#หนองฝ้าย
December 22, 2025 at 7:15 PM
นวดด่านช้าง รับเองไม่มีหน้าร้าน
นวดผ่อนคลาย
นวดไทย
นวดน้ำมัน
นวดเฉพาะจุด
ที่อื่นเดินทางได้ไม่เกิน 17:00 น.
#ด่านช้าง
#นวดด่านช้าง
#ด่านช้างสุพรรณบุรี
#หนองหญ้าไซ
#ดอนเจดีย์
#สระกระโจม
#หนองฝ้าย
#วังคัน
#บ้านไร่
#เลาขวัญ
#สามชุก
#เดิมบาง
#เดิมบางนางบวช
#อู่ทอง
#สุพรรณบุรี
0964849783 แอดไลน์สอบถามได้นะคะ
December 20, 2025 at 9:03 AM
ไม่ถูกหวยไม่เป็นไร ขอเป็นคนที่ถูกใจเธอแล้วกัน 🥰

นวดด่านช้าง อยู่ที่ด้านช้างนะคะที่อื่นแอดไลน์สอบถามได้ค่ะ
#ด่านช้าง
#หนองหญ้าไซ
#ดอนเจดีย์
#สระกระโจม
#หนองฝ้าย
#เลาขวัญ
#อู่ทอง
#สามชุก
#เดิมบาง
#เดิมบางนางบวช
#ศรีประจันต์
#บ้านไร่
#วังคัน
แอดไลน์ 0964849783
December 23, 2025 at 8:34 PM
กองทัพพม่ารุกคืบหวังชิงเมืองหนองเขียวจากกองกำลังตะอาง TNLA
กองทัพพม่ารุกคืบหวังชิงเมืองหนองเขียวจากกองกำลังตะอาง TNLA Pazzle Thu, 2025-06-19 - 22:48 ชาวเมืองหนองเขียวอพยพออกจากพื้นที่สู้รบ หลังกองทัพพม่าพยายามรุกคืบชิงฐานจุดยุทธศาสตร์ของกองกำลังตะอาง TNLA ใกล้เมืองหนองเขียว รัฐฉานตอนเหนือ เมืองสำคัญบนทางหลวงหมายเลข 3 “มัณฑะเลย์–ล่าเสี้ยว–หมู่แจ้” ซึ่งเชื่อมต่อพม่ากับจีน แม้รัฐบาลทหารจะประกาศหยุดยิงชั่วคราวเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว และเสียที่มั่นหลายแห่งโดยเฉพาะในแนวรบรัฐยะไข่ และรัฐกะเหรี่ยง แต่ในพื้นที่รัฐฉานซึ่งได้จีนเข้ามาเป็นตัวกลางกดดัน ไกล่เกลี่ยกับกองกำลังฝ่ายต่อต้าน ก็ทำให้กองทัพพม่าเพิ่มความเข้มข้นของปฏิบัติการรุกเพื่อยึดคืนอำเภอหนองเขียว โดยสามารถยึดฐานที่มั่นในแนวรบของ TNLA ได้หลายแห่ง และกำลังรุกคืบเข้าใกล้ตัวเมืองหนองเขียวมากขึ้นเรื่อยๆ แฟ้มภาพกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง TNLA (ที่มา: Telegram PSLF/TNLA) พล.ท. หน่ายหน่ายอู ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (BSO) ที่ 2 กองทัพพม่า ลงพื้นที่ตรวจแนวหน้าการสู้รบในเขตเมืองหนองเขียวเมื่อไม่นานมานี้ (ที่มา: The Irrawaddy/ ข่าย์ซอ) ชาวเมืองหนองเขียว ทางรัฐฉานตอนเหนือกำลังอพยพออกจากบ้านเรือนของตนเอง ล่วงหน้าก่อนเกิดการสู้รบครั้งใหญ่ในเมือง ซึ่งขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) ที่ตั้งของตัวเมืองหนองเขียว อำเภอหนองเขียว ในรัฐฉาน มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเขต 3 อันเป็นเส้นทางการค้าหลักระหว่างมัณฑะเลย์–ล่าเสี้ยว–หมู่แจ้ เชื่อมต่อพม่ากับจีน และเมืองหนองเขียวยังเป็นประตูสู่รัฐฉานตอนเหนือ ที่ขณะนี้หลายอำเภออยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) เข้ายึดเมืองหนองเขียวได้เมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2567 ระหว่างปฏิบัติการ 1027 เฟส 2 ซึ่งเป็นการรุกโจมตีครั้งใหญ่แบบฉับพลันในเดือนตุลาคม 2566 โดยฝ่ายต่อต้านสามารถยึดพื้นที่จำนวนมากจากรัฐบาลทหารพม่าได้สำเร็จ ทั้งนี้ในช่วงปฏิบัติการ 1027 เฟส 2 กองกำลังตะอาง TNLA และพันธมิตรได้เข้ายึดเมืองต่างๆ อย่างรวดเร็วจำนวน 5 เมือง รวมถึงเมืองหนองเขียวและพื้นที่ชนบทโดยรอบไปจนถึงรอยต่อเมืองปยินอูลวินเมืองทางการทหารสำคัญในภาคมัณฑะเลย์ ขณะเดียวกันกองกำลังตะอาง TNLA และกองกำลัง PDF มัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นฝ่ายกองกำลังของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ยังเข้ายึดฐานที่มั่นของรัฐบาลทหารหลายแห่งในเขตเมืองมัตตะยาอยู่ไม่ไกลจากเมืองมัณฑะเลย์ เมืองใหญ่อันดับสองของประเทศ และเป็นที่ตั้งของ บก.กองทัพภาคกลางของกองทัพพม่า โดยในเวลานั้นผู้สังเกตการณ์หลายรายคาดการณ์ว่า กองกำลังตะอาง TNLA และฝ่ายต่อต้านน่าจะบุกยึดเมืองมัณฑะเลย์ได้ในเวลาอันรวดเร็ว อย่างไรก็ตามรัฐบาลทหารพม่าพยายามรุกกลับ โดยกองทัพพม่ารวมกำลังกันที่ปยินอูลวินได้เคลื่อนพลเข้าประชิดเมืองหนองเขียวตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวบ้านในเมืองและหมู่บ้านใกล้เคียงต้องอพยพหนีออกจากพื้นที่ TNLA จำต้องยอมถอยเพราะแรงกดดันจากจีนหรือไม่? การรุกคืบของทหารรัฐบาลพม่าเกิดขึ้นหลังจากกองทัพสัมพันธมิตรชาติประชาธิปไตยพม่า (MNDAA) หรือกองกำลังโกก้าง ซึ่งเป็นสมาชิกของพันธมิตรสามภราดรภาพร่วมกับ กองกำลังตะอาง TNLA และกองกำลังอาระกัน AA กำลังถูกกดดันจากจีนให้ยอมถอนกำลังออกจากเมืองล่าเสี้ยว เมืองหลวงของรัฐฉานตอนเหนือ โดยก่อนหน้านี้จีนสั่งปิดด่านชายแดนทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับดินแดนของทั้งสองกองกำลังชาติพันธุ์ TNLA และ MNDAA ในพื้นที่รัฐฉานตอนเหนือ โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมากองกำลังโกก้าง MNDAA ถูกกดดันจากจีนให้ส่งมอบเมืองล่าเสี้ยว เมืองหลวงของรัฐฉานเหนือ ซึ่งพวกเขายึดมาได้ด้วยสนธิกำลังร่วมกับกองกำลังฝ่ายต่อต้านอื่นๆ รวมถึงกองกำลัง PDFs โดยการคืนเมืองล่าเสี้ยวให้รัฐบาลทหาร เกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงที่จีนเป็นผู้ไกล่เกลี่ย ขณะเดียวกัน TNLA ก็ไม่พ้นแรงกดดันจากปักกิ่งเช่นเดียวกัน โดยในการเจรจาสันติภาพที่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ซึ่งจีนเป็นผู้จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนเมษายน ฝ่ายรัฐบาลทหารพม่าได้เรียกร้องให้ กองกำลังตะอาง TNLA คืนเมืองต่าง ๆ ที่ยึดครองไว้ได้ร่วมกับพันธมิตรฝ่ายต่อต้านกลับคืนให้กับรัฐบาล ในช่วงเวลาเดียวกัน แม้รัฐบาลทหารจะประกาศหยุดยิงชั่วคราวเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหว แต่ก็กลับเพิ่มความเข้มข้นของปฏิบัติการรุกเพื่อยึดคืนอำเภอหนองเขียว โดยสามารถยึดฐานที่มั่นในแนวรบของ TNLA ได้หลายแห่ง และกำลังรุกคืบเข้าใกล้ตัวเมืองหนองเขียวมากขึ้นเรื่อยๆ “ชาวบ้านจำนวนมากได้หนีไปยังเมืองจ็อกแม เมืองสี่ป้อ เมืองไย๋ และล่าเสี้ยว ขณะนี้การสู้รบกำลังเกิดขึ้นในหมู่บ้านกานจี หมู่บ้านหลายแห่งได้รับผลกระทบจากการสู้รบ และผู้ลี้ภัยจำนวนมากกำลังขาดแคลนอาหาร” ชาวเมืองหนองเขียวรายหนึ่งกล่าว เรื่องที่เกี่ยวข้อง * ชาวล่าเสี้ยวเริ่มกลับภูมิลำเนาหลังเจรจาหยุดยิงเป็นผล สะท้อนอิทธิพลจีนต่อความขัดแย้งในพม่า * กองกำลังโกก้าง MNDAA ยอมมอบเมือง ‘ล่าเสี้ยว’ ให้กองทัพพม่า หลังเจอจีนกดดัน-ไกล่เกลี่ย * แผนฝันของโกก้าง: บูรณาการรัฐฉานเหนือเข้าหาจีน ลดการพึ่งพาธุรกิจสีเทา * กองทัพพม่าและว้า สมการอันสมประโยชน์ในดินแดนรัฐฉานตะวันออก กองทัพตะอาง TNLA เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อต้นเดือนนี้ว่า เกิดการสู้รบในหมู่บ้านราว 13 แห่ง ในเขตเมืองหนองเขียว โดยเฉพาะการปะทะในหมู่บ้านกานจี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองหนองเขียวไม่ถึง 10 กิโลเมตร ถูกระบุว่าเป็นการสู้รบที่ดุเดือด เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีพลเรือน 4 รายในเมืองหนองเขียวได้รับบาดเจ็บจากการยิงปืนใหญ่ของกองทัพพม่า “ก่อนหน้านี้ ชาวเมืองจะหลบหนีออกไปจากบ้านชั่วคราวเมื่อเกิดการโจมตีทางอากาศ 1-2 ครั้ง แล้วก็จะกลับเข้ามาใหม่ แต่ครั้งนี้ต่างออกไป ทหารรัฐบาลกำลังรุกคืบเข้ามาทีละน้อย ทำให้ชาวบ้านต้องวางแผนอพยพแบบระยะยาว” ชาวเมืองรายหนึ่งกล่าว หลังจากลงนามในข้อตกลงหยุดยิงกับ กองกำลังโกก้าง MNDAA เมื่อเดือนมกราคม รัฐบาลทหารได้เพิ่มความเข้มข้นของการโจมตีเพื่อยึดคืนฐานทหารปืนใหญ่ที่หมู่บ้านตองคำในเขตเมืองหนองเขียว รวมถึงตัวเมืองหนองเขียวเอง โดยหมู่บ้านตองคำตั้งอยู่ในจุดตัดระหว่างรัฐฉานตอนเหนือและตอนใต้ และเป็นที่ตั้งของกองบัญชาการกองปืนใหญ่ที่ 902 และกองปืนใหญ่อีก 3 หน่วย ภายใต้แรงกดดันจากจีน TNLA ได้เข้าพบกับตัวแทนรัฐบาลทหารพม่าในเมืองคุนหมิงของจีน เมื่อวันที่ 28–29 เมษายน ในการหารือนั้น ฝ่ายรัฐบาลทหารเรียกร้องให้ TNLA ถอนตัวออกจากเมืองต่างๆ ที่ยึดมาได้ ซึ่ง TNLA ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายตกลงจะพบกันอีกครั้งในเดือนสิงหาคม ขณะเดียวกัน รัฐบาลทหารได้เร่งปฏิบัติการรุกคืบในเขตหนองเขียวมากขึ้น รายงานจากสื่อหลายสำนักซึ่งอ้างอิงคำบอกเล่าของชาวบ้านและแหล่งข่าวใกล้ชิดกับกองกำลัง PDF ระบุว่า กองกำลังตะอาง TNLA ได้สั่งให้กองกำลัง PDF พันธมิตรที่เคยควบคุมหมู่บ้านต่าง ๆ ในเขตเมืองหนองเขียว ถอนกำลังออกจากพื้นที่ ชาวบ้านในพื้นที่หลายคนแสดงความกังวลว่า TNLA อาจกำลังเตรียมส่งมอบตัวเมืองหนองเขียวคืนให้กับรัฐบาลทหาร โดยกองกำลัง TNLA เสริมการตั้งรับอยู่ที่บ้านกานจี เพื่อสกัดกั้นไม่ให้กองทัพรัฐบาลรุกคืบเข้าใกล้ตัวเมืองหนองเขียว ส่วนกองทัพพม่าทถอยไปอยู่ที่หมู่บ้านชเวมอตอ อิรวดีซึ่งอ้างความเห็นของนักวิเคราะห์ทางการทหารระบุว่า หากกองกำลัง TNLA ยันกองทัพพม่าไว้ที่หมู่บ้านกานจี ก็ไม่จำเป็นต้องกังวลต่อความปลอดภัยของตัวเมืองหนองเขียว ซินหย่อ อดีตนายทหารยศกร้อยเอกที่แปรพักตร์ออกจากกองทัพพม่า กล่าวว่า กองกำลัง TNLA ดูเหมือนกำลังสูญเสียพื้นที่ในเขตอำเภอหนองเขียว เนื่องจากยังคงยึดแนวทางตั้งรับ ตามข้อตกลงหยุดยิงจากเหตุแผ่นดินไหวที่พันธมิตรภราดรภาพประกาศไว้จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน “ส่วนรัฐบาลทหารกำลังบุกหนองเขียวจากสองทิศทาง” ซินหย่อกล่าว “จากที่ตั้งในปัจจุบันและความคืบหน้าในการรุก ดูเหมือนว่ารัฐบาลทหารน่าจะสามารถยึดเมืองหนองเขียวคืนได้”   เรียบเรียงจาก Myanmar Army Closes in on Key TNLA-Held Town of Nawnghkio, 11 June 2025 https://www.irrawaddy.com/news/burma/myanmar-army-closes-in-on-key-tnla-held-town-of-nawnghkio.html Is TNLA, Under Chinese Pressure, Conceding Northern Shan Gateway to the Regime?, 13 June 2025 https://www.irrawaddy.com/opinion/analysis/is-tnla-under-chinese-pressure-conceding-northern-shan-gateway-to-the-regime.html   * ข่าว * การเมือง * ต่างประเทศ * รัฐฉาน * กองทัพพม่า * ปฏิบัติการ 1027 เฟส 2 * พม่า * กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง * TNLA * หนองเขียว
dlvr.it
June 19, 2025 at 4:33 PM
ทบ.ตอบกลับโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ชี้พื้นที่พิพาทอยู่ในอธิปไตยไทย
ทบ.ตอบกลับโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ชี้พื้นที่พิพาทอยู่ในอธิปไตยไทย auser15 Sat, 2025-10-18 - 15:46 โฆษกกองทัพบกตอบกลับโฆษกรัฐบาลกัมพูชา ชี้พื้นที่พิพาท 'บ้านหนองจาน-บ้านหนองหญ้าแก้ว' อยู่ในอธิปไตยไทย ไม่ต้องใช้กลไก JBC ย้ำไทยแก้ปัญหาตามหลักสากล - ส่งสัญญาณชัดกดดันให้กัมพูชาทำตามข้อตกลง GBC 4 ข้อ ชี้ยื้อเวลายิ่งเสียเปรียบเอง 18 ตุลาคม 2568 จากกรณีที่ นายเพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธ กรณีที่สื่อมวลชนไทยได้ กล่าวว่า บ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว รวมถึงพื้นที่ที่ฝ่ายไทยได้ มีการวางลวดหนาม และได้ใช้รถปรับพื้นดินเพื่อปฏิบัติการกวาดล้างทุ่นระเบิดอยู่นั้น อยู่ในเขตแดนไทย โดยนายเพ็ญ โบนา ได้กล่าวว่า เขตแดนระหว่างกัมพูชาและไทย เป็นเขตแดนระหว่างประเทศตามที่กำหนดไว้ในอนุสัญญา ค.ศ.1904 และสนธิสัญญา ค.ศ.1907 ซึ่งรวมถึงแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 และหลักเขตแดนที่ได้รับการยอมรับ จำนวน 74 หลัก ยังคงมีผลทางกฎหมายและได้รับการคุ้มครองภายใต้บทบัญญัติของกฎบัตรสหประชาชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เพียงฝ่ายเดียว ต่อกรณีดังกล่าว พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงว่า นายเพ็ญ โบนา โฆษกรัฐบาลกัมพูชา พยายามที่จะไม่เข้าใจ ซึ่งได้เคยชี้แจงไปแล้วหลายครั้ง จึงขอเรียนว่า พื้นที่ที่ชาวบ้านกัมพูชาบุกรุกที่เป็นข้อพิพาทกันอยู่ในขณะนี้ อยู่นอกเขตพื้นที่ที่กัมพูชาอ้างสิทธิ์ ลึกเลยเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทย ถึงแม้ว่ากัมพูชาจะนำแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 มาใช้อ้างอิงก็ตาม โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ชายแดนที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบ ตามสนธิสัญญาสยามฝรั่งเศส ระบุ ให้ใช้หลักเขตแดนที่ได้เคยปักปันกันไว้แล้วในอดีตเป็นหลัก ซึ่งในบางหลักเขตอาจมีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง จึงเกิดเป็นพื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ ทำให้ต้องใช้กลไก JBC มาร่วมแก้ปัญหา แต่พื้นที่ที่มีปัญหาและข้อพิพาทกันอยู่ และจำเป็นต้องดำเนินการเร่งแก้ไขนั้น จะเป็นในส่วนที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตพื้นที่ที่ต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิ์ แต่เป็นพื้นที่ที่อยู่ลึกเลยเข้ามาในฝั่งประเทศไทยอย่างชัดเจน จึงไม่จำเป็นต้องรอให้กลไก JBC มาใช้แก้ปัญหาในบริเวณพื้นที่ส่วนนี้ การรุกล้ำกรณีดังกล่าวจึงย่อมมีผลทางกฎหมายของไทย และไม่เป็นการละเมิดในบทบัญญัติของกฎบัตรสหประชาชาติ และกฎหมายระหว่างประเทศอย่างที่กล่าวอ้าง ส่งสัญญาณชัดกดดันให้กัมพูชาทำตามข้อตกลง GBC 4 ข้อ ชี้ยื้อเวลายิ่งเสียเปรียบเอง พลตรี วินธัย ยังเผยถึงความคืบหน้าของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังจากที่กองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ได้ทำการส่งหนังสือถึงภูมิภาคทหารที่ 4 และ 5 เพื่อเร่งรัดให้ฝ่ายกัมพูชาได้ดำเนินการตามข้อตกลงสำคัญทั้ง 4 ข้อ ได้แก่ การถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการบริหารจัดการชายแดนร่วมกัน โดย พลตรี วินธัย ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าว เป็นหนึ่งในมาตรการเร่งรัดให้ฝ่ายกัมพูชาได้เร่งพิจารณาดำเนินการอย่างจริงจัง ตามแนวทางข้อตกลงที่ได้เห็นชอบร่วมกันแล้วเมื่อครั้งการประชุม GBC ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันฝ่ายไทยได้พยายามเดินหน้าขับเคลื่อน เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม แม้จะไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชา ทั้งการเก็บกู้ทุ่นระเบิด การสกัดกั้นและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำดินแดน พลตรี วินธัย กล่าวเพิ่มเติมว่า เชื่อว่าฝ่ายกัมพูชาจะเริ่มตระหนักว่า การเพิกเฉยหรือไม่จริงจังต่อการแก้ไขปัญหาทั้ง 4 ข้อดังกล่าว ไม่เป็นผลดีต่อการดำรงความสัมพันธ์ ซ้ำยังส่งผลกระทบต่อแรงกดดันจากนานาชาติในประเด็นอาชญากรรมข้ามชาติที่กัมพูชากำลังเผชิญอยู่ ดังนั้น การเปิดใจยอมรับและปฏิบัติตามข้อตกลง GBC อย่างจริงจัง จะเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการคลี่คลายข้อพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชา ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่อาจเห็นทิศทางของการเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจน ที่มาเรียบเรียงจากเพจทีมโฆษกกองทัพบก Army Spoke Team [1] [2]   * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * บ้านหนองจาน * บ้านหนองหญ้าแก้ว * สระแก้ว * กองทัพบก
dlvr.it
October 18, 2025 at 8:50 AM
'ฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด' จี้ผู้ว่าฯ โคราช สอบและเพิกถอนคำสั่ง ปมถมสระ 'หนองมะค่าใน'
'ฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด' จี้ผู้ว่าฯ โคราช สอบและเพิกถอนคำสั่ง ปมถมสระ 'หนองมะค่าใน' auser15 Wed, 2026-06-03 - 10:26 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดจี้ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา สอบและเพิกถอนคำสั่งรองผู้ว่าฯ ปมถมสระ ‘หนองมะค่าใน’ กลางข้อพิพาทเหมืองโปแตช ขณะที่ทนายความระบุไม่พบคำขอเปลี่ยนสภาพที่ดิน-ไร้มติ อบต. อาจขัดระเบียบมหาดไทยและไม่เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย ด้านผู้ชุมนุมไม่รับคำสั่งวาจา เผาระเบียบมหาดไทยเชิงสัญลักษณ์ พร้อมประกาศเอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจนถึงที่สุด เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนแจ้งทดความคืบหน้ากรณีสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ได้รวมตัวปักหลักชุมนุมเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ นายมนัส สุวรรณรินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา กรณีออกคำสั่งโดยไม่มีอำนาจให้นำมูลดินไปถมทิ้งในพื้นที่สาธารณประโยชน์ (นสล.) "หนองมะค่าใน" ต.หนองไทร อ.ด่านขุนทด ซึ่งนักปกป้องสิทธิฯกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดชี้ว่าเป็นการทำลายพื้นที่สาธารณะและส่อเจตนาทำลายหลักฐานความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมจากโครงการเหมืองแร่โปแตชในพื้นที่ ต.หนองไทร อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ทั้งนี้พื้นที่หนองมะค่าติดอยู่กับโครงการเหมืองแร่โปแตชและกำลังอยู่ระหว่างการพิพาทในชั้นศาลปกครอง ซึ่งกลุ่มฯได้ยื่นฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา แฉรัฐเร่งฝังกลบความผิด ตราหน้าสื่อบิดเบือนข้อมูล จุฑามาส ศรีหัตถผดุงกิจ ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนตัวแทนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ได้ขึ้นปราศรัยถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างดุเดือด โดยระบุว่า ชาวบ้านในพื้นที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากผลกระทบของเหมืองแร่โปแตชมานานกว่า 10 ปี ร้องเรียนไปทุกหน่วยงานกลับเงียบหาย แต่พอเป็นเรื่องการนำดินมาถมปิดหนองน้ำสาธารณะเพื่อดับกลิ่นคดี กลับดำเนินการอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ โดยไม่มีการทำประชาพิจารณ์หรือรับฟังเสียงประชาชนอย่างครบถ้วน "ค่าความเค็มที่นี่สูงกว่าน้ำทะเลหลายเท่า การเอาดินมาถมไม่ใช่การแก้ปัญหาดินเค็ม แต่เป็นการปกปิดความผิดและทำลายหลักฐานเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนเอกชนหรือไม่ ปัจจุบันจังหวัดตั้งคณะทำงานมาตั้งแต่ปี 2567 มีผู้ว่าฯ เป็นประธาน แต่ไม่เคยมีความคืบหน้า ถ้าจริงใจจะช่วยชาวบ้าน ทำไมไม่ฟื้นฟูแหล่งน้ำให้กลับมาใช้ประโยชน์ได้ แต่กลับใช้วิธีถมทิ้ง" นางสาวจุฑามาส กล่าว จุฑามาส ยังกล่าวต่อไปถึงข้อกฎหมายตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเปลี่ยนสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินฯ พ.ศ. 2568 โดยย้ำว่า อำนาจในการเปลี่ยนสภาพที่ดินสาธารณะเป็นของผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ใช่อำนาจของรองผู้ว่าฯ เพียงลำพัง จึงขอตั้งคำถามว่าการสั่งการครั้งนี้ใช้อำนาจตามกฎหมายใด พร้อมทั้งตอกกลับสำนักข่าวบางช่อง (Workpoint) ที่นำเสนอข่าวบิดเบือนว่าหนองมะค่าในเป็น "บ่อขยะ" โดยยืนยันว่าพื้นที่นี้คือหนองน้ำสาธารณะที่ถูกทำลายจากเหมืองแร่โปแตชจนใช้งานไม่ได้ ไม่ใช่ที่ทิ้งขยะตามที่พยายามสร้างวาทกรรมด้อยค่า ไม่เอาสัญญาลมปาก ปฏิเสธคำสั่งวาจา ยกระดับปิดศาลากลาง บรรยากาศทวีความตึงเครียดขึ้นในเวลา 14.30 น. เมื่อตัวแทนเจ้าหน้าที่จากจังหวัดนครราชสีมาแจ้งว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดติดภารกิจประชุมด่วน จึงมอบหมายให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดลงมารับหนังสือแทน โดยรองผู้ว่าฯ ได้ชี้แจงต่อกลุ่มผู้ชุมนุมว่า ไม่สามารถออกคำสั่งระงับการถมดินเป็นลายลักษณ์อักษรให้ได้ในขณะนี้ แต่จะใช้วิธีโทรศัพท์สั่งการด้วยวาจาให้ผู้รับเหมายุติการทำงานไว้ก่อน แล้วค่อยนัดตัวแทนทุกฝ่ายมาล้อมวงเจรจากันใหม่ซึ่งคำชี้แจงดังกล่าวสร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นอย่างมาก โดยทางกลุ่มฯ ประกาศ ไม่รับข้อเสนอที่เป็นเพียงสัญญาลมปาก และยืนกรานว่าต้องมีหนังสือคำสั่งระงับการดำเนินการอย่างเป็นทางการและถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น ส่งผลให้ทั้งหมดเคลื่อนขบวนไปยังสี่แยกไฟแดงถนนมหาดไทยข้างศาลากลางจังหวัดนครราชสีมาและปักหลักประท้วงบริเวณสี่แยกไฟแดงดังกล่าวทันที ขยี้แผลความเหลื่อมล้ำ-สับแหลกเกียร์ว่างเอื้อทุนใหญ่ ในระหว่างการปักหลักที่สี่แยกไฟแดงถนนมหาดไทย ตัวแทนกลุ่มฯได้สลับกันขึ้นเวทีปราศรัยอย่างดุเดือด โดย จงดี มูลขุนทด ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิมนุษยชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ได้ตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบและจริยธรรมของผู้มีอำนาจ โดยเฉพาะรองผู้ว่าราชการจังหวัดว่าเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ที่ปล่อยให้มีการถมและเปลี่ยนสภาพพื้นที่สาธารณะโดยไม่สั่งตรวจสอบหรือระงับเหตุ "ชาวบ้านทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน แต่คนที่มีอำนาจกลับตัดตอนทุกขั้นตอน แล้วบอกว่าทำตามกฎหมาย วันนี้ประชาชนมายื่นหนังสือ กลับไม่มีใครกล้าออกมารับหรือรับผิดชอบต่อคำพูดของตัวเอง แต่ทีคนมีอำนาจหรือคนในเมืองกลับได้รับการต้อนรับ นี่คือความเหลื่อมล้ำและการเลือกปฏิบัติที่ชาวบ้านกำลังเผชิญ" จงดี กล่าว ขณะที่เดือนรุ่ง มูลขุนทด ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทดปราศรัยว่า พื้นที่สาธารณะเป็นสมบัติของประชาชนทุกคน หากจะมีการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ จะต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบที่กำหนด ไม่ใช่ทำไปก่อนแล้วค่อยมาขออนุญาตทีหลัง เพราะหากเป็นเช่นนั้นต่อไปกฎหมายจะมีไว้เพื่ออะไร ถ้าหน่วยงานรัฐไม่จัดการกับคนทำลายที่สาธารณะ มันจะกลายเป็นบรรทัดฐานที่อันตรายต่อการรักษาทรัพยากรของชาติ ‘EnLAW’ กางข้อกฎหมายสับซ้ำ ชี้ชัดกระบวนการขั้นตอนไม่ครบถ้วนอาจเข้าข่าย ‘ผิดกฎหมาย’ นอกจากนี้ศศิประภา  ไร่สงวน นักกฎหมายจากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม  (EnLAW) ได้ให้ข้อมูลทางกฎหมาย โดยระบุชัดเจนว่า ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย การจะเปลี่ยนสภาพที่ดินสาธารณประโยชน์ได้นั้น จะต้องมีผู้ยื่นคำขอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อผู้ว่าราชการจังหวัดก่อน จากนั้นผู้ว่าฯ ต้องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องมีการจัดประชุมประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่เคยใช้ประโยชน์ในพื้นที่ด้วย "จากข้อมูลในขณะนี้ ยังไม่พบหลักฐานว่ามีผู้ใดยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินสาธารณะบริเวณหนองมะค่าในตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง เมื่อไม่มีคำขอและไม่มีการอนุมัติอย่างเป็นทางการ การนำดินเข้ามาถมเพื่อเปลี่ยนสภาพพื้นที่ในขณะนี้ จึงเข้าข่ายเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย" ศศิประภาระบุ เผาร่างระเบียบมหาดไทยว่อน ประกาศกร้าวพร้อมกลับมาเช็กบิล ต่อมาในช่วงเย็น สถานการณ์เริ่มงวดเข้าสู่ช่วงสุดท้าย ตัวแทนนักปกป้องสิทธิฯกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด ได้ขึ้นปราศรัยว่า หลังจากทางจังหวัดผลัดผ่อนเวลาและอ้างว่าติดประชุมยาวนานนับชั่วโมงทำให้ไม่สามารถมารับหนังสือได้ ประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งอาจทำให้พี่น้องประชาชนที่เป็นผู้สูงอายุเจ็บป่วยเป็นลมได้ ทางกลุ่มจึงมีมติร่วมกันที่จะยกระดับการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์   โดยตัวแทนนักปกป้องสิทธิฯ ได้ประกาศไว้อาลัยให้กับความอยุติธรรมที่ได้รับ ก่อนจะแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการนำเอกสาร  "ระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน จากการใช้เพื่อสาธารณประโยชน์อย่างหนึ่ง เป็นอีกอย่างหนึ่ง พ.ศ. 2568 " ออกมาจุดไฟเผาประท้วงที่สี่แยกไฟแดงถนนมหาดไทย เพื่อแสดงจุดยืนไม่ยอมรับกฎระเบียบที่เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มทุนและทำลายวิถีชีวิตของชุมชนและไว้อาลัยให้กับเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหา  ก่อนจะประกาศยุติการชุมนุมในวันนี้ชั่วคราว พร้อมทิ้งท้ายคำขู่ถึงข้าราชการที่เกียร์ว่าง ว่าหากยังไม่มีคำสั่งระงับการถมหนองน้ำเป็นลายลักษณ์อักษร กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดฯ จะยกระดับการเคลื่อนไหวใหญ่ปักหลักยืดเยื้อเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ถึงที่สุดแน่นอน * ข่าว * การเมือง * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * สิ่งแวดล้อม * ฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด * เหมืองแร่โปแตซ * นครราชสีมา * หนองมะค่าใน * ด่านขุนทด
dlvr.it
June 3, 2026 at 3:34 AM
ครืออ วันก่อนไปซื้อของเข้าบ้านละซื้อสตรอเบอรี่กับกีวี่มาเปนผลไม้ของอาทิดนี้ ละเหนรูปขนมบนเน็ตเขาใช้สตรอเบอรี่กับกีวี่สไลซ์วางสลับกัน นี่ก้อ แดง-เขียวสีตัดกันน่ารักอ่า ไว้ทำให้ฝ้ายกินมั่งดีกว่า >< เรียงบนโยเกิต ไม่ก็เรียงใส่จานผลไม้

สรุป หั่นผลไม้วันนี้ กีวี่ที่กุซื้อ… เปนกีวี่…สีแดง………. ละมันไม่แดงสดใสแบบสตรอเบอรี่ด้วย มันแดงอมเหลืองแบบกีวี่ อิดอก สีเนื้อช้ำเลือดช้ำหนองมาก5535535535626266 😭😂
May 4, 2025 at 12:40 PM
‘มันเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา—ฉันทำได้เพราะเผ่าพันธุ์ แต่มีข้อจำกัดอยู่มากโข เช่นเดียวกับเฟียร์นที่อยู่หนองบึง คงมีความพิเศษจากที่นั่นใช่ไหม?’

เห็นอีกฝ่ายแลหมองลงพลันหน้าถอดสี(ไม่มี) รากหลุกหลิกไปมาเกลี้ยกล่อมปลอบประโลม ... เลี่ยงพูดเกี่ยวกับเรื่องโครงสร้างเสียดีกว่า

‘ใช่ อย่างกรรไกรตัดแต่ง’

‘เฟียร์นคิดว่าอยากได้รูปลักษณ์แบบไหน?’
October 4, 2026 at 8:38 AM
เด็กหนุ่มหัวเราะก๊ากตั้งแต่ได้ยินคำแนะนำตัวของอีกฝ่าย เขาปรบมือรัวแบบไม่บังยะบังยัง เด็กสาวตรงหน้าแนะนำตัวได้โดดเด่นชะมัด แถมยังสวมผ้าคาดตาซะด้วย อย่าบอกนะว่าใต้ผ้านั้นจะมีพลังที่ซ่อนอยู่ !

สามปีต่อจากนี้ ผู้ถือครองพลังแห่งหนองน้ำสีดำอันไกลโพ้นจะเป็นยังไงต่อ… คงต้องติดตามต่อไปเสียแล้ว

( ฝากเนื้อฝากตัวรุกะจังด้วยนะคะ น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ เอ็นดู🤣🤣💗💗💗 )
April 15, 2025 at 1:33 AM
#เตือนภัย ชาวหนองบัวลำพูและจังหวัดใกล้เคียง Please Stay Alert & Stay Safe

มีเคสคนร้ายขับมอไซกราดยิงผู้คน (บ้านฝายหิน ต.โนนม่วง อ.ศรีบุญเรือง) มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย ยังจับตัวไม่ได้ คาดว่าจะหนีไปทาง อ.นากลาง

x.com/matichononli...
x.com
x.com
November 27, 2024 at 3:20 AM
[โรลปิด w/ @nirindasdw.bsky.social]

📍สวนสาธารณะหนองบวกหาด | โกงเวลา 16.05 น.

/หลังจากเห็นว่าคนพี่กำลังจะออกมารับแล้ว ถึงย้ายตัวเองที่นั่งรออยู่ ไปยืนรออีกฝ่ายตรงประตูรั้วหน้าบ้านแทน

/ระหว่างนั้นเองก็คอยชะเง้อมองทางที่รถจะผ่านมาเป็นระยะ ๆ อย่างใจจดใจจ่อ

/จนเห็นรถมอเตอร์ไซค์กับคนขับคุ้นหน้าคุ้นตา ก็ระบายยิ้มเล็กน้อยพร้อมยกมือขึ้นโบกหยอย ๆ ออกไปอัติโนมัติ
September 12, 2026 at 12:30 PM
คือถ้าอีเพื่อไทยหายไปจากการเมืองแล้วกูว่าการเมืองเดือดแบบระส่ำอ่ะ พรรคส้มการเมืองแบบโปร่งใสสู้กับภูมิใจไทยฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่เล่นการเมืองเป็น อีสัส ศึกที่กูอยากได้ อยากเห็นคนเล่นการเมือง ไม่ใช่ผีเอาน้ำเหลือน้ำหนองมาละเลงการเมืองให้หมองศรี
September 23, 2025 at 9:02 AM
กลาโหมชี้แจง 5 ประเด็นต้องตอบโต้กัมพูชา
กลาโหมชี้แจง 5 ประเด็นต้องตอบโต้กัมพูชา auser15 Tue, 2025-12-09 - 13:36 โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจง 5 ประเด็นหลักสำคัญที่ทำให้ไทยต้องตอบโต้กัมพูชา ยืนยันฝ่ายไทยยึดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ มุ่งหาสันติภาพและทำให้ประเทศชาติมีความปลอดภัยมั่นคง - ทบ.ชี้อุปสรรคสนามทุ่นระเบิด เหตุควบคุมพื้นที่ปราสาทคนาไม่ได้เบ็ดเสร็จ เหตุกัมพูชาใช้สนามทุ่นระเบิดขัดขวาง ส่วน "บ้านหนองหญ้าแก้ว" จ.สระแก้ว สามารถยึดและควบคุมพื้นที่เรียบร้อยแล้ว - สรุปตัวเลขทหาร เสียชีวิตเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ในช่วงวันที่ 8 - 9 ธ.ค.68 รวมทหารเสียชีวิต 3 นาย 9 ธันวาคม 2568 พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม นำทีมโฆษกเหล่าทัพร่วมแถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า จากกรณีเหตุปะทะเมื่อวานนี้ (8 ธ.ค.) ฝ่ายกัมพูชา มีการโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทั้งอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง และมีการใช้ BM 21 เข้ามาโจมตียังพื้นที่พลเรือน ส่งผลให้ต้องอพยพประชาชนไปยังศูนย์พักพิง ขณะที่ฝ่ายกัมพูชามีลักษณะการเคลื่อนย้ายอาวุธยิงระยะไกล เข้ามาในพื้นที่ของไทย ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงการณ์ให้กับคณะทูต ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศจำนวน 73 ประเทศ ไปแล้วโดยเน้นย้ำในเรื่อง 5 ประเด็นสำคัญซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ไทยไม่สามารถอดทนอดกลั้นจากสถานการณ์ดังกล่าวได้คือ 1 สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า การกระทำแบบเดิมของกัมพูชา รุกรานไทย รวมถึงการยั่วยุในรูปแบบต่างๆ การลอบวางทุ่นระเบิดของกัมพูชา ถึงแม้ว่ากัมพูชาจะพยายามสร้างภาพเรียกร้องสันติภาพ แต่กลับเป็นฝ่ายยั่วยุต่างๆ ก่อนเสมอ 2.ไทยมุ่งมั่นปกป้องอธิปไตย และ บูรณภาพดินแดน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องดำเนินการทางทหารจนถึงที่สุดเพื่อปกป้องอธิปไตย และบูรณภาพแห่งดินแดน 3.ประชาชนคนไทยหมดความอดทน อดกลั้น ต่อการดำเนินการของกัมพูชาที่ไม่ได้คำนึงถึงศักดิ์ศรีและเกียรติภูมิของประเทศไทย รวมถึงการที่คนไทยต้องเผชิญกับภัยคุกคามกับความปลอดภัยครั้งแล้วครั้งเล่า ดังนั้นรัฐบาลไทยจึงต้องใช้ให้ความสำคัญสูงสุดในการปกป้องอธิปไตยและประชาชนทั้งชีวิตและทรัพย์สินจนกว่าอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของไทยจะไม่ถูกคุกคาม 4. ท่าทีของไทยรวมถึงการปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินไปจนกว่า กัมพูชาต้องเปลี่ยนแปลงจุดยืนเช่นการกลับเข้ามาสู่ทางเดินสันติภาพที่แท้จริง 5. กัมพูชาเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลงต่างๆ รวมถึงข้อตกลงหยุดยิง และ ถ้อยแถลงร่วมที่ได้มีการลงนาม ที่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ประเทศมาเลเซีย ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งทั้ง 5 ประเด็นสำคัญที่ทำให้ไทยหมดความอดทนอดกลั้น ทำให้จำเป็นต้องตอบโต้การยิงของฝ่ายกัมพูชา ทั้งนี้ยืนยันว่า ฝ่ายไทยดำเนินการต่างๆ ตามหลักมนุษยธรรม โดยยึดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ที่มีเป้าหมายเพื่อจำกัดความรุนแรงของการปะทะโดยเน้นการคุ้มครอง พลเรือนผู้บาดเจ็บ แยกแยะเป้าหมาย ความเป็นสัดส่วนและความจำเป็นทางทหาร ต่างจากอาวุธที่ทางฝ่ายกัมพูชาใช้โดยสิ้นเชิง ที่ได้ส่งผลเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ การปฏิบัติการทางฝ่ายไทย เป็นการปฏิบัติที่เน้นในเรื่องของการโจมตีเป้าหมายทางทหารเพื่อลิดรอนขีดความสามารถทางทหารของกัมพูชาเท่านั้น ขณะที่การใช้อาวุธของกัมพูชายังคงเป็นลักษณะในการมุ่ง ไปยังเป้าหมายของพลเรือนผู้บริสุทธิ์ และสถานที่พลเรือน สถานพยาบาลต่างๆ ซึ่งเป็นการมุ่งหวังให้เกิดความโกลาหลและตื่นตระหนกของประชาชนผู้บริสุทธิ์ พร้อมเน้นย้ำว่า ไทยต้องการสันติภาพ แต่สันติภาพนั้นจะต้องมาพร้อมกับความปลอดภัยและความมั่นคงของประชาชนเป็นสำคัญ ทบ.ชี้อุปสรรคสนามทุ่นระเบิด เหตุควบคุมพื้นที่ปราสาทคนาไม่ได้เบ็ดเสร็จ พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา การปะทะขยายวงครอบคลุมในพื้นที่อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และสระแก้ว ซึ่งกัมพูชาใช้อาวุธทุกประเภทเข้าโจมตีฝ่ายไทย ทั้งอาวุธกล อาวุธยิงสนับสนุน ปืนใหญ่ จรวดหลายลำกล้อง โดรนทิ้งระเบิด กองทัพบกใช้แผนเผชิญเหตุ โดยมีความมุ่งหมายป้องกันตัวเอง ควบคู่การผลักดันพื้นที่ที่ถูกรุกล้ำอธิปไตย และที่สำคัญต้องทำลายศักยภาพการโจมตีของทหารกัมพูชา เพื่อไม่ให้สามารถกลับมาเป็นภัยคุกคามต่อประเทศไทยได้อีก ผลการปฏิบัติที่สำคัญที่ผ่านมา ในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 วันนี้ได้ทำลายตึกกาสิโนร้าง ซึ่งเป็นเครือข่ายสแกมเมอร์ ที่พบว่าใช้เป็นที่ตั้งทางทหาร จุดปล่อยโดรน รวมถึงอาวุธสนับสนุนต่าง ๆ ในพื้นที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี รวมถึงได้ตัดกำลังทำลายเสาสัญญาณแอนตี้โดรนในพื้นที่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ นอกจากนี้ ยังได้ผลักดันทหารกัมพูชาที่ปราสาทคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ปัจจุบันยังไม่สามารถเข้าควบคุมพื้นที่ได้อย่างเบ็ดเสร็จ เนื่องจากพบว่าฝ่ายกัมพูชาใช้สนามทุ่นระเบิดจำนวนมากในบริเวณดังกล่าว ส่วนพื้นที่ปราสาทตาควาย ได้ทำลายกระเช้าที่ใช้ในการส่งเสบียง บริเวณเนิน 350 เป็นที่สำเร็จ ขณะนี้ยังมีความพยายามเข้ากระทำต่อพื้นที่ต่อไป สรุปตัวเลขทหาร เสียชีวิตเหตุปะทะไทย-กัมพูชา ในช่วงวันที่ 8-9 ธ.ค.68 รวมทหารเสียชีวิต 3 นาย วันนี้ (9 ธ.ค.2568) กองทัพบก รายงานสถานการณ์เหตุปะทะชายแดนไทย - กัมพูชา ช่วงวันที่ 8 - 9 ธ.ค.นี้  ทหารเสียชีวิตจากเหตุปะทะไทย-กัมพูชา วันที่ 8 ธ.ค. 68 (เสียชีวิต 1 นาย) 1.จ.ส.อ.ศตวรรษ สุจริต สังกัด กองร้อยทหารม้าลาดตระเวนที่ 6 ถูกสะเก็ดระเบิด พื้นที่ฐานป้องไพร ช่องบก วันที่ 9 ธ.ค. 68 (เสียชีวิต 2 นาย) 1.พลทหาร วายุ ขวัญเสือ สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่31 รักษาพระองค์ ถูกสะเก็ดระเบิดอาวุธวิถีโค้ง พื้นที่ฐานปฏิบัติการ 225 จ.สุรินทร์, 2. ส.อ.ชวกร เดชขุนทด สังกัด กองพันทหารม้าที่ 11 กรมทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ ได้รับบาดเจ็บจากเครื่องยิงลูกระเบิด พื้นที่พระวิหาร ที่มาเรียบเรียงจาก Thai PBS [1] [2] [3]   * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา
dlvr.it
December 9, 2025 at 6:41 AM
กต. ย้ำส่งหนังสือประท้วงกัมพูชา 2 ฉบับ ละเมิดข้อตกลง-ยั่วยุ ชี้ระงับ Joint Declaration ไทยไม่เสียเปรียบ
กต. ย้ำส่งหนังสือประท้วงกัมพูชา 2 ฉบับ ละเมิดข้อตกลง-ยั่วยุ ชี้ระงับ Joint Declaration ไทยไม่เสียเปรียบ auser15 Sat, 2025-11-15 - 08:45 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงความคืบหน้าหลังพา AOT ลงพื้นที่ห้วยตามาเรีย-บ้านหนองหญ้าแก้ว จะเปิดเผยรายงานหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะ AOT ย้ำส่งหนังสือประท้วงกัมพูชา 2 ฉบับ พร้อมเวียนหนังสือถึงทูตทุกประเทศ ละเมิดข้อตกลง-ยั่วยุ 3 เหตุการณ์ บิดเบือนไร้ข้อมูลหลักฐาน มองระงับข้อตกลงสันติภาพไม่กระทบปราบสแกมเมอร์ ชี้ระงับ Joint Declaration ไทยไม่เสียเปรียบ ย้อนถามมีนายกประเทศไหนจะไม่ตอบโต้ ลั่นหากยังปฏิบัติตามฝ่ายเดียวถือว่าแปลก เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวเกี่ยวกับพัฒนาการล่าสุดบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา โดยระบุเมื่อเช้าวันนี้ (14 พ.ย.) ได้มีการบรรยายสรุปให้แก่ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย ชี้แจงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อแสดงให้เห็นว่ากัมพูชาละเมิดอนุสัญญาออตตาวา รวมถึงมีการชี้แจงเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว และการออกข่าวบิดเบือนโดยฝ่ายกัมพูชา ซึ่งในการถาม-ตอบหลังการบรรยายสรุป สะท้อนให้เห็นว่า ทหารกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มใช้อาวุธยิงเข้ามาทางฝั่งไทยก่อน ส่งผลให้ฝ่ายไทยต้องหลบเข้าที่กำบังและยิงแจ้งเตือนเพื่อเป็นการปกป้องอธิปไตยและป้องกันตนเอง ซึ่งเป็นไปตามกฎการใช้กำลังและกฎหมายระหว่างประเทศ และที่สำคัญทำให้เกิดการตั้งคำถามต่อคำกล่าวหาของฝ่ายกัมพูชาว่าการตอบโต้ของฝ่ายไทยส่งผลให้มีพลเรือนบาดเจ็บจริงหรือไม่ ซึ่งในการบรรยายสรุป รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าร่วมบรรยายด้วย สะท้อนถึงการทำงานที่เป็นเอกภาพของหน่วยงานไทยและได้ให้ข้อมูลการดำเนินการของไทยในกรอบสัญญา รวมถึงการให้ข่าวที่ผิดพลาดของสำนักข่าวต่างประเทศรายหนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นล่าสุดเมื่อเช้านี้ ประเด็นที่สอง กองบัญชาการกองทัพไทย จัดให้คณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้ง 2 พื้นที่ ได้แก่ ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ และบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศมีผู้แทนเข้าร่วมด้วย ในการลงพื้นที่คณะ AOT ได้ไปยังพื้นที่ไปยังบริเวณห้วยตามาเรีย ซึ่งเป็นจุดที่ทหารไทยประสบเหตุ ดูชิ้นส่วนทุ่นระเบิดที่ระเบิดแล้วและทุ่นระเบิดใหม่จำนวน 3 ทุ่น ส่วนที่บ้านหนองหญ้าแก้วคณะ AOT ได้เข้าตรวจบังเกอร์ของไทยที่ฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธยิง พูดคุยกับเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยได้รับฟังการบรรยายจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโดยตรง ประเด็นที่สาม กระทรวงการต่างประเทศ ได้ร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงในการเดินหน้าชี้แจงประชาคมระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ต่างประเทศรับทราบข้อเท็จจริงและจุดยืนของไทย หลังจากที่ฝ่ายกัมพูชาละเมิดถ้อยแถลง (Joint Declaration) ระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่มีเหตุผลอะไรที่ไทยจะไม่เคารพและปฏิบัติตามถ้อยแถลง เพราะบางประเด็นในเอกสารฉบับนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ฝ่ายไทยผลักดันอย่างเข้มแข็งและแข็งขันมาโดยตลอด แต่กัมพูชาละเมิดอย่างชัดเจน โดยการลอบวางระเบิดใหม่และสร้างสถานการณ์ยั่วยุ และใช้อาวุธยิงเข้ามาในไทยก่อน อย่างไรก็ตามไทยยังเดินหน้าเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญ เรื่องการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่อธิปไตยของไทยและการปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งนอกและในภูมิภาค ซึ่งไทยได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติแล้ว เราจะติดตามความเอาจริงเอาจังของฝ่ายกัมพูชาในการปราบปรามกระบวนการอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้อย่างใกล้ชิด นายนิกรเดช ยังกล่าวว่า ต่อเหตุการณ์การวางระเบิดและการยิงเข้ามายังฝั่งไทยโดยฝ่ายกัมพูชา กระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการไปยังกัมพูชาแล้ว 2 ฉบับ และส่งหนังสือชี้แจงไปยังทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยด้วย โดยการลอบวางทุ่นระเบิด ไทยได้มีหนังสือประท้วงต่อกัมพูชาไปยังประเทศญี่ปุ่น ในฐานะประธานการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาแล้ว และขอให้หนังสือดังกล่าวให้กับรัฐภาคีอนุสัญญาทราบ รวมทั้งส่งหนังสือประท้วงไปยังเลขาธิการสหประชาชาติในเรื่องนี้ นอกจากนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือถึงนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในฐานะพยานในการลงนามถ้อยแถลง เมื่อวานนี้กระทรวงการต่างประเทศได้เผยแพร่ข่าวสารนิเทศ เรื่องกัมพูชาละเมิดซ้ำต่อถ้อยแถลง ย้ำถึงความพยายามจัดฉากสร้างสถานการณ์ เผยแพร่ข้อมูลเท็จซ้ำแล้วซ้ำอีกของกัมพูชา สะท้อนถึงความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชาในการบรรลุสันติภาพร่วมกัน ประเด็นที่สี่คือ การเผยแพร่ข้อมูลเท็จและการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน ที่ผ่านมาฝ่ายไทยเห็นตัวอย่างการปล่อยข่าวปลอมและการบิดเบือน โดยไม่มีหลักฐานรองรับ 3 กรณี ได้แก่ 1.การกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายวางระเบิดเองและเหยียบเอง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นระเบิดประเภท PMN-2 ซึ่งฝ่ายไทยไม่มีในครอบครอง ไม่มีทั้งเชิงหลักฐานและเชิงเหตุผล 2.ประเด็นที่สองกล่าวอ้างว่าฝ่ายไทยยิงไปที่บ้านหนองหญ้าแก้วก่อนไม่เป็นความจริง เพราะกัมพูชาเริ่มก่อนและมีหลักฐานเป็นกระสุนที่บังเกอร์ของไทย รวมถึงวิถีกระสุนคำให้การของกัมพูชาไกลความจริง ยังไม่นับกันรายงานสถิติประชาชนกัมพูชาที่ได้รับบาดเจ็บจากหน่วยงานต่าง ๆ ของกัมพูชาที่สับสนและไม่มีความสอดคล้องกัน 3.การนำภาพร่างของผู้เสียชีวิตชาวกัมพูชาด้วยโรคประจำตัวที่กรุงเทพฯ บิดเบือนว่าเป็นร่างของทหารกัมพูชาที่ฝ่ายไทยควบคุมตัวไว้ ทั้งที่ความเป็นจริงฝ่ายไทยได้ให้ความช่วยเหลือส่งร่างกลับกัมพูชาตามคำขอของญาติตามหลักมนุษยธรรม การเผยแพร่ข้อมูลเท็จเหล่านี้สะท้อนถึงความไม่จริงใจของฝ่ายกัมพูชา และขาดจรรยาบรรณของสื่ออย่างชัดเจน นายนิกรเดช กล่าวว่า ล่าสุดกรณีที่มีสำนักข่าวต่างประเทศจากมาเลเซีย “เบอร์นามา” และสื่ออื่น ๆ ที่เผยแพร่ข่าวที่ผิดพลาด กระทรวงการต่างประเทศได้ประสานกับหน่วยงานความมั่นคงของไทยอย่างใกล้ชิด และรีบดำเนินการติดต่อสำนักข่าวนั้น ๆ ฃเพื่อให้แก้ไขในทันที แม้จะมีการแก้ไขแล้วแต่ก็ได้ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและผลกระทบในวงกว้าง เกี่ยวกับเรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศได้หยิบยกหารือกับกระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซีย และเขาได้สัญญาว่าให้ความร่วมมือด้วยดี อีกทั้งสำนักข่าวดังกล่าวก็ได้แสดงความเสียใจกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในครั้งแล้ว ในห้วงที่สถานการณ์ไทย-กัมพูชามีความอ่อนไหวสูง ความถูกต้องของข้อมูลข่าวสารที่มีการเผยแพร่ออกไป มีความสำคัญอย่างมากเพื่อไม่ให้เนื้อหาดังกล่าวไปสนับสนุนเรื่องเล่าที่เป็นจริงและปราศจากการตรวจสอบที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกำลังพยายามผลักดัน ขอย้ำว่ากระทรวงการต่างประเทศเป็นช่องทางที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นช่องทางที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันการไปรับข้อมูลที่บิดเบือน ตนเอง ในฐานะโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมตอบคำถามให้กับสื่อมวลชน นายนิกรเดช กล่าวต่อว่า ในห้วงที่สถานการณ์มีความอ่อนไหวสูงเช่นนี้ ขอความร่วมมือประชาชนบริโภคข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง มีวิจารณญาณก่อนจะส่งต่อไปให้ทุกคนรอบข้าง ขอย้ำว่าหน่วยงานไทยทุกหน่วยจะทำงานร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันผลประโยชน์ของไทย ปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพของดินแดน คุ้มครองผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เสริมสร้างความเชื่อมั่นของไทยในประชาคมโลก เมื่อถามว่าภายหลังทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิดและระงับถ้อยแถลง ฝ่ายไทยได้แจ้งนานาชาติอย่างไรบ้าง นายนิกรเดช ระบุว่า ประเด็นการถอนอาวุธหนักและทหารกัมพูชาที่ถูกกักตัวอยู่ในไทย ต้องยุติไปพลางก่อนจนกว่าจะมีข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งได้แจ้งประเทศผู้สังเกตการณ์อย่างมาเลเซีย และสหรัฐอเมริกา โดยได้มีการส่งหนังสือเวียนไปยังประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งหมด รวมถึงแจ้งไปยังคณะทูตต่าง ๆ ถึงท่าทีไทยเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ส่วนการเปิดเผยรายงานการลงพื้นที่ของคณะ AOT ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคณะ AOT ว่าเป็นเอกสารที่สามารถเปิดเผยได้หรือไม่ ซึ่งส่วนตัวไม่อาจก้าวล่วงได้ ส่วนการระงับข้อตกลง จะไม่กระทบกับการปราบสแกมเมอร์ ใช่หรือไม่นายนิกรเดช กล่าวว่า ท่าทีของไทยคือการปราบปรามสแกมเมอร์ และการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่อยู่ในพื้นที่อธิปไตยของไทย การปราบปรามสแกมเมอร์ถือเป็นวาระแห่งชาติ เราดำเนินการต่อเนื่องอย่างแน่นอนและจะดำเนินการอย่างแข็งขัน ในส่วนที่ต้องการความร่วมมือจากกัมพูชาก็หวังว่าฝ่ายกัมพูชาจะให้ความร่วมมือ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มากกว่าไทย-กัมพูชา เป็นเรื่องของภูมิภาค อาเซียน โลก และประชาคมระหว่างประเทศ ดังนั้นหากกัมพูชามีความรับผิดชอบต่อประชาคมระหว่างประเทศ เรื่องนี้ก็ควรถูกแยกออกจากเรื่องชายแดน ย้ำว่ากระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการเต็มที่เนื่องจากเป็นวาระแห่งชาติ ชี้ระงับ Joint Declaration ไทยไม่เสียเปรียบ นายนิกรเดช ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีการให้สัมภาษณ์ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ที่ประกาศระงับการปฏิบัติตามถ้อยแถลงสันติภาพ (Joint Declaration) ซึ่งมีข้อกังวลว่าอาจทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบหรือไม่ ว่า นายกรัฐมนตรี ได้ไปเยี่ยมชมสถานที่เกิดเหตุ และ ณ จุดนั้น นายกรัฐมนตรีได้บอกว่า จะยุติการปฏิบัติตาม Joint Declaration เพราะต้องไม่ลืมว่า เราจะเสียเปรียบอย่างไร ในเมื่อเราเป็นผู้ถูกละเมิด ผู้ที่ฉีก Joint Declaration คือฝ่ายกัมพูชา ด้วยการตัดรั้วลวดหนามเข้ามาวางทุ่นระเบิด และยิงยั่วยุ เป็นการละเมิด Joint Declaration ใน 3 ข้อด้วยกัน “ผมกลับมองตรงกันข้ามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้ประชาคมระหว่างประเทศ หรือชาวโลกเขาเห็นว่า ไทยเป็นเหยื่อ เราโดน มีนายกรัฐมนตรีประเทศไหนจะบอกว่า เราไม่ตอบโต้บ้างละครับ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องปกติ ค่อนข้างปกติที่ฝ่ายไทยจะลุกขึ้นมา เราต้องบอกว่า เราจะมีปฏิกิริยาต่อเรื่องนี้” นายนิกรเดชกล่าว นายนิกรเดช กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เรายังได้ทำหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงไปยังประเทศที่เกี่ยวข้องที่สุด คือผู้สังเกตการณ์การลงนามในปฏิญญาร่วม คือสหรัฐอเมริกา และมาเลเซีย ขณะเดียวกัน ยังได้ส่งสำเนาให้ทุกประเทศในอาเซียนได้ทราบ เราเชิญทูตมาบรรยายสรุป บอกจุดยืนและท่าที การดำเนินการของเรา ข้อเรียกร้องของเราที่ชัดเจนโปร่งใสมาก เราเรียกร้อง 3 ข้อ รอให้ฝ่ายกัมพูชาตอบรับกลับมา แล้วเราจะมาทบทวนพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อ เมื่อถามย้ำว่า มีความเห็นจากฝ่ายการเมืองว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีไทยประกาศระงับ Joint Declaration กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่าอย่างไร นายนิกรเดช กล่าวว่า เหตุการณ์ทั้งหมด ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงคือกัมพูชา การระงับการปฏิบัติตาม Joint Declaration เป็นเรื่องปกติ ส่วนตัวไม่เห็นว่าจะทำให้ไทยเสียเปรียบตรงไหน ถ้าเราดำเนินการตาม Joint Declaration ต่อฝ่ายเดียว จะเป็นเรื่องที่แปลก ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียเสนอเป็นตัวกลางในการเจรจาสันติภาพระหว่างไทยและกัมพูชา กระทรวงการต่างประเทศจะดำเนินการอย่างไร นายนิกรเดช ระบุว่า เท่าที่ได้ตรวจสอบ ทราบว่ามีการพูดคุยระหว่างนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียและไทย นายกรัฐมนตรีมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ก็ต้องการให้มีการพูดคุยหาข้อสรุป โดยยังไม่ได้เสนอเป็นตัวกลางอะไร เป็นการถามว่า มีอะไรที่ประธานอาเซียนจะช่วยได้ ก็ยินดี นายนิกรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเรื่องนี้ เรายังไม่ได้ตอบอะไร เรายังยืนยันเรื่องการขอให้กัมพูชาปฏิบัติตาม 3 ข้อที่เราได้แจ้งไปแล้ว ก่อนจะมาพิจารณาอีกครั้งว่า เรื่อง Joint Declaration จะดำเนินการอย่างไรต่อ เป็น 3 ข้อที่เรารอ สำหรับประเทศมาเลเซียเราก็รับฟัง และยินดีในความหวังดีของเขา แต่จุดนั้นจะมาก็คงหลังจากมีการตอบรับ 3 เงื่อนไขที่เราร้องขอไป ที่มาเรียบเรียงจาก สำนักข่าวไทย [1] [2]   * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กระทรวงการต่างประเทศ * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา
dlvr.it
November 15, 2025 at 1:49 AM
ไทยเตรียมแจ้งกัมพูชาจะสร้างรั้วสุดเขตอธิปไตยไทย
ไทยเตรียมแจ้งกัมพูชาจะสร้างรั้วสุดเขตอธิปไตยไทย auser15 Sun, 2025-10-19 - 13:51 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศเผยเตรียมแจงกัมพูชาทราบไทยจะสร้างรั้วสุดเขตอธิปไตยไทย ผ่านเวทีวงประชุม JBC สมัยพิเศษที่จันทบุรี พร้อมถกแก้ไขปัญหาประชาชนกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยไทยบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ยัน ไม่รับคุยเรื่องอื่น 19 ตุลาคม 2568 สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC สมัยพิเศษ ในวันที่ 21-22 ตุลาคม 68 ที่จังหวัดจันทบุรี ฝ่ายไทยจำเป็นต้องร่วมประชุมหรือไม่ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย-กัมพูชา ที่เกาะกงประเทศกัมพูชา (10 ก.ย.68) ไทยจะนำประเด็นอะไรไปหารือ ว่า การประชุมเจบีซีครั้งนี้มีความพิเศษ แม้ว่าการประชุมเจบีซีจะเป็นกลไกปกติ ซึ่งความพิเศษ คือ ประเด็นที่ไทยจะนำไปเป็นข้อพิจารณามีประเด็นเดียว และประเด็นที่จะนำไปบอกกัมพูชาเพื่อทราบ 1 ประเด็น โดยประเด็นเพื่อนำไปหารือ คือการแก้แก้ไขปัญหาประชาชนกัมพูชารุกล้ำอธิปไตยไทย กรณีบ้านหนองจาน บ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว ส่วนประเด็นที่จะนำไปแจ้งให้ทราบ คือ ไทยจะสร้างรั้ว และจะสร้างจุดที่เป็นเส้นตรงระหว่างหลักเขตแดน 2 เขตแดน สองฝ่ายเห็นตรงกันสุดเขตอธิปไตยของราชอาณาจักรไทย โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่าในหลักการไทยจะไม่รับคุยเรื่องอื่นแล้ว จะไปพูดคุยใน 2 เรื่องหลัก คือเรื่องพิจารณาและเรื่องแจ้งเพื่อทราบ ซึ่งการประชุมเจบีซีถือเป็นกลไกปกติ แต่ครั้งนี้มีนัยยะของความเร่งด่วน เพราะจะมีการประชุม จีบีซี ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเป็นผู้ร่วมลงนามการประชุม เพื่อจะรับทราบ 4 เงื่อนไข คือ การถอนอาวุธหนัก , การเก็บกู้ทุ่นระเบิด , การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการจัดการพื้นที่ชายแดน ดังนั้นเพื่อให้การประชุมจีบีซี ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20 -21 ตุลาคมนี้ ไปต่อได้ จึงต้องเกิดการประชุมจีบีซีสมัยพิเศษขึ้น เพื่อให้เกิดความคืบหน้าในการบรรลุหาข้อยุติ เมื่อถามว่าในเวทีประชุมเจบีซี ครั้งนี้ จะไม่มีการพูดคุยเรื่องเขตแดนใช่หรือไม่ นายนิกรเดช ยืนยันว่าไม่มี เพราะเจบีซีเป็นกลไกเจรจาเรื่องการปักปันเขตแดน ย้ำว่า ครั้งนี้ไทยจะนำเรื่องไปพูดคุยใน 2 ประเด็น เพื่อให้วงประชุมจีบีซีพูดคุยกันต่อได้ไม่เช่นนั้นก็จะติดและถูกโยนกลับมาที่การประชุมเจบีซี เมื่อถามว่าหากการประชุมเจบีซี และ จีบีซี เดินต่อได้ จะทำให้การประชุมเจบีซีในวาระปกติจะพูดคุยความคืบหน้าที่จะดำเนินงานระหว่างไทย-กัมพูชา ใช่หรือไม่ นายนิกรเดช ระบุว่า เรื่องการปักปันเขตแดนก็ต้องมาว่ากันต่อไป หลังจากการประชุมจีบีซีครั้งนี้พ้นไปแล้ว และอย่างที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้วรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าเป็นช่วงเวลาที่จะต้องดูความตั้งใจจริง ความจริงใจของฝ่ายกัมพูชา ถ้าดำเนินการด้วยความจริงใจเหมือนกับตอนที่พูดกับเราในการประชุม สมัยพิเศษที่มาเลเซีย ก็คงจะไปต่อตามวาระปกติไม่เช่นนั้นเราคงต้องทบทวนในสิ่งที่เราจะทำต่อ * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา
dlvr.it
October 19, 2025 at 6:57 AM
'อนุทิน' ชี้กัมพูชารุกที่บ้านหนองจาน ต้องปฏิบัติตาม GBC ออกจากพื้นที่ก่อน 10 ต.ค.
'อนุทิน' ชี้กัมพูชารุกที่บ้านหนองจาน ต้องปฏิบัติตาม GBC ออกจากพื้นที่ก่อน 10 ต.ค. auser15 Tue, 2025-10-07 - 15:10 'อนุทิน' ชี้กัมพูชารุกที่บ้านหนองจาน ต้องปฏิบัติตามข้อตกลง GBC ออกจากพื้นที่ก่อน 10 ต.ค. บอกมอบอำนาจเต็มให้ "กองทัพ - ก.ต่างประเทศ - ผู้ว่าฯ สระแก้ว" ดำเนินการ ตนเองไม่ขอพูดมาก - กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบโดรนของฝ่ายกัมพูชา เกือบ 20 ลำ พบรถแบคโฮปรับปรุงที่มั่นขนาดใหญ่ คาดปรังปรุงบังเกอร์สำหรับหลบภัย 7 ตุลาคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงเดดไลน์วันที่ 10 ตุลาคม ซึ่งกำหนดให้ชาวกัมพูชาต้องออกจากพื้นที่หนองจาน จ.สระแก้ว ว่า เมื่อวานได้มีการประชุมหารือกัน และจะต้องดำเนินการตามที่ได้มีข้อตกลงกันไว้ ซึ่งไทยก็ยืนยันว่าฝ่ายกัมพูชาต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อตกลง GBC ซึ่งมีอยู่ 4 ข้อหลัก เช่น การถอนอาวุธ การถอนกำลัง การร่วมการปราบปรามสแกมเมอร์ และการร่วมบริหารสถานการณ์ชายแดนให้เรียบร้อย ซึ่งหมายความว่า พื้นที่ใดที่เป็นของไทยก็จะต้องออก ส่วนเรื่องของสิทธิมนุษยชน กับการคืนความเป็นธรรมให้กับคนไทยเป็นสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจยากหรือไม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า ไม่ยาก คนไทยต้องได้ความยุติธรรม และคนไทยทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ส่วนคนที่มารุกล้ำประเทศไทย และเข้ามาด้วยการบุกรุกก็ต้องออกไปก็แค่นั้น ถ้าหากไม่ทำก็ไม่มีใครเจรจา ทั้งนี้ รัฐบาลมีแนวทางที่จะทำให้สังคมโลกไม่มองในแง่ลบใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีพูดเรื่องนี้มากไม่ได้ เพราะมอบหมายเรื่องรักษาอธิปไตย รักษาชายแดน รักษาแผ่นดิน เป็นเรื่องของกองทัพ และเป็นอำนาจเต็ม โดยมีรัฐบาลสนับสนุน ส่วนเรื่องการเจรจาการทูต เงื่อนไขต่างๆ กระทรวงการต่างประเทศก็รับไปหมดแล้ว ขณะที่การดูแลพื้นที่บริเวณสระแก้ว ก็มีผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นไปตามที่ตกลงไว้ทั้งหมด ทุกคนได้รับมอบอำนาจทั้งหมดให้ไปดำเนินการ ขณะที่มีการเลื่อนประชุม RBC ไปกลางเดือนตุลาคมนี้ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างมีเหตุมีผลอยู่ ได้มอบอำนาจให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เต็มที่ไปแล้ว ก็ต้องไปดำเนินการ และตนให้การสนับสนุนทุกอย่าง ถ้าหากตนไปพูดต่างกับเขา พวกเขาก็ทำงานไม่ได้ ขณะเดียวกันเวลาที่จะไปเจรจากับใคร เช่น ขณะที่ตนยังเป็นผู้น้อย หากมีการเจรจาก็จะถามว่า มีอำนาจแค่ไหน หากไม่มีอำนาจก็จะไม่เจรจาด้วย เพราะฉะนั้นขณะนี้ทุกคนที่จะไปเจรจา หรือจะไปดำเนินการกับใคร ได้อำนาจไปหมดแล้ว พร้อมย้ำว่า เขาตัดสินใจ ก็คือตนตัดสินใจ นอกจากนี้ จะมีการลงพื้นที่ไปยังบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มีโอกาสที่จะไปลงพื้นที่ เป็นไปตามเวลาที่เหมาะสม และตามคำแนะนำของหน่วยงานความมั่นคง ส่วนคำสั่งให้ชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่บ้านหนองจาน ในวันที่ 10 ตุลาคมนี้นั้น คาดว่าชาวกัมพูชาไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้อยู่แล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่มีการดำเนินการอยู่ ตามหลักการที่ได้บอกไปแล้ว กองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบโดรนของฝ่ายกัมพูชา เกือบ 20 ลำ พบรถแบคโฮ ปรับปรุงที่มั่นขนาดใหญ่ คาด ปรังปรุงบังเกอร์สำหรับหลบภัย ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 7 ตุลาคม 2568 ณ เวลา 14.00 น. สถานการณ์โดยรวม มีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของฝ่ายกัมพูชา โดยตรวจพบโดรนบริเวณพื้นที่ปราสาทตาควาย 4 ลำ , พื้นที่โดนตวล 1 ลำ , พื้นที่ซำแต 3 ลำ , พื้นที่ภูผี 2 ลำ , พื้นที่ฐานปฏิบัติการหนองแค ร้อย.ทพ.2602 จำนวน 1 ลำ และบริเวณเหนือเนิน 350 จำนวน 6 ลำ และตรวจพบรถแบคโฮ รถบรรทุก 10 ล้อ ทำการปรับปรุงที่มั่นขนาดใหญ่ คาดว่าเป็นการปรังปรุงบังเกอร์สำหรับหลบภัย ปัจจุบันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทยจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมความพร้อม ในการปฏิบัติตอบโต้ตามสถานการณ์ การดำเนินงานด้านจิตอาสา ศอ.จอส.พระราชทาน จ.สุรินทร์, ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.25, พล.ต.สุคนธรัตน์ ชาวพงศ์ รอง มทภ.2, นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รอง ผวจ.สุรินทร์, ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา, หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่ ให้การต้อนรับ นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี ในการที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายเกษม วัฒนชัย องคมนตรี เชิญเงินพระราชทาน จำนวน 42,000,000 บาท ไปมอบแก่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ มอบถุงยังชีพพระราชทาน จำนวน 800 ถุง แก่ผู้ประสบภัย และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีจิตอาสา 904 และจิตอาสาพระราชทาน ช่วยอำนวยความสะดวก ณ หอประชุมที่ว่าการ อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ กองทัพภาคที่ 2 ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน เพื่อป้องกันการรับข้อมูลข่าวสาร ที่คลาดเคลื่อน บิดเบือน หรือข่าวปลอม (Fake news) ขอให้ประชาชน โปรดใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และติดตามข้อมูล จากช่องทางอย่างเป็นทางการจากส่วนราชการ ซึ่งสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้อง และทันเวลา ที่มาเรียบเรียงจาก NBT Connext [1] [2]   * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * บ้านหนองจาน * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * บ้านหนองจานชายแดน * สระแก้ว * โคกสูง
dlvr.it
October 7, 2025 at 8:12 AM
ผู้ว่าฯ สระแก้วยื่นคำขาดผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจย ให้อพยพชาวกัมพูชาที่รุกล้ำพื้นที่ไทย
ผู้ว่าฯ สระแก้วยื่นคำขาดผู้ว่าฯ บันเตียเมียนเจย ให้อพยพชาวกัมพูชาที่รุกล้ำพื้นที่ไทย auser15 Sat, 2025-09-20 - 14:57 ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วออกแถลงการณ์โต้กลับผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจยของกัมพูชา ปฏิเสธข้อเสนอของฝ่ายกัมพูชาที่ไทยรื้อลวดหนามออกให้ชาวกัมพูชากลับไปอยู่อาศัยแบบเดิมได้ และยื่นข้อเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาดำเนินการตามข้อตกลงเดิม ให้อพยพชาวเขมรที่รุกล้ำแผ่นดินไทยออกจากพื้นที่ทันที 20 กันยายน 2568 นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้หนังสือจากนายอุม เรียไตร ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา กรณีข้อพิพาทชายแดนที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ก่อนหน้านี้ทางกัมพูชาได้ส่งหนังสือเสนอ 4 ข้อเรียกร้อง เพื่อรักษาสภาพเดิมตามข้อตกลงหยุดยิงและมติการประชุม GBC (General Border Committee) รวมถึงขอให้ฝ่ายไทยอนุญาตให้ชาวกัมพูชากลับเข้าพื้นที่ และให้รื้อถอนสิ่งกีดขวาง อย่างไรก็ตาม จังหวัดสระแก้วได้ทำหนังสือตอบกลับโดยปฏิเสธข้อเสนอทั้งหมด และยื่นข้อเรียกร้องกลับไปดังนี้: 1. การอพยพผู้รุกล้ำ : ขอให้ชาวกัมพูชาที่รุกล้ำพื้นที่อ้างสิทธิ์ตามแนวชายแดนจังหวัดสระแก้วทั้งหมด อพยพออกไปโดยเร็วที่สุด และให้ส่งแผนการอพยพดังกล่าวให้จังหวัดสระแก้วก่อนการประชุม GBC ไทย-กัมพูชา ที่จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 10 ตุลาคม 2568 2. ยุติการเจรจาระดับจังหวัด : เรียกร้องให้จังหวัดบันเตียเมียนเจยปฏิบัติตามข้อเสนอ 8 ข้อที่เคยหารือกันในการประชุมเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 หากไม่มีการดำเนินการใด ๆ จังหวัดสระแก้วจะแจ้งเรื่องนี้ในการประชุม RBC (Regional Border Committee) ระหว่างวันที่ 25-27 กันยายน 2568 และจะไม่มีการเจรจาในระดับจังหวัดอีกต่อไป 3. ดำเนินการตามกฎหมาย : ยืนยันความพร้อมที่จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดตามกฎหมายของราชอาณาจักรไทยกับผู้ที่รุกล้ำอธิปไตย ทำลายทรัพย์สินราชการ หรือทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนชาวไทยในเขตแดนของประเทศไทย * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * สระแก้ว * บันเตียเมียนเจย * กัมพูชา
dlvr.it
September 20, 2025 at 8:00 AM
'กองทัพ' แจงเหตุใช้แก๊สน้ำตาควบคุมชายแดน 'สม รังสี' ประณาม เรียกร้องไทยหยุดรุกรานกัมพูชา
'กองทัพ' แจงเหตุใช้แก๊สน้ำตาควบคุมชายแดน 'สม รังสี' ประณาม เรียกร้องไทยหยุดรุกรานกัมพูชา ภาพปกจาก ทีมโฆษกกองทัพบก Pazzle Wed, 2025-09-17 - 20:40     17 ก.ย. 2568 กองทัพบกชี้แจงกรณีใช้แก๊สน้ำตาควบคุมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว กองทัพระบุ เวลา 15.40 น. กองทัพบกได้รับรายงานจากกองกำลังบูรพาว่าฝ่ายกัมพูชาได้นำประชาชนและมวลชนประมาณ 200 คน มาชุมนุมประท้วงการปฏิบัติของฝ่ายไทย ระหว่างการวางเครื่องกีดขวางและลวดหีบเพลงเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ฝ่ายไทยได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุมและดำเนินการวางลวดหีบเพลงตามแผนการปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม กลุ่มมวลชนกัมพูชายังคงแสดงการประท้วงอย่างต่อเนื่อง กองทัพระบุ เวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยจำเป็นต้องใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยางควบคุมสถานการณ์ ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนถอยห่างออกจากแนวปะทะ เนื่องจากผลของแก๊สน้ำตา จนถึงเวลาประมาณ 17.00 น. ฝ่ายไทยยังคงดำเนินการเสริมความมั่นคงตามแนวชายแดน โดยการวางแนวลวดหนามเพิ่มเติมและใช้ยางรถยนต์ประกอบ รวมถึงควบคุมการประท้วงโดยใช้แก๊สน้ำตา กระสุนยาง และเครื่อง LRAD ขณะที่ฝ่ายกัมพูชาเริ่มถอยออกจากพื้นที่ และมีการตะโกนต่อว่าเจ้าหน้าที่ไทยเป็นระยะ รวมทั้งมีการใช้ความรุนแรงโดยการขว้างปาท่อนไม้ ก้อนหิน และยิงหนังสติ๊กมายังเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย จนมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด     ภาพจาก ทีมโฆษกกองทัพบก Khmer Times สำนัก\กัมพูชารายงานว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย แถลงว่า มีประชาชนชาวกัมพูชาได้รับบาดเจ็บ 10 ราย จากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ฝั่งไทย ด้านสม รังสี อดีตผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กประณานไทย ระบุว่า พระสงฆ์ ทหาร และประชาชนชาวกัมพูชาได้รับบาดเจ็บและบางส่วนหมดสติ หลังจากที่กลุ่มทหารและตำรวจไทย ซึ่งมีโล่ กระบอง และอาวุธปืน ได้ใช้ระเบิดควัน แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง ยิงเข้าใส่กลุ่มประชาชนชาวกัมพูชาที่รวมตัวประท้วงขัดขวางการขึงรั้วลวดหนามใหม่ ในหมู่บ้านเปรยจัน ตำบลโอบีเจียน อำเภอโอจรัว จังหวัดบันเตียเมียนเจยคณะมนตรีแห่งชาติเพื่อการต่อสู้ (CNRC) ประณามการกระทำที่โหดร้ายของทหารไทยที่กระทำต่อพระสงฆ์ ทหาร และประชาชนชาวกัมพูชา และเรียกร้องให้หยุดการใช้ความรุนแรงต่อชาวกัมพูชาและการรุกรานดินแดนกัมพูชาโดยทันทีนอกจากนี้ คณะมนตรีแห่งชาติเพื่อการต่อสู้ (CNRC) ยังเรียกร้องให้รัฐบาลพนมเปญ นำคดีการรุกรานของไทยขึ้นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) อย่างเป็นทางการ และเรียกประชุมด่วนประเทศผู้ลงนามในข้อตกลงสันติภาพปารีส เพื่อแก้ไขความขัดแย้งที่รุนแรงนี้ให้ยุติลง ขณะที่ปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วของไทย ซึ่งเข้าร่วมประชุมบริหารจัดการสถานการณ์ให้เกิดความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ชายแดนกับฝ่ายกัมพูชา กับ อุม เรียเตรย ผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจุดผ่านแดนถาวรปอยเปต-คลองลึก จังหวัดบันเตียเมียนเจย (ตรงข้ามจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว) การประชุมดังกล่าว สืบเนื่องมาจากการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1/68 เมื่อ 10 ก.ย. 2568 ระหว่างไทย-กัมพูชา ณ จังหวัดเกาะกง โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และผู้ว่าราชการจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประสานงานกันเพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ให้มีความสงบเรียบร้อย ซึ่งการประชุมดังกล่าว ฝ่ายไทยและกัมพูชาได้ยื่นข้อเสนอ ฝ่ายไทย เสนอดังนี้1. ทั้งสองฝ่าย เห็นชอบร่วมกันที่จะบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนให้เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยโดยกำหนดให้มวลชนของทั้งสองประเทศ ถอยห่างออกจากพื้นที่อ้างสิทธิ์ของประเทศตรงข้ามไม่น้อยกว่า 500 เมตร2. ทั้งสองฝ่าย จะไม่มีการปลุกระดมมวลชน พร้อมทั้งควบคุมมวลชนของประเทศตนให้อยู่ห่างจากพื้นที่อ้างสิทธิ์ของประเทศตรงข้าม ไม่น้อยกว่า 500 เมตร3. ทั้งสองฝ่าย เห็นชอบร่วมกัน ไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะภูมิประเทศในพื้นที่อ้างสิทธิ์ของทั้งสองประเทศในทุกกรณี ในกรณีที่มีการดำเนินการไปแล้ว ให้ปรับคืนสู่สภาพเดิมภายใน 1 วันหลังการประชุม4. ทั้งสองฝ่าย เห็นชอบร่วมกัน ที่จะไม่มีการเพิ่มกำลังทหารและอาวุธหนักในพื้นที่ชายแดนทั้งสองจังหวัด5. จังหวัดสระแก้ว ขอสงวนสิทธิ์ในการออกเอกสารสิทธิในที่ดินทำกินของคนไทย ในเขตอธิปไตยของประเทศไทย ซึ่งอยู่นอกเขตพื้นที่อ้างสิทธิ์ของทั้งสองประเทศ6. ประชาชนของทั้งสองประเทศ สามารถเข้าทำประโยชน์ในที่ดินในเขตอธิปไตยของตนนอกพื้นที่อ้างสิทธิ์ได้ โดยห้ามประชาชน ทหาร หรือเจ้าหน้าที่รัฐเข้าทำการขัดขวางการทำประโยชน์ดังกล่าว ทั้งนี้ หากเกิดความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่ของประเทศใด ให้เป็นหน้าที่ของประเทศนั้นต้องดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยโดยเร็ว7. หากไทยและกัมพูชาไม่สามารถหาข้อตกลงได้ภายใต้กลไก GBC สมัยพิเศษ ครั้งต่อไป จังหวัดสระแก้วจะมีหนังสือแจ้งจังหวัดบันเตียเมียนเจยให้ราษฎรที่อยู่นอกเส้นอ้างสิทธิที่รุกล้ำเข้ามาในอธิปไตยไทยให้ย้ายออกจากพื้นที่พร้อมทรัพย์สินและสังหาริมทรัพย์บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่จังหวัดสระแก้วมีหนังสือแจ้ง หากไม่ออกจากพื้นที่ดังกล่าว จังหวัดสระแก้วจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายของราชอาณาจักรไทยต่อไป ตามที่ได้แจ้งให้ทราบแล้ว8. ทั้งสองฝ่าย เห็นชอบร่วมกันที่จะจัดตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาระดับพื้นที่ร่วมกันระหว่างสองประเทศ เพื่อมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาทุกประเด็นด้วยสันติวิธี และหลีกเลี่ยงการปะทะ ในส่วนฝ่ายกัมพูชา ได้ยื่นข้อเสนอดังนี้1. ให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามผลการประชุมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย, ผลการประชุม RBC และผลการประชุม GBC2. ให้ทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลง MOU 43 และ TOR 20033. หลีกเลี่ยงการปฏิบัติที่มีผลกระทบต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่โดยทั้งสองฝ่ายรอปฏิบัติตามผลการประชุม JBC4. ทั้ง 2 จังหวัดดำเนินการตามผลการประชุม GBC สำหรับข้อเสนอของฝ่ายไทยทั้ง 8 ข้อนั้น ฝ่ายกัมพูชายังไม่สามารถให้ความเห็นชอบได้ในขณะนี้ โดยฝ่ายกัมพูชาจะนำข้อเสนอของฝ่ายไทยให้หน่วยเหนือของตนพิจารณา และจะแจ้งให้จังหวัดสระแก้วรับทราบต่อไป หากว่าทางจังหวัดบันเตียเมียนเจยไม่รับข้อเสนอข้อใดข้อหนึ่ง จังหวัดสระแก้วจะยังคงสงวนและจะดำเนินการต่อไปในเขตอธิปไตยและราชอาณาจักรไทย     * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กัมพูชา * กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา * สม รังสี * ปริญญา โพธิสัตย์ * สระแก้ว * บ้านหนองหญ้าแก้ว
dlvr.it
September 17, 2025 at 2:08 PM
กต.ประณามทหารกัมพูชา จัดฉากใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ รื้อรั้วลวดหนามที่บ้านหนองจาน
กต.ประณามทหารกัมพูชา จัดฉากใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ รื้อรั้วลวดหนามที่บ้านหนองจาน auser15 Tue, 2025-08-26 - 18:27 กระทรวงการต่างประเทศของไทยประณามทหารกัมพูชา จัดฉากใช้ประชาชนเป็นโล่มนุษย์ รื้อรั้วลวดหนามที่บ้านหนองจาน ขัดต่อหลักมนุษยธรรม ละเมิด MOU 43 26 สิงหาคม 2568 NBT Connext รายงานว่า นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงพัฒนาการล่าสุดของสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชาประจำวันนี้ (26 ส.ค.68) โดยเฉพาะกรณีที่ฝ่ายกัมพูชานำพลเรือนซึ่งมีทั้งสตรี เด็ก และผู้สูงอายุ มารื้อลวดหนามของฝ่ายไทย ในพื้นที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว รวมทั้งก่อความวุ่นวายในพื้นที่ ขอย้ำและยืนยันว่าบ้านหนองจาน ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตอธิปไตยของไทย เดิมเคยใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวของชาวกัมพูชาซึ่งหนีภัยจากการสู้รบในอดีตเข้ามาอยู่ในประเทศไทย แต่ภายหลังสงครามสิ้นสุด ชาวกัมพูชากลับขยายพื้นที่ชุมชน ละเมิดบันทึกความเข้าใจ MOU 2543 ซึ่งฝ่ายไทยได้คัดค้านและดำเนินการประท้วงการล่วงล้ำเข้ามาในพื้นที่ของไทยดังกล่าวมาโดยตลอด แต่ฝ่ายกัมพูชากลับเพิกเฉย และไม่ตอบสนองใด ๆ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีคลิปวีดีโอยืนยันชัดเจนว่าทหารฝ่ายกัมพูชาปล่อยให้ประชาชนรื้อรั้วลวดหนาม รวมทั้งสร้างสถานการณ์ที่เป็นการยั่วยุอย่างต่อเนื่อง เช่น การตะโกนไล่ทหารไทย และแสดงท่าทีพร้อมก่อความรุนแรง รวมทั้งปรากฏภาพสตรีอุ้มทารกเข้ามาเผชิญหน้ากับทหารไทยด้วย ซึ่งทหารไทยใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด และไม่คิดว่าฝ่ายกัมพูชาจะใช้ประชาชนออกหน้าแทนทหาร ประเทศไทยจึงขอประณามการที่ฝ่ายกัมพูชาที่ใช้สตรีและเด็ก เสมือนหนึ่งเป็นโล่มนุษย์ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรม ขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชายุติการกระทำในลักษณะดังกล่าว รวมทั้งการจัดฉากโดยใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * บ้านหนองจาน * โคกสูง * สระแก้ว * กระทรวงการต่างประเทศ
dlvr.it
August 26, 2025 at 11:29 AM
ทบ. แจงพื้นที่บ้านหนองจานอยู่ในเขตไทย เดิมเคยเป็นพื้นที่ช่วยเหลือชาวกัมพูชาลี้ภัยจากการสู้รบชั่วคราว
ทบ. แจงพื้นที่บ้านหนองจานอยู่ในเขตไทย เดิมเคยเป็นพื้นที่ช่วยเหลือชาวกัมพูชาลี้ภัยจากการสู้รบชั่วคราว auser15 Tue, 2025-08-19 - 09:30 กองทัพบกแจงพื้นที่บ้านหนองจานอยู่ในเขตประเทศไทย เดิมเคยเป็นพื้นที่ช่วยเหลือชาวกัมพูชาลี้ภัยจากการสู้รบชั่วคราว ภายหลังพบมีการขยายชุมชน ละเมิด MOU43 แม้ฝ่ายไทยมีการประท้วงอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก รายงานว่า จากกรณีที่มีชาวกัมพูชาได้ออกมาร้องเรียนเรื่องการวางรั้วลวดหนามของทหารไทยบริเวณบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว โดยกล่าวอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนของตนนั้น พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าแท้จริงแล้วพื้นที่ดังกล่าวเป็นอาณาเขตของประเทศไทย ซึ่งอยู่บริเวณบ.หนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว รอยต่อแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างหลักเขตแดนที่ 46 และ 47 โดยบริเวณดังกล่าวมีประเด็นปัญหา แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. เป็นพื้นที่อ้างสิทธิ์ ที่ฝ่ายไทยและกัมพูชาไม่สามารถตกลงที่ตั้งหลักเขตแดนได้ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า ตำแหน่งหลักเขตที่ปรากฏในปัจจุบัน มีการเคลื่อนย้ายเข้าไปในฝั่งประเทศของตน จึงต้องรออาศัยกลไกทวิภาคี อาทิ JBC มาแก้ไขปัญหาในระยะยาว 2. พื้นที่ดังกล่าว ในอดีตเมื่อครั้งเกิดสงครามการสู้รบภายในกัมพูชาในปี พ.ศ.2520 รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้ให้ราษฎรกัมพูชาอพยพลี้ภัยเข้ามาอยู่ในเขตประเทศไทยเป็นการชั่วคราว เพื่อแสดงถึงความมีน้ำใจและเห็นแก่หลักมนุษยชน แต่เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ พบว่ามีราษฎรกัมพูชาบางส่วนไม่ยอมเดินทางกลับประเทศ ยังคงพักอาศัยในพื้นที่ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบว่าฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงในพื้นที่อ้างสิทธิ์ โดยการสนับสนุนให้ราษฎรมาสร้างถิ่นฐานอย่างถาวร ทั้งในบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิ์ และนอกบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิ์ในฝั่งประเทศไทย  ซึ่งกองทัพบก โดยกองกำลังบูรพา ได้ดำเนินการประท้วงร้องเรียนฝ่ายกัมพูชาในเวทีต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งระดับหน่วยทหารในพื้นที่ และผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน แต่ฝ่ายกัมพูชากลับนิ่งเฉย ไม่มีการชี้แจงในรายละเอียด หรือแก้ไขใดๆ จึงยืนยันได้ว่าฝ่ายไทยได้ใช้การแก้ปัญหาโดยสันติวิธีมาตลอด โฆษกกองทัพบก กล่าวต่อว่าสำหรับปัญหา ณ ปัจจุบัน ฝ่ายกัมพูชา มีเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ พยายามจะใช้ประชาชนให้เป็นผู้ออกหน้าในการรุกล้ำพื้นที่อธิปไตยประเทศไทยในบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ อาจเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับฝ่ายทหารโดยตรง ทำให้เข้าใจได้ว่า การกระทำดังกล่าวเหมือนมีการวางแผนมาอย่างเป็นระบบ และคอยเฝ้าดูว่า หากฝ่ายไทยดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดไป ก็จะนำเรื่องดังกล่าวไปบิดเบือนทำลายความน่าเชื่อถือประเทศไทย เพื่อขอความเห็นใจสังคมโลกอย่างที่เป็นภาพให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน จึงอยากให้ช่วยกันสื่อสารต่อประชาคมโลก ให้เข้าใจในข้อเท็จจริงว่า การช่วยเหลือทางมนุษยธรรมของไทย รวมถึงการแสดงออกถึงความมีน้ำใจที่ดีต่อเพื่อนบ้านในอดีต ไม่ควรถูกฝ่ายกัมพูชานำไปบิดเบือน เพื่อให้เป็นผลกลับมาใช้ทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายไทยอย่างไม่เป็นธรรม และสำหรับการติดตั้งแนวรั้วลวดหนามในบริเวณพื้นที่ต่างๆ นั้น โฆษกกองทัพบกเผยว่ายังไม่ใช่การวางเพื่อระบุแนวเส้นเขตแดน แต่เป็นเพียงการวางแนวเครื่องกีดขวางในการรักษาความปลอดภัยให้กำลังพล โดยเฉพาะป้องกันการลักลอบเข้ามาใช้อาวุธทุ่นระเบิดเพื่อทำร้ายฝ่ายไทย และเป็นลักษณะเสริมความมั่นคง ต่อที่วางกำลังของหน่วยทหารเท่านั้น  * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * กองทัพบก * บ้านหนองจาน * สระแก้ว
dlvr.it
August 19, 2025 at 2:37 AM
อีวานนายืนตั้งสติอยู่ชั่วครู่

เธอหัวเสียอย่างมาก แต่หากมัวแต่ตามตัวหัวขโมยทั้งวันคงเสียเวลาแย่

อีกอย่างคือเธอยังไม่รู้จักป่านี้ดีพอ หากไม่ระวังจะเป็นฝ่ายหลงทางเสียเอง

ถ้าอย่างนั้น..มาทำให้มันจบไปเลยเสียดีกว่า

อีวานนาเดินกลับไปยังทิศทางของหนองน้ำ

ไม่ว่าด้วยความกล้าหรือโมโหจนไม่ยั่งคิด แต่เธอตัดสินใจแล้วว่าจะชิงรูเบธิสต์มาให้ได้

สู้ไม่ได้ก็ขโมยมันมาละกัน

+
May 26, 2025 at 2:15 PM
เพียงเพราะอยากเห็นใบหน้าของคนรักให้เต็มตา ความรักที่เป็นพิษร้ายที่สุดบนโลกใบนี้ มองดูอีกฝ่ายเป็นครั้งสุดท้าย

หลังจากนักบินผู้ยอมสัมผัสยังอสรพิษร้ายสิ้นลมหายใจลงงูที่ครอบครองนัยน์ตาแห่งความตายก็มองเงาตนเองในหนองน้ำ

เพราะความอ้างว้างนั้นทรมานยิ่งกว่าความตาย

จบ
January 30, 2026 at 4:09 AM
กองทัพภาคที่ 1 ได้มีหนังสือ “ด่วนมาก” ถึงฝ่ายกัมพูชา เพื่อแจ้งภารกิจเข้าดำเนินการ เก็บกู้ทุ่นระเบิด ในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว จ.สระแก้ว ในวันที่ 10 ต.ค.นี้
#themainstreamth #ไทยกัมพูชา #สระแก้ว #บ้านหนองจาน
themainstream.news/thailand/158...
กองทัพภาคที่ 1 ประสานกัมพูชาเข้าพื้นที่ชายแดนสระแก้ว เก็บกู้ทุ่นระเบิด 10 ต.ค. ตามข้อตกลง GBC
กองทัพภาคที่ 1 ส่งหนังสือด่วนถึงกัมพูชา แจ้งภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดบ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว 10 ต.ค.นี้ ภายใต้ความร่วมมือ GBC ไทย–กัมพูชา เพื่อคุ้มครองชีวิตประชาชน
themainstream.news
October 9, 2025 at 3:15 AM
วันที่ 17 กันยายน 68 กระทรวงการต่างประเทศออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้กัมพูชายุติการปลุกระดมและยั่วยุประชาชน หลังเกิดเหตุชุมนุมประท้วงของชาวกัมพูชา บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อขัดขวางการวางเครื่องกีดขวางเสริมความมั่นคงของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย
#themainstreamth #ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยกัมพูชา #สระแก้ว
themainstream.news/thailand/154...
กต.ออกแถลงการณ์เรียกร้องกัมพูชายุติการยั่วยุ หลังเหตุชุมนุมชายแดนสระแก้วทำเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ
กระทรวงการต่างประเทศแถลงกรณีชาวกัมพูชาประท้วงชายแดนสระแก้ว ขัดขวางงานเสริมความมั่นคงของฝ่ายไทยจนเจ้าหน้าที่บาดเจ็บ ชี้ชัดเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง พร้อมเรียกร้องยุติทันที
themainstream.news
September 18, 2025 at 3:13 AM
"ข้าเคยเห็นแผลช้ำเลือดช้ำหนอง แม้แต่ดึงหนอนที่ชอนไชอยู่ในแผลข้าก็เคยทำมาแล้ว"

"ไม่มีอะไรที่พี่ต้องขอโทษข้า และไม่มีอะไรที่พี่ต้องอายข้าเลย"

"เข้าใจไหมครับ?"
พูดจบก็ปล่อยแก้มอีกฝ่าย ยืดกอดอกรอฟังคำตอบ
September 18, 2025 at 12:16 PM