" ..บางทีคุณเองก็ทำให้ผมนึกถึงเขาอยู่บ้างนะ "
เขากล่าวเว้นจังหวะไปครู่ บางทีอาจต้องเรียบเรียงใหม่
เพราะมันไม่ใช่แค่บางทีนักหรอก
" คุณน่ะ "
" เธอทำให้ผมนึกถึงเขาคนนั้นเลย รู้บ้างรึเปล่า "
และเว้นอีกครั้ง นั่นไม่ใช่คำที่แย่แต่อย่างใด เขาเข้าใจสิ่งที่คนเองจะสื่อ
" ผมชอบนะ เหมือนได้เจอกันอีกครั้ง "
" ขอบคุณที่รับฟังมอนแก่ๆแบบฉันนะคะ "
" ..บางทีคุณเองก็ทำให้ผมนึกถึงเขาอยู่บ้างนะ "
เขากล่าวเว้นจังหวะไปครู่ บางทีอาจต้องเรียบเรียงใหม่
เพราะมันไม่ใช่แค่บางทีนักหรอก
" คุณน่ะ "
" เธอทำให้ผมนึกถึงเขาคนนั้นเลย รู้บ้างรึเปล่า "
และเว้นอีกครั้ง นั่นไม่ใช่คำที่แย่แต่อย่างใด เขาเข้าใจสิ่งที่คนเองจะสื่อ
" ผมชอบนะ เหมือนได้เจอกันอีกครั้ง "
" ขอบคุณที่รับฟังมอนแก่ๆแบบฉันนะคะ "
[ ผู้ชมในแชท ] : ลงโทษเหรอ คืออะไรล่ะ?
📱: /ฟรังโก้ไม่ได้อธิบายเป็นคำพูด แต่เขากางกรงเล็บทั้งสอง ทำท่าฉีกอากาศ ก้มกัดอากาศ แล้วก็เคี้ยวฟัน กรอมแกรมๆ สื่อความหมายที่ดิบเถื่อน
+
[ ผู้ชมในแชท ] : ลงโทษเหรอ คืออะไรล่ะ?
📱: /ฟรังโก้ไม่ได้อธิบายเป็นคำพูด แต่เขากางกรงเล็บทั้งสอง ทำท่าฉีกอากาศ ก้มกัดอากาศ แล้วก็เคี้ยวฟัน กรอมแกรมๆ สื่อความหมายที่ดิบเถื่อน
+
ไม่ได้ตั้งใจแค่ห้ามไม่อยู่..
ก็มันงงว่า "..พูดอะไรของนาย"
ใจดี ใจเขาใจเรา ละเอียดอ่อน ให้เกียรติคนอื่น
ทุกอย่างนั่น ใช่เธอที่ไหน
"เพ้อเก่งจริง.."
+
ไม่ได้ตั้งใจแค่ห้ามไม่อยู่..
ก็มันงงว่า "..พูดอะไรของนาย"
ใจดี ใจเขาใจเรา ละเอียดอ่อน ให้เกียรติคนอื่น
ทุกอย่างนั่น ใช่เธอที่ไหน
"เพ้อเก่งจริง.."
+
...นี่มันกลวิธีอะไรกัน?
เขาไม่ใช่คนที่รับมือกับคำพูดหยอกล้อไม่เป็นเสียหน่อย
แต่พออีกฝ่ายเปลี่ยนท่าทีเร็วเสียจนตามไม่ทัน กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่คิดไว้ในหัวพังครืนลงมาอย่างง่ายดาย
+
...นี่มันกลวิธีอะไรกัน?
เขาไม่ใช่คนที่รับมือกับคำพูดหยอกล้อไม่เป็นเสียหน่อย
แต่พออีกฝ่ายเปลี่ยนท่าทีเร็วเสียจนตามไม่ทัน กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่คิดไว้ในหัวพังครืนลงมาอย่างง่ายดาย
+
เขาสามารถพูดออกไปได้
ว่าแน่ใจอยากให้มาร์ตินยิม
เขาสามารถพูดออกไปได้
ง่ายมาก
ง่ายจนน่าตกใจ
แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป
อย่าถามเลยว่าทำไม
"โดนเฉพาะในตอนที่คนแพ้คนนี้ดันรับมือยาก"
ก็เพราะ
ใกล้เคียงการแกล้งที่สุดเท่าที่จะทำได้
ก็เพราะ
เป็นรอยล่ะมั้ง
แปลกใจอะไรล่ะ
"มากเลย"
เขาสามารถพูดออกไปได้
ว่าแน่ใจอยากให้มาร์ตินยิม
เขาสามารถพูดออกไปได้
ง่ายมาก
ง่ายจนน่าตกใจ
แต่ก็ไม่ได้พูดออกไป
อย่าถามเลยว่าทำไม
"โดนเฉพาะในตอนที่คนแพ้คนนี้ดันรับมือยาก"
ก็เพราะ
ใกล้เคียงการแกล้งที่สุดเท่าที่จะทำได้
ก็เพราะ
เป็นรอยล่ะมั้ง
แปลกใจอะไรล่ะ
"มากเลย"
มันฟังดูใจร้าย
ติดอยู่หนึ่งอย่าง
น้ำเสียงที่ใช้
มันไม่เหมือนคนที่ไม่แน่ใจเลยซักนิด
"ผมคงต้องขอเวลาไปนอนคิดซักคืน"
เขารู้คำตอบอยู่แล้ว
อาจจะรู้มาตั้งนาน
หรือไม่
ก็แค่เมื่อครู่
แต่ที่แน่นอน คือไม่จำเป็นต้องมีอีกคืนให้นอนคิด
"รับผิดชอบคุณวอคเกอร์ไปอีกนานเนี่ย เป็นงานหนักอยู่นะครับ"
มันฟังดูใจร้าย
ติดอยู่หนึ่งอย่าง
น้ำเสียงที่ใช้
มันไม่เหมือนคนที่ไม่แน่ใจเลยซักนิด
"ผมคงต้องขอเวลาไปนอนคิดซักคืน"
เขารู้คำตอบอยู่แล้ว
อาจจะรู้มาตั้งนาน
หรือไม่
ก็แค่เมื่อครู่
แต่ที่แน่นอน คือไม่จำเป็นต้องมีอีกคืนให้นอนคิด
"รับผิดชอบคุณวอคเกอร์ไปอีกนานเนี่ย เป็นงานหนักอยู่นะครับ"
คำตอบพวกนั้นตายตัวอยู่แล้ว
สมบูรณ์ในแบบของมัน คงอยู่และจับจองที่เหมือนเก้าอี้ตัวสุดท้าย หมุนวนอยู่ในคราบของคำพูดที่ไม่เคยบรรจงเลือกออกไป
"เพราะทั้งเพลง"
เขาพึ่งค้นพบว่าเสียงของตัวเองจะสั่นกว่า หากหมุนตัวกลับมาและพยายามพูด
ไม่มีใครเคยบอก
ว่าการเต้นรำใช้พลังงานขนาดไหน
และการพูดไปด้วย
ใช้พลังยิ่งกว่า
"ทั้งจังหวะ"
คำตอบพวกนั้นตายตัวอยู่แล้ว
สมบูรณ์ในแบบของมัน คงอยู่และจับจองที่เหมือนเก้าอี้ตัวสุดท้าย หมุนวนอยู่ในคราบของคำพูดที่ไม่เคยบรรจงเลือกออกไป
"เพราะทั้งเพลง"
เขาพึ่งค้นพบว่าเสียงของตัวเองจะสั่นกว่า หากหมุนตัวกลับมาและพยายามพูด
ไม่มีใครเคยบอก
ว่าการเต้นรำใช้พลังงานขนาดไหน
และการพูดไปด้วย
ใช้พลังยิ่งกว่า
"ทั้งจังหวะ"
ต่อให้มองมาจากโลกหน้าก็รับรู้ถึงเจตนายียวน
" โถ่ไรเมย์คุง ,น้องรัก "
มันว่า และถึงคุณจะสูงกว่า มันก็เพียงแค่ไม่กี่เซนเท่านั้น... แขนแกร่งใต้แขนเสื้อตัวโคร่งที่ใช้ค้ำยันบริเวณนั้นจึงผละออก ขยับเข้าใกล้ ก่อนใช้มันคล้องคอรุ่นน้อง
.
.
หรือลูกน้องดีล่ะ
สำหรับคนบ้ายออย่างมัน ตอนนี้จึงยิ้มหน้าบาน ยืดอก แข่งกับพระอาทิตย์บนหัว
―ภูมิใจสุดๆไปเลยล่ะ
+
ต่อให้มองมาจากโลกหน้าก็รับรู้ถึงเจตนายียวน
" โถ่ไรเมย์คุง ,น้องรัก "
มันว่า และถึงคุณจะสูงกว่า มันก็เพียงแค่ไม่กี่เซนเท่านั้น... แขนแกร่งใต้แขนเสื้อตัวโคร่งที่ใช้ค้ำยันบริเวณนั้นจึงผละออก ขยับเข้าใกล้ ก่อนใช้มันคล้องคอรุ่นน้อง
.
.
หรือลูกน้องดีล่ะ
สำหรับคนบ้ายออย่างมัน ตอนนี้จึงยิ้มหน้าบาน ยืดอก แข่งกับพระอาทิตย์บนหัว
―ภูมิใจสุดๆไปเลยล่ะ
+
คำถามนี้นับว่ายากมากสำหรับตัวนายูตะที่แทบจะไม่สนใจหน้าตาของใครเลย เพราะรู้สึกว่าทุกคนก็เหมือน ๆ กันหมด ไม่ได้ต่างกันขนาดนั้น...
แต่ยกเว้นคุณหนูไว้คนหนึ่ง
"เอ่อ...เนื้อตรงแก้มมั้งครับ ถึงจะไม่ค่อยมีก็เถอะ"
คำถามนี้นับว่ายากมากสำหรับตัวนายูตะที่แทบจะไม่สนใจหน้าตาของใครเลย เพราะรู้สึกว่าทุกคนก็เหมือน ๆ กันหมด ไม่ได้ต่างกันขนาดนั้น...
แต่ยกเว้นคุณหนูไว้คนหนึ่ง
"เอ่อ...เนื้อตรงแก้มมั้งครับ ถึงจะไม่ค่อยมีก็เถอะ"
“เก็นสินะครับ อื้อ จำง่ายดี”
“เรียกแค่ชื่อต้นก็ได้ครับ มันยาวไป”
น้ำเสียงที่ตอบแฝงความพอใจอยู่นิดๆ ถึงจะสั้นจนนึกชื่อเล่นให้ไม่ออก แต่ก็จำง่ายดี
“ความลับ”
+
“เก็นสินะครับ อื้อ จำง่ายดี”
“เรียกแค่ชื่อต้นก็ได้ครับ มันยาวไป”
น้ำเสียงที่ตอบแฝงความพอใจอยู่นิดๆ ถึงจะสั้นจนนึกชื่อเล่นให้ไม่ออก แต่ก็จำง่ายดี
“ความลับ”
+
"งั้นเดินไปพร้อมผมดีไหม? ถ้ามีคนรู้จักเดินไปด้วยกันน่าจะทำให้ประหม่าน้อยลงนะ!" ลองเสนอสิ่งที่น่าจะวินๆ กันทั้งสองฝ่ายขึ้นมาดู ถ้าเดินไปพร้อมกันเขาก็ใช้ช่วงเวลานี้ถามคำถามได้อีกเยอะเลย ส่วนอีกฝ่ายเองก็จะได้ไม่ต้องเดินไปคนเดียวด้วย
เป็นความคิดที่ดูเข้าท่าไม่เบาเลยเนอะ!
"งั้นเดินไปพร้อมผมดีไหม? ถ้ามีคนรู้จักเดินไปด้วยกันน่าจะทำให้ประหม่าน้อยลงนะ!" ลองเสนอสิ่งที่น่าจะวินๆ กันทั้งสองฝ่ายขึ้นมาดู ถ้าเดินไปพร้อมกันเขาก็ใช้ช่วงเวลานี้ถามคำถามได้อีกเยอะเลย ส่วนอีกฝ่ายเองก็จะได้ไม่ต้องเดินไปคนเดียวด้วย
เป็นความคิดที่ดูเข้าท่าไม่เบาเลยเนอะ!
พูดดักเอาไว้ก่อน
"รายนั้นน่ะ ทิ้งผมไปใช้ชีวิตแล้วล่ะครับ" ที่หมายถึงติดนิยายน่ะนะ—
"ทามะโกะโบโระ...ขนมที่เด็ก ๆ ชอบสินะครับ"
จากมุมตรงนี้ถึงจะยังสบตากับอีกฝ่ายอยู่ แต่ก็เหลือบเห็นมุมปากที่คว่ำลงเล็ก ๆ ของอีกคนเสียได้ ถึงได้เลื่อนมือไปเล่นปลายผมของอีกคนเสียได้
"ตาคุณถามแล้วครับ"
"คุณลูกค้า~"
พูดดักเอาไว้ก่อน
"รายนั้นน่ะ ทิ้งผมไปใช้ชีวิตแล้วล่ะครับ" ที่หมายถึงติดนิยายน่ะนะ—
"ทามะโกะโบโระ...ขนมที่เด็ก ๆ ชอบสินะครับ"
จากมุมตรงนี้ถึงจะยังสบตากับอีกฝ่ายอยู่ แต่ก็เหลือบเห็นมุมปากที่คว่ำลงเล็ก ๆ ของอีกคนเสียได้ ถึงได้เลื่อนมือไปเล่นปลายผมของอีกคนเสียได้
"ตาคุณถามแล้วครับ"
"คุณลูกค้า~"
" ข้าก็พยายามอยู่นะ เพราะกังวลว่าจะแก้ไม่ได้ข้าถึงทดไว้ในนี้ "
คำพูดจาเช่นนั้นของอีกฝ่ายเขามิอาจเข้าใจว่ากำลังเจตนาแบบใด บ่อยครั้งก็ช่างดูทีเล่นทีจริงจนเขาสับสนขึ้นมา
+
" ข้าก็พยายามอยู่นะ เพราะกังวลว่าจะแก้ไม่ได้ข้าถึงทดไว้ในนี้ "
คำพูดจาเช่นนั้นของอีกฝ่ายเขามิอาจเข้าใจว่ากำลังเจตนาแบบใด บ่อยครั้งก็ช่างดูทีเล่นทีจริงจนเขาสับสนขึ้นมา
+
"ผมก็คิดเหมือนคุณอยู่หรอก ตอนแรก"
การเปิดอ่านในที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่สำหรับเจ้าเล่มนี้ รอยรู้ได้โดยสมบูรณ์
"มันดันกวนจิตกวนใจจนผมต้องมาเปิดงั้นแหละ"
และ
นั่นเอง สาเหตุที่แพ้ให้กับเหตุผล
"แต่ แต่ ผมจะจำเอาไว้ และไม่ทำอีกครับ"
"ไม่อยากให้คนอื่นมาอ่านแล้วทำตัวไม่ถูกแบบคุณน่ะสิ"
"ผมก็คิดเหมือนคุณอยู่หรอก ตอนแรก"
การเปิดอ่านในที่สาธารณะไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่สำหรับเจ้าเล่มนี้ รอยรู้ได้โดยสมบูรณ์
"มันดันกวนจิตกวนใจจนผมต้องมาเปิดงั้นแหละ"
และ
นั่นเอง สาเหตุที่แพ้ให้กับเหตุผล
"แต่ แต่ ผมจะจำเอาไว้ และไม่ทำอีกครับ"
"ไม่อยากให้คนอื่นมาอ่านแล้วทำตัวไม่ถูกแบบคุณน่ะสิ"
นามนั้น จดจำไว้ขึ้นใจ
ด้วยคำเชื้อเชิญเขานั่นย่อมไม่ปฏิเสธ การได้ใช้เวลาสนทนากับใครสักคน เปรียบเสมือนการท่องไปในโลกใหม่ที่ไม่เคยพบพาน เรียนรู้กันและกัน นำไปสู่เรื่องราวใหม่ที่ได้ขีดเขียน
เพียงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบรับ
”ถ้าอย่างนั้นขออนุญาต..“
+
นามนั้น จดจำไว้ขึ้นใจ
ด้วยคำเชื้อเชิญเขานั่นย่อมไม่ปฏิเสธ การได้ใช้เวลาสนทนากับใครสักคน เปรียบเสมือนการท่องไปในโลกใหม่ที่ไม่เคยพบพาน เรียนรู้กันและกัน นำไปสู่เรื่องราวใหม่ที่ได้ขีดเขียน
เพียงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นการตอบรับ
”ถ้าอย่างนั้นขออนุญาต..“
+
ยูยุเนะอ้ำอึ้งทำตัวไม่ถูก ไม่ได้ตอบอะไรทันที เลือกจะโค้งตัวขอโทษก่อน
“ข ขอโทษนะคะ! ตั้งแต่วันแรกการเปิดเรียนเลย”
“คุณเป็นอะไรเปล่าคะ ไม่ได้เจ็บหรืออะไรใช่มั้ยคะ”
ชะโงกดูตัวอีกคน เมคอัพไม่ติดเสื้อใช่มั้ย โอเค เมคอัพไม่ติด!!!
ถามไปแต่ก็ลืมตอบคำถามอีกคนซะงั้น
ยูยุเนะอ้ำอึ้งทำตัวไม่ถูก ไม่ได้ตอบอะไรทันที เลือกจะโค้งตัวขอโทษก่อน
“ข ขอโทษนะคะ! ตั้งแต่วันแรกการเปิดเรียนเลย”
“คุณเป็นอะไรเปล่าคะ ไม่ได้เจ็บหรืออะไรใช่มั้ยคะ”
ชะโงกดูตัวอีกคน เมคอัพไม่ติดเสื้อใช่มั้ย โอเค เมคอัพไม่ติด!!!
ถามไปแต่ก็ลืมตอบคำถามอีกคนซะงั้น
" รู้ได้ยังไงน่ะครับ ว่าผมเป็นมนุษย์ "
เขาเอ่ยถามไป แม้จะว่าจะต้องสูดหายใจตั้งสติเข้าไว้ นี่มันสถานการณ์ที่เลวร้ายสุดๆ เลยไม่ใช่รึไง สีหน้าภายนอกแม้เรียบนิ่งทว่าดวงจิตกลับสันไหว
" รู้ได้ยังไงน่ะครับ ว่าผมเป็นมนุษย์ "
เขาเอ่ยถามไป แม้จะว่าจะต้องสูดหายใจตั้งสติเข้าไว้ นี่มันสถานการณ์ที่เลวร้ายสุดๆ เลยไม่ใช่รึไง สีหน้าภายนอกแม้เรียบนิ่งทว่าดวงจิตกลับสันไหว
"อืม...สุดท้ายผมก็ได้รู้ว่าไม่จำเป็นต้องวิ่งขวนขวายผมก็ถูกยอมรับอยู่แล้ว"
เหมือนกับยกภูเขาทั้งลูกออกจากอก พร้อมกับคำเชยชมว่าเขาทำได้ดีมาตลอดอย่างไม่เคยบกพร่อง
"หลังจากวันนั้นผมก็ตั้งใจใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ลองทำสิ่งที่ไม่เคยได้ทำ อย่างเช่นการออกไปเรียนที่โลกข้างนอก"
"หรือลองเที่ยวกลางคืนดู ถือว่าเปิดประสบการณ์สำหรับเนิร์ดคนนึงเลยล่ะ"
+
"อืม...สุดท้ายผมก็ได้รู้ว่าไม่จำเป็นต้องวิ่งขวนขวายผมก็ถูกยอมรับอยู่แล้ว"
เหมือนกับยกภูเขาทั้งลูกออกจากอก พร้อมกับคำเชยชมว่าเขาทำได้ดีมาตลอดอย่างไม่เคยบกพร่อง
"หลังจากวันนั้นผมก็ตั้งใจใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ลองทำสิ่งที่ไม่เคยได้ทำ อย่างเช่นการออกไปเรียนที่โลกข้างนอก"
"หรือลองเที่ยวกลางคืนดู ถือว่าเปิดประสบการณ์สำหรับเนิร์ดคนนึงเลยล่ะ"
+
"นายก็เพิ่งออกมาพักไม่ใช่เหรอ ? ฉันว่าหาเครื่องดื่มอุ่น ๆ สักแก้วก่อนกลับก็ไม่เลวนะ"
เขาลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะยืดเนื้อยืดตัวสักหน่อย สองมือสอดเข้ากระเป๋าเสื้อคลายหนาวเพิ่มอีกชั้น
"อยากจะไปร้านไหนดี หรือให้ฉันเลือกให้ไหม ?"
"นายก็เพิ่งออกมาพักไม่ใช่เหรอ ? ฉันว่าหาเครื่องดื่มอุ่น ๆ สักแก้วก่อนกลับก็ไม่เลวนะ"
เขาลุกขึ้นเต็มความสูงก่อนจะยืดเนื้อยืดตัวสักหน่อย สองมือสอดเข้ากระเป๋าเสื้อคลายหนาวเพิ่มอีกชั้น
"อยากจะไปร้านไหนดี หรือให้ฉันเลือกให้ไหม ?"
“อะไรกันคะเนี่ย…”
เธอหลุดหัวเราะเสียงใส แก้มที่ถูกปลายนิ้วแตะพลันขึ้นสีจาง ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ถึงจะไม่ใช่คนที่รับมือกับคำพูดหวานหูไม่เก่งนัก แต่พอเจอเข้ากับตัวก็อดรู้สึกเขินขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน
+
“อะไรกันคะเนี่ย…”
เธอหลุดหัวเราะเสียงใส แก้มที่ถูกปลายนิ้วแตะพลันขึ้นสีจาง ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ ถึงจะไม่ใช่คนที่รับมือกับคำพูดหวานหูไม่เก่งนัก แต่พอเจอเข้ากับตัวก็อดรู้สึกเขินขึ้นมาไม่ได้เหมือนกัน
+
เขียนเป็น RQ ดีๆว่า "การที่ผู้เล่นรายใหญ่จำกัดตัวเลือกการชำระเงิน สร้างต้นทุนต่อสังคมมากกว่าประโยชน์ที่บริษัทได้รับหรือไม่"
ถ้าคำตอบคือใช่ ก็จะเข้าข่าย negative externality
เขียนเป็น RQ ดีๆว่า "การที่ผู้เล่นรายใหญ่จำกัดตัวเลือกการชำระเงิน สร้างต้นทุนต่อสังคมมากกว่าประโยชน์ที่บริษัทได้รับหรือไม่"
ถ้าคำตอบคือใช่ ก็จะเข้าข่าย negative externality
ในฐานะคนที่ใช้ชีวิตอยู่เบื้องหลังและคอยสนับสนุนเป็นหลัก ตัวตนของเขาแทบจะไม่อยู่ในสายตาใครอยู่แล้ว พอได้ยินอะไรแบบนี้ก็นับว่าแปลกใหม่อยู่พอสมควร
นายูตะหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางนึกคำถามที่ต้องการถามต่อไปด้วย
"ถ้าอย่างนั้น อืม...ถ้าเลือกสถานที่ที่อยากไปเที่ยวมาสักที่ จะเลือกที่ไหนครับ"
ในฐานะคนที่ใช้ชีวิตอยู่เบื้องหลังและคอยสนับสนุนเป็นหลัก ตัวตนของเขาแทบจะไม่อยู่ในสายตาใครอยู่แล้ว พอได้ยินอะไรแบบนี้ก็นับว่าแปลกใหม่อยู่พอสมควร
นายูตะหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางนึกคำถามที่ต้องการถามต่อไปด้วย
"ถ้าอย่างนั้น อืม...ถ้าเลือกสถานที่ที่อยากไปเที่ยวมาสักที่ จะเลือกที่ไหนครับ"
“ถูกฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกายครับ”
มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเบิ้ดคำสิเว่า แต่เจ้าตัวดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร
คนเด็กกว่าจัดคอเสื้อให้เรียบร้อยก่อนส่งกระดาษโน๊ตใบเล็กให้อีกฝ่าย บนกระดาษเป็นลิสต์อาหารที่จะซื้อกลับบ้าน
ซุปประจำวันสามที่รวมถึงเครื่องเคียงตามแต่ร้านจะนำเสนอ
เจเซริสไม่ใช่คนเรื่องมากและไม่พูดเยอะ หากเขาชอบเขาจะมาซํ้าด้วยตัวเอง
“รบกวนด้วยครับ—เชฟ” ยิ้มนิด
“ถูกฟ้องข้อหาทำร้ายร่างกายครับ”
มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเบิ้ดคำสิเว่า แต่เจ้าตัวดูไม่ทุกข์ร้อนอะไร
คนเด็กกว่าจัดคอเสื้อให้เรียบร้อยก่อนส่งกระดาษโน๊ตใบเล็กให้อีกฝ่าย บนกระดาษเป็นลิสต์อาหารที่จะซื้อกลับบ้าน
ซุปประจำวันสามที่รวมถึงเครื่องเคียงตามแต่ร้านจะนำเสนอ
เจเซริสไม่ใช่คนเรื่องมากและไม่พูดเยอะ หากเขาชอบเขาจะมาซํ้าด้วยตัวเอง
“รบกวนด้วยครับ—เชฟ” ยิ้มนิด
เขาจิ้มลงไปที่แก้มของอีกฝ่ายซ้ำไปซ้ำมาราวกับต้องการระบายอารมณ์บางอย่าง
โดยเฉพาะกับในเกมนี้ที่ต้องสบตาตลอดเวลา เขาอยากจิ้มให้ทะลุจนต้องเผลอหลุบตามองไปซะ จะได้ชนะสักที
“แสนรู้จังนะครับคุณเนี่ย นับเป็นคำถามด้วย”
+
เขาจิ้มลงไปที่แก้มของอีกฝ่ายซ้ำไปซ้ำมาราวกับต้องการระบายอารมณ์บางอย่าง
โดยเฉพาะกับในเกมนี้ที่ต้องสบตาตลอดเวลา เขาอยากจิ้มให้ทะลุจนต้องเผลอหลุบตามองไปซะ จะได้ชนะสักที
“แสนรู้จังนะครับคุณเนี่ย นับเป็นคำถามด้วย”
+