#ไม่ต้องมีหลักทรัพย์
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
“ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ธุรกิจก็โตได้”
คุณมีธุรกิจ เรามีเงินทุนให้
💼 เจ้าของธุรกิจต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
💰 วงเงินสูงสุด 5,000,000 บาท
📅 วงเงินสำรอง ฉุกเฉิน ลักษณะOD ลดต้นลดดอก
⏳ อนุมัติไวใน 24 ชม. ได้เงินทันที!
✅ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์
📩 สนใจสมัคร คลิกเลย!

Caill Center : 091-0579656
Line Offcial : @star.loan
October 7, 2026 at 4:38 AM
September 17, 2025 at 4:28 AM
ให้ธุรกิจโตได้ แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วย StarLoan สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME
• ติดบูโร ยื่นขอสินเชื่อได้
• ยื่นง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
• อนุมัติไวไม่เกิน 1 วัน
• ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
☎️ 091-0579656 (คุณบอล)
📱Line:@star.loan
October 9, 2026 at 6:43 AM
‘อาย-ไผ่’ ไม่ได้ประกันตัว คดีม.112ก่อนหยุดยาวสงกรานต์
‘อาย-ไผ่’ ไม่ได้ประกันตัว คดีม.112ก่อนหยุดยาวสงกรานต์ admin666 Fri, 2026-04-10 - 17:16 10 เม.ย. 2569 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า วันนี้มีการยื่นประกันตัวผู้ต้องในคดีข้อหาหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 2 คน คือ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ในคดีปราศรัยในที่ชุมนุม 19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร เมื่อวันที่ 19 – 20 ก.ย. 2563 ที่สนามหลวง และ กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน หรืออาย ในคดีโพสต์เฟซบุ๊กรวม 8 โพสต์ ช่วงวันที่ 8 ก.พ. – 1 เม.ย. 2565  ในส่วนของจตุภัทร พริ้ม บุญภัทรรักษา มารดา ยื่นประกันตัวจตุภัทร์ที่ศาลอาญาในคดีดังกล่าวเป็นครั้งที่ 4 โดยวางหลักทรัพย์เป็นจำนวน 500,000 บาท พร้อมใช้ตำแหน่งคณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และตำแหน่งทนายความของมารดาจตุภัทร์  แต่เมื่อเวลา 14.40 น. ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยระบุเหตุผลว่า ศาลนี้และศาลอุทธรณ์ เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยระบุเหตุผลไว้ชัดแจ้งแล้ว กรณีไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ยกคำร้อง แจ้งคำสั่งให้ผู้ต้องหา/จำเลยที่ 7 และผู้ยื่นคำร้องทราบโดยเร็ว ลงนามคำสั่งโดย ณัฐนันท์ ดุจดำเกิง ทั้งนี้คดีนี้เป็นคดีสุดท้ายที่จตุภัทร์มีหมายขังอยู่และคดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลชั้นต้น  ส่วนกรณีของกันต์ฤทัย ทนายความยื่นขอประกันตัวไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว โดยให้เหตุผลว่าคดีมีอัตราโทษสูง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลขั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก 8 ปี 48 เดือน หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว มีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยจะหลบหนี ประกอบกับศาลอุทธรณ์เคยไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์มาแล้วหลายครั้ง ส่วนที่ผู้ขอประกันอ้างว่าจำเลยป่วยและการรักษาในโรงพยาบาลราชทัณฑ์ทำให้อาการของจำเลยแย่ลงนั้น จำเลยสามารถร้องขอให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ฯ ได้ เหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยในระหว่างอุทธรณ์ ให้ยกคำร้อง ทั้งนี้เนื่องจากกันต์ฤทัยมีคดีมาตรา 112 อยู่ 2 คดีแต่ก่อนหน้านี้ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ไปแล้ว 1 คดีซึ่งเป็นคดีที่ศาลมีคำพิพากษาจำคุก 2 ปี 12 เดือน ทนายความจึงได้ยื่นประกันตัวในคดีที่ศาลมีคำสั่งวันนี้ด้วย * ข่าว * สิทธิมนุษยชน * จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา * กันต์ฤทัย คล้ายอ่อน * สิทธิประกันตัว * มาตรา 112
dlvr.it
April 10, 2026 at 11:07 AM
ความเป็นลูกสาวที่อยากออกไปใช้ชีวิตเอง รู้ว่าทุนทรัพย์พร้อม แต่ไม่รู้จะแมเนจยังไงกับสภาพที่เป็นตัวแบกหลักของบ้าน แบบ…..อยากมีชีวิตตัวเองแต่ก็ต้องคิดเผื่อว่าคนอื่นจะใช้ชีวิตยังไงถ้าเราออกไป ฮือ
May 6, 2025 at 12:52 PM
ให้ธุรกิจโตได้ แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วย StarLoan สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME
• ติดบูโร ยื่นขอสินเชื่อได้
• ยื่นง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
• อนุมัติไวไม่เกิน 1 วัน
• ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
☎️ 091-0579656 (คุณบอล)
📱Line:@star.loan
October 3, 2026 at 4:02 AM
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ต้องการเงินทุนหมุนเวียน
“ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ธุรกิจก็โตได้”
คุณมีธุรกิจ เรามีเงินทุนให้
💼 เจ้าของธุรกิจต้องการเงินทุนหมุนเวียน
💰 วงเงินสูงสุด 5,000,000 บาท
📅 วงเงินสำรอง ฉุกเฉิน ลักษณะOD ลดต้นลดดอก
⏳ อนุมัติไวใน 24 ชม. ได้เงินทันที!
✅ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์
📩 สนใจสมัคร คลิกเลย!
ศึกษาข้อมูลก่อนสมัคร
www.starloanmoney.com
Caill Center : 091-0579656
September 28, 2026 at 7:36 AM
ศาลฎีกาให้ประกัน 'ไผ่-ครูใหญ่' คดี 112 แต่ยังไม่ได้ปล่อยตัว เพราะรอประกันคดีอื่น
ศาลฎีกาให้ประกัน 'ไผ่-ครูใหญ่' คดี 112 แต่ยังไม่ได้ปล่อยตัว เพราะรอประกันคดีอื่น ภาพปก: จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา (ขวา) และอรรถพล บัวพัฒน์ (ซ้าย) XmasUser Thu, 2026-03-12 - 11:49 ศาลฎีกาให้ประกันตัว 'ไผ่ - ครูใหญ่' คดี ม.112 จากการปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันฯ หน้า สภ.ภูเขียว เมื่อปี 2564 โดยให้วางหลักทรัพย์คนละ 250,000 บาท ต้องติดกำไล EM และห้ามเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ดี ไผ่ และครูใหญ่ จะยังไม่ได้ปล่อยตัว เพราะต้องรอผลประกันคดีอื่นๆ ก่อน   12 มี.ค. 2569 เว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานเมื่อวานนี้ (11 มี.ค.) ‘ไผ่’ จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน และ ‘ครูใหญ่’ อรรถพล บัวพัฒน์ สองผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 หรือหมิ่นประมาทกษัตริย์ และมาตรา 116 หรือยุยงปลุกปั่น จากการปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ หน้า สภ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ เมื่อ 1 ก.พ. 2564 หลังจากครอบครัวยื่นประกันตัวทั้ง 2 คน เมื่อ 9 มี.ค. 2569  ความคืบหน้าล่าสุด ศาลฎีกา อนุญาตให้ประกันตัวชั่วคราว โดยให้เหตุผลว่า "จำเลยปฏิเสธการต่อสู้คดี และเคยได้รับอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น และในชั้นอุทธรณ์ ไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยาน และโทษที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยไม่สูงมากนัก เมื่อพิจารณาประกอบกับระยะเวลาที่จำเลยต้องขังมาแล้ว จนถึงวันยื่นคำร้องนี้ หากจำเลยยินยอมให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็เห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยชั่วคราวในระหว่างฎีกา"  ศาลฎีกา ตีราคาประกันตัวคนละ 5 แสนบาท โดยให้วางหลักประกันคนละ 250,000 บาท โดยมีเงื่อนไขต้องติดอุปกรณ์ติดตามตัวอิเล็กทรอนิกส์ (หรือกำไล EM) และห้ามเดินทางออกนอกราชอาณาจักร แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งไผ่และครูใหญ่จะยังไม่ได้รับการปล่อยตัวในวันนี้ เนื่องจากทั้งสองคนยังมีคดีอื่น ๆ ที่ถอนประกันและถูกพิพากษาจำคุกอยู่อีกหลายคดี โดยทนายความจะทยอยยื่นประกันตัวในคดีอื่น ๆ ภายในสัปดาห์นี้ หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะรายงานให้ทราบต่อไป   สำหรับไผ่ และครูใหญ่ ถูกคุมขังในชั้นฎีกาตั้งแต่วันที่ 3 ก.ย. 2568 เป็นต้นมา หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษายืนตามศาลจังหวัดภูเขียวว่า ทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 112 โดยให้จำคุกไผ่ เป็นเวลา 2 ปี 12 เดือน และจำคุกครูใหญ่ เป็นเวลา 2 ปี ส่วนข้อหาตามมาตรา 116, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลพิพากษายกฟ้อง ต่อมา ศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ทั้งสองประกันตัวในชั้นฎีกา ทำให้ทั้งสองคนถูกขังอยู่ที่เรือนจำอำเภอภูเขียว และต่อมาได้ย้ายมาคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เนื่องจากมีสืบพยานในคดีที่ศาลอาญา และศาลอาญากรุงเทพใต้ ก่อนหน้านี้ 'ไผ่' จตุภัทร์ ได้ยื่นประกันตัวในคดีนี้มาแล้ว 6 ครั้ง ส่วน 'ครูใหญ่' อรรถพล ได้ยื่นประกันตัวในคดีนี้มาแล้ว 5 ครั้ง ศาลฎีกายกคำร้องทุกฉบับ จนทั้งสองคนถูกขังมาแล้ว 6 เดือนเศษ  ต่อมาในวันที่ 9 มี.ค. 2569 ครอบครัวของ 'ไผ่' จตุภัทร์ ยื่นคำร้องขอประกันตัวไผ่เป็นครั้งที่ 7 และยื่นคำร้องขอประกันตัวครูใหญ่เป็นครั้งที่ 6  สำหรับคำร้องขอประกันตัวทั้งสองคนได้เสนอเงื่อนไขต่อศาลว่าจะมาศาลตามกำหนดนัด, ไม่เดินทางออกนอกประเทศหรือพื้นที่ที่กำหนด, ไม่ออกจากที่อยู่อาศัยของตน โดยมีหนังสือรับรองการประกันตัวจากบิดาและมารดาของไผ่ ซึ่งทั้งคู่เป็นทนายความ และเสนอหลักประกัน เพื่อรับรองว่าหากได้ประกันตัวแล้วจะไม่หลบหนี คดีของจำเลยทั้งสองยังได้ยื่นฎีกาไปแล้ว และคดียังไม่ถึงที่สุด ทั้งคู่ถูกขังมาแล้วเป็นเวลา 6 เดือน สำหรับครูใหญ่นั้นถูกขังเป็นเวลา 1 ใน 4 ของอัตราโทษแล้ว จึงขอให้ศาลพิจารณาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ภายหลังยื่นประกันตัว ศาลจังหวัดภูเขียว ส่งคำร้องให้ศาลฎีกาพิจารณาสั่ง ต่อมาศาลฎีกามีคำสั่งลงวันที่ 11 มี.ค. 2569 อนุญาตให้ประกันตัว โดยระบุว่า  "พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี และเคยได้รับอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์ ไม่ปรากฏว่ามีพฤติการณ์หลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยาน  และโทษที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่สูงมากนัก เมื่อพิจารณาประกอบกับระยะเวลาที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องขังมาแล้วจนถึงวันยื่นคำร้องนี้ หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยินยอมให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถใช้ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตรายหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ก็เห็นสมควรอนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชั่วคราวในระหว่างฎีกา "ตีราคาประกันคนละ 500,000 บาท โดยให้วางหลักประกันคนละ 250,000 บาท และร่วมกับการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ห้ามจำเลยที่ 1 และที่ 2 เดินทางออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้น แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนปล่อยตัว ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาหลักประกันแล้วดำเนินการต่อไป หากจำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ยินยอมติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ให้ยกคำร้อง" แม้ไผ่ และครูใหญ่ จะได้รับอนุญาตประกันตัวในคดีนี้แล้ว แต่ทั้งสองจะยังคงไม่ถูกปล่อยตัวในวันนี้ เนื่องจากในระหว่างถูกคุมขังคดีนี้ได้มีการถอนประกัน รวมถึงถูกศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกในคดีอื่นๆ ซึ่งทนายความจะทยอยยื่นประกันตัวในทุกคดีที่ทั้งสองคนมีหมายขังอยู่ภายในสัปดาห์นี้ นอกจากคดีนี้แล้ว สำหรับ 'ไผ่' จตุภัทร์ ยังมีคดีที่ถูกคุมขังอยู่อย่างน้อย 3 คดี ได้แก่ คดี ม.112 ชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ของศาลอาญา (ระหว่างพิจารณาคดี), คดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เหตุชุมนุม “รวมพลแห่เทียน ขับไล่เสนียดจัญไร ออกไป” ของศาลแขวงพระนครเหนือ (คดีอยู่ชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 24 วัน) และคดี ม.116 เหตุชุมนุม #จัดม็อบไล่แม่งเลย และ #หมายที่ไหนม็อบที่นั่น เมื่อปี 2563 ของศาลจังหวัดขอนแก่น (คดีอยู่ชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 2 ปี 8 เดือน) ส่วน 'ครูใหญ่' อรรถพล ยังมีคดีที่ถูกคุมขังอยู่อย่างน้อย 4 คดี ได้แก่ คดี ม.116 ชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร ของศาลอาญา (ระหว่างพิจารณาคดี), คดี ม.112 ชุมนุม #ม็อบ26ตุลา เดินจากสามย่านไปหน้าสถานทูตเยอรมัน ของศาลอาญากรุงเทพใต้ (ระหว่างพิจารณาคดี), คดี ม.112 ปราศรัยในการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ ของศาลอาญากรุงเทพใต้ (คดีอยู่ชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 3 ปี) และคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เหตุติดตามการจับกุม 'นิว สิริชัย' หน้าสภ.คลองหลวง (ระหว่างพิจารณาคดี) * ข่าว * สิทธิมนุษยชน * จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา * อรรถพล บัวพัฒน์ * คดีการเมือง * มาตรา 112 * ชัยภูมิ
dlvr.it
March 12, 2026 at 7:56 AM
ชาวชุมชนพูนทรัพย์ ไม่เห็นด้วย “แก้ กม.บัตรทอง” ร่วมจ่ายซ้ำเติมคนรายได้น้อย” ผู้สูงอายุวอนคงสิทธิรักษาเดิม
ชาวชุมชนพูนทรัพย์ ไม่เห็นด้วย “แก้ กม.บัตรทอง” ร่วมจ่ายซ้ำเติมคนรายได้น้อย” ผู้สูงอายุวอนคงสิทธิรักษาเดิม
ชาวชุมชนพูนทรัพย์ ไม่เห็นด้วย “แก้ กม.บัตรทอง” ร่วมจ่ายซ้ำเติมคนรายได้น้อย” ผู้สูงอายุวอนคงสิทธิรักษาเดิม auser15 Sun, 2026-09-20 - 09:15 ชาวชุมชนพูนทรัพย์ ร่วมสะท้อนเสียงกังวล “แก้ กม.บัตรทอง” ชี้เปิดประชาชนร่วมจ่ายซ้ำเติมผู้มีรายได้น้อย ต้องแบกรับค่าครองชีพ ค่าเดินทาง และค่ารักษา ทำเข้าไม่ถึงบริการ ขณะที่ผู้สูงอายุวัย 70 ปี ป่วยหลายโรคและรับยาต่อเนื่อง ย้ำบัตรทองเป็นหลักประกันสุขภาพสำคัญของผู้สูงอายุและผู้ไม่มีรายได้ วอนรัฐบาลคงหลักการเดิม ไม่แก้ไข ดูแลประชาชนเข้าถึงการรักษาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ภาพจาก: สปสช. 20 กันยายน 2569 น.ส.สมบุญ คงคา ประชาชนชุมชนพูนทรัพย์ หรือชุมชนใต้สะพาน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงข้อเสนอแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่า เมื่อทราบว่ามีการเสนอแก้ไขกฎหมายบัตรทอง ตนรู้สึกกังวลอย่างมาก เพราะประชาชนส่วนใหญ่ที่ใช้สิทธิบัตรทองเป็นผู้มีรายได้น้อย ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้หลายครอบครัวต้องแบกรับภาระค่าครองชีพอยู่แล้ว หากแก้ไขกฎหมายและเปิดทางให้มีการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล จะยิ่งเพิ่มความเดือดร้อนให้ประชาชน ซึ่งตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง “ทุกคนลำบากมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และจนถึงวันนี้หลายคนก็ยังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะคนในชุมชนที่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปหรือเก็บของเก่าขาย มีรายได้เหลือเข้าบ้านเพียงวันละ 100–200 บาท หากต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลก็คงไม่ไหว ทุกวันนี้เพียงเดินทางไปใช้สิทธิบัตรทองที่โรงพยาบาลหรือคลินิกก็มีค่าใช้จ่ายอย่างน้อยเที่ยวละ 100 บาท ไป–กลับ 200 บาท หากต้องร่วมจ่ายเพิ่มอีก เช่น ค่ารักษา 1,000 บาท ต้องจ่ายอีก 100 บาท เท่ากับวันนั้นมีค่าใช้จ่ายถึง 300 บาท แล้วจะเหลือเงินจากไหนมาซื้ออาหารและใช้จ่ายในครอบครัว” น.ส.สมบุญกล่าว น.ส.สมบุญกล่าวว่า ปัจจุบันผู้ใช้สิทธิบัตรทองไม่ต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล จึงไม่ต้องกังวลว่าเมื่อเจ็บป่วยและต้องไปพบแพทย์จะหาเงินมาจ่ายค่ารักษาจากที่ใด ขอเพียงมีค่าเดินทางไปยังหน่วยบริการก็สามารถเข้าถึงการรักษาได้ ถือเป็นระบบที่ช่วยดูแลประชาชนทั่วไปได้เป็นอย่างดี หากมีการแก้ไขกฎหมายและนำระบบร่วมจ่ายมาใช้ ประชาชนจะต้องรับภาระเพิ่มขึ้น เช่น หากค่ารักษาพยาบาล 10,000 บาท และต้องร่วมจ่าย 1,000 บาท หรือค่ารักษา 30,000 บาท ต้องหาเงินมาจ่ายถึง 3,000 บาท ตนเห็นว่าแม้แต่ผู้มีรายได้ปานกลางก็อาจรับภาระไม่ไหว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือผู้ป่วยที่ต้องรับบริการอย่างต่อเนื่อง เช่น ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไต ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง “ไม่เห็นด้วยที่จะนำร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ขอให้รัฐบาลคงระบบบัตรทองแบบนี้ไว้ต่อไป” น.ส.สมบุญกล่าว ส่วนข้อเสนอปรับโครงสร้างคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบอร์ด สปสช. นั้น นางสมบุญ ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการลดสัดส่วนผู้แทนภาคประชาชน ควรให้คงมีผู้แทนภาคประชาชนอย่างน้อย 5 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงและนำเสนอปัญหาด้านสิทธิการรักษาพยาบาล หากมีเพียงผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ อาจไม่เข้าใจสภาพความเดือดร้อนของประชาชนระดับฐานรากอย่างแท้จริง ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงปัญหาโรงพยาบาลขาดทุนนั้น น.ส.สมบุญเห็นว่า หากนำปัญหาดังกล่าวมาเป็นเหตุผลในการแก้ไขกฎหมาย อาจไม่ตรงกับต้นเหตุของปัญหา ควรมีการชี้แจงให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนว่าโรงพยาบาลขาดทุนจากสาเหตุใด เพราะโรงพยาบาลไม่ได้ให้บริการเฉพาะผู้ใช้สิทธิบัตรทองเท่านั้น แต่ยังมีทั้งผู้ที่ชำระค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเองและผู้ใช้สิทธิข้าราชการ ซึ่งสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เต็มจำนวน “หากพูดกันตามความจริง ผู้มีสิทธิบัตรทองไม่ได้เข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลทุกคน ถ้าไม่เจ็บป่วยก็ไม่มีใครอยากเข้าโรงพยาบาล บางคนไปพบแพทย์ครั้งแรกเพื่อให้ทราบว่าเป็นอะไร จากนั้นเลือกซื้อยารับประทานเอง เพราะการไปโรงพยาบาลต้องเสียเวลา และบางครั้งก็พบว่าบุคลากรพูดจาไม่ดี จึงไม่อยากกลับไปอีก ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยที่จะนำร่างกฎหมายนี้เข้าสู่รัฐสภา อยากให้ยุติร่างกฎหมายฉบับนี้ และขอให้คำนึงถึงประชาชนระดับฐานรากเป็นหลัก เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีเงินมาร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล” น.ส.สมบุญกล่าว ด้านนางอำพัน ซ้อนศรี อายุ 70 ปี ชาวชุมชนพูนทรัพย์ กล่าวว่า ตนป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และข้อเข่าเสื่อม ปัจจุบันใช้สิทธิบัตรทองรับการรักษาและรับยาอย่างต่อเนื่อง เมื่อทราบข่าวว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายบัตรทองจึงรู้สึกกังวล เพราะตนมีอายุมากและไม่มีรายได้ ขณะที่ลูกหลานมีรายได้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่านั้น หากต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากที่ใด “อายุมากกว่า 70 ปีแล้ว ทำงานไม่ได้ หากไปโรงพยาบาลแล้วไม่มีเงินจ่ายจะทำอย่างไร ถ้าไม่ได้รับยาที่ต้องใช้เป็นประจำ สุขภาพก็คงแย่ลง และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้” นางอำพันกล่าว นางอำพันกล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย รวมถึงผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่แก้กฎหมายที่ทำให้ประชาชนเสียสิทธิ เพราะบางคนมีเงินเพียงพอสำหรับค่าเดินทางไป–กลับโรงพยาบาลเท่านั้น หากต้องหาเงินมาร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม อาจทำให้ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้ * ข่าว * สังคม * คุณภาพชีวิต * บัตรทอง * สุขภาพ * สปสช.
dlvr.it
September 20, 2026 at 2:26 AM
ชาวชุมชนพูนทรัพย์ ไม่เห็นด้วย “แก้ กม.บัตรทอง” ร่วมจ่ายซ้ำเติมคนรายได้น้อย” ผู้สูงอายุวอนคงสิทธิรักษาเดิม
ชาวชุมชนพูนทรัพย์ ไม่เห็นด้วย “แก้ กม.บัตรทอง” ร่วมจ่ายซ้ำเติมคนรายได้น้อย” ผู้สูงอายุวอนคงสิทธิรักษาเดิม auser15 Sun, 2026-09-20 - 09:15 ชาวชุมชนพูนทรัพย์ ร่วมสะท้อนเสียงกังวล “แก้ กม.บัตรทอง” ชี้เปิดประชาชนร่วมจ่ายซ้ำเติมผู้มีรายได้น้อย ต้องแบกรับค่าครองชีพ ค่าเดินทาง และค่ารักษา ทำเข้าไม่ถึงบริการ ขณะที่ผู้สูงอายุวัย 70 ปี ป่วยหลายโรคและรับยาต่อเนื่อง ย้ำบัตรทองเป็นหลักประกันสุขภาพสำคัญของผู้สูงอายุและผู้ไม่มีรายได้ วอนรัฐบาลคงหลักการเดิม ไม่แก้ไข ดูแลประชาชนเข้าถึงการรักษาได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ภาพจาก: สปสช. 20 กันยายน 2569 น.ส.สมบุญ คงคา ประชาชนชุมชนพูนทรัพย์ หรือชุมชนใต้สะพาน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร กล่าวถึงข้อเสนอแก้ไข พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ว่า เมื่อทราบว่ามีการเสนอแก้ไขกฎหมายบัตรทอง ตนรู้สึกกังวลอย่างมาก เพราะประชาชนส่วนใหญ่ที่ใช้สิทธิบัตรทองเป็นผู้มีรายได้น้อย ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันทำให้หลายครอบครัวต้องแบกรับภาระค่าครองชีพอยู่แล้ว หากแก้ไขกฎหมายและเปิดทางให้มีการร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล จะยิ่งเพิ่มความเดือดร้อนให้ประชาชน ซึ่งตนไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง “ทุกคนลำบากมาตั้งแต่ช่วงโควิด-19 และจนถึงวันนี้หลายคนก็ยังไม่ฟื้นตัว โดยเฉพาะคนในชุมชนที่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไปหรือเก็บของเก่าขาย มีรายได้เหลือเข้าบ้านเพียงวันละ 100–200 บาท หากต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลก็คงไม่ไหว ทุกวันนี้เพียงเดินทางไปใช้สิทธิบัตรทองที่โรงพยาบาลหรือคลินิกก็มีค่าใช้จ่ายอย่างน้อยเที่ยวละ 100 บาท ไป–กลับ 200 บาท หากต้องร่วมจ่ายเพิ่มอีก เช่น ค่ารักษา 1,000 บาท ต้องจ่ายอีก 100 บาท เท่ากับวันนั้นมีค่าใช้จ่ายถึง 300 บาท แล้วจะเหลือเงินจากไหนมาซื้ออาหารและใช้จ่ายในครอบครัว” น.ส.สมบุญกล่าว น.ส.สมบุญกล่าวว่า ปัจจุบันผู้ใช้สิทธิบัตรทองไม่ต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล จึงไม่ต้องกังวลว่าเมื่อเจ็บป่วยและต้องไปพบแพทย์จะหาเงินมาจ่ายค่ารักษาจากที่ใด ขอเพียงมีค่าเดินทางไปยังหน่วยบริการก็สามารถเข้าถึงการรักษาได้ ถือเป็นระบบที่ช่วยดูแลประชาชนทั่วไปได้เป็นอย่างดี หากมีการแก้ไขกฎหมายและนำระบบร่วมจ่ายมาใช้ ประชาชนจะต้องรับภาระเพิ่มขึ้น เช่น หากค่ารักษาพยาบาล 10,000 บาท และต้องร่วมจ่าย 1,000 บาท หรือค่ารักษา 30,000 บาท ต้องหาเงินมาจ่ายถึง 3,000 บาท ตนเห็นว่าแม้แต่ผู้มีรายได้ปานกลางก็อาจรับภาระไม่ไหว โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเรื้อรังหรือผู้ป่วยที่ต้องรับบริการอย่างต่อเนื่อง เช่น ผู้ป่วยที่ต้องฟอกไต ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูง “ไม่เห็นด้วยที่จะนำร่างกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ขอให้รัฐบาลคงระบบบัตรทองแบบนี้ไว้ต่อไป” น.ส.สมบุญกล่าว ส่วนข้อเสนอปรับโครงสร้างคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบอร์ด สปสช. นั้น นางสมบุญ ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการลดสัดส่วนผู้แทนภาคประชาชน ควรให้คงมีผู้แทนภาคประชาชนอย่างน้อย 5 คน เพื่อทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงและนำเสนอปัญหาด้านสิทธิการรักษาพยาบาล หากมีเพียงผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ อาจไม่เข้าใจสภาพความเดือดร้อนของประชาชนระดับฐานรากอย่างแท้จริง ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงปัญหาโรงพยาบาลขาดทุนนั้น น.ส.สมบุญเห็นว่า หากนำปัญหาดังกล่าวมาเป็นเหตุผลในการแก้ไขกฎหมาย อาจไม่ตรงกับต้นเหตุของปัญหา ควรมีการชี้แจงให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนว่าโรงพยาบาลขาดทุนจากสาเหตุใด เพราะโรงพยาบาลไม่ได้ให้บริการเฉพาะผู้ใช้สิทธิบัตรทองเท่านั้น แต่ยังมีทั้งผู้ที่ชำระค่ารักษาพยาบาลด้วยตนเองและผู้ใช้สิทธิข้าราชการ ซึ่งสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เต็มจำนวน “หากพูดกันตามความจริง ผู้มีสิทธิบัตรทองไม่ได้เข้าไปรักษาที่โรงพยาบาลทุกคน ถ้าไม่เจ็บป่วยก็ไม่มีใครอยากเข้าโรงพยาบาล บางคนไปพบแพทย์ครั้งแรกเพื่อให้ทราบว่าเป็นอะไร จากนั้นเลือกซื้อยารับประทานเอง เพราะการไปโรงพยาบาลต้องเสียเวลา และบางครั้งก็พบว่าบุคลากรพูดจาไม่ดี จึงไม่อยากกลับไปอีก ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยที่จะนำร่างกฎหมายนี้เข้าสู่รัฐสภา อยากให้ยุติร่างกฎหมายฉบับนี้ และขอให้คำนึงถึงประชาชนระดับฐานรากเป็นหลัก เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีเงินมาร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาล” น.ส.สมบุญกล่าว ด้านนางอำพัน ซ้อนศรี อายุ 70 ปี ชาวชุมชนพูนทรัพย์ กล่าวว่า ตนป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และข้อเข่าเสื่อม ปัจจุบันใช้สิทธิบัตรทองรับการรักษาและรับยาอย่างต่อเนื่อง เมื่อทราบข่าวว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายบัตรทองจึงรู้สึกกังวล เพราะตนมีอายุมากและไม่มีรายได้ ขณะที่ลูกหลานมีรายได้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่านั้น หากต้องร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลก็ไม่รู้ว่าจะหาเงินมาจากที่ใด “อายุมากกว่า 70 ปีแล้ว ทำงานไม่ได้ หากไปโรงพยาบาลแล้วไม่มีเงินจ่ายจะทำอย่างไร ถ้าไม่ได้รับยาที่ต้องใช้เป็นประจำ สุขภาพก็คงแย่ลง และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้” นางอำพันกล่าว นางอำพันกล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย รวมถึงผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ไม่แก้กฎหมายที่ทำให้ประชาชนเสียสิทธิ เพราะบางคนมีเงินเพียงพอสำหรับค่าเดินทางไป–กลับโรงพยาบาลเท่านั้น หากต้องหาเงินมาร่วมจ่ายค่ารักษาพยาบาลเพิ่มเติม อาจทำให้ไม่สามารถเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้ * ข่าว * สังคม * คุณภาพชีวิต * บัตรทอง * สุขภาพ * สปสช.
dlvr.it
September 20, 2026 at 2:26 AM
ให้ธุรกิจโตได้ แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วย StarLoan สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME
• ติดบูโร ยื่นขอสินเชื่อได้
• ยื่นง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
• อนุมัติไวไม่เกิน 1 วัน
• ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
☎️ 091-0579656 (คุณบอล)
📱Line:@star.loan
September 14, 2026 at 6:21 AM
ให้ธุรกิจโตได้ แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วย StarLoan สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME
• ติดบูโร ยื่นขอสินเชื่อได้
• ยื่นง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
• อนุมัติไวไม่เกิน 1 วัน
• ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
☎️ 091-0579656 (คุณบอล)
📱Line:@star.loan
📌หมายเหตุ ทางบริษัทไม่มีนโยบายให้โอนชำระค่าดำเนินการหรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น
September 10, 2026 at 4:59 AM
🔥 นักธุรกิจฟ้อง Tether อายัดเงินตราดิจิทัล 1.4 หมื่นล้านบาทโดยไม่มีหมายศาล
#24hHotNewsAI #THNews
นักธุรกิจฟ้อง Tether อายัดเงินตราดิจิทัล 1.4 หมื่นล้านบาทโดยไม่มีหมายศาล
นักธุรกิจชาวไทยยื่นฟ้อง Tether Limited ในศาลแพ่งกรุงเทพใต้โดยขออายัดเงินตราดิจิทัล USDT มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาทโดยไม่ต้องมีหมายศาล ซึ่งถือเป็นจำนวนที่ใหญ่กว่าทุนจดทะเบียนของบริษัทหลักทรัพย์ไทยรายใหญ่หลายแห่ง เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569...
https://24hhotnewsai.com/th/news/นักธุรกิจฟ้อง-Tether-อายัดเงินตราดิจิทัล-14-หมื่นล้านบาทโดยไม่มีหมายศาล-202609030817
September 3, 2026 at 1:18 AM
ให้ธุรกิจโตได้ แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วย StarLoan สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME
• ติดบูโร ยื่นขอสินเชื่อได้
• ยื่นง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
• อนุมัติไวไม่เกิน 1 วัน
• ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
☎️ 091-0579656 (คุณบอล)
📱Line:@star.loan
📌หมายเหตุ ทางบริษัทไม่มีนโยบายให้โอนชำระค่าดำเนินการหรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น
August 28, 2026 at 3:27 AM
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
“ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ธุรกิจก็โตได้”
คุณมีธุรกิจ เรามีเงินทุนให้
💼 เจ้าของธุรกิจต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
💰 วงเงินสูงสุด 5,000,000 บาท
📅 วงเงินสำรอง ฉุกเฉิน ลักษณะOD ลดต้นลดดอก
⏳ อนุมัติไวใน 24 ชม. ได้เงินทันที!
✅ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์
📩 สนใจสมัคร คลิกเลย!
ศึกษาข้อมูลก่อนสมัคร
Caill Center : 091-0579656
August 6, 2026 at 3:24 AM
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
“ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ธุรกิจก็โตได้”
คุณมีธุรกิจ เรามีเงินทุนให้
💼 เจ้าของธุรกิจต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
💰 วงเงินสูงสุด 5,000,000 บาท
📅 วงเงินสำรอง ฉุกเฉิน ลักษณะOD ลดต้นลดดอก
⏳ อนุมัติไวใน 24 ชม. ได้เงินทันที!
✅ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์
📩 สนใจสมัคร คลิกเลย!
ศึกษาข้อมูลก่อนสมัคร
Caill Center : 091-0579656
July 24, 2026 at 2:52 AM
❓Q: นักวิเคราะห์ออกบทความ กับหลักทรัพย์นี้ ให้ขาย จริงหรือเท็จ

A: ต้องมีจรรยาบรรณที่ดี / ดูเรื่อง conflict of interest / เอาผลประโยชน์ให้แก่ลูกค้า นักลงทุน เป็นจุดสูงสุด / ไม่ใช่ บอกให้ซื้อ ตัวเองเทขาย เป็นต้น
May 18, 2025 at 8:13 AM
September 18, 2025 at 2:49 AM
สาเหตุหนึ่งที่ไม่ลงทุนในไทย ลงทุนตปทมีไหม ก็ต้องบอกว่าไม่รู้😅
x.com/iteacha/stat...
JRT on X: "ถ้าเป็นรายย่อยทำแบบนี้ เรียกตรงๆ ว่า spoofing แล้วก็เข้าข่าย market manipulation ชัดๆ… แต่พอเป็นผู้จัดการกองทุนใหญ่.. กลับเรียกว่า “ทดสอบตลาด” …ไม่แปลกไปหน่อยเหรอครับ? 😅😆 【ผู้จัดการกองทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (บลจ. บัวหลวง) ได้ส่งคำสั่งขายหุ้น https://t.co/Vd2x6rlV50" / X
ถ้าเป็นรายย่อยทำแบบนี้ เรียกตรงๆ ว่า spoofing แล้วก็เข้าข่าย market manipulation ชัดๆ… แต่พอเป็นผู้จัดการกองทุนใหญ่.. กลับเรียกว่า “ทดสอบตลาด” …ไม่แปลกไปหน่อยเหรอครับ? 😅😆 【ผู้จัดการกองทุนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด (บลจ. บัวหลวง) ได้ส่งคำสั่งขายหุ้น https://t.co/Vd2x6rlV50
x.com
September 2, 2025 at 8:08 AM
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
“ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ธุรกิจก็โตได้”
คุณมีธุรกิจ เรามีเงินทุนให้
💼 เจ้าของธุรกิจต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
💰 วงเงินสูงสุด 5,000,000 บาท
📅 วงเงินสำรอง ฉุกเฉิน ลักษณะOD ลดต้นลดดอก
⏳ อนุมัติไวใน 24 ชม. ได้เงินทันที!
✅ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์
📩 สนใจสมัคร คลิกเลย!
Caill Center : 091-0579656
Line Offcial : @star.loan
June 10, 2026 at 4:36 AM
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
“ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ธุรกิจก็โตได้”
คุณมีธุรกิจ เรามีเงินทุนให้
💼 เจ้าของธุรกิจต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
💰 วงเงินสูงสุด 5,000,000 บาท
📅 วงเงินสำรอง ฉุกเฉิน ลักษณะOD ลดต้นลดดอก
⏳ อนุมัติไวใน 24 ชม. ได้เงินทันที!
✅ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์
📩 สนใจสมัคร คลิกเลย!
Caill Center : 091-0579656
Line Offcial : @star.loan
June 1, 2026 at 3:18 AM
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
“ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ธุรกิจก็โตได้”
คุณมีธุรกิจ เรามีเงินทุนให้
💼 เจ้าของธุรกิจต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
💰 วงเงินสูงสุด 5,000,000 บาท
📅 วงเงินสำรอง ฉุกเฉิน ลักษณะOD ลดต้นลดดอก
⏳ อนุมัติไวใน 24 ชม. ได้เงินทันที!
✅ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์
📩 สนใจสมัคร คลิกเลย!
May 21, 2026 at 4:17 AM
ให้ธุรกิจโตได้ แม้ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วย StarLoan สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME
• ติดบูโร ยื่นขอสินเชื่อได้
• ยื่นง่าย ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน
• อนุมัติไวไม่เกิน 1 วัน
• ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
☎️ 091-0579656 (คุณบอล)
📱Line:@star.loan (หรือหมายเลขโทรศัพท์)
📌หมายเหตุ ทางบริษัทไม่มีนโยบายให้โอนชำระค่าดำเนินการหรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น
May 7, 2026 at 3:17 AM
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
“ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ธุรกิจก็โตได้”
คุณมีธุรกิจ เรามีเงินทุนให้
💼 เจ้าของธุรกิจต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
💰 วงเงินสูงสุด 5,000,000 บาท
📅 วงเงินสำรอง ฉุกเฉิน ลักษณะOD ลดต้นลดดอก
⏳ อนุมัติไวใน 24 ชม. ได้เงินทันที!
✅ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์
📩 สนใจสมัคร คลิกเลย!
ศึกษาข้อมูลก่อนสมัคร
www.starloanmoney.com
April 21, 2026 at 3:51 AM
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ ต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
“ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ ธุรกิจก็โตได้”
คุณมีธุรกิจ เรามีเงินทุนให้
💼 เจ้าของธุรกิจต้องการเงินทุนหมุนเวียน?
💰 วงเงินสูงสุด 5,000,000 บาท
📅 วงเงินสำรอง ฉุกเฉิน ลักษณะOD ลดต้นลดดอก
⏳ อนุมัติไวใน 24 ชม. ได้เงินทันที!
✅ ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์
📩 สนใจสมัคร คลิกเลย
ศึกษาข้อมูลก่อนสมัคร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Caill Center : 091-0579656
February 28, 2026 at 3:19 AM