#AIประจำตัว
——— ・ ✦୨ oc ୧✦ ・———

ชุดว่ายน้ำประจำตัวของแต่ละออริ คุณพิ้มวาดสวยมากเลยค่ะ คุ้มค่าการรอคอยสุดๆ 😭✨💖 ไว้จะมาอุดหนุนอีกแน่นอนนะคะ 👍

© @reina07.bsky.social

🚫Do not save, upload, use this artwork for AI training (Generative AI), copy character designs, or use this artwork as a reference under any circumstances 🚫
August 16, 2026 at 6:27 AM
🔥ใกล้จะกลับแล้ว 2 วันสุดท้าย🔥

👉🏻ป๊อปไม่ได้อยู่ประจำนะ

📍 ลาดพร้าว 130
🗓️ 3–13 ส.ค.

💆‍♂️ นวดกษัย 4 ศาสตร์
เมื่อย ตึง ล้า…มาผ่อนคลายกัน ✨

#นวดลาดพร้าว #ลาดพร้าว130
#รามคำแหง #บางกะปิ #พระราม9
เอกมัย
นวลจันทร์
รามอินทรา
ทาวน์อินทาวน์
พระราม 9
ห้วยขวาง
สุทธิสาร
บางกะปิ
รามคำแหง

ปล. รูป Ai นะจ๊ะ ฝึกเล่นกับระบบ ช่วยให้ทำงานง่ายขึ้น

👉🏻ตัวจริงก็อ้วนๆนั้นละจ้า😍
August 12, 2026 at 9:53 AM
thematter.co/lifestyle/ai...
เจอบทความนี้จากเพจเอาเนื้อหาย่อๆ มาให้ตามแล้วลองไปอ่านตัวเต็ม...ส่วนตัวอยากให้อ่านจนถึงบรรทัดสุดท้ายมาก บอกแค่นี้จริงๆ
คลื่นไส้เพราะเห็นภาพ AI เข้าใจที่มาของอาการพะอืดพะอม เมื่อต้องทนอยู่ในโลกที่มีแต่ภาพ AI
ครั้งล่าสุดที่เลื่อนฟีดแล้วไม่เจอภาพ AI คือเมื่อไหร่กันนะ ทุกวันนี้การได้เห็นภาพที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่เพียงคอนเทนต์จากผู้ใช้ทั่วไปเท่านั้น…
thematter.co
September 4, 2026 at 5:27 AM
ไมโครซอฟท์เปิดตัว Project Solara แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์เพื่อฮาร์ดแวร์ IoT ยุค AI, ไส้ในเป็น Android
ไมโครซอฟท์เปิดตัว Project Solara แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์เพื่อฮาร์ดแวร์ IoT ยุค AI, ไส้ในเป็น Android Body ไมโครซอฟท์เปิดตัว Project Solara ที่นิยามตัวเองว่าเป็น "แพลตฟอร์มซอฟต์แวร์" สำหรับฮาร์ดแวร์ IoT ประเภทใหม่ๆ ในยุค Agentic AI ที่ไปไกลกว่าคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน ชื่อฟังดูเข้าใจยาก ตัวอย่างฮาร์ดแวร์ต้นแบบที่ไมโครซอฟท์นำมาโชว์ได้แก่ หน้าจออัจฉริยะ (smart display) ที่ใช้ชิปจาก MediaTek และบัตรประจำตัวพนักงานอัจฉริยะ มีหน้าจอ มีกล้อง (smart badge) ใช้ชิป Qualcomm ไมโครซอฟท์อธิบายว่าโลกเรากำลังจะมีฮาร์ดแวร์ IoT เฉพาะทางประเภทใหม่ๆ (specialized devices) เกิดขึ้นเรื่อยๆ ในยุค Agentic AI ที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวของเราตลอดเวลา แต่ยังขาดซอฟต์แวร์มาตรฐานที่รองรับฮาร์ดแวร์หลากหลายรูปแบบ (ทุกวันนี้ fragmentation ต่างคนต่างทำ) และเชื่อมประสบการณ์ใช้งานบนฮาร์ดแวร์แต่ละชิ้นให้ต่อเนื่องกัน ขอบเขตของ Project Solara คือซอฟต์แวร์ทั้งหมด ตั้งแต่ส่วนควบคุมชิปไปจนถึงเชื่อมต่อคลาวด์ (chip-to-cloud platform) * ระบบปฏิบัติการตัวใหม่ชื่อ **Microsoft Device Ecosystem Platform (MDEP)** พัฒนาต่อมาจาก Android AOSP * ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย การเชื่อมต่อกับระบบจัดการขององค์กร เช่น Microsoft Entra ID, Microsoft Intune, Microsoft Defender for Endpoint ซึ่งจำเป็นสำหรับการใช้งานในองค์กร * การยืนยันตัวตนผู้ใช้ด้วย Hello for Business รองรับไบโอเมทริก * บริการอัพเดตผ่านระบบของไมโครซอฟท์ และการซัพพอร์ตซอฟต์แวร์ตลอดอายุการใช้งาน (lifecycle) * ระบบ UI แบบ just-in-time พร้อมใช้งานตลอดเวลา สำหรับพูดคุย สั่งงาน agent ที่รันอยู่บนคลาวด์ ได้หลากหลายตัว * ความสามารถในการต่อขยาย ไปเชื่อมกับ agent ขององค์กรเอง * การเชื่อมต่อกับบริการในเครือไมโครซอฟท์ เช่น Microsoft 365 Copilot, Windows 365, WorkIQ อุปกรณ์ใน Project Solara ตอนนี้ยังเป็นแค่ต้นแบบ และไมโครซอฟท์กำลังทดสอบการใช้งานกับบริษัทใหญ่ๆ บางราย เช่น AccuWeather, Best Buy, CVS Health, Levi’s, Target ก่อนจะทำงานร่วมกับผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ OEM ให้พัฒนาเป็นสินค้าขายจริงให้กับภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มา - Microsoft mk Fri, 05/06/2026 - 20:03
www.blognone.com
June 5, 2026 at 4:28 PM
ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนของการทำงาน การที่พนักงานบางส่วนถูกเลิกจ้างนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นโอกาสให้เกิดอาชีพใหม่ๆ และการปรับตัวของมนุษย์ให้เข้ากับยุคสมัย

อ่านต่อ: 👉 lan-lan-idea.blogspot.com/2025/03/ai.h...
#อาชีพใหม่และอาชีพที่ยังคงอยู่ท่ามกลางAI #2025trends
อาชีพใหม่และอาชีพที่ยังคงอยู่ท่ามกลาง
อาชีพใหม่และอาชีพที่ยังคงอยู่ท่ามกลาง AI ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนของการทำงาน การที่พนั...
lan-lan-idea.blogspot.com
March 20, 2025 at 1:59 AM
วิธีการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมระดับโลกสำหรับเทคโนโลยี AI

ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีบทบาทสำคัญในหลายด้านของชีวิตประจำวัน การสร้างมาตรฐานจริยธรรมระดับโลกสำหรับ AI จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนาและใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ…
วิธีการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมระดับโลกสำหรับเทคโนโลยี AI
ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วและมีบทบาทสำคัญในหลายด้านของชีวิตประจำวัน การสร้างมาตรฐานจริยธรรมระดับโลกสำหรับ AI จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีนี้ถูกพัฒนาและใช้งานอย่างมีความรับผิดชอบ บทความนี้จะอธิบายถึงขั้นตอนสำคัญในการกำหนดมาตรฐานจริยธรรมสำหรับ AI โดยเน้นความสำคัญของความร่วมมือ ความครอบคลุม และความสามารถในการปรับตัว 1. ความจำเป็นในการมีมาตรฐานจริยธรรม 1.1 การเติบโตของเทคโนโลยี AI AI กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่างๆ โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงกระบวนการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม ความสามารถของ AI ยังนำมาซึ่งข้อกังวลด้านจริยธรรม เช่น การละเมิดความเป็นส่วนตัว การมีอคติในอัลกอริธึม การสูญเสียงาน และความเป็นไปได้ในการใช้ในทางที่ผิดในด้านต่างๆ เช่น การเฝ้าระวังและสงคราม 1.2 ความสำคัญของจริยธรรมใน AI มาตรฐานจริยธรรมมีความสำคัญในการชี้นำการพัฒนาและการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อให้แน่ใจว่าระบบ AI ถูกออกแบบมาเพื่อเคารพสิทธิมนุษยชน ส่งเสริมความเป็นธรรม และเพิ่มพูนความเป็นอยู่ที่ดีของสังคม หากไม่มีกรอบจริยธรรมที่ชัดเจน ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ 2. หลักการสำคัญสำหรับจริยธรรม AI ระดับโลก 2.1 ความโปร่งใส ความโปร่งใสหมายถึงการทำให้ระบบ AI เข้าใจได้และเข้าถึงได้สำหรับผู้ใช้และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นักพัฒนาควรให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการทำงานของอัลกอริธึม AI ข้อมูลที่ใช้ในการฝึกอบรม และกระบวนการตัดสินใจที่เกี่ยวข้อง ความโปร่งใสช่วยสร้างความไว้วางใจและความรับผิดชอบ ทำให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล
one788.com
January 1, 2025 at 7:32 AM
3️⃣ ความสมจริงของโลกจำลอง

⤷ ระบบฟิสิกส์ สามารถจำลองแรงโน้มถ่วง, แสง, และการชนได้สมจริง
⤷ ชีววิทยา สร้าง Simulation เซลล์มนุษย์ระดับโมเลกุล, ระบบภูมิคุ้มกัน, การกลายพันธุ์ของไวรัส
⤷ จิตใจและพฤติกรรม AI Agent แบบใหม่ ทำให้ NPC 'มีวิถีชีวิตประจำวันของตัวเอง'
⤷ แต่ยังจำลอง 'อารมณ์ซับซ้อนแบบมนุษย์จริงทั้งสเกลโลก' ไม่ได้

#SciFi #ไซไฟ #Simulation #Thai (3/5)
November 22, 2025 at 1:23 PM
GitHub AI Repos ประจำสัปดาห์: 7 โปรเจกต์ที่กำลังมาแรง (2 ก.ย. 2026)
# GitHub AI Repos ประจำสัปดาห์: 7 โปรเจกต์ที่กำลังมาแรง (2 ก.ย. 2026) _โดย Nokka (นก-กา) | 2 กันยายน 2026_ สัปดาห์นี้ผมไล่ดู GitHub Trending และ GitHub Ranking AI [1][2] แล้วพบภาพที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าโลก open-source กำลังหมุนรอบคำว่า "agent skill" กับ "free LLM" มากกว่าที่เคย โปรเจกต์ที่ดาวพุ่งเร็วที่สุดในสัปดาห์นี้ไม่ได้เป็นเฟรมเวิร์กยักษ์ แต่เป็นเครื่องมือเล็กๆ ที่ทำให้ AI agent ทำงานเฉพาะทางได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวาดแผนภาพสถาปัตยกรรม การทำวิจัยวิทยาศาสตร์ หรือการสมัครงาน ผมคัดมา 7 โปรเจกต์ที่ทั้งใหม่ ทั้งดาวพุ่ง และหลากหลายหมวด มาเล่าให้ฟังว่าทำไมแต่ละตัวถึงน่าสนใจ โปรเจกต์ | Stars | พุ่งในสัปดาห์ | หมวด ---|---|---|--- archify | 41.8k | 25,469 | Agent skill (แผนภาพ) scientific-agent-skills | 41.5k | 6,962 | Agent skill (วิทยาศาสตร์) ai-engineering-from-scratch | 51.8k | 3,427 | คอร์สเรียน freellmapi | 23.6k | 3,452 | Free LLM API ai-job-search | 39.8k | 4,841 | เครื่องมือสมัครงาน OpenMAIC | 29.4k | 8,014 | Multi-agent classroom claude-plugins-community | 3.1k | 1,634 | Plugin marketplace ตัวเลขในตารางนี้บอกภาพรวมได้ชัดว่า archify คือดาวเด่นของสัปดาห์ ด้วยยอดพุ่ง 25,469 ดาวที่ทิ้งห่างตัวอื่นอย่างขาดลอย ขณะที่ OpenMAIC และ scientific-agent-skills ก็พุ่งแรงไม่แพ้กันในหมวดของตัวเอง ## 1. archify, เปลี่ยนโค้ดเบสให้เป็นแผนภาพสถาปัตยกรรมในแชต **41.8k stars** (พุ่ง 25,469 ดาวในสัปดาห์เดียว) ตัวนี้เป็น agent skill ที่น่าสนใจที่สุดในสัปดาห์นี้ เพราะดาวพุ่งแรงที่สุดในบรรดาโปรเจกต์ทั้งหมด archify ทำงานเป็นระบบ render [3] และ validate สำหรับ Cursor, Claude Code, Codex CLI และ OpenCode หลักการคือ agent จะสร้าง JSON IR ที่มี type กำกับ แล้ว archify คอมไพล์ออกมาเป็น HTML หรือ SVG แบบ deterministic จุดเด่นที่ผมชอบคือมันไม่ได้วาดแผนภาพแบบ "เดาเอา" แต่ทุก interaction ยัง grounded อยู่กับโค้ดจริง คุณสามารถ search โหนด เปิดดู source ที่ผ่านการ verify แล้ว และ trace เส้นทาง upstream/downstream ได้ แถมยังเปรียบเทียบสถาปัตยกรรมก่อน-หลัง merge ได้ด้วยการ diff สอง snapshot สำหรับทีมที่ต้อง review การเปลี่ยนแปลงสถาปัตยกรรมก่อน merge นี่คือเครื่องมือที่ตอบโจทย์ตรงจุด ติดตั้งง่ายด้วยคำสั่ง `npx skills add tt-a1i/archify -g` ## 2. scientific-agent-skills, เปลี่ยน AI agent ให้เป็นนักวิทยาศาสตร์ **41.5k stars** (พุ่ง 6,962 ดาว) K-Dense-AI เปิดตัวไลบรารี skill [4] สำหรับงานวิทยาศาสตร์ที่อ้างว่ามีนักวิทยาศาสตร์ใช้งานกว่า 190,000 คนทั่วโลก ภายในมี 165 skills ที่ผ่านการ validate แล้ว พร้อมฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์กว่า 100 ฐาน ครอบคลุมชีววิทยา เคมี การแพทย์ และการค้นพบยา จุดเด่นของตัวนี้คือมันเข้ากับมาตรฐาน Agent Skills แบบเปิด ทำให้ใช้ได้กับ Cursor, Claude Code, Codex, Pi และ Antigravity โดยไม่ต้องผูกกับแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง แนวคิด "turn any AI agent into an AI Scientist" นี้สะท้อนเทรนด์ที่ชัดเจนว่า skill กำลังกลายเป็นหน่วยความรู้ที่แชร์ข้ามเครื่องมือได้ ## 3. ai-engineering-from-scratch, เรียน AI engineering แบบลงมือทำ **51.8k stars** (พุ่ง 3,427 ดาว) โปรเจกต์ของ rohitg00 นี้มีสโลแกนสั้นๆ ว่า "Learn it. Build it. Ship it for others." [5] เป็นคอร์สเรียน AI engineering ที่เน้นการสร้างจริง ไม่ได้มีเพียงการอ่านทฤษฎี ตัวเลข 51.8k stars บอกว่าคนจำนวนมากกำลังมองหาเส้นทางเรียนรู้ที่จับต้องได้ ในยุคที่ "vibe coding" ทำให้คนเขียนโค้ดได้โดยไม่เข้าใจพื้นฐาน โปรเจกต์แบบนี้กลับมาเตือนว่าการเข้าใจหลักการยังสำคัญอยู่ เพราะ AI ที่ไม่เข้าใจพื้นฐานจะสร้าง output ที่เปราะและพังง่าย ผมมองว่านี่คือสัญญาณที่ดีของวงการ ที่คนเริ่มกลับมาให้คุณค่ากับการเรียนแบบมีโครงสร้าง ## 4. freellmapi, 7.4 พันล้านโทเคนฟรีต่อเดือน **23.6k stars** (พุ่ง 3,452 ดาว) ตัวนี้ตอบโจทย์คนที่อยากทดลอง LLM หลายตัวโดยไม่ต้องจ่ายเงิน freellmapi รวม 34 ผู้ให้บริการ [6] LLM ฟรี และ 635 model endpoints ไว้หลัง endpoint `/v1` เดียว พร้อม smart routing, automatic failover และการเข้ารหัส key ตัวเลข 7.4 พันล้านโทเคนต่อเดือนฟังดูเหลือเชื่อ แต่จุดที่ต้องระวังคือ README ระบุชัดว่า "Personal experimentation only" หมายความว่าเหมาะสำหรับการทดลองส่วนตัว ไม่ใช่ production ผมว่าเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับนักพัฒนาที่อยากลองเทียบโมเดลหลายตัวก่อนตัดสินใจจ่ายเงิน แต่ถ้าจะใช้จริงจัง ควรอ่านข้อจำกัดให้ดี ## 5. ai-job-search, ระบบสมัครงานที่รันบนเครื่องคุณเอง **39.8k stars** (พุ่ง 4,841 ดาว) MadsLorentzen สร้าง framework สมัครงานด้วย AI บน Claude Code [7] ที่ช่วยประเมินประกาศงาน ปรับ CV เขียน cover letter และเตรียมตัวสัมภาษณ์ จุดเด่นคือ "Fork it and own it" หมายความว่าข้อมูลของคุณอยู่บนเครื่องตัวเอง ไม่ต้องส่งให้บริการภายนอก ในมุมของ privacy นี่คือจุดขายที่สำคัญ เพราะข้อมูลสมัครงานเป็นข้อมูลส่วนตัวที่อ่อนไหว การที่ทุกอย่างรัน local ทำให้คนควบคุมข้อมูลตัวเองได้เต็มที่ ผมเห็นว่านี่เป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ AI agent กับงานจริงที่จับต้องได้ ไม่ได้เป็นเพียง demo ## 6. OpenMAIC, ห้องเรียน multi-agent แบบ interactive **29.4k stars** (พุ่ง 8,014 ดาว) THU-MAIC จากมหาวิทยาลัย Tsinghua เปิดตัว [8] Open Multi-Agent Interactive Classroom ที่ให้ประสบการณ์เรียนรู้แบบ multi-agent ได้ในคลิกเดียว แนวคิดคือแทนที่จะเรียนกับ AI ตัวเดียว คุณเรียนกับ "ห้องเรียน" ที่มี agent หลายตัวโต้ตอบกัน นี่เป็นอีกตัวอย่างของเทรนด์ multi-agent ที่กำลังมาแรง แทนที่จะพึ่งโมเดลตัวเดียวทำงานทุกอย่าง ระบบแบบนี้แบ่งบทบาทให้ agent หลายตัวทำงานร่วมกัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่เห็นมากขึ้นในโปรเจกต์ open-source ช่วงนี้ ## 7. claude-plugins-community, ตลาด plugin ชุมชนของ Claude **3.1k stars** (พุ่ง 1,634 ดาว) ตัวนี้ดาวน้อยที่สุดในลิสต์ แต่ผมเลือกมาเพราะเป็นสัญญาณของทิศทาง Anthropic เปิด marketplace สำหรับ plugin [9] ชุมชนของ Claude Cowork และ Claude Code โดย repo นี้เป็น read-only mirror ส่วนการ submit ต้องทำผ่าน clau.de/plugin-directory-submission การที่ Anthropic เปิดตลาด plugin ชุมชนแบบนี้ บอกว่าบริษัทกำลังผลักดัน ecosystem รอบ Claude ให้ขยายตัว ซึ่งเป็นกลยุทธ์เดียวกับที่ทำให้ VS Code และ Chrome ครองตลาดได้ ผมมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของ "app store" สำหรับ AI agent ที่น่าจับตามอง ## สรุปเทรนด์ที่เห็นในสัปดาห์นี้ เทรนด์แรกที่ชัดเจนคือ **Agent Skills กำลังกลายเป็นหน่วยความรู้มาตรฐาน** ทั้ง archify, scientific-agent-skills และ claude-plugins-community ล้วนเป็น "skill" ที่แชร์ข้ามเครื่องมือได้ ไม่ผูกกับแพลตฟอร์มเดียว นี่คือการเปลี่ยนจาก "โมเดลเก่ง" ไปเป็น "โมเดล + skill เฉพาะทาง" เทรนด์ที่สองคือ **การกลับมาให้คุณค่ากับพื้นฐาน** ai-engineering-from-scratch ที่มี 51.8k stars สะท้อนว่าคนเริ่มตระหนักว่า vibe coding อย่างเดียวไม่พอ ต้องเข้าใจหลักการด้วย เทรนด์ที่สามคือ **privacy และ local-first** ทั้ง ai-job-search และ freellmapi เน้นการรันบนเครื่องตัวเองหรือควบคุมข้อมูลตัวเอง ซึ่งตอบโจทย์คนที่กังวลเรื่องข้อมูลส่วนตัว แล้วคุณล่ะ มีโปรเจกต์ไหนในลิสต์นี้ที่อยากลองใช้บ้าง หรือมี repo น่าสนใจที่ผมพลาดไป คอมเมนต์คุยกันได้เลยครับ _บทความนี้เขียนโดย AI (DeepSeek V4 Pro) ผ่าน Hermes Agent ภายใต้การควบคุมและตรวจสอบคุณภาพโดยมนุษย์, Nokka (นก-กา)_ ## เอกสารอ้างอิง [1] GitHub Trending (weekly), 2026, https://github.com/trending?since=weekly [2] GitHub Ranking AI, Top 100 AI Agents, 2026, https://raw.githubusercontent.com/yuxiaopeng/Github-Ranking-AI/main/Top100/AI%20Agents.md [3] tt-a1i/archify, 2026, https://github.com/tt-a1i/archify [4] K-Dense-AI/scientific-agent-skills, 2026, https://github.com/K-Dense-AI/scientific-agent-skills [5] rohitg00/ai-engineering-from-scratch, 2026, https://github.com/rohitg00/ai-engineering-from-scratch [6] tashfeenahmed/freellmapi, 2026, https://github.com/tashfeenahmed/freellmapi [7] MadsLorentzen/ai-job-search, 2026, https://github.com/MadsLorentzen/ai-job-search [8] THU-MAIC/OpenMAIC, 2026, https://github.com/THU-MAIC/OpenMAIC [9] anthropics/claude-plugins-community, 2026, https://github.com/anthropics/claude-plugins-community
dev.to
September 2, 2026 at 3:14 PM
สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 7-13 ก.ย. 2569
สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 7-13 ก.ย. 2569
สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 7-13 ก.ย. 2569 auser15 Sun, 2026-09-13 - 08:51 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิด “One Platform for Skill Development” แพลตฟอร์มรวมหลักสูตรพัฒนาทักษะจากเครือข่าย 30 แห่ง จำนวน 967 หลักสูตร ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของกำลังแรงงานเพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน โดยเฉพาะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งส่งผลให้ความต้องการด้านทักษะของตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล และเปิดตัว “One Platform for Skill Development” เพื่อเป็นช่องทางกลางในการเข้าถึงการพัฒนาทักษะ ช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ ให้แรงงาน ประชาชนทั่วไป และสถานประกอบกิจการสามารถเลือกเรียนหลักสูตรที่เหมาะกับความต้องการของตนเองได้สะดวกมากขึ้น ปัจจุบันแพลตฟอร์มมีเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงานขึ้นทะเบียนหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์แล้ว 30 แห่ง รวม 967 หลักสูตร ครอบคลุมทักษะหลากหลายด้าน ทั้งการขาย การบริการ การพัฒนาทักษะดิจิทัล เทคโนโลยี AI ภาษา ธุรกิจ และทักษะวิชาชีพต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกพัฒนาทักษะเดิมหรือต่อยอดไปสู่ทักษะใหม่ที่ตลาดแรงงานกำลังต้องการ สำหรับหลักสูตรที่น่าสนใจ เช่น เทคนิคการขายขั้นสูงสำหรับนักขายมืออาชีพ ซึ่งเน้นทักษะการขายที่สามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริง การบริการด้วยใจสู่การบริการที่เป็นเลิศสำหรับผู้ที่ทำงานด้านบริการ การสร้างประสบการณ์และบริการลูกค้าอย่างมืออาชีพด้วยแนวคิด Customer Centric ที่เน้นการเข้าใจความต้องการของลูกค้า รวมถึงการสร้างกลยุทธ์การขายด้วย Generative AI ที่นำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขายและการทำงาน ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การพัฒนาทักษะในยุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เพียงการเข้าอบรมในห้องเรียน แต่สามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องผ่านระบบออนไลน์ โดยแต่ละคนสามารถเลือกหลักสูตรให้สอดคล้องกับงานที่ทำ หรือทักษะที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติมได้ตามความพร้อมของตนเอง “รัฐบาลต้องการให้การพัฒนาทักษะเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนทำงานทุกกลุ่ม เพราะเมื่อโลกการทำงานเปลี่ยนเร็ว ทักษะที่มีอยู่ก็ต้องพัฒนาให้ทัน การเรียนรู้เพิ่มเติมจึงเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของตัวเอง ทั้งการทำงานในปัจจุบัน การเตรียมพร้อมสำหรับอาชีพใหม่ และการเพิ่มโอกาสในการมีรายได้” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว ทั้งนี้ One Platform for Skill Development ยังเปิดโอกาสให้สถานประกอบกิจการนำหลักสูตรไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทักษะให้แก่พนักงานของตนเองได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับทักษะกำลังคนและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและเลือกหลักสูตรที่เหมาะกับตัวเองได้ที่ https://oneplatform.dsd.go.th/ ที่มา: แนวหน้า, 13/9/2569 เผยไทยติดอันดับ 3 จุดหมายดิจิทัลโนแมดของโลก ชี้โอกาสสร้างรายได้ใหม่ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าสื่อ VnExpress International ของเวียดนาม และ The Star ของมาเลเซีย รายงานผลการจัดอันดับของบริษัทที่ปรึกษาด้านการย้ายถิ่นฐาน  Rumavi Global Relocation Index 2026 ซึ่งประเมิน 192 ประเทศและดินแดนทั่วโลก โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นจุดหมายอันดับ 3 ของโลกสำหรับดิจิทัลโนแมด ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่ทำงานทางไกลผ่านเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต สามารถทำงานจากสถานที่ต่าง ๆ โดยไม่ยึดติดกับสำนักงานประจำ ด้วยคะแนน 75.4 ส่วนอันดับหนึ่งและสองได้แก่ มาเลเซียและโปรตุเกส ในขณะที่คะแนนเรื่องจุดหมายสำหรับผู้เกษียณ ไทยอยู่อันดับ 4 ของโลก ด้วยคะแนน 74.3 รองจากมาเลเซีย ปานามา และโปรตุเกส โดยทั้งสองประเภทไทยเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ส่วนรายละเอียดในการจัดอันดับที่เป็นจุดแข็งของไทย ได้แก่ ค่าครองชีพที่เข้าถึงได้ 96.9 คะแนน ระบบเงินตราและธนาคาร 91.8 คะแนน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 89.4 คะแนน รวมถึงคุณภาพและต้นทุนในการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างละ 78 คะแนน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้ทำงานทางไกลและผู้เกษียณที่ต้องการพำนักระยะยาว นางสาวลลิดา กล่าวว่ารัฐบาลมองผลการจัดอันดับดังกล่าวเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ เนื่องจากดิจิทัลโนแมดและผู้เกษียณต่างชาติเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มพำนักและใช้จ่ายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านที่พัก อาหาร การเดินทาง สุขภาพ และบริการต่าง ๆ หากสามารถดึงดูดให้พำนักนานขึ้น จะช่วยเพิ่มเงินหมุนเวียนและกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการและชุมชนตลอดทั้งปี ดังนั้น รัฐบาลจะต่อยอดจุดแข็งด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ภาคบริการ และระบบสุขภาพ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายคุณภาพตลอดทั้งปี โดยปรับจากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว ไปสู่การเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อคนและระยะเวลาพำนัก สำหรับกลุ่มดิจิทัลโนแมด รัฐบาลจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและสภาพแวดล้อมที่รองรับการทำงานและการพำนักระยะยาว ส่วนกลุ่มผู้เกษียณจะเชื่อมโยงกับการยกระดับบริการสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ เศรษฐกิจสุขภาพ และเศรษฐกิจสูงวัย ทั้งนี้ ผลการจัดอันดับยังสะท้อนประเด็นที่ไทยต้องเร่งพัฒนา ได้แก่ การเข้าถึงภาษาอังกฤษ โอกาสทางธุรกิจ และหลักนิติธรรม ซึ่งรัฐบาลจะนำไปประกอบการยกระดับขีดความสามารถของประเทศ เพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายสำหรับการท่องเที่ยว การอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุนในระยะยาว ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา, 13/9/2569  การันตี 27 ก.ย. นี้ เดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ขยายคูหา 5,000 หน่วย ลงลึกถึงระดับอำเภอ รองรับผู้ลงคะแนนกว่า 5 ล้านคน ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความกังวลของผู้ประกันตนต่อการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ด สปส.ว่า ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ยืนยันชัดเจนว่า การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะจัดขึ้นตามกำหนดเดิมในวันที่ 27 กันยายน 2569 อย่างแน่นอน โดยไม่มีกระบวนการชะลอ เลื่อน หรือเตะถ่วงการเลือกตั้งแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ศาลปกครองได้มีคำสั่งเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และสั่งให้เดินหน้าเลือกตั้งตามกำหนดเดิม แต่มีการยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวนั้น เรื่องนี้ถือเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายตามปกติ ที่ได้ยื่นไปแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ก็เพื่อให้เกิดความรอบคอบและรัดกุมในแง่ของข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่การล้มการเลือกตั้ง ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมว่า มีนายจ้างและผู้ประกันตน ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผู้มาใช้สิทธิราว 50% หรือประมาณ 5 ล้านคน ดังนั้นกระทรวงแรงงานจึงเตรียมขยายหน่วยเลือกตั้งจากระดับจังหวัดลงลึกถึงระดับอำเภอ โดยเพิ่มจากเดิม 2,000 กว่าหน่วย เป็น 5,000 กว่าหน่วย และเร่งจัดทำคู่มือแนวทางวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสีย ตลอดจนระบบป้องกันการลงคะแนนซ้ำ เพื่อรองรับการลงคะแนนได้อย่างเรียบร้อยและรวดเร็ว รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลมุ่งทำงานเชิงรุกเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกคน และขอเชิญชวนนายจ้างและผู้ประกันตน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 08.00 – 16.00 น. เพราะการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมคือการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในอนาคต ที่มา: เว็บไซต์รัฐบาลไทย, 11/9/2569  รัฐบาลชวนร่วมฟังความคิดเห็น ร่างกฎหมาย “อาสาพยาบาลชุมชน” เสนอค่าตอบแทน 15,000 บาท ก่อนปิดรับ ต.ค. นี้ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการร่างกฎหมาย 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ดังนี้ 1. หลักการของ ร่างระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาสาพยาบาลชุมชน พ.ศ. …. ประเด็นสำคัญในหลักการของ ร่างระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาสาพยาบาลชุมชนฯ ที่เปิดรับฟังความคิดเห็น เช่น เห็นด้วยหรือไม่ กับหลักการกำหนดให้มี อสพ. เพื่อสนับสนุนการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิเชิงรุก โดยยึดหลักการเติมเต็มระบบสุขภาพเดิม และไม่ถือเป็นการจัดตั้งวิชาชีพใหม่, เห็นด้วยหรือไม่ กับหลักการกำหนดให้ อสพ. มีสถานภาพเป็นอาสาสมัคร (ไม่ใช่ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของรัฐ) และให้บริหารจัดการโดยมุ่งเน้นที่ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ แทนการลงเวลาปฏิบัติงานประจำ 2. หลักการของ ร่างระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการมอบหมายให้อาสาพยาบาลชุมชนประกอบวิชาชีพเวชกรรมในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. …. ประเด็นสำคัญในหลักการของ ร่างระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการมอบหมายให้อาสาพยาบาลชุมชนประกอบวิชาชีพเวชกรรมในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมฯ ที่เปิดรับฟังความคิดเห็น เช่น เห็นว่า มีความจำเป็นในการกำหนดหลักเกณฑ์ในการมอบหมายให้ อสพ. กระทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมบางประการ ภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือไม่, เห็นด้วยหรือไม่กับหลักการที่ให้ อสพ. สามารถกระทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมบางประการที่จำเป็นต่อการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิเชิงรุก การดูแลต่อเนื่องในชุมชน และการช่วยเหลือเบื้องต้นในภาวะฉุกเฉิน ภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ฯลฯ 3. หลักการของ ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สิทธิ อัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขจ่ายเงินค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาพยาบาลชุมชน พ.ศ. …. ประเด็นสำคัญในหลักการของ ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สิทธิ อัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขจ่ายเงินค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาพยาบาลชุมชนฯ ที่เปิดรับฟังความคิดเห็น เช่น เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดอัตราค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่ของ อสพ. ในอัตราเดือนละ 15,000 บาท, เห็นด้วยหรือไม่กับการแยกค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์ ค่าประกันอุบัติเหตุ ออกจากเงินค่าตอบแทน 15,000 บาท เพื่อให้เบิกจ่ายเพิ่มเติมตามระเบียบการเงินการคลัง, เห็นด้วยหรือไม่กับการยึดภารกิจ ผลการปฏิบัติงาน คุณภาพ และความปลอดภัยเป็นเกณฑ์การจ่ายเงินโดยไม่ใช้การลงเวลาเข้า-ออกงานหรือจำนวนชั่วโมงทำงานเป็นเกณฑ์ ฯลฯ “รัฐบาล เชิญชวนประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย โดยร่างกฎหมาย 2 ฉบับแรกสามารถแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันนี้ - 7 ต.ค. 2569 ส่วนฉบับสุดท้ายสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันนี้ – 8 ต.ค. 2569” ที่มา: สำนักข่าวไทย, 11/9/2569  กมธ.กฎหมายฯ รับเรื่องร้องทบทวนคุณสมบัตินักจิตวิทยา–นักสังคมสงเคราะห์ในคดีเด็ก นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รับหนังสือร้องเรียนจาก นายพงศธร จันทร์แก้ว ประธานชมรมนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) และคณะ เพื่อขอให้กรรมาธิการฯ ตรวจสอบร่างกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัตินักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ตาม ป.วิอาญา นายพงศธร เปิดเผยถึงสาเหตุการยื่นหนังสือว่า ร่างกฎกระทรวงฉบับปัจจุบันยังเปิดช่องให้บุคคลที่มีวุฒิการศึกษาอื่น นอกเหนือจากวุฒิทางด้านจิตวิทยาหรือสังคมสงเคราะห์โดยตรง สามารถสมัครเข้ารับการอบรมเพื่อปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งการอบรมใช้ระยะเวลาเพียง 7 ถึง 10 วันเท่านั้น ทางชมรมฯ จึงมีความกังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากบุคลากรเหล่านี้ต้องทำงานร่วมกับเด็กและเยาวชนที่เป็นผู้เสียหายในคดีอาญา โดยเฉพาะคดีความผิดเกี่ยวกับเพศหรือการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งจำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ ความเข้าใจต่อพัฒนาการ สภาพจิตใจ และเทคนิคการตั้งคำถามที่เหมาะสม หากผู้ปฏิบัติงานขาดวุฒิการศึกษาตรงสาย อาจสร้างบาดแผลทางจิตใจซ้ำให้แก่เด็ก และส่งผลกระทบต่อความถูกต้องในกระบวนการยุติธรรม ผู้ร้อง ระบุว่าที่ผ่านมามีการให้เหตุผลถึงปัญหาขาดแคลนบุคลากรตรงสาย แต่เห็นว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดจากระบบค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการอบรมที่ไม่จูงใจ ทั้งการ ทั้งการที่ผู้เข้าร่วมต้องจ่ายค่าอบรมเองสูงถึง 9,500 บาท รวมถึงอัตราค่าตอบแทนการปฏิบัติงานที่ยังไม่เหมาะสมและไม่มีความชัดเจน เช่น การปฏิบัติหน้าที่สืบพยานตลอดทั้งวันแต่ได้รับค่าตอบแทนเพียง 500 ถึง 1,000 บาท จึงขอให้คณะกรรมาธิการฯ ช่วยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงยุติธรรม และองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เข้ามาชี้แจงและร่วมกันกำหนดทางออก ด้านนายเอกภพ กล่าวว่า มาตรฐานคุณภาพของผู้ให้บริการทางจิตวิทยามีผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตของเด็ก กระบวนการยุติธรรมควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ไม่สร้างบาดแผลซ้ำให้แก่เยาวชน จึงพร้อมสนับสนุนการพิจารณาปรับปรุงกฎกระทรวงดังกล่าวอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า คณะกรรมาธิการฯ ยินดีรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการเพื่อถอดบทเรียนและตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประเด็นข้อกำหนดในร่างกฎกระทรวงดังกล่าว พร้อมทั้งจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา, 10/9/2569  สปส.เตือน ผู้ประกันตน-นายจ้าง เร่งตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 10 ก.ย.2569 สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ประกาศย้ำเตือนและเชิญชวนนายจ้างรวมถึงผู้ประกันตนทั่วประเทศ เร่งตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม โดยกำหนดการเลือกตั้งครั้งสำคัญนี้กำลังจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ที่จะถึงนี้ การตรวจสอบรายชื่อล่วงหน้าถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญ โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อได้แล้ววันนี้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือตรวจสอบด้วยตนเองได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ สำหรับกระบวนการทบทวนและแก้ไขรายชื่อ ทางสำนักงานประกันสังคมได้กำหนดช่วงเวลาดำเนินการ หากนายจ้างหรือผู้ประกันตนท่านใดเข้าตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีชื่อของตนเอง ทั้งที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข หรือในทางกลับกัน หากตรวจพบว่ามีบุคคลอื่นที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อ ก็สามารถยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อได้ทันที โดยเปิดรับคำร้องตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 16 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดระยะเวลาในการเดินทาง ผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถเข้าไปดาวน์โหลดแบบคำร้องล่วงหน้าได้จากเว็บไซต์ www.sso.go.th หรือสามารถขอรับเอกสารได้ที่หน้าเคาน์เตอร์สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งด้วยตนเองก็ได้เช่นกัน เนื่องจากคณะกรรมการประกันสังคม ถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางการดำเนินงานของกองทุนประกันสังคมทั้งหมด มีบทบาทโดยตรงในการบริหารจัดการกองทุนที่มีมูลค่ามหาศาล การพิจารณาปรับเพิ่มและพัฒนายกระดับสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ คุ้มครองผลประโยชน์อันชอบธรรม ตลอดจนวางนโยบายให้กองทุนมีความมั่นคง โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของทั้งผู้ประกันตนและนายจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ดังนั้น ทุกคะแนนเสียงในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 จึงมีความหมายอย่างยิ่งในการคัดเลือกตัวแทนที่จะเข้าไปทำหน้าที่สะท้อนเสียงและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของนายจ้างและผู้ประกันตนทุกคน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อ การยื่นคำร้อง หรือรายละเอียดการเลือกตั้ง สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 กด 9 ซึ่งพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อโดยตรงที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.ลต.) ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 0 2956 2929 ในวันและเวลาราชการ รวมถึงสามารถติดต่อสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด และสาขาใกล้บ้านทั่วประเทศ ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์, 10/9/2569 อภิปรายงบ 70 ก.แรงงาน เผยค่าอาหารอบรมข้าราชการระดับสูง-นายจ้าง มื้อละ 1,000 บาท บินประชุม ILO เจนีวา ตั๋วบินบิสซิเนสคลาส 2 แสน ที่พักคืนละ 3.5 หมื่น แถมแจกค่าเครื่องแต่งกายคนละ 9 พัน เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยเป็นการพิจารณาในมาตรา 22 งบประมาณของกระทรวงแรงงาน นางสาวธนพร วิจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายขอเสนอปรับลดงบประมาณลง 5% โดยชี้ให้เห็นว่า ภาพรวมการจัดอบรมสัมมนาของกระทรวงแรงงาน วงเงินประมาณ 217 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1. การจัดการปัญหายาเสพติด 25.63 ล้านบาท 2. งบดูแลแรงงานอิสระ 137.2 ล้านบาท และ 3. งบป้องกันการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ 47.5 ล้านบาท ซึ่งพบว่าแต่ละกรมต่างคนต่างตั้งงบประมาณซ้ำซ้อนกัน โดยไม่มีแผนงานกลางหรือการแบ่งงานที่ชัดเจน นอกจากนี้ นางสาวธนพร ยังชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณค่าอาหารสำหรับจัดฝึกอบรม ซึ่งพบมาตรฐานที่ไม่เท่าเทียมกันอย่างเห็นได้ชัด โดยข้าราชการระดับสูงและนายจ้างได้รับการจัดสรรค่าอาหารสูงถึง 900–1,000 บาทต่อมื้อ ข้าราชการระดับกลางและผู้ปฏิบัติงานทั่วไปได้ 500–800 บาทต่อมื้อ ในขณะที่ประชาชนและแรงงานทั่วไปกลับได้เพียง 80–300 บาทต่อวัน ส่วนพี่น้องแรงงานภาคเกษตรกลับไม่มีงบฯ ค่าอาหาร ได้เพียงค่าอาหารว่าง (เบรก) เพียง 35 บาทต่อมื้อเท่านั้น นี่คือวิธีคิดในการจัดทำงบประมาณที่มีความเหลื่อมล้ำอย่างยิ่ง นางสาวธนพร อภิปรายต่อถึงงบประมาณเดินทางไปประชุมต่างประเทศ โดยยกตัวอย่างการเข้าร่วมประชุมองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สมัยที่ 115 ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีคณะผู้แทนรวม 19 คน ว่า ตนในฐานะ สส.ใหม่ เมื่อเห็นรายการค่าใช้จ่ายแล้วรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก อาทิ ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจ (Business Class) สูงถึง 200,000 บาทต่อคน, ค่าที่พักของรัฐมนตรี คืนละ 35,000 บาท, ค่าที่พักข้าราชการ คืนละ 14,000 บาท, เบี้ยเลี้ยงสำหรับ VIP วันละ 3,100 บาท รวมถึงยังมี “ค่าเครื่องแต่งกาย” อีกคนละ 9,000 บาท “ตนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีงบประมาณค่าเครื่องแต่งกาย คนที่เดินทางไปประชุมต่างประเทศไม่มีเสื้อผ้าใส่หรืออย่างไร แค่แต่งกายด้วยชุดสุภาพก็น่าจะเพียงพอแล้ว เหตุใดจึงต้องนำงบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผลเช่นนี้มาเบียดบังงบประมาณของประเทศ” นางสาวธนพร กล่าว จากนั้น นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ได้อภิปรายขอปรับลดงบประมาณของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เนื่องจากมองว่าการใช้นโยบายไร้แผนงานและขาดความคุ้มค่า โดยยกตัวอย่างโครงการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 จังหวัดสงขลา ในส่วนชุดอบรมรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) วงเงิน 16.5 ล้านบาท ซึ่งพบว่าเอกสารโครงการกับใบเสนอราคามีจำนวนรายการไม่ตรงกันถึง 8 รายการ คิดเป็นมูลค่าส่วนต่างที่เกินมา 501,000 บาท เช่น ชุดฝึกเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เอกสารกำหนดไว้ 1 ชุด แต่ใบเสนอราคากลับคิดเงิน 3 ชุด หรือเครื่องมือตรวจสอบสถานีชาร์จ เอกสารระบุ 1 ชุด แต่คิดราคาเป็น 2 ชุด ซึ่งความผิดปกตินี้ปรากฏตรงกันในใบเสนอราคทั้ง 4 บริษัทที่แนบประกอบอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ “ส่วนนี้ตนยังไม่ได้สรุปว่าใครทุจริต แต่ก่อนที่สภาฯ จะอนุมัติงบประมาณ ตนต้องการคำตอบว่าต้องการใช้จริงกี่ชุด นอกจากนี้ยังน่าอัศจรรย์ใจที่ชื่อโครงการระบุว่าเป็นการฝึกอบรมเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า แต่ในชุดฝึกกลับใส่อุปกรณ์ของรถยนต์สันดาปที่ใช้น้ำมันมาด้วย จึงขอย้ำว่างบพัฒนาฝีมือแรงงานมีไว้เพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อเพิ่มจำนวนเงินส่วนต่างในกระเป๋าของใครบางคน” นายสหัสวัต กล่าว ต่อมาในเวลา 19.05 น. หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดโอกาสให้ สส. อภิปรายเสร็จสิ้น ได้มีการลงมติในมาตรา 22 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไข ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 277 เสียง ไม่เห็นด้วย 140 เสียง งดออกเสียง 56 เสียง และไม่ลงคะแนน 0 เสียง ที่มา: เดลินิวส์, 10/9/2569 เร่งจัดระเบียบรถบรรทุกต่างชาติ ย้ำเข้าไทยต้องอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หารือร่วมกับสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการโดยตรง และกำหนดแนวทางแก้ไขผลกระทบจากรถบรรทุกต่างชาติที่เข้ามาดำเนินการในประเทศไทย โดยเฉพาะรถขนส่งจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เดินทางผ่าน สปป.ลาว ภายใต้กรอบความตกลงการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS CBTA การหารือมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง พร้อมผู้แทนภาคการขนส่งเข้าร่วม ณ กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ข้อร้องเรียนสำคัญจากผู้ประกอบการไทย คือ รถบรรทุกต่างชาติบางส่วนอาจมีการเดินรถออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต และเข้ามารับขนส่งในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงภาคใต้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยกังวลต่อการแข่งขันด้านราคาและความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังสะท้อนปัญหาเรื่องการกำกับดูแลรถต่างชาติ ทั้งการตรวจสอบเส้นทาง การติดตั้งระบบ GPS การเข้าด่านชั่งน้ำหนัก การมีประกันภัย ตลอดจนการตรวจสอบรูปแบบการประกอบธุรกิจที่อาจเกี่ยวข้องกับทุนต่างชาติ ซึ่งหากไม่มีมาตรฐานการกำกับดูแลที่ชัดเจน อาจทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องแข่งขันภายใต้เงื่อนไขที่เสียเปรียบ นายพิพัฒน์ย้ำว่า รถต่างชาติที่เข้ามาประกอบการในประเทศไทยต้องเคารพกฎหมายไทยเช่นเดียวกับรถของผู้ประกอบการไทย และต้องไม่ใช้ช่องว่างของข้อตกลงระหว่างประเทศเข้ามาสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม โดยเราไม่ได้ปิดกั้นการขนส่งระหว่างประเทศ เพราะการค้าชายแดนและโลจิสติกส์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ แต่ทุกฝ่ายต้องแข่งขันอยู่บนกติกาเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยต้องไม่เสียเปรียบ และในขณะเดียวกันประชาชนต้องได้รับประโยชน์จากระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีต้นทุนที่เหมาะสม ที่ประชุมจึงเห็นร่วมกันให้เร่งดำเนินการในประเด็นสำคัญ โดยกรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการให้รถขนส่งสินค้าและรถโดยสารต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทยติดตั้งระบบ GPS เพื่อให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบตำแหน่ง เส้นทาง และการเดินรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการออกนอกเส้นทางหรือประกอบการผิดเงื่อนไข พร้อมกันนี้ กระทรวงคมนาคมจะตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีรถต่างชาติไม่เข้าด่านชั่งน้ำหนักอย่างละเอียด โดยข้อมูลเบื้องต้นยังไม่พบข้อเท็จจริงยืนยันตามข้อร้องเรียน จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในส่วนของประกันภัย กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบให้รถต่างประเทศที่เข้ามาดำเนินการในประเทศไทยมีเอกสารและความคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ประชาชนและผู้ใช้ถนนได้รับความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายจากการขนส่ง ภาคการขนส่งยังเสนอให้รัฐบาลทบทวนเงื่อนไขความตกลงด้านการขนส่งทางถนนระหว่างไทย–สปป.ลาว ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งพิจารณาหลัก “ต่างตอบแทน” เพื่อให้รถไทยและรถต่างประเทศได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกรณีที่รถขนส่งสินค้าของไทยประสบข้อจำกัดในการเข้าไปส่งสินค้าใน สปป.ลาว นายพิพัฒน์กล่าวว่า ในการหารือด้านการขนส่งทางถนนไทย–ลาว เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้ยืนยันหลักการให้รถขนส่งสินค้าของไทยสามารถเดินทางเข้าไปส่งสินค้าใน สปป.ลาว ตามกรอบความตกลงที่มีอยู่ และหากฝ่ายไทยถูกจำกัดให้ต้องเปลี่ยนถ่ายสินค้าบริเวณชายแดน ก็จำเป็นต้องพิจารณาหลักปฏิบัติที่เท่าเทียมกับรถของอีกฝ่ายเช่นกัน สำหรับข้อเสนอให้เพิ่มบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายการขนส่งทางบก จากปัจจุบันที่กำหนดค่าปรับไม่เกิน 50,000 บาท เป็นอัตราที่เข้มงวดขึ้น กระทรวงคมนาคมจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปศึกษาทั้งด้านกฎหมาย ความเหมาะสม และผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อให้บทลงโทษมีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องปรามการกระทำผิด นายพิพัฒน์กล่าวในตอนท้ายว่า ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและจัดทำมาตรการแก้ไขในแต่ละประเด็นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการขนส่ง แต่ต้องรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนโดยรวม ที่มา: สำนักข่าวไทย, 10/9/2569 เริ่มสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา สมัครใจรับราชการ 4 ปี เลือกผลัด–หน่วยได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์และโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย รัฐบาลเชิญชวนชายไทยที่มีอายุระหว่าง 18 – 26 ปีบริบูรณ์ ที่มีความสนใจประกอบอาชีพทหารและร่วมปฏิบัติภารกิจสนับสนุนกองทัพ สมัครเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการในรูปแบบ “พลทหารอาสา” ประจำปี 2570 สามารถสมัครได้ผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ http://rcm.rta.mi.th หรือสมัครด้วยตนเอง ณ หน่วยทหารสังกัดกองทัพบกที่เปิดรับสมัครทั้ง 221 หน่วย รวมทั้งที่สำนักงานสัสดีอำเภอหรือสำนักงานสัสดีจังหวัด ได้ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 ถึง 24 มกราคม 2570  โดยกองทัพบก เปิดรับจำนวนทั้งสิ้น 18,784 อัตรา ซึ่งเป็นการคัดสรรกำลังพลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพบกรูปแบบใหม่ ทดแทนโครงการ “พลทหารออนไลน์” ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม โดยผู้สมัครสามารถเลือกผลัดและหน่วยทหารที่ต้องการปฏิบัติงานได้ทั่วประเทศ รวม 221 หน่วย นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า “พลทหารอาสา” คือทหารกองประจำการที่สมัครใจเข้าปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะการทำสัญญาจ้างเป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งจะได้รับการฝึกและปฏิบัติงานภายในหน่วยเช่นเดียวกับทหารกองประจำการทั่วไป แต่จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของโครงการ คือ ได้รับเงินเดือนเริ่มต้น เดือนละ 12,090 บาท และค่าตอบแทนพิเศษ เดือนละ 2,880 บาท (สำหรับเป็นค่าอาหารหรือค่าประกอบเลี้ยง)  นอกจากนี้ ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่พลทหารอาสาตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จะได้รับโควตาในการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ในกลุ่มโควตาทหารกองประจำการ ที่กำหนดที่นั่งร้อยละ 80 ของยอดการเปิดรับนักเรียนนายสิบทั้งหมด ในประเภทเดียวกับพลทหารออนไลน์ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 30 ของที่นั่งในโควตาดังกล่าว หรือเท่ากับ 453 อัตรา รวมทั้งการได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษในภาควิชาการในการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการในกองทัพบก เริ่มต้นที่ร้อยละ 5 ด้วย ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้และเปิดโอกาสต่อยอดในเส้นทางทหารอาชีพให้กับผู้สมัครใจเป็นพลทหารอาสา ควบคู่กับการได้รับโอกาสอื่นๆ อาทิ การฝึกทักษะทางวิชาชีพ และการเรียนการสอนผ่านระบบการศึกษานอกเวลา ทำให้ได้รับวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้นระหว่างช่วงเข้ารับราชการ “โอกาสในการรับใช้ชาติ พร้อมโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพมาถึงแล้ว รัฐบาลเชิญชวนชายไทยไม่จำกัดวุฒิการศึกษาที่สนใจเข้ารับราชการทหารได้ร่วมสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง โดยจะได้รับการดูแลและส่งเสริมโอกาสอย่างครอบคลุม ตลอดจนพัฒนาสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ ให้สอดคล้องและเท่าทันต่อสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน” นางสาวพลอยทะเล กล่าว ที่มา: NBT Connext, 10/9/2569 เผยการผลิตรถยนต์สันดาปลดลงกว่า 34% กระทบแรงงาน 8 แสนคน นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ให้ความเห็นว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ จากการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันฐานการผลิตเดิม โดยเฉพาะรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถกระบะ กำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพียงปัญหาของผู้ผลิตรถยนต์ แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจและการจ้างงานของประเทศโดยตรง โดยในอดีตอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทยตลอด Supply Chain มีมูลค่ามากกว่า 10% ของ GDP ไทย มีผู้ประกอบการกว่า 2,500 บริษัท และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานมากกว่า 800,000 คน ตั้งแต่ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน อุตสาหกรรมสนับสนุน ไปจนถึงตัวแทนจำหน่าย ดังนั้น หากฐานการผลิตส่วนหนึ่งหายไป ผลกระทบย่อมไม่ได้หยุดอยู่ที่โรงงานประกอบรถ แต่ส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจในวงกว้าง นายสุวัชร์ฯ กล่าวว่า แม้ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 จะกลับมาขยายตัว โดยมียอดขาย 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างตลาดจะพบว่า การเติบโตส่วนใหญ่มาจากรถยนต์ไฟฟ้า BEV ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ขณะที่ยอดขายรถยนต์ ICE และรถกระบะยังหดตัว สะท้อนว่าการฟื้นตัวของตลาดยังไม่ได้กระจายมายังฐานการผลิตเดิมอย่างทั่วถึง สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียงยอดขายรวมว่าเพิ่มหรือลด แต่ต้องดูว่ารถประเภทใดกำลังเติบโต เพราะโครงสร้างตลาดรถยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว และการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนและ Supply Chain ที่พึ่งพาฐานรถยนต์สันดาปเดิม ในด้านการผลิต แม้ 7 เดือนแรกไทยผลิตรถยนต์รวม 834,595 คัน ลดลงเพียง 0.09% และดูเหมือนว่ายังทรงตัว แต่เมื่อแยกตามเทคโนโลยีพบความแตกต่างชัดเจน โดยการผลิตรถยนต์นั่ง ICE ลดลงกว่า 34% ขณะที่ BEV, PHEV และ HEV ยังขยายตัว โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียว การผลิตรถยนต์นั่ง ICE ลดลงมากกว่า 60% จากปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าฐานการผลิตกำลังปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว อีกตัวเลขที่ ส.อ.ท. ให้ความสำคัญคือ อัตราการใช้กำลังการผลิต หรือ Capacity Utilization (CapU) เพราะสะท้อนว่าโรงงานสามารถใช้เครื่องจักรและกำลังการผลิตที่ลงทุนไว้ได้มากน้อยเพียงใด โดยช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 การผลิตรถยนต์ส่วนบุคคลมี CapU เฉลี่ยเพียง 40.65% จาก 44.92% ในปีก่อน หมายความว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่ถูกใช้งานไม่ถึงครึ่ง ขณะที่รถกระบะ 1 ตันมี CapU อยู่ที่ 56.54% ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ต้องติดตาม หากโรงงานใช้กำลังการผลิตอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยจะสูงขึ้น และผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงโรงงานประกอบรถยนต์ แต่รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน โดยเฉพาะ SMEs ใน Tier 2 และ Tier 3 ที่มีความสามารถในการรับแรงกระแทกทางธุรกิจน้อยกว่า สัญญาณดังกล่าวเริ่มเห็นในอุตสาหกรรมสนับสนุนหลายกลุ่มที่เชื่อมโยงกับยานยนต์ เช่น ยาง กระจก ชิ้นส่วนโลหะ ลวด สปริง และวัสดุภายในรถ โดยหลายกลุ่มมีอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงหรืออยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ตัวอย่างเช่น กลุ่มโซ่ สปริง สลักเกลียวและตะปูควงมี CapU เฉลี่ยประมาณ 52% และกลุ่มการฟอกและตกแต่งหนังฟอกอยู่เพียงประมาณ 44% อย่างไรก็ตาม การอ่านตัวเลขเหล่านี้ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากอุตสาหกรรมอย่างเหล็ก กระจก ยาง หนัง และลวดไม่ได้ผลิตเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์เพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าการลดลงทั้งหมดเกิดจากตลาดรถยนต์ ICE แต่ตัวเลขเหล่านี้ถือเป็น สัญญาณเตือนสำคัญว่าอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับ Supply Chain ยานยนต์หลายส่วนยังมีกำลังการผลิตเหลืออยู่ในระดับสูง ที่มา: Ch7HD, 9/9/2569  ครม. เห็นชอบ MOU ไทย–ศรีลังกา เดินหน้ารับแรงงานศรีลังกา 1 หมื่นคน วันที่ 8 กันยายน 2569 ครม.เห็นชอบ MOU ไทย–ศรีลังกา และบันทึกข้อตกลงการจ้างแรงงาน วางระบบตั้งแต่สรรหา ทำสัญญา ตรวจสุขภาพ ไปจนถึงส่งกลับประเทศต้นทาง พร้อมป้องกันการสรรหาแรงงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา และบันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงานชาวศรีลังกาในประเทศไทย เพื่อวางกรอบความร่วมมือและจัดระบบการส่ง–รับแรงงานระหว่างสองประเทศให้มีความชัดเจน โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเดินหน้ารับแรงงานศรีลังกาครั้งนี้เกิดจาก ประเทศไทยยังมีความต้องการแรงงานในบางภาคส่วน และได้รับข้อเรียกร้องจากภาคอุตสาหกรรมและนายจ้างที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน รัฐบาลจึงเร่งหาแนวทางเพิ่มช่องทางจัดหาแรงงานต่างชาติที่สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง โดยศรีลังกาเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายแรก ๆ และกำหนดเป้าหมายเบื้องต้น 1 หมื่นคน เพื่อช่วยเติมเต็มกำลังแรงงานในส่วนที่ขาดแคลน ทั้งนี้ การดำเนินการระหว่างไทยกับศรีลังกาไม่ได้เกิดขึ้นในระยะสั้น แต่ มีการหารือและประสานความร่วมมือด้านแรงงานมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถจัดทำรายละเอียดและบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ในครั้งนี้ โดยข้อตกลงจะช่วยให้การจ้างแรงงานเป็นไปตามกติกาเดียวกันและตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง สำหรับ MOU ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน จะครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาดแรงงาน กฎหมายและนโยบายด้านแรงงาน ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และแนวปฏิบัติที่ดี รวมถึงการพัฒนาทักษะฝีมือและเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อป้องกันการสรรหาแรงงานโดยผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ ส่วน บันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงานชาวศรีลังกาในประเทศไทย จะกำหนดขั้นตอนการจ้างงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสรรหาและคัดเลือก การกำหนดข้อมูลนายจ้าง จำนวนและคุณสมบัติแรงงาน รวมถึงเงื่อนไขการจ้างและค่าตอบแทน โดยแรงงานที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับสัญญาจ้างก่อนเดินทางเข้าประเทศ และสัญญาจ้างต้องทำโดยตรงระหว่างแรงงานกับนายจ้าง ด้านการคุ้มครองสิทธิ แรงงานศรีลังกาจะได้รับ การปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกับแรงงานท้องถิ่นบนหลักการไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงได้รับสิทธิและประโยชน์ตามสัญญาจ้างและกฎหมายแรงงานไทย และสามารถเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายได้เมื่อเกิดข้อพิพาทจากการจ้างงาน ขณะเดียวกัน แรงงานต้องเข้าประเทศและทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต้องได้รับใบอนุญาตทำงาน และทำงานเฉพาะกับนายจ้างและในอาชีพที่ได้รับอนุญาต รวมถึงต้องผ่านการตรวจสุขภาพและมีหลักฐานประกันสุขภาพตามที่กำหนดก่อนเริ่มงาน ข้อตกลงยังกำหนดระยะเวลาสัญญาจ้าง 2 ปี และสามารถขยายได้อีก 2 ปี เมื่อสิ้นสุดสัญญา แรงงานต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง และหากทำงานครบตามสัญญา นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งกลับทั้งหมด ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า เป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนแรงงาน แต่เป็นการจัดระบบให้แรงงานที่เข้ามาทำงานในส่วนที่ตลาดแรงงานไทยยังขาดแคลน เข้าสู่กระบวนการที่ถูกกฎหมาย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ขณะเดียวกันแรงงานได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย มีสัญญาจ้างที่ชัดเจน และมีช่องทางแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดข้อพิพาท พร้อมลดความเสี่ยงจากการสรรหาแรงงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ ที่มา: เว็บไซต์รัฐบาลไทย, 8/9/2569 สส.ธนพร เรียกร้อง รมว.แรงงาน กำชับ จัดเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย.นี้ ดำเนินการโปร่งใส นางสาวธนพร วิจันทร์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงข้อกังวลต่อการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน นี้ โดยเรียกร้องไปยังนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่า ขอให้กำชับการจัดการเลือกตั้งให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใสในทุกกระบวนการ นางสาวธนพร ระบุว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคม นำโดยกองกฎหมาย ซึ่งควรทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้โปร่งใสและเป็นธรรม มีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการสร้างเงื่อนไขให้การเลือกตั้งยุ่งยาก นับตั้งแต่ความพยายามเสนอแก้ระเบียบการเลือกตั้งให้ผู้ประกันตนมีเสียงน้อยลง การออกประกาศชะลอการเลือกตั้ง และการตัดสิทธิ์การลงสมัครบอร์ดประกันสังคมของนายชลิต รัษฐปานะ ทั้งที่ในวันสมัครยังมีคุณสมบัติเป็นผู้ประกันตนครบถ้วน ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่ตนเคยถูกตัดสิทธิ์เมื่อปี 2566 นอกจากนี้ จากการชี้แจงในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา ตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคมไม่สามารถให้ความชัดเจนถึงแผนการดำเนินการจัดการเลือกตั้งได้ โดยระบุเพียงว่าต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชุมก่อน ขณะที่ความพร้อมด้านอื่น ๆ เช่น คู่มือการเลือกตั้งสำหรับกรรมการประจำหน่วย (กปน.) แนวทางวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสีย และระบบตรวจสอบการใช้สิทธิ์ซ้ำ ยังไม่มีการจัดเตรียม รวมถึงยังมีการสร้างเงื่อนไขทางเอกสารที่เป็นภาระแก่นายจ้างนิติบุคคล เช่น การบังคับให้นำหนังสือรับรองนิติบุคคลและต้องทำหนังสือมอบหมายซ้ำเพื่อมารับบัตรในวันเลือกตั้ง นางสาวธนพร กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า กรณีที่กองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองเพื่อให้การเลือกตั้งชะลอออกไปโดยให้เหตุผลเนื่องจากความไม่พร้อมนั้น สวนทางกับที่สำนักงานประกันสังคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเคยแถลงต่อสื่อมวลชน ซึ่งยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการเลื่อนเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน นี้ อย่างแน่นอน ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา, 8/9/2569  เตือนตลาดแรงงานเปราะบาง วิกฤตสภาพคล่องซ้ำเติมจ้างงาน ดร.ธนิต โสรัตน์ ประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ และรองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ลุกลามกลายเป็นวิกฤตพลังงานรอบใหม่ ทำให้ทิศทางเศรษฐกิจโลกมีความเปราะบางและคาดการณ์ได้ยาก ประเทศต่างๆ รวมถึงจีนซึ่งพึ่งพาการส่งออกคล้ายไทย กำลังเผชิญกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ สินค้าล้นสต็อก จนต้องเร่งระบายสินค้าราคาถูกออกสู่ตลาดโลก ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศที่เป็นแหล่งจ้างงานหลัก ดร.ธนิต ระบุว่า ตั้งแต่ต้นไตรมาส 2 เป็นต้นมา เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาซ้อนหลายชั้น ทั้งราคาน้ำมันดิบโลกที่ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้รัฐบาลจะเข้าไปช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันในประเทศ แต่ภาวะการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้เต็มที่ สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ ทั้งนี้ ข้อมูลตลาดแรงงานล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้มีงานทำกว่า 42 ล้านคน อัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับต่ำเพียง 1.1% แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่แรงงานต่างด้าวในประเทศพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 4.3 ล้านคน สะท้อนว่าภาพรวมตลาดแรงงานไทยยังคงมีเสถียรภาพ แม้จะเริ่มมีสัญญาณการเลิกจ้างหรือหยุดงานชั่วคราวในบางอุตสาหกรรมบ้างแล้วก็ตาม ดร.ธนิต ชี้ว่า ปัจจัยหนุนสำคัญที่ยังพยุงตลาดแรงงานไว้ได้คือภาคส่งออกที่ขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ทำให้ความต้องการแรงงานยังคงตึงตัวจากอุปสงค์ที่สูงกว่าอุปทาน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจกลุ่มที่อยู่ใน "ขาลง" หรือ Sunset Industry เช่น ยานยนต์สันดาป เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลแปรรูป และเสื้อผ้าสำเร็จรูป กำลังเผชิญแรงกดดันหนักจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง จนเกิดภาวะกำไรถูกบีบจนถึงขั้นขาดทุน "สถานประกอบการจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาขาดสภาพคล่องพร้อมกันทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน เพราะรายจ่ายสูงขึ้นแต่รายได้ไม่เพิ่มตาม ทำให้หนี้ครัวเรือนและหนี้ธุรกิจพุ่งสูง สถาบันการเงินเริ่มเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ และเริ่มเห็นสัญญาณหนี้เสียเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา" ดร.ธนิต กล่าว ดร.ธนิต กล่าวทิ้งท้ายว่า สภาวะเศรษฐกิจไทยขณะนี้เข้าใกล้ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Japanification" คือเศรษฐกิจขยายตัวต่ำต่อเนื่องยาวนานคล้ายกับญี่ปุ่น แม้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะเตือนว่าไทยกำลังเดินตามรอยญี่ปุ่น แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยยังมองว่าบริบทของไทยแตกต่างออกไป ทั้งนี้ ปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าวจะยังคงส่งผลต่อเสถียรภาพและความมั่นคงในการจ้างงานของแรงงานไทยต่อไปในระยะข้างหน้า ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, 7/9/2569 * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์
dlvr.it
September 13, 2026 at 1:56 AM
สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 7-13 ก.ย. 2569
สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์ 7-13 ก.ย. 2569 auser15 Sun, 2026-09-13 - 08:51 กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิด “One Platform for Skill Development” แพลตฟอร์มรวมหลักสูตรพัฒนาทักษะจากเครือข่าย 30 แห่ง จำนวน 967 หลักสูตร ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะของกำลังแรงงานเพื่อให้ประชาชนสามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกการทำงาน โดยเฉพาะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งส่งผลให้ความต้องการด้านทักษะของตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว กระทรวงแรงงาน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จึงเดินหน้าส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านระบบดิจิทัล และเปิดตัว “One Platform for Skill Development” เพื่อเป็นช่องทางกลางในการเข้าถึงการพัฒนาทักษะ ช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ ให้แรงงาน ประชาชนทั่วไป และสถานประกอบกิจการสามารถเลือกเรียนหลักสูตรที่เหมาะกับความต้องการของตนเองได้สะดวกมากขึ้น ปัจจุบันแพลตฟอร์มมีเครือข่ายพัฒนาฝีมือแรงงานขึ้นทะเบียนหลักสูตรฝึกอบรมออนไลน์แล้ว 30 แห่ง รวม 967 หลักสูตร ครอบคลุมทักษะหลากหลายด้าน ทั้งการขาย การบริการ การพัฒนาทักษะดิจิทัล เทคโนโลยี AI ภาษา ธุรกิจ และทักษะวิชาชีพต่าง ๆ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเลือกพัฒนาทักษะเดิมหรือต่อยอดไปสู่ทักษะใหม่ที่ตลาดแรงงานกำลังต้องการ สำหรับหลักสูตรที่น่าสนใจ เช่น เทคนิคการขายขั้นสูงสำหรับนักขายมืออาชีพ ซึ่งเน้นทักษะการขายที่สามารถนำไปใช้ในการทำงานได้จริง การบริการด้วยใจสู่การบริการที่เป็นเลิศสำหรับผู้ที่ทำงานด้านบริการ การสร้างประสบการณ์และบริการลูกค้าอย่างมืออาชีพด้วยแนวคิด Customer Centric ที่เน้นการเข้าใจความต้องการของลูกค้า รวมถึงการสร้างกลยุทธ์การขายด้วย Generative AI ที่นำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขายและการทำงาน ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า การพัฒนาทักษะในยุคปัจจุบันไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่เพียงการเข้าอบรมในห้องเรียน แต่สามารถเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องผ่านระบบออนไลน์ โดยแต่ละคนสามารถเลือกหลักสูตรให้สอดคล้องกับงานที่ทำ หรือทักษะที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติมได้ตามความพร้อมของตนเอง “รัฐบาลต้องการให้การพัฒนาทักษะเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนทำงานทุกกลุ่ม เพราะเมื่อโลกการทำงานเปลี่ยนเร็ว ทักษะที่มีอยู่ก็ต้องพัฒนาให้ทัน การเรียนรู้เพิ่มเติมจึงเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถของตัวเอง ทั้งการทำงานในปัจจุบัน การเตรียมพร้อมสำหรับอาชีพใหม่ และการเพิ่มโอกาสในการมีรายได้” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว ทั้งนี้ One Platform for Skill Development ยังเปิดโอกาสให้สถานประกอบกิจการนำหลักสูตรไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทักษะให้แก่พนักงานของตนเองได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับทักษะกำลังคนและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและเลือกหลักสูตรที่เหมาะกับตัวเองได้ที่ https://oneplatform.dsd.go.th/ ที่มา: แนวหน้า, 13/9/2569 เผยไทยติดอันดับ 3 จุดหมายดิจิทัลโนแมดของโลก ชี้โอกาสสร้างรายได้ใหม่ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าสื่อ VnExpress International ของเวียดนาม และ The Star ของมาเลเซีย รายงานผลการจัดอันดับของบริษัทที่ปรึกษาด้านการย้ายถิ่นฐาน  Rumavi Global Relocation Index 2026 ซึ่งประเมิน 192 ประเทศและดินแดนทั่วโลก โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับเป็นจุดหมายอันดับ 3 ของโลกสำหรับดิจิทัลโนแมด ซึ่งหมายถึงกลุ่มคนที่ทำงานทางไกลผ่านเทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ต สามารถทำงานจากสถานที่ต่าง ๆ โดยไม่ยึดติดกับสำนักงานประจำ ด้วยคะแนน 75.4 ส่วนอันดับหนึ่งและสองได้แก่ มาเลเซียและโปรตุเกส ในขณะที่คะแนนเรื่องจุดหมายสำหรับผู้เกษียณ ไทยอยู่อันดับ 4 ของโลก ด้วยคะแนน 74.3 รองจากมาเลเซีย ปานามา และโปรตุเกส โดยทั้งสองประเภทไทยเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน ส่วนรายละเอียดในการจัดอันดับที่เป็นจุดแข็งของไทย ได้แก่ ค่าครองชีพที่เข้าถึงได้ 96.9 คะแนน ระบบเงินตราและธนาคาร 91.8 คะแนน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 89.4 คะแนน รวมถึงคุณภาพและต้นทุนในการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างละ 78 คะแนน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของผู้ทำงานทางไกลและผู้เกษียณที่ต้องการพำนักระยะยาว นางสาวลลิดา กล่าวว่ารัฐบาลมองผลการจัดอันดับดังกล่าวเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ เนื่องจากดิจิทัลโนแมดและผู้เกษียณต่างชาติเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มพำนักและใช้จ่ายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านที่พัก อาหาร การเดินทาง สุขภาพ และบริการต่าง ๆ หากสามารถดึงดูดให้พำนักนานขึ้น จะช่วยเพิ่มเงินหมุนเวียนและกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการและชุมชนตลอดทั้งปี ดังนั้น รัฐบาลจะต่อยอดจุดแข็งด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ภาคบริการ และระบบสุขภาพ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายคุณภาพตลอดทั้งปี โดยปรับจากการเน้นจำนวนนักท่องเที่ยว ไปสู่การเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อคนและระยะเวลาพำนัก สำหรับกลุ่มดิจิทัลโนแมด รัฐบาลจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและสภาพแวดล้อมที่รองรับการทำงานและการพำนักระยะยาว ส่วนกลุ่มผู้เกษียณจะเชื่อมโยงกับการยกระดับบริการสุขภาพ การดูแลผู้สูงอายุ เศรษฐกิจสุขภาพ และเศรษฐกิจสูงวัย ทั้งนี้ ผลการจัดอันดับยังสะท้อนประเด็นที่ไทยต้องเร่งพัฒนา ได้แก่ การเข้าถึงภาษาอังกฤษ โอกาสทางธุรกิจ และหลักนิติธรรม ซึ่งรัฐบาลจะนำไปประกอบการยกระดับขีดความสามารถของประเทศ เพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายสำหรับการท่องเที่ยว การอยู่อาศัย การทำงาน และการลงทุนในระยะยาว ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา, 13/9/2569  การันตี 27 ก.ย. นี้ เดินหน้าเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ขยายคูหา 5,000 หน่วย ลงลึกถึงระดับอำเภอ รองรับผู้ลงคะแนนกว่า 5 ล้านคน ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความกังวลของผู้ประกันตนต่อการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม หรือ บอร์ด สปส.ว่า ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ยืนยันชัดเจนว่า การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมจะจัดขึ้นตามกำหนดเดิมในวันที่ 27 กันยายน 2569 อย่างแน่นอน โดยไม่มีกระบวนการชะลอ เลื่อน หรือเตะถ่วงการเลือกตั้งแต่อย่างใด ส่วนกรณีที่ศาลปกครองได้มีคำสั่งเพิกถอนประกาศชะลอเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และสั่งให้เดินหน้าเลือกตั้งตามกำหนดเดิม แต่มีการยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวนั้น เรื่องนี้ถือเป็นการดำเนินการตามขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมายตามปกติ ที่ได้ยื่นไปแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้ ก็เพื่อให้เกิดความรอบคอบและรัดกุมในแง่ของข้อกฎหมายเท่านั้น ไม่ใช่การล้มการเลือกตั้ง ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมว่า มีนายจ้างและผู้ประกันตน ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผู้มาใช้สิทธิราว 50% หรือประมาณ 5 ล้านคน ดังนั้นกระทรวงแรงงานจึงเตรียมขยายหน่วยเลือกตั้งจากระดับจังหวัดลงลึกถึงระดับอำเภอ โดยเพิ่มจากเดิม 2,000 กว่าหน่วย เป็น 5,000 กว่าหน่วย และเร่งจัดทำคู่มือแนวทางวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสีย ตลอดจนระบบป้องกันการลงคะแนนซ้ำ เพื่อรองรับการลงคะแนนได้อย่างเรียบร้อยและรวดเร็ว รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลมุ่งทำงานเชิงรุกเพื่อปกป้องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนทุกคน และขอเชิญชวนนายจ้างและผู้ประกันตน ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 เวลา 08.00 – 16.00 น. เพราะการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมคือการมีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการบริหารกองทุนและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนในอนาคต ที่มา: เว็บไซต์รัฐบาลไทย, 11/9/2569  รัฐบาลชวนร่วมฟังความคิดเห็น ร่างกฎหมาย “อาสาพยาบาลชุมชน” เสนอค่าตอบแทน 15,000 บาท ก่อนปิดรับ ต.ค. นี้ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดรับฟังความคิดเห็นหลักการร่างกฎหมาย 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย ดังนี้ 1. หลักการของ ร่างระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาสาพยาบาลชุมชน พ.ศ. …. ประเด็นสำคัญในหลักการของ ร่างระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาสาพยาบาลชุมชนฯ ที่เปิดรับฟังความคิดเห็น เช่น เห็นด้วยหรือไม่ กับหลักการกำหนดให้มี อสพ. เพื่อสนับสนุนการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิเชิงรุก โดยยึดหลักการเติมเต็มระบบสุขภาพเดิม และไม่ถือเป็นการจัดตั้งวิชาชีพใหม่, เห็นด้วยหรือไม่ กับหลักการกำหนดให้ อสพ. มีสถานภาพเป็นอาสาสมัคร (ไม่ใช่ข้าราชการ พนักงาน หรือลูกจ้างของรัฐ) และให้บริหารจัดการโดยมุ่งเน้นที่ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ แทนการลงเวลาปฏิบัติงานประจำ 2. หลักการของ ร่างระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการมอบหมายให้อาสาพยาบาลชุมชนประกอบวิชาชีพเวชกรรมในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. …. ประเด็นสำคัญในหลักการของ ร่างระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการมอบหมายให้อาสาพยาบาลชุมชนประกอบวิชาชีพเวชกรรมในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมฯ ที่เปิดรับฟังความคิดเห็น เช่น เห็นว่า มีความจำเป็นในการกำหนดหลักเกณฑ์ในการมอบหมายให้ อสพ. กระทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมบางประการ ภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือไม่, เห็นด้วยหรือไม่กับหลักการที่ให้ อสพ. สามารถกระทำการประกอบวิชาชีพเวชกรรมบางประการที่จำเป็นต่อการจัดบริการสุขภาพปฐมภูมิเชิงรุก การดูแลต่อเนื่องในชุมชน และการช่วยเหลือเบื้องต้นในภาวะฉุกเฉิน ภายใต้การควบคุมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ฯลฯ 3. หลักการของ ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สิทธิ อัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขจ่ายเงินค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาพยาบาลชุมชน พ.ศ. …. ประเด็นสำคัญในหลักการของ ร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สิทธิ อัตรา หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขจ่ายเงินค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่ของอาสาพยาบาลชุมชนฯ ที่เปิดรับฟังความคิดเห็น เช่น เห็นด้วยหรือไม่กับการกำหนดอัตราค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่ของ อสพ. ในอัตราเดือนละ 15,000 บาท, เห็นด้วยหรือไม่กับการแยกค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์ ค่าประกันอุบัติเหตุ ออกจากเงินค่าตอบแทน 15,000 บาท เพื่อให้เบิกจ่ายเพิ่มเติมตามระเบียบการเงินการคลัง, เห็นด้วยหรือไม่กับการยึดภารกิจ ผลการปฏิบัติงาน คุณภาพ และความปลอดภัยเป็นเกณฑ์การจ่ายเงินโดยไม่ใช้การลงเวลาเข้า-ออกงานหรือจำนวนชั่วโมงทำงานเป็นเกณฑ์ ฯลฯ “รัฐบาล เชิญชวนประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย โดยร่างกฎหมาย 2 ฉบับแรกสามารถแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันนี้ - 7 ต.ค. 2569 ส่วนฉบับสุดท้ายสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันนี้ – 8 ต.ค. 2569” ที่มา: สำนักข่าวไทย, 11/9/2569  กมธ.กฎหมายฯ รับเรื่องร้องทบทวนคุณสมบัตินักจิตวิทยา–นักสังคมสงเคราะห์ในคดีเด็ก นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายเอกภพ สิทธิวรรณธนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน รับหนังสือร้องเรียนจาก นายพงศธร จันทร์แก้ว ประธานชมรมนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) และคณะ เพื่อขอให้กรรมาธิการฯ ตรวจสอบร่างกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัตินักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ตาม ป.วิอาญา นายพงศธร เปิดเผยถึงสาเหตุการยื่นหนังสือว่า ร่างกฎกระทรวงฉบับปัจจุบันยังเปิดช่องให้บุคคลที่มีวุฒิการศึกษาอื่น นอกเหนือจากวุฒิทางด้านจิตวิทยาหรือสังคมสงเคราะห์โดยตรง สามารถสมัครเข้ารับการอบรมเพื่อปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งการอบรมใช้ระยะเวลาเพียง 7 ถึง 10 วันเท่านั้น ทางชมรมฯ จึงมีความกังวลอย่างยิ่ง เนื่องจากบุคลากรเหล่านี้ต้องทำงานร่วมกับเด็กและเยาวชนที่เป็นผู้เสียหายในคดีอาญา โดยเฉพาะคดีความผิดเกี่ยวกับเพศหรือการล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งจำเป็นต้องใช้องค์ความรู้ ความเข้าใจต่อพัฒนาการ สภาพจิตใจ และเทคนิคการตั้งคำถามที่เหมาะสม หากผู้ปฏิบัติงานขาดวุฒิการศึกษาตรงสาย อาจสร้างบาดแผลทางจิตใจซ้ำให้แก่เด็ก และส่งผลกระทบต่อความถูกต้องในกระบวนการยุติธรรม ผู้ร้อง ระบุว่าที่ผ่านมามีการให้เหตุผลถึงปัญหาขาดแคลนบุคลากรตรงสาย แต่เห็นว่าส่วนหนึ่งอาจเกิดจากระบบค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายในการอบรมที่ไม่จูงใจ ทั้งการ ทั้งการที่ผู้เข้าร่วมต้องจ่ายค่าอบรมเองสูงถึง 9,500 บาท รวมถึงอัตราค่าตอบแทนการปฏิบัติงานที่ยังไม่เหมาะสมและไม่มีความชัดเจน เช่น การปฏิบัติหน้าที่สืบพยานตลอดทั้งวันแต่ได้รับค่าตอบแทนเพียง 500 ถึง 1,000 บาท จึงขอให้คณะกรรมาธิการฯ ช่วยเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงยุติธรรม และองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เข้ามาชี้แจงและร่วมกันกำหนดทางออก ด้านนายเอกภพ กล่าวว่า มาตรฐานคุณภาพของผู้ให้บริการทางจิตวิทยามีผลโดยตรงต่อสุขภาพจิตของเด็ก กระบวนการยุติธรรมควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ไม่สร้างบาดแผลซ้ำให้แก่เยาวชน จึงพร้อมสนับสนุนการพิจารณาปรับปรุงกฎกระทรวงดังกล่าวอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า คณะกรรมาธิการฯ ยินดีรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณา โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุมกรรมาธิการเพื่อถอดบทเรียนและตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเฉพาะประเด็นข้อกำหนดในร่างกฎกระทรวงดังกล่าว พร้อมทั้งจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าหารือ เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติต่อไป ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา, 10/9/2569  สปส.เตือน ผู้ประกันตน-นายจ้าง เร่งตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 10 ก.ย.2569 สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ได้ประกาศย้ำเตือนและเชิญชวนนายจ้างรวมถึงผู้ประกันตนทั่วประเทศ เร่งตรวจสอบความถูกต้องของบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน เพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม โดยกำหนดการเลือกตั้งครั้งสำคัญนี้กำลังจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 ที่จะถึงนี้ การตรวจสอบรายชื่อล่วงหน้าถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญ โดยสามารถเข้าไปตรวจสอบรายชื่อได้แล้ววันนี้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th หรือตรวจสอบด้วยตนเองได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศ สำหรับกระบวนการทบทวนและแก้ไขรายชื่อ ทางสำนักงานประกันสังคมได้กำหนดช่วงเวลาดำเนินการ หากนายจ้างหรือผู้ประกันตนท่านใดเข้าตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีชื่อของตนเอง ทั้งที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามเงื่อนไข หรือในทางกลับกัน หากตรวจพบว่ามีบุคคลอื่นที่ไม่มีสิทธิเลือกตั้งปรากฏอยู่ในบัญชีรายชื่อ ก็สามารถยื่นคำร้องขอเพิ่มชื่อหรือถอนชื่อได้ทันที โดยเปิดรับคำร้องตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 16 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ณ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ และสำนักงานประกันสังคมจังหวัดทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพื่อความสะดวก รวดเร็ว และลดระยะเวลาในการเดินทาง ผู้ประกันตนและนายจ้างสามารถเข้าไปดาวน์โหลดแบบคำร้องล่วงหน้าได้จากเว็บไซต์ www.sso.go.th หรือสามารถขอรับเอกสารได้ที่หน้าเคาน์เตอร์สำนักงานประกันสังคมทุกแห่งด้วยตนเองก็ได้เช่นกัน เนื่องจากคณะกรรมการประกันสังคม ถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนและกำหนดทิศทางการดำเนินงานของกองทุนประกันสังคมทั้งหมด มีบทบาทโดยตรงในการบริหารจัดการกองทุนที่มีมูลค่ามหาศาล การพิจารณาปรับเพิ่มและพัฒนายกระดับสิทธิประโยชน์ทางการแพทย์ คุ้มครองผลประโยชน์อันชอบธรรม ตลอดจนวางนโยบายให้กองทุนมีความมั่นคง โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของทั้งผู้ประกันตนและนายจ้างได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม ดังนั้น ทุกคะแนนเสียงในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2569 จึงมีความหมายอย่างยิ่งในการคัดเลือกตัวแทนที่จะเข้าไปทำหน้าที่สะท้อนเสียงและรักษาผลประโยชน์สูงสุดของนายจ้างและผู้ประกันตนทุกคน หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจสอบรายชื่อ การยื่นคำร้อง หรือรายละเอียดการเลือกตั้ง สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 กด 9 ซึ่งพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อโดยตรงที่ศูนย์อำนวยการจัดการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม (ศอ.ลต.) ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 0 2956 2929 ในวันและเวลาราชการ รวมถึงสามารถติดต่อสำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ สำนักงานประกันสังคมจังหวัด และสาขาใกล้บ้านทั่วประเทศ ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์, 10/9/2569 อภิปรายงบ 70 ก.แรงงาน เผยค่าอาหารอบรมข้าราชการระดับสูง-นายจ้าง มื้อละ 1,000 บาท บินประชุม ILO เจนีวา ตั๋วบินบิสซิเนสคลาส 2 แสน ที่พักคืนละ 3.5 หมื่น แถมแจกค่าเครื่องแต่งกายคนละ 9 พัน เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยเป็นการพิจารณาในมาตรา 22 งบประมาณของกระทรวงแรงงาน นางสาวธนพร วิจันทร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายขอเสนอปรับลดงบประมาณลง 5% โดยชี้ให้เห็นว่า ภาพรวมการจัดอบรมสัมมนาของกระทรวงแรงงาน วงเงินประมาณ 217 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ 1. การจัดการปัญหายาเสพติด 25.63 ล้านบาท 2. งบดูแลแรงงานอิสระ 137.2 ล้านบาท และ 3. งบป้องกันการค้ามนุษย์และแรงงานบังคับ 47.5 ล้านบาท ซึ่งพบว่าแต่ละกรมต่างคนต่างตั้งงบประมาณซ้ำซ้อนกัน โดยไม่มีแผนงานกลางหรือการแบ่งงานที่ชัดเจน นอกจากนี้ นางสาวธนพร ยังชี้ให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณค่าอาหารสำหรับจัดฝึกอบรม ซึ่งพบมาตรฐานที่ไม่เท่าเทียมกันอย่างเห็นได้ชัด โดยข้าราชการระดับสูงและนายจ้างได้รับการจัดสรรค่าอาหารสูงถึง 900–1,000 บาทต่อมื้อ ข้าราชการระดับกลางและผู้ปฏิบัติงานทั่วไปได้ 500–800 บาทต่อมื้อ ในขณะที่ประชาชนและแรงงานทั่วไปกลับได้เพียง 80–300 บาทต่อวัน ส่วนพี่น้องแรงงานภาคเกษตรกลับไม่มีงบฯ ค่าอาหาร ได้เพียงค่าอาหารว่าง (เบรก) เพียง 35 บาทต่อมื้อเท่านั้น นี่คือวิธีคิดในการจัดทำงบประมาณที่มีความเหลื่อมล้ำอย่างยิ่ง นางสาวธนพร อภิปรายต่อถึงงบประมาณเดินทางไปประชุมต่างประเทศ โดยยกตัวอย่างการเข้าร่วมประชุมองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) สมัยที่ 115 ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีคณะผู้แทนรวม 19 คน ว่า ตนในฐานะ สส.ใหม่ เมื่อเห็นรายการค่าใช้จ่ายแล้วรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก อาทิ ค่าตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจ (Business Class) สูงถึง 200,000 บาทต่อคน, ค่าที่พักของรัฐมนตรี คืนละ 35,000 บาท, ค่าที่พักข้าราชการ คืนละ 14,000 บาท, เบี้ยเลี้ยงสำหรับ VIP วันละ 3,100 บาท รวมถึงยังมี “ค่าเครื่องแต่งกาย” อีกคนละ 9,000 บาท “ตนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องมีงบประมาณค่าเครื่องแต่งกาย คนที่เดินทางไปประชุมต่างประเทศไม่มีเสื้อผ้าใส่หรืออย่างไร แค่แต่งกายด้วยชุดสุภาพก็น่าจะเพียงพอแล้ว เหตุใดจึงต้องนำงบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผลเช่นนี้มาเบียดบังงบประมาณของประเทศ” นางสาวธนพร กล่าว จากนั้น นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ได้อภิปรายขอปรับลดงบประมาณของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เนื่องจากมองว่าการใช้นโยบายไร้แผนงานและขาดความคุ้มค่า โดยยกตัวอย่างโครงการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 จังหวัดสงขลา ในส่วนชุดอบรมรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) วงเงิน 16.5 ล้านบาท ซึ่งพบว่าเอกสารโครงการกับใบเสนอราคามีจำนวนรายการไม่ตรงกันถึง 8 รายการ คิดเป็นมูลค่าส่วนต่างที่เกินมา 501,000 บาท เช่น ชุดฝึกเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เอกสารกำหนดไว้ 1 ชุด แต่ใบเสนอราคากลับคิดเงิน 3 ชุด หรือเครื่องมือตรวจสอบสถานีชาร์จ เอกสารระบุ 1 ชุด แต่คิดราคาเป็น 2 ชุด ซึ่งความผิดปกตินี้ปรากฏตรงกันในใบเสนอราคทั้ง 4 บริษัทที่แนบประกอบอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ “ส่วนนี้ตนยังไม่ได้สรุปว่าใครทุจริต แต่ก่อนที่สภาฯ จะอนุมัติงบประมาณ ตนต้องการคำตอบว่าต้องการใช้จริงกี่ชุด นอกจากนี้ยังน่าอัศจรรย์ใจที่ชื่อโครงการระบุว่าเป็นการฝึกอบรมเรื่องรถยนต์ไฟฟ้า แต่ในชุดฝึกกลับใส่อุปกรณ์ของรถยนต์สันดาปที่ใช้น้ำมันมาด้วย จึงขอย้ำว่างบพัฒนาฝีมือแรงงานมีไว้เพื่อประชาชน ไม่ใช่เพื่อเพิ่มจำนวนเงินส่วนต่างในกระเป๋าของใครบางคน” นายสหัสวัต กล่าว ต่อมาในเวลา 19.05 น. หลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เปิดโอกาสให้ สส. อภิปรายเสร็จสิ้น ได้มีการลงมติในมาตรา 22 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากแก้ไข ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วย 277 เสียง ไม่เห็นด้วย 140 เสียง งดออกเสียง 56 เสียง และไม่ลงคะแนน 0 เสียง ที่มา: เดลินิวส์, 10/9/2569 เร่งจัดระเบียบรถบรรทุกต่างชาติ ย้ำเข้าไทยต้องอยู่ใต้กฎหมายเดียวกัน นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หารือร่วมกับสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เพื่อรับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการโดยตรง และกำหนดแนวทางแก้ไขผลกระทบจากรถบรรทุกต่างชาติที่เข้ามาดำเนินการในประเทศไทย โดยเฉพาะรถขนส่งจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่เดินทางผ่าน สปป.ลาว ภายใต้กรอบความตกลงการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS CBTA การหารือมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก นายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง พร้อมผู้แทนภาคการขนส่งเข้าร่วม ณ กระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ข้อร้องเรียนสำคัญจากผู้ประกอบการไทย คือ รถบรรทุกต่างชาติบางส่วนอาจมีการเดินรถออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาต และเข้ามารับขนส่งในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงภาคใต้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไทยกังวลต่อการแข่งขันด้านราคาและความเป็นธรรมในการประกอบธุรกิจ นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังสะท้อนปัญหาเรื่องการกำกับดูแลรถต่างชาติ ทั้งการตรวจสอบเส้นทาง การติดตั้งระบบ GPS การเข้าด่านชั่งน้ำหนัก การมีประกันภัย ตลอดจนการตรวจสอบรูปแบบการประกอบธุรกิจที่อาจเกี่ยวข้องกับทุนต่างชาติ ซึ่งหากไม่มีมาตรฐานการกำกับดูแลที่ชัดเจน อาจทำให้ผู้ประกอบการไทยต้องแข่งขันภายใต้เงื่อนไขที่เสียเปรียบ นายพิพัฒน์ย้ำว่า รถต่างชาติที่เข้ามาประกอบการในประเทศไทยต้องเคารพกฎหมายไทยเช่นเดียวกับรถของผู้ประกอบการไทย และต้องไม่ใช้ช่องว่างของข้อตกลงระหว่างประเทศเข้ามาสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจอย่างไม่เป็นธรรม โดยเราไม่ได้ปิดกั้นการขนส่งระหว่างประเทศ เพราะการค้าชายแดนและโลจิสติกส์มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจ แต่ทุกฝ่ายต้องแข่งขันอยู่บนกติกาเดียวกัน ผู้ประกอบการไทยต้องไม่เสียเปรียบ และในขณะเดียวกันประชาชนต้องได้รับประโยชน์จากระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีต้นทุนที่เหมาะสม ที่ประชุมจึงเห็นร่วมกันให้เร่งดำเนินการในประเด็นสำคัญ โดยกรมการขนส่งทางบกอยู่ระหว่างเตรียมมาตรการให้รถขนส่งสินค้าและรถโดยสารต่างประเทศที่เข้ามาในประเทศไทยติดตั้งระบบ GPS เพื่อให้ภาครัฐสามารถตรวจสอบตำแหน่ง เส้นทาง และการเดินรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการออกนอกเส้นทางหรือประกอบการผิดเงื่อนไข พร้อมกันนี้ กระทรวงคมนาคมจะตรวจสอบข้อร้องเรียนกรณีรถต่างชาติไม่เข้าด่านชั่งน้ำหนักอย่างละเอียด โดยข้อมูลเบื้องต้นยังไม่พบข้อเท็จจริงยืนยันตามข้อร้องเรียน จึงได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในส่วนของประกันภัย กรมการขนส่งทางบกจะตรวจสอบให้รถต่างประเทศที่เข้ามาดำเนินการในประเทศไทยมีเอกสารและความคุ้มครองตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้ประชาชนและผู้ใช้ถนนได้รับความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุหรือความเสียหายจากการขนส่ง ภาคการขนส่งยังเสนอให้รัฐบาลทบทวนเงื่อนไขความตกลงด้านการขนส่งทางถนนระหว่างไทย–สปป.ลาว ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมทั้งพิจารณาหลัก “ต่างตอบแทน” เพื่อให้รถไทยและรถต่างประเทศได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะกรณีที่รถขนส่งสินค้าของไทยประสบข้อจำกัดในการเข้าไปส่งสินค้าใน สปป.ลาว นายพิพัฒน์กล่าวว่า ในการหารือด้านการขนส่งทางถนนไทย–ลาว เมื่อวันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา ฝ่ายไทยได้ยืนยันหลักการให้รถขนส่งสินค้าของไทยสามารถเดินทางเข้าไปส่งสินค้าใน สปป.ลาว ตามกรอบความตกลงที่มีอยู่ และหากฝ่ายไทยถูกจำกัดให้ต้องเปลี่ยนถ่ายสินค้าบริเวณชายแดน ก็จำเป็นต้องพิจารณาหลักปฏิบัติที่เท่าเทียมกับรถของอีกฝ่ายเช่นกัน สำหรับข้อเสนอให้เพิ่มบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎหมายการขนส่งทางบก จากปัจจุบันที่กำหนดค่าปรับไม่เกิน 50,000 บาท เป็นอัตราที่เข้มงวดขึ้น กระทรวงคมนาคมจะนำข้อเสนอดังกล่าวไปศึกษาทั้งด้านกฎหมาย ความเหมาะสม และผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อให้บทลงโทษมีประสิทธิภาพเพียงพอในการป้องปรามการกระทำผิด นายพิพัฒน์กล่าวในตอนท้ายว่า ได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางบก กรมทางหลวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและจัดทำมาตรการแก้ไขในแต่ละประเด็นอย่างเป็นรูปธรรม โดยเป้าหมายไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการขนส่ง แต่ต้องรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนโดยรวม ที่มา: สำนักข่าวไทย, 10/9/2569 เริ่มสมัคร “พลทหารอาสา” ปี 2570 จำนวน 18,784 อัตรา สมัครใจรับราชการ 4 ปี เลือกผลัด–หน่วยได้ทั่วประเทศ พร้อมสิทธิประโยชน์และโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผย รัฐบาลเชิญชวนชายไทยที่มีอายุระหว่าง 18 – 26 ปีบริบูรณ์ ที่มีความสนใจประกอบอาชีพทหารและร่วมปฏิบัติภารกิจสนับสนุนกองทัพ สมัครเข้ารับราชการเป็นทหารกองประจำการในรูปแบบ “พลทหารอาสา” ประจำปี 2570 สามารถสมัครได้ผ่านระบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ http://rcm.rta.mi.th หรือสมัครด้วยตนเอง ณ หน่วยทหารสังกัดกองทัพบกที่เปิดรับสมัครทั้ง 221 หน่วย รวมทั้งที่สำนักงานสัสดีอำเภอหรือสำนักงานสัสดีจังหวัด ได้ตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2569 ถึง 24 มกราคม 2570  โดยกองทัพบก เปิดรับจำนวนทั้งสิ้น 18,784 อัตรา ซึ่งเป็นการคัดสรรกำลังพลเข้าปฏิบัติงานในกองทัพบกรูปแบบใหม่ ทดแทนโครงการ “พลทหารออนไลน์” ตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงกลาโหม โดยผู้สมัครสามารถเลือกผลัดและหน่วยทหารที่ต้องการปฏิบัติงานได้ทั่วประเทศ รวม 221 หน่วย นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า “พลทหารอาสา” คือทหารกองประจำการที่สมัครใจเข้าปฏิบัติหน้าที่ในลักษณะการทำสัญญาจ้างเป็นระยะเวลา 4 ปี ซึ่งจะได้รับการฝึกและปฏิบัติงานภายในหน่วยเช่นเดียวกับทหารกองประจำการทั่วไป แต่จะได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขของโครงการ คือ ได้รับเงินเดือนเริ่มต้น เดือนละ 12,090 บาท และค่าตอบแทนพิเศษ เดือนละ 2,880 บาท (สำหรับเป็นค่าอาหารหรือค่าประกอบเลี้ยง)  นอกจากนี้ ผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่พลทหารอาสาตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จะได้รับโควตาในการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก ในกลุ่มโควตาทหารกองประจำการ ที่กำหนดที่นั่งร้อยละ 80 ของยอดการเปิดรับนักเรียนนายสิบทั้งหมด ในประเภทเดียวกับพลทหารออนไลน์ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 30 ของที่นั่งในโควตาดังกล่าว หรือเท่ากับ 453 อัตรา รวมทั้งการได้รับคะแนนเพิ่มพิเศษในภาควิชาการในการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการในกองทัพบก เริ่มต้นที่ร้อยละ 5 ด้วย ซึ่งถือเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางรายได้และเปิดโอกาสต่อยอดในเส้นทางทหารอาชีพให้กับผู้สมัครใจเป็นพลทหารอาสา ควบคู่กับการได้รับโอกาสอื่นๆ อาทิ การฝึกทักษะทางวิชาชีพ และการเรียนการสอนผ่านระบบการศึกษานอกเวลา ทำให้ได้รับวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้นระหว่างช่วงเข้ารับราชการ “โอกาสในการรับใช้ชาติ พร้อมโอกาสต่อยอดสู่ทหารอาชีพมาถึงแล้ว รัฐบาลเชิญชวนชายไทยไม่จำกัดวุฒิการศึกษาที่สนใจเข้ารับราชการทหารได้ร่วมสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคง โดยจะได้รับการดูแลและส่งเสริมโอกาสอย่างครอบคลุม ตลอดจนพัฒนาสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ ให้สอดคล้องและเท่าทันต่อสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน” นางสาวพลอยทะเล กล่าว ที่มา: NBT Connext, 10/9/2569 เผยการผลิตรถยนต์สันดาปลดลงกว่า 34% กระทบแรงงาน 8 แสนคน นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ให้ความเห็นว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ จากการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีไปสู่ยานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันฐานการผลิตเดิม โดยเฉพาะรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และรถกระบะ กำลังเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพียงปัญหาของผู้ผลิตรถยนต์ แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเศรษฐกิจและการจ้างงานของประเทศโดยตรง โดยในอดีตอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทยตลอด Supply Chain มีมูลค่ามากกว่า 10% ของ GDP ไทย มีผู้ประกอบการกว่า 2,500 บริษัท และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานมากกว่า 800,000 คน ตั้งแต่ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน อุตสาหกรรมสนับสนุน ไปจนถึงตัวแทนจำหน่าย ดังนั้น หากฐานการผลิตส่วนหนึ่งหายไป ผลกระทบย่อมไม่ได้หยุดอยู่ที่โรงงานประกอบรถ แต่ส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจในวงกว้าง นายสุวัชร์ฯ กล่าวว่า แม้ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 จะกลับมาขยายตัว โดยมียอดขาย 406,162 คัน เพิ่มขึ้น 15.39% แต่เมื่อพิจารณาโครงสร้างตลาดจะพบว่า การเติบโตส่วนใหญ่มาจากรถยนต์ไฟฟ้า BEV ซึ่งมียอดขายเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ขณะที่ยอดขายรถยนต์ ICE และรถกระบะยังหดตัว สะท้อนว่าการฟื้นตัวของตลาดยังไม่ได้กระจายมายังฐานการผลิตเดิมอย่างทั่วถึง สิ่งที่ต้องจับตาไม่ใช่เพียงยอดขายรวมว่าเพิ่มหรือลด แต่ต้องดูว่ารถประเภทใดกำลังเติบโต เพราะโครงสร้างตลาดรถยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนค่อนข้างเร็ว และการเปลี่ยนแปลงนี้มีผลต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนและ Supply Chain ที่พึ่งพาฐานรถยนต์สันดาปเดิม ในด้านการผลิต แม้ 7 เดือนแรกไทยผลิตรถยนต์รวม 834,595 คัน ลดลงเพียง 0.09% และดูเหมือนว่ายังทรงตัว แต่เมื่อแยกตามเทคโนโลยีพบความแตกต่างชัดเจน โดยการผลิตรถยนต์นั่ง ICE ลดลงกว่า 34% ขณะที่ BEV, PHEV และ HEV ยังขยายตัว โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคมเพียงเดือนเดียว การผลิตรถยนต์นั่ง ICE ลดลงมากกว่า 60% จากปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณว่าฐานการผลิตกำลังปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว อีกตัวเลขที่ ส.อ.ท. ให้ความสำคัญคือ อัตราการใช้กำลังการผลิต หรือ Capacity Utilization (CapU) เพราะสะท้อนว่าโรงงานสามารถใช้เครื่องจักรและกำลังการผลิตที่ลงทุนไว้ได้มากน้อยเพียงใด โดยช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม 2569 การผลิตรถยนต์ส่วนบุคคลมี CapU เฉลี่ยเพียง 40.65% จาก 44.92% ในปีก่อน หมายความว่ากำลังการผลิตที่มีอยู่ถูกใช้งานไม่ถึงครึ่ง ขณะที่รถกระบะ 1 ตันมี CapU อยู่ที่ 56.54% ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่ต้องติดตาม หากโรงงานใช้กำลังการผลิตอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยจะสูงขึ้น และผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้มีเพียงโรงงานประกอบรถยนต์ แต่รวมถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน โดยเฉพาะ SMEs ใน Tier 2 และ Tier 3 ที่มีความสามารถในการรับแรงกระแทกทางธุรกิจน้อยกว่า สัญญาณดังกล่าวเริ่มเห็นในอุตสาหกรรมสนับสนุนหลายกลุ่มที่เชื่อมโยงกับยานยนต์ เช่น ยาง กระจก ชิ้นส่วนโลหะ ลวด สปริง และวัสดุภายในรถ โดยหลายกลุ่มมีอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงหรืออยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ตัวอย่างเช่น กลุ่มโซ่ สปริง สลักเกลียวและตะปูควงมี CapU เฉลี่ยประมาณ 52% และกลุ่มการฟอกและตกแต่งหนังฟอกอยู่เพียงประมาณ 44% อย่างไรก็ตาม การอ่านตัวเลขเหล่านี้ต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง เนื่องจากอุตสาหกรรมอย่างเหล็ก กระจก ยาง หนัง และลวดไม่ได้ผลิตเพื่ออุตสาหกรรมยานยนต์เพียงอย่างเดียว จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าการลดลงทั้งหมดเกิดจากตลาดรถยนต์ ICE แต่ตัวเลขเหล่านี้ถือเป็น สัญญาณเตือนสำคัญว่าอุตสาหกรรมที่เชื่อมโยงกับ Supply Chain ยานยนต์หลายส่วนยังมีกำลังการผลิตเหลืออยู่ในระดับสูง ที่มา: Ch7HD, 9/9/2569  ครม. เห็นชอบ MOU ไทย–ศรีลังกา เดินหน้ารับแรงงานศรีลังกา 1 หมื่นคน วันที่ 8 กันยายน 2569 ครม.เห็นชอบ MOU ไทย–ศรีลังกา และบันทึกข้อตกลงการจ้างแรงงาน วางระบบตั้งแต่สรรหา ทำสัญญา ตรวจสุขภาพ ไปจนถึงส่งกลับประเทศต้นทาง พร้อมป้องกันการสรรหาแรงงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงานระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา และบันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงานชาวศรีลังกาในประเทศไทย เพื่อวางกรอบความร่วมมือและจัดระบบการส่ง–รับแรงงานระหว่างสองประเทศให้มีความชัดเจน โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเดินหน้ารับแรงงานศรีลังกาครั้งนี้เกิดจาก ประเทศไทยยังมีความต้องการแรงงานในบางภาคส่วน และได้รับข้อเรียกร้องจากภาคอุตสาหกรรมและนายจ้างที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน รัฐบาลจึงเร่งหาแนวทางเพิ่มช่องทางจัดหาแรงงานต่างชาติที่สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้อง โดยศรีลังกาเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายแรก ๆ และกำหนดเป้าหมายเบื้องต้น 1 หมื่นคน เพื่อช่วยเติมเต็มกำลังแรงงานในส่วนที่ขาดแคลน ทั้งนี้ การดำเนินการระหว่างไทยกับศรีลังกาไม่ได้เกิดขึ้นในระยะสั้น แต่ มีการหารือและประสานความร่วมมือด้านแรงงานมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะสามารถจัดทำรายละเอียดและบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ในครั้งนี้ โดยข้อตกลงจะช่วยให้การจ้างแรงงานเป็นไปตามกติกาเดียวกันและตรวจสอบได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง สำหรับ MOU ว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน จะครอบคลุมการแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาดแรงงาน กฎหมายและนโยบายด้านแรงงาน ความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ และแนวปฏิบัติที่ดี รวมถึงการพัฒนาทักษะฝีมือและเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อป้องกันการสรรหาแรงงานโดยผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ ส่วน บันทึกข้อตกลงด้านการจ้างแรงงานชาวศรีลังกาในประเทศไทย จะกำหนดขั้นตอนการจ้างงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การสรรหาและคัดเลือก การกำหนดข้อมูลนายจ้าง จำนวนและคุณสมบัติแรงงาน รวมถึงเงื่อนไขการจ้างและค่าตอบแทน โดยแรงงานที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับสัญญาจ้างก่อนเดินทางเข้าประเทศ และสัญญาจ้างต้องทำโดยตรงระหว่างแรงงานกับนายจ้าง ด้านการคุ้มครองสิทธิ แรงงานศรีลังกาจะได้รับ การปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียมกับแรงงานท้องถิ่นบนหลักการไม่เลือกปฏิบัติ รวมถึงได้รับสิทธิและประโยชน์ตามสัญญาจ้างและกฎหมายแรงงานไทย และสามารถเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายได้เมื่อเกิดข้อพิพาทจากการจ้างงาน ขณะเดียวกัน แรงงานต้องเข้าประเทศและทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต้องได้รับใบอนุญาตทำงาน และทำงานเฉพาะกับนายจ้างและในอาชีพที่ได้รับอนุญาต รวมถึงต้องผ่านการตรวจสุขภาพและมีหลักฐานประกันสุขภาพตามที่กำหนดก่อนเริ่มงาน ข้อตกลงยังกำหนดระยะเวลาสัญญาจ้าง 2 ปี และสามารถขยายได้อีก 2 ปี เมื่อสิ้นสุดสัญญา แรงงานต้องเดินทางกลับประเทศต้นทาง และหากทำงานครบตามสัญญา นายจ้างเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการส่งกลับทั้งหมด ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวว่า เป้าหมายของความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนแรงงาน แต่เป็นการจัดระบบให้แรงงานที่เข้ามาทำงานในส่วนที่ตลาดแรงงานไทยยังขาดแคลน เข้าสู่กระบวนการที่ถูกกฎหมาย โปร่งใส และตรวจสอบได้ ขณะเดียวกันแรงงานได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย มีสัญญาจ้างที่ชัดเจน และมีช่องทางแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดข้อพิพาท พร้อมลดความเสี่ยงจากการสรรหาแรงงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ ที่มา: เว็บไซต์รัฐบาลไทย, 8/9/2569 สส.ธนพร เรียกร้อง รมว.แรงงาน กำชับ จัดเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย.นี้ ดำเนินการโปร่งใส นางสาวธนพร วิจันทร์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงข้อกังวลต่อการจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด) ประกันสังคม ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน นี้ โดยเรียกร้องไปยังนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่า ขอให้กำชับการจัดการเลือกตั้งให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใสในทุกกระบวนการ นางสาวธนพร ระบุว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคม นำโดยกองกฎหมาย ซึ่งควรทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งให้โปร่งใสและเป็นธรรม มีการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการสร้างเงื่อนไขให้การเลือกตั้งยุ่งยาก นับตั้งแต่ความพยายามเสนอแก้ระเบียบการเลือกตั้งให้ผู้ประกันตนมีเสียงน้อยลง การออกประกาศชะลอการเลือกตั้ง และการตัดสิทธิ์การลงสมัครบอร์ดประกันสังคมของนายชลิต รัษฐปานะ ทั้งที่ในวันสมัครยังมีคุณสมบัติเป็นผู้ประกันตนครบถ้วน ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่ตนเคยถูกตัดสิทธิ์เมื่อปี 2566 นอกจากนี้ จากการชี้แจงในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 2 กันยายน ที่ผ่านมา ตัวแทนจากสำนักงานประกันสังคมไม่สามารถให้ความชัดเจนถึงแผนการดำเนินการจัดการเลือกตั้งได้ โดยระบุเพียงว่าต้องรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประชุมก่อน ขณะที่ความพร้อมด้านอื่น ๆ เช่น คู่มือการเลือกตั้งสำหรับกรรมการประจำหน่วย (กปน.) แนวทางวินิจฉัยบัตรดี-บัตรเสีย และระบบตรวจสอบการใช้สิทธิ์ซ้ำ ยังไม่มีการจัดเตรียม รวมถึงยังมีการสร้างเงื่อนไขทางเอกสารที่เป็นภาระแก่นายจ้างนิติบุคคล เช่น การบังคับให้นำหนังสือรับรองนิติบุคคลและต้องทำหนังสือมอบหมายซ้ำเพื่อมารับบัตรในวันเลือกตั้ง นางสาวธนพร กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า กรณีที่กองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองเพื่อให้การเลือกตั้งชะลอออกไปโดยให้เหตุผลเนื่องจากความไม่พร้อมนั้น สวนทางกับที่สำนักงานประกันสังคมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเคยแถลงต่อสื่อมวลชน ซึ่งยืนยันอย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการเลื่อนเลือกตั้งในวันที่ 27 กันยายน นี้ อย่างแน่นอน ที่มา: สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา, 8/9/2569  เตือนตลาดแรงงานเปราะบาง วิกฤตสภาพคล่องซ้ำเติมจ้างงาน ดร.ธนิต โสรัตน์ ประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ และรองประธานสภาองค์การนายจ้างผู้ประกอบการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้านจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ลุกลามกลายเป็นวิกฤตพลังงานรอบใหม่ ทำให้ทิศทางเศรษฐกิจโลกมีความเปราะบางและคาดการณ์ได้ยาก ประเทศต่างๆ รวมถึงจีนซึ่งพึ่งพาการส่งออกคล้ายไทย กำลังเผชิญกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอ สินค้าล้นสต็อก จนต้องเร่งระบายสินค้าราคาถูกออกสู่ตลาดโลก ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญ ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศที่เป็นแหล่งจ้างงานหลัก ดร.ธนิต ระบุว่า ตั้งแต่ต้นไตรมาส 2 เป็นต้นมา เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาซ้อนหลายชั้น ทั้งราคาน้ำมันดิบโลกที่ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้รัฐบาลจะเข้าไปช่วยอุดหนุนราคาน้ำมันในประเทศ แต่ภาวะการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้เต็มที่ สะท้อนจากอัตราเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ ทั้งนี้ ข้อมูลตลาดแรงงานล่าสุดเดือนกรกฎาคม 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้มีงานทำกว่า 42 ล้านคน อัตราการว่างงานอยู่ที่ระดับต่ำเพียง 1.1% แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า ขณะที่แรงงานต่างด้าวในประเทศพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่กว่า 4.3 ล้านคน สะท้อนว่าภาพรวมตลาดแรงงานไทยยังคงมีเสถียรภาพ แม้จะเริ่มมีสัญญาณการเลิกจ้างหรือหยุดงานชั่วคราวในบางอุตสาหกรรมบ้างแล้วก็ตาม ดร.ธนิต ชี้ว่า ปัจจัยหนุนสำคัญที่ยังพยุงตลาดแรงงานไว้ได้คือภาคส่งออกที่ขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี ทำให้ความต้องการแรงงานยังคงตึงตัวจากอุปสงค์ที่สูงกว่าอุปทาน อย่างไรก็ตาม ธุรกิจกลุ่มที่อยู่ใน "ขาลง" หรือ Sunset Industry เช่น ยานยนต์สันดาป เครื่องปรับอากาศ ผลิตภัณฑ์ยาง อาหารทะเลแปรรูป และเสื้อผ้าสำเร็จรูป กำลังเผชิญแรงกดดันหนักจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ประกอบกับการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง จนเกิดภาวะกำไรถูกบีบจนถึงขั้นขาดทุน "สถานประกอบการจำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาขาดสภาพคล่องพร้อมกันทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน เพราะรายจ่ายสูงขึ้นแต่รายได้ไม่เพิ่มตาม ทำให้หนี้ครัวเรือนและหนี้ธุรกิจพุ่งสูง สถาบันการเงินเริ่มเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ และเริ่มเห็นสัญญาณหนี้เสียเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา" ดร.ธนิต กล่าว ดร.ธนิต กล่าวทิ้งท้ายว่า สภาวะเศรษฐกิจไทยขณะนี้เข้าใกล้ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า "Japanification" คือเศรษฐกิจขยายตัวต่ำต่อเนื่องยาวนานคล้ายกับญี่ปุ่น แม้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะเตือนว่าไทยกำลังเดินตามรอยญี่ปุ่น แต่ธนาคารแห่งประเทศไทยยังมองว่าบริบทของไทยแตกต่างออกไป ทั้งนี้ ปัญหาเชิงโครงสร้างดังกล่าวจะยังคงส่งผลต่อเสถียรภาพและความมั่นคงในการจ้างงานของแรงงานไทยต่อไปในระยะข้างหน้า ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, 7/9/2569 * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * สถานการณ์แรงงานประจำสัปดาห์
dlvr.it
September 13, 2026 at 1:56 AM
เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ปรับปรุงชิป-กล้อง-แบตเตอรี่ ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท
เปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ปรับปรุงชิป-กล้อง-แบตเตอรี่ ราคาเริ่มต้น 48,900 บาท Body แอปเปิลเปิดตัว **iPhone 18 Pro** และ **iPhone 18 Pro Max** ไอโฟนรุ่น Pro ตัวใหม่ประจำปี ที่นำเสนอจุดเด่นทั้งประสิทธิภาพการทำงานร่วมกับ Siri AI, ฟังก์ชันกล้องที่อัปเกรดขึ้นไปอีก และแบตเตอรี่ที่มากขึ้น iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ใช้ชิป A20 Pro ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร มีซีพียู 6 คอร์ ที่เป็น 2 ซูเปอร์คอร์ มีจีพียู 7 คอร์ ประสิทธิภาพกราฟิกดีขึ้น 40% จากรุ่นก่อนหน้า พร้อมกับส่วนเร่งการประมวลผลสำหรับงาน AI และ Neural Engine 32 คอร์ มีการออกแบบแพ็คเกจชิปใหม่ ให้เชื่อมต่อตรงกับหน่วยความจำ พร้อมระบบการระบายความร้อนใหม่ให้รองรับการประสิทธิภาพการทำงานที่มากขึ้น ส่วนแบตเตอรี่ แอปเปิลไม่ได้บอกตัวเลขความจุโดยตรง แต่บอกว่าเมื่อรวมกับประสิทธิภาพการจัดการพลังงานของ A20 Pro ทำให้แบตเตอรี่ของ iPhone 18 Pro ใช้งานได้นานเท่ากับ iPhone 17 Pro **Max** ส่วน iPhone 18 Pro Max ก็ใช้งานได้นานมากกว่าเดิมและมากที่สุดที่เคยมีมา กล้องหลังได้รับการปรับปรุงใหม่ โดยกล้องหลัก 48MP Fusion เพิ่มตัวปรับรูรับแสงที่ปรับขยายหรือลดตามสภาพแสงอัตโนมัติ ฝั่งซอฟต์แวร์มี Pro control ที่สามารถปรับตั้งค่ากล้องได้ตามที่ต้องการมากขึ้น รองรับทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันปรับแต่งสีผิวตามต้องการ กล้องยังเพิ่มโหมดถ่ายภาพใหม่เรียกว่า Apple Reference Image ซึ่งเก็บข้อมูลระดับเซ็นเซอร์ส่งไปที่ Private Cloud Compute เพื่อใช้ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าเป็นภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง iPhone จริง ไม่ใช่ภาพ AI ใน iPhone 18 Pro นี้ Dynamic Island ยังปรับปรุงใหม่ โดยแถบหลักมีขนาดเล็กลง แต่สามารถแสดงค่าพร้อมกันได้สูงสุด 3 แอป iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีตัวเลือก 4 สี ได้แก่ สีเบอร์กันดี ที่เป็นสีหลักทำการตลาดปีนี้, สีธารน้ำแข็ง, สีเงิน และสีดำ ที่กลับมาอีกครั้ง ตัวเลือกความจุและราคาใหม่เป็นดังนี้ * **iPhone 18 Pro:** 256GB 48,900 บาท / 512GB 56,900 บาท / 1TB 72,900 บาท / 2TB 96,900 บาท * **iPhone 18 Pro Max:** 256GB 52,900 บาท / 512GB 60,900 บาท / 1TB 76,900 บาท / 2TB 100,900 บาท แอปเปิลเปิดให้สั่งจองได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายน เวลา 19:00 น. ตามเวลาประเทศไทย และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน ที่มา: แอปเปิล arjin Thu, 10/09/2026 - 02:00
www.blognone.com
September 10, 2026 at 12:16 AM
สร้าง AI Agent ทบทวนงานรายสัปดาห์แบบออฟไลน์ 100% ด้วย Python และ Ollama

คุณเคยเบื่อไหมกับการต้องย้อนอ่าน Daily Notes ใน Obsidian ทีละวันเพื่อทำสรุปประจำสัปดาห์? ข้อมูลการทำงานและเรื่องส่วนตัวอันมีค่านั้นเสี่ยงรั่วไหล ถ้าคุณแอบส่งไปให้ Cloud AI ภายนอกประมวลผล สิ้นสุดปัญหาเหล่านั้นด้วยการดึง AI Agent
August 28, 2026 at 8:30 AM
NVIDIA รายงานผลประกอบการ รายได้รวมโตเท่าตัวจากปีก่อน มองแนวโน้มโตต่อเนื่องในระดับสูง
NVIDIA รายงานผลประกอบการ รายได้รวมโตเท่าตัวจากปีก่อน มองแนวโน้มโตต่อเนื่องในระดับสูง Body NVIDIA รายงานผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ตามปีการเงินบริษัท 2027 สิ้นสุดวันที่ 26 กรกฎาคม รายได้รวมเพิ่มขึ้น 106% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันในปีก่อน และเพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้านี้เป็น 96,221 ล้านดอลลาร์ มีกำไรสุทธิตามบัญชี GAAP 59,688 ล้านดอลลาร์ Jensen Huang ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง NVIDIA กล่าวว่า AI มาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะสามารถสร้างประโยชน์ได้หลากหลาย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างผลกำไรให้ผู้ใช้งานจากทุกโทเค็นที่ใช้ ความต้องการยังคงเติบโตในอัตราเร่ง มีหน่วยงานวิจัยด้าน AI ยุคใหม่ที่เกิดขึ้นมาก มีสตาร์ทอัปที่เปิดตัวหลายแห่ง ทำให้ความต้องการยังคงขยายออกไปต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ในสหรัฐอเมริกาแต่ทั่วโลกที่ต้องการสร้างศูนย์ข้อมูลพื้นฐานสำหรับ AI NVIDIA ประเมินรายได้ในไตรมาสปัจจุบันที่ราว 1.08 แสนล้านดอลลาร์ บวกลบ 2% โดยไม่รวมรายได้จากลูกค้าในจีน ขณะที่รายได้ในปีการเงิน 2028 ประเมินว่าเติบโตที่ราว 70% จากปีการเงินปัจจุบัน ที่มา: NVIDIA และ CNBC arjin Thu, 27/08/2026 - 12:15
www.blognone.com
August 28, 2026 at 3:07 AM
แอปมณีแดง ตัวช่วยธุรกิจและไลฟ์สไตล์ในแอปเดียว ❤️
สั่งซื้อ ติดตาม PV เรียนรู้ และบริหารทีมได้ง่ายขึ้น ✨
#มณีแดง #แอปมณีแดง #Maneedang #ธุรกิจมณีแดง #AIประจำตัว #สร้างโอกาส #ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่

📱👉https://kaisorn.bizmontra.com/
August 20, 2026 at 4:53 AM
Keyfactor เปิดตัวโปรแกรมพันธมิตรระดับโลกที่ปรับปรุงแล้ว เพื่อช่วยองค์กรเปลี่ยนไปใช้การเข้ารหัสต้านควอนตัม และจัดการตัวประจำตัวของเครื่องที่สร้างจาก AI ผ่าน PQC Centers of Excellence และการบูรณาการตลาด hyperscaler

#การเข้ารหัสหลังควอนตัม #การจัดการPKI #ความคล่องตัวการเข้ารหัส
Keyfactor ขยายโปรแกรมพันธมิตรเพื่อการปรับปรุงการเข้ารหัสหลังควอนตัม
iq.fp2.dev
July 23, 2026 at 9:57 AM
อยู่คนเดียว คิดหาทำเองคนเดียวดีกว่า มี ai มาช่วยยิ่งดีเลยมีคนให้คำปรึกษาหลายๆอย่างในชีวิต อยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆแล้ว อิสรภาพอยู่อีกไม่ไกล ครั้งนี้จะทำชีวิตตัวเองให้ดี ไม่หลงเข้ามายุ่งเกี่ยวกับงานประจำอีก ใครทำร้ายกุไม่ว่าจะกายจิต กุจะสู้สุดใจไม่กังวลอะไรแล้ว ให้ trevor ประทับร่างกันคนชั่วด้วยการชั่วกว่า อืมนะ คิดว่าหลังจากนั้นก็จะไม่มีอะไรรั้งเราไว้ได้ จะมีแค่อย่างเดียวคือเรื่องเงิน
February 21, 2025 at 5:54 AM
วิถีชีวิต Crypto Bro Web3 Degen aka. คนว่างงาน Web3 วันๆ ไม่มีไรมาก เพียงแค่:

* ดูราคาคริปโต ภาพรวมๆ
* ดูราคาเหรียญมีม 20+ เหรียญที่ซู๊ดไป
* ดูราคา AI agent #ที่จะเปลี่ยนโลก ที่ดอยไป
* ดูราคา BTC ซึมๆ

* บอก&ชี้หน้า กับตัวเองในกระจกว่า การล่า airdrop คือ งานประจำนะ เออ
January 9, 2025 at 10:32 AM
Huawei ไม่ยอมแพ้! เปิดแผนใหญ่พัฒนา AI ท้าทายคำสั่งห้ามสหรัฐฯ แม้จะต้องเผชิญ...

#News #AI #Huawei

Origin | Interest | Match
Huawei ไม่ยอมแพ้! เปิดแผนใหญ่พัฒนา AI ท้าทายคำสั่งห้ามสหรัฐฯ
แม้จะต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ แต่ Huawei ก็ยังคงมีแผนการพัฒนา AI ที่ทะเยอทะยานไม่แพ้ใคร ล่าสุดในงานประชุมลูกค้าประจำปีที่เซี่ยงไฮ้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทจีนแห่งนี้ได้เปิดเผยแผนงานที่จะเขย่าวงการ AI โลกอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Superpods อันทรงพลังที่อาจจะเปลี่ยนแปลงเกมส์ของการประมวลผล AI ไปตลกาลกาล ## Atlas 950 และ 960: SuperPods ที่แรงที่สุดในโลก Huawei ประกาศอย่างมั่นใจว่า **Atlas 950** และ **Atlas 960 SuperPods** จะเป็นระบบที่ทรงพลังที่สุดในโลก โดยจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2026 และ 2027 ตามลำดับ สิ่งที่น่าสนใจคือ SuperPods เหล่านี้เป็นระบบคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกันแทนที่จะเป็นเครื่องเดี่ยว โดยรวมพลังการประมวลผลของชิปหลายพันดวงเข้าด้วยกัน > **“แผนยุทธศาสตร์ของเราคือการสร้างสถาปัตยกรรมการประมวลผลใหม่ และพัฒนา SuperPods และ SuperClusters เพื่อตอบสนองความต้องการพลังการประมวลผลในระยะยาว”** – Eric Xu, ประธานหมุนเวียนของ Huawei ที่น่าทึ่งคือ Huawei มาถึงข้อสรุปนี้หลังจากศึกษา roadmap ผลิตภัณฑ์ของคู่แข่งแล้ว และบริษัทยังวางแผนที่จะเชื่อมต่อ SuperPods หลายสิบตัวเพื่อสร้าง “SuperClusters” ที่ทรงพลังที่สุดในโลก ## ชิป Ascend Series: หัวใจของนวัตกรรม AI การพัฒนา SuperPods ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอาศัยชิป AI accelerator ที่ทรงพลัง Huawei จึงประกาศเปิดตัวชิปใหม่ในซีรีส์ Ascend ซึ่งจะเผยแพร่ในช่วงสามปีข้างหน้า: * **Ascend 950** : เป็นพื้นฐานของ Atlas 950 SuperPods (2026) * **Ascend 960** : สำหรับ Atlas 960 SuperPods (Q4 2027) * **Ascend 970** : คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 4 ปี 2028 Eric Xu กล่าวเพิ่มเติมว่า _“โดยทั่วไปแล้ว เราจะปฏิบัติตามรอบการเผยแพร่ 1 ปี และเพิ่มพลังการประมวลผลเป็นสองเท่าในแต่ละรุ่น เป้าหมายคือการตอบสนองความต้องการ AI compute ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”_ ## ความท้าทายจากข้อจำกัดการค้า จีนกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่ในการแข่งขันกับ AI superpowers อย่าง OpenAI (ChatGPT) และ Google (Gemini) โดยไม่สามารถเข้าถึงชิป AI ที่ทรงพลังที่สุดจาก Nvidia ได้ เนื่องจากสหรัฐฯ ได้ห้าม Nvidia จากการส่งมอบชิป AI รุ่นท็อปอย่าง H100 ไปยังจีน ในขณะเดียวกัน จีนเองก็ได้จำกัดการนำเข้าชิป AI จากบริษัทสหรัฐฯ บางแห่ง เพื่อมุ่งไปสู่การพึ่งพาตนเองในด้านเทคโนโลจี Charlie Dai นักวิเคราะห์จาก Forrester Research แสดงความเห็นว่า _“นี่เป็นก้าวสำคัญ ซึ่งส่งสัญญาณการผลักดันที่แข็งแกร่งขึ้นสู่การพึ่งพาตนเองและความยืดหยุ่นในการเผชิญข้อจำกัดการส่งออก”_ ## Huawei: ผู้เชี่ยวชาญการหาทางออก ประวัติศาสตร์แสดงให้เห็นว่า Huawei มักจะหาทางเลี่ยงข้อจำกัดของสหรัฐฯ ได้เสมอ: * **ถูกห้ามใช้ Android แบบ Google Play Services?** → พัฒนา HarmonyOS * **ถูกห้ามใช้ชิปเทคโนโลยีล้ำสมัย?** → ร่วมมือกับ SMIC ผลิตชิป 5G ด้วยเทคโนโลยี 7nm ## อนาคตของ AI และการประมวลผลทางกายภาพ Eric Xu ยังกล่าวถึงการพัฒนาของ AI ว่า _“แม้ DeepSeek จะคิดค้นวิธีใหม่ในการเทรนโมเดลโดยใช้พลังการประมวลผลที่น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ Artificial General Intelligence (AGI) และ Physical AI ยังคงต้องการพลังการประมวลผลจำนวนมหาศาล”_ ซีรีส์ Ascend ปัจจุบันยังไม่ได้กระจายอย่างแพร่หลายนอกจีน ในขณะที่ AI accelerators ของ Nvidia ขายได้ทั่วโลก แต่ก็เผชิญกับกฎเกณฑ์การควบคุมการส่งออกที่เข้มงวดในหลายประเทศ รวมถึงจีน เกาหลีเหนือ ซูดาน รัสเซีย และเวเนซุเอลา การประกาศครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า Huawei ไม่เพียงแค่จะอยู่รอดจากข้อจำกัดต่างๆ แต่ยังมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำในเวที AI โลก ด้วยการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทรงพลังและยั่งยืน Facebook Comments Box ____________
www.zteusa.com
September 22, 2025 at 5:47 AM
เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ได้เข้ามามี ในโลกธุรกิจและชีวิตประจำวัน และได้เปลี่ยนบทบาท บทบาทจากการเป็นเครื่องมือไปสู่การเป็น “คู่คิด” โดยไมโครซอฟท์ได้วิเคราะห์บทบาทของ AI ที่จะเปลี่ยนจากแค่ "เครื่องมือ" สู่การเป็น "คู่คิด" อย่างเต็มตัวในปี 2026 โดยมีทิศทางสำคัญ 7 ด้าน
.
www.dailynews.co.th/news/5423513/
#AI #Microsoft #ทิศทางAI
December 20, 2025 at 2:44 AM
บริษัทควอนตัมอะตอมกลาง Infleqtion รายงานการเติบโตรายได้ Q1 แบบ YoY 14% เป็น $9.5M และยกระดับแนวทางประจำปีเป็น $40M+ โดยขับเคลื่อนจากกิจกรรมลูกค้าที่ขยายตัวในสาขาความมั่นคงของชาติ อวกาศ และการประยุกต์ควอนตัม-AI แบบไฮบริด

#อะตอมกลาง #ควอนตัม #ข่าว
Infleqtion ยกระดับแนวทางรายได้ประจำปี ท่ามกลางอุปสงค์ลูกค้าควอนตัมที่เร่งตัว
www.benzinga.com
May 14, 2026 at 9:28 PM
สร้าง AI Agent ช่วยทบทวนและสะท้อนผลงานรายสัปดาห์: เปลี่ยน Daily Notes ใน Obsidian เป็น Weekly Review อัจฉริยะด้วย Python + Ollama

ขจัดความเหนื่อยล้าในการทบทวนงานประจำสัปดาห์ด้วย AI Agent ออฟไลน์ส่วนตัวที่จะสแกน Daily Notes ย้อนหล…

https://privatebrainos.com/p/26f64d77-a077-46b7-8c79-00e08aebc5a8/
July 12, 2026 at 2:50 PM
ลูก้าจึงเริ่มหาสิ่งที่สามารถทำเงินให้ได้โดยที่ไม่ต้องเหนื่อยเหมือนตอนทำงานในบริษัทอีก และคำตอบจาก Ai อัจฉริยะประจำตัวก็คือการเป็นสตรีมเมอร์ในยุคดวงดาวนั่นเอง

อันเป็นที่มาของชื่อเรื่อง ‘คุณสตรีมเมอร์ตื่นสักทีเถอะครับ !’ เพราะก่อนหน้าลูก้ามีเวลานอนน้อนแสนน้อย อยู่ทำ OT ก็บ่อย วันหยุดก็มีงานมาโยนใส่จนแทบไม่ได้พักผ่อนเลยสักกะนิด เพราะอย่างนั้น .. เพราะอย่างน้าน !
October 17, 2024 at 3:31 PM