#อีคอมเมิร์ซ
กูเกิลเปิดมาตรฐาน UCP ดึงพันธมิตรยักษ์ค้าปลีก-ชำระเงิน ร่วมสร้างอีคอมเมิร์ซสำหรับ AI Agent

#ShoperGamer #Google #UCP #Ai #AiAgent #Ecommerce #Feed
[Shoper Gamer] กูเกิลเปิดมาตรฐาน UCP ดึงพันธมิตรยักษ์ค้าปลีก-ชำระเงิน ร่วมสร้างอีคอมเมิร์ซสำหรับ AI Agent โดย
โดย
www.blockdit.com
January 14, 2026 at 8:21 AM
NocNoc แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซวัสดุแต่งบ้านไทย ประกาศปิดกิจการ 9 ก.พ. นี้

#ShoperGamer #Thailand #NocNoc #ECommerce #Platform #Feed
[Shoper Gamer] NocNoc แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซวัสดุแต่งบ้านไทย ประกาศปิดกิจการ 9 ก.พ. นี้ โดย
โดย
www.blockdit.com
January 10, 2026 at 9:12 AM
"แบ่งเบา" แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ B2B เชื่อมต่อผู้ประกอบการไทย

#ShoperGamer #Thailand #แบ่งเบา #B2B #E-commerce #Feed
[Shoper Gamer] "แบ่งเบา" แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ B2B เชื่อมต่อผู้ประกอบการไทย โดย
โดย
www.blockdit.com
March 28, 2025 at 2:16 PM
วุฒิสภาฝรั่งเศส ผ่านร่างกม. กำกับดูแล 'ฟาสต์แฟชั่น' มุ่งเป้าบริษัทอีคอมเมิร์ซจากจีน
วุฒิสภาฝรั่งเศส ผ่านร่างกม. กำกับดูแล 'ฟาสต์แฟชั่น' มุ่งเป้าบริษัทอีคอมเมิร์ซจากจีน See Think Fri, 2025-06-20 - 18:57 วุฒิสภาฝรั่งเศสผ่านร่างกฎหมายกำกับควบคุมผู้ประกอบธุรกิจเสื้อผ้าราคาถูกแบบ "ฟาสต์แฟชั่น" ที่มีต้นทุนต่ำเน้นใช้ไม่กี่ครั้งแล้วทิ้งแต่ก็สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกม.ของฝรั่งเศสมีการเน้นทุ่งเป้าต่อแพลตฟอร์มสินค้าออนไลน์จากจีนอย่าง Shein และ Temu โดยจะมีการเก็บภาษีสิ่งแวดล้อม แบนโฆษณา และควบคุมอินฟลูเอ็นเซอร์ แต่ก็มีคำวิจารณ์กฎหมายนี้ว่าไม่เข้าเป้าเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม "ฟาสต์แฟชั่น" เป็นคำที่ใช้เรียกอุตสาหกรรมเสื้อผ้าที่มีต้นทุนถูก เน้นการผลิตจำนวนมากและขายให้ได้ทีละมากๆ อย่างฉับไว โดยผลัดเปลี่ยนไปตามกระแสแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ฟาสต์แฟชั่นก็มีปัญหาในเรื่องการเผชิญข้อกล่าวหาเรื่องการกดขี่แรงงาน และเรื่องการส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องการภาคการผลิตฟาสต์แฟชั่นมีการใช้ทรัพยากรจำนวนมาก การสร้างขยะจากการใช้แล้วทิ้ง และการปล่อยก๊าซคาร์บอนกับน้ำเสียในปริมาณสูง ฝรั่งเศสก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่นำเข้าฟาสต์แฟชั่นเข้ามาในประเทศจำนวนมาก จนเกิดปัญหามลภาวะและทำให้เสื้อผ้าล้นตลาด เรื่องนี้ทำให้ฝรั่งเศสกำลังมีแผนการกำกับดูแลในเรื่องฟาสต์แฟชั่น แต่ก็มีคำถามจากคนบางส่วนว่ามาตรการของพวกเขาจะเข้าเป้าการรักษาสิ่งแวดล้อมจริงหรือไม่ วุฒิสภาของฝรั่งเศสเพิ่งจะผ่านร่างกฎหมายการกำกับดูแลฟาสต์แฟชั่นเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 337 เสียง มีเพียงหนึ่งเสียงเท่านั้นที่โหวตคัดค้าน กฎหมายดังกล่าวนี้มีการเน้นควบคุมบริษัทฟาสต์แฟชั่นโดยเฉพาะบริษัทอีคอมเมิร์ซของจีนอย่าง Shein หรือ Temu ซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะบริษัทที่ขายเสื้อผ้าที่เน้นราคาถูกและมีคุณภาพตามราคา และถูกมองว่าเป็นการผลิตแบบที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กฎหมายของฝรั่งเศสจังเสนอให้มีระบบ "คะแนนสิ่งแวดล้อม" ซึ่งจะประเมินเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของผลิตภัณฑ์ที่มาจากบริษัทฟาสต์แฟชั่น โดยวัดจากเรื่องต่างๆ อย่างเช่น ปริมาณการปล่อยก๊าซ, การใช้ทรัพยากร และความสามารถในการรีไซเคิลได้ โดยที่แบรนด์ใดมีคะแนนต่ำก็จะถูกคิดภาษี 5 ยูโรต่อสินค้า 1 ชิ้นในปี 2568 และเพิ่มขึ้นเป็น 10 ยูโรต่อชิ้นในปี 2573 แต่ภาษีที่กำหนดในแง่นี้จะต้องสูงไม่เกินครึ่งหนึ่งของราคาขายสินค้านั้นๆ นอกจากนี้ยังจะมีการสั่งแบนการโฆษณาและการจำกัดควบคุมอินฟลูเอ็นเซอร์ที่ส่งเสริมสินค้าเหล่านี้ออนไลน์ด้วย ในระบบการเมืองของฝรั่งเศสนั้น หลังจากฝ่ายร่างกฎหมายในวุฒิสภาแล้ว จะต้องนำร่างกฎหมายให้คณะกรรมการร่วมจากวุฒิสภาและตัวแทนจากสภาล่างร่วมหารือกันอีกครั้งเพื่อแก้ไขร่างกฎหมายร่วมกันในขั้นตอนสุดท้าย แล้วหลังจากนั้นต้องให้คณะกรรมการยุโรปพิจารณาว่าเป็นไปตามกฎหมายของสหภาพยุโรปด้วย ถึงจะมีการนำมาบังคับใช้ได้ กฎหมายยังไม่เน้นคุ้มครองสิ่งแวดล้อมมากพอ หรือจะเป็นแค่กฎหมายปกป้องตลาดยุโรป? มีการตั้งข้อสังเกตว่าในขณะที่กฎหมายฉบับนี้ตั้งใจเล่นงาน Shein และ Temu ซึ่งเป็นแบรนด์จากจีน แต่ก็ไม่ได้ส่งผลไปถึงแบรนด์ยุโรปอย่าง Zara, H&M หรือ Kiabi ให้ได้รับการลงโทษในระดับหนักที่สุดด้วย ปิแอร์ คอนดามีน ผู้จัดการโครงการรณรงค์ขององค์กรด้านสิ่งแวดล้อมฝรั่งเศส Friends of the Earth France กล่าวว่า กฎหมายของฝรั่งเศสไม่ทะเยอทะยานมากพอในการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม และมองว่ามันเป็นการเสียโอกาสที่จะได้คุ้มครองสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง คอนดามีน กล่าวว่า กฎหมายนี้เน้นตั้งเป้าหมายเป็นแบรนด์แค่สองแบรนด์ ทำให้ยังคงมี "เสื้อผ้าอีกอย่างน้อยร้อยละ 90 ที่ผลิตและจำหน่ายในฝรั่งเศส" ยังคงลอยนวล จึงเป็นเรื่องน่าผิดหวัง อีกทั้งคอนดามีนยังมองว่ากฎหมายนี้เอาเรื่อง "การคุ้มครองทางเศรษฐกิจ" เป็นที่ตั้ง ทั้งที่เจตจำนงดั้งเดิมของการร่างกฎหมายนี้ต้องการที่จะทำให้ภาคส่วนเสื้อผ้าสิ่งทอเกิดความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม ในฝรั่งเศส มูลค่าของผลิตภัณฑ์ฟาสต์แฟชั่นเพิ่มสูงขึ้นจาก 2,300 ล้านยูโร เป็น 3,200 ล้านยูโร ในช่วงระหว่างปี 2553-2566 องค์กรสิ่งแวดล้อม Ademe ระบุว่าในฝรั่งเศสมีเสื้อผ้าที่ถูกทิ้ง 35 ตัวในทุกๆ วินาที แต่ สว.ฝ่ายอนุรักษ์นิยมของฝรั่งเศส ซิลวี วาลองเต เลอ เอียร์ ก็กล่าวโต้แย้งว่ากฎหมายที่ผ่านร่างนี้มีความจำเป็นจริงๆ ที่จะต้องเน้นเรื่องการปกป้องคุ้มครองอุตสาหกรรมยุโรปก่อน วาลองเต บอกอีกว่าสาเหตุที่ตั้งเป้าหมายกับอุตสาหกรรมจีนระดับยักษ์ใหญ่เพราะว่าแบรนด์ของจีนเหล่านี้ "มีสเกลการผลิตมากกว่า 100 เท่า" เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมของฝรั่งเศสและยุโรป พวกเขาจึงต้องเน้นปกป้องตัวเอง "ก่อนที่จะไม่เหลืออะไร" โฆษกของ Shein เควนติน รัฟแฟต กล่าวโต้ตอบกฎหมายของฝรั่งเศส โดยเตือนว่ากฎหมายนี้อาจจะ "ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อ" ของผู้บริโภคชาวฝรั่งเศสได้ และ เสนอแนะว่าการกำกับดูแลอุตสาหกรรมฟาสต์แฟชั่นจะสำเร็จได้ต้องอาศัย "ความพยายามร่วมกัน" แทนที่จะตั้งเป้าหมายกับแค่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง สหภาพอุตสาหกรรมสิ่งทอของฝรั่งเศสแถลงในเรื่องนี้บอกว่า ถึงแม้กฎหมายฉบับนี้จะไม่ได้เป็นไปตามความคาดหวังของพวกเขาทั้งหมดก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็น "ก้าวแรก" และหวังว่าจะมีการนำมาบังคับใช้ในเร็ววันนี้ เรียบเรียงจาก French Senate adopts bill to regulate fast fashion industry, France24, 10-06-2025 https://www.france24.com/en/live-news/20250610-french-senate-to-vote-on-regulating-fast-fashion French Senate backs law to regulate ultra fast fashion giants Shein and Temu, Euro News, 11-06-2025 https://www.euronews.com/my-europe/2025/06/11/french-senate-backs-law-to-regulate-ultra-fast-fashion-giants-shein-and-temu ข้อมูลเพิ่มเติมจาก “เมื่อแฟชั่นสุดปัง กำลังจะพังโลก” ผลกระทบจาก Fast Fashion สู่ทางออกของปัญหา, Green Network, 19-10-2022 https://www.greennetworkthailand.com/fast-fashion-to-sustainable-fashion/#:~:text=Fast%20Fashion%20%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%9C%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A1,%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%A7 * ข่าว * เศรษฐกิจ * ต่างประเทศ * สิ่งแวดล้อม * ฟาสต์แฟชั่น * อุตสาหกรรมสิ่งทอ * เสื้อผ้า * แฟชั่น * ฝรั่งเศส * กฎหมายกำกับดูแลธุรกิจ * กฎหมายธุรกิจ * สหภาพยุโรป * โลกร้อน * การสร้างขยะ
dlvr.it
June 20, 2025 at 12:08 PM
เปิดบ้าน CDG เบื้องหลังเทคโนโลยีภาครัฐ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ทำงานเพื่อสังคม
เมื่อพูดถึง Digital Transformation ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงก็มักจะเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร อีคอมเมิร์ซ หรือบริษัทไอที ที่ต้องเร่งปรับตัวให้เข้ากับโลกดิจิทัล แต่ความจริงแล้ว ภาครัฐเองก็เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่นำเทคโนโลยีมาปรับใช้ไม่น้อยเหมือนกัน และที่สำคัญคือการปรับตัวของภาครัฐสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมค่อนข้างเป็นวงกว้าง เมื่อพูดถึงความเปลี่ยนแปลงของระบบดิจิทัลภาครัฐ กลุ่มบริษัทซีดีจี ถือเป็น หนึ่งในส่วนสำคัญ ที่ขาดไม่ได้ ด้วยการเป็น System Integrator ที่ให้บริการซอฟต์แวร์ครบวงจรแก่หน่วยงานรัฐและรัฐวิสาหกิจ โดยมีผลงานเด่น ๆ ที่สร้างประโยชน์ให้กับประชาชน เช่น * **ThaID** : แอปพลิเคชันที่ใช้ในการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (Digital ID) ลดขั้นตอนและเวลาที่ใช้ในการติดต่อภาครัฐ * **MEA** : แพลตฟอร์ม One Stop Service แจ้งเตือนสถานะไฟฟ้าดับ แจ้งเหตุไฟฟ้าขัดข้อง และแสดงข้อมูลสถานะการซ่อมแซมเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง * **Drive Thru for Tax** : บริการเลื่อนล้อต่อภาษี โดยกรมการขนส่งทางบก ต่อภาษีรถยนต์ได้โดยไม่ต้องลงจากรถ แค่รถเข้าไปในจุดให้บริการ ลดความยุ่งยากจากการต่อคิวในสำนักงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการประชาชน ตอนนี้ CDG ดำเนินงานมาแล้วกว่า 56 ปี ในการให้บริการเทคโนโลยี และยังคงมีภารกิจที่ต้องทำอีกมากในการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลให้กับประเทศ จึงต้องการคนทำงานรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพสังคมที่ดีขึ้น (Technology for a Better Society) และการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน แล้วการทำงานใน CDG จะเป็นแบบไหน น่าสนใจแค่ไหน และมีวัฒนธรรมการทำงานอย่างไร วันนี้ คุณมณีนุช (พี่บี) จะเป็นคนมาเล่าเรื่องนี้ให้ชาว Blognone ฟังกัน ### รู้จัก CDG เบื้องหลังเทคโนโลยีสำคัญของภาครัฐ **คุณมณีนุช ทรวงสุรัตนกุล Executive Vice President - Human Resources** ของ CDG เล่าถึงการก่อตั้งบริษัท ในปี 1968 จากความตั้งใจที่จะนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับองค์กรในประเทศไทย จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ในการพัฒนาโซลูชันไอที ในวันนี้ CDG ได้กลายเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ **คุณมณีนุช** อธิบายเพิ่มเติมว่า CDG เป็นที่รู้จักในฐานะ System Integrator ที่ให้บริการครบวงจร ตั้งแต่การวางโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที การพัฒนาซอฟต์แวร์เฉพาะทาง ไปจนถึงการบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อตอบโจทย์โครงการหน่วยงานรัฐในหลากหลายมิติ ปัจจุบัน CDG Group ประกอบด้วยบริษัทในเครือ 5 แห่งที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ได้แก่ : * **Control Data (Thailand) Limited** เชี่ยวชาญด้านระบบอัตลักษณ์บุคคล (Biometric Solution) และระบบเอกลักษณ์ทางดิจิทัล (Digital Identity Solution) * **CDG Systems Limited เป็น System Integrator** ให้กับองค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจสำหรับการใช้ทั้งภายในและภายนอก * **Computer Peripherals & Supplies Limited** เชี่ยวชาญเทคโนโลยีการพิมพ์สำหรับบัตร RFID บัตรอัจฉริยะ (Smart Card) และบัตรแถบแม่เหล็ก ไปจนถึงระบบ Auto-ID * **GIS Company Limited** ชำนาญในการให้คำปรึกษา ออกแบบ พัฒนาและติดตั้งระบบจีไอเอส * **ESRI (Thailand) Company Limited** เชี่ยวชาญเรื่อง Location Intelligence และตัวแทนจำหน่ายซอฟแวร์ ArcGIS วิเคราะห์ข้อมูลระบบภูมิสารสนเทศ **คุณมณีนุช** เล่าต่อว่า CDG ให้บริการโซลูชันหลากหลายด้าน ตอบโจทย์ภาครัฐที่มีบริการให้กับประชาชนในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็น Mobile Application, Big Data & Analytics, E-Citizen Services, GIS Solutions, Cybersecurity Services และยังมี Specific Solutions เช่น ระบบ E-Exam หรือ E-Transcript สำหรับการใช้งานเฉพาะด้าน ### ถอดรหัสการทำงานของ CDG CDG ตั้งวิสัยทัศน์ (Vision) ให้กับตัวเองว่าต้องการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือที่สุดในประเทศไทย (Thailand most trusted technology solutions and services provider) ด้วย Core Values ที่ยึดถือในการทำงานขององค์กร คือ * **Driven** : ไม่หยุดก้าว มุ่งหน้าเติบโต * **Optimistic** : คิดบวก สร้างแรงบันดาลใจ * **Persistent** : มุ่งมั่น ตั้งใจ ไม่ย่อท้อ * **Empathy** : เข้าใจ ใส่ใจ เปิดกว้าง ทั้งนี้ คุณมณีนุช เล่าถึงการทำงานใน CDG ว่าเป็นการทำงานแบบ Project-Based คือ การทำงานที่มุ่งเน้นการดำเนินการในโครงการเฉพาะ มีความยืดหยุ่นในการทำงานและสามารถเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยให้พนักงานได้ทำงานที่ไม่ซ้ำ เปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และยังได้ทำงานที่สร้างประโยชน์ให้กับสังคมในภาพรวม จุดนี้ก็จะสอดคล้องไปกับคำมั่นสัญญาของ CDG ที่ตั้งเอาไว้ว่าจะสร้างเทคโนโลยีเพื่อสังคมที่ดีขึ้น (Technology for a Better Society) ### โอกาสจากการทำงานกับภาครัฐที่ CDG _**คุณพงศ์ศักดิ์ ชัยชีวชื่น Senior System Engineer** เล่าว่า บทบาทของตนในฐานะ System Engineer ครอบคลุมตั้งแต่การรับ Requirement จากทีมขาย การวางระบบโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) เช่น การวางเซิร์ฟเวอร์และฐานข้อมูล ไปจนถึงการประสานงานกับทีม Programmer เพื่อพัฒนาและส่งมอบโซลูชันที่สมบูรณ์แบบ_ _โดยตลอดการทำงานที่นี่ คุณพงศ์ศักดิ์เล่าว่ามี 3 เรื่องที่ตกผลึกออกมาว่าเป็นสิ่งที่ตนได้จากการทำงาน คือ:_ * การวิเคราะห์ปัญหาและภาพรวม : มองปัญหาเชิงระบบอย่างครบถ้วน เพื่อแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ * การคิดและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ : การปรับปรุงกระบวนการทำงานและการพัฒนาโซลูชันที่ตอบโจทย์คนไทย * การเผชิญความท้าทายในโครงการใหญ่ ๆ : จากโครงการที่ซับซ้อนและท้าทาย ช่วยให้คุณพงศ์ศักดิ์พัฒนาทั้งความสามารถในเชิงเทคนิค คุณพงศ์ศักดิ์ ยังแชร์ให้ฟังต่ออีกว่า การทำงานที่ CDG เปิดโอกาสให้ได้ลองงานสเกลใหญ่ ๆ ทำให้ได้ทักษะติดตัวที่หาจากที่อื่นได้ยาก นอกจากนี้ งานที่นี่ให้ Work-Life Balance ที่ดี และยังมีผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม โครงการที่ภูมิใจคือระบบ Biometric Authentication ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับข้อมูลภาครัฐ เป็นงานที่ไม่เพียงพัฒนาทักษะ แต่ยังสร้างผลกระทบที่สำคัญในวงกว้าง ### องค์กรที่เปิดโอกาสให้เติบโตในทุกวัน _**คุณภาณุวิชญ์ ภู่มี Enterprise GIS Application Analyst** เล่าให้ฟังว่าที่นี่เป็นเหมือนห้องเรียนอีกห้องหนึ่งที่เปิดโอกาสให้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างเต็มที่ เช่น คนทำงานจะได้เจอโจทย์สนุก ๆ จากลูกค้าที่ท้าทายความสามารถของตัวเองอยู่เสมอ_ คุณภาณุวิชญ์ อธิบายถึงโครงการที่ภูมิใจมากที่สุด นั่นคือ _Small Area Load Forecast (SLF)_ เป็นระบบที่ช่วยเจ้าหน้าที่วางแผนการใช้พลังงานได้อย่างแม่นยำในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเห็นภาพ และสามารถวางแผนการ เพิ่ม-ลด หรือการย้ายโหลดไฟฟ้า สามารถตระเตรียมแผนการไว้รองรับได้ล่วงหน้า โดยในงานนี้เขาได้ลงมือทำตั้งแต่รับ Requirement ไปจนถึงทำหน้าที่สนับสนุนทีม Programmer ในการพัฒนาโซลูชันออกมา นอกจากบทบาทหลักที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนระบบ GIS แล้ว คุณภาณุวิชญ์มองว่า CDG เป็นองค์กรที่เปิดกว้างและให้โอกาสนอกเหนือจากงานที่ได้ทำอยู่ทุกวัน เขายกตัวอย่างให้ฟังว่าเคยได้ออกไปนำเสนอผลิตภัณฑ์ในงานสัมมนาใหญ่ของ GIS ให้กับลูกค้า ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่มีค่าไม่น้อย ### CDG เป็นมากกว่าสถานที่ทำงาน _**คุณธิติพัทธ์ สร้อยสูงเนิน Programmer** เล่าถึงเหตุผลที่เลือกมาทำงานที่ CDG ว่าเริ่มต้นจากคำแนะนำของเพื่อน หลังจากลองค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าองค์กรนี้ตรงกับความสนใจในด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาระบบ แต่สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจเข้าร่วมงานจริง ๆ คือวัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่นและกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ในทีม เช่น กีฬาสี ซึ่งทำให้รู้สึกว่า CDG เป็นมากกว่าสถานที่ทำงาน_ ในฐานะ Programmer คุณธิติพัทธ์เล่าให้ฟังว่า หนึ่งในโครงการที่ภูมิใจมากที่สุดคือการพัฒนา API สำหรับระบบที่เกี่ยวข้องกับการยื่นคำร้องและการลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัย ซึ่งในโครงการนี้มีโอกาสได้เรียนรู้การ Deploy ระบบเพิ่มเติมจากที่ไม่เคยได้ลองทำมาก่อน โดยมีพี่เลี้ยงคอยสอนพื้นฐานที่ควรมีทั้งหมดสำหรับใช้ในอนาคตต่อไป "ตอนแรกผมคาดหวังว่าจะได้ทำงานตรงสายงานที่ชอบ และ CDG ก็ตอบโจทย์นั้นได้ดี แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนคือโอกาสที่ได้เรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ อย่างเช่น Business Logic ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและช่วยพัฒนาทักษะของผมให้หลากหลายขึ้น ที่สำคัญ บรรยากาศการทำงานที่นี่ดีกว่าที่ผมคาดไว้มาก เพราะมีกิจกรรมนอกเวลางานให้ทำไม่ว่าจะเป็นกีฬาสี ร้องเพลง หรือบอร์ดเกม ทำให้การทำงานเต็มไปด้วยความสนุกและแรงบันดาลใจ" ### CDG กำลังมองหาเพื่อนร่วมงานใหม่ที่ไม่หยุดพัฒนา CDG ให้ความสำคัญกับพนักงานในทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนการทำงานแบบ Hybrid Workplace การพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ด้วยโปรแกรม Upskill & Reskill หรือการมอบสวัสดิการที่ครอบคลุม เช่น * ชั่วโมงทำงานแบบยืดหยุ่น * รถตู้รับส่งสถานีรถไฟฟ้า * วันลาพิเศษในเดือนเกิด * การดูแลสุขภาพ เช่น Fitness Center และการตรวจสุขภาพประจำปี * สวัสดิการครอบครัว เช่น การลาคลอดสำหรับทั้งคุณแม่และคุณพ่อ, สิทธิพิเศษสำหรับพนักงานและครอบครัวในการรักษาพยาบาล * Flexible Benefits ที่ให้พนักงานเลือกสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับความต้องการส่วนตัว ตอนนี้ CDG กำลังมองหาเพื่อนรวมงานเพิ่มเติมในหลากหลายตำแหน่ง หากคุณมองหาสถานที่ที่ให้โอกาสเติบโตในสายงานเทคโนโลยี พร้อมทั้งสร้างผลกระทบที่แท้จริงต่อสังคม CDG คือคำตอบที่ใช่ สำหรับใครที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดและกดสมัครงานที่สนใจได้ที่ Blognone Jobs และ Website ของ CDG ที่ https://www.cdg.co.th/careers Topics: CDG Blognone Workplace
www.blognone.com
January 23, 2025 at 1:09 PM
📱 มณีแดง แอปเดียวจบ ครบทุกเรื่องธุรกิจ
ช้อปสินค้า บริหารทีม เรียนรู้ และทำธุรกิจได้ง่ายขึ้นในแอปเดียว ❤️
มณีแดงเปลี่ยนชีวิต ด้วยระบบที่ถูกต้องและการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ
#มณีแดง #แอปมณีแดง #Maneedang #ธุรกิจออนไลน์ #สร้างอาชีพ #สร้างทีม #อีคอมเมิร์ซ #มณีแดงเปลี่ยนชีวิต

📱👉https://kaisorn.bizmontra.com/
August 18, 2026 at 12:25 PM
แอปเดียว ครบทุกเรื่อง 🚀
ช้อปสินค้า • บริหารสมาชิก • เรียนรู้ • ใช้ AI ช่วยทำงาน
มณีแดง เปลี่ยนการใช้จ่าย ให้กลายเป็นรายได้อย่างยั่งยืน ❤️
#มณีแดง #Maneedang #แอปมณีแดง #ธุรกิจออนไลน์ #สร้างรายได้ #AI #อีคอมเมิร์ซ #มณีแดงเปลี่ยนชีวิต

📱👉https://kaisorn.bizmontra.com/
August 17, 2026 at 12:18 AM
สร้างเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์กับ Bizmontra ครบ จบในที่เดียว เริ่มต้นเพียง 200 บาท/เดือน พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางขาย เริ่มธุรกิจของคุณได้วันนี้!

#Bizmontra #สร้างเว็บไซต์ #ขายของออนไลน์ #ธุรกิจออนไลน์ #อีคอมเมิร์ซ #เพิ่มยอดขาย #สร้างรายได้ #เว็บไซต์สำเร็จรูป #ไกรสรภูมิกา

📱👉https://kaisorn.bizmontra.com/
August 4, 2026 at 10:54 PM
รัสเซียถล่มกรุงเคียฟ เอาคืนยูเครนโจมตีคลังสินค้าอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6039200/
#รัสเซีย #ยูเครน
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
July 19, 2026 at 8:35 AM
ถนนอีคอมเมิร์ซ

ลาซาด้าภิเษก
ถนนทำอาหารญี่ปุ่นสบายๆ

ปลาดิบมานอนทำ
ถนนแฟชั่นเมืองคานส์

พรมแดง
June 17, 2025 at 7:50 PM
คุณปู่ชาวอเมริกันสั่งซื้อชุดเครื่องมือผ่านเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซยอดนิยมของจีน แต่กลับได้มาเพียงรูปถ่ายและหัวไขควง 1 ชิ้น

www.dailynews.co.th/news/4357171/
#ชุดเครื่องมือ #ปู่ชาวอเมริกัน #เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
February 3, 2025 at 7:45 AM
ขายของออนไลน์ในประเทศไทยคล้ายจะเดินตามรอยจีนแล้วไหมนี่ หน้าร้านมีไว้ลองสินค้า ซื้อจริงออนไลน์เพราะราคาถูกกว่า สุดท้ายพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน คนขายเข้าเนื้อ แพลตฟอร์มได้อยู่คนเดียว ตอนนี้อีคอมเมิร์ซจีนล้มแล้ว ไม่มีใครมาไลฟ์ขายของอะไรแล้ว ที่ขายๆ กันอยู่ก็ขายแบบขอให้มีเงินเข้าก็พออะ
January 2, 2025 at 1:30 PM
แชมเปญ Adventures
แชมเปญ Adventures
<strong>การศึกษาเคส: ขายไวน์ออนไลน์ในประเทศไทย</strong><br> <br> <br> <br> การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายผลิตภัณฑ์และบริการสามารถขายออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบาย และหนึ่งในธุรกิจที่เริ่มมีการเติบโตอย่างรวดเร็วคือการขายไวน์ออนไลน์ <a href="https://winedee999.com/">ขายไวน์ออนไลน์</a>ในประเทศไทยไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า แต่ยังเสริมสร้างตลาดไวน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน<br> <br> <br> <br> <strong>บทนำ</strong><br> <br> <br> <br> ประเทศไทยมีวัฒนธรรมการดื่มไวน์ที่เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่มีความรู้และรสนิยมในการเลือกไวน์ ในขณะที่ร้านค้าแบบดั้งเดิมอาจมีความจำกัดในด้านการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ การขายไวน์ออนไลน์จึงเข้ามาเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้บริโภค ที่ต้องการค้นหาไวน์ที่ตรงกับรสนิยมและงบประมาณของตน<br> <br> <br> <br> <strong>การวิเคราะห์ตลาด</strong><br> <br> <br> <br> ตลาดไวน์ออนไลน์ในประเทศไทยยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา แต่มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภค พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงในความเชื่อมั่นในการซื้อไวน์ผ่านช่องทางออนไลน์ ส่วนใหญ่เป็นผู้บริโภคที่มีอายุระหว่าง 25-45 ปี ที่อยู่ในกรุงเทพมหานคร และเมืองใหญ่ ๆ ที่มีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างกว้างขวาง<br> <br> <br> <br> การศึกษาพบว่าผู้บริโภคมักมองหาไวน์ที่มีคุณภาพจากหลากหลายประเทศ เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี และออสเตรเลีย แต่มีข้อจำกัดในด้านข้อมูลและการเข้าถึงซึ่งร้านค้าแบบดั้งเดิมไม่สามารถให้ได้ ขายไวน์ออนไลน์จึงเข้ามาตอบโจทย์ในจุดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ<br> <br> <br> <br> <strong>ตัวอย่างธุรกิจขายไวน์ออนไลน์</strong><br> <br> <br> <br> หนึ่งในเว็บไซต์ขายไวน์ออนไลน์ที่ได้รับความนิยมคือ "Wine Direct" ซึ่งมีความพยายามในการจัดสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า โดยการรวมรวมไวน์จากทั่วทุกมุมโลก และให้ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของไวน์ที่ขาย รวมทั้งการแนะนำที่เหมาะสมกับเมนูอาหาร<br> <br> <br> <br> Wine Direct เน้นการสร้างความน่าเชื่อถือ ด้วยการให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการเลือกซื้อไวน์ เช่น การจับคู่ไวน์กับอาหาร การเก็บรักษาไวน์ และข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผลิตไวน์ โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำและตอบคำถามลูกค้าได้<br> <br> <br> <br> การทำการตลาดของ Wine Direct ใช้กลยุทธ์ดิจิทัลมาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการใช้โซเชียลมีเดียและการทำ SEO เพื่อเพิ่มการเข้าถึงของเว็บไซต์ ในขณะเดียวกันยังมีการจัดโปรโมชั่นและส่วนลดเพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่และรักษาลูกค้าเก่า<br> <br> <br> <br> <strong>ความท้าทาย</strong><br> <br> <br> <br> แม้ว่าการขายไวน์ออนไลน์จะมีศักยภาพ แต่ยังมีความท้าทายที่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะในด้านกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย ในปัจจุบัน การขายไวน์ออนไลน์ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนด และต้องมีการตรวจสอบอายุของผู้ซื้อเพื่อป้องกันการจำหน่ายให้กับบุคคลที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ<br> <br> <br> <br> นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ประกอบการอื่น ๆ ที่ต้องการเข้ามาในตลาดนี้ ซึ่งทำให้ผู้ขายออนไลน์ต้องมีการพัฒนาและปรับปรุงบริการ และกลยุทธ์การตลาดอย่างต่อเนื่อง<br> <br> <br> <br> <strong>แนวโน้มในอนาคต</strong><br> <br> <br> <br> แนวโน้มการขายไวน์ออนไลน์ในประเทศไทยยังคงมีความหวังในการเติบโตในอนาคต อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมและพฤติกรรมการบริโภคของคนไทยที่เปิดกว้างมากขึ้น การเข้าถึงในด้านข้อมูล และความสะดวกสบายของการสั่งซื้อออนไลน์จะช่วยกระตุ้นความนิยมในการซื้อไวน์ผ่านช่องทางนี้<br> <br> <br> <br> โดยรวมแล้ว ขายไวน์ออนไลน์ในประเทศไทยนั้นถือเป็นช่องทางที่มีอัตราการเติบโตสูง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่มีรสนิยมเข้มงวดในไวน์ อย่างไรก็ตาม ผู้ขายต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านกฎหมายและการแข่งขันในตลาดอย่างรอบคอบ เพื่อให้สามารถอยู่รอดและเติบโตในธุรกิจนี้ได้อย่างยั่งยืน Email:  lisetteyancey@free.fr Phone:  Welser Strasse 54
agenda.euractiv.com
January 24, 2025 at 10:44 AM
ข่าวเดียว: PChome (กลุ่มบริษัทอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไต้หวัน) มาแล้ว! บรรยากาศในงานประชุมผู้ถือหุ้น ที่ไต้หวัน https://storysphere888.widenyourvision.com/2026/06/pchome.html
June 18, 2026 at 1:05 AM
ข่าวเดียว: PChome (กลุ่มบริษัทอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไต้หวัน) มาแล้ว! บรรยากาศในงานประชุมผู้ถือหุ้น ที่ไต้หวัน https://storysphere888.widenyourvision.com/2026/06/pchome.html
June 18, 2026 at 12:51 AM
ยอดจับจ่าย ‘แบล็คฟรายเดย์ 2024’ โต 3.4% หลังชาวอเมริกันช็อปออนไลน์ฉ่ำ
ยอดจับจ่ายวันแบล็คฟรายเดย์ในสหรัฐฯ ตามห้างร้านปีนี้เงียบเหงา ระหว่างที่ชาวอเมริกันแห่ช็อปออนไลน์ผ่านแลปท็อปและสมาร์ทโฟนกันคึกคัก อ้างอิงจากข้อมูลของมาสเตอร์การ์ดและผู้ให้บริการด้านข้อมูลค้าปลีกต่าง ๆ มาสเตอร์การ์ด สเปนดิงพัลส์ ซึ่งประเมินข้อมูลผ่านการใช้จ่ายในทุกรูปแบบ พบว่าแบล็คฟรายเดย์ปีนี้ มียอดขายในห้างร้านเพิ่มขึ้น 0.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดจับจ่ายบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซต่างเพิ่มขึ้นถึง 14.6% บริษัทแฟคเทอุส...
www.voathai.com
December 2, 2024 at 12:28 AM
Colin Huang ชีวิตที่พลิกผันของผู้ก่อตั้ง Pinduoduo และ Temu จากวิศวกร Google สู่มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีน
Colin Huang ชีวิตที่พลิกผันของผู้ก่อตั้ง Pinduoduo และ Temu จากวิศวกร Google สู่มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของจีน
Colin Huang วัย 44 ปี อดีตวิศวกรของ Google ผู้ก่อตั้ง Pinduoduo และ Temu แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชื่อดัง...
buff.ly
August 9, 2024 at 1:18 PM
เปิดบ้าน KKP Tech Team เบื้องหลังนวัตกรรมการเงินของ KKP
เปิดบ้าน KKP Tech Team เบื้องหลังนวัตกรรมการเงินของ KKP Body เมื่อพูดถึง Digital Transformation ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงมักเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นอีคอมเมิร์ซหรือบริษัทไอทีที่ต้องเร่งปรับตัว แต่ในโลกการเงินปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ธนาคาร’ คืออีกหนึ่งผู้เล่นที่สามารถนำเทคโนโลยีมาสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้างได้ เมื่อพูดถึง Digital Transformation ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงมักเกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น อีคอมเมิร์ซหรือบริษัทไอทีที่ต้องเร่งปรับตัว แต่ในโลกการเงินปัจจุบัน กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ‘ธนาคาร’ คืออีกหนึ่งผู้เล่นที่สามารถนำเทคโนโลยีมาสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมในวงกว้างได้ หนึ่งในผลงานที่เป็นรูปธรรมที่สุดของทีมเทค KKP คือแอป KKP Better แพลตฟอร์มหลักที่เน้นการ มอบประสบการณ์ที่ดีและช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายทางการเงินของตัวเองได้ โดยมี 5 ฟีเจอร์หลัก ครอบคลุมโจทย์การเงินของคนไทย ทั้งบัญชีเงินฝาก (KKP SAVVY) สินเชื่อ (KKP Better Loan) ประกันภัย การลงทุน และการวางแผนการเงิน (Better Box) นอกจากนี้ ทีมเทคของ KKP ยังมีส่วนช่วยในงานด้านเทคโนโลยีหลังบ้านอีกมากมาย เช่น Core Banking และระบบ Data Analytics เพื่อส่งมอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลที่แม่นยำให้กับลูกค้า แล้วการทำงานใน KKP Tech Team จะน่าสนใจแค่ไหน มีวัฒนธรรมการทำงานอย่างไร และอะไร คือเบื้องหลังความสำเร็จของผลิตภัณฑ์อย่างแอป KKP Better วันนี้ ท็อป-ภาสกร บุญยะประสิทธิ์ Head of Information Technology Group และ โน๊ต-พนิต เวชศิลป์ IT Delivery Head จะเป็นคนมาเล่าให้ชาว Blognone ฟังกัน ##### Digital DNA: วัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนด้วย Tech จริง ๆ คุณท็อปเล่าว่า ด้วยความที่ KKP อยากจะก้าวข้ามการเป็นธนาคารแบบเดิม พนักงานสาย IT ที่นี่จะต้องเป็น ‘สถาปนิกและผู้สร้างนวัตกรรม’ (Engineer to build Digital Innovation) ที่ สามารถสอดประสานแนวคิดทางธุรกิจและเทคโนโลยีเข้าด้วยกันได้ คุณท็อปมองว่าการทำงานที่ KKP Tech ไม่ใช่การนั่งรอรับ Requirement แล้วเขียนโค้ดไปตามสั่ง แต่เป็นการปลูกฝัง **Digital DNA** ลงในทุกขั้นตอน แล้ว Digital DNA หมายถึงอะไร? คุณท็อปขยายความว่า DNA นี้มีส่วนประกอบอยู่ 3 เรื่อง * เรื่องแรกคือ **Data-Driven** หมายถึงการตัดสินใจที่อยู่บนพื้นฐานของข้อมูล และการพัฒนา ระบบต้องตอบโจทย์การทำ Personalization ให้ลูกค้าได้จริง * ถัดมาคือ **Agile Mindset** วัฒนธรรมที่ยอมรับการล้มให้ไว เพื่อเรียนรู้ได้เร็ว และนำมาพัฒนา ต่อยอดอย่างต่อเนื่อง * สุดท้ายคือ **Tech Excellence** ต้องให้ความสำคัญสูงสุดกับคุณภาพ ตั้งแต่ Solution Design, Code Quality, Security ไปจนถึง Scalability เพื่อสร้างประสบการณ์ทางการเงินที่ดีให้กับลูกค้า อีกเรื่องที่ทำให้คนที่นี่เติบโตคือวัฒนธรรม Strong Opinions, Weakly Held ซึ่งคุณท็อปบอกว่า **“ที่นี่สนับสนุนให้ทุกคนกล้าเสนอไอเดียที่หนักแน่น** แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องพร้อมรับฟัง และ ปรับเปลี่ยนตามข้อมูลความจริง” ##### ได้ลงมือจริง เพราะเน้นพัฒนาแบบ In-house คุณโน๊ต ผู้เป็น IT Delivery Head เล่าประสบการณ์แบบเจาะลึกของทีม Technology Delivery ให้เราฟังว่า คนทำงานที่นี่จะได้ทำงานขนาดใหญ่ที่สร้าง Impact จริง ๆ เพราะต้องดูแลระบบ Mission-Critical Applications ที่ขับเคลื่อนธุรกรรมระดับแสนล้าน แค่นั้นยังไม่พอ การทำงานยังต้องเผชิญกับโจทย์ทางธุรกิจที่หลากหลายและเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการ ออกแบบระบบ Core Banking ที่มั่นคง การทำ Data Analytics เพื่อตอบความต้องการเฉพาะบุคคล จนถึงการพัฒนายูสเซอร์อินเทอร์เฟซที่ไร้รอยต่อ คุณโน๊ตบอกว่า ที่ KKP จะเน้นการพัฒนาแบบ In-house เป็นหลัก คนในทีมจะได้เป็นเจ้าของ โปรเจกต์อย่างแท้จริง และได้แก้ปัญหาอย่างลึกซึ้ง แถมโจทย์ที่นี่ซับซ้อนและท้าทายชนิดที่หา ไม่ได้จากอุตสาหกรรมอื่น ในแง่เทคโนโลยี คุณโน๊ตบอกว่าทีม Delivery เลือกใช้ Modern Technology Stack แบบจัดเต็ม ในโมเดลไฮบริด (Cloud & On-Premises) เพื่อดึงข้อดีของทั้งสองฝั่งมาสร้างระบบที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และรองรับผู้ใช้งานจำนวนมหาศาลภายใต้มาตรฐานสถาบันการเงิน การทำงานที่นี่จึงเป็นพื้นที่ให้คุณได้ลองผิดลองถูก และได้ใช้งาน Tools ใหม่ ๆ อยู่เสมอภายใต้สภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเติบโตของคนเทคโดยเฉพาะ ##### เป็นคนเทคที่ KKP มีโอกาสอะไรบ้าง? คุณท็อป-ภาสกร ในฐานะ Head of Information Technology Group บอกกับเราว่า KKP ให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องของ ‘คน’ และที่ KKP ก็มีวัฒนธรรม 5 ได้ ที่จะช่วยให้คนทำงานเติบโตไปพร้อม ๆ กับองค์กร ได้แก่ **1. ได้เรียน** : เปิดกว้างในการใช้ Technology Stack ใหม่ ๆ โดยไม่ ยึดติดกับ Legacy เดิม ๆ **2. ได้ทำ** : ได้ดูแลโปรเจกต์แบบ End-to-End ตั้งแต่เริ่มปั้นไอเดียจนถึงวันที่ผลิตภัณฑ์ถึงมือลูกค้าจริง **3. ได้ตังค์** : ผลตอบแทนที่คุ้มค่าและสะท้อนถึงความสามารถของคุณ **4. ได้มันส์** : สนุกกับโจทย์ที่ท้าทายในโลกการเงินที่หมุนเร็ว ภายใต้โครงสร้าง องค์กรแบบ Flat Organization ที่คุยกันด้วยเหตุผลและความจริงมากกว่าตำแหน่ง **5. ได้ภูมิใจ** : โซลูชันและโค้ดทุกบรรทัดจะส่งผลโดยตรงต่อการทำธุรกรรมและการ ลงทุนของคนไทยนับล้านคน คุณโน๊ตเสริมว่า “ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบความท้าทาย อยากลงมือสร้างนวัตกรรมการเงินด้วยมือ ตัวเอง และอยากเติบโตไปพร้อมกับทีมที่กำลังมุ่งสู่ระดับสากล KKP คือที่ที่คุณจะได้ใช้ ศักยภาพอย่างเต็มที่” โดยปัจจุบัน KKP ได้เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทีมเทคกับหลากหลายตำแหน่งงาน ซึ่งทุกคนจะได้ลงมือสร้างผลงานจริงด้วยตัวเอง อาทิ **- Business Analyst (BA)** : เปลี่ยน Business Vision ให้กลายเป็น Digital Solution ที่ใช้งานได้จริงProgrammer / Developer: สนุกกับ Tech Stack ล่าสุด ภายใต้วัฒนธรรม Clean Code และ Scalability **- Solution Architect (SA)** : ได้ออกแบบโครงสร้างระบบขนาดใหญ่ที่ต้องรองรับธุรกรรมมหาศาลด้วยความเสถียรสูงสุด **- IT Security** : เป็น Digital Guard ที่วางรากฐานความปลอดภัยเชิงรุก (Proactive Security) ระดับสากล **- Cloud Engineer** : เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง Cloud-Native Architecture ที่ทำให้ทุก Transaction ไร้รอยต่อ นอกเหนือจากโอกาสในการเติบโต สิ่งที่ KKP เน้นย้ำคือการส่งเสริมความเป็นอยู่ให้กับพนักงาน ผ่านสวัสดิการที่ออกแบบมาให้ครอบคลุมกับความต้องการของพนักงานในทุกมิติ สุขภาพ: แผนประกันสุขภาพที่เลือกได้เอง, **Fitness** ในออฟฟิศ และ**สายด่วนสุขใจ** ปรึกษาจิตแพทย์ ได้ทุกเรื่อง การเงิน: กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, โครงการให้ความรู้เรื่องการออมและการลงทุน และสินเชื่อพนักงาน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ สิทธิการลา: **ลาวันเกิด, ลาจิตอาสา, ลาวิปัสสนา** ไปจนถึง **Sabbatical Leave** วัฒนธรรมการทำงาน: แต่งกายได้อิสระ, การทำงานแบบ Hybrid Workplace, กิจกรรมชมรม และระบบ Flexible Hours ที่เลือกเวลาเข้า-ออกงานได้เอง สุดท้ายแล้วถ้าคุณชอบความท้าทาย หลงใหลในเทคโนโลยี และอยากเห็นงานของคุณเปลี่ยน ชีวิตทางการเงินของผู้คน... **KKP Tech Team คือที่สำหรับคุณ กับโอกาสในการคว้า 5 ได้ คือ** **"ได้เรียน ได้ทำ ได้ตังค์ ได้มันส์ และที่สำคัญที่สุด ได้ภูมิใจ"** สำหรับใครที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดและสมัครงานได้ที่ Blognone Jobs และ Website ของ KKP ที่ https://career.kkpfg.com เพราะทุกโอกาสเป็นจริงได้ที่ KKP เพราะ KKP ที่นี่มีโอกาส workplace Fri, 13/03/2026 - 16:30
www.blognone.com
March 13, 2026 at 4:16 PM
Sea Group ประกาศความร่วมมือด้าน AI กับ Google เสริมบริการต่าง ๆ ในเครือ
Sea Group ประกาศความร่วมมือด้าน AI กับ Google เสริมบริการต่าง ๆ ในเครือ Body Sea Group ประกาศความร่วมมือกับกูเกิลเพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยี AI รองรับธุรกิจหลักในเครือ Sea ทั้งอีคอมเมิร์ซ Shopee, เกม Garena และบริการการเงินดิจิทัล SeaMoney Sea บอกว่าความร่วมมือนี้เป็นการขยายความร่วมมือเดิมที่มีมายาวนานระหว่างสองบริษัทในหลายอย่าง เช่น โปรแกรมแอฟฟิลิเอตของ Shopee ผ่าน YouTube Shopping หรือกิจกรรม Free Fire League บน Google Play ตัวอย่างแผนการพัฒนา AI ระหว่างสองบริษัท ได้แก่ การนำ AI มาใช้พัฒนาเกมให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ, ระบบผู้ช่วย AI ช่วยในการเลือกซื้อสินค้าบน Shopee, ระบบจ่ายเงินผ่านผู้ช่วย AI บนโปรโตคอล AP2 เป็นต้น เมื่อปีที่แล้ว Sea ก็ประกาศความร่วมมือกับ OpenAI เพื่อพัฒนาผู้ช่วย AI บน Shopee ที่มา: Sea arjin Sat, 21/02/2026 - 15:19
www.blognone.com
February 21, 2026 at 8:19 PM
Google Search และ Gemini รองรับการซื้อสินค้าด้วย AI แล้ว ใช้โปรโตคอล UCP
Google Search และ Gemini รองรับการซื้อสินค้าด้วย AI แล้ว ใช้โปรโตคอล UCP Body กูเกิลเปิดใช้งานฟีเจอร์สั่งให้ AI ช่วยซื้อของออนไลน์ บนแอพ Google Search และ Gemini แล้ว ฟีเจอร์นี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจนัก เพราะ กูเกิลเปิดตัวโปรโตคอล Universal Commerce Protocol (UCP) ไปเมื่อต้นปี แถมดึงเอาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหลายราย เช่น Shopify, Etsy, Wayfair, Target และ Walmart เข้ามารองรับโปรโตคอล UCP เพื่อให้ AI เข้ามาอ่านข้อมูลสินค้าและราคาได้สะดวกแม่นยำ เมื่อฝั่งหลังบ้านพร้อม ก็ได้เวลาที่ฝั่งหน้าบ้านจะเดินเครื่อง ภาพที่กูเกิลนำมาโชว์เป็น AI Mode ใน Google Search ที่รับคำสั่งจากเราให้ค้นหาโคมไฟตั้งโต๊ะตามเงื่อนไขที่ต้องการ ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลสินค้า ราคา พร้อมกดจ่ายเงิน ปิดจบกระบวนการซื้อได้จากหน้าแชทโดยตรงเลย (ตอนนี้ใช้ได้บน Etsy และ Wayfair แล้ว เจ้าอื่นกำลังตามมา) ของใหม่อย่างถัดมาคือ โฆษณาสินค้าใน AI Mode ของ Google Search ที่แสดงข้อมูลสินค้าจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ พร้อมแสดงราคา โดยจะขึ้นป้ายบอกชัดเจนว่า Sponsored ด้วย กูเกิลบอกว่ากำลังทดสอบประสิทธิภาพของโฆษณารูปแบบต่างๆ รวมถึงจะขยายผลไปยังบริการหมวดอื่น เช่น ท่องเที่ยว ในระยะถัดไป ที่มา - Google mk Thu, 12/02/2026 - 08:42
www.blognone.com
February 12, 2026 at 4:55 AM
Google เปิดตัวมาตรฐาน Universal Commerce Protocol สำหรับอีคอมเมิร์ซเชื่อมต่อกับ AI Agent ในการซื้อสินค้า
Google เปิดตัวมาตรฐาน Universal Commerce Protocol สำหรับอีคอมเมิร์ซเชื่อมต่อกับ AI Agent ในการซื้อสินค้า Body กูเกิลเปิดตัวมาตรฐานเปิดใหม่ Universal Commerce Protocol (UCP) เพื่อรองรับการทำธุรกรรมอีคอมเมิร์ซผ่านผู้ช่วยปัญญาประดิษฐ์หรือ AI Agent ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การค้นหาสินค้า การซื้อสินค้า ไปจนถึงการสนับสนุนหลังการขาย กูเกิลบอกว่าที่ผ่านมาการทำระบบร้านค้าออนไลน์ให้รองรับ AI Agent ต้องปรับแต่งการทำงานให้รองรับ Agent แต่ละค่าย UCP จะเข้ามาแก้ปัญหานี้ให้ทำงานร่วมกับโปรโตคอลอื่นของ AI ที่มีอยู่แล้วทั้ง A2A, AP2 และ MCP UCP ถูกพัฒนาร่วมกับผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซทั้ง Shopify, Etsy, Wayfair, Target และ Walmart ไปจนถึงระบบจ่ายเงินอย่าง American Express, Mastercard, Stripe และ Visa กูเกิลบอกว่ามาตรฐาน UCP จะทำให้บริการ AI ของกูเกิลมีความสามารถในการช้อปปิ้งด้วย AI Agent ที่มากขึ้น ได้แก่ การกดซื้อสินค้าจากผลค้นหาใน AI Mode in Search หรือซื้อสินค้าตรงผ่านแอป Gemini (เฉพาะในอเมริกา) นอกจากนี้ยังพัฒนา Business Agent แชทบอตผู้ช่วยของร้านค้านั้น ซึ่งแสดงในหน้าผลการค้นหาโดยตรง ช่วยให้ข้อมูลเพิ่มเติมในสินค้านั้น ที่มา: กูเกิล arjin Mon, 12/01/2026 - 07:17
www.blognone.com
January 12, 2026 at 4:10 AM
NocNoc แพลตฟอร์มขายวัสดุและของแต่งบ้าน ประกาศปิดกิจการ หยุดรับคำสั่งซื้อ 9 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป
NocNoc แพลตฟอร์มขายวัสดุและของแต่งบ้าน ประกาศปิดกิจการ หยุดรับคำสั่งซื้อ 9 กุมภาพันธ์เป็นต้นไป Body NocNoc แพลตฟอร์มขายวัสดุและของแต่งบ้านออนไลน์ ประกาศปิดกิจการ โดยหยุดรับคำสั่งซื้อใหม่ตั้งแต่ 9 กุมภาพันธ์ เวลา 00:00น. ส่วนบริการหลังการขายของคำสั่งซื้อเดิมจะให้บริการต่อไปถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 และงานบริการ Home Solution กับการรับประกันตามสัญญาที่ยังมีผลผูกพัน บริษัทจะดูแลรับผิดชอบต่อตามเงื่อนไขที่ตกลงในสัญญา บริษัทให้เหตุผลของการยุติธุรกิจ ว่ามาจากสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่มา: NocNoc arjin Fri, 09/01/2026 - 14:54
www.blognone.com
January 9, 2026 at 10:19 AM
Copilot เพิ่มความสามารถช้อปปิ้งผ่านกล่องแชท และระบบผู้ช่วย AI สำหรับร้านค้า
Copilot เพิ่มความสามารถช้อปปิ้งผ่านกล่องแชท และระบบผู้ช่วย AI สำหรับร้านค้า Body ไมโครซอฟท์เปิดตัวความสามารถใหม่ของผู้ช่วย AI Copilot ในด้านการซื้อสินค้าออนไลน์ และระบบผู้ช่วยสำหรับร้านค้าออนไลน์ ความสามารถแรกคือ **Copilot Checkout** ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์เครือข่ายที่รองรับได้เลยผ่านกล่องแชทของ Copilot ไม่ต้องออกไปที่เว็บไซต์ผู้ขาย ตอนนี้เปิดใช้งานเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้น ผ่านการเข้าทางเว็บไซต์ Copilot.com โดยมีพันธมิตรในระบบอีคอมเมิร์ซกลุ่มแรกคือ PayPal, Shopify และ Stripe อีกหนึ่งความสามารถเป็นของฝั่งร้านค้าคือ **Brand Agents** ผู้ช่วย AI ที่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับแบรนด์และสินค้าในร้านรวมถึงนำเสนอและปิดการขายได้ โดยเรียนรู้จากข้อมูลสินค้าทั้งหมดที่ร้านค้านั้นมี นอกจากนี้ยังแสดงข้อมูลสรุปบน Microsoft Clarity เพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าเชิงลึกผ่านมุมมองของ Agent ด้วย Brand Agents ในตอนนี้รองรับเฉพาะร้านค้าบน Shopify เท่านั้น ที่มา: ไมโครซอฟท์ arjin Fri, 09/01/2026 - 07:47
www.blognone.com
January 9, 2026 at 2:27 AM