรองผลใน 30 วัน ภาพปก : จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการ ประกันสังคม (กลาง) (ที่มา: กระทรวงแรงงาน) XmasUser Mon, 2026-10-12 - 19:00 นับคะแนนเลือกตั้งประกันสังคมอย่างเป็นไม่ทางการ ครบ 100% ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เหมาหมดทั้งผู้ประกันตน และนายจ้าง รวม 14 ที่นั่ง เลขาฯ เร่งรับรองผลอย่างเป็นทางการ คาดภายใน 30 วัน ยืนยันไม่มีสอบใครเป็นพิเศษ ทุกขั้นตอนทำตามกฎหมาย    12 ต.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม รายงานวันนี้ (12 ต.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยผลการนับคะแนนการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งขณะนี้การบันทึกผลการนับคะแนนทุกที่เลือกตั้งรวม 5,233 แห่งทั่วประเทศ เสร็จสิ้นแล้ว เบื้องต้น มียอดผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งรวม 1,003,615 คน แบ่งเป็นนายจ้าง 12,200 คน และผู้ประกันตน 991,415 คน เมื่อเทียบกับปี 2566 สัดส่วนการใช้สิทธิของนายจ้าง เพิ่มขึ้น 733% และสัดส่วนการใช้สิทธิของผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 533%  ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายผู้ประกันตน อย่างไม่เป็นทางการ ประกอบด้วย ผู้ชนะการเลือกตั้งฝั่งผู้ประกันตน ลำดับที่ 1-7 ได้แก่  * ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน หมายเลข 42 ได้คะแนน 906,319 คะแนน * นาริฐา โภไคยอนันต์ หมายเลข 43 ได้คะแนน 905,027 คะแนน * ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี หมายเลข 44 ได้คะแนน 902,648 คะแนน * เริงฤทธิ์ ละออกิจ หมายเลข 41 ได้คะแนน 900,047 คะแนน * ปรารถนา โพธิ์ดี หมายเลข 46 ได้คะแนน 891,498 คะแนน * พรทิพย์ โม่งใหญ่ หมายเลข 47 ได้คะแนน 880,302 คะแนน * ลักษมี สุวรรณภักดี หมายเลข 38 ได้คะแนน 851,533 คะแนน ผู้ชนะเลือกตั้งฝั่งนายจ้าง ลำดับที่ 1-7 ได้แก่ * ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ หมายเลข 64 ได้คะแนน 8,942 คะแนน * รัตนสิทธิ สุภาภรณ์ หมายเลข 65 ได้คะแนน 8,883 คะแนน * กฤษฎา อาทิตย์ จินตกานนท์ หมายเลข 63 ได้คะแนน 8,868 คะแนน * กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป หมายเลข 66 ได้คะแนน 8,818 คะแนน * สุโขทัย หัตถะรัชต์ หมายเลข 67 ได้คะแนน 8,818 คะแนน * อดิศร เกิดมงคล หมายเลข 62 ได้คะแนน 8,799 คะแนน * ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร หมายเลข 68 ได้คะแนน 8,638 คะแนน จีระภา กล่าวว่า สำหรับการประกาศผลอย่างเป็นทางการนั้น กกต.สปส.จะต้องรวมคะแนนของแต่ละจังหวัดตามที่ได้รับรายงานจาก กดต. (คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้ง) ประจำจังหวัด/ กทม. เพื่อจัดทำบัญชีรายชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนตามลำดับคะแนน จากนั้น จะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแต่งตั้งเป็นกรรมการฝ่ายนายจ้างและกรรมการฝ่ายผู้ประกันตนในคณะกรรมการประกันสังคมต่อไป คาดว่าจะสามารถดำเนินการประกาศผลอย่างเป็นทางการได้ภายใน 30 วัน ตามขั้นตอน และกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด  “เราจะพิจารณาด้วยความรวดเร็ว เพราะเราไม่อยากให้บอร์ดประกันสังคมมีสุญญากาศ เพราะบอร์ดท่านเก่าก็รักษาการมานานพอสมควร” จีระภา กล่าว  ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามต่อสำนักงานประกันสังคม กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติของคณะกรรมการประกันสังคม โดยมาลากาลัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า จะตรวจสอบคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติประกันสังคม โดยมีข้อกำหนดเรื่องความไม่เกี่ยวพันกับกิจการทางการเมือง ซึ่งจะเร่งดำเนินการตรวจสอบในเร็วๆ นี้  ขณะที่จีระภา ยืนยันว่า ไม่ได้ตรวจสอบสิ่งใดเป็นพิเศษนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด * ข่าว * แรงงาน * สำนักงานประกันสังคม * จีระภา บุญรัตน์ * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ปี 2569 * ทีมประกันสังคมก้าวหน้า * กระทรวงแรงงาน
dlvr.it
October 12, 2026 at 12:07 PM
'นับคะแนนครบ 100%' 'ประกันสังคมก้าวหน้า' คว้าชัยเลือกตั้งกวาด 14 ที่นั่ง รับรองผลใน 30 วัน
'นับคะแนนครบ 100%' 'ประกันสังคมก้าวหน้า' คว้าชัยเลือกตั้งกวาด 14 ที่นั่ง รับรองผลใน 30 วัน
'นับคะแนนครบ 100%' 'ประกันสังคมก้าวหน้า' คว้าชัยเลือกตั้งกวาด 14 ที่นั่ง รับรองผลใน 30 วัน ภาพปก : จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการ ประกันสังคม (กลาง) (ที่มา: กระทรวงแรงงาน) XmasUser Mon, 2026-10-12 - 19:00 นับคะแนนเลือกตั้งประกันสังคมอย่างเป็นไม่ทางการ ครบ 100% ทีมประกันสังคมก้าวหน้า เหมาหมดทั้งผู้ประกันตน และนายจ้าง รวม 14 ที่นั่ง เลขาฯ เร่งรับรองผลอย่างเป็นทางการ คาดภายใน 30 วัน ยืนยันไม่มีสอบใครเป็นพิเศษ ทุกขั้นตอนทำตามกฎหมาย    12 ต.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก สำนักงานประกันสังคม รายงานวันนี้ (12 ต.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยผลการนับคะแนนการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งขณะนี้การบันทึกผลการนับคะแนนทุกที่เลือกตั้งรวม 5,233 แห่งทั่วประเทศ เสร็จสิ้นแล้ว เบื้องต้น มียอดผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งรวม 1,003,615 คน แบ่งเป็นนายจ้าง 12,200 คน และผู้ประกันตน 991,415 คน เมื่อเทียบกับปี 2566 สัดส่วนการใช้สิทธิของนายจ้าง เพิ่มขึ้น 733% และสัดส่วนการใช้สิทธิของผู้ประกันตนเพิ่มขึ้น 533%  ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง และฝ่ายผู้ประกันตน อย่างไม่เป็นทางการ ประกอบด้วย ผู้ชนะการเลือกตั้งฝั่งผู้ประกันตน ลำดับที่ 1-7 ได้แก่  * ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน หมายเลข 42 ได้คะแนน 906,319 คะแนน * นาริฐา โภไคยอนันต์ หมายเลข 43 ได้คะแนน 905,027 คะแนน * ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี หมายเลข 44 ได้คะแนน 902,648 คะแนน * เริงฤทธิ์ ละออกิจ หมายเลข 41 ได้คะแนน 900,047 คะแนน * ปรารถนา โพธิ์ดี หมายเลข 46 ได้คะแนน 891,498 คะแนน * พรทิพย์ โม่งใหญ่ หมายเลข 47 ได้คะแนน 880,302 คะแนน * ลักษมี สุวรรณภักดี หมายเลข 38 ได้คะแนน 851,533 คะแนน ผู้ชนะเลือกตั้งฝั่งนายจ้าง ลำดับที่ 1-7 ได้แก่ * ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ หมายเลข 64 ได้คะแนน 8,942 คะแนน * รัตนสิทธิ สุภาภรณ์ หมายเลข 65 ได้คะแนน 8,883 คะแนน * กฤษฎา อาทิตย์ จินตกานนท์ หมายเลข 63 ได้คะแนน 8,868 คะแนน * กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป หมายเลข 66 ได้คะแนน 8,818 คะแนน * สุโขทัย หัตถะรัชต์ หมายเลข 67 ได้คะแนน 8,818 คะแนน * อดิศร เกิดมงคล หมายเลข 62 ได้คะแนน 8,799 คะแนน * ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร หมายเลข 68 ได้คะแนน 8,638 คะแนน จีระภา กล่าวว่า สำหรับการประกาศผลอย่างเป็นทางการนั้น กกต.สปส.จะต้องรวมคะแนนของแต่ละจังหวัดตามที่ได้รับรายงานจาก กดต. (คณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้ง) ประจำจังหวัด/ กทม. เพื่อจัดทำบัญชีรายชื่อผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนตามลำดับคะแนน จากนั้น จะเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแต่งตั้งเป็นกรรมการฝ่ายนายจ้างและกรรมการฝ่ายผู้ประกันตนในคณะกรรมการประกันสังคมต่อไป คาดว่าจะสามารถดำเนินการประกาศผลอย่างเป็นทางการได้ภายใน 30 วัน ตามขั้นตอน และกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด  “เราจะพิจารณาด้วยความรวดเร็ว เพราะเราไม่อยากให้บอร์ดประกันสังคมมีสุญญากาศ เพราะบอร์ดท่านเก่าก็รักษาการมานานพอสมควร” จีระภา กล่าว  ก่อนหน้านี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามต่อสำนักงานประกันสังคม กรณีการตรวจสอบคุณสมบัติของคณะกรรมการประกันสังคม โดยมาลากาลัญ ห่อประทุม ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ชี้แจงว่า จะตรวจสอบคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติประกันสังคม โดยมีข้อกำหนดเรื่องความไม่เกี่ยวพันกับกิจการทางการเมือง ซึ่งจะเร่งดำเนินการตรวจสอบในเร็วๆ นี้  ขณะที่จีระภา ยืนยันว่า ไม่ได้ตรวจสอบสิ่งใดเป็นพิเศษนอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด * ข่าว * แรงงาน * สำนักงานประกันสังคม * จีระภา บุญรัตน์ * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ปี 2569 * ทีมประกันสังคมก้าวหน้า * กระทรวงแรงงาน
dlvr.it
October 12, 2026 at 12:07 PM
'ประกันสังคมก้าวหน้า' แถลงขอบคุณทุกคะแนนเสียง เผย 7 วันแรกดันไลฟ์สดประชุม-ตรวจสอบคอร์รัปชัน
'ประกันสังคมก้าวหน้า' แถลงขอบคุณทุกคะแนนเสียง เผย 7 วันแรกดันไลฟ์สดประชุม-ตรวจสอบคอร์รัปชัน
'ประกันสังคมก้าวหน้า' แถลงขอบคุณทุกคะแนนเสียง เผย 7 วันแรกดันไลฟ์สดประชุม-ตรวจสอบคอร์รัปชัน ภาพปก: ที่มา: ทีมสื่อประกันสังคมก้าวหน้า  XmasUser Sun, 2026-10-11 - 23:34 * ทีมประกันสังคมก้าวหน้า แถลงขอบคุณทุกคะแนนเสียง หลังคะแนนทิ้งคู่แข่งห่าง เผยโรดแมป 7 วันแรก เตรียมเพิ่มความโปร่งใส ไลฟ์สดการประชุมบอร์ดฯ ดำเนินนโยบายปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง พร้อมทำงานกับทุกฝ่าย * ขณะที่สำนักงานประกันสังคม เผยวันนี้ไม่มีการแถลงผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หากกรณีนับคะแนนเสร็จสิ้นก่อน 10.00 น.ของวันพรุ่งนี้ (12 ต.ค.) จะมีการแถลงในเวลา 10.00 น. แต่ถ้านับคะแนนไม่เสร็จ หรือเสร็จหลังจาก 10.00 น. จะมีการแถลงภายในช่วงบ่าย หรือเย็นของวันพรุ่งนี้ (12 ต.ค.) * ด้านสถิติผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ปี 2569 ปลัดกระทรวงแรงงาน เผยว่า มีผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น ทั้งฝ่ายนายจ้าง และผู้ประกันตน โดยมีผู้มาใช้สิทธิฝั่งผู้ประกันตน เพิ่มขึ้น 672,807 คน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นเทียบกับปี 2566 ถึง 330% ขณะที่ฝั่งนายจ้าง มีผู้มาใช้สิทธิ์ 8,965 คน หรือเพิ่มขึ้น 562%   11 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (11 ต.ค.) เมื่อเวลา 21.15 น. ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี แถลงต่อสื่อมวลชน หลังการนับคะแนนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมผ่านไปแล้ว 20% โดยเขาระบุว่า สิ่งที่เราต้องส่งสัญญาณเป็นอันดับแรกคือ เรารู้สึกขอบคุณคะแนนเสียงจำนวนมากมายจากทั่วประเทศ ที่ต้องการที่จะเห็นประกันสังคมกลับคืนสู่ประชาชนอย่างแท้จริง การใช้สิทธิครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิที่สูงกว่าปี 2566 หลายเท่า ขณะเดียวกัน เราเห็นความยากลำบากของผู้ประกันตน และนายจ้าง เพราะบางคนยังอยู่ในพื้นที่อุทกภัย ก็เดินทางอย่างยากลำบากเพื่อมาเลือกตั้ง บางคนฝ่าจราจรที่ติดขัด หรือบางคนต้องตื่นมาตั้งตีห้าและหกโมงเช้า เพื่อไปทำงานต่อในวันอาทิตย์ ตอนนี้มีการนับคะแนนไปแล้ว 20% เราได้รับคะแนนที่สูงอย่างมีนัยยะสำคัญและสิ่งเหล่านี้ เราพูดได้ว่าเราคือความหวังของประชาชน และเราเป็นปีศาจของเหล่าชนชั้นนำ และเหล่าปรสิตเสมอ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากนี้ จะเป็นไปตามตามสโลแกนที่เราวางไว้ “เราคือบอร์ดสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่บอร์ดของชำร่วย เราเอาการปฏิรูป ไม่เอาปฏิทิน” หัวหน้าทีมประกันสังคม กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราเห็น สปส. อยู่ในเงามือ การส่องแสงสว่างลงไปของพวกเรา สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราสามารถทำให้คนว่างงานจำนวนนับแสนคน ได้รับค่าชดเชยที่เพิ่มขึ้น เราทำให้คนที่รับบำนาญเกือบล้านคน สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ เราทำให้คนปวดฟันมากกว่า 1 แสนคน สามารถฝ่าฟันคุดได้ แต่สิ่งเหล่านี้เราทำภายใต้เงื่อนไขของการมีตัวแทนเพียงแค่ 6 จาก 21 คน  สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปจากนี้ เราจะมีเสียง 14 จาก 21 เสียง ซึ่งจะเพียงพอต่อการปฏิรูปประกันสังคมให้กลับมาเป็นของคนธรรมดาอย่างแท้จริง เสียง 14 เสียงที่เราเฝ้ารอคอยการยืนยันคะแนนเสียงอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สมกับงบประมาณมหาศาลที่ใช้ไปกับการเลือกตั้ง จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน และทำให้งบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผลทั้งหลาย วนไหลกลับมาสู่การเป็นสิทธิประโยชน์ของประชาชน 2 ปีต่อไปจากนี้จะเป็นสิ่งที่เราจะทำให้คนไทยตระหนักได้ว่า เราคู่ควรที่จะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้ คนที่ทำงานอย่างหนัก คนที่ตื่นตีห้าและนอนสี่ทุ่ม คนที่มีลูกเล็กต้องดูแล คนที่ยามแก่และมีความกังวล คนที่เจ็บป่วย และกังวลว่าจะสามารถไปหาหมอและมีวันลาได้หรือไม่ พวกเราคือตัวแทนของพวกเขา ที่จะทำให้กองทุนสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ กลับมาเป็นของทุกคน  ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า “การที่เราสื่อสารมาโดยตลอด อาจจะมีบางคนมองว่าเราเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่ความเอาแต่ใจของเรา คือความเอาแต่ใจที่จะปรารถนาให้ชาติกำเนิดของทุกคนเป็นโมฆะ ความเอาแต่ใจของเรา คือความแต่ใจที่ปรารถนาไม่ให้มีเด็กคนไหนต้องอดตาย ในความมั่งคั่งของประเทศนี้ ความเอาแต่ใจของเรา คือทำให้คนแก่ทุกคนได้รับบำนาญที่สมเหตุสมผล สมกับที่เขาส่งมาทั้งชีวิต เรายอมเป็นเด็กที่เอาแต่ใจ เพื่อทำให้สังคมนี้มันดีขึ้น” ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า วันนี้คือก้าวแรก แต่ไม่ใช่ก้าวสุดท้าย ปี 2569 อาจจะเป็นฝันร้ายที่ยาวนานของคนไทย แต่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าของเรา วันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า เราคือปราการสุดท้ายของการปฏิรูป และเราคือแนวหน้าของการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคม สร้างสวัสดิการให้เป็นธรรมสำหรับทุกคน ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ขอบคุณทุกความเชื่อในความเป็นไปได้ ษัษฐรัมย์ เผยต่อว่า สิ่งแรกที่จะทำใน 7 วันแรก นั่นคือการเปิดเผยรายงานการประชุมควบคู่กับการเปิดไลฟ์การประชุม เพื่อให้การนำเสนอทุกอย่างมีทั้งความรับผิดรับชอบ นอกจากนี้ นโยบายหลายอย่างที่เราได้ดำเนินไว้ โดยเฉพาะนโยบายตรวจสอบการทุจริต เราต้องไม่ทำให้หลายอย่างจบแค่ว่า คนที่ทุจริตเงินหาเช้ากินค่ำ สุดท้ายก็ได้รับการย้ายไปเกษียณส่วนงานอื่นๆ เงินที่หายไป 3 ล้านบาท มันก็เทียบเท่ากับเงินของเด็ก 1.2 ล้านคน เงินทำปฏิทินที่ไม่สมเหตุสมผลปีละ 50 ล้านบาท ก็เท่ากับเงินทุพลภาพของแรงงานอิสระจำนวนหลายพันหลายหมื่นคน นี่คือสิ่งที่เราจะทำในช่วง 7 วันแรก และเราก็จะมีโร้ดแมป 1 ปี และ 2 ปี ตามที่เราได้เคยรณรงค์หาเสียงของพวกเรา ที่ปรากฏไว้ในเว็บไซต์หาเสียงทีมประกันสังคมก้าวหน้า “สิ่งที่ควรทำ แม้ว่าจะไม่มีทีมประกันสังคมก้าวหน้าก็ตาม สิ่งใดที่ถือว่าเป็นการทุจริต และสร้างความเสียหาย สิ่งเหล่านั้นจำเป็นต้องมีบทลงโทษ จำเป็นต้องมีการถอดบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านั้นซ้ำอีกครั้งหนึ่ง” ษัษฐรัมย์ กล่าว  ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า เราจะย้อนกลับไปดูว่า กองทุนประกันสังคมมีงบฯ 5,000 ล้านบาทต่อปี ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านสภาฯ งบฯ ส่วนนี้ สิ่งที่เราจะทำเป็นอันดับแรกคือ การทำ Zero Budgeting คือการพิจารณาว่างบฯ ใดที่มีความจำเป็น และนโยบายใดที่ไม่มีความจำเป็น สิ่งที่ไม่มีความจำเป็น ก็ต้องยุติลง และตั้งคำถามลงไปถึงผลประโยชน์ที่ทับซ้อนที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าดำเนินการมาในช่วงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และเราเชื่อว่าในครั้งนี้การที่เรามีเพื่อนเยอะขึ้น เป็น 14 คน ก็จะเพียงพอ ที่จะยืนกรานในสิ่งที่ถูกต้อง ที่เราสามารถทำงานต่อไปได้ หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า กล่าวว่า ต้องบอกว่ามีความพยายามของสำนักงานประกันสังคมมาตี่งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ในการที่จะเปลี่ยนระเบียบการเลือกตั้งจาก 1 เลือก 7 ให้กลายเป็น 1 เลือก 1 สิ่งเหล่านี้ลดทอนอำนาจผู้ประกันตนอย่างมาก และคนที่ต่อสู้เรื่องนี้คือ ชลิต รัษฐปานะ อดีตสมาชิกบอร์ดประกันสังคม ฝั่งผู้ประกันตน ถ้าจะให้เครดิต เขาขอให้เครดิตชลิตคนที่ต่อสู้และยืนกรานในคณะกรรมการประกันสังคม คนที่ยืนกรานต่อสู้ในที่ประชุมกรรมาธิการแรงงาน สว. คนที่บอกว่าระเบียบเลือกตั้งที่ต้องการจะจำกัดอำนาจของผู้ประกันตนก็คือ “ระเบียบเลือกตั้งอัปยศ” เขาควรที่จะได้รับเครดิตไม่น้อยกว่าจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หรือก่อนหน้านี้มีความพยายามในการชะลอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งต่อมา เราได้ฟ้องศาลปกครองการว่า การสั่งชะลอโดยไม่กำหนดเวลา เป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย และมีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้ว ให้ดำเนินการตามกำหนดเวลาเดิม  อย่างไรก็แล้วแต่ พวกเขาทีมประกันสังคมก้าวหน้าทั้ง 14 คน ก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับจุลพันธ์ ซึ่งคงจะมีเจตจำนงและจุดมุ่งหมายแบบเดียวกัน ในการทำให้ประกันสังคม เป็นหลังพิงให้กับประชาชนคนรากหญ้ากว่า 10 ล้านคน  ต่อประเด็นที่สื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากถึงพนัส ไทยล้วน หรือไม่ ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า กระบวนการโดยทั่วไป นี่คือประชาธิปไตย มีคนแพ้มีคนชนะ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากคนส่วนมากส่งสัญญาณว่า คนธรรมดาอย่างพวกเราต้องการที่ปฏิรูป และสร้างความก้าวหน้า เพราะฉะนั้น ส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยมีคนที่ประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งที่พนัส ได้เคยกระทำในอดีต มีส่วนที่สร้างความก้าวหน้าและความผิดพลาด แต่วันนี้เราส่งสัญญาณจากผลคะแนนตัวนี้ ก็คงมีความชัดเจนว่าประชาชนต้องการการปฏิรูปมากกว่าปฏิทิน ประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลงมากกว่าการคิดถึงโครงสร้างในอดีตที่เคยมีมาหลายสิบปี  ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า มีหลายแห่งมีปัญหาเรื่องการนับคะแนนการเลือกตั้ง อย่างที่บางพลี โรงเรียนราษฎร์บำรุง อย่างคะแนนผู้สมัครเบอร์ 38 (ลักษมี สุวรรณภักดี) หายไปหมดเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะหายไปทั้งหมดเลย และมีหน่วยหนึง เบอร์ 44 ของผมหายไปทั้งหน่วยเลย จะเป็นไปได้อย่างไร ที่จังหวัดราชบุรี คะแนนเบอร์ 38 หายไป ก่อนที่จะมีการขีดฆ่าและเซ็นชื่อกำกับ เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่อยากสะท้อนไปถึงสำนักงานประกันสังคม ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง และลงทุนในเทคโนโลยีการเลือกตั้งในงบประมาณมหาศาล เราเชื่อว่าประชาชนส่วนมากเฝ้าคอยการเปลี่ยนแปลง เฝ้าคอยสิ่งที่จะนำพาความก้าวหน้าไปสู่อนาคต รวมถึงเลขาธิการคนใหม่ เราก็เชื่อว่าท่านเองก็ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และความโปร่งใส ให้สมกับการเข้ารับตำแหน่งใหม่ของท่านเช่นเดียวกัน ในการผลักดันให้ประกันสังคมนี้เดินหน้าสู่การเป็นประกันสังคมของทุกคน ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า เขาอยากตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าของการรายงานคะแนน เวลาผ่านมาตั้งแต่ 4 โมงเย็น ซึ่งตอนนี้นับมาแล้ว 5 ชม.กว่า แต่คะแนนรายงานเข้ามาไม่ถึง 20% นี่คือความล่าช้า โดยสัดส่วนคะแนนเราพอเห็นความชัดเจน เราเลยอยากขอบคุณต่อผู้ประกันตนและนายจ้าง ที่ทั้งสองฝ่ายจ่ายเงินสมทบและปรารถนาให้สังคมนี้ดีขึ้น ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ตัวแทนทีมประกันสังคม ฝั่งนายจ้าง กล่าวว่า ทางฝั่งนายจ้างพบปัญหาการใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ เช่น การใช้เอกสารจำนวนมาก การไม่ต้องลงทะเบียน แต่พอตรวจสอบแล้ว ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ หรือในเว็บขึ้นว่าใช้สิทธิได้ แต่ตอนบ่ายมาใช้สิทธิ ปรากฏว่าใช้สิทธิไม่ได้ ก็ต้องพลาดโอกาสการลงคะแนน ต้องขอบคุณความทุ่มเท และความตั้งใจ ความเชื่อที่ทุกคนให้มา ซึ่งตัวแทนทีมประกันสังคมฝั่งนายจ้างจะทำให้สมกับคะแนนที่ทุกฝ่ายมอบให้ ศราริน กล่าวต่อว่า แนวทางหลังจากนี้จะไม่ต่างจากที่ษัษฐรัมย์ได้กล่าวไป แต่ว่าในส่วนของเรา พอเราเข้าไป ซึ่งเป็นความตั้งใจแต่เดิมอยู่แล้ว พอเราเข้าไปสิ่งที่เราเคยอยากจะผลักดันแต่อาจไม่สำเร็จด้วยคะแนนเสียงในบอร์ดยังไม่เกินกึ่งหนึ่ง ตอนนี้เป็นโอกาสที่จะสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็น การผลักดันเรื่องความโปร่งใส ในการทำงาน ในการประชุมต่างๆ เราก็เรื่องของการทำงาน เรื่องของการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ การลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ดี สิ่งเหล่านี้ต้องทำทั้งหมด “รู้สึกขอบคุณทุกความไว้วางใจที่มอบให้ ในพลังที่ให้มา เราก็จะทำให้ดีที่สุด” ศราริน กล่าว  ทีมประกันสังคมก้าวหน้าทิ้งห่าง ทั้งนี้ สถานการณ์การนับคะแนนผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเวลา 22.20 น.  ฝั่งผู้ประกันตน นับไปแล้ว 30% โดยผู้ที่มีคะแนนนำ 7 อันดับแรก คือ 1.เริงฤทธิ์ ละออกิจ หมายเลข 41 ได้คะแนน 84,716 คะแนน 2.ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน หมายเลข 42 ได้คะแนน 84,298 คะแนน 3.นาริฐา โภไคยอนันต์ หมายเลข 43 ได้คะแนน 83,846 คะแนน 4.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี หมายเลข 44 ได้คะแนน 83,408 คะแนน 5.ปรารถนา โพธิ์ดี หมายเลข 46 ได้คะแนน 82,174 คะแนน 6.พรทิพย์ โม่งใหญ่ หมายเลข 47 ได้คะแนน 81,270 คะแนน 7.ลักษมี สุวรรณภักดี หมายเลข 38 ได้คะแนน 78,755 คะแนน ฝั่งนายจ้าง นับไปแล้ว 36% โดยผู้ที่มีคะแนนนำ 7 อันดับแรก คือ 1. ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ หมายเลข 064 ได้คะแนน 1,387 คะแนน 2. รัตนสิทธิ สุภาภรณ์ หมายเลข 065 ได้คะแนน 1,377 คะแนน 3. กฤษฎา อาทิตย์ จินตกานนท์ หมายเลข 063 ได้คะแนน 1,371 คะแนน 4. กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป หมายเลข 066 ได้คะแนน 1,366 คะแนน 5. สุโขทัย หัตถะรัชต์ หมายเลข 067 ได้คะแนน 1,364 คะแนน 6. อดิศร เกิดมงคล หมายเลข 062 ได้คะแนน 1,363 คะแนน 7. ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร หมายเลข 068 ได้คะแนน 1,317 คะแนน ขณะที่ปลัดกระทรวงแรงงาน แถลงสถิติผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โดยตัวเลขไม่เป็นทางการ ฝั่งผู้ประกันตน มาใช้สิทธิ์ ไม่น้อยกว่า 672,807 คน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นเทียบกับปี 2566 ถึง 330% ขณะที่ฝั่งนายจ้าง มีผู้มาใช้สิทธิ์ 8,965 คน หรือเพิ่มขึ้น 562% นอกจากนี้ เพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว รายงานว่า ทางสำนักงานประกันสังคม แจ้งว่า คืนนี้ (11 ต.ค.) จะไม่มีการแถลงสรุปผลเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ แต่ถ้านับคะแนนเสร็จครบทุกหน่วย ก่อนเวลา 10.00 น. จะแถลงข่าวพรุ่งนี้เวลา 10.00 น. และถ้าสรุปผลคะแนนเสร็จไม่ทัน 10.00 น.ของวันพรุ่งนี้ มีเป็นการแถลงช่วงบ่ายหรือเย็นของวันพรุ่งนี้แทน * ข่าว * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * สำนักงานประกันสังคม * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569. ประกันสังคมก้าวหน้า * ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี * พนัส ไทยล้วน
dlvr.it
October 11, 2026 at 4:41 PM
'ประกันสังคมก้าวหน้า' แถลงขอบคุณทุกคะแนนเสียง เผย 7 วันแรกดันไลฟ์สดประชุม-ตรวจสอบคอร์รัปชัน
'ประกันสังคมก้าวหน้า' แถลงขอบคุณทุกคะแนนเสียง เผย 7 วันแรกดันไลฟ์สดประชุม-ตรวจสอบคอร์รัปชัน ภาพปก: ที่มา: ทีมสื่อประกันสังคมก้าวหน้า  XmasUser Sun, 2026-10-11 - 23:34 * ทีมประกันสังคมก้าวหน้า แถลงขอบคุณทุกคะแนนเสียง หลังคะแนนทิ้งคู่แข่งห่าง เผยโรดแมป 7 วันแรก เตรียมเพิ่มความโปร่งใส ไลฟ์สดการประชุมบอร์ดฯ ดำเนินนโยบายปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง พร้อมทำงานกับทุกฝ่าย * ขณะที่สำนักงานประกันสังคม เผยวันนี้ไม่มีการแถลงผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ หากกรณีนับคะแนนเสร็จสิ้นก่อน 10.00 น.ของวันพรุ่งนี้ (12 ต.ค.) จะมีการแถลงในเวลา 10.00 น. แต่ถ้านับคะแนนไม่เสร็จ หรือเสร็จหลังจาก 10.00 น. จะมีการแถลงภายในช่วงบ่าย หรือเย็นของวันพรุ่งนี้ (12 ต.ค.) * ด้านสถิติผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ปี 2569 ปลัดกระทรวงแรงงาน เผยว่า มีผู้มาใช้สิทธิเพิ่มขึ้น ทั้งฝ่ายนายจ้าง และผู้ประกันตน โดยมีผู้มาใช้สิทธิฝั่งผู้ประกันตน เพิ่มขึ้น 672,807 คน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นเทียบกับปี 2566 ถึง 330% ขณะที่ฝั่งนายจ้าง มีผู้มาใช้สิทธิ์ 8,965 คน หรือเพิ่มขึ้น 562%   11 ต.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (11 ต.ค.) เมื่อเวลา 21.15 น. ทีมประกันสังคมก้าวหน้า นำโดย ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี แถลงต่อสื่อมวลชน หลังการนับคะแนนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมผ่านไปแล้ว 20% โดยเขาระบุว่า สิ่งที่เราต้องส่งสัญญาณเป็นอันดับแรกคือ เรารู้สึกขอบคุณคะแนนเสียงจำนวนมากมายจากทั่วประเทศ ที่ต้องการที่จะเห็นประกันสังคมกลับคืนสู่ประชาชนอย่างแท้จริง การใช้สิทธิครั้งนี้เป็นการใช้สิทธิที่สูงกว่าปี 2566 หลายเท่า ขณะเดียวกัน เราเห็นความยากลำบากของผู้ประกันตน และนายจ้าง เพราะบางคนยังอยู่ในพื้นที่อุทกภัย ก็เดินทางอย่างยากลำบากเพื่อมาเลือกตั้ง บางคนฝ่าจราจรที่ติดขัด หรือบางคนต้องตื่นมาตั้งตีห้าและหกโมงเช้า เพื่อไปทำงานต่อในวันอาทิตย์ ตอนนี้มีการนับคะแนนไปแล้ว 20% เราได้รับคะแนนที่สูงอย่างมีนัยยะสำคัญและสิ่งเหล่านี้ เราพูดได้ว่าเราคือความหวังของประชาชน และเราเป็นปีศาจของเหล่าชนชั้นนำ และเหล่าปรสิตเสมอ และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากนี้ จะเป็นไปตามตามสโลแกนที่เราวางไว้ “เราคือบอร์ดสิทธิประโยชน์ ไม่ใช่บอร์ดของชำร่วย เราเอาการปฏิรูป ไม่เอาปฏิทิน” หัวหน้าทีมประกันสังคม กล่าวต่อว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราเห็น สปส. อยู่ในเงามือ การส่องแสงสว่างลงไปของพวกเรา สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราสามารถทำให้คนว่างงานจำนวนนับแสนคน ได้รับค่าชดเชยที่เพิ่มขึ้น เราทำให้คนที่รับบำนาญเกือบล้านคน สามารถมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ เราทำให้คนปวดฟันมากกว่า 1 แสนคน สามารถฝ่าฟันคุดได้ แต่สิ่งเหล่านี้เราทำภายใต้เงื่อนไขของการมีตัวแทนเพียงแค่ 6 จาก 21 คน  สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปจากนี้ เราจะมีเสียง 14 จาก 21 เสียง ซึ่งจะเพียงพอต่อการปฏิรูปประกันสังคมให้กลับมาเป็นของคนธรรมดาอย่างแท้จริง เสียง 14 เสียงที่เราเฝ้ารอคอยการยืนยันคะแนนเสียงอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สมกับงบประมาณมหาศาลที่ใช้ไปกับการเลือกตั้ง จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน และทำให้งบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผลทั้งหลาย วนไหลกลับมาสู่การเป็นสิทธิประโยชน์ของประชาชน 2 ปีต่อไปจากนี้จะเป็นสิ่งที่เราจะทำให้คนไทยตระหนักได้ว่า เราคู่ควรที่จะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ได้ คนที่ทำงานอย่างหนัก คนที่ตื่นตีห้าและนอนสี่ทุ่ม คนที่มีลูกเล็กต้องดูแล คนที่ยามแก่และมีความกังวล คนที่เจ็บป่วย และกังวลว่าจะสามารถไปหาหมอและมีวันลาได้หรือไม่ พวกเราคือตัวแทนของพวกเขา ที่จะทำให้กองทุนสวัสดิการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ กลับมาเป็นของทุกคน  ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า “การที่เราสื่อสารมาโดยตลอด อาจจะมีบางคนมองว่าเราเป็นเด็กเอาแต่ใจ แต่ความเอาแต่ใจของเรา คือความเอาแต่ใจที่จะปรารถนาให้ชาติกำเนิดของทุกคนเป็นโมฆะ ความเอาแต่ใจของเรา คือความแต่ใจที่ปรารถนาไม่ให้มีเด็กคนไหนต้องอดตาย ในความมั่งคั่งของประเทศนี้ ความเอาแต่ใจของเรา คือทำให้คนแก่ทุกคนได้รับบำนาญที่สมเหตุสมผล สมกับที่เขาส่งมาทั้งชีวิต เรายอมเป็นเด็กที่เอาแต่ใจ เพื่อทำให้สังคมนี้มันดีขึ้น” ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า วันนี้คือก้าวแรก แต่ไม่ใช่ก้าวสุดท้าย ปี 2569 อาจจะเป็นฝันร้ายที่ยาวนานของคนไทย แต่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าของเรา วันนี้ได้พิสูจน์แล้วว่า เราคือปราการสุดท้ายของการปฏิรูป และเราคือแนวหน้าของการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงสังคม สร้างสวัสดิการให้เป็นธรรมสำหรับทุกคน ขอบคุณทุกคะแนนเสียง ขอบคุณทุกความเชื่อในความเป็นไปได้ ษัษฐรัมย์ เผยต่อว่า สิ่งแรกที่จะทำใน 7 วันแรก นั่นคือการเปิดเผยรายงานการประชุมควบคู่กับการเปิดไลฟ์การประชุม เพื่อให้การนำเสนอทุกอย่างมีทั้งความรับผิดรับชอบ นอกจากนี้ นโยบายหลายอย่างที่เราได้ดำเนินไว้ โดยเฉพาะนโยบายตรวจสอบการทุจริต เราต้องไม่ทำให้หลายอย่างจบแค่ว่า คนที่ทุจริตเงินหาเช้ากินค่ำ สุดท้ายก็ได้รับการย้ายไปเกษียณส่วนงานอื่นๆ เงินที่หายไป 3 ล้านบาท มันก็เทียบเท่ากับเงินของเด็ก 1.2 ล้านคน เงินทำปฏิทินที่ไม่สมเหตุสมผลปีละ 50 ล้านบาท ก็เท่ากับเงินทุพลภาพของแรงงานอิสระจำนวนหลายพันหลายหมื่นคน นี่คือสิ่งที่เราจะทำในช่วง 7 วันแรก และเราก็จะมีโร้ดแมป 1 ปี และ 2 ปี ตามที่เราได้เคยรณรงค์หาเสียงของพวกเรา ที่ปรากฏไว้ในเว็บไซต์หาเสียงทีมประกันสังคมก้าวหน้า “สิ่งที่ควรทำ แม้ว่าจะไม่มีทีมประกันสังคมก้าวหน้าก็ตาม สิ่งใดที่ถือว่าเป็นการทุจริต และสร้างความเสียหาย สิ่งเหล่านั้นจำเป็นต้องมีบทลงโทษ จำเป็นต้องมีการถอดบทเรียน เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านั้นซ้ำอีกครั้งหนึ่ง” ษัษฐรัมย์ กล่าว  ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า เราจะย้อนกลับไปดูว่า กองทุนประกันสังคมมีงบฯ 5,000 ล้านบาทต่อปี ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านสภาฯ งบฯ ส่วนนี้ สิ่งที่เราจะทำเป็นอันดับแรกคือ การทำ Zero Budgeting คือการพิจารณาว่างบฯ ใดที่มีความจำเป็น และนโยบายใดที่ไม่มีความจำเป็น สิ่งที่ไม่มีความจำเป็น ก็ต้องยุติลง และตั้งคำถามลงไปถึงผลประโยชน์ที่ทับซ้อนที่เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าดำเนินการมาในช่วงตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และเราเชื่อว่าในครั้งนี้การที่เรามีเพื่อนเยอะขึ้น เป็น 14 คน ก็จะเพียงพอ ที่จะยืนกรานในสิ่งที่ถูกต้อง ที่เราสามารถทำงานต่อไปได้ หัวหน้าทีมประกันสังคมก้าวหน้า กล่าวว่า ต้องบอกว่ามีความพยายามของสำนักงานประกันสังคมมาตี่งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ในการที่จะเปลี่ยนระเบียบการเลือกตั้งจาก 1 เลือก 7 ให้กลายเป็น 1 เลือก 1 สิ่งเหล่านี้ลดทอนอำนาจผู้ประกันตนอย่างมาก และคนที่ต่อสู้เรื่องนี้คือ ชลิต รัษฐปานะ อดีตสมาชิกบอร์ดประกันสังคม ฝั่งผู้ประกันตน ถ้าจะให้เครดิต เขาขอให้เครดิตชลิตคนที่ต่อสู้และยืนกรานในคณะกรรมการประกันสังคม คนที่ยืนกรานต่อสู้ในที่ประชุมกรรมาธิการแรงงาน สว. คนที่บอกว่าระเบียบเลือกตั้งที่ต้องการจะจำกัดอำนาจของผู้ประกันตนก็คือ “ระเบียบเลือกตั้งอัปยศ” เขาควรที่จะได้รับเครดิตไม่น้อยกว่าจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน หรือก่อนหน้านี้มีความพยายามในการชะลอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งต่อมา เราได้ฟ้องศาลปกครองการว่า การสั่งชะลอโดยไม่กำหนดเวลา เป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมาย และมีคำพิพากษาของศาลออกมาแล้ว ให้ดำเนินการตามกำหนดเวลาเดิม  อย่างไรก็แล้วแต่ พวกเขาทีมประกันสังคมก้าวหน้าทั้ง 14 คน ก็พร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับจุลพันธ์ ซึ่งคงจะมีเจตจำนงและจุดมุ่งหมายแบบเดียวกัน ในการทำให้ประกันสังคม เป็นหลังพิงให้กับประชาชนคนรากหญ้ากว่า 10 ล้านคน  ต่อประเด็นที่สื่อถามว่ามีอะไรอยากฝากถึงพนัส ไทยล้วน หรือไม่ ษัษฐรัมย์ กล่าวว่า กระบวนการโดยทั่วไป นี่คือประชาธิปไตย มีคนแพ้มีคนชนะ ทีมประกันสังคมก้าวหน้าประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากคนส่วนมากส่งสัญญาณว่า คนธรรมดาอย่างพวกเราต้องการที่ปฏิรูป และสร้างความก้าวหน้า เพราะฉะนั้น ส่วนหนึ่งของประชาธิปไตยมีคนที่ประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จ สิ่งที่พนัส ได้เคยกระทำในอดีต มีส่วนที่สร้างความก้าวหน้าและความผิดพลาด แต่วันนี้เราส่งสัญญาณจากผลคะแนนตัวนี้ ก็คงมีความชัดเจนว่าประชาชนต้องการการปฏิรูปมากกว่าปฏิทิน ประชาชนต้องการความเปลี่ยนแปลงมากกว่าการคิดถึงโครงสร้างในอดีตที่เคยมีมาหลายสิบปี  ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า มีหลายแห่งมีปัญหาเรื่องการนับคะแนนการเลือกตั้ง อย่างที่บางพลี โรงเรียนราษฎร์บำรุง อย่างคะแนนผู้สมัครเบอร์ 38 (ลักษมี สุวรรณภักดี) หายไปหมดเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะหายไปทั้งหมดเลย และมีหน่วยหนึง เบอร์ 44 ของผมหายไปทั้งหน่วยเลย จะเป็นไปได้อย่างไร ที่จังหวัดราชบุรี คะแนนเบอร์ 38 หายไป ก่อนที่จะมีการขีดฆ่าและเซ็นชื่อกำกับ เพราะฉะนั้น สิ่งหนึ่งที่อยากสะท้อนไปถึงสำนักงานประกันสังคม ในฐานะผู้จัดการเลือกตั้ง และลงทุนในเทคโนโลยีการเลือกตั้งในงบประมาณมหาศาล เราเชื่อว่าประชาชนส่วนมากเฝ้าคอยการเปลี่ยนแปลง เฝ้าคอยสิ่งที่จะนำพาความก้าวหน้าไปสู่อนาคต รวมถึงเลขาธิการคนใหม่ เราก็เชื่อว่าท่านเองก็ต้องการให้การเลือกตั้งครั้งนี้เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์และความโปร่งใส ให้สมกับการเข้ารับตำแหน่งใหม่ของท่านเช่นเดียวกัน ในการผลักดันให้ประกันสังคมนี้เดินหน้าสู่การเป็นประกันสังคมของทุกคน ษัษฐรัมย์ กล่าวต่อว่า เขาอยากตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าของการรายงานคะแนน เวลาผ่านมาตั้งแต่ 4 โมงเย็น ซึ่งตอนนี้นับมาแล้ว 5 ชม.กว่า แต่คะแนนรายงานเข้ามาไม่ถึง 20% นี่คือความล่าช้า โดยสัดส่วนคะแนนเราพอเห็นความชัดเจน เราเลยอยากขอบคุณต่อผู้ประกันตนและนายจ้าง ที่ทั้งสองฝ่ายจ่ายเงินสมทบและปรารถนาให้สังคมนี้ดีขึ้น ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ ตัวแทนทีมประกันสังคม ฝั่งนายจ้าง กล่าวว่า ทางฝั่งนายจ้างพบปัญหาการใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ เช่น การใช้เอกสารจำนวนมาก การไม่ต้องลงทะเบียน แต่พอตรวจสอบแล้ว ไม่สามารถไปใช้สิทธิได้ หรือในเว็บขึ้นว่าใช้สิทธิได้ แต่ตอนบ่ายมาใช้สิทธิ ปรากฏว่าใช้สิทธิไม่ได้ ก็ต้องพลาดโอกาสการลงคะแนน ต้องขอบคุณความทุ่มเท และความตั้งใจ ความเชื่อที่ทุกคนให้มา ซึ่งตัวแทนทีมประกันสังคมฝั่งนายจ้างจะทำให้สมกับคะแนนที่ทุกฝ่ายมอบให้ ศราริน กล่าวต่อว่า แนวทางหลังจากนี้จะไม่ต่างจากที่ษัษฐรัมย์ได้กล่าวไป แต่ว่าในส่วนของเรา พอเราเข้าไป ซึ่งเป็นความตั้งใจแต่เดิมอยู่แล้ว พอเราเข้าไปสิ่งที่เราเคยอยากจะผลักดันแต่อาจไม่สำเร็จด้วยคะแนนเสียงในบอร์ดยังไม่เกินกึ่งหนึ่ง ตอนนี้เป็นโอกาสที่จะสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็น การผลักดันเรื่องความโปร่งใส ในการทำงาน ในการประชุมต่างๆ เราก็เรื่องของการทำงาน เรื่องของการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ การลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่ดี สิ่งเหล่านี้ต้องทำทั้งหมด “รู้สึกขอบคุณทุกความไว้วางใจที่มอบให้ ในพลังที่ให้มา เราก็จะทำให้ดีที่สุด” ศราริน กล่าว  ทีมประกันสังคมก้าวหน้าทิ้งห่าง ทั้งนี้ สถานการณ์การนับคะแนนผลการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเวลา 22.20 น.  ฝั่งผู้ประกันตน นับไปแล้ว 30% โดยผู้ที่มีคะแนนนำ 7 อันดับแรก คือ 1.เริงฤทธิ์ ละออกิจ หมายเลข 41 ได้คะแนน 84,716 คะแนน 2.ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน หมายเลข 42 ได้คะแนน 84,298 คะแนน 3.นาริฐา โภไคยอนันต์ หมายเลข 43 ได้คะแนน 83,846 คะแนน 4.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี หมายเลข 44 ได้คะแนน 83,408 คะแนน 5.ปรารถนา โพธิ์ดี หมายเลข 46 ได้คะแนน 82,174 คะแนน 6.พรทิพย์ โม่งใหญ่ หมายเลข 47 ได้คะแนน 81,270 คะแนน 7.ลักษมี สุวรรณภักดี หมายเลข 38 ได้คะแนน 78,755 คะแนน ฝั่งนายจ้าง นับไปแล้ว 36% โดยผู้ที่มีคะแนนนำ 7 อันดับแรก คือ 1. ศราริน เรืองปัญญาวุฒิ หมายเลข 064 ได้คะแนน 1,387 คะแนน 2. รัตนสิทธิ สุภาภรณ์ หมายเลข 065 ได้คะแนน 1,377 คะแนน 3. กฤษฎา อาทิตย์ จินตกานนท์ หมายเลข 063 ได้คะแนน 1,371 คะแนน 4. กฤตวิทย์ หริมเทพาธิป หมายเลข 066 ได้คะแนน 1,366 คะแนน 5. สุโขทัย หัตถะรัชต์ หมายเลข 067 ได้คะแนน 1,364 คะแนน 6. อดิศร เกิดมงคล หมายเลข 062 ได้คะแนน 1,363 คะแนน 7. ภัทรานิษฐ์ ศรีจันทร์ดร หมายเลข 068 ได้คะแนน 1,317 คะแนน ขณะที่ปลัดกระทรวงแรงงาน แถลงสถิติผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โดยตัวเลขไม่เป็นทางการ ฝั่งผู้ประกันตน มาใช้สิทธิ์ ไม่น้อยกว่า 672,807 คน ซึ่งเพิ่มมากขึ้นเทียบกับปี 2566 ถึง 330% ขณะที่ฝั่งนายจ้าง มีผู้มาใช้สิทธิ์ 8,965 คน หรือเพิ่มขึ้น 562% นอกจากนี้ เพจ สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว รายงานว่า ทางสำนักงานประกันสังคม แจ้งว่า คืนนี้ (11 ต.ค.) จะไม่มีการแถลงสรุปผลเลือกตั้ง ‘บอร์ดประกันสังคม’ แต่ถ้านับคะแนนเสร็จครบทุกหน่วย ก่อนเวลา 10.00 น. จะแถลงข่าวพรุ่งนี้เวลา 10.00 น. และถ้าสรุปผลคะแนนเสร็จไม่ทัน 10.00 น.ของวันพรุ่งนี้ มีเป็นการแถลงช่วงบ่ายหรือเย็นของวันพรุ่งนี้แทน * ข่าว * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * สำนักงานประกันสังคม * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 2569. ประกันสังคมก้าวหน้า * ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี * พนัส ไทยล้วน
dlvr.it
October 11, 2026 at 4:41 PM
ปิดหีบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ 5,233 หน่วย เลขาฯ สปส. คาดผู้ใช้สิทธิอาจเพิ่มเท่าตัว
ปิดหีบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ 5,233 หน่วย เลขาฯ สปส. คาดผู้ใช้สิทธิอาจเพิ่มเท่าตัว auser15 Sun, 2026-10-11 - 16:36 การเลือกตั้งผู้แทนนายจ้าง 7 คน และผู้แทนผู้ประกันตน 7 คน เป็นกรรมการบอร์ดประกันสังคม ปิดหีบลงคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศเมื่อ 16.00 น. วันที่ 11 ต.ค. หลังเปิดตั้งแต่ 08.00 น. เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ประเมินว่าผู้มาใช้สิทธิอาจเพิ่มจากครั้งก่อนสูงถึงเท่าตัว ส่วนผลคะแนนจะเปิดให้ติดตามผ่าน Dashboard และการรับรองผลอย่างเป็นทางการต้องรอตรวจสอบหีบบัตรและคุณสมบัติผู้สมัคร มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.ลต.ประกันสังคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ปิดหีบลงคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศ หลังเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 น. รวม 5,233 หน่วยเลือกตั้ง เพื่อคัดเลือกผู้แทนฝ่ายนายจ้าง 7 คน และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน เข้ามามีส่วนร่วมกำหนดนโยบายและทิศทางการบริหารสำนักงานประกันสังคม หลังปิดหีบ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยจะนับคะแนนตามขั้นตอน ก่อนรวบรวมและรายงานผลเข้าสู่ระบบ โดยสำนักงานประกันสังคมเตรียมเปิดให้ประชาชนติดตามผ่านระบบ Dashboard บนเว็บไซต์ของสำนักงาน ซึ่งจะแสดงคะแนนของผู้สมัครแต่ละรายและความคืบหน้าการนับคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่นำตะกร้านับคะแนนขึ้นมาเพื่อเตรียมเปิดบัตร และจะเปิดให้ประชาชนเข้าสังเกตการณ์การนับคะแนน ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 13.00 น. จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ว่า จากการลงพื้นที่หลายแห่งพบว่ามีผู้มาใช้สิทธิค่อนข้างมากและบรรยากาศคึกคัก โดยประเมินเบื้องต้นว่าจำนวนผู้ใช้สิทธิอาจเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อน และอาจสูงถึงเท่าตัว แต่ต้องรอตัวเลขอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จีระภากล่าวว่า สำนักงานคาดว่าจะเริ่มบันทึกคะแนนเข้าระบบหลังปิดหีบ และอาจเปิดให้ประชาชนติดตามผลอย่างไม่เป็นทางการได้ภายในราว 18.00 น. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการส่งข้อมูลจากแต่ละหน่วยและการบันทึกคะแนน ส่วนการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการต้องผ่านการตรวจสอบความเรียบร้อยของหีบบัตรเลือกตั้งและตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครอีกครั้ง โดยสำนักงานจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะคณะกรรมการประกันสังคมชุดเดิมอยู่ในสถานะรักษาการ และต้องการให้ชุดใหม่ปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่ ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนที่ได้รับเลือกจะร่วมกำหนดนโยบายด้านการบริหารกองทุน การลงทุน ยุทธศาสตร์ และสิทธิประโยชน์ โดยทำงานร่วมกับผู้แทนฝ่ายรัฐบาลในคณะกรรมการประกันสังคม * ข่าว * การเมือง * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
dlvr.it
October 11, 2026 at 9:42 AM
ปิดหีบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ 5,233 หน่วย เลขาฯ สปส. คาดผู้ใช้สิทธิอาจเพิ่มเท่าตัว
ปิดหีบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ 5,233 หน่วย เลขาฯ สปส. คาดผู้ใช้สิทธิอาจเพิ่มเท่าตัว
ปิดหีบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั่วประเทศ 5,233 หน่วย เลขาฯ สปส. คาดผู้ใช้สิทธิอาจเพิ่มเท่าตัว auser15 Sun, 2026-10-11 - 16:36 การเลือกตั้งผู้แทนนายจ้าง 7 คน และผู้แทนผู้ประกันตน 7 คน เป็นกรรมการบอร์ดประกันสังคม ปิดหีบลงคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศเมื่อ 16.00 น. วันที่ 11 ต.ค. หลังเปิดตั้งแต่ 08.00 น. เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ประเมินว่าผู้มาใช้สิทธิอาจเพิ่มจากครั้งก่อนสูงถึงเท่าตัว ส่วนผลคะแนนจะเปิดให้ติดตามผ่าน Dashboard และการรับรองผลอย่างเป็นทางการต้องรอตรวจสอบหีบบัตรและคุณสมบัติผู้สมัคร มติชนออนไลน์ รายงานว่า เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.ลต.ประกันสังคม) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ปิดหีบลงคะแนนพร้อมกันทั่วประเทศ หลังเปิดให้ลงคะแนนตั้งแต่เวลา 08.00 น. รวม 5,233 หน่วยเลือกตั้ง เพื่อคัดเลือกผู้แทนฝ่ายนายจ้าง 7 คน และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน 7 คน เข้ามามีส่วนร่วมกำหนดนโยบายและทิศทางการบริหารสำนักงานประกันสังคม หลังปิดหีบ เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยจะนับคะแนนตามขั้นตอน ก่อนรวบรวมและรายงานผลเข้าสู่ระบบ โดยสำนักงานประกันสังคมเตรียมเปิดให้ประชาชนติดตามผ่านระบบ Dashboard บนเว็บไซต์ของสำนักงาน ซึ่งจะแสดงคะแนนของผู้สมัครแต่ละรายและความคืบหน้าการนับคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่นำตะกร้านับคะแนนขึ้นมาเพื่อเตรียมเปิดบัตร และจะเปิดให้ประชาชนเข้าสังเกตการณ์การนับคะแนน ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 13.00 น. จีระภา บุญรัตน์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยหลังตรวจเยี่ยมหน่วยเลือกตั้งที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ว่า จากการลงพื้นที่หลายแห่งพบว่ามีผู้มาใช้สิทธิค่อนข้างมากและบรรยากาศคึกคัก โดยประเมินเบื้องต้นว่าจำนวนผู้ใช้สิทธิอาจเพิ่มขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งก่อน และอาจสูงถึงเท่าตัว แต่ต้องรอตัวเลขอย่างเป็นทางการอีกครั้ง จีระภากล่าวว่า สำนักงานคาดว่าจะเริ่มบันทึกคะแนนเข้าระบบหลังปิดหีบ และอาจเปิดให้ประชาชนติดตามผลอย่างไม่เป็นทางการได้ภายในราว 18.00 น. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการส่งข้อมูลจากแต่ละหน่วยและการบันทึกคะแนน ส่วนการประกาศรับรองผลอย่างเป็นทางการต้องผ่านการตรวจสอบความเรียบร้อยของหีบบัตรเลือกตั้งและตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครอีกครั้ง โดยสำนักงานจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพราะคณะกรรมการประกันสังคมชุดเดิมอยู่ในสถานะรักษาการ และต้องการให้ชุดใหม่ปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่ ผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนที่ได้รับเลือกจะร่วมกำหนดนโยบายด้านการบริหารกองทุน การลงทุน ยุทธศาสตร์ และสิทธิประโยชน์ โดยทำงานร่วมกับผู้แทนฝ่ายรัฐบาลในคณะกรรมการประกันสังคม * ข่าว * การเมือง * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
dlvr.it
October 11, 2026 at 9:42 AM
ผู้ประกันตน ม.33 เจอน้ำท่วม ทำงานไม่ได้ มีสิทธิรับเงินว่างงานได้ 50% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 90 วัน
ผู้ประกันตน ม.33 เจอน้ำท่วม ทำงานไม่ได้ มีสิทธิรับเงินว่างงานได้ 50% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 90 วัน ภาพปก: น้ำท่วมที่ประชาราษฎร์บำเพ็ญ ซอย 5 XmasUser Sun, 2026-09-27 - 18:21 ผู้ประกันตน มาตรา 33 เจอเหตุสุดวิสัย ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม มีสิทธิรับเงินว่างงาน 50% ของค่าจ้างรายวัน ได้รับไม่เกิน 90 วัน   27 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (27 ก.ย.) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ย้ำสิทธิผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะกรณีน้ำท่วม จนไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ หรือนายจ้างได้รับผลกระทบจนไม่สามารถประกอบกิจการได้ชั่วคราว และผู้ประกันตนไม่ได้รับค่าจ้าง สามารถขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ โดย สปส. มีแนวทางจ่ายเงินทดแทนกรณีดังกล่าวในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวัน ครั้งละไม่เกิน 90 วัน  โดยหลักฐาน และเอกสารที่ผู้ประกันตน มาตรา 33 ต้องใช้ประกอบด้วย  * แบบขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน (สปส. 2-01/7)หนังสือรับรองการว่างงานจากนายจ้าง * หากกรณีที่ผู้ประกันตน มาตรา 33 ยังไม่ได้ผูกบัตรประชาชน เข้ากับ ‘พร้อมเพย์’ ให้ผู้ประกันตน นำ ‘สำเนา’ หน้าแรก สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์ มาให้กับสำนักงานประกันสังคม ขณะที่ขั้นตอนที่นายจ้าง ต้องดำเนินการ  * ออกหนังสือรับรองการขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย (สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th) * ส่งแบบคำขอ และหนังสือรับรองไปที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ / จังหวัด / สาขา “ขอให้ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติตรวจสอบสิทธิของตนเองและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้พลาดความช่วยเหลือที่พึงได้รับตามสิทธิประกันสังคม” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดตามข้อมูลผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th และช่องทางประชาสัมพันธ์ของสำนักงานประกันสังคม * ข่าว * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * สำนักงานประกันสังคม * เงินทดแทนกรณีว่างงาน * น้ำท่วม * กรุงเทพฯ * ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร
dlvr.it
September 27, 2026 at 11:41 AM
ผู้ประกันตน ม.33 เจอน้ำท่วม ทำงานไม่ได้ มีสิทธิรับเงินว่างงานได้ 50% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 90 วัน
ผู้ประกันตน ม.33 เจอน้ำท่วม ทำงานไม่ได้ มีสิทธิรับเงินว่างงานได้ 50% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 90 วัน
ผู้ประกันตน ม.33 เจอน้ำท่วม ทำงานไม่ได้ มีสิทธิรับเงินว่างงานได้ 50% ของค่าจ้างรายวัน ไม่เกิน 90 วัน ภาพปก: น้ำท่วมที่ประชาราษฎร์บำเพ็ญ ซอย 5 XmasUser Sun, 2026-09-27 - 18:21 ผู้ประกันตน มาตรา 33 เจอเหตุสุดวิสัย ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม มีสิทธิรับเงินว่างงาน 50% ของค่าจ้างรายวัน ได้รับไม่เกิน 90 วัน   27 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (27 ก.ย.) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ย้ำสิทธิผู้ประกันตน มาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะกรณีน้ำท่วม จนไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ หรือนายจ้างได้รับผลกระทบจนไม่สามารถประกอบกิจการได้ชั่วคราว และผู้ประกันตนไม่ได้รับค่าจ้าง สามารถขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้ โดย สปส. มีแนวทางจ่ายเงินทดแทนกรณีดังกล่าวในอัตรา 50% ของค่าจ้างรายวัน ครั้งละไม่เกิน 90 วัน  โดยหลักฐาน และเอกสารที่ผู้ประกันตน มาตรา 33 ต้องใช้ประกอบด้วย  * แบบขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน (สปส. 2-01/7)หนังสือรับรองการว่างงานจากนายจ้าง * หากกรณีที่ผู้ประกันตน มาตรา 33 ยังไม่ได้ผูกบัตรประชาชน เข้ากับ ‘พร้อมเพย์’ ให้ผู้ประกันตน นำ ‘สำเนา’ หน้าแรก สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์ มาให้กับสำนักงานประกันสังคม ขณะที่ขั้นตอนที่นายจ้าง ต้องดำเนินการ  * ออกหนังสือรับรองการขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน เนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย (สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th) * ส่งแบบคำขอ และหนังสือรับรองไปที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ / จังหวัด / สาขา “ขอให้ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติตรวจสอบสิทธิของตนเองและเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อไม่ให้พลาดความช่วยเหลือที่พึงได้รับตามสิทธิประกันสังคม” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุ ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนประกันสังคม 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดตามข้อมูลผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th และช่องทางประชาสัมพันธ์ของสำนักงานประกันสังคม * ข่าว * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * สำนักงานประกันสังคม * เงินทดแทนกรณีว่างงาน * น้ำท่วม * กรุงเทพฯ * ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร
dlvr.it
September 27, 2026 at 11:41 AM
เลือกตั้งประกันสังคมเลื่อนเป็น 11 ตุลาฯ นะครับ
ประกาศจาก

เพจสำนักงานประกันสังคม
www.facebook.com/share/p/1DaE...
September 26, 2026 at 10:02 AM
We Watch เรียกร้องเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั้งประเทศ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย
We Watch เรียกร้องเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั้งประเทศ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย auser15 Sat, 2026-09-26 - 16:12 เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) ออกแถลงการณ์ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน และสำนักงานประกันสังคม พิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ออกไปทั้งประเทศ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการใช้สิทธิของประชาชน 26 กันยายน 2569 เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้เลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมทั้งประเทศ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย ลงวันที่ แถลงการณ์ระบุว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการประกาศเป็นเขตประสบสาธารณภัยครบทั้ง 50 เขต รวมถึงจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเดินทางออกจากที่พักอาศัยได้ตามปกติ We Watch ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์ พบว่าปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานครสูงเกิน 200 มิลลิเมตรในหลายเขต ซึ่งเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำที่รองรับได้ประมาณ 120 มิลลิเมตรต่อวัน ขณะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 14 ตำบล 74 หมู่บ้าน รวม 3,221 หลังคาเรือน ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง We Watch ให้ความเห็นว่า หัวใจสำคัญของการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม คือการเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้สิทธิได้อย่างเท่าเทียมและปลอดภัย การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในวันเดียว การเตรียมความพร้อมของหน่วยเลือกตั้ง บุคลากร และการขนส่งหีบบัตรเป็นระบบเดียวกัน เมื่อหลายจังหวัดประสบภัยพิบัติพร้อมกัน ย่อมกระทบต่อความเรียบร้อยของกระบวนการเลือกตั้งในภาพรวม แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า แม้หน่วยเลือกตั้งบางแห่งยังสามารถเปิดคูหาได้ แต่ผู้มีสิทธิจำนวนหนึ่งต้องเดินทางข้ามพื้นที่ไปยังหน่วยเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้ การเปิดคูหาเฉพาะบางจุดจึงไม่อาจแก้ปัญหาการเข้าถึงสิทธิได้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในหลายพื้นที่ก็เป็นผู้ประสบภัยเช่นเดียวกัน ต่อกรณีที่กระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางช่วยเหลือ ซึ่งรวมถึงการจำแนกพื้นที่ตามระดับผลกระทบและการจัดจุดบริการด้านยานพาหนะ We Watch เห็นว่าเป็นความพยายามที่น่าชื่นชม แต่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากผู้มีสิทธิจำนวนมากไม่สามารถออกจากที่พักอาศัยได้ตั้งแต่ต้นทาง และการเลื่อนเฉพาะบางหน่วยหรือบางจังหวัดจะยังคงส่งผลกระทบต่อผู้มีสิทธิที่ต้องเดินทางข้ามพื้นที่ ทั้งนี้ We Watch อ้างถึงระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564 ข้อ 6(7) ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งในการขยายหรือย่นระยะเวลาการเลือกตั้ง หรืองดเว้นการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งในกรณีที่มีเหตุจำเป็น สำหรับข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. ขอให้เลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมออกไปทั้งประเทศ โดยกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้มีสิทธิทุกคนสามารถใช้สิทธิได้อย่างเท่าเทียมและปลอดภัย โดยใช้อำนาจตามระเบียบข้อ 6(7) 2. ขอให้มีการตัดสินใจและประกาศโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเวลาที่เหลือก่อนวันเลือกตั้งมีจำกัด 3. ขอให้มีการสื่อสารกับประชาชนอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้มีสิทธิมีเวลาเพียงพอในการรับทราบข้อมูล * ข่าว * แรงงาน * We Watch * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม * ประกันสังคม
dlvr.it
September 26, 2026 at 9:13 AM
We Watch เรียกร้องเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั้งประเทศ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย
We Watch เรียกร้องเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั้งประเทศ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย
We Watch เรียกร้องเลื่อนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมทั้งประเทศ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย auser15 Sat, 2026-09-26 - 16:12 เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) ออกแถลงการณ์ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน และสำนักงานประกันสังคม พิจารณาเลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 27 กันยายน 2569 ออกไปทั้งประเทศ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการใช้สิทธิของประชาชน 26 กันยายน 2569 เครือข่ายเยาวชนสังเกตการณ์การเลือกตั้งเพื่อประชาธิปไตย (We Watch) ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอให้เลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมทั้งประเทศ เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย ลงวันที่ แถลงการณ์ระบุว่า จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการประกาศเป็นเขตประสบสาธารณภัยครบทั้ง 50 เขต รวมถึงจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา ซึ่งประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเดินทางออกจากที่พักอาศัยได้ตามปกติ We Watch ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์ พบว่าปริมาณฝนสะสมในรอบ 24 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานครสูงเกิน 200 มิลลิเมตรในหลายเขต ซึ่งเกินขีดความสามารถของระบบระบายน้ำที่รองรับได้ประมาณ 120 มิลลิเมตรต่อวัน ขณะที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาในอัตรา 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 14 ตำบล 74 หมู่บ้าน รวม 3,221 หลังคาเรือน ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนให้เฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นวันเลือกตั้ง We Watch ให้ความเห็นว่า หัวใจสำคัญของการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม คือการเปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิทุกคนสามารถเข้าถึงและใช้สิทธิได้อย่างเท่าเทียมและปลอดภัย การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศในวันเดียว การเตรียมความพร้อมของหน่วยเลือกตั้ง บุคลากร และการขนส่งหีบบัตรเป็นระบบเดียวกัน เมื่อหลายจังหวัดประสบภัยพิบัติพร้อมกัน ย่อมกระทบต่อความเรียบร้อยของกระบวนการเลือกตั้งในภาพรวม แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติมว่า แม้หน่วยเลือกตั้งบางแห่งยังสามารถเปิดคูหาได้ แต่ผู้มีสิทธิจำนวนหนึ่งต้องเดินทางข้ามพื้นที่ไปยังหน่วยเลือกตั้งที่ลงทะเบียนไว้ การเปิดคูหาเฉพาะบางจุดจึงไม่อาจแก้ปัญหาการเข้าถึงสิทธิได้ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในหลายพื้นที่ก็เป็นผู้ประสบภัยเช่นเดียวกัน ต่อกรณีที่กระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางช่วยเหลือ ซึ่งรวมถึงการจำแนกพื้นที่ตามระดับผลกระทบและการจัดจุดบริการด้านยานพาหนะ We Watch เห็นว่าเป็นความพยายามที่น่าชื่นชม แต่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากผู้มีสิทธิจำนวนมากไม่สามารถออกจากที่พักอาศัยได้ตั้งแต่ต้นทาง และการเลื่อนเฉพาะบางหน่วยหรือบางจังหวัดจะยังคงส่งผลกระทบต่อผู้มีสิทธิที่ต้องเดินทางข้ามพื้นที่ ทั้งนี้ We Watch อ้างถึงระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564 ข้อ 6(7) ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้งในการขยายหรือย่นระยะเวลาการเลือกตั้ง หรืองดเว้นการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งในกรณีที่มีเหตุจำเป็น สำหรับข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. ขอให้เลื่อนการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมออกไปทั้งประเทศ โดยกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้มีสิทธิทุกคนสามารถใช้สิทธิได้อย่างเท่าเทียมและปลอดภัย โดยใช้อำนาจตามระเบียบข้อ 6(7) 2. ขอให้มีการตัดสินใจและประกาศโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเวลาที่เหลือก่อนวันเลือกตั้งมีจำกัด 3. ขอให้มีการสื่อสารกับประชาชนอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้มีสิทธิมีเวลาเพียงพอในการรับทราบข้อมูล * ข่าว * แรงงาน * We Watch * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม * ประกันสังคม
dlvr.it
September 26, 2026 at 9:13 AM
เลขาธิการ สปส.ตอบปมจดโพยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชี้ควรหลีกเลี่ยงนำกระดาษเข้าคูหา
เลขาธิการ สปส.ตอบปมจดโพยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชี้ควรหลีกเลี่ยงนำกระดาษเข้าคูหา auser15 Wed, 2026-09-23 - 15:19 เลขาธิการ สปส.ย้ำระมัดระวังการจดโพยหมายเลขผู้สมัครเข้าหน่วยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย.นี้  ชี้ควรหลีกเลี่ยงนำกระดาษ-วัสดุไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ หวั่นผิดระเบียบเลือกตั้ง 23 กันยายน 2569 Thai PBS รายงานว่า น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยถึงกรณีความสับสน เกี่ยวกับการจดโพยหมายเลขผู้สมัคร คณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม เข้าหน่วยเลือกตั้ง น.ส.กาญจนา กล่าวว่า ควรหลีกเลี่ยงการนำกระดาษหรือวัสดุที่ไม่เกี่ยวข้อง เข้าไปยังหน่วยเลือกตั้ง เพราะอาจผิดกติกาของระเบียบการเลือกตั้ง ข้อที่ 44 ที่ระบุว่า ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งจะนำเอกสารหรือวัสดุอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครฯ เข้าไปในสถานที่เลือกตั้งไม่ได้ พร้อมเน้นย้ำขอให้ผู้ไปใช้สิทธิจำหมายเลขผู้สมัครที่จะเลือก โดยวันเลือกตั้งจะนำรายชื่อและหมายเลขผู้สมัคร ไปติดหน้าหน่วยเลือกตั้งด้วย ส่วนจะใช้วิธีการอื่น ก็ต้องไม่มีการใช้กระดาษหรือวัสดุที่ไม่เกี่ยวข้องในการจดจำหมายเลขเข้าไป เพราะจะส่งผลต่อความล่าช้าในการนับคะแนน เมื่อผู้สื่อข่าวยกตัวอย่างว่า สามารถจดใส่ข้อมือหรือฝ่ามือได้หรือไม่ เลขาธิการ สปส. เปิดเผยว่า ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน นอกจากนี้ ยังชี้แจงถึงมติของ กกต. ที่ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่และตีความว่า สามารถให้จดโพยเข้าหน่วยเลือกตั้งได้ โดยยืนยันว่า มติดังกล่าวเป็นเพียงการชี้แจงถึงเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เกี่ยวกับลักษณะการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดระเบียบการเลือกตั้ง หากยึดตามระเบียบเลือกตั้ง ก็จะเห็นว่ามีการระบุชัดเจนว่าไม่ให้นำกระดาษหรือวัสดุที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้ง "เมื่อใดก็ตามการพิสูจน์ว่าอันนี้เป็นโพยการหาเสียงหรือไม่ มันจะใช้เวลาในการพิสูจน์ เราก็กังวลเรื่องนี้ จึงพยายามให้หลีกเลี่ยงและเน้นย้ำให้ระมัดระวัง การนำกระดาษเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้ง" น.ส.กาญจนา กล่าว เลขาธิการ สปส. เน้นย้ำว่า เอกสารของ กกต.ที่ถูกนำมาเผยแพร่ ได้ข้อเท็จจริงว่าเป็นเอกสารที่เวียนส่งถึงเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ได้ให้เผยแพร่ต่อสาธารณะ แต่ตนเองก็ไม่ได้แปลกใจถึงที่มาของเอกสารดังกล่าว เปรียบเทียบถึงการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ให้นำโพยเข้ายังหน่วยเลือกตั้งเช่นกัน ส่วนขั้นตอนการเลือกตั้ง ผู้ประกันตน หรือนายจ้าง 1 คน สามารถเลือกผู้แทนได้สูงสุด 7 หมายเลข โดยบัตรเลือกตั้งฝ่ายผู้ประกันตนจะเป็นสีชมพู และฝ่ายนายจ้างจะเป็นสีฟ้า การใช้สิทธิให้ผู้ประกันตนกรอกหมายเลขผู้สมัครสูงสุด 7 หมายเลข ลงบนบัตรเลือกตั้ง โดยต้องเป็นเลขอารบิกเท่านั้น หากเป็นอย่างอื่นก็จะเป็นบัตรเสียทันที ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้ประกันตนต้องเตรียมไปในวันเลือกตั้ง คือ บัตรประชาชน หรือเอกสารที่มีเลขประจำตัว 13 หลัก หรือ Thai ID ก็ได้ ขณะที่นายจ้าง ต้องเพิ่มเอกสารยืนยันสิทธิด้วย อย่างไรก็ตาม ในวันเลือกตั้ง 27 ก.ย.นี้ การคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก สำนักงานประกันสังคม ย้ำให้ทุกหน่วยเลือกตั้งเตรียมความพร้อม โดยผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.   * ข่าว * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * ประกันสังคม * บอร์ดประกันสังคม * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
dlvr.it
September 23, 2026 at 8:30 AM
เลขาธิการ สปส.ตอบปมจดโพยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชี้ควรหลีกเลี่ยงนำกระดาษเข้าคูหา
เลขาธิการ สปส.ตอบปมจดโพยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชี้ควรหลีกเลี่ยงนำกระดาษเข้าคูหา
เลขาธิการ สปส.ตอบปมจดโพยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชี้ควรหลีกเลี่ยงนำกระดาษเข้าคูหา auser15 Wed, 2026-09-23 - 15:19 เลขาธิการ สปส.ย้ำระมัดระวังการจดโพยหมายเลขผู้สมัครเข้าหน่วยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย.นี้  ชี้ควรหลีกเลี่ยงนำกระดาษ-วัสดุไม่เกี่ยวข้องเข้าพื้นที่ หวั่นผิดระเบียบเลือกตั้ง 23 กันยายน 2569 Thai PBS รายงานว่า น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม (สปส.) เปิดเผยถึงกรณีความสับสน เกี่ยวกับการจดโพยหมายเลขผู้สมัคร คณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม เข้าหน่วยเลือกตั้ง น.ส.กาญจนา กล่าวว่า ควรหลีกเลี่ยงการนำกระดาษหรือวัสดุที่ไม่เกี่ยวข้อง เข้าไปยังหน่วยเลือกตั้ง เพราะอาจผิดกติกาของระเบียบการเลือกตั้ง ข้อที่ 44 ที่ระบุว่า ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งจะนำเอกสารหรือวัสดุอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัครฯ เข้าไปในสถานที่เลือกตั้งไม่ได้ พร้อมเน้นย้ำขอให้ผู้ไปใช้สิทธิจำหมายเลขผู้สมัครที่จะเลือก โดยวันเลือกตั้งจะนำรายชื่อและหมายเลขผู้สมัคร ไปติดหน้าหน่วยเลือกตั้งด้วย ส่วนจะใช้วิธีการอื่น ก็ต้องไม่มีการใช้กระดาษหรือวัสดุที่ไม่เกี่ยวข้องในการจดจำหมายเลขเข้าไป เพราะจะส่งผลต่อความล่าช้าในการนับคะแนน เมื่อผู้สื่อข่าวยกตัวอย่างว่า สามารถจดใส่ข้อมือหรือฝ่ามือได้หรือไม่ เลขาธิการ สปส. เปิดเผยว่า ขึ้นอยู่กับเทคนิคของแต่ละคน นอกจากนี้ ยังชี้แจงถึงมติของ กกต. ที่ก่อนหน้านี้มีการเผยแพร่และตีความว่า สามารถให้จดโพยเข้าหน่วยเลือกตั้งได้ โดยยืนยันว่า มติดังกล่าวเป็นเพียงการชี้แจงถึงเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง เกี่ยวกับลักษณะการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดระเบียบการเลือกตั้ง หากยึดตามระเบียบเลือกตั้ง ก็จะเห็นว่ามีการระบุชัดเจนว่าไม่ให้นำกระดาษหรือวัสดุที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้ง "เมื่อใดก็ตามการพิสูจน์ว่าอันนี้เป็นโพยการหาเสียงหรือไม่ มันจะใช้เวลาในการพิสูจน์ เราก็กังวลเรื่องนี้ จึงพยายามให้หลีกเลี่ยงและเน้นย้ำให้ระมัดระวัง การนำกระดาษเข้าไปยังหน่วยเลือกตั้ง" น.ส.กาญจนา กล่าว เลขาธิการ สปส. เน้นย้ำว่า เอกสารของ กกต.ที่ถูกนำมาเผยแพร่ ได้ข้อเท็จจริงว่าเป็นเอกสารที่เวียนส่งถึงเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ได้ให้เผยแพร่ต่อสาธารณะ แต่ตนเองก็ไม่ได้แปลกใจถึงที่มาของเอกสารดังกล่าว เปรียบเทียบถึงการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้ให้นำโพยเข้ายังหน่วยเลือกตั้งเช่นกัน ส่วนขั้นตอนการเลือกตั้ง ผู้ประกันตน หรือนายจ้าง 1 คน สามารถเลือกผู้แทนได้สูงสุด 7 หมายเลข โดยบัตรเลือกตั้งฝ่ายผู้ประกันตนจะเป็นสีชมพู และฝ่ายนายจ้างจะเป็นสีฟ้า การใช้สิทธิให้ผู้ประกันตนกรอกหมายเลขผู้สมัครสูงสุด 7 หมายเลข ลงบนบัตรเลือกตั้ง โดยต้องเป็นเลขอารบิกเท่านั้น หากเป็นอย่างอื่นก็จะเป็นบัตรเสียทันที ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้ประกันตนต้องเตรียมไปในวันเลือกตั้ง คือ บัตรประชาชน หรือเอกสารที่มีเลขประจำตัว 13 หลัก หรือ Thai ID ก็ได้ ขณะที่นายจ้าง ต้องเพิ่มเอกสารยืนยันสิทธิด้วย อย่างไรก็ตาม ในวันเลือกตั้ง 27 ก.ย.นี้ การคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนัก สำนักงานประกันสังคม ย้ำให้ทุกหน่วยเลือกตั้งเตรียมความพร้อม โดยผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.   * ข่าว * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * ประกันสังคม * บอร์ดประกันสังคม * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม
dlvr.it
September 23, 2026 at 8:28 AM
นายจ้าง — ผู้ประกันตนและนายจ้างเตรียมลงคะแนนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 กันยายน #นายจาง #News
ผู้ประกันตนและนายจ้างร่วมเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย.
ผู้ประกันตนและนายจ้างในประเทศไทยจะมีสิทธิ์ลงคะแนนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันที่ 27 กันยายน ตามประกาศจากสำนักงานประกันสังคม ผู้มีสิทธิ์สามารถตรวจสอบรายชื่อและสถานที่ลงคะแนนได้ก่อนวันเลือกตั้งเพื่อคว… · Photo : edenpictures · CC BY · Flickr
news.netasgard.com
September 21, 2026 at 11:32 AM
โฆษก สปส.แจงปมสมาชิกประกันสังคมก้าวหน้าถูกตัดชื่อ เผยพิจารณาอย่างครบถ้วน ก่อนประกาศแล้ว
โฆษก สปส.แจงปมสมาชิกประกันสังคมก้าวหน้าถูกตัดชื่อ เผยพิจารณาอย่างครบถ้วน ก่อนประกาศแล้ว
โฆษก สปส.แจงปมสมาชิกประกันสังคมก้าวหน้าถูกตัดชื่อ เผยพิจารณาอย่างครบถ้วน ก่อนประกาศแล้ว ภาพปก: ทีมประกันสังคมก้าวหน้า XmasUser Thu, 2026-08-20 - 16:48 โฆษกสำนักงานประกันสังคม เผยว่าเรื่องสมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้าหลุดรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เป็นข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นการพิจารณา กกต.สำนักงานประกันสังคม ยืนยันพิจารณาอย่างครบถ้วนก่อนประกาศ ส่วนผู้ที่ถูกตัดชื่อสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 24 ส.ค. และจะประกาศรายชื่ออีกครั้ง 29 ส.ค.นี้    20 ส.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าวนอกจอ” รายงานวันนี้ (20 ส.ค.)  นิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงกรณีที่ ‘ชลิต รัษฐปานะ’ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ถูกตัดชื่อออกจากผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมม ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 45 เป็นข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน (กกต.ประกันสังคม) นิยดา เผยว่า เธอขออธิบายในภาพกว้าง และยืนยันว่า ก่อนประกาศรายชื่อ กกต.ประกันสังคม ได้พิจารณาตามเงื่อนไข ซึ่งวันที่รับสมัครเป็นการตรวจสอบแค่เบื้องต้น แต่ก่อนประกาศรายชื่อ มีการตรวจละเอียดครบถ้วนก่อนส่งให้ กกต. พิจารณา ก่อนยกตัวอย่างเงื่อนไข คือ 1.การส่งเงินสมทบ โดยต้องมีการส่งเงินสมทบย้อนหลังติดต่อกัน 36 เดือนติดต่อกัน หากขาดแม้แต่เดือนเดียวก็ถือว่าขาดคุณสมบัติ  2.สถานะผู้ประกันตน ณ วันที่สมัคร ต้องมีสถานะเป็นผู้ประกันตนอยู่จริง ซึ่งตามกฎหมายต้องแจ้งเข้า-ออกลูกจ้างภายใน 30 วัน หากนายจ้างแจ้งย้อนหลังว่าลูกจ้างพ้นสภาพก่อนวันที่มาลงสมัคร ย่อมส่งผลกระทบต่อสถานะการเป็นผู้ประกันตน ณ วันที่สมัคร ส่วนสิทธิการอุทธรณ์ ยืนยันว่าผู้สมัครที่ไม่ปรากฏรายชื่อสามารถนำเอกสารหลักฐาน และข้อเท็จจริงมายื่นอุทธรณ์ต่อ กกต.จังหวัดได้ภายใน 24 ส.ค. 2569  ส่วนไมตรี ขุนทอง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากยื่นอุทธรณ์ที่ กกต.ระดับจังหวัด จากนั้น ทางจังหวัดจะส่งมาที่ส่วนกลาง เพื่อให้พิจารณาทบทวนรายชื่ออีกครั้ง ก่อนการประกาศรอบสุดท้ายในวันที่ 29 ส.ค. 2569 ซึ่งกระบวนการอุทธรณ์จะเสร็จสิ้นทันก่อนวันเลือกตั้งแน่นอน กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคม ประกาศรายชื่อผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง และผู้ประกันตน แต่ปรากฏว่า ไม่มีชื่อของ ชลิต รัษฐปานะ สมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้า และผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หมายเลขที่ 45 โดยเอกสารของสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า วันที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ชลิตไม่ได้มีสถานะเป็นผู้ประกันตน นอกจากนี้ นิยดา เสนีย์มโนมัย โฆษกสำนักงานประกันสังคม ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมด้วยว่า ไทม์ไลน์การจัดการเลือกตั้ง กำหนดการลงคะแนนเลือกตั้งตามเดิมคือ วันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 2569 และขอย้ำว่าไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว สามารถรอตรวจสอบรายชื่อ และไปใช้สิทธิได้ทันที   ทั้งนี้ หลังจากมีการประกาศรายชื่อผู้สมัครเลือกตั้งแล้ว เปิดโอกาสให้ผู้สมัครที่ไม่มีรายชื่อ หรือต้องการคัดค้านสามารถยื่นคำร้องขออุทธรณ์ หรือขอเพิ่มชื่อ ได้จนถึงวันที่ 24 ส.ค. 2569  ส่วนการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กำหนดการประกาศรายชื่อผู้ประกันตน และนายจ้าง ที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง 28 ส.ค. ซึ่งจะมีการเปิดช่วงเวลาให้ขอเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตามขั้นตอน  ส่วนความพร้อมและงบประมาณ นิยดา ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการของบประมาณเพิ่มจากเดิม ซึ่งกรอบงบประมาณเดิมที่ได้รับอนุมัติคือ 275 ล้านบาท ซึ่งคำนวณจากฐานผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 12 ล้านคน ดัวนั้น ยังคงเพียงพอต่อการดำเนินการทั้งหมด จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจากกระแสข่าว  นิยดา กล่าวด้วยว่า ในการจัดเวทีดีเบต สปส. ยังไม่มีนโยบายจัดเวทีรวม เนื่องจากผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน และนายจ้าง มีจำนวนมากรวมกว่า 100 คน และเป็นการเลือกตั้งระดับประเทศ ทำให้การจัดเวทีกลางทำได้ยาก แต่ผู้สมัครทุกคนมีอิสระในการวางแผนและดำเนินกิจกรรมหาเสียงตามแนวทางของตัวเองได้อย่างเต็มที่  * ข่าว * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * ชลิต รัษฐปานะ * ทีมประกันสังคมก้าวหน้า * บอร์ดประกันสังคม * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม * สำนักงานประกันสังคม * นิยดา เสนีย์มโนมัย
dlvr.it
August 20, 2026 at 10:10 AM
โฆษก สปส.แจงปมสมาชิกประกันสังคมก้าวหน้าถูกตัดชื่อ เผยพิจารณาอย่างครบถ้วน ก่อนประกาศแล้ว
โฆษก สปส.แจงปมสมาชิกประกันสังคมก้าวหน้าถูกตัดชื่อ เผยพิจารณาอย่างครบถ้วน ก่อนประกาศแล้ว ภาพปก: ทีมประกันสังคมก้าวหน้า XmasUser Thu, 2026-08-20 - 16:48 โฆษกสำนักงานประกันสังคม เผยว่าเรื่องสมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้าหลุดรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เป็นข้อมูลส่วนบุคคล และเป็นการพิจารณา กกต.สำนักงานประกันสังคม ยืนยันพิจารณาอย่างครบถ้วนก่อนประกาศ ส่วนผู้ที่ถูกตัดชื่อสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ภายใน 24 ส.ค. และจะประกาศรายชื่ออีกครั้ง 29 ส.ค.นี้    20 ส.ค. 2569 เพจเฟซบุ๊ก “สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าวนอกจอ” รายงานวันนี้ (20 ส.ค.)  นิยดา เสนีย์มโนมัย รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานประกันสังคม (สปส.) กล่าวถึงกรณีที่ ‘ชลิต รัษฐปานะ’ ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ถูกตัดชื่อออกจากผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมม ฝ่ายผู้ประกันตน หมายเลข 45 เป็นข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน (กกต.ประกันสังคม) นิยดา เผยว่า เธอขออธิบายในภาพกว้าง และยืนยันว่า ก่อนประกาศรายชื่อ กกต.ประกันสังคม ได้พิจารณาตามเงื่อนไข ซึ่งวันที่รับสมัครเป็นการตรวจสอบแค่เบื้องต้น แต่ก่อนประกาศรายชื่อ มีการตรวจละเอียดครบถ้วนก่อนส่งให้ กกต. พิจารณา ก่อนยกตัวอย่างเงื่อนไข คือ 1.การส่งเงินสมทบ โดยต้องมีการส่งเงินสมทบย้อนหลังติดต่อกัน 36 เดือนติดต่อกัน หากขาดแม้แต่เดือนเดียวก็ถือว่าขาดคุณสมบัติ  2.สถานะผู้ประกันตน ณ วันที่สมัคร ต้องมีสถานะเป็นผู้ประกันตนอยู่จริง ซึ่งตามกฎหมายต้องแจ้งเข้า-ออกลูกจ้างภายใน 30 วัน หากนายจ้างแจ้งย้อนหลังว่าลูกจ้างพ้นสภาพก่อนวันที่มาลงสมัคร ย่อมส่งผลกระทบต่อสถานะการเป็นผู้ประกันตน ณ วันที่สมัคร ส่วนสิทธิการอุทธรณ์ ยืนยันว่าผู้สมัครที่ไม่ปรากฏรายชื่อสามารถนำเอกสารหลักฐาน และข้อเท็จจริงมายื่นอุทธรณ์ต่อ กกต.จังหวัดได้ภายใน 24 ส.ค. 2569  ส่วนไมตรี ขุนทอง ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากยื่นอุทธรณ์ที่ กกต.ระดับจังหวัด จากนั้น ทางจังหวัดจะส่งมาที่ส่วนกลาง เพื่อให้พิจารณาทบทวนรายชื่ออีกครั้ง ก่อนการประกาศรอบสุดท้ายในวันที่ 29 ส.ค. 2569 ซึ่งกระบวนการอุทธรณ์จะเสร็จสิ้นทันก่อนวันเลือกตั้งแน่นอน กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานประกันสังคม ประกาศรายชื่อผู้ลงรับสมัครเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายนายจ้าง และผู้ประกันตน แต่ปรากฏว่า ไม่มีชื่อของ ชลิต รัษฐปานะ สมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้า และผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม หมายเลขที่ 45 โดยเอกสารของสำนักงานประกันสังคม ชี้แจงว่า วันที่ลงสมัครรับเลือกตั้ง ชลิตไม่ได้มีสถานะเป็นผู้ประกันตน นอกจากนี้ นิยดา เสนีย์มโนมัย โฆษกสำนักงานประกันสังคม ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมด้วยว่า ไทม์ไลน์การจัดการเลือกตั้ง กำหนดการลงคะแนนเลือกตั้งตามเดิมคือ วันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย. 2569 และขอย้ำว่าไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว สามารถรอตรวจสอบรายชื่อ และไปใช้สิทธิได้ทันที   ทั้งนี้ หลังจากมีการประกาศรายชื่อผู้สมัครเลือกตั้งแล้ว เปิดโอกาสให้ผู้สมัครที่ไม่มีรายชื่อ หรือต้องการคัดค้านสามารถยื่นคำร้องขออุทธรณ์ หรือขอเพิ่มชื่อ ได้จนถึงวันที่ 24 ส.ค. 2569  ส่วนการประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กำหนดการประกาศรายชื่อผู้ประกันตน และนายจ้าง ที่มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง 28 ส.ค. ซึ่งจะมีการเปิดช่วงเวลาให้ขอเพิ่มชื่อ-ถอนชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตามขั้นตอน  ส่วนความพร้อมและงบประมาณ นิยดา ขอยืนยันว่าไม่ได้มีการของบประมาณเพิ่มจากเดิม ซึ่งกรอบงบประมาณเดิมที่ได้รับอนุมัติคือ 275 ล้านบาท ซึ่งคำนวณจากฐานผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 12 ล้านคน ดัวนั้น ยังคงเพียงพอต่อการดำเนินการทั้งหมด จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจากกระแสข่าว  นิยดา กล่าวด้วยว่า ในการจัดเวทีดีเบต สปส. ยังไม่มีนโยบายจัดเวทีรวม เนื่องจากผู้สมัครฝ่ายผู้ประกันตน และนายจ้าง มีจำนวนมากรวมกว่า 100 คน และเป็นการเลือกตั้งระดับประเทศ ทำให้การจัดเวทีกลางทำได้ยาก แต่ผู้สมัครทุกคนมีอิสระในการวางแผนและดำเนินกิจกรรมหาเสียงตามแนวทางของตัวเองได้อย่างเต็มที่  * ข่าว * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * ชลิต รัษฐปานะ * ทีมประกันสังคมก้าวหน้า * บอร์ดประกันสังคม * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม * สำนักงานประกันสังคม * นิยดา เสนีย์มโนมัย
dlvr.it
August 20, 2026 at 10:10 AM
ประกาศรายชื่อ-หมายเลขผู้สมัคร เลือกตั้ง 'บอร์ดประกันสังคม'
ประกาศรายชื่อ-หมายเลขผู้สมัคร เลือกตั้ง 'บอร์ดประกันสังคม' auser15 Wed, 2026-08-19 - 14:01 ประกันสังคมประกาศรายชื่อ-หมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน (บอร์ดประกันสังคม) อย่างเป็นทางการ 180 คน แบ่งเป็นฝ่ายนายจ้าง 78 คน และฝ่ายผู้ประกันตน 102 คน 19 สิงหาคม 2569 สำนักงานประกันสังคม ประกาศรายชื่อและหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนอย่างเป็นทางการ หลังจากดำเนินการตามกระบวนการรับสมัคร และตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สำหรับขั้นตอนหลังการประกาศรายชื่อผู้สมัคร โดยสำนักงานประกันสังคม ตรวจสอบคุณสมบัติของนายจ้างและผู้ประกันตน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว พบว่ามีผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจำนวนทั้งสิ้น 180 คน แบ่งเป็นฝ่ายนายจ้าง 78 คน และฝ่ายผู้ประกันตน 102 คน รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน  ปี 2569 - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ปี 2569 Download  - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ลำดับที่ 1 - 50 ปี 2569 Download  - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ลำดับที่ 51 - 109 ปี 2569 Download  รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ปี 2569 - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ปี 2569 Download  - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ลำดับที่ 1- 50  ปี 2569 Download  - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ลำดับที่ 51 - 85  ปี 2569 Download  * ข่าว * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * บอร์ดประกันสังคม * ประกันสังคม
dlvr.it
August 19, 2026 at 7:06 AM
ประกาศรายชื่อ-หมายเลขผู้สมัคร เลือกตั้ง 'บอร์ดประกันสังคม'
ประกาศรายชื่อ-หมายเลขผู้สมัคร เลือกตั้ง 'บอร์ดประกันสังคม'
ประกาศรายชื่อ-หมายเลขผู้สมัคร เลือกตั้ง 'บอร์ดประกันสังคม' auser15 Wed, 2026-08-19 - 14:01 ประกันสังคมประกาศรายชื่อ-หมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน (บอร์ดประกันสังคม) อย่างเป็นทางการ 180 คน แบ่งเป็นฝ่ายนายจ้าง 78 คน และฝ่ายผู้ประกันตน 102 คน 19 สิงหาคม 2569 สำนักงานประกันสังคม ประกาศรายชื่อและหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้ง เป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนอย่างเป็นทางการ หลังจากดำเนินการตามกระบวนการรับสมัคร และตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง สำหรับขั้นตอนหลังการประกาศรายชื่อผู้สมัคร โดยสำนักงานประกันสังคม ตรวจสอบคุณสมบัติของนายจ้างและผู้ประกันตน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดเรียบร้อยแล้ว พบว่ามีผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งจำนวนทั้งสิ้น 180 คน แบ่งเป็นฝ่ายนายจ้าง 78 คน และฝ่ายผู้ประกันตน 102 คน รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน  ปี 2569 - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ปี 2569 Download  - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ลำดับที่ 1 - 50 ปี 2569 Download  - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ลำดับที่ 51 - 109 ปี 2569 Download  รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ปี 2569 - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ปี 2569 Download  - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ลำดับที่ 1- 50  ปี 2569 Download  - ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เรื่อง รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้แทนฝ่ายนายจ้าง ลำดับที่ 51 - 85  ปี 2569 Download  * ข่าว * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * บอร์ดประกันสังคม * ประกันสังคม
dlvr.it
August 19, 2026 at 7:06 AM
มิ.ย. 69 ผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนว่างงาน 289,797 คน ถูกเลิกจ้าง 41,428 คน
มิ.ย. 69 ผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนว่างงาน 289,797 คน ถูกเลิกจ้าง 41,428 คน
มิ.ย. 69 ผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนว่างงาน 289,797 คน ถูกเลิกจ้าง 41,428 คน auser15 Sun, 2026-08-16 - 16:56 เดือน มิ.ย. 69 มีแรงงานในระบบประกันสังคมหรือผู้ประกันตน ม.33 จำนวน 12,239,356  คน ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานรวม 289,797 คน ถูกเลิกจ้าง 41,428 คน ข้อมูลจาก รายงานเศรษฐกิจแรงงาน ประจำเดือนมิถุนายน 2569 โดยกองเศรษฐกิจการแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุว่า เดือนมิถุนายน 2569 มีแรงงานในระบบประกันสังคมหรือผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 2,239,356 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.78 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 12,114,583 คน) และเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 12,189,960 คน) เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.41 สถานการณ์การว่างงาน (ผู้ว่างงาน หมายถึง ผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในระบบประกันสังคม) เดือนมิถุนายน 2569 คาดการณ์ว่ามีผู้ว่างงานจำนวน 289,797 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.08 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 251,832 คน) และเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 275,036 คน (f)) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.37 โดยมีจำนวนผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานรายใหม่ (ณ เดือนพฤศจิกายน 2568) จำนวน 65,057 คน ลดลงร้อยละ -4.25 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 67,944 คน) และลดลงร้อยละ -6.78 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 69,790 คน) ดังแผนภาพที่ 6 ทั้งนี้ อัตราการว่างงานในระบบประกันสังคมในเดือนมิถุนายน 2569 คาดว่าอยู่ที่ร้อยละ 2.37 และอัตราการว่างงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ร้อยละ 0.90 สถานการณ์การเลิกจ้าง เดือนมิถุนายน 2569 คาดการณ์ว่ามีผู้ประกันตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสาเหตุเลิกจ้างจากสำนักงานประกันสังคม มีจำนวน 41,428 คน ลดลงร้อยละ -2.73 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 42,589 คน) และเมื่ อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 43,310 คน (f)) ลดลงร้อยละ -4.35 และอัตราการเลิกจ้างของผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสาเหตุเลิกจ้างของระบบประกันสังคมในเดือนมิถุนายน 2569 คาดว่าอยู่ที่ร้อยละ 0.34 * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * ตลาดแรงงาน * ประกันสังคม * เลิกจ้าง * ว่างงาน
dlvr.it
August 16, 2026 at 10:00 AM
มิ.ย. 69 ผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนว่างงาน 289,797 คน ถูกเลิกจ้าง 41,428 คน
มิ.ย. 69 ผู้ประกันตนขอรับประโยชน์ทดแทนว่างงาน 289,797 คน ถูกเลิกจ้าง 41,428 คน auser15 Sun, 2026-08-16 - 16:56 เดือน มิ.ย. 69 มีแรงงานในระบบประกันสังคมหรือผู้ประกันตน ม.33 จำนวน 12,239,356  คน ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานรวม 289,797 คน ถูกเลิกจ้าง 41,428 คน ข้อมูลจาก รายงานเศรษฐกิจแรงงาน ประจำเดือนมิถุนายน 2569 โดยกองเศรษฐกิจการแรงงาน สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุว่า เดือนมิถุนายน 2569 มีแรงงานในระบบประกันสังคมหรือผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 2,239,356 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.78 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 12,114,583 คน) และเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 12,189,960 คน) เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.41 สถานการณ์การว่างงาน (ผู้ว่างงาน หมายถึง ผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานในระบบประกันสังคม) เดือนมิถุนายน 2569 คาดการณ์ว่ามีผู้ว่างงานจำนวน 289,797 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.08 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 251,832 คน) และเมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 275,036 คน (f)) เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.37 โดยมีจำนวนผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานรายใหม่ (ณ เดือนพฤศจิกายน 2568) จำนวน 65,057 คน ลดลงร้อยละ -4.25 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 67,944 คน) และลดลงร้อยละ -6.78 เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 69,790 คน) ดังแผนภาพที่ 6 ทั้งนี้ อัตราการว่างงานในระบบประกันสังคมในเดือนมิถุนายน 2569 คาดว่าอยู่ที่ร้อยละ 2.37 และอัตราการว่างงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติเดือนมิถุนายน 2569 อยู่ที่ร้อยละ 0.90 สถานการณ์การเลิกจ้าง เดือนมิถุนายน 2569 คาดการณ์ว่ามีผู้ประกันตนที่ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสาเหตุเลิกจ้างจากสำนักงานประกันสังคม มีจำนวน 41,428 คน ลดลงร้อยละ -2.73 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา (จำนวน 42,589 คน) และเมื่ อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา (จำนวน 43,310 คน (f)) ลดลงร้อยละ -4.35 และอัตราการเลิกจ้างของผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสาเหตุเลิกจ้างของระบบประกันสังคมในเดือนมิถุนายน 2569 คาดว่าอยู่ที่ร้อยละ 0.34 * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * ตลาดแรงงาน * ประกันสังคม * เลิกจ้าง * ว่างงาน
dlvr.it
August 16, 2026 at 10:00 AM
สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 10-16 ส.ค. 2569
สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 10-16 ส.ค. 2569 auser15 Sun, 2026-08-16 - 10:06 รมว.แรงงาน ไฟเขียวแก้ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ปลดล็อกใช้สิทธิได้ทันทีโดยไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา ตนได้ลงนามเห็นชอบในหลักการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ตามข้อเสนอของสำนักงานประกันสังคม ซึ่งผ่านความเห็นชอบตามมติของคณะกรรมการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สาระสำคัญของการเห็นชอบในครั้งนี้ คือการปลดล็อกเงื่อนไขและข้อจำกัดในระเบียบเดิม พ.ศ. 2564 หลังจากเกิดข้อพิพาททางกฎหมายและการพิจารณาของศาลปกครองกลาง เพื่อให้พี่น้องผู้ประกันตนและนายจ้างทุกคนที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย สามารถไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งผู้แทนของตนเองได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการลงทะเบียนใช้สิทธิล่วงหน้า เพื่อสร้างความสะดวก รวดเร็ว และเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างเต็มที่ รมว.แรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมเร่งดำเนินการยกร่างระเบียบฉบับแก้ไขอย่างเป็นทางการ พร้อมเตรียมความพร้อมในกระบวนการจัดการเลือกตั้งทุกด้าน เพื่อให้การเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส บริสุทธิ์ ยุติธรรม และมีประสิทธิภาพสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด ที่มา: พรรคเพื่อไทย, 15/8/2569  สส.พรรคประชาชน เสนอแนวทางแก้ปัญหาแรงงานไทยเก็บเบอร์รีในฟินแลนด์-สวีเดน ยกระดับมาตรฐาน-ป้องกันปัญหาซ้ำรอย นายสหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดชลบุรี พรรคประชาชน เสนอแนวทางปฏิรูประบบการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานเก็บเบอร์รีในประเทศฟินแลนด์และสวีเดน โดยเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง หลังปัญหาการค้ามนุษย์และการละเมิดสิทธิแรงงานในอดีตส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและทำให้ต่างประเทศเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาวีซ่าแรงงานตามฤดูกาล นายสหัสวัต เสนอแนวทางแก้ไข 3 ระยะ โดยระยะแรกเป็นมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที ได้แก่ การจัดทำ สัญญาจ้างงานกลางมาตรฐานที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงแรงงาน เพื่อให้บริษัทจัดหางานให้สิทธิประโยชน์และการคุ้มครองแรงงานไม่ต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด พร้อมจัดทำระบบช่วยเหลือและคุ้มครองแรงงานไทย การจัดทำคู่มือเกี่ยวกับกฎหมายและสิทธิของแรงงานในประเทศปลายทาง และเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงง่าย รวมถึงมีช่องทางติดต่อกรณีฉุกเฉิน ส่วนมาตรการระยะกลาง เสนอให้กระทรวงแรงงานจัดทำระบบจัดอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทจัดหางาน พร้อมระบบเครดิตและบัญชีดำ (Blacklist) สำหรับบริษัทที่กระทำผิด โดยตรวจสอบไปถึงกรรมการบริษัทและการใช้นอมินี พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตเมื่อพบการกระทำผิด นอกจากนี้ ควรกำหนดให้การชำระค่าใช้จ่ายและค่าจ้างดำเนินการผ่านระบบธนาคาร ป้องกันสวมรอยค่าใช้จ่ายและการใช้แรงงานในลักษณะขัดหนี้ อีกข้อเสนอสำคัญ คือการสร้างกลไกตรวจสอบมาตรฐานร่วมกับประเทศปลายทาง โดยประสานงานกับกระทรวงแรงงานของฟินแลนด์ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไทยสามารถสุ่มตรวจสภาพการทำงานในพื้นที่จริง และมีระบบติดตามหลังแรงงานเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อตรวจสอบว่าได้รับค่าจ้าง สิทธิ และสวัสดิการตรงตามที่ระบุไว้ในสัญญาหรือไม่ มาตรการระยะยาว เสนอให้ปรับปรุงพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานให้สอดคล้องกับรูปแบบการจ้างงานข้ามชาติในปัจจุบัน และผลักดันการจัดทำข้อตกลงทวิภาคีระหว่างไทยกับประเทศปลายทาง เปลี่ยนจากการพึ่งพาระบบนายหน้าไปสู่ความร่วมมือในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล (G2G) เพื่อสร้างหลักประกันด้านสิทธิและสวัสดิการของแรงงานตามมาตรฐานสากล นายสหัสวัต เห็นว่าการแก้ปัญหาควรมุ่งไปที่การปรับปรุงระบบ ไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาเฉพาะรายหรือเฉพาะหน้า โดยกระทรวงแรงงานควรมีบทบาทในการกำกับบริษัทจัดหางาน สร้างระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ และประสานความร่วมมือกับประเทศปลายทาง เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานไทยตกเป็นเหยื่อการเอารัดเอาเปรียบหรือการค้ามนุษย์ ทั้งนี้ ข้อเสนอดังกล่าวได้มีการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแล้ว โดยรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการเบื้องต้น โดยเฉพาะมาตรการระยะสั้นที่จะเร่งหาแนวทางดำเนินการ ขณะที่ข้อเสนอระยะกลางและระยะยาวจะนำไปหารือภายในกระทรวงแรงงานเพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการต่อไป ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา, 15/8/2569  เผยสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตน “คู่สมรสทุกเพศ” กรณีเสียชีวิต–บำเหน็จชราภาพ–ค่าทำศพ รับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแนะจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับสิทธิให้ครบถ้วน นางสาวพลอยทะเล ลักษมึแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์และปรับปรุงระบบการให้บริการรองรับความหลากหลาย เพื่อให้ผู้ประกันตนทุกคนได้รับความคุ้มครองอย่างทั่วถึงและเสมอภาค ภายหลังการบังคับใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2567 หรือ “กฎหมายสมรสเท่าเทียม” ซึ่งปรับเปลี่ยนนิยามจาก “ชายและหญิง” เป็น “บุคคลสองคน” ส่งผลให้บุคคลทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีสถานะเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย และได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างเท่าเทียม นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า คู่สมรสทุกเพศที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สามารถได้รับสิทธิประโยชน์ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยเฉพาะสิทธิกรณีเสียชีวิต ได้แก่ เงินสงเคราะห์กรณีตาย ค่าทำศพ และเงินบำเหน็จชราภาพ ดังนี้ 1.กรณีเงินสงเคราะห์กรณีตาย หากผู้ประกันตนทำหนังสือระบุบุคคลผู้รับผลประโยชน์ไว้ เงินสงเคราะห์จะจ่ายให้แก่บุคคลดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากไม่ได้ทำหนังสือระบุไว้ จะจ่ายให้ผู้มีสิทธิตามลำดับ ได้แก่  1.1. สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย  1.2. บิดาและมารดา กรณีไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะได้รับสิทธิเฉพาะมารดา  1.3. บุตร รวมถึงบุตรบุญธรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย 2.กรณีค่าทำศพ คู่สมรสสามารถเป็นผู้จัดการศพและยื่นขอรับค่าทำศพจากสำนักงานประกันสังคมได้ โดยสำนักงานประกันสังคมจ่ายค่าทำศพในอัตราเหมาจ่าย 50,000 บาท ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด 3.กรณีเงินบำเหน็จชราภาพ ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เมื่อเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญชราภาพ ทายาทมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ ซึ่งประกอบด้วยเงินสะสมและผลประโยชน์ตอบแทน โดยแบ่งให้แก่ผู้มีสิทธิตามหลักเกณฑ์ ดังนี้ 3.1. บุตรชอบด้วยกฎหมาย ได้รับ 2 ส่วน หากมีบุตรตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป ได้รับรวม 3 ส่วน 3.2. สามีหรือภรรยาที่จดทะเบียนสมรส ได้รับ 1 ส่วน 3.3. บิดาและมารดาที่มีชีวิตอยู่ ได้รับ 1 ส่วน 3.4. บุคคลที่ผู้ประกันตนทำหนังสือระบุไว้ ได้รับ 1 ส่วนร่วมกับทายาท “หากไม่มีทายาทหรือไม่มีผู้ที่ระบุไว้เป็นผู้รับผลประโยชน์ จะจ่ายตามลำดับ ได้แก่ พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดา ปู่ ย่า ตา ยาย และลุง ป้า น้า อา ซึ่งผู้ประกันตนสามารถกำหนดผู้รับผลประโยชน์เป็นบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ทายาทได้ โดยจัดทำหนังสือระบุผู้รับผลประโยชน์ไว้ล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์ เพื่อให้การจ่ายสิทธิเป็นไปตามเจตนาของผู้ประกันตนอย่างถูกต้อง โดยผู้มีสิทธิสามารถยื่นขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีเสียชีวิตได้ภายใน 2 ปี นับแต่วันที่ผู้ประกันตนเสียชีวิต ณ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด หรือสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่สะดวกทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการรักษาสิทธิและการรับสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้อง ขอให้ผู้ประกันตนตรวจสอบและจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับสิทธิของตนเองให้ครบถ้วน“ นางสาวพลอยทะเล กล่าว ที่มา: เว็บไซต์รัฐบาลไทย, 15/8/2569  คณะกรรมการครอบครัวแห่งชาติเคาะ 3 มาตรการใหญ่ ดันวันลาเพื่อครอบครัว-ยกระดับชุมชนเป็นด่านหน้าดูแลทุกช่วงวัย ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์ครอบครัวแห่งชาติ (กยค.) ที่มีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธาน โดยที่ประชุมเห็นชอบ 3 แนวทางสำคัญเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวไทยให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม มาตรการแรกคือ "วันลาเพื่อครอบครัว" ที่ประชุมเห็นชอบแนวทาง "คงระบบเดิม เพิ่มความชัดเจน" มอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงกฎหมายและระเบียบการลาเพื่อครอบครัว ทั้งของข้าราชการ ลูกจ้างส่วนราชการ และพนักงานราชการ รวมถึงประสานกระทรวงแรงงานปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ครอบคลุมมากขึ้น พร้อมปรับปรุงระบบประกันสังคมให้สนับสนุนทางการเงินแก่ลูกจ้างที่ลาเพื่อครอบครัว จัดระบบให้คำปรึกษาสำหรับพนักงานที่ต้องดูแลสมาชิกในครอบครัว และนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการทำงานที่ยืดหยุ่น เช่น การทำงานที่บ้าน มาตรการที่สองคือการยกระดับศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) ให้เป็นกลไกสำคัญในการสร้างครอบครัวเข้มแข็ง โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จะนำแนวคิด Social Lab มาใช้เป็นพื้นที่ทดลองรูปแบบการทำงานที่เหมาะกับบริบทแต่ละชุมชน มุ่งพัฒนาไปสู่ "ศพค. แบบชุมชนนำ" เพื่อรองรับทั้งครอบครัวข้ามรุ่นและสังคมสูงวัย มาตรการที่สามคือกรอบการจัด "สมัชชาครอบครัวระดับชาติ 2569" ภายใต้แนวคิด "สานพลังสร้างสุขในครอบครัว" กำหนด 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การสร้างความสุขและความสัมพันธ์ในครอบครัวผ่านการสื่อสารและการใช้เวลาร่วมกัน การสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อครอบครัวทั้งในบ้าน ชุมชน โรงเรียน และที่ทำงาน การเสริมพลังเศรษฐกิจครอบครัวผ่านการสร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ และ Cyber Safe Family เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันภัยออนไลน์ให้สมาชิกในครอบครัว นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบผลการติดตามแผนปฏิบัติการด้านครอบครัว พ.ศ. 2566-2570 ประจำปี 2568 ความคืบหน้าการปรับปรุงกฎหมายความรุนแรงในครอบครัว สถานการณ์ครอบครัวไทยและครอบครัวข้ามรุ่น รวมถึงมาตรการ "ครอบครัวไทยปลอดภัยไร้ความรุนแรง" รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า การขับเคลื่อนทั้ง 3 มาตรการสะท้อนการปรับนโยบายครอบครัวจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปสู่การสร้าง "ระบบสนับสนุนครอบครัว" ตั้งแต่ระดับที่ทำงาน ชุมชน ไปจนถึงระดับประเทศ โดยเฉพาะการทำให้คนวัยทำงานสามารถดูแลครอบครัวได้โดยไม่ต้องเลือกระหว่างหน้าที่การงานกับคนที่ต้องดูแล ทั้งนี้ กยค. ตั้งเป้าให้มาตรการสำคัญเริ่มขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมภายในไตรมาสถัดไป โดยบูรณาการความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ท้องถิ่น ชุมชน โรงเรียน และครอบครัว ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์, 14/8/2569  ดันโครงการ “1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า" อัปสกิลติดตั้ง EV-โซลาร์เซลล์ พร้อมสร้างอาชีพ สร้างรายได้ยั่งยืน ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งในภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ และภาคอุตสาหกรรม ที่ผ่านมา มีการผนึกความร่วมมือระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ในการพัฒนาฝีมือแรงงานด้านช่างไฟฟ้า โดยตั้งแต่ปี 2560–2568 ได้ร่วมกันดำเนินโครงการ “1 ตำบล 1 ช่างไฟฟ้า” เพื่อฝึกอบรมหลักสูตรช่างเดินสายไฟฟ้าประจำชุมชนและยกระดับทักษะแรงงานสำเร็จไปแล้วถึง 8,385 คน และในปี 2569 นี้ จะครอบคลุมทุกพื้นที่มากขึ้น ด้วยการยกระดับสู่โครงการ "1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า" ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ระบุว่า รัฐบาลได้อนุมัติแผนโครงการ “1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า” ครอบคลุม 75,668 หมู่บ้านทั่วประเทศ โดยมุ่งมั่นขับเคลื่อนเพื่อแก้ปัญหาความปลอดภัยด้านไฟฟ้าในชุมชน และสร้างช่างชุมชนมืออาชีพ ที่มีใบรับรองมาตรฐาน รวมทั้งสร้างรายได้มั่นคงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายพัฒนากำลังคนรวม 3,700 คนในช่วงเดือนกันยายน – ธันวาคม 2569 สำหรับหลักสูตรการอบรมโครงการ “1 หมู่บ้าน 1 ช่างไฟฟ้า” ครั้งนี้ ประกอบด้วย 1.ช่างไฟฟ้าภายในชุมชน พัฒนาทักษะด้านการติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในอาคารให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย 2. หลักสูตรการติดตั้งและบำรุงรักษาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ เสริมความรู้และทักษะให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพและความปลอดภัย และ 3. หลักสูตรการติดตั้ง EV Charging Home พัฒนาทักษะการติดตั้งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าภายในที่อยู่อาศัย ตามมาตรฐานการติดตั้งและความปลอดภัย เพื่อรองรับการเติบโตของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศ ที่มา: สำนักข่าวไทย, 14/8/2569  ชูทุนมนุษย์คือหัวใจยกระดับพาณิชย์นาวีไทยสู่ตลาดโลก นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่นักเรียนเดินเรือพาณิชย์ผู้สำเร็จการศึกษาประจำปีการศึกษา 2568 ณ ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของบุคลากรพาณิชย์นาวีรุ่นใหม่ในฐานะกำลังสำคัญยกระดับขีดความสามารถด้านการขนส่งทางน้ำและระบบโลจิสติกส์ของประเทศ นายสรรเพชญระบุว่า กระทรวงคมนาคมกำหนดทิศทางการพัฒนาพาณิชย์นาวีให้เดินหน้าไปพร้อมกันทั้งโครงสร้างพื้นฐาน มาตรฐาน และบุคลากร โดยในด้านบุคลากร กรมเจ้าท่าให้ความสำคัญกับการผลิตบุคลากรให้เพียงพอและตรงตามความต้องการของภาคธุรกิจ ต้องได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานสากลตามข้อกำหนดขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ (IMO) เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานพาณิชย์นาวีระดับโลกที่ยังมีความต้องการบุคลากรที่มีทักษะและได้มาตรฐานอยู่มาก ในด้านโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำ กระทรวงคมนาคมเร่งรัดโครงการสำคัญภายใต้แนวทาง Quick Win ให้แล้วเสร็จและเปิดใช้โดยเร็ว อาทิ ท่าเรือปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ท่าเรือเกาะสุกร จังหวัดตรัง และท่าเรืออเนกประสงค์อ่าวมะขามป้อม จังหวัดระยอง รวมถึงการพัฒนาร่องน้ำในพื้นที่สำคัญ นอกจากนี้ยังเดินหน้าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทางน้ำ ทั้งการเสริมทรายชายหาดบางแสน จังหวัดชลบุรี การพัฒนาระบบบริหารความปลอดภัยท่าเทียบเรือท่องเที่ยว (Port Control) ในภูเก็ต กระบี่ และระยอง การศึกษาพัฒนาท่าเรือดอนสักเชื่อมโยงโครงการแลนด์บริดจ์ ตลอดจนการพัฒนาท่าเรือสำราญในพื้นที่ฝั่งอันดามันและอ่าวไทย กระทรวงคมนาคมยังเดินหน้าพัฒนาระบบ Maritime Single Window (MSW) เพื่อลดขั้นตอนและต้นทุนการนำเข้า-ส่งออกสินค้า พร้อมยกระดับมาตรฐานร่องน้ำและเครื่องช่วยการเดินเรือให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และสร้างความร่วมมือด้านพาณิชย์นาวีทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี นายสรรเพชญกล่าวว่า การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต้องเดินควบคู่กับการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ เพราะแม้ประเทศจะมีท่าเรือ ร่องน้ำ และเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพียงใด หากไม่มีบุคลากรที่มีความรู้และได้มาตรฐาน ก็ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากการลงทุนได้อย่างเต็มศักยภาพ พร้อมกล่าวให้โอวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาว่าประกาศนียบัตรที่ได้รับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของชีวิตการทำงาน ขอให้ทำหน้าที่ด้วยวินัย ยึดมั่นความปลอดภัย รักษามาตรฐานวิชาชีพ และระลึกเสมอว่าทุกคนคือตัวแทนของบุคลากรพาณิชย์นาวีไทยและประเทศไทยไม่ว่าจะเดินทางไปทำงานในน่านน้ำใดก็ตาม ที่มา: สำนักข่าวไทย, 13/8/2569  นายกสมาคมห้องสมุดฯ ค้าน รัฐปรับลด-ยุบตำแหน่ง ‘บรรณารักษ์’ ชี้เป็นวิชาชีพเฉพาะ ศ.ดร.น้ำทิพย์ วิภาวิน อาจารย์ประจำสาขาวิชาศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะนายกสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง คณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบ ตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เสนอถึงแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา เนื่องจากสถานะทางการคลังของประเทศ งบประมาณรายจ่ายประจำอยู่ที่ 70% เป็นงบประมาณด้านบุคลากรในสัดส่วนที่สูงมาก ดังนั้นการดำเนินการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ จึงเป็นเรื่องจำเป็นในการปฏิรูประบบราชการ ตรึงอัตราข้าราชการ ชะลอบรรจุ ทยอยเลิก 11 ประเภทงาน หากเกษียณอายุ ว่า ตนเห็นด้วยกับหลักการการปฏิรูประบบราชการ แต่ไม่เห็นด้วยกับการยุบตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ซึ่งบรรณารักษ์ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการคลังความรู้ ข้อมูล สารสนเทศ และคลังปัญญาของชาติ ศ.ดร.น้ำทิพย์ กล่าวต่อว่า บทบาทของบรรณารักษ์ในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตอย่างสิ้นเชิง สังคมยุคนี้เป็นยุคไฮบริดที่มีการจัดการทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และข้อมูลดิจิทัล ซึ่งผู้ที่ปฏิบัติงานในห้องสมุดดิจิทัลไม่ใช่กลุ่มงานไอทีทั่วไป แต่คือบรรณารักษ์ที่ผ่านการฝึกอบรมและเรียนจบด้านบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์โดยตรง รวมถึงสถาบันการศึกษาทั่วประเทศได้มีการปรับหลักสูตรบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ให้ทันสมัยอย่างต่อเนื่อง การยุบตำแหน่งนี้จึงไม่ต่างจากการยุบตำแหน่งแพทย์หรือพยาบาลในโรงพยาบาล เพราะบรรณารักษ์เป็นงานวิชาชีพเฉพาะที่ไม่ใช่ใครก็สามารถทำแทนได้ “การที่รัฐบาลรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกประกาศมาตรการดังกล่าว โดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์ หรือสอบถามความคิดเห็นจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน สะท้อนว่าภาครัฐยังขาดข้อมูลเบื้องต้นที่เพียงพอ อีกทั้งอัตรากำลังของบรรณารักษ์ในระบบราชการมีจำนวนเพียงเล็กน้อย ไม่ได้สร้างภาระงบประมาณจนทำให้รัฐบาลประหยัดงบได้มหาศาล ซึ่งการไปตัดลดองค์กรหรือวิชาชีพเล็กๆ ที่มีความสำคัญต่อการจัดการข้อมูลและการพัฒนาประเทศ จึงเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล และอยากฝากข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลให้มีการทบทวนในเรื่องนี้ รวมถึงควรสอบถามความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง” ศ.ดร.น้ำทิพย์ กล่าว ศ.ดร.น้ำทิพย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีห้องสมุดทั่วประเทศกว่า 30,000 แห่ง ทั้งห้องสมุดประชาชนประมาณ 800-900 แห่ง และห้องสมุดสถาบันอุดมศึกษากว่า 150 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งต้องมีบรรณารักษ์อย่างน้อย 1 คน ห้องสมุดถือเป็นพื้นที่เรียนรู้ตลอดชีวิต เป็นจุดพักใจ และช่วยลดปัญหาสังคมในกลุ่มเด็กและเยาวชนได้ อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมห้องสมุดฯ กำลังร่วมมือกับ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สกช. ในการจัดทำมาตรฐานอาชีพบรรณารักษ์และนักสารสนเทศ เพื่อยกระดับสมรรถนะสู่ความเป็นสากล “นอกจากนี้ ในอีก 3 ปีข้างหน้า หรือปี 2572 หอสมุดแห่งชาติและสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ได้เตรียมความพร้อมเพื่อเสนอตัว (Bid) เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมทางวิชาการนานาชาติ The IFLA World Library and Information Congress 2029 (IFLA WLIC 2029) ที่ กรุงเทพมหานคร หากภาครัฐยังมีมาตรการยุบตำแหน่งบรรณารักษ์เช่นนี้ ย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์และการยอมรับของประเทศไทยในระดับนานาชาติ หลังจากนี้ทางสมาคมห้องสมุดฯ จะมีการหารือร่วมกัน เพื่อทำหนังสือชี้แจงเหตุผลไปยังสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) และสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมาตรการดังกล่าวโดยเร็ว” ศ.ดร.น้ำทิพย์ กล่าว ที่มา: มติชนออนไลน์, 12/8/2569  ศาลปกครองกลาง พิพากษาเพิกถอนประกาศชะลอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชี้ประกาศไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้จัดการเลือกตั้งตามวันเดิม 27 ก.ย.นี้ ศาลปกครองกลาง พิพากษาให้เพิกถอนประกาศชะลอการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ของคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เนื่องจากประกาศดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้จัดการเลือกตั้งตามวันเดิม คือ วันที่ 27 ก.ย. 2569 นอกจากนี้ ยังห้ามคณะกรรมการการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ออกคำสั่งหรือประกาศในลักษณะคล้ายคลึงกันหลังจากนี้อีก ทั้งนี้ ผู้สมัครบอร์ดประกันสังคม ทั้งฝ่ายผู้ประกันตนและนายจ้างทีมประกันสังคมก้าวหน้า ต่างมีสีหน้าที่พอใจกับคำตัดสิน โดย รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี เปิดเผยว่า หลังจากนี้สำนักงานประกันสังคมจะต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งตามปกติ ส่วนคำสั่งทุเลาการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมของอีกคดี ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลปกครองกลาง สำนักงานประกันสังคม จะต้องวางแนวทางการเลือกตั้งว่าจะให้ผู้ประกันตนและนายจ้างได้ใช้สิทธิอย่างไร เพื่อไม่ให้ขัดกับคำสั่งศาล หากจะให้ผู้มีสิทธิทั้ง 11 ล้านคน สามารถใช้สิทธิได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนก็ทำได้ ซึ่งหากต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติม ก็คาดว่าจะมีการนำเรื่องนี้เข้าหารือในที่ประชุมบอร์ดประกันสังคม วันที่ 20 ส.ค.นี้ "เป็นการเพิกถอนคำสั่งชะลอการเลือกตั้ง นั่นหมายความว่า หลังจากนี้ดำเนินการเลือกตั้งตามปกติ ยึดวันเลือกตั้ง 27 ก.ย. โดยศาลมีข้อวินิจฉัยที่สำคัญ คือความจำเป็นเร่งด่วนในการประกาศชะลอว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ ซึ่งก็สามารถเทียบเคียงได้ว่าสำนักงานประกันสังคมเองได้มีการของบประมาณไว้แล้ว 275 ล้านบาท ถ้าต้องการเพิ่มก็สามารถขอจากบอร์ดประกันสังคมได้ เพราะฉะนั้นคำสั่งชะลอการเลือกตั้งจึงไม่มีเหตุจำเป็นและขัดต่อกฎหมาย" ที่มา: Thai PBS, 11/8/2569  ครม. ไฟเขียว ปฏิรูปกำลังคนภาครัฐ ชะลอรับข้าราชการใหม่-ทยอยยุบ 11 สายงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดงบประมาณด้านบุคลากร นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เนื่องจากสถานะทางการคลังของประเทศ งบประมาณรายจ่ายประจำอยู่ที่ 70% เป็นงบประมาณด้านบุคลากรในสัดส่วนที่สูงมาก และรัฐบาลมีภารกิจสำคัญหลายด้านที่จำเป็นต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนประเทศ ดังนั้นการดำเนินการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ จึงเป็นเรื่องจำเป็น ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มติแต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภา    ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการฯ เสนอ ดังนี้ 1. กรณีการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ ให้ชะลอการขอรับการจัดสรรอัตราข้าราชการตั้งใหม่ในทุกกรณี โดยให้ส่วนราชการตรึงอัตรากำลัง บริหารอัตรากำลังที่มีอยู่ และบรรจุอัตราว่างเท่าที่จำเป็นตามผลการสอบแข่งขัน/คัดเลือกที่ได้ประกาศขึ้นบัญชี หรืออยู่ระหว่างดำเนินการสอบแข่งขัน/คัดเลือก เพื่อควบคุมการเพิ่มกรอบอัตรากำลังในภาพรวม รวมทั้ง ให้คณะอนุกรรมการสามัญประจำกระทรวง (อ.ก.พ. กระทรวง) ดำเนินการต่อไปนี้ 1. พิจารณายุบเลิกกรอบอัตราข้าราชการ ประเภทวิชาการระดับปฏิบัติการ/ชำนาญการ และประเภททั่วไป ระดับปฏิบัติงาน/ชำนาญงาน ที่ไม่มีการเบิกจ่ายงบประมาณ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ยกเว้นกรณีที่มีการประกาศรับสมัครไว้แล้วและรายงานผลการพิจารณายุบเลิกให้คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) ทราบภายในเดือนธันวาคม 2569  2. ยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการประเภทวิชาการและประเภททั่วไป ซึ่งเป็นอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ซึ่งเดิมเคยได้รับการทดแทนด้วยการจ้างงานรูปแบบอื่น (พนักงานราชการ) ตามสัดส่วนที่มาตรการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ (พ.ศ. 2566-2570) กำหนดไว้ โดยไม่ทดแทนด้วยกรอบพนักงานราชการ (ยกเว้น กรณีสายงานแพทย์และทันตแพทย์ ของสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องใช้บรรจุนักศึกษาแพทย์และทันตแพทย์ที่สำเร็จการศึกษา และกรณีผู้ปฏิบัติงานในเรือนจำ) ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวให้ครอบคลุมตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2571-2575 3. ยุบเลิกตำแหน่งในสายงานสนับสนุนที่ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานประเภทข้าราชการ เมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณอายุ จำนวน 11 สายงาน ภายในระยะเวลาตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ได้แก่ 1) เจ้าพนักงานธุรการ (เฉพาะในราชการบริหารส่วนกลาง) 2) เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ 3) เจ้าพนักงานสื่อสาร 4) เจ้าพนักงานโสตทัศนศึกษา 5) เจ้าพนักงานห้องสมุด 6) นายช่างขุดลอก 7) นายช่างพิมพ์ (8) นายช่างภาพ (9) นายช่างศิลป์ (10) บรรณารักษ์ [ยกเว้น กรณีกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)] และ (11) ผู้ประกาศและรายงานข่าว ทั้งนี้ เพื่อให้การปรับลดอัตรากำลังในสายงานสนับสนุนดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติราชการ ให้ส่วนราชการทยอยยุบเลิกตำแหน่งเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นจากราชการและพิจารณาใช้รูปแบบการจ้างงานอื่นที่เหมาะสมทดแทน ควบคู่กับการวางแผนและบริหารกำลังคนในระยะยาว นางสาวรัชดากล่าวต่อว่า มติ ครม. ยังให้ทุกส่วนราชการทบทวนบทบาท ภารกิจ และการจัดโครงสร้างของหน่วยงานให้สอดรับกับอัตรากำลังที่กำหนดจากมาตรการตรึงอัตรากำลัง และดำเนินการตามมาตรการโครงสร้างของส่วนราชการ โดยจะต้องไม่กระทบต่อประสิทธิภาพการทำงานและการให้บริการประชาชน รวมทั้ง ให้สำนักงาน ก.พ. ดำเนินการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรการเกษียณอายุก่อนกำหนด มาตรการชะลอกำหนดตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้น และให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบโดยตรงจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย เช่น มาตรการสนับสนุนแนวทางการจ้างเหมาบริการ มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานภาครัฐด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล มาตรการปรับปรุงโครงสร้างส่วนราชการและลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานภาครัฐ การปฏิรูประบบเบี้ยหวัด บำเหน็จบำนาญ ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป  “การปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน มุ่งสนับสนุนให้ภาครัฐใช้จ่ายงบประมาณด้านบุคลากรอย่างคุ้มค่า มีโครงสร้างส่วนราชการและอัตรากำลังที่เหมาะสมกับบทบาท ภารกิจ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศในปัจจุบัน” นางสาวรัชดาระบุ ที่มา: เว็บไซต์รัฐบาลไทย, 11/8/2569  สส.พรรคประชาชนเข้าพบ รมว.แรงงาน ถกปัญหา 4 ประเด็น 'โรโตโมล์ดิ้ง-ค่าแรงขั้นต่ำ-เพาเวอร์ไลน์' เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนเครือข่ายผู้ใช้แรงงาน พรรคประชาชน พร้อมด้วยนางพนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.เขต 1 จังหวัดสมุทรปราการ พรรคประชาชน เข้าพบนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ณ กระทรวงแรงงาน เพื่อปรึกษาหารือปัญหาแรงงาน 4 ประเด็น ประเด็นแรกคือปัญหาคนงานบริษัทโรโต โมล์ดิ้ง จำกัด ซึ่งประกาศปิดกิจการแล้วแต่ลูกจ้างยังไม่ได้รับค่าชดเชยมาแล้วกว่า 4 เดือน ทั้งที่ไม่เป็นไปตามที่นายจ้างเคยให้สัมภาษณ์กับสื่อ โดยปัจจุบันนายจ้างได้ฟ้องเพิกถอนคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานจังหวัดสมุทรปราการ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานแจ้งว่าเรื่องอยู่ในขั้นตอนกระบวนการทั้งหมดแล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยืนยันจะดำเนินการเชิงรุกเพื่อเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของลูกจ้างต่อไป ประเด็นที่สองคือการหารือเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งเซียชี้ว่าปัจจุบันยังมีความน่ากังวลต่อการดำรงชีพของประชาชน หากปรับเพิ่มให้เหมาะสมจะเป็นผลดี แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยังไม่ยืนยันแนวทางดำเนินการในประเด็นนี้ ประเด็นที่สามคือกรณีคนงานบริษัทเพาเวอร์ไลน์ที่ไม่ได้รับค่าจ้างจำนวน 544 ราย ใน 46 ไซต์งานก่อสร้างทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายรวบรวมได้เบื้องต้น 80,284,674 บาท ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับเรื่องแล้วและจะดำเนินการต่อไป ประเด็นสุดท้ายคือการจัดเก็บเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานยืนยันว่าจะไม่ถูกเลื่อนการจัดเก็บในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 อย่างแน่นอน ที่มา: พรรคประชาชน, 10/8/2569  รมว.แรงงาน ระบุคำสั่งศาลปกครอง ไม่กระทบแผนเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (รมว.แรงงาน) โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณีคำสั่งทุเลาการบังคับของศาลปกครองกรณีการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โดยมีเนื้อหาดังนี้ จากกรณีคำสั่งทุเลาการบังคับของศาลปกครองเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา ขอเรียนชี้แจงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันครับว่า คำสั่งดังกล่าวไม่ได้มีผลกระทบต่อกระบวนการเตรียมการและวันออกเสียงเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมแต่อย่างใด เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมไม่ได้มติเลื่อนการเลือกตั้งมาตั้งแต่แรก เนื่องจากสาเหตุจากคำสั่งทุเลาในรอบแรกนั้น เป็นเพียงการทุเลาบังคับใช้ประกาศข้อ 2 ในส่วนที่เกี่ยวกับการลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ประกันตนและนายจ้าง ซึ่งคณะกรรมการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมได้ชะลอเฉพาะขั้นตอนดังกล่าวไว้เพื่อรอความชัดเจนทางกฎหมาย แต่ในส่วนการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งด้านอื่น ๆ ทั้งหมด ยังคงเดินหน้าปฏิบัติตามแผนงานปกติ สำหรับขั้นตอนการอุทธรณ์คำสั่งทุเลาครั้งแรกนั้น ได้ดำเนินการไปตามกระบวนการทางกฎหมายอย่างครบถ้วน และเชื่อมั่นว่าเมื่อศาลปกครองมีคำวินิจฉัยในชั้นอุทธรณ์ จะมีแนวทางและวิธีการชัดเจนที่ช่วยให้สำนักงานประกันสังคมสามารถเดินหน้าจัดการเลือกตั้งต่อไปได้อย่างราบรื่น เป้าหมายสำคัญในวันนี้ สำหรับตนเองและกระทรวงแรงงาน ไม่ใช่แค่การจัดเลือกตั้งให้เสร็จสิ้นไป แต่ต้องเป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส ทุกฝ่ายให้การยอมรับ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องรัดกุมจนไม่มีช่องโหว่ทางกฎหมายให้ใครนำมาใช้ร้องเรียนในภายหลัง จนอาจส่งผลให้การเลือกตั้งต้องเป็นโมฆะหรือต้องมานับหนึ่งจัดใหม่ทั้งหมด การทำงานบริหารราชการแผ่นดินและการปกป้องสิทธิของผู้ประกันตนกว่า 24 ล้านคน ต้องอาศัยความรอบคอบและมองไปถึงผลกระทบที่จะตามมา ไม่ใช่มองแค่ผลประโยชน์เฉพาะหน้าหรือทำตามกระแสจนเสี่ยงทำให้ระบบเสียหาย ขอให้พี่น้องผู้ประกันตนและนายจ้างมั่นใจว่ากำลังทำทุกอย่างเพื่อให้ได้บอร์ดประกันสังคมชุดใหม่ที่มาจากความถูกต้องและชอบธรรมสูงสุด ที่มา: Thai PBS, 10/8/2569  * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์
dlvr.it
August 16, 2026 at 3:09 AM