#แคนดิเดตนายก
พรรคส้มใช้งานคุณไอซ์เยอะเกินอะ จนจะนึกว่าเป็นแคนดิเดตนายกแล้ว ซึ่งเขาก็ดีและเก่งนะ แต่ว่าด้วยผลงานตลอดมาเขาก็เป็นตัวล่อตีนมากๆ จนประเด็นสื่อสารของพรรคมันกลายเป็นวันนี้นานาไอซ์ต่อยกับใคร ควรจะเอาสปอตไลต์ส่องเท้งและนโยบายต่างๆ ที่มันจะทำให้คนเข้าใจและเลือกอะ
January 7, 2026 at 2:47 PM
ตอนเห็นแคนดิเดตนายกพรรคประชาชนรอบนี้เห็นแต่สายอคาเดมิกก็แปลกใจนิดนึง ว่าเขาดันฝั่งแรงงานต่อยังไงบ้าง
อดีต party list ลำดับที่ 3
รองจากธนาธร และปิยบุตร

ชื่ออยู่ก่อน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
ซึ่งอยู่อันดับ 4

วรรณิภา ไม้สน
อดีตสาวโรงงาน รากหญ้า ของแทร่ ที่มาลงการเมือง ผลักดันเรื่องแรงงาน เป็นหลัก

ใครจะเข้าใจแรงงาน ไปมากกว่า ผู้ที่ลำเค็ญด้วยตัวเอง

เมื่อก่อน ตามทวิตเตอร์ ตั้งแต่แรกๆ สมัยอนาคตใหม่เลย พอเลิกเล่นทวิต เลยไม่ค่อยได้ข่าวคราว
พรรคประชาชน: กฎหมายคุ้มครองแรงงาน youtube.com/shorts/vyfB5...
November 25, 2025 at 3:32 AM
พรรคประชาชนให้สมาชิกพรรคแสดงความเห็นแนวทางยกมือสนับสนุนแคนดิเดตนายก
พรรคประชาชนให้สมาชิกพรรคแสดงความเห็นแนวทางยกมือสนับสนุนแคนดิเดตนายก auser15 Tue, 2025-09-02 - 10:52 สส.พรรคประชาชน โพสต์เชิญชวนสมาชิกพรรคประชาชน แสดงความคิดเห็นต่อแนวทางการตัดสินใจยกมือสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 2 กันยายน 2568 เช้าวันนี้ (2 ก.ย.) สส.พรรคประชาชน ต่างโพสต์เชิญชวนสมาชิกพรรคประชาชน แสดงความคิดเห็นต่อแนวทางการตัดสินใจยกมือสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยร่วมแสดงความคิดเห็นได้เลยที่ LINE Official Account ของพรรคประชาชน: https://line.me/ti/p/@peoplesth ทั้งนี้มีรายงานว่าสมาชิกพรรคประชาชน ได้รับ SMS ให้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อแนวทางการตัดสินใจยกมือสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่คืนวาน (1 ก.ย.) * ข่าว * การเมือง * พรรคประชาชน
dlvr.it
September 2, 2025 at 3:57 AM
พรรคเพื่อไทยเปิดตัว 'ยศชนันท์-สุริยะ-จุลพันธ์' เป็นแคนดิเดตนายก
พรรคเพื่อไทยเปิดตัว 'ยศชนันท์-สุริยะ-จุลพันธ์' เป็นแคนดิเดตนายก auser15 Tue, 2025-12-16 - 12:24 เพื่อไทยเปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ 'ยศชนันท์-สุริยะ-จุลพันธ์' พร้อมเปิดนโยบายลอตแรก สู้ศึกเลือกตั้ง 2569 หวังยกเครื่องประเทศไทย 16 ธันวาคม 2568 สำนักข่าวไทย รายงานว่า พรรคเพื่อไทย เปิดตัว 3 ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งปี 2569 ภายใต้เคมเปญ 'ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้' ประกอบด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อํานวยการการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อดีตรองคณบดีฝ่ายวิจัยและวิเทศสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยมีบรรดาผู้บริหารพรรค แกนนำ และว่าที่ผู้สส.ของพรรคเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพียง โดยก่อนเริ่มเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ได้มีการเปิดคลิปวีทีอาร์ ซึ่งเป็นภาพการทำงานของนายกรัฐมนตรีในนามพรรคเพื่อไทย ตั้งแต่ ในสมัยที่เป็นพรรคไทยรักไทย มาจนถึงปัจจุบัน ทั้ง นายทักษิณ ชินวัตร , นายสมัคร สุนทรเวช , นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ,น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ,นายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ขณะเดียวกัน ยังได้ให้แคนดิเดตฯ ทั้ง 3 คน ได้ขึ้นกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ พร้อมเปิดนโยบายล็อตแรกของพรรคเพื่อไทย อีกด้วย * ข่าว * การเมือง * การเลือกตั้ง 2569 * พรรคเพื่อไทย
dlvr.it
December 16, 2025 at 5:28 AM
กูอายเหลือเกินที่ตอนก่อนเลือกตั้งกูเคยพูดว่า ถ้าไม่นับตอนตอบเรื่องจับมือ ในหมู่แคนดิเดตนายก อุ๊งอิ๊งดูมีโพเทนเยี่ยวที่สุด (แม้เหตุผล 90% ที่พูดแบบนั้นเพราะกูต้องการจะด่าพิธาก็ตาม) 😭
June 4, 2025 at 11:25 AM
คิงสยามน่ารักจนเจ้าชายฝรั่งเศสทิ้งประเทศมาลงสมัครเป็นแคนดิเดตนายกสยาม 55555555555555555555

เย่ คุณเบนซ์หัวเราะแล้ววว
January 22, 2026 at 4:23 PM
🔴 ข่าว
📰 Thairath
ปชน. เปิดตัว “อิทธิวัฒน์” แคนดิเดตนายกเมืองพัทยา พร้อมว่าที่ผู้สมัคร สม. จัดเต็มนโยบาย
#Politics #Local #Entertainment

#politics #local #entertainment

🌐 Leer más
ปชน. เปิดตัว “อิทธิวัฒน์” แคนดิเดตนายกเมืองพัทยา พร้อมว่าที่ผู้สมัคร สม. จัดเต็มนโยบาย
“เท้ง” นำทัพพรรคประชาชน จัดใหญ่เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา “อิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร” พร้อมฟูลทีมว่าที่ผู้สมัคร สม. ชูนโยบายพัทยาเพื่อทุกคน “ธนาธร” ยกลำพูนโมเดล
www.thairath.co.th
May 12, 2026 at 3:34 PM
นาทีที่ 4:18 "มันมีแป้งเจือปนอยู่เยอะ ปริมาณสารเสพติดมีน้อย"

ไม่สิ จะน้อยจะมาก มีสารเสพติดอยู่ในนั้นก็คือมีสารเสพติดป่าว ตลก

ข้ออ้างเป็นพัลวันแต่สามารถลอยหน้าลอยตาตั้งพรรคและเป็นแคนดิเดตนายกได้ แต่ไม่ผิดไม่ขาดคุณสมบัติอะไร เพราะไม่ได้ถือหุ้นสื่อ

ถ้าตาชั่งในใจคุณไม่ได้เอียงจนมืดบอด คุณก็น่าจะแปลกใจ

youtu.be/EqTuFbGcCzY
"ธรรมนัส" เผยที่มาของคำว่า 'แป้ง' มีฟ้องกว่า 600 คดี
YouTube video by สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว
youtu.be
February 2, 2026 at 10:36 AM
ปชน. ประกาศพร้อมเลือกตั้ง-ขอโทษประชาชนผลักดันวาระ รธน. ไม่สำเร็จ
ปชน. ประกาศพร้อมเลือกตั้ง-ขอโทษประชาชนผลักดันวาระ รธน. ไม่สำเร็จ See Think Fri, 2025-12-12 - 14:05 ‘เท้ง’ นำทีมแคนดิเดตนายกฯ ปชน. ประกาศความพร้อมเดินหน้าสู่การเลือกตั้ง-ขอโทษประชาชนผลักดันวาระ รธน. ไม่สำเร็จ ยังมีความหวังกระบวนการทำ รธน. ใหม่เต็มเปี่ยม 12 ธ.ค. 2568 ที่อาคารอนาคตใหม่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และ วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงความพร้อมในการเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง และการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังมีความชัดเจนเรื่องการยุบสภา โดยณัฐพงษ์ระบุว่านับตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2566 ที่ผ่านมา พรรคก้าวไกลแม้จะชนะการเลือกตั้งมาเป็นพรรคการเมืองอันดับหนึ่ง มีการทำเอ็มโอยูกับฝั่งพรรคเพื่อไทย แต่ก็ไม่สามารถผลักดันการจัดตั้งรัฐบาลโดยมี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ เนื่องจากมีเสียง สว. และการฉีกข้อตกลงเอ็มโอยูลง 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีการถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่งถึง 2 คนโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 2 ปีที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลถูกยุบกลายมาเป็นพรรคประชาชน ผ่านกระบวนการนิติสงครามมามากมาย ทำให้พรรคประชาชนมองเห็นว่าไม่สามารถที่จะผลักดันประเทศไทยไปได้ไกลกว่านี้ถ้าไม่เดินหน้าการแก้ไขระบบการเมือง กติกาสูงสุดของประเทศ ให้เป็นกติกาที่เป็นไปตามหลักสากล มีความเป็นประชาธิปไตยเสียก่อน นั่นคือการมุ่งหน้าสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงเป็นที่มาที่พรรคประชาชนได้มีการทำข้อตกลงเอ็มโอเอกับทางพรรคภูมิใจไทย แต่ท้ายที่สุดผลจากการลงมติในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภาเมื่อวาน รวมถึงสถานการณ์ล่าสุดที่ได้มีการประกาศยุบสภาไปแล้วโดยนายกรัฐมนตรี ตนในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชนและพรรคประชาชนเองรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่พรรคประชาชนยังผลักดันไม่สำเร็จ และขอโทษต่อประชาชนที่ภารกิจในครั้งนี้ แม้พรรคประชาชนจะผลักดันอย่างเต็มที่แล้วภายใต้ข้อจำกัดทางการเมืองที่เป็นอยู่ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะบรรลุวัตถุประสงค์สูงสุดได้ ในการเดินหน้ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปพร้อมกับการเลือกตั้งในครั้งหน้า ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าอย่างไรก็ตาม อย่างน้อยเมื่อวานที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภายังมีมติให้มีคำถามประชามติในครั้งที่ 1 ซึ่งตอนนี้เป็นข้อผูกพันตามกฏหมายตาม พ.ร.บ.ประชามติ ที่ได้ส่งคณะรัฐมนตรีแล้ว หวังว่าคณะรัฐมนตรีจะดำเนินการตามข้อกฎหมายที่เป็นอยู่ ในการจัดการเลือกตั้งครั้งหน้าพร้อมกับการจัดทำประชามติในส่วนของคำถามที่ 1 เพื่ออย่างน้อยยังทำให้กระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังเดินหน้าได้อยู่ ในส่วนของพรรคประชาชนเอง วันนี้ตนขอประกาศความพร้อมในการเลือกตั้งครั้งหน้า ตอนนี้พรรคประชาชนมีความพร้อมในการส่งผู้สมัครครบทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศ ที่ผ่านมาในส่วนของพรรคประชาชนเองที่เดินทางมาตั้งแต่สมัยอนาคตใหม่ ไม่ได้ต้องการตั้งพรรคการเมืองมาทำงานการเมืองเพื่ออยากเข้ามาเป็นรัฐบาลเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ต้องการได้จำนวนเก้าอี้ สส. ในสภาเพื่อต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง พรรคประชาชนเข้ามาทำงานการเมืองเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่าในช่วงบริบททางการเมืองที่ผ่านมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2562 จนถึงปี 2566 พรรคประชาชนเล็งเห็นแล้วว่าตราบใดที่เสียงของประชาชนยังไม่เข้มแข็งพอ โดยที่พรรคประชาชนซึ่งเป็นยานพาหนะยังไม่สามารถรวบรวมเสียงของประชาชนได้เข้มแข็งพอ ยังไม่สามารถที่จะเอาชนะระบบกติกาทางการเมืองที่ฉุดรั้งประเทศไทยอยู่ในปัจจุบันได้ ดังนั้น สำหรับภารกิจในครั้งหน้าพวกตนยังมีความหวังอย่างเต็มเปี่ยม พรรคประชาชนเชื่อว่ามีแต่ประชาชนเท่านั้นที่จะไม่หักหลังประชาชนด้วยกันเอง  ภารกิจของพรรคประชาชนในครั้งต่อไปคือการมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งโดยเอาหลังพิงประชาชนให้มากที่สุด ให้ประชาชนมอบความไว้วางใจให้พรรคประชาชนมากที่สุด ด้วยชุดนโยบายทั้ง การเปิดตัวคณะผู้บริหารต่อจากนี้ รวมทั้งการประกาศความพร้อมที่จะมีผู้สมัครครบทุกจังหวัดทั่วทั้งประเทศ เพื่อทำให้พรรคประชาชนเติบโตเข้มแข็งมากเพียงพอที่จะสามารถกำกับทิศทางของรัฐบาลชุดหน้า เพื่อทำให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าไปได้ไกลกว่านี้ได้ ณัฐพงษ์ยังได้ตอบคำถามสื่อมวลชนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการผิดเอ็มโอเอหรือไม่ โดยระบุว่าหากยึดตามตามข้อตกลงเอ็มโอเอที่เป็นลายลักษณ์อักษร ก็เป็นไปตามเหตุผลที่นายกรัฐมนตรีให้ เพราะตามข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติเอ็มโอเอไม่สามารถที่จะลงรายละเอียดได้ทั้งหมดตั้งแต่ตอนที่ลงนามอยู่แล้ว ว่าเนื้อหาในรัฐธรรมนูญจะเป็นแบบไหน และถ้าย้อนไปดูบันทึกในที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญ ก็จะเห็นว่ามีการถกเถียง มีเหตุผลที่แตกต่างหลากหลายจาก สส. แต่ละพรรครวมถึง สว. เพราะฉะนั้นในทางปฏิบัติหลักของเอ็มโอเอต้องวางไว้เป็นหลักกว้างๆ ที่พรรคประชาชนมีจุดมุ่งหมายนอกจากการยุบสภาโดยเร็วที่สุดแล้ว ก็คือต้องมีการเดินหน้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุดด้วย แต่ในทางปฏิบัติ ตนอยากชวนทุกคนย้อนกลับไปดูว่าตั้งแต่ร่างของกรรมการเสียงข้างมากที่มีตัวแทนจากทุกพรรคที่ผ่านมา ไม่มีเรื่องของ สว. 1 ใน 3 รวมทั้งมติวิปรัฐบาลที่ออกมาก่อนที่จะมีการลงมติในสภาเมื่อวานที่ผ่านมา ทุกอย่างสอดคล้องกันในทิศทางเดียวกันว่าพรรคภูมิใจไทยเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ว่าจะไม่มีเสียง สว. 1 ใน 3 อยู่ แต่ตนเริ่มได้รับทราบข้อเท็จจริงในช่วงเที่ยงของเมื่อวานที่ผ่านมา ว่าท่าทีของพรรคภูมิใจไทยอาจไม่ลงมติตามมติของวิปรัฐบาล  ณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่านี่เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องช่วยกันตั้งคำถามต่อนายกรัฐมนตรีโดยตรง ว่าเหตุใดพรรคภูมิใจไทยถึงเลือกที่จะลงมติสวนต่อมติวิปรัฐบาลของตัวเอง พรรคประชาชนได้แสดงจุดยืนก่อนหน้านี้มาตลอดแล้ว ด้วยการทำงานผ่านกรรมาธิการหรือการประสานงานกันโดยตลอดระหว่างสมาชิกด้วยกันเอง ว่าพรรคประชาชนไม่สามารถจะยอมรับได้ถ้ามีการผ่านร่างรัฐธรรมนูญที่ยังคงอำนาจ สว. 1 ใน 3 ไว้อยู่ เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการผิดหรือไม่ผิดเอ็มโอเอ ตนอยากให้มีการถามคำถามในเชิงปฎิบัติกับนายกรัฐมนตรีด้วย ส่วนกระบวนการต่อไปในครั้งหน้า อย่างน้อยเงื่อนไขตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็คือคำถามที่ 1 ที่จะต้องมีการจัดทำประชามติก่อน ซึ่งตอนนี้รัฐสภาได้ผ่านญัตติไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นข้อผูกมัดตามกฏหมายที่คณะรัฐมนตรีรักษาการจะต้องดำเนินการตาม เพราะฉะนั้นความหวังในการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังคงเดินหน้าอย่างเต็มที่ และในการเลือกตั้งครั้งหน้ายิ่งเสียงของประชาชนเห็นด้วยกับพรรคประชาชนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีโอกาสในการผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ความสำเร็จมากขึ้นได้เท่านั้น * ข่าว * การเมือง * พรรคประชาชน * ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ * ศิริกัญญา ตันสกุล * วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร
dlvr.it
December 12, 2025 at 7:14 AM
นางบอกว่าพรรคส้มวางกำดัก อยากจะทำอะไรก็ให้แดงกับน้ำเงินทำ แล้วตัวเองนั่งเป็นฝ่ายค้าน อยากได้อะไรไม่ไปบริหารเองล่ะ

เอ๊าอีควาย มันไม่มีแคนดิเดตนายกแล้วไง
September 2, 2025 at 12:39 AM
พรรคประชาธิปัตย์จ่อเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน พร้อมนโยบายเลือกตั้ง ชูนโยบายการเมืองสุจริต มั่นใจแข่งขันพรรคอื่นได้
#themainstreamth #พรรคประชาธิปัตย์ #พงศกรขวัญเมือง #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ
themainstream.news/politics/172...
พรรคประชาธิปัตย์จ่อเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน พร้อมนโยบายเลือกตั้ง ชูนโยบายการเมืองสุจริต
พรรคประชาธิปัตย์จ่อเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 3 คน พร้อมนโยบายเลือกตั้ง ชูนโยบายการเมืองสุจริต มั่นใจแข่งขันพรรคอื่นได้
themainstream.news
December 17, 2025 at 3:52 AM
นาทีสปอตไลต์ทั่วไทยสาดส่อง "อนุทินVSชัยเกษม" กันอย่างร้อนแรง!
.
ขอพาทุกท่านมาร่วมเปิดประวัติ สเปกหมัดต่อหมัด แคนดิเดตจากเพื่อไทยและภูมิใจไทย เทียบดีกรีกันชัดๆ ท่ามกลางศึกชิงเก้าอี้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย...

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.dailynews.co.th/news/5073929/
#จัดตั้งรัฐบาล #แคนดิเดตนายก #นายกรัฐมนตรี #เพื่อไทย #ชัยเกษมนิติสิริ #อนุทิน #ภูมิใจไทย
September 1, 2025 at 12:10 PM
'ปชน.' พร้อมโหวตนายกฯ เงื่อนไขรัฐบาลชั่วคราว เลือกตั้งใหม่ 'อนุทิน' ลั่นไม่ได้เสนอตัวเป็นนายกฯ
'ปชน.' พร้อมโหวตนายกฯ เงื่อนไขรัฐบาลชั่วคราว เลือกตั้งใหม่ 'อนุทิน' ลั่นไม่ได้เสนอตัวเป็นนายกฯ Pazzle Wed, 2025-07-02 - 20:02 ณัฐพงษ์ระบุ หากต้องมีการเลือกนายกฯ คนใหม่ พรรคประชาชนสามารถช่วยโหวตเลือกนายกฯ ได้ โดยไม่ต้องไปร่วมรัฐบาล บนเงื่อนไขว่ารัฐบาลใหม่ต้องเป็นรัฐบาลชั่วคราวเพื่อเตรียมจัดการเลือกตั้งใหม่ ด้าน “อนุทิน” ปฏิเสธข่าวลือเสนอตัวเป็นนายกฯ ชั่วคราว ทุกอย่างยังไม่ใช่เวลา มีกลไกลของรัฐสภาเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และทางพรรคไม่ได้ประสานกับผู้นำฝ่ายค้านเรื่องนี้ ส่วน “ชัยเกษม” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 3 ของพรรคเพื่อไทยระบุ ยังไม่มีการติดต่อมาจากทางพรรคให้เตรียมตัวรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากแพทองธารพ้นจากเก้าอี้ แต่หากเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ ตนเองก็ยินดีจะทำเพื่อพรรค   ประชาชาติธุรกิจ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน หารือในการประชุม สส. ของพรรคหลังแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยทางพรรคประชาชนมีความเห็นว่าหากแพทองธารต้องพ้นจากตำแหน่งการเมืองจะไม่ถึงทางตัน เพราะรักษาการนายกฯ ก็ยังสามารถยุบสภาได้ ในกรณีที่ต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีกันใหม่ พรรคประชาชนสามารถช่วยโหวตเลือกนายกคนใหม่ได้ โดยไม่ต้องไปร่วมรัฐบาล บนเงื่อนไขว่ารัฐบาลใหม่ต้องเป็นรัฐบาลชั่วคราวเพื่อเตรียมจัดการเลือกตั้งใหม่ และต้องมีการทำประชามติถามประชาชนเรื่อง สสร.ในการจัดทำรัฐธรรมนูญให้เร็วที่สุด ไทยพีบีเอส อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธกระแสข่าวลือเสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราว ระบุ งงว่าไปเสนอตัวเมื่อไหร่ ทุกอย่างยังไม่ใช่เวลา หลังณัฐพงษ์หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่ายค้าน ระบุว่า พรรคภูมิใจไทยประสานเสนออนุทินเป็นนายกฯชั่วคราว ตนเองได้สอบถามคนในพรรคแล้วว่าใครเป็นผู้ประสานไป ซึ่งไม่มีใครทราบเรื่อง จึงขอปฏิเสธกระแสข่าวนี้ อนุทินย้ำทิ้งท้ายว่า ตนเองเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคภูมิใจไทย การเป็นนายกฯ แบบชั่วคราวนั้นไม่มี ทุกอย่างมีกลไกลของรัฐสภาเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เดอะสแตนดาร์ด ขณะที่ชัยเกษม นิติสิริ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่ 3 ของพรรคเพื่อไทย กล่าวว่ายังไม่มีการติดต่อมาจากทางพรรคเพื่อให้เตรียมตัวรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หากแพทองธารพ้นจากตำแหน่งตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ชัยเกษมระบุว่า ส่วนตัวเป็นคนที่สามารถเผชิญได้ทุกสถานการณ์ จึงไม่ต้องเตรียมความพร้อมอะไร หากเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ หรือตนต้องเข้าไปช่วยก็ยินดีจะทำให้พรรค นอกจากนี้ชัยเกษมได้ตอบคำถามสื่อมวลชน กรณีที่มีการเผยแพร่บทสัมภาษณ์ของชัยเกษมที่ระบุว่าหากจะให้ตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีอำนาจเต็มนั้น ชัยเกษมปฏิเสธว่าตนไม่เคยพูดอย่างนั้น ทำไมตนต้องไปตั้งเงื่อนไขเช่นนั้นด้วย ยืนยันไม่มีเหตุผลอะไรแบบนั้นเลย   * ข่าว * การเมือง * ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ * พรรคประชาชน * อนุทิน ชาญวีรกูล * แพทองธาร ชินวัตร * ชัยเกษม นิติสิริ
dlvr.it
July 2, 2025 at 1:09 PM
ปชน. เปิดตัวทีมบริหาร พร้อมประกาศ 12 ภารกิจรัฐบาลประชาชน
ปชน. เปิดตัวทีมบริหาร พร้อมประกาศ 12 ภารกิจรัฐบาลประชาชน auser15 Sun, 2026-01-11 - 18:00 พรรคประชาชนจัดงานเปิดตัวทีมบริหารประชาชน กับ 12 ภารกิจ "Lean and Clean Thailand ปฏิรูปงบประมาณ กระจายอำนาจ - ฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5 พาอุตสาหกรรมไทย ไปแข่งกับโลก" ชี้ในอดีตตั้งรัฐบาลตามโควตาจำนวน สส.หารเก้าอี้ รมต. ไม่สามารถแก้ปัญหาที่รุมเร้าประเทศได้ 11 มกราคม 2569 พรรคประชาชนจัดงานเปิดตัวทีมบริหารประชาชน โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ได้ประกาศเปิดตัวทีมบริหาร ชี้ว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ที่นำมาเปิดตัวและแสดงวิสัยทัศน์ และหยิบยกปัญหาต่าง ๆ ของประเทศไทยมาชี้ให้เห็น ทั้งปัญหาสังคม ปัญหาภัยความมั่นคง ทุนเทา ระบบการศึกษาล้าหลังที่รุมเร้า ซึ่งการบริหารประเทศแบบเดิม การตั้งรัฐบาลแบบเดิม ๆ ไม่สามารถทำให้ประเทศได้ นี่จึงเป็นโจทย์ของประชาชนที่ตั้งรัฐบาลประชาชนเพื่อออกแบบและทลายข้อจำกัด โดยตั้งรัฐบาลประชาชนโดยใช้ชาติเป็นที่ตั้งที่หมายถึงประชาชนคนไทย "การจัดการรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ ไม่ได้จัดตามภารกิจที่เหมาะสม จัดตั้งคนที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสม แต่จะตามโควตา จำนวน สส.หารแลกรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงยิ่งซ้ำเติมปัญหา ต่างคนต่างกลุ่มผลประโยชน์ของตัวเองดูแลและของตัวเอง มีคนสงสัยเมื่อเข้าไปมีอำนาจคุมงบประมาณ ฝั่งการเมืองมีผลประโยชน์ทับซ้อนเพื่อนำมาใช้ในการซื้อสิทธิ์ขายเสียงเลือกตั้งหรือไม่ นี่คือปัญหาวงจรอุบาทว์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำ รัฐบาลประชาชนจะทำให้ปัญหาเหล่านี้หลุดออกจากวงจร ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไป" นายณัฐพงษ์ ประกาศคำมั่นว่า รัฐบาลประชาชน จะสร้างประเทศที่ “ไม่เทา เท่ากัน เท่าทันโลก” และประกาศตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาชน พร้อมชี้แจงโครงสร้างบริหาร ทีมทำเนียบ 4 คน คือ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แคนดิเดต รองนายกฯ ด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ นายวีรยุทธ กาญจน์ชูฉัตร แคนดิเดต รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ส่วน นายเดชรัต สุขกำเนิด แคนดิเดต รองนายกฯ ด้านคุณภาพชีวิต และ นายศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดต รองนายกฯ ด้านปฏิรูปภาครัฐ นอกจากนี้จะมีทีมกระทรวง ที่แต่ละกระทรวงทำงานเชิงประเด็นตามภารกิจ ย้ำว่า เป็นรัฐบาลที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง การเลือกตั้งครั้งนี้พอกันทีกับโลกที่บอกว่าเลือกใครไปก็เหมือนกันเลือกใครไปก็เหมือนเดิม "การเลือกตั้งครั้งนี้ครั้งนี้จะไม่ใช่แค่ประโยคที่บอกว่า กาก้าวไกลหรือพรรคประชาชนแล้วประเทศไทยก็ไม่เหมือนเดิม แต่กาครั้งนี้ถึงเวลาการตั้งรัฐบาลประชาชน รัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง ก่อนทิ้งท้ายเชิญชวนให้กาพรรคประชาชน ทั้ง 2 ใบ และการเห็นชอบการทำประชามติรัฐธรรมนูญ" พร้อมประกาศ 12 ภารกิจรัฐบาลประชาชน 1. อุตสาหกรรม: ฟื้นชีวิตเสือตัวที่ 5 พาอุตสาหกรรมไทย ไปแข่งกับโลก 2. เศรษฐกิจ: หยุดหลุมดำเศรษฐกิจ ติดปีก SMEs 3. การต่างประเทศ: การทูตโปรไทย สง่างามบนเวทีโลก 4. การบริหาร: Lean and Clean Thailand ปฏิรูปงบ ประมาณ กระจายอำนาจ 5. คุณภาพชีวิต: คุณภาพชีวิตใหม่ 6. เกษตรและที่ดิน: พลิกโฉมชนบทไทย ปฏิรูปที่ดินครั้ง ใหญ่ เกษตรยุคใหม่ ยั่งยืน 7. โครงการพื้นฐาน: Orange Mega projects 8. ยุติธรรม: คืนความยุติธรรมให้สังคม ปฏิรูปตำรวจ ศาล ราชทัณฑ์ 9. ความมั่นคง: ความมั่นคงยุคใหม่ สร้างกองทัพทันสมัย ปราบภัยสแกมเมอร์ ทุนเทา 10. การศึกษา: การเรียนรู้ไร้รอยต่อ ยกระดับทักษะคน ไทย ให้ทันโลก 11. พลังงาน: รับมือโลกรวน พร้อมปฏิรูปพลังงานไทย 12. แรงงาน: เพิ่มสิทธิแรงงาน ค่าแรงเท่ากันค่าครองชีพ "ศิริกัญญา" ชูปฏิรูปภาครัฐให้ Clean และ Lean โปร่งใส มีประสิทธิภาพ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคประชาชน ที่ถูกวางตัวเป็นรองนายกรัฐมนตรี ด้านปฏิรูปภาครัฐ กล่าวถึงเป้าหมายหลักคือ รัฐโปร่งใสไร้คอรัปชั่นมีเรา รัฐไม่เทา และรัฐที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ล้าสมัย ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาให้บริการ ตอบสนองฉับไว เป็น 2 เรื่องที่แยกกันไม่ได้ คือรัฐที่ต้อง Clean และ Lean ในด้าน Lean ต้องกิโยตินกฎหมาย ยกเลิกใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น เพื่อปิดช่องทางเรียกรับผลประโยชน์ ถ้ายังทำแบบเดิมอาจจะใช้เวลาอีก 20 ปี จึงเสนอ Operation 18 คือเร่งรัดภารกิจทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายใน 18 เดือน และหากกรณีที่ถูกเรียกรับผลประโยชน์ ภายใน 30 วัน จะต้องได้รับใบอนุญาตทันที หากยังไม่มีคำตอบในเวลาดังกล่าว ถือว่าอนุญาตโดยอัตโนมัติ สำหรับการลงโทษทุจริต ที่บางพรรคโฆษณาว่าต้องลงโทษประหาร แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครรับโทษจริง ปัญหาจึงไม่ใช่โทษไม่แรงพอ แต่เพราะขาดพยานหลักฐานไปดำเนินคดี ยังไม่มีใครเอาจริงกับเรื่องนี้ แต่เราเอาจริง เราต้องปรับแรงจูงใจให้ผู้ที่กำลังสมรู้ร่วมคิดกันโกงให้วงแตกให้ได้ ใครออกมาแฉก่อนอาจจะได้รับพิจารณาลดโทษ หรือถูกกันตัวเป็นพยาน ข้าราชการน้ำดีที่ออกมาเปิดโปงการทุจริตจะได้รับการคุ้มครองและรางวัล ข้อมูลต่างๆ ทางด้านการจัดซื้อจัดจ้าง กรรมการ ผู้ถือหุ้น และบัญชีทรัพย์สิน ต้องโปร่งใสและเชื่อมโยงเพื่อตรวจสอบได้ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เพื่อนำมาป้องกันการทุจริตในอนาคต การเปิดประมูลต้องเลิกล็อกมง ด้วยการประมูลแบบเฉพาะเจาะจง หากเราสามารถอุดรูรั่วเหล่านี้จะสามารถประหยัดเงินนำมาพัฒนาประเทศได้พอๆกับการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 1% "เราอยากให้ข้าราชการทำงานได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องเสียเวลากับกองเอกสาร เหลือแต่งานที่มีคุณค่า คืนข้าราชการให้ได้ทำงานที่มีความหมาย และกลับไปรับใช้ประชาชน" ศิริกัญญา ระบุ “เดชรัต” ชูนโยบายแก้ปัญหาที่ดิน สร้างความมั่นคงให้เกษตรกร นายเดชรัต สุขกำเนิด กล่าวบนเวทีประกาศวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน เปิดตัวทีมบริหารพร้อม 12 ภารกิจรัฐบาลประชาชนในการบริหารประเทศ โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญคือ “พลิกโฉมชนบทไทย ปฏิรูปที่ดินครั้งใหญ่ เกษตรยุคใหม่ยั่งยืน” นายเดชรัต ระบุว่า ปัญหาของเกษตรกรและประชากรในชนบทที่ต้องเผชิญมีหลากหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ภัยพิบัติภัยน้ำแล้งน้ำท่วม ผลผลิตตกต่ำ ราคาสินค้าที่ผันผวน ปีที่ผ่านมามีราคาสินค้าหลายตัวที่ตกต่ำเป็นประวัติการณ์ นอกจากนั้นยังต้องเจอปัญหาหนี้สินที่เพิ่มพูนขึ้น เรื้อรัง และไม่สามารถหาทางออกได้ ปัญหารากฐานของภาคการเกษตรและชนบท คือการขาดความมั่นคง ทั้งไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดิน ความผันผวนของสภาพแวดล้อม ภัยพิบัติ หรือภาวะตลาดและราคาที่แปรปรวน ทั้งขาดทางเลือกในการปรับปรุงบำรุงดิน การปรับเปลี่ยนพืชให้เหมาะสม การแปรรูป และการจัดการตลาด ขาดตัวช่วยที่ดีพอที่จะเข้ามาช่วยหาทางออกให้กับปัญหาต่างๆ ได้ เดชรัตกล่าวต่อไปว่า รัฐบาลประชาชนจึงตั้งใจเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เปลี่ยนการช่วยเหลือแบบให้เปล่าปีละ 50,000-100,000 ล้านบาท มาเป็นการช่วยเหลือแบบมีเป้าหมาย ให้ชนบทมีผลิตภาพมากขึ้น มีความเป็นธรรมมากขึ้น และมีศักดิ์ศรีมากขึ้น โดยพิจารณาความแตกต่างหลากหลายของเกษตรกรทั้ง 4 กลุ่มก่อน กล่าวคือ 1) เกษตรกรที่สูงวัย มีปัญหาหนี้สิน อยากพักจากการทำเกษตรแล้ว แต่ยังไม่สามารถออกจากภาคเกษตรได้เพราะติดกับดักวงจรหนี้ ทั้งที่หลายคนชำระหนี้มาจนเกินเงินต้นแล้ว แต่ไม่มีเงินไปปิดจบหนี้ รัฐบาลประชาชนจะปิดจบหนี้สำหรับเกษตรกรสูงวัยเกิน 70 ปีทั้งหมด 2) เกษตรกรที่ยังไปได้ แต่ต้องการเน้นที่ตลาดท้องถิ่น ต้องทำให้การผลิตมีความหลากหลาย และรับมือได้กับภาวะโลกรวน รวมทั้งให้ความสำคัญกับผลผลิตสำหรับสุขภาพและโภชนาการ สิ่งที่เกษตรกรกลุ่มนี้ต้องการคือความมั่นคงในที่ดิน และทางเลือกในการส่งสินค้าไปตลาดท้องถิ่น 3) เกษตรกรที่สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก พวกเขาต้องการการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และมีมาตรฐานที่ทัดเทียมกับนานาชาติ 4) เกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการยกระดับการผลิตและการแปรรูปของตนให้เป็นพรีเมี่ยมได้ จำเป็นต้องเข้าถึงเทคโนโลยี ทุน และตลาด เพื่อให้ก้าวหน้าในเวทีโลกได้ เดชรัตกล่าวต่อไปว่า พรรคประชาชนจึงได้จัดเตรียมทางเลือกเชิงนโยบายที่หลากหลาย ตั้งแต่การสร้างความมั่นคงในที่ดิน จะมีการเร่งรัดการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ที่ไม่มีข้อพิพาท ปฏิรูปกฎหมายที่ดินและป่าไม้ให้มีความเป็นธรรม ปรับเปลี่ยนลักษณะของเอกสารสิทธิ์ที่มีหลากหลายให้เป็นโฉนดทั้งหมด จะมีกองทุนเร่งรัดการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดิน และส่งเสริมการจัดการป่าอนุรักษ์ให้ชุมชนมีโอกาสจัดการและเป็นเจ้าของป่าอนุรักษ์ ส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้นในพื้นที่ของเกษตรกร แต่ไม่ใช่แค่เรื่องที่ดินเท่านั้น ที่ผ่านมาเกษตรกรขาดตัวช่วยในการปรับปรุงบำรุงดิน เพราะฉะนั้นรัฐบาลประชาชนจะมีตัวช่วยอย่างเป็นลำดับขั้น เริ่มตั้งแต่การไม่เผา 250 บาทต่อไร่ การใช้ปุ๋ยที่ตรงกับค่าดินและความต้องการของพืช 500 บาทต่อไร่ การพักดินเพื่อปลูกพืชบำรุงดิน 1,000 บาทต่อไร่ และการปรับเปลี่ยนพืชให้เหมาะสมกับพื้นที่การเกษตร 2,000 บาทต่อไร่ ในด้านแหล่งน้ำ รัฐบาลประชาชนจะจัดสรรงบประมาณให้แต่ละลุ่มน้ำสามารถบริหารจัดการได้ด้วยตัวเอง มีแผนเฉพาะสำหรับประชาชนในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ ทั้งในระยะสั้นคือการชดเชยที่เป็นธรรม และในระยะยาวคือการลดระยะเวลา ระดับ และพื้นที่น้ำท่วมให้ได้ สนับสนุนให้เกษตรกรสามารถมีแหล่งน้ำในพื้นที่ของตัวเอง ทั้งการให้เงินสมทบและการลดหนี้ให้ และสุดท้ายคือการส่งเสริมการทำการเกษตรที่มีประสิทธิภาพสูงในเรื่องของการใช้น้ำ รัฐบาลประชาชนจะกำกับดูแลการตลาดให้มีความเป็นธรรม ทราบราคาที่แน่นอน มีกระดานราคาสาธารณะที่ทราบโดยทั่วกันทั้งต้นทาง กลางทาง ไปจนถึงปลายทาง มีใบเสร็จมาตรฐานที่บอกชัดเจนว่าเกษตรกรได้ขายสินค้าไปในคุณภาพ ปริมาณ และราคาใด และเข้าสู่ระบบทันที ถ้ามีการเอาเปรียบราคา จะขึ้นแสดงทันทีและจะมีการลงไปแก้ปัญหาทันที และเมื่อทราบราคาแล้ว จะสามารถประกาศราคาให้เกษตรกรทราบล่วงหน้าได้ 3 เดือน และจะมีกลไกในการดูดซับผลผลิตส่วนเกิน ไปสู่การแปรรูปและขยายตลาดใหม่ๆ เพื่อให้ราคาเป็นไปตามราคาเป้าหมาย เดชรัตกล่าวต่อไปว่า สุดท้ายเกษตรกรจะได้รับการต่อยอดให้เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะในเรื่องการให้บริการทางการเกษตร เครื่องจักร ดิน ปุ๋ย และสัตวบาล เป็นผู้ทำการแปรรูป ได้รับคูปองฝึกทักษะ ได้รับคูปองแปรรูปสำหรับทดลองทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ และให้ Young Smart Farmer ทุกจังหวัดเข้ามาร่วมขับเคลื่อนการเกษตรและชนบทไปพร้อมๆ กัน ที่มาเรียบเรียงจาก: Thai PBS | สำนักข่าวไทย [1] [2]   * ข่าว * การเมือง * พรรคประชาชน * การเลือกตั้ง * การเลือกตั้ง 2569
dlvr.it
January 11, 2026 at 11:04 AM
ผ่านไปแล้วกับการแนะนำตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. พร้อมไฮไลท์สำคัญคือการเปิดตัวว่าที่ 4 รองนายกรัฐมนตรี
.
ขณะที่ #เท้งณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ถูกคณะนำสั่งรูดซิปปากห้ามสัมภาษณ์ใด ๆ ต่อสื่อมวลชน
.
อ่านต่อ : www.dailynews.co.th/news/5427103/
#พรรคประชาชน #เลือกตั้ง2569
#เดลินิวส์
December 22, 2025 at 7:27 AM
เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน youtube.com/watch?v=pA5N...
นายกพรรคส้ม 3 คน
YouTube video by ครูพี่แฟ้ม
youtube.com
November 23, 2025 at 4:35 PM
‘พริษฐ์’ แจ้งปชน.ยังไม่สรุปเลือกนายกฯ แต่ถ้า พท.จะยุบสภาก็ยุบไม่ต้องรอ
‘พริษฐ์’ แจ้งปชน.ยังไม่สรุปเลือกนายกฯ แต่ถ้า พท.จะยุบสภาก็ยุบไม่ต้องรอ ภาพจาก พริษฐ์ วัชรสินธุ admin666 Mon, 2025-09-01 - 16:30 โฆษกพรรคบอกถ้าพรรคเพื่อไทยจะยุบสภาก็ทำได้เลยไม่ต้องรอพรรคประชาชนตัดสินใจจะเลือกใครเป็นนายกฯ เพราะเลือกไปเพื่อให้ยุบสภาอยู่แล้ว และพรรคก็เรียกร้องให้ยุบสภามาตั้งแต่วันที่คลิปเสียงหลุดแล้ว 1 ก.ย.2568 พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน กล่าวถึงการประชุม สส.ของพรรคว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปเรื่องจะโหวตให้พรรคใด แต่เนื่องจากเขาทราบข่าวเรื่องที่ตัวแทนของพรรคเพื่อไทยให้ข่าวว่าอาจจะดำเนินการยุบสภาถ้าพรรคประชาชนตัดสินใจเลือกไม่ได้ว่าจะเลือกโหวตให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคใด “พรรคเพื่อไทยไม่จำเป็นต้องรอให้พรรคประชาชนตัดสินใจก็สามารถดำเนินการยุบสภาได้ แล้วถ้าจะย้ำจุดยืนของพรรคประชาชนอีกรอบ 3 ประการ ประการแรกตั้งแต่วันที่มีคลิปเสียงระหว่างแพทองธารกับฮุน เซนออกมา ทางเราเรียกร้องมาตั้งแต่วันนั้นว่าทางออกที่ดีที่สุดของประเทศคือการยุบสภาเพื่อให้ประเทศเรามีการเลือกตั้งใหม่โดยเร็วและมีรัฐบาลใหม่ที่มีความชอบธรรมทางการเมือง มีเสถียรภาพและศักยภาพแก้ปัญหาสำคัญๆ ได้” พริษฐ์กล่าว โฆษกพรรคกล่าวย้ำถึงข้อเรียกร้องยุบสภาในครั้งนั้นว่า ทางผู้มีอำนาจในเวลานั้นทั้งแพทองธารและภูมิธรรมไม่ได้ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องดังกล่าวแล้วยุบสภา และตอนนี้ก็ยืนยันว่าอำนาจยุบสภาอยู่ที่รักษาการนายกฯ และพรรคเพื่อไทยดังนั้นหากต้องการยุบสภาทำได้เลยไม่ต้องรอพรรคประชาชนตัดสินใจ พริษฐ์กล่าวอีกว่าการที่พรรคประชาชนต้องมาประชุมกันอย่างหนักใจว่าจะให้ สส.ของพรรคโหวตไปในทิศทางใดในเวลานี้เพื่อเลือกนายกฯ ไปยุบสภาก็เพราะที่ผ่านมาไม่มีการยุบสภา ไม่ใช่ต้องการเลือกใครมาแทนที่การยุบสภา โดยทั้งหมดนี้เป็นจุดยืนของพรรคประชาชน ก่อนหน้าที่พริษฐ์จะออกมาแถลง ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันนี้ทางพรรคเพื่อไทยโดยสรวงศ์ เทียนทอง ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ได้กล่าวกับสื่อถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะมีประกาศยุบสภาที่เป็นทางเลือกหนึ่งกรณีที่พรรคประชาชนไม่ตัดสินใจ * ข่าว * การเมือง * ยุบสภา * พรรคประชาชน * ตั้งรัฐบาล * พริษฐ์ วัชรสินธุ * สรวงศ์ เทียนทอง * ประเสริฐ จันทรรวงทอง
dlvr.it
September 1, 2025 at 9:43 AM
เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชน youtube.com/watch?v=cSB3...
#เท้งณัฐพงศ์เปิดตัว2แคทดิเดทนายกพรรคส้ม
YouTube video by คนหัวใจส้ม
youtube.com
November 23, 2025 at 4:47 PM
พท.แถลงพร้อมเลือกตั้ง ชี้ยุบสภาคือการหนีตรวจสอบ เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ 16 ธ.ค.
พท.แถลงพร้อมเลือกตั้ง ชี้ยุบสภาคือการหนีตรวจสอบ เปิดตัว 3 แคนดิเดตนายกฯ 16 ธ.ค. See Think Fri, 2025-12-12 - 14:52 พท.แถลงพร้อมเลือกตั้ง ชี้การยุบสภาคือการหนีตรวจสอบ ท่ามกลางภาวะล้มเหลวรอบด้าน วิจารณ์การแก้รัฐธรรมนูญไร้ความจริงใจ–สัญญา MOA ไม่เป็นประชาธิปไตย ส่วนเรื่อง 3 แคนดิเดตนายกฯ จากพรรค พท.จะมีการเปิดตัว 16 ธ.ค. นี้ 12 ธ.ค. 2568 พรรคเพื่อไทย นำโดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค, ประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค และ ศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค แถลงจุดยืนหลังรัฐบาลประกาศยุบสภา พร้อมยืนยันว่าพรรคมีความพร้อมเต็มที่ในการเลือกตั้งครั้งใหม่เพื่อ “นำความหวังและโอกาสที่ดีกลับคืนสู่ประชาชน” จุลพันธ์ อ่านแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทย ระบุว่า การยุบสภาของรัฐบาลครั้งนี้คือ “การหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและความรับผิดชอบ” ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบริหารราชการแผ่นดินที่ผิดพลาดและไร้ประสิทธิภาพ ทั้งในประเด็น ความขัดแย้งชายแดน ที่ยังแก้ไขไม่ได้อย่างยั่งยืน การโยกย้ายข้าราชการและใช้งบประมาณเอื้อประโยชน์กลุ่มคนบางกลุ่ม ความน่าเชื่อถือของประเทศที่ตกต่ำในสายตานานาชาติ ประชาชนเดือดร้อนจากอุทกภัย เสียชีวิตและสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมา กระบวนการยุติธรรมถูกบิดเบือน คดีสำคัญไม่เดินหน้าอย่างโปร่งใส วิจารณ์การแก้รัฐธรรมนูญไร้ความจริงใจ–สัญญา MOA ไม่เป็นประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยระบุว่า รัฐบาลไม่เคยมีความจริงใจในการแก้ไขรัฐธรรมนูญตั้งแต่ต้น เพราะสัญญา MOA ที่จัดทำขึ้นไม่ได้ตั้งอยู่บนหลักประชาธิปไตย และตั้งแต่แรก ความพยายามของพรรคเพื่อไทยที่จะสร้างกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่ยึดโยงประชาชนก็ถูกปัดตกทันที แถลงการณ์ยังชี้ว่า ประเทศไม่ได้ประโยชน์ใดจากกระบวนการนี้ กลับกลายเป็นการเปิดช่องให้พรรคภูมิใจไทยใช้อำนาจ ทรัพยากร และเครือข่ายของรัฐในการแสวงหาผลประโยชน์และสะสมอำนาจเพิ่มขึ้น ชี้พรรคประชาชนผิดคำสัญญา-กลับหนุนยุบสภา เปิดทางรัฐบาลหนีการตรวจสอบ พรรคเพื่อไทยเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ พรรคประชาชน เคยมาเจรจาขอให้เพื่อไทยชะลอการยื่นอภิปราย พร้อมยืนยันว่าจะร่วมกันตรวจสอบรัฐบาล หากการแก้รัฐธรรมนูญไม่สามารถดำเนินต่อได้ แต่ในที่ประชุมรัฐสภาเมื่อคืน พรรคประชาชนกลับเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ซึ่งเปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารใช้ช่องทางดังกล่าวหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยจึงเห็นว่า คู่สัญญาใน MOA ต้องรับผิดชอบต่อความล้มเหลวนี้ร่วมกัน ยันเพื่อไทยพร้อมเลือกตั้ง ชูแคมเปญ “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” แม้เสียดายโอกาสของประเทศที่สูญเสียไปเพราะการเมืองไร้เสถียรภาพ พรรคเพื่อไทยย้ำว่า ประชาชนต้องไม่สิ้นหวัง โดยพรรคมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง เพื่อแก้ไขปัญหาเร่งด่วนและวางรากฐานใหม่ให้ประเทศเดินหน้าได้อย่างแท้จริง พรรคประกาศว่า ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ จะมีการเปิดตัว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนของพรรค ภายใต้แคมเปญ “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” ซึ่งจะนำเสนอนโยบายด้าน เศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และคุณภาพชีวิต โดยยึดหลักคิด วิทยาศาสตร์-ข้อมูลจริง-ความเป็นไปได้ทางปฏิบัติ ด้านประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย ระบุว่า พรรคเพื่อไทยจะทำการส่งผู้สมัครรองรับเลือกตั้งครบทั้งหมด 400 เขต และขณะนี้พรรคมีความพร้อมในการเลือกตั้ง และจะดำเนินการในการนำผู้สมัครไปสู่กระบวนการเลือกตั้ง ไม่ว่ากกต. จะประกาศวันเลือกตั้งเป็นวันใดก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หนึ่งในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ใช่ศาสตราจารย์ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ และจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยหรือไม่ จุลพันธ์ระบุว่าให้รอดูในวันที่ 16 ธ.ค. เพราะเดี๋ยวจะไม่ตื่นเต้น ในส่วนของตนนั้นต้องขอบคุณทางผู้สื่อข่าวที่ให้ความสนใจ ส่วนในเรื่องของการตัดสินใจนั้น ในวันที่ 15 ธ.ค. จะมีการนำรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาของกรรมการบริหารพรรค เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการ ฉะนั้นในวันที่ 16 นี้จะได้ทราบพร้อมกัน “เรื่องแคนดิเดตเราไม่ได้มีข้อจำกัดใดๆ แต่เราก็จะต้องคัดเลือกบุคคลที่มีอุดมการณ์ มีแนวความคิดที่ตรงกันกับพรรค และเป็นที่รู้จักของสังคม สามารถผลักดันให้พรรคเพื่อไทยเดินหน้าสู่การเลือกตั้งอย่างแข็งแรง” จุลพันธ์ กล่าว ทั้งนี้จุลพันธ์ ย้ำว่า ในวันเปิดตัวแคนดิเดตฯ จะมีการนำเสนอนโยบายชุดแรก ที่แสดงให้เห็นว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคเพื่อไทยจะให้อะไรกับพี่น้องประชาชน * ข่าว * การเมือง * พรรคเพื่อไทย * จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
dlvr.it
December 12, 2025 at 8:04 AM
เอาคับ ปปช ลงดาบ 44 สส ส้ม เรื่องลงชื่อเสนอแก้ ม.112 ทันที งานนี้อาจหายอีกหลายคน รวมถึงแคนดิเดตนายกฯ ในปี 2569 ด้วย

นี่น่าจะคือ 1 เหตุผลว่าทำไมรอบนี้ สส (เขต/ปตล) ของพรรคส้มดูแปลกๆ หรือเจอเปลี่ยนหลายคนมาก ถ้าพรรคยังอยู่ก็น่าจะไปต่อได้ หรือจะเจอ “เอ็นด์เกม” อีกรอบ?
February 9, 2026 at 5:33 AM
'เห็นด้วย หรือคัดค้าน' มุมมองผ่านเลนส์ 'นักวิชาการ' เมื่อ ปชน.เลือก 'อนุทิน' ขึ้นนายกฯ
'เห็นด้วย หรือคัดค้าน' มุมมองผ่านเลนส์ 'นักวิชาการ' เมื่อ ปชน.เลือก 'อนุทิน' ขึ้นนายกฯ XmasUser Tue, 2025-09-09 - 13:48 'ประชาไท' รวบรวมความเห็นนักวิชาการหลากหลายคน มองการตัดสินใจของพรรคประชาชนโหวตเลือก 'อนุทิน ชาญวีรกูล' แคนดิเดตพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกฯ อย่างไร มีผลดี-ผลเสียต่อตัวพรรคเองหรือไม่ ขณะที่บางส่วนร่วมตั้งคำถามทำไมไม่เข้าร่วมรัฐบาล เพื่อเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง  เบื้องต้น ประชาไทรวบรวมความเห็นนักวิชาการออกเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงก่อนการโหวตเลือกนายกฯ วันที่ 5 ก.ย. 2568 และช่วงหลังที่ประชุมสภาฯ มีมติโหวตฯ ให้อนุทิน ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ก่อนเลือกนายกฯ * บางส่วนเห็นแย้งจุดยืนของพรรคประชาชน เลือก 'อนุทิน' พรรคภูมิใจไทย ก่อน 'ชัยเกษม' หลังเพื่อไทยเปิดดีลพร้อมยุบสภาฯ หลังแถลงนโยบาย พร้อมตั้งข้อสงสัยทำไมถึงรีบตัดสินใจ * นักวิชาการ ม.รามฯ ยกบทเรียนการเมืองมาเลเซีย ถามเหตุผล ปชน.ไม่ร่วมรัฐบาลเพื่อตรวจสอบ-เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง * 'ปวิน' นักวิชาการ ม.เกียวโต เชื่อเลือกเพื่อไทยดีกว่าบนเงื่อนไขยุบสภาฯ เร็วที่สุด ถ้าอยู่กับโรคร้าย อยากอยู่ให้สั่นที่สุด พร้อมตั้งคำถามท่าทีพรรคประชาชนจับมือภูมิใจไทย ทั้งที่อุดมการณ์ความเชื่อแตกต่างกัน มีดีลลับ 'ส้ม-น้ำเงิน' หรือไม่  หลังเลือกนายกฯ * 'ศรีสมภพ' ม.สงขลานครินทร์ ให้ข้อมูลมองรัฐบาลเสียงข้างน้อยเกิดขึ้นปกติในโลกประชาธิปไตย * 'ปวิน' ย้ำเลือก 'ชัยเกษม' อาจดีกว่าบนเงื่อนไขยุบสภาฯ เร็วที่สุด พร้อมมองฉากทัศน์ หากภูมิใจไทย ไม่ทำตามสัญญาหรือบริหารประเทศพลาด สังคมจะมองพรรคประชาชนต้องร่วมรับผิดชอบ เพราะมีส่วนในฐานะคนยกมือโหวตอนุทิน แต่หาก ‘ภูมิใจไทย’ อย่างน้อยยุบสภาฯ ภายใน 4 เดือน เชื่อคะแนนนิยมพรรคประชาชนเพิ่ม * ‘วีระ’ นักรัฐศาสตร์ ม.นเรศวร มองการตัดสินใจของพรรคประชาชน ‘ไม่เวิร์ก’ เชื่อเข้าร่วมรัฐบาลร่วมเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างดีกว่าเป็นฝ่ายค้าน มอง ภท.มีสิทธิเบี้ยวกลางทาง   * ความเห็นช่วงก่อนเลือกนายกฯ คนที่ 32 'ธงชัย' มองการตัดสินใจเข้าใจได้ ไม่ควรประณามมากเกินไป เริ่มจาก ศาสตราจารย์กิตติคุณ ธงชัย วินิจจะกูล แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน-แมดิสัน สหรัฐอเมริกา สื่อสารผ่านเพจเฟซบุ๊ก ‘101.World’ เมื่อเวลา 00.13 น. ของวันที่ 5 ก.ย. 2568 หัวข้อ “จดหมายจากธงชัย วินิจจะกูล: ความเห็นต่อข้อกล่าวหาที่มีต่อพรรคประชาชน” ธงชัย วินิจจะกูล (ที่มา: แมวส้ม) ข้อความในจดหมายของธงชัย ระบุว่า เขาอยากให้พรรคประชาชนโหวตสนับสนุนนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย ในตอนนั้น แต่ไม่ว่าจะโหวตทางไหนก็เห็นทั้งข้อดี และข้อเสียมากๆ เมื่อพรรคประชาชนตัดสินใจไปทางพรรคภูมิใจไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นเสียงชัดเจนจากสมาชิกและคนของเขาเอง ก็ได้แต่คิดว่าก็เคารพการตัดสินใจของพรรค เชื่อว่าเหตุสำคัญคือไม่ไว้ใจพรรคเพื่อไทยอย่างหนัก ถ้าจะวิจารณ์ก็มีข้อเดียว คือไม่ควรต้องรีบ น่าจะทอดเวลาออกไปได้ เดาเอาว่าข่าวเพื่อไทยพยายามดีลเอาประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมา น่าจะทำให้พวกเขารู้สึกถูกตบหน้าอีก (เขาไม่เชื่อว่าประยุทธ์ จะทำสำเร็จ ไม่รู้ว่าจริงจังหรือบลัฟด้วยซ้ำไป) ผลเลยออกมาชัดเจนขนาดนั้น ธงชัย มองว่าการตัดสินใจของพรรคประชาชน เป็นเรื่องที่ "เข้าใจได้" และเราเคารพได้ว่ามีผล (คือความเฮงซวยสารพัดของพรรคเพื่อไทยเอง ที่กระทั่ง 5-6 วันที่ผ่านมา ก็เห็นได้ชัดว่าไม่มีแผน ไม่มีแนวทางหลักการใดๆ เป็นการเมืองรายวัน เป็นเกมแค่นั้นเอง) ธงชัย มองว่าการกล่าวประณามทั้งหลายต่อพรรคประชาชนค่อนข้างเกินไป เราห้ามคนที่รู้สึกเช่นนั้นไม่ได้ แต่หากคิดสักหน่อย ทางเลือกไหนก็เลวมากน้อยต่างกันไม่มาก การตัดสินใจจึงแสนจะยาก เห็นอาการตีโพยตีพายของคนที่ค้านแล้วกลับเซ็ง เราผ่านความผิดพลาดที่เกิดจากการต้องเลือกระหว่างเลวมากกับเลวน้อยกว่าแบบนี้มาหลายครั้งมากแล้ว ความเห็นที่ต่างกันของหลายคนอยู่ที่การประเมินสถานการณ์แตกต่างกัน แต่กลับถูกทำให้กลายเป็นเรื่องผิดกับถูก มีหลักกับขาดหลัก ขาวกับดำชัดเจน ทั้งๆ ที่ไม่กี่วันก่อนทุกคนก็เห็นอยู่ว่ามันไม่ชัดเลย ธงชัย มองด้วยว่า มุมมองการวิเคราะห์ว่ามีดีลกรณี สส. 44 พรรคประชาชนที่โดนสอบเรื่องเซ็นชื่อสนับสนุนแก้ไขมาตรา 112 มาจากไหน ข้อมูล (?) ถ้าไม่มีข้อมูลที่เชื่อได้ เขาเห็นว่าพฤติกรรมทุกอย่างของพรรคประชาชนสามารถอธิบายได้ (ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม) ไม่มีมูลเลยว่าเป็นผลของดีล 44 คน การวิเคราะห์แบบนั้นจึงอาจกลายเป็นการกล่าวหากันเกินไป พรรคประชาชนต้องรับผลการติดสินใจของเขา ก็แค่นั้น “ผมไม่เคยรู้สึกอยากแบกพรรคประชาชนเลย อย่างมากก็แค่เชียร์ให้เขาไปได้ดี แต่ผมเห็นว่าการกล่าวหาราวกับเรารู้ชัดว่าเราถูก พรรคประชาชนผิดนั้นน่าผิดหวัง” จดหมายของธงชัย ทิ้งท้าย ‘พวงทอง’ เสนอ ปชน.โหวต ‘ชัยเกษม’ เป็นนายกฯ ติง ‘เพื่อไทย’ ควรลงลายลักษณ์อักษร ศาสตราจารย์ ดร.พวงทอง ภวัครพันธุ์ นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นในเรื่องนี้ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อ 4 ก.ย. 2568 เวลา 8.03 น. ระบุว่า ตอนนี้คัดค้านการโหวตอนุทิน ให้เป็นนายกฯ เปลี่ยนจากความไม่ไว้วางใจภูมิใจไทย ไปสู่ความไม่พอใจกรแทรกแซงนอกระบบ ผลคือความไม่พอใจต่อ ปชน. รุนแรงมากขึ้นอีก มันยากที่จะทำให้คนยอมรับการตัดสินใจนี้ พวงทอง ระบุด้วยว่า เธอเห็นด้วยกับข้อเสนอของอธึกกิต แสวงสุข คอลัมน์นิสต์ “ใบตองแห้ง” ว่าพรรคประชาชนควรโหวตสนับสนุนชัยเกษม เป็นนายกฯ และให้ประกาศยุบสภาฯ ทันที เพื่อล้มข้อตกลงของอนุทิน เพราะกระบวนตามระบอบประชาธิปไตยถูกแทรกแซงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมทิ้งท้ายว่า ‘พรรค ปชน. ไม่ใช่คนคุมเกม ไม่ใช่คนกำหนดกติกาอย่างที่เข้าใจ’ พวงทอง ยังได้โพสต์ท่าทีของพรรคเพื่อไทย ที่ออกมาแถลงให้สัญญากับประชาชนว่า หากได้รับการโหวตเป็นนายกฯ เขาจะยุบสภาฯ ทันทีหลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ควรจะมีการเซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งลงนามโดยชัยเกษม แคนดิเดตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ว่าจะยุบสภาฯ ทันทีภายใน 3 วัน และให้ชัยเกษม เดินทางไปพบผู้บริหารพรรคประชาชน ที่ผ่านมา ชัยเกษมถูกกันออกจากการทำข้อตกลงกับพรรคปชน. ทั้งๆ ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทำตามคำสัญญาของเพื่อไทยด้วยตนเอง พวงทอง ระบุต่อว่า หากไม่ทำเช่นนี้ จะทำให้พรรค ปชน. ไว้วางใจได้อย่างไรว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่เบี้ยวอีก จะไม่เกิดเหตุการณ์ทำนองว่าคุณชัยเกษม ออกมาบอกว่า "ไม่รู้เรื่อง เขาไม่เคยมาบอกผม ผมไม่เคยสัญญากับใคร" "พรรคพูดลอยๆ ไม่เคยสัญญากับพรรค ปชน.ว่าจะยุบสภาฯ ทันที สถานการณ์เปลี่ยน เราต้องเปลี่ยน บลาๆๆๆ" จนถึงวันนี้ดิฉันก็ยังเชื่อว่าเพื่อไทยจะบิดพลิ้วทำนองนี้ได้อีก  พวงทอง ระบุต่อว่า พรรคเพื่อไทยบิดพลิ้วตระบัดสัตย์มาหลายครั้งหลายหนทั้งต่อพรรค ปชน. และประชาชน ทั้งเรื่องที่เปิดเผยและไม่เปิดเผยจนพวกคุณไม่เหลือเครดิตใดๆ อีกแล้ว อย่าตีกินกระแสเรียกร้องให้พรรค ปชน.ไม่โหวตให้ภูมิใจไทยแบบเอาแต่ได้ โดยไม่ผูกมัดตัวเอง ‘ปวิน’ เสนอ ปชน.โหวต ‘ชัยเกษม’ เป็นนายกฯ  ขอเจอโรคร้ายสั้นที่สุด  ตั้งข้อสงสัยทำไมเร่งเซ็น MOA ด้านปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์ศูนย์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ได้ให้ความเห็นการตัดสินใจของพรรคประชาชน สนับสนุนนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย ระบุว่า วันนี้ (5 ก.ย.) จะมีการโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่แล้ว แต่เธอยังเห็นว่า ยังพอมีเวลาที่พรรคประชาชนจะโหวตชัยเกษม เพื่อนำไปสู่การยุบสภาฯ ทันที เพราะนี่คือจุดมุ่งหมายของพรรค ถ้าจะเอาคำของคนในพรรคมาพูดเอง การโหวตนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรับรองพรรคที่โหวตให้ แต่ขึ้นกับผลที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น ก็ไม่น่าจะเกี่ยวกับการโหวตเพื่อรับรองเพื่อไทย โหวตเพราะต้องการยุบสภาฯ ทันที ก็น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ยอมรับได้ ส่วนตัวอาจารย์ปวิน ยืนยันว่าไม่ชอบทั้งพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย แต่ให้เลือกได้ จะขอเผชิญกับโรคร้ายในเวลาที่สั้นที่สุด นอกจากนี้ ปวิน ได้ตั้งข้อสังเกตมติของพรรคประชาชนที่ส่วนตัวไม่เห็นด้วย และพยายามวิเคราะห์ว่า ‘ทำไมพรรคประชาชนถึงเลือกเส้นทางนี้ ซึ่งอดคิดไม่ได้ว่า อาจจะมีเรื่อง “ดีล” เข้ามาเกี่ยวข้อง ปวิน กล่าวต่อว่า พอพูดแบบนั้นดิชั้นก็ถูกโจมตีทันที มีการตั้งคำถามว่ามีข้อมูลหลักฐานหรือไม่ คนถามนี่ก็แปลก มันมีดีลไหนในโลกบ้างที่มีเอกสาร ‘hard copy’ ออกมา ‘ดีลคือดีล’ มันน่าที่จะเป็นดีลที่อยู่นอกเหนือการมองเห็นจากคนภายนอก แต่แม้มองไม่เห็นดีล ในหลายกรณีเราก็เชื่อว่ามีดีล ‘ทักษิณกลับบ้านคือดีล’ เราทุกคนเชื่อว่าเป็นดีล มันกลายมาเป็น ‘normative view’ (มุมมองแบบบรรทัดฐาน) ไปแล้ว แต่ที่เราเชื่อว่ามันเป็นดีล เพราะสิ่งที่ปรากฏตามมามันทำให้เราเชื่อเช่นนั้น อาทิ การได้กลับบ้าน การได้ยกเว้นการกักขังในเรือนจำ การได้อภิสิทธิ์การรักษาพยาบาล การที่เพื่อไทยได้ตั้งรัฐบาลแม้แพ้การเลือกตั้ง จึงทำให้เราเชื่อว่ามันมีดีล แม้เราไม่เคยเห็นเอกสาร หรือเห็นทักษิณเดินเข้าวังไปเจรจา สำหรับของเรื่องดีลพรรคประชาชน มาจากแนวคิดเดียวกัน เราเห็นเอกสารลายแทงของเค้าหรือไม่ ไม่เห็น แต่ดิชั้นเห็นการจับมือของประชาชนกับภูมิใจไทย คนมองการเมืองวันนี้คงจะ naive (ไร้เดียงสา) ถ้ามองไม่เห็นว่าการเมืองคือเรื่องของดีล ดีลมันเกิดขึ้นทุกวัน จะดีลดีหรือเลว มีความชอบธรรมหรือไม่ การที่ผู้นำพรรคประชาชนเคยพยายามทำดีลกับฝ่ายตรงข้ามมันก็ปรากฏมาแล้วในอดีต เช่น การที่ปิยบุตร แสงกนกกุล นัดพบอภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นต้น นั่นคือสิ่งที่ประกอบการวิเคราะห์เรื่องดีลวันนี้ การวิเคราะห์ก็คือการวิเคราะห์ แต่การวิเคราะห์ไม่ควรจะเกิดในอากาศ การวิเคราะห์มันก็มาจากหลักฐานในอดีตหรือปัจจุบัน หรือจากสมมติฐานที่ตั้งบนการสังเกต ที่บอกให้เรารู้ถึงความน่าจะเป็น แต่การวิเคราะห์ทั้งหลายแม้อยู่บนข้อเท็จจริงก็อาจผิดได้ และการวิเคราะห์ก็อาจผิดได้ เราไปพูดในหลายรายการมากว่าอย่าเอาอะไรกับนักวิชาการที่ต้องคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดในอนาคต เพราะเรามีโอกาสผิดได้มากพอกับที่เราถูก สาเหตุที่พูดเรื่องดีลพรรคประชาชนขึ้นมา เพราะไม่เคยมองการเมืองไทยว่าเป็นพื้นที่จริยธรรม การเมืองคือเรื่องการต่อรอง ประนีประนอม แฟนคลับพรรคย่อมไม่เห็นด้วย และมักจะมองพรรคที่ตัวเองรักบนผ้าสีขาว แต่ในฐานะนักวิชาการไม่อยากมองว่ามันคือพื้นที่จริยธรรม เพราะถ้าเป็นอย่างนั้น เราจะพยายามหาความชอบธรรมมาอธิบายการตัดสินใจของพรรค แทนที่จะพยายามเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของการตัดสินใจแบบนั้น เราไม่ปฏิเสธเลยว่า สส.พรรครุ่นใหม่หลายคนมีอุดมการณ์ที่แข็งแกร่งมาก และเราชื่นชมเค้าเสมอ ทั้งเจอเป็นส่วนตัว แวะมาหาที่เมืองเกียวโต (ประเทศญี่ปุ่น) เขียนหลังไมค์คุยกัน หรือเชิญมาเป็นแขกในรายการ อยากให้ สส.เหล่านี้ช่วยมาคอนเฟิร์มในสิ่งที่เราพูดด้วย แต่ไม่แน่ใจการตัดสินใจของผู้นำระดับสูงของพรรค เพราะถ้ากลับไปเรื่องที่เราพูด เราไม่มองพื้นที่นี้เป็นพื้นที่จริยธรรม แต่มองพวกเขาเป็นนักการเมือง ผู้นำระดับสูงจำเป็นต้องต่อรอง และการต่อรองในการเมืองไทยนั้น จริยธรรมเป็นสินค้าที่เอาไปต่อรองไม่ได้ ก็เท่านั้น ผู้นำของพรรคประชาชนกำลังอยู่ในกระบวนการเรียนรู้การต่อรองเหล่านี้ เป็นการอัปจากนักอุดมการณ์มาเป็นนักการเมือง เราก็ได้แต่หวังว่าการเรียนรู้การเป็นนักการเมืองของพวกเขา เขาจะเลือกหนทางที่ถูกต้อง เหมือนกับอุดมการณ์ตอนตั้งพรรคของพวกเค้า ท้ายสุด ปวิน ทิ้งท้ายในโพสต์ว่า ถ้าใครที่ติดตามตัวเขา จะเห็นว่าเขาให้กำลังใจพรรคประชาชนเสมอๆ และที่พูดต้องบอกว่าไม่มีอคติ ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคฯ ไม่เคยมองตัวเองเป็นแฟนคลับ แต่ชื่นชมอุดมการณ์ของพรรคนี้เสมอ ดังนั้น การพูดถึงเรื่องดีล เพื่อประกอบคำอธิบายว่ทำไมพรรคประชาชนถึงสนับสนุนอนุทิน เป็นนายกฯ แบบเร่งรัด ไม่ได้มาจากอคติ แต่มาจากการวิเคราะห์และสังเกตการณ์การเมือง ถอดบทเรียนการเมืองมาเลย์  ตั้งคำถามทำไม ปชน.ไม่ร่วมรัฐบาล ผศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง อาจารย์มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก หลังกรณีพรรคประชาชน แสดงจุดยืนสนับสนุนอนุทิน เป็นนายกฯ โดยยกบทเรียนการเมืองมาเลเซีย ระหว่างอันวาร์ อิบราฮิม และมหาเธร์ โมฮัมหมัด มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง (ที่มา: แฟ้มภาพเมื่อ 9 ก.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก Muhammad Ilyas Yahprung New) มูฮัมหมัดอิลยาส กล่าวว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปมาเลเซีย เมื่อปี 2561 พรรคอัมโน ซึ่งครองอำนาจมาตั้งแต่ปี 2500 เป็นต้นมา ได้พ่ายแพ้แก่พรรคแนวร่วม ‘ปากาตัน ฮาราปัน’ โดยมีอันวาร์ อิบราฮิม เป็นผู้นำแนวร่วม แต่อันวาร์ อยู่ในคุกไม่สามารถเป็นนายกฯ ได้ จึงมีการวางแผนไว้ก่อนหน้านั้นให้มหาเธร์ ศัตรู่เก่าและศัตรูตลอดกาลของอันวาร์ และแนวร่วม มาเป็นนายกฯ ทั้งที่พรรคของมหาเธร์ ได้ เพียง 11 เสียงเท่านั้น บริบทก่อนการเลือกตั้งมาเลเซีย ระบบยุติธรรมของมาเลเซียพังพินาศ เพราะนาจิบ ราซัค นายกฯ จากพรรคอัมโน คนก่อนใช้กระบวนการยุติธรรมปกปิดตัวเอง และพวกจากความผิด นอกจากนี้ นาจิบ เพิ่งยกเลิกกฎหมาย ISA (จับทุกคนที่สงสัย) แต่องคพายพทั้งหมดในมาเลเซีย ซึ่งถูกจัดตั้งมาตั้งแต่ปี 2500 ยังอยู่ครบ คือระบบการเมืองนิติสงครามในมาเลเซียหนักพอๆ กัน หรืออาจจะหนักกว่าระบบในเมืองไทยปัจจุบัน แต่พรรคแนวร่วมปากาตันฯ ก็ให้มหาเธร์ มาเป็นนายกฯ และ "เข้าร่วมรัฐบาล" เพื่อปฏิรูประบบยุติธรรม (แน่นอนเพื่ออำนาจ) 2 ปีที่พรรคแนวร่วมฯ ทำงานกับมหาเธร์ โมฮัมหมัด ไม่ค่อยมีผลงานมากนัก เพราะถูกมหาเธร์ กลบรัศมี อีกทั้งระบบราชการมาเลย์คุ้นชินกับอัมโน มาตลอด 60 ปี พรรคฝ่ายค้านไม่เคยบริหารงานจริงๆ แต่สิ่งหนึ่งที่พรรคแนวร่วม ‘ปากาตัน ฮาราปัน’ ผลักดันสำเร็จคือ ‘ปฏิรูประบบยุติธรรม’ เรื่องนี้ไม่มีข้อถกเถียง ‘ปากาตัน’ ไม่โหวตให้มหาเธร์ แล้วบอกว่า ‘เราจะรอดูพวกเอ็งทำตามสัญญานะว่าจะปฏิรูประบบยุติธรรม’ หากแต่เมื่อถือเสียงข้างมาก ‘ปากาตัน ฮาราปัน’ เข้าไปทำเองเลยทั้งๆ ที่ระบบในตอนที่ปากาตัน ฮาราปัน เข้าไปมันเลวร้ายมากๆ ดังนั้น นี่จึงเป็นคำถามตัวโตจากอาจารย์รามคำแหง ถึงพรรคประชาชนว่า เหตุใดพรรคประชาชน ไม่เข้าร่วมรัฐบาลและใช้อำนาจผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ต้องรอให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก่อนถึงเข้าไป (ถ้าใช้ตรรกะนี้เราจะวัดความสามารถด้วยอะไร หรือรอให้คนอื่นปูทางให้ราบรื่นก่อนที่ตัวเองจะเข้าไป) หรือว่าพรรคประชาชนต้องการให้ตัวเองมีอำนาจบริหารสูงสุด (เป็นนายก) จึงจะทำงานร่วมกันกับคนอื่นเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ (ถ้าใช้ตรรกกะนี้แสดงว่าทำงานร่วมกับคนอื่นได้ก็ต่อเมื่อมีอำนาจมากกว่าเขา) หรือต้องเข้าร่วมก็ต่อเมื่อมีการเริ่มกระบวนการเปลี่ยนแปลงระบบที่เป็นอยู่ แต่ถ้าใช้ตรรกกะนี้ ทำไมไม่เข้าไปมีอำนาจเพื่อผลักดันด้วยตัวเอง ต้องรอให้คนอื่นผลักดัน สถานการณ์ทางการเมือที่เกิดทางค่อนข้างตัน และเข้าทางฝ่ายอำนาจนิยมรัฐพันลึก และก่อให้เกิดความกังวลอย่างมาก ส่วนหนึ่งและเป็นส่วนสำคัญ มาจากการที่พรรคประชาชน ซึ่งกุมเสียงมากสุด ไม่เข้าร่วมรัฐบาลแต่โหวตจะนายกคนที่ได้รับการพิสูจน์มาครั้งแล้วครั้งเล่าว่าเป็นผู้ตระบัดสัตย์ พลิกลิ้น อยู่ฝ่ายอำนาจนิยม ไม่สนใจสิทธิมนุษยชน มีปัญหาคดีฮั้ว สว.คดีเขากระโดง ฯลฯ ถ้าเข้าร่วมรัฐบาล คนที่เขาเลือกมาอย่างน้อยเค้าคิดว่าอย่างน้อยมีคนของเราอยู่ในรัฐบาล อาจพอสอดส่อง ทัดทาน เป็นหูเป็นตาได้ ทั้งนี้ ย้อนไปในวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา พรรคประชาชนได้เซ็นสัญญา ‘MOA’ อย่างเร่งรีบ โดยมีเงื่อนไขจำนวน 5 ข้อ และหนึ่งในนั้นคือ พรรคประชาชนจะยกมือโหวตให้อนุทิน เป็นนายกฯ โดยไม่ขอเข้าร่วมรัฐบาล เมื่อ 5 ก.ย. 2568 เวลาประมาณ 16.00 น. ที่ประชุมสภาฯ ได้ลงมติให้ ‘อนุทิน’ เป็นนายกฯ คนที่ 32 อย่างไม่เป็นทางการ ด้วยคะแนน 311 เสียง ต่อ 152 เสียง 'อนุสรณ์' เสนอทำให้เห็นชนชั้นนำ แทรกแซงการเมืองไทยอย่างไร อนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นว่า การเมืองไทยอยู่ใต้การกำกับของเครือข่ายชนชั้นนำมาอย่างยาวนาน หลังจากเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 แต่ก็ไม่เด่นชัดเท่ากับช่วง 20 ปีที่ผ่านมา (หรือนับตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้น) ซึ่งปรากฏทั้งในรูปแบบของกลุ่มการเมืองฝ่ายอนุรักษนิยมเชิงปฏิกิริยา ศาลรัฐธรรมนูญ/องค์กรอิสระ/ตุลาการ รัฐประหาร รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลทุกชุดที่ผ่านมาจนกระทั่งรัฐบาลชุดที่ขึ้นมาเป็นนายกฯ ครั้งนี้ อนุสรณ์ กล่าวว่า ไม่ตั้งความหวังกับพรรคการเมืองใดว่าจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน เพราะทุกพรรคต่างแข่งขันในเกมที่ทั้งกติกา และกรรมการจะตัดสินให้ผลออกมาเป็นไปตามที่เครือข่ายชนชั้นนำวางไว้ การขับเคี่ยวช่วงชิงกันเพื่อให้ได้เก้าอี้ในสภาฯ หรือว่าการรวมคะแนนเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเป็นเพียงการปะทะในสมรภูมิเฉพาะหน้าที่มีสงครามใหญ่เป็นฉากหลัง และหากไม่ระมัดระวังก็อาจผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ โพสต์ของอนุสรณ์ ระบุว่า สิ่งที่อยากเห็นมากกว่าการกล่าวหาและการชิงไหวชิงพริบกันไปมาในการเลือกนายกฯ ครั้งนี้ ไม่ว่าจะโดยพรรคไหนนอกเหนือจากการดื้อแพ่งด้วยการไม่ยกมือให้ตามบัญชาแล้ว คือการเปิดโปงให้เห็นว่าเครือข่ายชนชั้นนำเข้ามากำกับทิศทางการเมืองไทยอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับที่ผ่านมา หรือการผนึกกำลังของเครือข่ายสีน้ำเงินในทั้ง 2 สภาที่มีมาสักระยะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการปัดตกการขอให้มีการยุบสภาฯ ที่เกิดขึ้นล่าสุด เพราะไม่แล้วฝ่ายที่อยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงก็จะแพ้ทั้งในสมรภูมิเฉพาะหน้า และในสงครามระยะยาว และเราก็อาจจะไม่เหลืออะไรเลย * ความเห็นหลัง 'อนุทิน' ได้เป็นนายกฯ 'ศรีสมภพ' มอง รบ.เสียงข้างน้อย เรื่องปกติบนโลกประชาธิปไตย ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี จากสถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลนครินทร์ ให้ความเห็นหลัง ปชน.สนับสนุนภูมิใจไทย เป็นนายกฯ ว่า รัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นเรื่องธรรมดาในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งรัฐบาลแบบนี้บริหารงานด้วยการเจรจาต่อรองประนีประนอม และได้รับเสียงสนับสนุนจากฝ่ายอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นรัฐบล เพื่อสร้างสันติสุข และการแบ่งสรรปันส่วนการใช้อำนาจ (peace and power-sharing) ในการปกครองประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี (แฟ้มภาพจากเว็บไซต์ PSU Broadcast) ศรีสมภพ นิยามว่า คำว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อย หรือสภาแขวน (Hung Parliaments) หรือรัฐบาลที่ไม่มีเสียงส่วนมาก (Governments without a majority) รัฐบาลเสียงข้างน้อยเกิดขึ้นเมื่อพรรคที่เป็นรัฐบาล หรือรัฐบาลผสมได้เสียงน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของที่นั่งในสภานิติบัญญัติ แต่ยังคงเป็นรัฐบาลที่ปกครองประเทศโดยอาศัยการสนับสนุนชั่วคราวจากพรรคการเมืองฝ่ายอื่นๆ เพื่อผ่านกฎหมาย และรักษาตัวให้รอดจากการลงมติไม่ไว้วางใจ และขอย้ำเรื่องการสนับสนุนชั่วครั้งชั่วคราว (ad-hoc support) ศรีสมภพ ยกตัวอย่าง กรณีของรัฐบาลเสียงข้างน้อยในระบอบประชาธิปไตยในโลกปัจจุบัน ดังนี้ แคนาดา - รัฐบาลเสียงข้างน้อยเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากระบบการเมืองแบบหลากหลาย (Multi-Party System) ยกตัวอย่าง รัฐบาลเสียงข้างน้อยพรรคเสรีนิยม นำโดย จัสติน ทรูโด ช่วงปี 2562-3564 และอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง 2564 จนถึงปัจจุบัน หรือรัฐบาลเสียงข้างน้อยของพรรคอนุรักษนิยมของสตีเฟน ฮาร์เปอร์ เกิดขึ้นระหว่างปี 2549-2551 และปี 2551-2554 ในออสเตรเลีย การเลือกตั้งปี 2553 ทำให้เกิดสภาฯ แขวน พรรคแรงงานของ จูเลีย กิลาร์ด ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยด้วยการสนับสนุนจากพรรคอิสระ และพรรคกรีนส์ สหราชอาณาจักร ช่วงปี 2560-2562 รัฐบาลอนุรักษนิยมของเทเรซา เมย์ สูญเสียเสียงส่วนใหญ่ในสภาฯ และเอาตัวรอดในฐานะรัฐบาลเสียงข้างน้อยด้วยการสนับสนุนจากพรรค DUP ของไอร์แลนด์เหนือ หรือก่อนหน้านี้คือรัฐบาลเสียงข้างน้อยพรรคแรงงานในช่วงทศวรรษที่ 2463 และ  2513 ประเทศสวีเดน มีรัฐบาลเสียงข้างน้อยบ่อยๆ เพราะระบบผู้แทนตามสัดส่วนทำให้เสียงข้างมากเกิดขึ้นได้ยาก อินเดีย เกิดรัฐบาลเสียงข้างน้อย 2-3 ครั้ง เช่น ในปี 2534 รัฐบาลคองเกรส และในปี 2534 รัฐบาล นาราซิมฮา เรา และปี 2539 รัฐบาลพรรค BJP ของวัชปายี ในสเปน รัฐบาลสังคมนิยมเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยตั้งแต่ปี 2561 โดยอาศัยการสนับสนุนจากพรรคอื่นๆ ในระดับภูมิภาค แล้วรัฐบาลเสียงข้างน้อยทำหน้าที่อย่างไรในทางปฏิบัติ ศรีสมภพ ระบุต่อว่า 1. การสร้างความเชื่อมั่นไว้วางในระบอบรัฐสภา รัฐบาลต้องสร้างความเชื่อมั่นไว้วางในต่อสภานิติบัญญัติ หรือสภาล่าง เพื่อหลีกเลี่ยงการลงมติในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ และได้เสียงที่พอเพียงในการลงมติกฎหมาย หรือ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี นอกจากนี้รัฐบาลเสียงข้างน้อยจะเจรจาต่อรองกับพรรคอื่นเพื่อไม่ให้ระบบล่ม 2. รัฐบาลผสมมักจะแบ่งปันจัดสรรตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีระหว่างพรรคการเมือง เพื่อให้ได้เป็นเสียงข้างมาก แต่รัฐบาลเสียงข้างน้อยจะไม่ทำอย่างนั้น พรรคที่เป็นรัฐบาลจะรักษาไว้ซึ่งจัดการควบคุมคณะรัฐมนตรี แต่จะแสวงหาการสนับสนุนเป็นรายประเด็นต่อประเด็นจากพรรคอื่นๆ หรือฝ่ายอิสระ 3. รัฐบาลเสียงข้างน้อยจะพยายามต่อรองกับพรรคอื่นๆ เพื่อผ่านกฏหมาย เป็นการต่อรองเป็นรายกฎหมาย การประนีประนอมหมายถึงการยอมทำนโยบายบางอย่างตามที่ตกลงต่อรองหรือการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือกฏหมาย เพื่อให้ได้เสียงพอเพียงในการลงมติในสภาฯ 4. รัฐบาลเสียงข้างน้อยมักจะระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจจะแพ้ในรัฐสภาทำให้รัฐบาลล่ม รัฐบาลแบบนี้จึงอายุไม่ยาวและยุบสภาโดยเร็วให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่ในบางที่ก็อาจมีอายุยาวเช่น สวีเดน และเดนมาร์ก 'ปวิน' มองขั้นต่ำต้องยุบสภาฯ หาก ภท.ผิดสัญญา ปชน.เตรียมรับผิดร่วม หลังการเลือกนายกฯ ปวิน  ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ให้สัมภาษณ์ ‘Today’ กล่าวว่า สำหรับเขายังลังเลเกี่ยวกับการตัดสินใจของพรรคประชาชน เลือกให้พรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯ แต่บอกแบบนี้หมายความว่าเราเห็นด้วยกับการเลือกชัยเกษม แต่เห็นด้วยกับเลือกชัยเกษมบนข้อเสนอที่ว่ายุบสภาฯ เลยทันที หลังการแถลงนโยบาย นักวิชาการจาก ม.เกียวโต มองว่าการไม่โหวตให้ใครเลย มันอาจจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด แต่เข้าใจว่ามันไม่ได้เป็นตัวเลือกของพรรคประชาชน แต่อยากจะใช้คำพูดของพรรคประชาชน ถ้าจุดหมายปลายทางอยู่ที่การยุบสภาฯ และข้อเสนอของพรรคเพื่อไทย คือการยุบสภาฯ ให้เร็วกว่า ถ้าเราต้องอยู่กับตัวเลือกที่แย่ คิดว่าก็ขออยู่กับมันให้น้อยที่สุด แต่ให้คาดการณ์ก็ไม่มีอะไรที่การันตีว่าพรรคเพื่อไทย จะปฏิบัติตามข้อเสนอที่เคยให้ไว้ และพรรคเพื่อไทยก็เคยตระบัดสัตย์มาแล้ว  “ถ้าอยู่บนเงื่อนไขที่ว่ายุบสภาฯ ดีที่สุด ผมว่าเลือกเพื่อไทยดีกว่า” ปวิน ระบุ ทั้งนี้ หลังจากการเลือกตั้งปี 2566 และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตจากพรรคก้าวไกล ไปไม่ถึงฝันเป็นนายกฯ พรรคเพื่อไทยเคยถูกวิจารณ์อย่างหนัก เพราะว่าไปจับมือร่วมมือกับพรรคภูมิใจไทย และพรรคอนุรักษนิยมอื่นๆ จัดตั้งรัฐบาล และทำให้เศรษฐา ทวีสิน ได้เป็นนายกฯ จึงที่มาที่บางคนต่อว่าพรรคเพื่อไทยว่า ‘ตระบัดสัตย์’ ปวิน มองว่า แม้ว่าณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน จะอภิปรายว่าเลือกอนุทิน ไม่ได้ให้มาบริหารประเทศ แต่เลือกให้มายุบสภาฯ แต่หลังจากนี้เป็นต้นไป งานหนักจะอยู่กับพรรคประชาชน เพราะว่าพรรคประชาชนต้องทำให้มั่นใจว่าอนุทิน ชาญวีรกูล จะปฏิบัติตามสัญญาใน MOA อันนี้เป็นความเสี่ยง แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทยปฏิบัติตามสัญญา คะแนนนิยมของพรรคประชาชนจะเพิ่มขึ้นอย่างนอน แต่ถ้าพรรคภูมิใจไทยไม่ปฏิบัติตาม พรรคประชาชนก็ต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะว่าเป็นคนโหวตสนับสนุนให้อนุทิน ขึ้นมาเป็นนายกฯ “มันมีการยุบสภาฯ จริงภายใน 4 เดือน ผมไม่หวังเลยนะเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าโอกาสมันเกิดขึ้นน้อยมาก แต่สำหรับผมล้างไผ่ใหม่ ยุบสภาฯ มันเป็นสิ่งที่ผมพอใจอย่างต่ำสุด เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดว่ามันถึงจุดนั้นที่ 4 เดือน คุณอนุทิน รักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพรรคประชาชน ผมคิดว่าจุดนี้พรรคประชาชนสามารถที่จะลุกขึ้นยืน พูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเห็นไหม เพราะคุณมีศรัทธาในตัวเรา และตลอดเวลา 4 เดือน เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านได้อย่างดี ตรวจสอบรัฐบาล แล้วกำกับดูแลให้รัฐบาลของคุณอนุทิน ยอมยุบสภาฯ และเขาก็ทำจริงๆ ผมคิดว่าตรงนี้มันจะเป็นคะแนนบวกให้กับพรรคประชาชน แต่ว่าในทางตรงกันข้ามเรากลับมาเรื่องเกี่ยวกับอะไรที่มันยืดยาวไปกว่านั้น พรรคประชาชนอาจจะตกที่นั่งลำบาก เช่น ตกหลุม ไม่จริงใจ ไม่ได้ยึดมั่นกับอุดมการณ์ประชาธิปไตย เราบอกคุณตั้งแต่วันนั้นแล้ว มันจะต้องหลั่งไหลเข้ามาในวันนั้น” “เพราะฉะนั้น การยุบสภาฯ ไม่ได้เป็นภาระอันหนักอึ้งของพรรคภูมิใจไทยอย่างเดียว มันดันกลายมาเป็นภาระอันหนักอึ้งของพรรคประชาชนด้วย” ปวิน กล่าว ปวิน กล่าวต่อว่า ต่อให้พรรคประชาชนบอกว่าไม่ได้โหวตให้มายุบสภาฯ แต่แยกกันลำบาก  สมมติว่ามันมีอะไรพลาดใน 4 เดือนนี้ ทั้งพรรคภูมิใจไทยหรือรัฐบาลพลาด จะต้องมีการพาดพิงถึงพรรคประชาชนแน่นอน มันกลายเป็นเรื่องตกกระไดพลอยโจนไปแล้ว มันน่าจะออกมารูปแบบนี้ ส่วนของพรรคประชาชนเองก็เหมือนกัน ถ้ามีการพลาดในด้านนโยบายอื่นๆ ไม่เกี่ยวกับการยุบสภาฯ นอกจากพรรคเพื่อไทยจะเอามาเป็นจุดโจมตีของพรรคประชาชนแล้ว บอกตรงๆ มันก็เป็นข้ออ้างลำบากที่พรรคประชาชน จะเอาตัวเองหลุดออกมาจากมัน เพราะเหตุผลที่ว่าคุณโหวตให้เขาออกมาเป็นนายกฯ เพราะว่าในแง่ของตรรกะ เพราะคุณโหวตให้เขาเป็นนายกฯ เพราะฉะนั้น คุณสนับสนุนหรือไว้ใจเขา นักรัฐศาสตร์มอง ปชน.ตัดสินใจผิด เชื่อ ภท.เบี้ยวสัญญากลางทาง ผศ.ดร.วีระ หวังสัจจะโชค อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร ให้สัมภาษณ์กับมติชนทีวี เมื่อ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา มองผลกระทบ 3 อย่างหลังจากเลือกนายกฯ ดังนี้  * รัฐบาลจะบริหารยาก เพราะว่าเป็นเสียงข้างน้อย กฎหมายจะโดนโหวตตกหมดเลย และมีข้อสงสัยด้วยว่า ถ้าพรรคประชาชนไปช่วยหนุนให้อนุทิน เป็นนายกฯ แล้ว เรื่องอื่นๆ จะช่วยด้วยหรือเปล่า อภิปรายไม่ไว้วางใจช่วยหรือไม่ โหวตผ่านกฎหมายช่วยหรือไม่ ขอนับองค์ประชุมจะช่วยด้วยหรือเปล่า คำถามคือพรรคเพื่อไทย ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องเขากระโดง หรือฮั้วเลือก สว. พรรคประชาชนจะทำยังไง จะประคองรัฐบาลต่อหรือไม่เพื่อให้ไปยุบสภาฯ และเลือกตั้งใหม่ * มันจะเกิดนิติสงครามมุมกลับ มาตราเดียวกันที่สอยเศรษฐา ทวีสิน และแพทองธาร ชินวัตร เรื่องจริยธรรม พรรคเพื่อไทยจะเอามาใช้กับพรรคภูมิใจไทย และเขาพร้อมจะเล่นอยู่แล้ว แนวทางพรรคเพื่อไทยเป็นปฏิบัตินิยม * มีความพยายามจะปลุกพลังนอกสภาฯ ถ้าเพื่อไทยจวนตัวสู้ไม่ได้ ก็อาจจะไปเล่นเกมปลุกพลังมวลชนนอกสภาฯ ซึ่งอาจจะไม่ได้มีแค่กลุ่มรวมพลังปกป้องอธิปไตยฯ แต่จะมีกลุ่มอื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นม็อบเสื้อแดง ฟื้นคืนมาอีกครั้ง ต่อประเด็นที่สื่อถามว่า MOA ที่พรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนตกลงด้วยกัน มีหนึ่งในข้อที่อาจจะผิดรัฐธรรมนูญคือข้อที่เขียนว่าห้ามให้รัฐบาลรวมเสียงจนเป็นเสียงข้างมาก และ สส.เพื่อไทย เผยว่าจะลากไปจนยุบพรรคฯ เลย วีระ มองว่ายังไม่ถึงจุดที่จะบอกว่าเป็นการแทรกแซงทางการเมืองที่จะมากำหนดทิศทางทางการเมือง เพราะว่ามันเป็นข้อตกลงเท่านั้น และถ้าดูจากสถานกาณณ์ พรรคภูมิใจไทย จะไม่ยอมปฏิบัติตามเป็นเสียงข้างน้อย และเราจะเห็นปรากฏการณ์ตกปลาในบ่อเพื่อน มีการขนผลไม้ไปแจกในสภาฯ และนี่คือลักษณะของนักการเมืองอาชีพ และเรื่องนี้ภูมิใจไทยไม่ผิด เพราะบอลมาเข้าเท้าภูมิใจไทยเอง  อาจารย์ ม.นเรศวร ยังมองการตัดสินใจของพรรคประชาชนว่า “ผิด” เพราะพรรคประชาชน และเพื่อไทยมีถึง 280 เสียง ไม่น่าเป็นฝ่ายค้าน และตั้งคำถามว่าทำไมพรรคเพื่อไทยไม่จับมือพรรคประชาชนเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็ง 280 เสียง หรือเอาพรรคชาติไทยพัฒนามารวมด้วยก็ได้ เป็นรัฐบาลที่เข้มแข็งมันดีกว่าฝ่ายค้านที่เข้มแข็งไม่ใช่หรือ แดง-ส้มควรเป็นพลังประชาธิปไตยเปลี่ยนแปลงประเทศไม่ใช่หรือ วีระ กล่าวต่อว่า เขามองยุทธศาสตร์ของพรรคประชาชนคือแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน เพราะว่าต่อให้แข่งขั้นเลือกตั้งภายใต้กติกานี้ ผลก็จะออกมาแบบเดิมคือพรรคประชาชนเป็นฝ่ายค้าน แต่ทางพรรคเพื่อไทย ยุทธศาสตร์คนละแบบคือต้องการสอย สว.ก่อน แล้วค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่พรรคประชาชนจะยืมมือ สว. เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เขามองว่าถ้า 2 พรรคส้ม-แดงไม่จับมือกัน ไม่มีวันได้แก้ไขรัฐธรรมนูญ วีระ มองว่า เหตุผลที่พรรคประชาชนไม่จับมือกับพรรคเพื่อไทยเองก็ฟังไม่ขึ้นที่บอกว่าไม่จริงใจ เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้กำหนดว่าต้องตั้งรัฐบาลหรือเลือกนายกฯ ภายในกี่วัน เราสามารถปล่อยให้เวลาทอดยาว และให้คนที่เราจะไปจับมือพิสูจน์ตัวเอง อาจจะให้กฎหมายประชามติออกก่อน หรือให้แสดงอะไรบางอย่างเพื่อสื่อสารถึงความจริงใจก่อนที่จะจับมือกับพรรคนั้น ดังนั้น มันน่าสงสัยคือทำไมต้องรีบทำขนาดนั้น “ในทางการเมืองมันน่าสงสัย เพราะทุกครั้งที่มีการต่อรองไม่มีอะไรฟรี ถ้าพรรคประชาชนโหวตให้เขาฟรี คุณได้อะไรกลับมา ตรงนี้ในฐานะคนดูการเมืองหรือในฐานะคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องตั้งคำถามเยอะๆ ว่าพรรคประชาชนจะได้อะไรมาในอนาคต ในวันนี้เรายังไม่อยากกล่าวหาอะไร มันคุ้มหรือเปล่าการไปเลือกพรรคภูมิใจไทย” วีระ กล่าว วีระ เชื่อว่า พรรคภูมิใจไทยจะไปเบี้ยวเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญกลางทาง เพราะว่าพรรคได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นทำไมต้องไปแก้ไข และสมมติว่าตัวเองได้เป็นพรรคภูมิใจไทย จะพยายามดึงเสียงข้างมากในสภาล่างให้เกินกึ่งหนึ่ง คุม สว.ให้ได้ ควบคุมองค์กรอิสระ และจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 จากนั้น เขาจะควบคุมองคาพยพที่เป็นอำนาจรัฐในทางกฎหมายของการเมืองไทย ไม่มานั่งสนใจกระดาษแผ่นเดียวที่ตกลงกันไว้ อาจารย์รัฐศาสตร์ มองว่า ถ้าอยากจะควบคุมพรรคภูมิใจไทย มีวิธีเดียวคือต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่คำถามคือเมื่อไร จะรอ 4 เดือนแล้วค่อยอภิปรายหรือไม่ แต่ถ้าเขาได้เป็นพรรคเพื่อไทยจะรีบเปิดประชุมสภาฯ อภิปรายไม่ไว้วางใจอาทิตย์หน้าเลย เพราะเชื่อว่ามันจะจัดการพรรคประชาชนได้ด้วย เพราะมันบีบให้พรรคประชาชนต้องตัดสินใจว่าจะประคองรัฐบาล หรือจะโหวตสอยพรรคภูมิใจไทย นอกจากนี้ วีระ ยังเชื่อว่า ข้อเสนอ 4 เดือนไม่น่าจะแก้รัฐธรรมนูญได้ทัน เพราะว่ากว่าจะแก้ไขเรื่องกฎหมายประชามติคาดว่าจะต้องใช้เวลา 6 เดือน อาจจะได้ยุบสภาฯ ก่อนถ้าหากโดนป่วนสภาฯ เยอะๆ แต่การเลือกตั้งจะกลับมาใช้กติกาตามรัฐธรรมนูญเดิมที่ทำให้พรรคประชาชนเสียเปรียบ  “ดึงเอาคำพูดจากคลิปเก่ามาพูดหน่อยคือ ชนชั้นนำทางการเมืองมีฉันทานุมัติเรื่องหนึ่งคือจะไม่เอาพรรคประชาชน และรัฐบาลต้องมีภูมิใจไทยเสมอ ดูสภาพพรรคเพื่อไทย ที่เอาพรรคภูมิใจไทยออกมา ไม่เหลืออะไรเลยตอนนี้” นักวิชาการรัฐศาสตร์ กล่าว เลือกตั้งหน้า ปชน.จะลำบาก อย่ามองการเมืองเป็นเรื่องสกปรก วีระ อธิบายว่า พรรคประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้าอาจจะลำบาก เพราะว่าเป็นพรรคที่ชูด้วยอุดมการณ์ และกระแสสังคม ดังนั้น การจะสร้างฐานเสียงมันใช้เวลานาน แต่เวลาตัดสินใจผิดครั้งเดียว มันจะเสียฐานมวลชนไปได้ง่าย แตกต่างจากพรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย ที่เน้น สส.เขต ความเขี้ยวจากการเมืองเครือข่าย หรือหัวคะแนน สส.เพื่อไทยและภูมิใจไทยเขาเก่งกว่าพรรคประชาชน และเขาไม่จำเป็นต้องรักษาสัญญาก็ได้ เพราะความผูกพันในพื้นที่ขึ้นอยู่กับว่า สส.ดึงงบประมาณหรือทรัพยากรลงพื้นที่ช่วยประชาชนได้มากเท่าไร และประชาชนจะเลือกพวกเขาก็ไม่ผิด ซึ่งนี่เป็นเกมถนัดของพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย ถ้า 2 พรรคนี้จะโกหก ประชาชนก็ไม่สนใจ ตราบใดที่ประชาชนมองว่า สส.ยังช่วยในพื้นที่ได้อยู่ จากโครงสร้างรัฐที่ไม่เป็นธรรม อาจารย์ ม.นเรศวร เสนอว่า พรรคประชาชนต้องไม่มองอำนาจสกปรก แต่ต้องมองว่าถ้าเราจะช่วยประชาชน เราต้องการอำนาจมาไว้ในมือ  “เราเห็นวันนี้เวลาโหวตนายกฯ โหวตเพื่อส่วนรวมไม่อยากมีอำนาจ คุณจะช่วยประชาชนได้อย่างไรถ้าคุณไม่มีอำนาจ ตรงนี้สำคัญมาก พรรคประชาชนต้องมองว่าในเชิงทฤษฎี มันป้องกันพรรคเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งอยู่แล้ว อย่างในเบลเยียม หรือในเยอรมัน เวลาคุณจะตั้งรัฐบาล คุณต้องตั้งเป็นรัฐบาลผสมเสมอ เพื่อให้แนวคิดสุดโต่งมันต่อรองกันจนเป็นนโยบายกลางๆ” วีระ กล่าว     * ข่าว * การเมือง * พรรคประชาชน * พรรคภูมิใจไทย * อนุทิน ชาญวีรกูล * พรรคเพื่อไทย * ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ * ทักษิณ ชินวัตร * ชัยเกษม นิติสิริ * ธงชัย วินิจจะกูล * พวงทอง ภวัครพันธุ์ * ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี * มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง * ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ * วีระ หวังสัจจะโชค
dlvr.it
September 9, 2025 at 8:23 AM
'อนุทิน-จุลพันธ์' แถลงรับแคนดิเดตรอง ปธ.สภาฯ คนที่ 2 'เพื่อไทย' พอใจเสียงหนุน 291 เสียง
'อนุทิน-จุลพันธ์' แถลงรับแคนดิเดตรอง ปธ.สภาฯ คนที่ 2 'เพื่อไทย' พอใจเสียงหนุน 291 เสียง ภาพปก: ที่มา เพจเฟซบุ๊ก พรรคภูมิใจไทย  XmasUser Fri, 2026-03-13 - 02:25 'ภูมิใจไทย - เพื่อไทย' แถลงรับรายชื่อรองประธานสภาฯ คนที่ 2 โควตา 'เพื่อไทย' อุบเผยชื่อแคนดิเดตฯ ขอให้รอวันประชุมสภาฯ นัดแรก พอใจเสียงหนุนตั้งรัฐบาล 13 พรรค จำนวน 291 เสียง เพียงพอขับเคลื่อนประเทศ ด้าน 'จุลพันธ์' เผยส่งชื่อ รมต. หลังเลือกนายกฯ แล้ว    สืบเนื่องจากวันนี้ (12 มี.ค.) เมื่อช่วง 14.15 น. ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมคณะ ได้มารอต้อนรับ คณะพรรคเพื่อไทย นำโดย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคฯ ชูศักดิ์ ศิรินิล และสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ที่เดินทางมายื่นรายชื่อผู้ที่เสนอตัวดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 และคาดว่าจะมีการพูดคุยเรื่องรายชื่อของรัฐมนตรีในสัดส่วนโควตาของพรรคเพื่อไทยให้กับพรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ต่อมา เมื่อเวลา 14.46 น. พรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ได้มีการแถลงต่อสื่อมวลชนหลังจากหารือกันเสร็จสิ้น อนุทิน ได้กล่าวว่า หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมายื่นรายชื่อผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 เพราะหลังจากมีพิธีเปิดประชุมสภาฯ วันที่ 14 มี.ค.นี้ เราคาดว่าจะมีการประชุมสภาฯ นัดแรก ซึ่งวาระในการประชุมครั้งแรกจะมีการเสนอชื่อประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ เพื่อให้ที่ประชุมสภาฯ ลงมติรับรอง อนุทิน กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทยจะนำเสนอชื่อ 3 คน โดยแบ่งเป็นประธานสภาฯ 1 คน และรองประธานสภาฯ 2 คน ซึ่งวันนี้พรรคเพื่อไทยเอารายชื่อรองประธานสภาฯ คนที่ 2 มาให้พรรคภูมิใจไทยแล้ว และก็ได้มีการหารือว่ากำหนดการหลังจากนี้ ทั้งสองพรรคจะต้องทำอะไรต่อไปบ้าง ซึ่งหลังจากโปรดเกล้าฯ ให้มีประธานสภาฯ แล้ว การประชุมสภาฯ นัดที่ 2 จะต้องมีการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวด้วยว่า ตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลครบแล้ว ซึ่งหลักๆ ก็เป็นพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย และพรรคอื่นๆ รวม 13 พรรคการเมือง จำนวน 291 เสียง ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาฯ ในอัตราส่วนที่เหมาะสม ที่จะสามารถบริหารงานทั้งทางด้านนิติบัญญัติ และการบริหารประเทศในเรื่องการดูแลรับใช้ประชาชนได้  ต่อประเด็นที่สื่อถามว่ารายชื่อรองประธานสภาคนที่ 2 ของเพื่อไทยที่เสนอนั้นคือ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส. จังหวัดเลย ใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ขอรอการเสนอก่อน เพราะเป็นมารยาท แต่มีการยึดหลักในการเลือกว่ามีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถ และถ้าเป็นไปได้ต้องมีความอาวุโส และได้รับการยอมรับนับถือจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีความรอบรู้ในเรื่องของกฎระเบียบข้อบังคับ รับรู้กฎหมายในระดับหนึ่ง และเป็นที่ยอมรับของพรรคร่วมรัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน ต่อประเด็นที่สื่อถามว่าทำไมถึงไม่ชวนพรรคอื่นๆ หรือพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล อนุทิน ตอบว่า ตอนนี้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลมีจำนวนที่เหมาะสมแล้ว สะดวกต่อการบริหารประเทศ บริหารการดำเนินการต่างๆ ในรัฐสภา ต่อประเด็นที่ผู้สื่อข่าวถามต่อว่ามีการปิดดีลการตั้งรัฐบาลที่ตัวเลข 291 เสียงหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่าแถวๆ นั้น ส่วนหากพรรคกล้าธรรม โหวตเป็นนายกรัฐมนตรีจะมีโอกาสกลับมาร่วมรัฐบาลกันหรือไม่ อนุทิน พยักหน้า และกล่าวว่า ”วันนี้ได้พูดแล้วว่าพรรคร่วมรัฐบาลก็มีเท่านี้“ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตอบสื่อมวลชน ยังไม่เปิดเผยว่าเสนอใครมาเป็นผู้มาดำรงตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 อยากให้การประชุมสภาฯ วันที่ 15 มี.ค.นี้ ซึ่งจะมีการเลือกประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ ต่อประเด็นที่สื่อถามว่าวางตัวรัฐมนตรีในโควตาของพรรคเพื่อไทย เสร็จสิ้นแล้วหรือไม่ จุลพันธ์ กล่าวว่า ยังไม่เสร็จ และยังไม่ส่ง ให้เป็นไปตามขั้นตอน หลังมีการเลือกนายกฯ เสร็จแล้ว จากนั้นค่อยมาคุยกันเรื่องรายชื่อรัฐมนตรี ในวันนี้พรรคเพื่อไทยได้มีมติที่คณะกรรมการบริหารส่วนหนึ่งที่มีตนเอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และชูศักดิ์ เป็นกรรมการคัดสรรและรับฟังความคิดเห็นบุคลากรที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนโควตาของพรรคเพื่อไทย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องหลักของพรรค ก่อนย้ำว่าให้เป็นไปตามขั้นตอน จุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า เรื่องคุณสมบัติให้เป็นไปตามกระบวนการและขั้นตอน เราในฐานะพรรคการเมือง ต้องส่งรายชื่อให้กับนายกรัฐมนตรี จากนั้น นายกฯ จะส่งให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ไปดำเนินการตรวจคุณสมบัติ 18 หน่วยงาน หลังจากนั้นก็เป็นกระบวนการที่หน่วยงานต้องตรวจสอบรายชื่อเหล่านั้น ซึ่งมีกระบวนการรองรับอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง หากรายชื่อไม่มีการติดขัดข้อกฎหมายใดๆ ก็คงไม่มีปัญหาอะไร  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวเสริมถึงคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า หลักๆ ก็มีอยู่แค่ประมาณนี้ เราก็ต้องหารือและต้องเรียนรู้ ความเห็นที่ไม่ตรงกันในอดีต ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง วันนี้เราต้องมาทำงานรับใช้บ้านเมืองด้วยกัน สิ่งที่เคยเป็นประเด็นในเรื่องความขัดแย้งขัดแย้งในอดีต เขาเชื่อว่าทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย เราจะเลี่ยงไม่ให้ถึงจุดนั้น ส่วนในการเลือกรัฐมนตรีครั้งนี้จะไม่ทำให้มีปัญหาเรื่องการถูกฟ้องจนสั่นคลอนถึงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เราทำตามรัฐธรรมนูญทุกอย่าง รวมถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มันก็ทำให้เราได้มีไกด์ไลน์ในการดำเนินการ และการมีสิ่งเหล่านี้ที่ผูกพันทุกองค์กร และบุคคล หากใครมีปัญหาไม่เข้าเกณฑ์ มันก็จะต้องจำนนด้วยตัวไกด์ไลน์นี้ คุณสมบัติต่างๆ เหล่านี้ ส่งชื่อใครมาก็ส่งตรวจสอบหมด ไม่มีปัญหา หากตรวจสอบผ่านแล้ว แต่พรรคภูมิใจไทยไม่ชอบคนนี้ ก็จะไม่ขอให้พรรคร่วมฯ เปลี่ยน เพราะเป็นสิทธิของพรรคร่วม เราต้องทำงานรับใช้ประชาชนบ้านเมือง ไม่ใช่รับใช้อารมณ์ตัวเอง จากนั้น เวลา 15.02 น. อนุทิน พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทย เดินมาส่งจุลพันธ์ และแกนนำพรรคเพื่อไทย พร้อมถ่ายรูปจับมือร่วมกัน พร้อมบอกกับผู้สื่อข่าวว่าชื่นมื่นมาโดยตลอด  เมื่อผู้สื่อข่าวได้ขอให้ “หนิมกับหนูจับมือกัน“ อนุทิน กล่าวว่า ไม่จับมือ แต่กอดกันเลย เขาเป็นน้อง จุลพันธ์ ย้ำต่อว่ารู้จักกันมานาน เป็นพี่น้องกัน  * ข่าว * การเมือง * พรรคเพื่อไทย * พรรคภูมิใจไทย * อนุทิน ชาญวีรกูล * จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์
dlvr.it
March 12, 2026 at 7:40 PM