#PMCU
ขอให้อี PMCU โดนผีสกาล่าตามหลอกหลอนตลอดไป
July 11, 2026 at 9:08 AM
คนงานเกือบร้อยถูก 'พาวเวอร์ไลน์' ค้างเงินอื้อ-กมธ.แรงงาน จ่อเรียกทุกฝ่ายคุย กดดันจ่ายค่าจ้างโดยเร็ว
คนงานเกือบร้อยถูก 'พาวเวอร์ไลน์' ค้างเงินอื้อ-กมธ.แรงงาน จ่อเรียกทุกฝ่ายคุย กดดันจ่ายค่าจ้างโดยเร็ว ภาพปก: ที่มา: แมวซาโบ XmasUser Thu, 2026-06-25 - 18:35 * จากกรณีที่คนงานก่อสร้างโครงการหมอน 33 ของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ‘พาวเวอร์ไลน์ฯ’ ซึ่งถูกว่าจ้างโดย PMCU ถูกค้างค่าจ้างมานานกว่า 12 เดือน ได้รับผลกระทบแสนสาหัส ไม่มีเงินประทังชีวิต วานนี้ (24 มิ.ย.) มีคนงานพาวเวอร์ไลน์หลายโครงการเข้ามาร้องเรียน กมธ.การแรงงานเพิ่มเติม เนื่องจากถูกค้างค่าแรงในลักษณะเดียวกัน * ‘ธนพร’ กมธ.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ระบุว่า ทาง กมธ.แรงงาน เตรียมเรียกบริษัทผู้ว่าจ้าง ‘พาวเวอร์ไลน์’ ทุกบริษัทเข้ามาชี้แจง หวังให้ช่วยกดดันผู้รับเหมาจ่ายค่าแรงทั้งหมดโดยเร็ว มองใช้กลไกรัฐไม่ตอบโจทย์ กว่าจะได้เงินเยียวยาอาจต้องรอเวลาถึง 6 เดือน  * ด้าน PMCU ออกแถลงจะกลับไปดำเนินการตรวจสอบและเร่งรัดให้บริษัทผู้รับเหมาจ่ายเงินคนงานโดยเร็ว หากไม่ดำเนินการเตรียมดำเนินการตามสัญญา และกฎหมายต่อไป   จากกรณีที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (18 มิ.ย.) คนงานก่อสร้างโครงการ หมอน 33 (Block 33) ของบริษัท พาวเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PLE เดินทางมาร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากถูกบริษัทพาวเวอร์ไลน์ฯ ค้างเงินค่าแรงกว่า 12 เดือน จนได้รับความเดือดร้อนสาหัส ไม่มีเงินประทังชีวิต  ล่าสุดวันนี้ (25 มิ.ย.) สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ในฐานะผู้ว่าจ้างจ้างบริษัทพาวเวอร์ไลน์ฯ ก่อสร้างโครงการหมอน 33 ได้ออกแถลงการณ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ‘เฟซบุ๊ก’ แจ้งความคืบหน้าต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  เบื้องต้น ทาง PMCU ชี้แจงว่าได้จ่ายเงินทั้งหมดให้กับบริษัทพาวเวอร์ไลน์ฯ ทั้งหมดแล้ว โดยไม่มีค่าจ้างค้างจ่ายแต่อย่างใด และเมื่อทราบข้อร้องเรียนของคนงานเมื่อ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทาง PMCU ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งรัดไปยังบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างให้ชำระเงินให้คนงานทันที ทำให้คนงานได้รับค่าจ้างแล้ว 2 ราย คือคนงานที่ค้างค่าจ้างจำนวน 12 งวด หรือ 6 เดือน จำนวน 1 ราย และคนงานที่ค้างค่าจ้าง 8 งวด หรือ 4 เดือน อีก 1 ราย  สำหรับแรงงานก่อสร้างที่เหลือที่ยังไม่ได้รับค่าจ้าง ทาง PMCU จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง และเร่งรัดการจ่ายค่าจ้างทั้งหมดให้ครบถ้วน หากตรวจสอบพบว่า บริษัทผู้รับเหมา หรือผู้เกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน จะดำเนินการที่เหมาะสมตามสัญญา และตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ทาง PMCU ขอย้ำว่าทางสำนักงานให้ความสำคัญกับสิทธิแรงงาน ความเป็นธรรม และหลักการธรรมาภิบาลในการดำเนินโครงการมาโดยตลอด และจะดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ภายใต้ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  พาวเวอร์ไลน์ฯ ไม่มาประชุม กมธ.แรงงาน อ้างติดประชุม วันเดียวกันนี้ ธนพร วิจันทร์ สส.พรรคประชาชน และสมาชิก กมธ.แรงงาน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ ถึงกรณีการเรียกบริษัทพาวเวอร์ไลน์ และ PMCU มาชี้แจงปัญหาค้างค่าจ้างคนงานใน กมธ.การแรงงาน เธอระบุว่า พาวเวอร์ไลน์ฯ ปฏิเสธมาประชุมกับ กมธ.แรงงาน โดยอ้างว่ามีประชุมที่อื่น จึงไม่สามารถมาชี้แจงได้ แต่ช่วงก่อนการประชุม เวลา 9.00 น. เมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.) ทางบริษัทมีการส่งสลิปเงินเดือนที่โอนให้คนงานที่มาร้องเรียน กมธ.แรงงาน จำนวน 2 ราย และยังไม่ทราบด้วยว่าทำไมถึงยังไม่จ่ายค่าแรงให้กับคนงานคนอื่นๆ ธนพร วิจันทร์ (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก ธนพร วิจันทร์) “ไม่มีการชี้แจงใดๆ เลย ถ้าสมมติว่าครั้งหน้าเรียกพาวเวอร์ไลน์แล้วไม่มา อาจจะต้องใช้ พ.ร.บ.เรียก ที่ของสภาฯ อาจจะต้องกดดันให้เขามา ถ้าเขาไม่มามันไม่จบ” ธนพร กล่าว ธนพร กล่าวว่า พอเป็นแบบนี้แล้ว ทำให้มีแค่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาชี้แจงเท่านั้น ซึ่งทาง กมธ.แรงงาน ก็มีการแจ้งแล้วว่า ยังมีคนงานอีกเป็นร้อยคนที่ยังไม่ได้รับค่าจ้างจากผู้รับเหมาในโครงการที่อยู่ภายใต้สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ซึ่งทางจุฬาฯ เผยว่าจะกลับไปตรวจสอบกับทางพาวเวอร์ไลน์ และให้พาวเวอร์ไลน์ชี้แจงมาว่า ยังมีการค้างเงินคนงานเหลืออีกกี่คน เป็นใครบ้าง  ขณะเดียวกัน ทางคณะกรรมาธิการการแรงงาน จะเตรียมทำข้อมูลไว้ด้วยว่า มีคนงานจำนวนกี่รายที่ยังไม่ได้รับค่าจ้าง เพื่อมาเทียบจำนวนกับทางพาวเวอร์ไลน์ฯ ว่าตรงกันหรือไม่ เพราะว่ามันมีปัญหาว่า คนงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างบางคนทนรอค่าจ้างไม่ไหว หัวหน้าคนงานก็พาคนออกไปทำงานในโครงการอื่นๆ ต่อ  “เราอาจจะมาเทียบกันว่าตรงกันไหม ค้างอยู่เท่าไร และมีบางคนที่ส่งข้อมูลมาให้เราเมื่อวานนี้ว่ายังค้างอยู่เยอะเหมือนกัน บางคน 3-4 แสน 5 แสน มีหลายเจ้า และหลายคน” ธนพร กล่าว ธนพร กล่าวต่อว่า บางกรณีหัวหน้าคนงานบางคนต้องไปสำรองจ่ายเงินให้กับคนงานก่อน โดยที่ตัวเองไม่ได้รับเงินเดือน และพอไปขอเงินจากนายจ้าง ก็โดนบ่ายเบี่ยง ก็ทนมาเรื่อยๆ จนทนไม่ไหว เพราะว่าเวลาผ่านไปนานเป็นปีแล้ว ก็ต้องออกไปหาโครงการอื่นทำงานต่อ เตรียมเรียกนายจ้างทุกบริษัทมาชี้แจง กมธ.  หวังกดดัน บ.รับเหมา จ่ายเงินคนงานโดยเร็ว ด้าน กมธ.แรงงาน เผยไม่ใช่แค่โครงการหมอน 33 โครงการเดียวที่บริษัทพาวเวอร์ไลน์ไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง แต่ยังมีโครงการอื่นๆ อย่างโรงแรมดุสิตธานี รัฐสภา อาคารที่จอดรถท่าอากาศยานดอนเมือง ศูนย์การแพทย์มหิดล และอื่นๆ ยังไม่ได้รับค่าจ้างเช่นเดียวกัน  หลังจากนี้ กมธ.การแรงงาน จะใช้กลไกโดยการเรียกบริษัทกลุ่มทุนขนาดใหญ่ หรือภาครัฐ ที่จ้างบริษัทพาวเวอร์ไลน์ฯ ทำโครงการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น One Bangkok, PMCU, ท่าอากาศยานดอนเมือง, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กองทัพไทย และอื่นๆ ให้มาคุยและช่วยกันกดดันให้บริษัทรับเหมาจ่ายเงินค่าจ้างค้างชำระให้คนงานโดยเร็ว เนื่องจากหากไปใช้กลไกของภาครัฐ อย่างกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มีขั้นตอนที่ซับซ้อน ยุ่งยาก และใช้เวลานาน สร้างภาระให้กับคนงาน  สส.พรรคประชาชน ระบุว่า ตอนนี้หัวหน้าคนงานบางคนก็พาไปทำงานที่อื่นๆ แล้ว เนื่องจากรอค่าจ้างไม่ไหว บางคนที่อยู่ เราพยายามกดดันให้เขาเอาเงินมาจ่ายให้เร็ว เพราะมันไม่มีทางอื่นๆ ถ้าเรารอกระทรวงแรงงาน กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ต้องรอ 6-7 เดือนกว่าจะได้ กว่าจะเขียนคำร้อง คร.7 ออกคำสั่งให้นายจ้างจ่าย นายจ้างไม่จ่าย ก็ถึงใช้กองทุนฯ ดังนั้น ไม่เร็วแน่นอน * ข่าว * แรงงาน * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * บริษัท พาวเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด * PMCU * สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย * สิทธิแรงงาน * กมธ.แรงงาน * พรรคประชาชน * ธนพร วิจันทร์
dlvr.it
June 25, 2026 at 12:11 PM
คนงานเกือบร้อยถูก 'พาวเวอร์ไลน์' ค้างเงินอื้อ-กมธ.แรงงาน จ่อเรียกทุกฝ่ายคุย กดดันจ่ายค่าจ้างโดยเร็ว
คนงานเกือบร้อยถูก 'พาวเวอร์ไลน์' ค้างเงินอื้อ-กมธ.แรงงาน จ่อเรียกทุกฝ่ายคุย กดดันจ่ายค่าจ้างโดยเร็ว
คนงานเกือบร้อยถูก 'พาวเวอร์ไลน์' ค้างเงินอื้อ-กมธ.แรงงาน จ่อเรียกทุกฝ่ายคุย กดดันจ่ายค่าจ้างโดยเร็ว ภาพปก: ที่มา: แมวซาโบ XmasUser Thu, 2026-06-25 - 18:35 * จากกรณีที่คนงานก่อสร้างโครงการหมอน 33 ของบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ‘พาวเวอร์ไลน์ฯ’ ซึ่งถูกว่าจ้างโดย PMCU ถูกค้างค่าจ้างมานานกว่า 12 เดือน ได้รับผลกระทบแสนสาหัส ไม่มีเงินประทังชีวิต วานนี้ (24 มิ.ย.) มีคนงานพาวเวอร์ไลน์หลายโครงการเข้ามาร้องเรียน กมธ.การแรงงานเพิ่มเติม เนื่องจากถูกค้างค่าแรงในลักษณะเดียวกัน * ‘ธนพร’ กมธ.แรงงาน ให้สัมภาษณ์ระบุว่า ทาง กมธ.แรงงาน เตรียมเรียกบริษัทผู้ว่าจ้าง ‘พาวเวอร์ไลน์’ ทุกบริษัทเข้ามาชี้แจง หวังให้ช่วยกดดันผู้รับเหมาจ่ายค่าแรงทั้งหมดโดยเร็ว มองใช้กลไกรัฐไม่ตอบโจทย์ กว่าจะได้เงินเยียวยาอาจต้องรอเวลาถึง 6 เดือน  * ด้าน PMCU ออกแถลงจะกลับไปดำเนินการตรวจสอบและเร่งรัดให้บริษัทผู้รับเหมาจ่ายเงินคนงานโดยเร็ว หากไม่ดำเนินการเตรียมดำเนินการตามสัญญา และกฎหมายต่อไป   จากกรณีที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (18 มิ.ย.) คนงานก่อสร้างโครงการ หมอน 33 (Block 33) ของบริษัท พาวเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ PLE เดินทางมาร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากถูกบริษัทพาวเวอร์ไลน์ฯ ค้างเงินค่าแรงกว่า 12 เดือน จนได้รับความเดือดร้อนสาหัส ไม่มีเงินประทังชีวิต  ล่าสุดวันนี้ (25 มิ.ย.) สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ในฐานะผู้ว่าจ้างจ้างบริษัทพาวเวอร์ไลน์ฯ ก่อสร้างโครงการหมอน 33 ได้ออกแถลงการณ์ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ‘เฟซบุ๊ก’ แจ้งความคืบหน้าต่อการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  เบื้องต้น ทาง PMCU ชี้แจงว่าได้จ่ายเงินทั้งหมดให้กับบริษัทพาวเวอร์ไลน์ฯ ทั้งหมดแล้ว โดยไม่มีค่าจ้างค้างจ่ายแต่อย่างใด และเมื่อทราบข้อร้องเรียนของคนงานเมื่อ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทาง PMCU ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งรัดไปยังบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างให้ชำระเงินให้คนงานทันที ทำให้คนงานได้รับค่าจ้างแล้ว 2 ราย คือคนงานที่ค้างค่าจ้างจำนวน 12 งวด หรือ 6 เดือน จำนวน 1 ราย และคนงานที่ค้างค่าจ้าง 8 งวด หรือ 4 เดือน อีก 1 ราย  สำหรับแรงงานก่อสร้างที่เหลือที่ยังไม่ได้รับค่าจ้าง ทาง PMCU จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้อง และเร่งรัดการจ่ายค่าจ้างทั้งหมดให้ครบถ้วน หากตรวจสอบพบว่า บริษัทผู้รับเหมา หรือผู้เกี่ยวข้องไม่ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน จะดำเนินการที่เหมาะสมตามสัญญา และตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ทาง PMCU ขอย้ำว่าทางสำนักงานให้ความสำคัญกับสิทธิแรงงาน ความเป็นธรรม และหลักการธรรมาภิบาลในการดำเนินโครงการมาโดยตลอด และจะดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเต็มที่ภายใต้ระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  พาวเวอร์ไลน์ฯ ไม่มาประชุม กมธ.แรงงาน อ้างติดประชุม วันเดียวกันนี้ ธนพร วิจันทร์ สส.พรรคประชาชน และสมาชิก กมธ.แรงงาน ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ ถึงกรณีการเรียกบริษัทพาวเวอร์ไลน์ และ PMCU มาชี้แจงปัญหาค้างค่าจ้างคนงานใน กมธ.การแรงงาน เธอระบุว่า พาวเวอร์ไลน์ฯ ปฏิเสธมาประชุมกับ กมธ.แรงงาน โดยอ้างว่ามีประชุมที่อื่น จึงไม่สามารถมาชี้แจงได้ แต่ช่วงก่อนการประชุม เวลา 9.00 น. เมื่อวานนี้ (24 มิ.ย.) ทางบริษัทมีการส่งสลิปเงินเดือนที่โอนให้คนงานที่มาร้องเรียน กมธ.แรงงาน จำนวน 2 ราย และยังไม่ทราบด้วยว่าทำไมถึงยังไม่จ่ายค่าแรงให้กับคนงานคนอื่นๆ ธนพร วิจันทร์ (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก ธนพร วิจันทร์) “ไม่มีการชี้แจงใดๆ เลย ถ้าสมมติว่าครั้งหน้าเรียกพาวเวอร์ไลน์แล้วไม่มา อาจจะต้องใช้ พ.ร.บ.เรียก ที่ของสภาฯ อาจจะต้องกดดันให้เขามา ถ้าเขาไม่มามันไม่จบ” ธนพร กล่าว ธนพร กล่าวว่า พอเป็นแบบนี้แล้ว ทำให้มีแค่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาชี้แจงเท่านั้น ซึ่งทาง กมธ.แรงงาน ก็มีการแจ้งแล้วว่า ยังมีคนงานอีกเป็นร้อยคนที่ยังไม่ได้รับค่าจ้างจากผู้รับเหมาในโครงการที่อยู่ภายใต้สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯ ซึ่งทางจุฬาฯ เผยว่าจะกลับไปตรวจสอบกับทางพาวเวอร์ไลน์ และให้พาวเวอร์ไลน์ชี้แจงมาว่า ยังมีการค้างเงินคนงานเหลืออีกกี่คน เป็นใครบ้าง  ขณะเดียวกัน ทางคณะกรรมาธิการการแรงงาน จะเตรียมทำข้อมูลไว้ด้วยว่า มีคนงานจำนวนกี่รายที่ยังไม่ได้รับค่าจ้าง เพื่อมาเทียบจำนวนกับทางพาวเวอร์ไลน์ฯ ว่าตรงกันหรือไม่ เพราะว่ามันมีปัญหาว่า คนงานที่ไม่ได้รับค่าจ้างบางคนทนรอค่าจ้างไม่ไหว หัวหน้าคนงานก็พาคนออกไปทำงานในโครงการอื่นๆ ต่อ  “เราอาจจะมาเทียบกันว่าตรงกันไหม ค้างอยู่เท่าไร และมีบางคนที่ส่งข้อมูลมาให้เราเมื่อวานนี้ว่ายังค้างอยู่เยอะเหมือนกัน บางคน 3-4 แสน 5 แสน มีหลายเจ้า และหลายคน” ธนพร กล่าว ธนพร กล่าวต่อว่า บางกรณีหัวหน้าคนงานบางคนต้องไปสำรองจ่ายเงินให้กับคนงานก่อน โดยที่ตัวเองไม่ได้รับเงินเดือน และพอไปขอเงินจากนายจ้าง ก็โดนบ่ายเบี่ยง ก็ทนมาเรื่อยๆ จนทนไม่ไหว เพราะว่าเวลาผ่านไปนานเป็นปีแล้ว ก็ต้องออกไปหาโครงการอื่นทำงานต่อ เตรียมเรียกนายจ้างทุกบริษัทมาชี้แจง กมธ.  หวังกดดัน บ.รับเหมา จ่ายเงินคนงานโดยเร็ว ด้าน กมธ.แรงงาน เผยไม่ใช่แค่โครงการหมอน 33 โครงการเดียวที่บริษัทพาวเวอร์ไลน์ไม่ยอมจ่ายค่าจ้าง แต่ยังมีโครงการอื่นๆ อย่างโรงแรมดุสิตธานี รัฐสภา อาคารที่จอดรถท่าอากาศยานดอนเมือง ศูนย์การแพทย์มหิดล และอื่นๆ ยังไม่ได้รับค่าจ้างเช่นเดียวกัน  หลังจากนี้ กมธ.การแรงงาน จะใช้กลไกโดยการเรียกบริษัทกลุ่มทุนขนาดใหญ่ หรือภาครัฐ ที่จ้างบริษัทพาวเวอร์ไลน์ฯ ทำโครงการก่อสร้าง ไม่ว่าจะเป็น One Bangkok, PMCU, ท่าอากาศยานดอนเมือง, กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กองทัพไทย และอื่นๆ ให้มาคุยและช่วยกันกดดันให้บริษัทรับเหมาจ่ายเงินค่าจ้างค้างชำระให้คนงานโดยเร็ว เนื่องจากหากไปใช้กลไกของภาครัฐ อย่างกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง มีขั้นตอนที่ซับซ้อน ยุ่งยาก และใช้เวลานาน สร้างภาระให้กับคนงาน  สส.พรรคประชาชน ระบุว่า ตอนนี้หัวหน้าคนงานบางคนก็พาไปทำงานที่อื่นๆ แล้ว เนื่องจากรอค่าจ้างไม่ไหว บางคนที่อยู่ เราพยายามกดดันให้เขาเอาเงินมาจ่ายให้เร็ว เพราะมันไม่มีทางอื่นๆ ถ้าเรารอกระทรวงแรงงาน กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ต้องรอ 6-7 เดือนกว่าจะได้ กว่าจะเขียนคำร้อง คร.7 ออกคำสั่งให้นายจ้างจ่าย นายจ้างไม่จ่าย ก็ถึงใช้กองทุนฯ ดังนั้น ไม่เร็วแน่นอน * ข่าว * แรงงาน * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * บริษัท พาวเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด * PMCU * สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย * สิทธิแรงงาน * กมธ.แรงงาน * พรรคประชาชน * ธนพร วิจันทร์
dlvr.it
June 25, 2026 at 12:11 PM
#civ7 ときとちゃんねるさんの、自然遺産&アイスランドで文化勝利を目指す、続きのライブプレイ動画です!

【Civ7】イサベルとアイスランドで自然遺産プレイ!?たくさん集めてリゾートな観光力で文化勝利をめざそう!:探検途中から~【難易度:神、MAP:10人:砕けた海、速度:オンライン】
: ときとちゃんねるさん
www.youtube.com/watch?v=PMcu...
【Civ7】イサベルとアイスランドで自然遺産プレイ!?たくさん集めてリゾートな観光力で文化勝利をめざそう!:探検途中から~【難易度:神、MAP:10人:砕けた海、速度:オンライン】
YouTube video by ときとちゃんねる
www.youtube.com
June 9, 2026 at 1:16 AM
จุฬาฯ คืนเงินจอง ‘หมอน 33’ เต็มจำนวน หลังโครงการล่าช้า ยังไม่กำหนดเปิดใหม่
จุฬาฯ คืนเงินจอง ‘หมอน 33’ เต็มจำนวน หลังโครงการล่าช้า ยังไม่กำหนดเปิดใหม่ auser15 Sun, 2026-04-19 - 15:14 เผยสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) มีนโยบายคืนเงินจองห้องชุดในโครงการพัฒนาพื้นที่ “หมอน 33” เต็มจำนวนแก่ผู้จองทั้งหมด ภายหลังโครงการมีความล่าช้า และยังไม่มีกำหนดการเปิดโครงการหรือเปิดจองรอบใหม่อย่างชัดเจน โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33 (Block 33) | แฟ้มภาพ 19 เมษายน 2569 ประชาไทได้รับแจ้งว่า สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) มีนโยบายคืนเงินจองห้องชุดในโครงการพัฒนาพื้นที่ “หมอน 33” เต็มจำนวนแก่ผู้จองทั้งหมด ภายหลังโครงการมีความล่าช้า และยังไม่มีกำหนดการเปิดโครงการหรือเปิดจองรอบใหม่อย่างชัดเจน ตัวแทน PMCU ระบุว่า การคืนเงินเป็นความประสงค์ของผู้บริหาร เพื่อให้ผู้จองได้รับเงินคืนไปก่อน ขณะที่ความคืบหน้าโครงการยังต้องรอการพิจารณาและข้อตกลงในอนาคต สำหรับพื้นที่โครงการ “หมอน 33” ดังกล่าวตั้งอยู่ในบริเวณเดิมของ “ชุมชนเซียงกง” ซึ่งถูกปรับเปลี่ยนเพื่อการพัฒนาเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 2550 อย่างไรก็ตาม ภายในพื้นที่ยังคงมีศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง โดยผู้ดูแลศาลเจ้ายืนยันสิทธิในพื้นที่และอยู่ระหว่างการต่อสู้คดีในศาล เรื่องที่เกี่ยวข้อง * เนติวิทย์-นิสิตจุฬา พูดถึงสารคดีศาลเจ้าแม่ทับทิมที่ฮาร์วาร์ด ชี้เมืองพัฒนาอย่างไม่เป็นธรรม ชุมชนดั้งเดิมถูกโยกย้าย, 8 มีนาคม 2569   * ศาลปกครอง 'รับฟ้อง' นิสิตจุฬาฯ เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดจุฬาฯ 'หมอน 33', 6 มกราคม 2569  * ปมร้อนคอนโดยักษ์ ‘หมอน 33’ จุฬาฯ กับการจัดการทรัพย์สิน สรุปชนวนนิสิตฟ้องศาลปกครอง, 27 พฤศจิกายน 2568  * นิสิตจุฬาฯ ยื่นฟ้องศาลปกครอง เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดจุฬาฯ 'หมอน 33', 20 พฤศจิกายน 2568  ในด้านข้อกฎหมายเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งรับคำฟ้องกรณีที่กลุ่มนิสิตจุฬาฯ และประชาชนยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างโครงการหมอน 33 ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมายควบคุมอาคาร ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ตัวแทนนิสิตและประชาชนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยระบุผลกระทบจากการก่อสร้าง เช่น ฝุ่นละออง เสียงรบกวน ทางเท้าที่ถูกรุกล้ำ และความปลอดภัยในพื้นที่ ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 สผ. มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอให้พิจารณาเพิกถอนรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการ โดยระบุว่าพบ “ความไม่สอดคล้องอย่างรุนแรง” ข้อมูลจากระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลางระบุว่า โครงการมูลค่า 2,941 ล้านบาท มีสถานะ “ส่งงานล่าช้ากว่ากำหนด/ผูกพัน” โดยล่วงเลยกำหนดสิ้นสุดสัญญา (8 มีนาคม 2567) มาแล้วกว่า 700 วัน และมีการเบิกจ่ายประมาณ 45.57% ของวงเงินทั้งหมด นอกจากนี้ ในปี 2568 มียอดผู้จองโครงการประมาณ 20–25% เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อดีตนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ กล่าวว่า การคืนเงินสะท้อนผลจากการตรวจสอบของภาคประชาชนต่อโครงการนี้มาหลายปี “...การเรียกร้องนี้ในที่สุดก็เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง และก็ไม่พ้นการตรวจสอบของภาคประชาชนและสาธารณะที่นำไปสู่ความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่อนุญาตสร้างคอนโดนี้ ผมหวังว่านี่จะเป็นบทเรียนให้จุฬาฯ ถอยกลับมาทบทวนความสัมพันธ์ของตนกับชุมชน และต่อศาลเจ้าแม่ทับทิมที่เป็นหัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ขณะเดียวกันเราก็ประมาทไม่ได้ เพราะบทเรียนมีมาก ต้องก้าวเรียกร้องต่อไป” เนติวิทย์กล่าว จิรปรียา แซ่บู่ นิสิตเก่าจุฬาฯ กล่าวว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ “จะเป็นการเซ็ตมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎหมายในโครงการพัฒนาที่ดินต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่าจะต้องรับฟังเสียงผู้ใช้งานอย่างมีความหมาย ไม่ใช่จัดประชาพิจารณ์แบบเร่งๆ ให้พอผ่านไปได้อย่างที่เคยทำ” ขณะที่ กฤตภาส เชษฐเจริญรัตน์ นิสิตเก่าจุฬาฯ กล่าวว่ากรณีนี้ “ทำให้นิสิตได้เข้าใจ ‘อีกด้านหนึ่ง’ ของการพัฒนาเมือง ที่เลวร้ายกับคนธรรมดา เพราะการที่มหาวิทยาลัยอ้างกรรมสิทธิ์ไล่ที่ สร้างนู่นสร้างนี่ ที่รวมๆ แล้วคือการยกระดับค่าครองชีพครั้งใหญ่ให้คนที่มีฐานะเท่านั้นถึงอยู่ได้ สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนชัดเป็นรูปธรรมยิ่งกว่าในหนังสือเรียนหรือบทความวิชาการต่างๆ” * ข่าว * สังคม * คุณภาพชีวิต * หมอน 33 * จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย * ศาลเจ้าแม่ทับทิม * สามย่าน * อาคารสูง * การพัฒนา
dlvr.it
April 19, 2026 at 8:21 AM
จุฬาฯ คืนเงินจอง ‘หมอน 33’ เต็มจำนวน หลังโครงการล่าช้า ยังไม่กำหนดเปิดใหม่
จุฬาฯ คืนเงินจอง ‘หมอน 33’ เต็มจำนวน หลังโครงการล่าช้า ยังไม่กำหนดเปิดใหม่
จุฬาฯ คืนเงินจอง ‘หมอน 33’ เต็มจำนวน หลังโครงการล่าช้า ยังไม่กำหนดเปิดใหม่ auser15 Sun, 2026-04-19 - 15:14 เผยสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) มีนโยบายคืนเงินจองห้องชุดในโครงการพัฒนาพื้นที่ “หมอน 33” เต็มจำนวนแก่ผู้จองทั้งหมด ภายหลังโครงการมีความล่าช้า และยังไม่มีกำหนดการเปิดโครงการหรือเปิดจองรอบใหม่อย่างชัดเจน โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33 (Block 33) | แฟ้มภาพ 19 เมษายน 2569 ประชาไทได้รับแจ้งว่า สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) มีนโยบายคืนเงินจองห้องชุดในโครงการพัฒนาพื้นที่ “หมอน 33” เต็มจำนวนแก่ผู้จองทั้งหมด ภายหลังโครงการมีความล่าช้า และยังไม่มีกำหนดการเปิดโครงการหรือเปิดจองรอบใหม่อย่างชัดเจน ตัวแทน PMCU ระบุว่า การคืนเงินเป็นความประสงค์ของผู้บริหาร เพื่อให้ผู้จองได้รับเงินคืนไปก่อน ขณะที่ความคืบหน้าโครงการยังต้องรอการพิจารณาและข้อตกลงในอนาคต สำหรับพื้นที่โครงการ “หมอน 33” ดังกล่าวตั้งอยู่ในบริเวณเดิมของ “ชุมชนเซียงกง” ซึ่งถูกปรับเปลี่ยนเพื่อการพัฒนาเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 2550 อย่างไรก็ตาม ภายในพื้นที่ยังคงมีศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง โดยผู้ดูแลศาลเจ้ายืนยันสิทธิในพื้นที่และอยู่ระหว่างการต่อสู้คดีในศาล เรื่องที่เกี่ยวข้อง * เนติวิทย์-นิสิตจุฬา พูดถึงสารคดีศาลเจ้าแม่ทับทิมที่ฮาร์วาร์ด ชี้เมืองพัฒนาอย่างไม่เป็นธรรม ชุมชนดั้งเดิมถูกโยกย้าย, 8 มีนาคม 2569   * ศาลปกครอง 'รับฟ้อง' นิสิตจุฬาฯ เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดจุฬาฯ 'หมอน 33', 6 มกราคม 2569  * ปมร้อนคอนโดยักษ์ ‘หมอน 33’ จุฬาฯ กับการจัดการทรัพย์สิน สรุปชนวนนิสิตฟ้องศาลปกครอง, 27 พฤศจิกายน 2568  * นิสิตจุฬาฯ ยื่นฟ้องศาลปกครอง เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างคอนโดจุฬาฯ 'หมอน 33', 20 พฤศจิกายน 2568  ในด้านข้อกฎหมายเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งรับคำฟ้องกรณีที่กลุ่มนิสิตจุฬาฯ และประชาชนยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการออกใบอนุญาตก่อสร้างโครงการหมอน 33 ซึ่งอาจขัดต่อกฎหมายควบคุมอาคาร ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2568 ตัวแทนนิสิตและประชาชนได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) โดยระบุผลกระทบจากการก่อสร้าง เช่น ฝุ่นละออง เสียงรบกวน ทางเท้าที่ถูกรุกล้ำ และความปลอดภัยในพื้นที่ ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2568 สผ. มีหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขอให้พิจารณาเพิกถอนรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของโครงการ โดยระบุว่าพบ “ความไม่สอดคล้องอย่างรุนแรง” ข้อมูลจากระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลางระบุว่า โครงการมูลค่า 2,941 ล้านบาท มีสถานะ “ส่งงานล่าช้ากว่ากำหนด/ผูกพัน” โดยล่วงเลยกำหนดสิ้นสุดสัญญา (8 มีนาคม 2567) มาแล้วกว่า 700 วัน และมีการเบิกจ่ายประมาณ 45.57% ของวงเงินทั้งหมด นอกจากนี้ ในปี 2568 มียอดผู้จองโครงการประมาณ 20–25% เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล อดีตนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ กล่าวว่า การคืนเงินสะท้อนผลจากการตรวจสอบของภาคประชาชนต่อโครงการนี้มาหลายปี “...การเรียกร้องนี้ในที่สุดก็เป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง และก็ไม่พ้นการตรวจสอบของภาคประชาชนและสาธารณะที่นำไปสู่ความไม่แน่นอนทางกฎหมายที่อนุญาตสร้างคอนโดนี้ ผมหวังว่านี่จะเป็นบทเรียนให้จุฬาฯ ถอยกลับมาทบทวนความสัมพันธ์ของตนกับชุมชน และต่อศาลเจ้าแม่ทับทิมที่เป็นหัวใจของการพัฒนาที่ยั่งยืน แต่ขณะเดียวกันเราก็ประมาทไม่ได้ เพราะบทเรียนมีมาก ต้องก้าวเรียกร้องต่อไป” เนติวิทย์กล่าว จิรปรียา แซ่บู่ นิสิตเก่าจุฬาฯ กล่าวว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ “จะเป็นการเซ็ตมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎหมายในโครงการพัฒนาที่ดินต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ว่าจะต้องรับฟังเสียงผู้ใช้งานอย่างมีความหมาย ไม่ใช่จัดประชาพิจารณ์แบบเร่งๆ ให้พอผ่านไปได้อย่างที่เคยทำ” ขณะที่ กฤตภาส เชษฐเจริญรัตน์ นิสิตเก่าจุฬาฯ กล่าวว่ากรณีนี้ “ทำให้นิสิตได้เข้าใจ ‘อีกด้านหนึ่ง’ ของการพัฒนาเมือง ที่เลวร้ายกับคนธรรมดา เพราะการที่มหาวิทยาลัยอ้างกรรมสิทธิ์ไล่ที่ สร้างนู่นสร้างนี่ ที่รวมๆ แล้วคือการยกระดับค่าครองชีพครั้งใหญ่ให้คนที่มีฐานะเท่านั้นถึงอยู่ได้ สิ่งเหล่านี้มันสะท้อนชัดเป็นรูปธรรมยิ่งกว่าในหนังสือเรียนหรือบทความวิชาการต่างๆ” * ข่าว * สังคม * คุณภาพชีวิต * หมอน 33 * จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย * ศาลเจ้าแม่ทับทิม * สามย่าน * อาคารสูง * การพัฒนา
dlvr.it
April 19, 2026 at 8:21 AM
นิสิตจุฬาฯ ล้อผู้บริหาร ตระเวน ‘ขอโทษ’ รอบมหา’ลัย ปมทางเท้า ทุบสกาล่า
นิสิตจุฬาฯ ล้อผู้บริหาร ตระเวน ‘ขอโทษ’ รอบมหา’ลัย ปมทางเท้า ทุบสกาล่า
นิสิตจุฬาฯ ล้อผู้บริหาร ตระเวน ‘ขอโทษ’ รอบมหา’ลัย ปมทางเท้า ทุบสกาล่า ภาพจาก คณะจุฬาฯ admin666 Mon, 2026-03-09 - 14:50 เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.2569) กลุ่มนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ตระเวนไปตามจุดต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย โดยใช้ป้ายสแตนดี้และหน้ากากที่มีใบหน้าคล้ายผู้บริหารมหาวิทยาลัยและผู้บริหารสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) เพื่อ “ขอโทษ” ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่มหาวิทยาลัย นิสิตผู้ร่วมกิจกรรมสวมหน้ากากและถ่ายภาพเชิงสัญลักษณ์ตามจุดที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัย โครงสร้างขั้นพื้นฐาน และการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ เช่น บริเวณสามแยกซอยจุฬาฯ 9 ติดอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ -โครงการหมอน 33 ซึ่งไม่มีทางเท้าที่ปลอดภัย พื้นที่หน้าหอพักนิสิต สะท้อนการขาดแคลนหอพักที่เข้าถึงได้ และทางข้ามถนนบริเวณข้างหอพักนิสิต ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดเสี่ยงต่อผู้สัญจรโดยเฉพาะผู้ที่เดินเท้าและต้องใช้รถเข็น กิจกรรมดังกล่าวต้องการสะท้อนปัญหาทางเท้าที่ไม่ต่อเนื่อง การออกแบบพื้นที่ที่ไม่เอื้อต่อการเดิน และความปลอดภัยของนิสิตและประชาชนที่ใช้พื้นที่ในรั้วและรอบรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยพัฒนาทางเท้าที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ และเป็นมิตรต่อผู้ใช้ทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมยังแสดงออกเชิงสัญลักษณ์พาดพิงถึงกรณีการรื้อถอนโรงภาพยนตร์สกาล่า ซึ่งปัจจุบันถูกทุบเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มเซ็นทรัลฯ ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย โดยมีการนำประเด็นดังกล่าวมาเสียดสีผ่านข้อความต่างๆ ประกอบท่าทางเชิงสัญลักษณ์ระหว่างการถ่ายภาพในกิจกรรม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ นิสิตต้องการสะท้อนเสียงเรียกร้องและข้อเสนอแนะต่างๆ ตั้งแต่ในอดีต เพื่อให้มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับคุณค่าของพื้นที่สาธารณะ ความปลอดภัย และการพัฒนาเมืองทั้งในและรอบมหาวิทยาลัยโดยคำนึงถึงผู้ใช้พื้นที่เป็นสำคัญ     * ข่าว * คุณภาพชีวิต * คณะจุฬาฯ * จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย * สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย * PMCU * อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ
dlvr.it
March 9, 2026 at 8:05 AM
นิสิตจุฬาฯ ล้อผู้บริหาร ตระเวน ‘ขอโทษ’ รอบมหา’ลัย ปมทางเท้า ทุบสกาล่า
นิสิตจุฬาฯ ล้อผู้บริหาร ตระเวน ‘ขอโทษ’ รอบมหา’ลัย ปมทางเท้า ทุบสกาล่า ภาพจาก คณะจุฬาฯ admin666 Mon, 2026-03-09 - 14:50 เมื่อวานนี้ (8 มี.ค.2569) กลุ่มนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ตระเวนไปตามจุดต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย โดยใช้ป้ายสแตนดี้และหน้ากากที่มีใบหน้าคล้ายผู้บริหารมหาวิทยาลัยและผู้บริหารสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) เพื่อ “ขอโทษ” ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่มหาวิทยาลัย นิสิตผู้ร่วมกิจกรรมสวมหน้ากากและถ่ายภาพเชิงสัญลักษณ์ตามจุดที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความปลอดภัย โครงสร้างขั้นพื้นฐาน และการเข้าถึงพื้นที่สาธารณะ เช่น บริเวณสามแยกซอยจุฬาฯ 9 ติดอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ -โครงการหมอน 33 ซึ่งไม่มีทางเท้าที่ปลอดภัย พื้นที่หน้าหอพักนิสิต สะท้อนการขาดแคลนหอพักที่เข้าถึงได้ และทางข้ามถนนบริเวณข้างหอพักนิสิต ซึ่งถูกมองว่าเป็นจุดเสี่ยงต่อผู้สัญจรโดยเฉพาะผู้ที่เดินเท้าและต้องใช้รถเข็น กิจกรรมดังกล่าวต้องการสะท้อนปัญหาทางเท้าที่ไม่ต่อเนื่อง การออกแบบพื้นที่ที่ไม่เอื้อต่อการเดิน และความปลอดภัยของนิสิตและประชาชนที่ใช้พื้นที่ในรั้วและรอบรั้วมหาวิทยาลัย พร้อมเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยพัฒนาทางเท้าที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ และเป็นมิตรต่อผู้ใช้ทุกกลุ่ม นอกจากนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมยังแสดงออกเชิงสัญลักษณ์พาดพิงถึงกรณีการรื้อถอนโรงภาพยนตร์สกาล่า ซึ่งปัจจุบันถูกทุบเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของกลุ่มเซ็นทรัลฯ ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย โดยมีการนำประเด็นดังกล่าวมาเสียดสีผ่านข้อความต่างๆ ประกอบท่าทางเชิงสัญลักษณ์ระหว่างการถ่ายภาพในกิจกรรม การเคลื่อนไหวครั้งนี้ นิสิตต้องการสะท้อนเสียงเรียกร้องและข้อเสนอแนะต่างๆ ตั้งแต่ในอดีต เพื่อให้มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับคุณค่าของพื้นที่สาธารณะ ความปลอดภัย และการพัฒนาเมืองทั้งในและรอบมหาวิทยาลัยโดยคำนึงถึงผู้ใช้พื้นที่เป็นสำคัญ     * ข่าว * คุณภาพชีวิต * คณะจุฬาฯ * จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย * สำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย * PMCU * อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ
dlvr.it
March 9, 2026 at 8:05 AM
ไปดูhopper ละนึกถึงเนติวิทย์สู้กับ pmcu แต่ความจริงมันไม่ได้จบสวยและไม่ได้จบ มันยังคงดำเนินต่อไป
March 9, 2026 at 6:17 AM
เห็นป้ายโฆษณาคอนโดที่ PMCU เพื่อมีส่วนลดสำหรับนิสิตและบุคลากร (แต่ราคาก็เริ่มต้น 3 ล้านกว่าอะนะ) ในขณะที่ทุกปีนิสิตใหม่ต้องแย่งกันเข้าหอในเพราะหลายคนก็จ่ายหอนอกไม่ไหว คือก่อนจะสร้างคอนโดพี่สร้างหอเพิ่มให้เด็กกับพนักงานก่อนดีมั้ย
February 6, 2026 at 6:22 AM
someone buy the Preventative Maintenance strips so we can launch the PMCU
January 29, 2026 at 9:02 PM
เรื่องpmcu จริงๆมีหนังสือเล่มนึงอยากแนะนำให้อ่านชื่อ"การเมืองเรื่องสยามสแควร์" ข้อมูลค่อนข้างเก่าหน่อยแต่หลายเรื่องก็ยังlogicจนทุกวันนี้
January 2, 2026 at 10:20 AM
ท่อนนี้ เหมือนจะอธิบายเรื่องการดำรงอยู่อย่างแข็งแกร่งของศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองและการสร้างกี่ห้างก็เจ๊งของ pmcu ได้ในมุมหนึ่งอยู่นะ

แทนที่จะพยายามลบศาลออกจากแผนที่ แต่เปลี่ยนศาลเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่ดึงคนเข้ามาหาพื้นที่ใช้สอยรอบศาล มันไปกันได้หมด แต่ pmcu ไม่ใช่แค่คิดไม่ได้ ไม่ได้คิดด้วยเหอะ
January 2, 2026 at 9:40 AM
ปมร้อนคอนโดยักษ์ ‘หมอน 33’ จุฬาฯ กับการจัดการทรัพย์สิน สรุปชนวนนิสิตฟ้องศาลปกครอง
ปมร้อนคอนโดยักษ์ ‘หมอน 33’ จุฬาฯ กับการจัดการทรัพย์สิน สรุปชนวนนิสิตฟ้องศาลปกครอง See Think Thu, 2025-11-27 - 16:01 ◼️ที่มาของโครงการหมอน 33 *  โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33 (Block 33) เป็นโครงการคอนโดฯ แบบขายสิทธิเช่าระยะยาว ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ตั้งอยู่ที่จุดศูนย์กลางของสามย่าน ใจกลางกรุงเทพมหานคร ตึกมีความสูง 50 ชั้น ประกอบไปด้วย คอนโดฯ อาคารสำนักงาน และจอดรถยนต์ มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 1,803 ห้อง จำนวน 1 อาคาร (3 ทาวเวอร์) พื้นที่รวม 700-3-52 ไร่ * Block 33 เป็นส่วนต่อขยายจากการปรับผังเมืองของจุฬาฯ ที่ทำต่อเนื่องหลายปี ทั้งสามย่านมิตรทาวน์ สวนจุฬาฯ 100 ปี ลานคนเมือง ทำให้หลายชุมชนต้องปรับตัวและย้ายออก เพื่อพัฒนาโครงการนี้ เช่น ตลาดสามย่านเดิม พื้นที่เชียงกง และโซนศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง เพื่อใช้ก่อสร้างโครงการ พื้นที่ที่ถูกดึงคืนไม่ได้มีเพียงตลาด แต่ยังมีชุมชนสามย่านเดิม อายุเก่าแก่กว่า 60 ปี ◼️ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง * ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองปัจจุบันมีอายุมากกว่า 150 ปี ตั้งอยู่ในพื้นที่ Block 33 โดยในเดือนมิถุนายน 2563 ทาง PMCU ประกาศให้ศาลย้ายออกจากพื้นที่เดิมเพื่อเตรียมปรับพื้นที่สำหรับการก่อสร้าง โดยทางจุฬาฯ มีการจัดเตรียมพื้นที่ใหม่ของศาลเจ้าไว้ที่บริเวณสวนจุฬาฯ 100 ปี แนวคิดในการย้ายศาลเจ้าแม่ทับทิมก่อให้เกิดกระแสต่อต้านจากชุมชนและนิสิตบางส่วน * ผู้ดูแลศาลเจ้าและประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการย้ายศาล ขึงป้ายผ้าคัดค้าน, ทำจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บริหารจุฬาฯ ส่วนเหล่านิสิตจุฬาฯ จัดกิจกรรม Human Chain มีการทำสารคดี The Last Breath of Sam Yan หรือปฏิบัติการที่คนในโซเชียลร่วมใจกันติด #Saveศาลเจ้าแม่ทับทิม เพราะมองว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีคุณค่าที่ควรรักษาไว้ และเป็นสถานที่รวมจิตวิญญาณของผู้คนในชุมชน * ในระหว่างนั้น จุฬาฯ ได้สร้างศาลเจ้าแห่งใหม่ไว้ในโซนสวนจุฬา 100 ปี จนวันที่ 15 มิ.ย.2563 องค์เจ้าแม่ ถูกอัญเชิญไปไว้ที่ศาลใหม่ แต่ด้วยการประท้วงที่ไม่ยอมจบ ทำให้เดือนกันยายน 2563 จุฬาฯ ยื่นฟ้องผู้ดูแลศาลเจ้าแม่ทับทิมจนชนะคดี และเตรียมจะรื้อศาลเจ้าทิ้งพร้อมไล่ผู้ดูแลศาลเจ้าออก แต่กระแสตีกลับไปสนับสนุนฝั่งศาลเจ้าแม่ทับทิมมากกว่า เนื่องจากช่วงเมษายนที่ผ่านมา ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง (อาคารเดิม) ได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2568 รวมไปถึงจำนวนคนที่เดินทางมาไหว้ศาลเจ้าก็มีมากขึ้น * 4 พฤศจิกายน 68 ตัวแทนจากโครงการหมอน 33 ได้เข้าพบกับผู้ดูแลศาลเจ้า เพื่อขอใช้พื้นที่ศาลเจ้าในการทำประชาพิจารณ์ มีเนื้อหาว่าจะไม่รื้อถอนศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง แต่ยังคงเดินหน้าทำการไล่ผู้ดูแลศาลออกจากพื้นที่ คณะกรรมการศาลเจ้าจึงออกหนังสือแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อประชาพิจารณ์ครั้งนี้  ◼️ผลกระทบระหว่างก่อสร้าง Block 33 * ในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนละแวกนั้น ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาฝุ่นละออง มลภาวะทางเสียงจากการก่อสร้าง ทางเดินเท้าที่ถูกเบียดโดยรั้วกั้น การสัญจรของรถติดขัดกว่าที่เคย ไหนจะปัญหาการขอคืนที่ดินบริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง หรือเหตุการณ์วัสดุก่อสร้างหล่นลงมาจากไซต์ก่อสร้าง * วันที่ 13 พ.ค. 67 โครงสแลนจากไซต์ก่อสร้าง ร่วงใส่หลังคาตลาดสามย่าน จนทำให้ไฟดับไปกว่า 4 ชั่วโมง แม่ค้าในตลาดระบุว่า เหตุของหล่นหรือปลิวจากไซต์ก่อสร้างนี้เคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว เวลาของใช้เสียหายก็ควักเงินเยียวยาอย่างเดียว แต่ไม่เคยเห็นการแก้ไขปัญหาจริงๆ ◼️เสียงจากผู้ได้รับผลกระทบ * ประชาชนในพื้นที่เล่าว่า ปี 2563 จุฬาฯ มีการตั้งรั้วกั้นไซต์ก่อสร้างจนเลยเข้ามาบนทางเดินเท้า ทำให้คนต้องลงมาเดินสัญจรที่ถนนแทน เขากับเพื่อนจึงพากันไปประท้วงจุฬาฯ ซึ่งได้รับการแก้ไขจริง มีการขยับเข้าไปในพื้นที่ตัวเองก่อนจะขยับออกมาเหมือนเดิม * นักศึกษาจุฬาฯ ที่ได้รับผลกระทบเล่าว่า เพื่อนหลายคนร้องเรียนเรื่องทางเดินเท้าเข้ามาหลายครั้งแล้ว เพราะเวลาเดิน ต้องมาคอยกังวลว่ารถจะชนเขาตอนไหน ทั้งที่ในความเป็นจริง ทางเท้าควรเป็นที่ของคนเดิน ไม่ใช่ของรั้วกั้น เขาจึงทำเอกสารร้องเรียนส่งไปที่สำนักงานเขต เพื่อให้เกิดการแก้ไข แต่กลายเป็นว่าทางจุฬาฯ กลับติดแค่ลูกระนาดลดความเร็ว และปิดป้ายว่าห้ามเดินฝั่งนี้ ให้ไปใช้ทางเดินเท้าฝั่งตรงข้ามแทน กลายเป็นว่าทางเท้าที่เป็นเป็นของคน ตอนนี้เป็นของรั้ว เหลือแต่ถนนให้คนเดินลุ้นชีวิตแทน * การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ค่อนข้างแปลก ในอดีต ตอนก่อสร้างสวนจุฬาฯ 100 ปี เคยมีการร้องเรียนแบบเดียวกัน ซึ่งทางจุฬาฯ ก็ทำทางเดินเท้าให้ แต่ครั้งนี้กลับเงียบเฉย เหมือนไม่ได้สนใจความปลอดภัยของประชาชนจริงๆ ◼️นิสิตไม่ทน * วันที่ 19 พ.ย. 68 นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยประชาชน เดินทางมายังศาลปกครองเพื่อยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร จากกรณีที่ กทม. ออกใบอนุญาตการก่อสร้างให้กับ “โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33” เป็นโครงการที่สร้างเพื่ออนาคต แต่ตอนนี้กำลังทำลายชีวิตประจำวันของพวกเขา * เนื่องจากโครงการดังกล่าว มีการทำผิดข้อควรปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่กำหนดให้อาคารใหญ่พิเศษต้องมีทางสาธารณะเข้าสู่ที่ตั้งโครงการที่มีเขตกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร และที่ดินที่ติดถนนสาธารณะต้องกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร เพื่อให้รถดับเพลิงเข้าออกได้สะดวก * ถนนรอบ Block 33 แคบเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดสำหรับอาคารสูงใหญ่พิเศษ ทำให้รถดับเพลิงเข้าถึงยาก แต่ กทม. ยังออกใบอนุญาตให้สร้าง พอลองไปวัดพื้นที่ พบว่า 1) ระยะห่างจากฐานอาคารถึงเส้นถนนฝั่งตะวันตกที่ติดกับถนนสาธารณะซอยจุฬาลงกรณ์ 5 มีระยะห่างประมาณ 10 เมตร และมีความกว้างเขตทางถนนประมาณ 11 เมตร  2) ระยะห่างจากฐานอาคารถึงเส้นถนนฝั่งตะวันออกที่ติดถนนสาธารณะซอยจุฬาลงกรณ์ 9 มีระยะห่างประมาณ 6 เมตร และมีความกว้างเขตทางประมาณ 10 เมตร 3) ระยะห่างจากฐานอาคารถึงเส้นถนนฝั่งเหนือที่ติดถนนสาธารณะซอยจุฬาลงกรณ์ 26 มีระยะห่างประมาณ 6 เมตร และมีความกว้างเขตทางประมาณ 8 เมตร 4) ระยะห่างจากฐานอาคารถึงเส้นถนนฝั่งใต้ที่ติดถนนสาธารณะซอยจุฬาลงกรณ์ 32 มีระยะห่างประมาณ 6 เมตร และมีความกว้างเขตทางประมาณ 6 เมตร * โครงการนี้จึงกลายเป็นการก่อสร้างอาคารที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกรุงเทพมหานครมี อำนาจหน้าที่ในการออกใบอนุญาตและควบคุมตรวจสอบการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ไม่ได้ควบคุมตรวจสอบให้การก่อสร้างให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด  ◼️คำบอกเล่าจากประชาชน  * ประชาชนที่ร่วมฟ้องกล่าวว่า ผู้คนในละแวกนี้เดือดร้อนกันมาหลายปีแล้วกับการสร้างโครงการนี้ เพราะสร้างผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ทั้งฝุ่น ทั้งรถติด ไหนจะเรื่องเสียงอีก ทางเดินที่เคยใช้ตอนนี้กลายเป็นที่วางรั้ว เธอเคยร้องเรียนไปทางผู้บริหารหลายครั้ง แต่ไร้วี่แววตอบกลับ * เธอและเพื่อนที่ทนกับการลิดรอนสิทธิไม่ไหว จึงตัดสินใจยื่นเรื่องฟ้องผ่านศาลปกครอง เธอเชื่อว่าจะได้รับความช่วยเหลือและความเป็นธรรม ซึ่งก่อนทำการยื่นฟ้อง พวกเธอสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เนื่องจากถนนที่ล้อมรอบโครงการนี้ เป็นถนนที่ไม่ได้มีความกว้างเท่าที่กฎหมายกำหนด ในการขอ EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ตัวเอกสารไม่ได้ระบุชัดเจนว่าโครงการมีพื้นที่ใช้สอยเท่าไหร่ * ประชาชนในพื้นที่เล่าว่า ปี 2563 จุฬาฯ มีการตั้งรั้วกั้นไซต์ก่อสร้างจนเลยเข้ามาบนทางเดินเท้า ทำให้คนต้องลงมาเดินสัญจรที่ถนนแทน เขากับเพื่อนจึงพากันไปประท้วงจุฬาฯ ซึ่งได้รับการแก้ไขจริง มีการขยับเข้าไปในพื้นที่ตัวเองก่อนจะขยับออกมาเหมือนเดิม * นิสิตจุฬาฯ ที่ร่วมฟ้องกล่าวเล่าว่า เพื่อนหลายคนร้องเรียนเรื่องทางเดินเท้าเข้ามาหลายครั้งแล้ว เพราะเวลาเดิน ต้องมาคอยกังวลว่ารถจะชนเขาตอนไหน ทั้งที่ในความเป็นจริง ทางเท้าควรเป็นที่ของคนเดิน ไม่ใช่ของรั้วกั้น เขาจึงทำเอกสารร้องเรียนส่งไปที่สำนักงานเขต เพื่อให้เกิดการแก้ไข แต่กลายเป็นว่าทางจุฬาฯ กลับติดแค่ลูกระนาดลดความเร็ว และปิดป้ายว่าห้ามเดินฝั่งนี้ ให้ไปใช้ทางเดินเท้าฝั่งตรงข้ามแทน กลายเป็นว่าทางเท้าที่เป็นเป็นของคน ตอนนี้เป็นของรั้ว เหลือแต่ถนนให้คนเดินลุ้นชีวิตแทน * การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ค่อนข้างแปลก ในอดีต ตอนก่อสร้างสวนจุฬาฯ 100 ปี เคยมีการร้องเรียนแบบเดียวกัน ซึ่งทางจุฬาฯ ก็ทำทางเดินเท้าให้ แต่ครั้งนี้กลับเงียบเฉย เหมือนไม่ได้สนใจความปลอดภัยของประชาชนจริง ๆ ◼️ความต้องการของประชาชน * นิสิตจุฬาฯ ที่ยื่นฟ้องกล่าวว่า พื้นที่ของจุฬาฯ มีเยอะมาก ซึ่งได้มาเพื่อการส่งเสริมด้านการศึกษา แต่กลายเป็นว่าพื้นที่เพื่อการศึกษาถูกทำให้เป็นพื้นที่หาผลกำไร หากต้องการรองรับคุณภาพชีวิตที่ดีของนิสิตก็ควรสร้างหอพักนิสิตเพิ่ม เพราะตอนนี้หอในรองรับนิสิตได้ 3,797 คน ขณะที่จำนวนนักศึกษามีเกือบ 50,000 คน หรืออย่างน้อยควรแก้ไขสิ่งที่เรียกร้องสักที ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนกันหมด มีแต่ผู้บริหารที่ยังเหมือนทองไม่รู้ร้อน “หอในตอนนี้อยู่ได้ 3,000 กว่าคน ซึ่งนิสิตจุฬาฯ มีประมาณ 50,000 กว่าคน มันน้อยมาก แล้วหอพัก รอบๆ นิสิตไม่สามารถจ่ายได้แน่นอน ราคาหลักหมื่น ดังนั้นหอในเนี่ย มันควรมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ว่าพื้นที่มากมาย คุณเอาไปทําอะไร เอาไปทําห้าง เอาไปทำคอนโดฯ เพิ่ม ซึ่งราคาสูงแน่นอน ขนาด CU I-House ยัง ราคา 12,000-13,000 บาท คิดดูว่านี่คอนโดฯ สร้างใหม่สูง 50 ชั้น มันจะแพงขนาดไหน” นิสิตจุฬาฯ กล่าว สิ่งที่มหาวิทยาลัยควรทำ คือการดูแลสวัสดิภาพของนิสิต ก่อนที่จะไปหากำไรจากคอนโดฯ “พื้นที่เยอะขนาดนี้ยังเอาไปหาผลกำไรได้ แต่ทำไมไม่เอามาดูแลสวัสดิภาพพวกเราเลย” นิสิตจุฬาฯ กล่าว * ข่าว * การเมือง * สังคม * สิทธิมนุษยชน * โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33 * จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย * ศาลเจ้าแม่ทับทิม * ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง
dlvr.it
November 27, 2025 at 9:16 AM
ปมร้อนคอนโดยักษ์ ‘หมอน 33’ จุฬาฯ กับการจัดการทรัพย์สิน สรุปชนวนนิสิตฟ้องศาลปกครอง
ปมร้อนคอนโดยักษ์ ‘หมอน 33’ จุฬาฯ กับการจัดการทรัพย์สิน สรุปชนวนนิสิตฟ้องศาลปกครอง
ปมร้อนคอนโดยักษ์ ‘หมอน 33’ จุฬาฯ กับการจัดการทรัพย์สิน สรุปชนวนนิสิตฟ้องศาลปกครอง See Think Thu, 2025-11-27 - 16:01 ◼️ที่มาของโครงการหมอน 33 *  โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33 (Block 33) เป็นโครงการคอนโดฯ แบบขายสิทธิเช่าระยะยาว ภายใต้การบริหารจัดการของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ตั้งอยู่ที่จุดศูนย์กลางของสามย่าน ใจกลางกรุงเทพมหานคร ตึกมีความสูง 50 ชั้น ประกอบไปด้วย คอนโดฯ อาคารสำนักงาน และจอดรถยนต์ มีจำนวนห้องพักทั้งหมด 1,803 ห้อง จำนวน 1 อาคาร (3 ทาวเวอร์) พื้นที่รวม 700-3-52 ไร่ * Block 33 เป็นส่วนต่อขยายจากการปรับผังเมืองของจุฬาฯ ที่ทำต่อเนื่องหลายปี ทั้งสามย่านมิตรทาวน์ สวนจุฬาฯ 100 ปี ลานคนเมือง ทำให้หลายชุมชนต้องปรับตัวและย้ายออก เพื่อพัฒนาโครงการนี้ เช่น ตลาดสามย่านเดิม พื้นที่เชียงกง และโซนศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง เพื่อใช้ก่อสร้างโครงการ พื้นที่ที่ถูกดึงคืนไม่ได้มีเพียงตลาด แต่ยังมีชุมชนสามย่านเดิม อายุเก่าแก่กว่า 60 ปี ◼️ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง * ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองปัจจุบันมีอายุมากกว่า 150 ปี ตั้งอยู่ในพื้นที่ Block 33 โดยในเดือนมิถุนายน 2563 ทาง PMCU ประกาศให้ศาลย้ายออกจากพื้นที่เดิมเพื่อเตรียมปรับพื้นที่สำหรับการก่อสร้าง โดยทางจุฬาฯ มีการจัดเตรียมพื้นที่ใหม่ของศาลเจ้าไว้ที่บริเวณสวนจุฬาฯ 100 ปี แนวคิดในการย้ายศาลเจ้าแม่ทับทิมก่อให้เกิดกระแสต่อต้านจากชุมชนและนิสิตบางส่วน * ผู้ดูแลศาลเจ้าและประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการย้ายศาล ขึงป้ายผ้าคัดค้าน, ทำจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บริหารจุฬาฯ ส่วนเหล่านิสิตจุฬาฯ จัดกิจกรรม Human Chain มีการทำสารคดี The Last Breath of Sam Yan หรือปฏิบัติการที่คนในโซเชียลร่วมใจกันติด #Saveศาลเจ้าแม่ทับทิม เพราะมองว่าศาลเจ้าแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ยาวนาน มีคุณค่าที่ควรรักษาไว้ และเป็นสถานที่รวมจิตวิญญาณของผู้คนในชุมชน * ในระหว่างนั้น จุฬาฯ ได้สร้างศาลเจ้าแห่งใหม่ไว้ในโซนสวนจุฬา 100 ปี จนวันที่ 15 มิ.ย.2563 องค์เจ้าแม่ ถูกอัญเชิญไปไว้ที่ศาลใหม่ แต่ด้วยการประท้วงที่ไม่ยอมจบ ทำให้เดือนกันยายน 2563 จุฬาฯ ยื่นฟ้องผู้ดูแลศาลเจ้าแม่ทับทิมจนชนะคดี และเตรียมจะรื้อศาลเจ้าทิ้งพร้อมไล่ผู้ดูแลศาลเจ้าออก แต่กระแสตีกลับไปสนับสนุนฝั่งศาลเจ้าแม่ทับทิมมากกว่า เนื่องจากช่วงเมษายนที่ผ่านมา ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง (อาคารเดิม) ได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่น ประจำปี 2568 รวมไปถึงจำนวนคนที่เดินทางมาไหว้ศาลเจ้าก็มีมากขึ้น * 4 พฤศจิกายน 68 ตัวแทนจากโครงการหมอน 33 ได้เข้าพบกับผู้ดูแลศาลเจ้า เพื่อขอใช้พื้นที่ศาลเจ้าในการทำประชาพิจารณ์ มีเนื้อหาว่าจะไม่รื้อถอนศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง แต่ยังคงเดินหน้าทำการไล่ผู้ดูแลศาลออกจากพื้นที่ คณะกรรมการศาลเจ้าจึงออกหนังสือแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อประชาพิจารณ์ครั้งนี้  ◼️ผลกระทบระหว่างก่อสร้าง Block 33 * ในช่วงที่ผ่านมา ประชาชนละแวกนั้น ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาฝุ่นละออง มลภาวะทางเสียงจากการก่อสร้าง ทางเดินเท้าที่ถูกเบียดโดยรั้วกั้น การสัญจรของรถติดขัดกว่าที่เคย ไหนจะปัญหาการขอคืนที่ดินบริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง หรือเหตุการณ์วัสดุก่อสร้างหล่นลงมาจากไซต์ก่อสร้าง * วันที่ 13 พ.ค. 67 โครงสแลนจากไซต์ก่อสร้าง ร่วงใส่หลังคาตลาดสามย่าน จนทำให้ไฟดับไปกว่า 4 ชั่วโมง แม่ค้าในตลาดระบุว่า เหตุของหล่นหรือปลิวจากไซต์ก่อสร้างนี้เคยเกิดขึ้นหลายครั้งแล้ว เวลาของใช้เสียหายก็ควักเงินเยียวยาอย่างเดียว แต่ไม่เคยเห็นการแก้ไขปัญหาจริงๆ ◼️เสียงจากผู้ได้รับผลกระทบ * ประชาชนในพื้นที่เล่าว่า ปี 2563 จุฬาฯ มีการตั้งรั้วกั้นไซต์ก่อสร้างจนเลยเข้ามาบนทางเดินเท้า ทำให้คนต้องลงมาเดินสัญจรที่ถนนแทน เขากับเพื่อนจึงพากันไปประท้วงจุฬาฯ ซึ่งได้รับการแก้ไขจริง มีการขยับเข้าไปในพื้นที่ตัวเองก่อนจะขยับออกมาเหมือนเดิม * นักศึกษาจุฬาฯ ที่ได้รับผลกระทบเล่าว่า เพื่อนหลายคนร้องเรียนเรื่องทางเดินเท้าเข้ามาหลายครั้งแล้ว เพราะเวลาเดิน ต้องมาคอยกังวลว่ารถจะชนเขาตอนไหน ทั้งที่ในความเป็นจริง ทางเท้าควรเป็นที่ของคนเดิน ไม่ใช่ของรั้วกั้น เขาจึงทำเอกสารร้องเรียนส่งไปที่สำนักงานเขต เพื่อให้เกิดการแก้ไข แต่กลายเป็นว่าทางจุฬาฯ กลับติดแค่ลูกระนาดลดความเร็ว และปิดป้ายว่าห้ามเดินฝั่งนี้ ให้ไปใช้ทางเดินเท้าฝั่งตรงข้ามแทน กลายเป็นว่าทางเท้าที่เป็นเป็นของคน ตอนนี้เป็นของรั้ว เหลือแต่ถนนให้คนเดินลุ้นชีวิตแทน * การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ค่อนข้างแปลก ในอดีต ตอนก่อสร้างสวนจุฬาฯ 100 ปี เคยมีการร้องเรียนแบบเดียวกัน ซึ่งทางจุฬาฯ ก็ทำทางเดินเท้าให้ แต่ครั้งนี้กลับเงียบเฉย เหมือนไม่ได้สนใจความปลอดภัยของประชาชนจริงๆ ◼️นิสิตไม่ทน * วันที่ 19 พ.ย. 68 นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วยประชาชน เดินทางมายังศาลปกครองเพื่อยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร จากกรณีที่ กทม. ออกใบอนุญาตการก่อสร้างให้กับ “โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33” เป็นโครงการที่สร้างเพื่ออนาคต แต่ตอนนี้กำลังทำลายชีวิตประจำวันของพวกเขา * เนื่องจากโครงการดังกล่าว มีการทำผิดข้อควรปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 33 (พ.ศ. 2535) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่กำหนดให้อาคารใหญ่พิเศษต้องมีทางสาธารณะเข้าสู่ที่ตั้งโครงการที่มีเขตกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร และที่ดินที่ติดถนนสาธารณะต้องกว้างไม่น้อยกว่า 12 เมตร เพื่อให้รถดับเพลิงเข้าออกได้สะดวก * ถนนรอบ Block 33 แคบเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดสำหรับอาคารสูงใหญ่พิเศษ ทำให้รถดับเพลิงเข้าถึงยาก แต่ กทม. ยังออกใบอนุญาตให้สร้าง พอลองไปวัดพื้นที่ พบว่า 1) ระยะห่างจากฐานอาคารถึงเส้นถนนฝั่งตะวันตกที่ติดกับถนนสาธารณะซอยจุฬาลงกรณ์ 5 มีระยะห่างประมาณ 10 เมตร และมีความกว้างเขตทางถนนประมาณ 11 เมตร  2) ระยะห่างจากฐานอาคารถึงเส้นถนนฝั่งตะวันออกที่ติดถนนสาธารณะซอยจุฬาลงกรณ์ 9 มีระยะห่างประมาณ 6 เมตร และมีความกว้างเขตทางประมาณ 10 เมตร 3) ระยะห่างจากฐานอาคารถึงเส้นถนนฝั่งเหนือที่ติดถนนสาธารณะซอยจุฬาลงกรณ์ 26 มีระยะห่างประมาณ 6 เมตร และมีความกว้างเขตทางประมาณ 8 เมตร 4) ระยะห่างจากฐานอาคารถึงเส้นถนนฝั่งใต้ที่ติดถนนสาธารณะซอยจุฬาลงกรณ์ 32 มีระยะห่างประมาณ 6 เมตร และมีความกว้างเขตทางประมาณ 6 เมตร * โครงการนี้จึงกลายเป็นการก่อสร้างอาคารที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งกรุงเทพมหานครมี อำนาจหน้าที่ในการออกใบอนุญาตและควบคุมตรวจสอบการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่พิเศษให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ไม่ได้ควบคุมตรวจสอบให้การก่อสร้างให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด  ◼️คำบอกเล่าจากประชาชน  * ประชาชนที่ร่วมฟ้องกล่าวว่า ผู้คนในละแวกนี้เดือดร้อนกันมาหลายปีแล้วกับการสร้างโครงการนี้ เพราะสร้างผลกระทบในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก ทั้งฝุ่น ทั้งรถติด ไหนจะเรื่องเสียงอีก ทางเดินที่เคยใช้ตอนนี้กลายเป็นที่วางรั้ว เธอเคยร้องเรียนไปทางผู้บริหารหลายครั้ง แต่ไร้วี่แววตอบกลับ * เธอและเพื่อนที่ทนกับการลิดรอนสิทธิไม่ไหว จึงตัดสินใจยื่นเรื่องฟ้องผ่านศาลปกครอง เธอเชื่อว่าจะได้รับความช่วยเหลือและความเป็นธรรม ซึ่งก่อนทำการยื่นฟ้อง พวกเธอสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง เนื่องจากถนนที่ล้อมรอบโครงการนี้ เป็นถนนที่ไม่ได้มีความกว้างเท่าที่กฎหมายกำหนด ในการขอ EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) ตัวเอกสารไม่ได้ระบุชัดเจนว่าโครงการมีพื้นที่ใช้สอยเท่าไหร่ * ประชาชนในพื้นที่เล่าว่า ปี 2563 จุฬาฯ มีการตั้งรั้วกั้นไซต์ก่อสร้างจนเลยเข้ามาบนทางเดินเท้า ทำให้คนต้องลงมาเดินสัญจรที่ถนนแทน เขากับเพื่อนจึงพากันไปประท้วงจุฬาฯ ซึ่งได้รับการแก้ไขจริง มีการขยับเข้าไปในพื้นที่ตัวเองก่อนจะขยับออกมาเหมือนเดิม * นิสิตจุฬาฯ ที่ร่วมฟ้องกล่าวเล่าว่า เพื่อนหลายคนร้องเรียนเรื่องทางเดินเท้าเข้ามาหลายครั้งแล้ว เพราะเวลาเดิน ต้องมาคอยกังวลว่ารถจะชนเขาตอนไหน ทั้งที่ในความเป็นจริง ทางเท้าควรเป็นที่ของคนเดิน ไม่ใช่ของรั้วกั้น เขาจึงทำเอกสารร้องเรียนส่งไปที่สำนักงานเขต เพื่อให้เกิดการแก้ไข แต่กลายเป็นว่าทางจุฬาฯ กลับติดแค่ลูกระนาดลดความเร็ว และปิดป้ายว่าห้ามเดินฝั่งนี้ ให้ไปใช้ทางเดินเท้าฝั่งตรงข้ามแทน กลายเป็นว่าทางเท้าที่เป็นเป็นของคน ตอนนี้เป็นของรั้ว เหลือแต่ถนนให้คนเดินลุ้นชีวิตแทน * การแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ค่อนข้างแปลก ในอดีต ตอนก่อสร้างสวนจุฬาฯ 100 ปี เคยมีการร้องเรียนแบบเดียวกัน ซึ่งทางจุฬาฯ ก็ทำทางเดินเท้าให้ แต่ครั้งนี้กลับเงียบเฉย เหมือนไม่ได้สนใจความปลอดภัยของประชาชนจริง ๆ ◼️ความต้องการของประชาชน * นิสิตจุฬาฯ ที่ยื่นฟ้องกล่าวว่า พื้นที่ของจุฬาฯ มีเยอะมาก ซึ่งได้มาเพื่อการส่งเสริมด้านการศึกษา แต่กลายเป็นว่าพื้นที่เพื่อการศึกษาถูกทำให้เป็นพื้นที่หาผลกำไร หากต้องการรองรับคุณภาพชีวิตที่ดีของนิสิตก็ควรสร้างหอพักนิสิตเพิ่ม เพราะตอนนี้หอในรองรับนิสิตได้ 3,797 คน ขณะที่จำนวนนักศึกษามีเกือบ 50,000 คน หรืออย่างน้อยควรแก้ไขสิ่งที่เรียกร้องสักที ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนกันหมด มีแต่ผู้บริหารที่ยังเหมือนทองไม่รู้ร้อน “หอในตอนนี้อยู่ได้ 3,000 กว่าคน ซึ่งนิสิตจุฬาฯ มีประมาณ 50,000 กว่าคน มันน้อยมาก แล้วหอพัก รอบๆ นิสิตไม่สามารถจ่ายได้แน่นอน ราคาหลักหมื่น ดังนั้นหอในเนี่ย มันควรมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่ว่าพื้นที่มากมาย คุณเอาไปทําอะไร เอาไปทําห้าง เอาไปทำคอนโดฯ เพิ่ม ซึ่งราคาสูงแน่นอน ขนาด CU I-House ยัง ราคา 12,000-13,000 บาท คิดดูว่านี่คอนโดฯ สร้างใหม่สูง 50 ชั้น มันจะแพงขนาดไหน” นิสิตจุฬาฯ กล่าว สิ่งที่มหาวิทยาลัยควรทำ คือการดูแลสวัสดิภาพของนิสิต ก่อนที่จะไปหากำไรจากคอนโดฯ “พื้นที่เยอะขนาดนี้ยังเอาไปหาผลกำไรได้ แต่ทำไมไม่เอามาดูแลสวัสดิภาพพวกเราเลย” นิสิตจุฬาฯ กล่าว * ข่าว * การเมือง * สังคม * สิทธิมนุษยชน * โครงการพัฒนาพื้นที่หมอน 33 * จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย * ศาลเจ้าแม่ทับทิม * ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง
dlvr.it
November 27, 2025 at 9:16 AM
And now live - come and chat about the #wxmafc game against Charlton, a little bit about the women (as it has a separate podcast dedicated to them now)
www.youtube.com/watch?v=pmcU...
🎙️Nathan Jones Rages As Sugarman's Reds Run Riot S4E19
YouTube video by Racecourse Ramble - Wrexham AFC Podcast
www.youtube.com
November 12, 2025 at 6:55 PM
นิสิตโซโยะพิมพ์ด่า PMCU ลงทวิต ส่วนนิสิตอาน่อนชวนโซโยะรินไปกินข้าวที่ร้านเปิดใหม่แถวสยาม
September 25, 2025 at 1:25 PM
The Colorado AHEC MURALS Project commissions local artists to create murals across Colorado, sharing culturally resonant health messages that empower communities to inspire positive change. Check out a new mural at their Ribbon Cutting Event on Sept 4th at @cuanschutz.bsky.social!
Colorado AHEC MURALS Ribbon Cutting Event
Colorado AHEC cordially invites you to our CU Anschutz RC1 North MURALS ribbon cutting event! Thursday, September 4th 2025, 2-4 PMCU Anschutz Campus, Research One North, 2nd FloorMeet the artist and…
buff.ly
September 1, 2025 at 6:04 PM
#โลกทวิตวันนี้ จากทวิตเตอร์ของเนติวิทย์ คนงาน Block 33 ขุดเจอถ้วยชามจีนจากไซต์ก่อสร้างใกล้ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบแล้วว่าน่าจะเกือบร้อยปีหรือมากกว่านั้น แสดงว่าในพื้นที่นี้มีชุมชนจีนโพ้นทะเลตั้งอยู่และอายุชุมชนอาจเก่ากว่าจุฬาฯ แต่ถูก PMCU ไล่ที่เกือบหมด คอนโดสร้างทับชุมชนเก่า

x.com/NetiwitC/sta...
x.com
June 5, 2025 at 9:41 AM
m.youtube.com/watch?v=pmCu...
Anyone of these guys would make a great presidents
of the United States
Jon Stewart, John Oliver, Trevor Noah | 60 Minutes Full Episodes
YouTube video by 60 Minutes
m.youtube.com
April 27, 2025 at 7:32 PM
The timing of the release of this interview collection feels intentional by 60min. It’s an indictment of broadcast news. Jon called them out 20yrs ago for the same shit they continue to do.

youtube.com/watch?v=pmCu...
Jon Stewart, John Oliver, Trevor Noah | 60 Minutes Full Episodes
YouTube video by 60 Minutes
youtube.com
April 27, 2025 at 1:18 AM
Welcome, you’ve entered the PMCU at a real low point.

#PuppetMaster5 #FrightClub
December 21, 2024 at 3:17 AM