#ช่องบก
#AO_Lab

[A_113]

“ ฉันมารบกวนเหรอ งั้นไปล่ะ ”

Airam | แมวเซอร์วัล
27 yrs | Omega | 181/73| สะวันนา

Doc: in bio
เวิ่น/โค/โรล สามารถ DM ได้ทุกช่องทาง
May 2, 2026 at 10:20 AM
ทหารไทยมันอยากยึดอำนาจจะตายห่า ทุกยุคทุกสมัยต้องหาเรื่องให้ทำ ไอ้เรื่องช่องบกนี่เหมือนกัน ไม่รู้ว่าเคสนี่เป็นทหารคนเริ่มปั่น รึว่าโชคดีบอลหลุดมาเข้าเท้าเฉยๆ (แต่คิดว่าอย่างแรกมากกว่า)

เพราะงั้นอย่าเผลอไปจอยลัทธิชาตินิยมตามที่เค้าต้องการเลย มีแต่เสีย ต่อให้ทหารมาคุมประเทศ มันก็ไม่ถล่มกันหรอก

ดูประยุดกับทหารพม่าก่อน อห เครื่องบินรบเข้าน่านฟ้าไทยยังพูดปกป้องพม่าเลย จะเอาไร
June 6, 2025 at 4:07 AM
กุเก้บกดกับเซอเวที่ช่องเพศแม่งไม่มีนอนไบให้ติ้กมานานละ 🫩🫩
January 9, 2026 at 8:59 AM
🪞ถึงคุณผู้ใจดี🪞

ขอบคุณสำหรับ 123 ปลาฉลามขึ้นบกนะคะ♥️
ขอบคุณคุณตาซุมะที่มาแจ้งด้วยวิลพึ่งเห็นดีใจมากเลยล่ะค่ะ

🎯เป้าหมายต่อไป “456 จิ้งจกยัดไส้” นะคะ!!🎯
✨🦋ทุกคนช่วยวิลโลว์ด้วยนะวิลจะพยายามทำช่องให้ดียิ่งขึ้น ๆ เลยค่ะ🦋✨

#willมุกสินะคะ
November 3, 2024 at 3:29 AM
สวัสดีคั้บกวยคั้บ เป็นสายocซะส่วนใหญ่ ใครชอบม๋าหล่อฝากฟอลไว้ได้เลยนะคะ🐶✨

ฝากช่องทางอื่นๆด้วยคั้บ
Tiktok : www.tiktok.com/@inwgun?_t=8...
IG : www.instagram.com/tomaguay/pro...
October 17, 2024 at 8:59 AM
กองทัพบกแจงกรณีการปิดด่านช่องสายตะกู ย้ำพิจารณารอบคอบแล้ว
กองทัพบกแจงกรณีการปิดด่านช่องสายตะกู ย้ำพิจารณารอบคอบแล้ว auser15 Sun, 2025-06-22 - 18:37 โฆษกกองทัพบกชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีกิจกรรมนักปั่นจักรยานเยี่ยมชมพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม และกรณีการปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าช่องสายตะกู ย้ำทหารในพื้นที่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ระบุพบท่าทีของทหารฝ่ายกัมพูชาในการเพิ่มกำลังทหารและยุทโธปกรณ์บริเวณแนวชายแดนหลายจุด 22 มิถุนายน 2568 เพจทีมโฆษกกองทัพบก รายงานว่า ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ชี้แจงกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา จากการที่กระทรวงกลาโหมกัมพูชาออกแถลงการณ์แสดงความกังวล กรณีเจ้าหน้าที่ทหารไทยนำคณะนักปั่นจักรยานเข้าเยี่ยมชมบริเวณปราสาทตาเมือนธม อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ก่อนเวลาเปิดทำการ โดยอ้างว่าไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้านั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงกับหน่วยทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ พบว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ จัดโดยสำนักการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ภายใต้ชื่อว่า “ปั่น 2 ปราสาท สัมผัสทุเรียนเมืองช้าง @พนมดงรัก 2025” ซึ่งในช่วงเช้าของวันที่ 22 มิถุนายน 2568 เวลา ประมาณ 07.30 น. คณะนักปั่นจักรยานประมาณ 150 คน ได้ออกเดินทางจากตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก มุ่งหน้าสู่บริเวณปราสาทตาเมือนธม และมีการแวะเยี่ยมชมสถานที่ในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามแผนกิจกรรมที่ได้วางไว้ ทั้งนี้ ในวันที่ 21 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันก่อนหน้ากิจกรรม ได้มีการประสานล่วงหน้าโดยชุดประสานงานปราสาทตาเมือนธมของฝ่ายไทย ไปยังชุดประสานงานของฝ่ายกัมพูชาแล้วว่า จะมีกิจกรรมปั่นจักรยานเข้ามาในช่วงเช้า ซึ่งในระหว่างการจัดกิจกรรม ฝ่ายกัมพูชาได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดประสานงานเข้ามาสังเกตการณ์ที่บริเวณปราสาทตามปกติ และเมื่อเสร็จสิ้นการเยี่ยมชมบริเวณปราสาทตาเมือนธมแล้ว คณะนักปั่นฯ ได้เดินทางต่อไปยังปราสาทตาควายตามกำหนดการ และตลอดระยะเวลาดังกล่าว ไม่ปรากฏว่าฝ่ายกัมพูชามีการคัดค้าน หรือแสดงความไม่พอใจ แต่อย่างใด โฆษกกองทัพบกได้ย้ำว่า ปราสาทตาเมือนธม ตั้งอยู่ในเขตราชอาณาจักรไทย และกรณีดังกล่าวได้มีการประสานงานของเจ้าหน้าที่ตามขั้นตอน และไม่มีการละเมิดข้อตกลงใด ๆ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า อาจเกิดจากความคลาดเคลื่อนในการสื่อสารภายในระหว่างหน่วยงานทหารของกัมพูชากับรัฐบาลกลางของตนเอง จนนำไปสู่ความเข้าใจคลาดเคลื่อนในเหตุการณ์นี้ ในส่วนของประเด็นการปิดจุดผ่อนปรนทางการค้าช่องสายตะกู โฆษกกองทัพบกได้ชี้แจงว่า เป็นมาตรการที่หน่วยทหารในพื้นที่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่า มีความจำเป็นต้องดำเนินการ โดยอาศัยการประเมินภาพรวมของสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่  รวมถึงยังคงพบท่าทีของทหารฝ่ายกัมพูชาในการเพิ่มกำลังทหารและยุทโธปกรณ์บริเวณแนวชายแดนหลายจุด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยรอบ ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล และสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือหลักของฝ่ายไทยในการบริหารจัดการสถานการณ์ชายแดนอย่างรอบด้านและมีเอกภาพ * ข่าว * การเมือง * กองทัพบก * กองทัพภาคที่ 2 * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * ข้อพิพาทชายแดน * กัมพูชา * จุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู * บุรีรัมย์ * ปราสาทตาเมือนธม
dlvr.it
June 22, 2025 at 11:40 AM
ทรานส์โฟบมันดูไม่มีความเข้าใจอะว่าคอมมูนิตี้คนข้ามเพศจะมี requirment for quality of life ไม่ตรงกับซิสเจนเดอร์ อะไรที่ซิสเจนเดอร์ไม่ต้องใช้พวกทรานส์โฟบก็รีบปัดว่ามีไว้โกง-ช่องที่คนจะโกงสำคัญกว่าทางที่คนจะใช้เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี (ที่จริงก็สันดานมุมมองผู้กดขี่ในทุกแง่มุมสังคมโดยเฉลี่ย)
December 31, 2025 at 2:53 AM
กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเหตุ "กัมพูชา" ละเมิดหยุดยิง เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2569 เวลา 07.25 น. มีการใช้เครื่องยิงลูกระเบิด บริเวณช่องบก ด้านหน้าเนิน 469 กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 1 นาย อยู่ระหว่างส่งกลับมารักษา

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5473480/
#กองทัพภาค2 #ชายแดน
#เขมร #กัมพูชา
#ทหาร #หยุดยิง #ช่องบก
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
'เขมร' ละเมิดหยุดยิง! ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดถล่ม ช่องบก หน้าเนิน 469 ทำทหารไทยบาดเจ็บ 1 นาย | เดลินิวส์
กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเหตุ "กัมพูชา" ละเมิดหยุดยิง เมื่อวันที่ 6 ม.ค. 2569 เวลา 07.25 น. มีการใช้เครื่องยิงลูกระเบิด บริเวณช่องบก ด้านหน้าเนิน 469 กำลังพลได้รับบาดเจ็บ 1 นาย อยู่ระหว่างส่งกลับมารักษา
www.dailynews.co.th
January 6, 2026 at 2:35 AM
ทบ.เผยกัมพูชายิงปืนเข้ามาในพื้นที่ไทยที่ช่องอานม้า ย้ำตอบโต้ตามมาตรการ
ทบ.เผยกัมพูชายิงปืนเข้ามาในพื้นที่ไทยที่ช่องอานม้า ย้ำตอบโต้ตามมาตรการ auser15 Sat, 2025-09-27 - 14:48 27 ก.ย. กองทัพบกเผยเหตุปะทะชายแดนไทย–กัมพูชา ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี เวลาประมาณ 12.00-12.30 น. ทหารกัมพูชาลอบใช้อาวุธปืนเล็กและเครื่องยิงลูกระเบิดยิงเข้ามาในพื้นที่ไทย พร้อมย้ำฝ่ายไทยตอบโต้ตามมาตรการ 27 กันยายน 2568 เพจทีมโฆษกกองทัพบก รายงานว่า พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เผยว่า เวลาประมาณ 12.00-12.30 น. กองทัพบกได้รับรายงานจากกองทัพภาคที่ 2 ตรวจพบทหารกัมพูชาใช้อาวุธปืนเล็กและเครื่องยิงลูกระเบิดยิงเข้ามายังพื้นที่บริเวณช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี โดยปัจจุบัน กองกำลังสุรนารีได้เตรียมพร้อมและสั่งการให้ยิงตอบโต้ตาม สถานการณ์ ซึ่งโฆษกกองทัพบกมีข้อสังเกตว่า พื้นที่บริเวณดังกล่าวฝ่ายกัมพูชาได้นำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว IOT กัมพูชา ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อยครั้ง จึงคาดว่าการสร้างสถานการณ์ดังกล่าวเป็นการยั่วยุ เพื่อให้ฝ่ายไทยยิงตอบโต้และเข้าโจมตี เพื่อใช้เป็นหลักฐาน แจ้งต่อคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว IOT-กัมพูชา ว่าฝ่ายไทยได้ละเมิดต่อมาตรการหยุดยิง ทั้งนี้ยังไม่ได้รับรายงานการบาดเจ็บและเสียชีวิตของฝ่ายไทย หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * ช่องอานม้า * อุบลราชธานี * กองทัพบก * กองทัพภาคที่ 2
dlvr.it
September 27, 2025 at 7:51 AM
ทบ.ย้ำกัมพูชายั่วยุพื้นที่ช่องอานม้า มีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อสร้างสถานการณ์
ทบ.ย้ำกัมพูชายั่วยุพื้นที่ช่องอานม้า มีการวางแผนล่วงหน้าเพื่อสร้างสถานการณ์ auser15 Sun, 2025-09-28 - 10:55 โฆษกกองทัพบก ย้ำเหตุการณ์กัมพูชายิงอาวุธหลายขนาดใส่พื้นที่ช่องอานม้าวานนี้ (27 ก.ย. 68) เป็นการวางแผนล่วงหน้า ทั้งการยั่วยุด้วยอาวุธ การนัดหมายคณะ IOT เข้าพื้นที่ และการแถลงบิดเบือนกล่าวหาไทย ทั้งหมดเป็นเพียง “การสร้างสถานการณ์” ของฝ่ายกัมพูชา       28 กันยายน 2568 เพจทีมโฆษกกองทัพบก รายงานว่า พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เผยว่า จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้ (27 ก.ย. 68) ที่ฝ่ายกัมพูชาได้ทำการใช้อาวุธยิงหลายขนาดเข้ามาในพื้นที่เขตอธิปไตยไทย บริเวณช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี  นั้น มีลำดับเหตุการณ์สำคัญที่กองทัพบกได้บันทึกไว้ ดังนี้ • 11.55 น. ตรวจพบเสียงปืน ค. และปืนกลจากฝ่ายกัมพูชา บริเวณเนิน 677 • 12.00 น. ตรวจพบเสียงยิง ค. จากเนิน 677 ไปยังเนิน 600 • 11.55–12.07 น. ฝ่ายกัมพูชายิงเครื่องยิงลูกระเบิด 40 มม. และปืนเล็กยาวใส่เนิน 600 • 12.10 น. ฝ่ายกัมพูชายิงปืนกล 93 ใส่เนิน 527 (3 ชุด ชุดละ 5 นัด) ฝ่ายไทยยิงตอบโต้ • 12.16 น. ฝ่ายกัมพูชายิงปืนเล็กยาวใส่เนิน 600 ฝ่ายไทยยิงตอบโต้ • 12.23–12.35 น. ฝ่ายกัมพูชายิงปืนไม่ทราบชนิด 3 นัด และ ค. รวม 11 นัด จากพื้นที่ช่องอานม้า ไม่ทราบเป้าหมาย • 13.00 น. ฝ่ายกัมพูชาแจ้งว่าจะมีคณะ IOT กัมพูชาเดินทางเข้าพื้นที่ช่องอานม้าในช่วงบ่าย • 13.15 น. พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้ออกมาแถลงชี้แจงในทันทีหลังเหตุการณ์ยิงยั่วยุของฝ่ายกัมพูชา โดยบิดเบือนอ้างว่าฝ่ายไทยโจมตีไปยังฐานทหารกัมพูชา จากนั้นสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยังได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อขยายผลเหตุการณ์ดังกล่าว • 13.30 น. พื้นที่ช่องอานม้าไม่ปรากฏการยิงเพิ่มเติม ทั้งสองฝ่ายตรึงกำลังประจำแนว โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า กรณีดังกล่าวเมื่อพิจารณาประมวลลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างถี่ถ้วนแล้ว พบว่ามีลักษณะ “การทำงานที่ดูมีความประสานสอดคล้องกันจนผิดธรรมชาติ”ต่างจากทุกๆ เหตุการณ์ที่ผ่านๆ มา        ชี้ให้เห็นถึงการเตรียมการวางแผนล่วงหน้า เริ่มจาก “การยั่วยุด้วยอาวุธ” ที่มุ่งหวังบันทึกภาพ และบิดเบือนว่าฝ่ายไทยเข้าโจมตีละเมิดข้อตกลงหยุดยิง สอดรับกับการนัดหมายให้คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) กัมพูชาเข้ามาเฝ้าติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ และปิดท้ายด้วยการแถลงชี้แจงเพื่อกล่าวหาฝ่ายไทย โดยทางการฝ่ายกัมพูชา  พร้อมสร้างภาพว่าเป็นผู้ถูกกระทำต่อสังคมโลก ซึ่งทั้งหมดก็เป็นเพียง “เป้าหมายของการโฆษณาชวนเชื่อ“ เท่านั้น        ในความเป็นจริงคือ ฝ่ายกัมพูชาจงใจวางแผนสร้างเรื่อง ใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตไทย ยั่วยุหวังให้ไทยโจมตี พร้อมนัดหมาย IOT เข้ามาในพื้นที่ และเตรียมสร้างหลักฐานเท็จว่าฝ่ายไทยเป็นผู้ละเมิดมาตรการหยุดยิง ควบคู่กับการแถลงการณ์และรายงานกล่าวหาไทย ในลักษณะกล่าวหาบิดเบือนต่อสังคมโลก  อันเป็นวิธีการที่ขาดความจริงใจและสะท้อนเจตนาที่ต้องการเพิ่มเติมความขัดแย้งให้มากขึ้น         โฆษกกองทัพบกย้ำว่า การละเมิดหยุดยิงที่ร้ายแรงอย่างกรณี การลักลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งละเมิดอนุสัญญาฯ เป็นการใช้อาวุธแบบซ่อนรูป ขัดต่อหลักมนุษยธรรมอย่างรุนแรง  ควรจะเป็นประเด็นหลักที่คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) ต้องให้ความสำคัญตรวจสอบอย่างจริงจังด้วย เพราะเป็นเรื่องหลักที่มีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ในระยะหลังสังคมจะเห็นเพียงภาพ คณะฯ IOT ฝั่งกัมพูชาเหมือนจะลงสังเกตการณ์เฉพาะ ในพื้นที่ตามที่ฝ่ายกัมพูชาชี้ให้เพื่อเป็นองค์ประกอบสนับสนุนการสื่อสารให้กัมพูชาเป็นหลัก ดังเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ ซึ่งมีหลายฝ่ายมองว่าเป็นการจัดฉากขึ้นมาอย่างเป็นระบบชัดเจน * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * กองทัพบก * ช่องอานม้า
dlvr.it
September 28, 2025 at 4:01 AM
จ้งเตือนข่าวปลอม.
กองทัพบกปฏิเสธข่าวลวงเรื่องทหารกัมพูชาปิดกั้นถนนไทยใกล้ช่องบก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2025 พล.ต. วินธัย สุวารี ยืนยันว่าไม่มีการปิดกั้น ถนนอยู่ในเขตแดนไทย.

Read more on: thedisinformationobserver.substack.com/p/this-week-...
This Week In Disinformation
14 - 20 June 2025
thedisinformationobserver.substack.com
June 20, 2025 at 11:52 AM
ช่อง 3 ดีเดย์ ส่งเมล์เลิกจ้างวันนี้ โดนทุกระดับ บก.-พนักงานจากกรณีที่มีรายงานข่าวสะพัดว่า โทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ช่องน้อยสี เตรียมปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่ โดยจะปลดพนักงานเพื่อปรับลดค่าใช้จ่ายให้ได้ 30% เพื่อให้องค์กรเดินต่อ ซึ่งจะให้หัวหน้างานส่งรายชื่อผู้ที่ถูกเลย์ออฟ ในสิ้นเดือน พ.ย. และมีผลปี 2568
ช่อง 3 ดีเดย์ ส่งเมล์เลิกจ้างวันนี้ โดนทุกระดับ บก.-พนักงาน - ข่าวสด
ช่อง 3 ดีเดย์ ส่งเมล์เลิกจ้างวันนี้ โดนทุกระดับ บก.-พนักงาน หลังก่อนหน้านี้มีข่าวออกมาว่าเตรียมปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่
www.khaosod.co.th
November 26, 2024 at 4:15 AM
สรุปปัญหาช่องบกนี่ ทหารไทยได้ประโยชน์เต็มๆ

- ได้บทคนคลี่คลายปัญหา เพราะร้าบานชิล + ช้ามาก แถมทหารดันมีอำนาจล้นตั้งแต่แรกแบบงงๆ
- ได้หยั่งกระแสรัฐประหาร
- ได้ปลุกกระแสคลั่งชาติ
June 8, 2025 at 2:02 PM
いつの間にこんな事になってたのね。
なに、タイとカンボジアで戦争でも始まるの?
下のリンクには乗ってないけど、1人亡くなってるよね。

戦争になったら、タイからちょっとカジノに…ってポイペト行けなくなるぞ!
www.thaich.net/news/2025052...
【速報】タイ・カンボジア国境で軍同士が一時衝突、現在は収束~ウボンラチャタニ県 | タイランドハイパーリンクス:Thai Hyper
2025年5月28日早朝、タイ東北部ウボンラチャタニ県の「チョンボク(ช่องบก)」と呼ばれる国境地帯で、タ
www.thaich.net
June 1, 2025 at 10:25 AM
#แม่ทัพภาค2 ย้ำ ‘กัมพูชา’ ต้องยึด MOU 43 หลังละเมิดขุดคูเลต 2 รอบ แจงทหารไทยเข้าเจรจาแต่โดนยิงสวน ลั่นปกป้องอธิปไตย หากไม่ถอนกำลังออกไป ทหารไทยไม่ถอย...
.
ติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/4754894/
.
#กัมพูชา #MOU43 #ช่องบก #ชายแดนไทยกัมพูชา
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
May 28, 2025 at 10:27 AM
ไทยออกแถลงการณ์ประท้วงและประณามการใช้ทุ่นระเบิดสังหารตัวบุคคล
ไทยออกแถลงการณ์ประท้วงและประณามการใช้ทุ่นระเบิดสังหารตัวบุคคล auser15 Sun, 2025-07-20 - 20:22 กระทรวงการต่างประเทศของไทยออกแถลงการณ์ประท้วง และประณามการใช้ทุ่นระเบิดสังหารตัวบุคคล หลังทหารไทยลาดตระเวนช่องบก จ.อุบลราชธานี จนได้รับบาดเจ็บ 3 นาย ย้ำไม่มีการใช้หรืออยู่ในคลังอาวุธของไทย ระบุ เป็นการละเมิดอธิปไตย ขัดต่อกฏบัตรสหประชาชาติ 20 กรกฎาคม 2568 นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงความคืบหน้าสถานการณ์ล่าสุดไทย-กัมพูชา ภายหลังกำลังพลของไทยเหยียบทุ่นระเบิดเมื่อช่วงบ่ายวัน 16 กรกฎาคม 2568 หลังลาดตระเวนในพื้นที่ช่องบกจังหวัดอุบลราชธานี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย โดย 1 นายข้อเท้าซ้ายขาด และปัจจุบันทหารทุกนายอาการปลอดภัย อยู่ระหว่างการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้แถลงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอให้ทหารไทยทุกนายที่ได้รับบาดเจ็บฟื้นตัวโดยเร็วไปก่อนหน้านี้แล้ว สำหรับประเด็นเกี่ยวกับทุ่นระเบิดในพื้นที่นั้น กองทัพบกและกองทัพภาคที่ 2 ได้แถลงไปเมื่อวานนี้ ( 19 ก.ค.68 ) ภายหลังการตรวจสอบของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติยืนยันว่า ทุ่นระเบิด 8 ลูกที่พบ เป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่ และไม่มีในการใช้งานหรือในคลังอาวุธของไทย โดยในวันนี้ (20 ก.ค.) ได้มีการประชุมฝ่ายเลขานุการของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาหรือ ศบ.ทก. ซึ่งเป็นการประชุมระดับปฏิบัติ เพื่อแลกเปลี่ยนจัดเตรียมข้อมูล เพื่อเสนอแนวทางการปฏิบัติการดำเนินการในด้านต่างๆให้ที่ประชุม ศบ.ทก. ที่มีกำหนดประชุมในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ค.) พิจารณาต่อไป วันนี้กระทรวงการต่างประเทศจึงออกแถลงการณ์ เรื่องการประท้วงการใช้ทุ่นระเบิดสังหารตัวบุคคล ที่กำลังพลกองร้อยฐานทหารราบที่ 6021 รวม 3 นาย ซึ่งทำการลาดตระเวนตามปกติในดินแดนของไทย บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี ประสบเหตุเหยียบทุ่นระเบิดสังหารบุคคลนั้น รัฐบาลไทยได้รับรายงานจากหน่วยงานความมั่นคงว่า ภายหลังการตรวจสอบจากของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรากฏหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ทุ่นระเบิดที่พบ ไม่มีการใช้หรืออยู่ในคลังอาวุธของไทย และเป็นทุ่นระเบิดที่วางใหม่ เมื่อประกอบกับการประมวลข้อมูลและหลักฐานสภาพแวดล้อมอื่นๆ ที่หน่วยงานความมั่นคงตรวจพบสรุป นำไปสู่ข้อสรุปได้ว่า เป็นการวางทุนระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง รัฐบาลไทยขอประณามอย่างรุนแรงที่สุดต่อการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของไทย และเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศที่ระบุไว้ในกฎบัตรสหประชาชาติ อีกทั้งยังเป็นการกระทำที่ ละเมิดพันธะกรณีที่อยู่ภายใต้อนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคลอย่างชัดเจน ไทยในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญา จะดำเนินการตามกระบวนการภายใต้อนุสัญญาโดยจะยังคงหาทางแก้ไขปัญหากับกัมพูชาผ่านกลไกทวิภาคีต่างๆที่มีอยู่ และขอเรียกร้องฝ่ายกัมพูชาให้ความร่วมมือในการเก็บกู้ทุนระเบิดเพื่อมนุษยธรรมตามแนวชายแดนตามที่นายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันภายในกรอบทวิภาคี ในช่วงท้ายโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวว่า นี่คือช่วงเวลาที่สถานการณ์มีความละเอียดอ่อน การสื่อสารในสังคม โดยเฉพาะช่องทางสื่อสังคมออนไลน์อาจจะนำไปสู่ความเข้าใจผิดหรือสร้างความแตกแยกโดยไม่ได้ตั้งใจ กระทรวงการต่างประเทศ จึงขอให้สังคมเชื่อมั่นในเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจากทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายความมั่นคง เพื่อความสามัคคีกันของคนในชาติซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในยามนี้ * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * กัมพูชา * กับระเบิด * ช่องบก * ทุ่นระเบิด * กระทรวงการต่างประเทศ
dlvr.it
July 20, 2025 at 1:27 PM
แม่ทัพภาค 2 สั่งปิดด่านช่องสายตะกู
แม่ทัพภาค 2 สั่งปิดด่านช่องสายตะกู auser15 Sun, 2025-06-22 - 10:26 แม่ทัพภาค 2 เริ่มมาตรการจากเบาไปหาหนัก สั่งปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ตั้งแต่ 21 มิ.ย. จากเดิมที่เคยเปิดสัปดาห์ละ 3 วัน คือ วันอังคาร-พุธ-พฤหัสบดี เวลา 09.00 - 12.00 น. เท่านั้น เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา เพจกองทัพภาคที่ 2  เปิดเผยว่า พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ลงนามในคำสั่งกองทัพภาค 2 (เฉพาะ) 176/68 เรื่องอนุมัติให้ ปิดจุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ตามคำสั่งกองทัพบก (เฉพาะ) ที่ 806 /2568 เรื่องการควบคุม การเปิด - ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา เพื่อความปลอดภัยของประชาชน ให้กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี มีอำนาจการควบคุมการเปิด - ปิดจุดผ่านแดนทุกประเภทตามแนวชายแดน ไทย - กัมพูชา ในพื้นที่รับผิดชอบ ของกองกำลังสุรนารี วิธีการและเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลา ที่จำเป็นเหมาะสม ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังสุรนารี เพื่อปกป้องอธิปไตยและบูรณาภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย พร้อมทั้งให้เกิดความเหมาะสมต่อการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดน และความมั่นคงของประเทศไทย กองทัพภาคที่ 2 จึงอนุมัติ ให้ปิด จุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป สำหรับ จุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกูอยู่ตรงข้ามกับ ช่องจุ๊บโกกี อำเภอบันเตียอัมปึล จังหวัดอุดรมีชัย ประเทศกัมพูชา เดิมเปิดสัปดาห์ละ 3 วัน คือ วันอังคาร-พุธ-พฤหัสบดี เวลา 09.00 - 12.00 น. เท่านั้น * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กองทัพภาคที่ 2 * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * ข้อพิพาทชายแดน * กัมพูชา * จุดผ่อนปรนการค้าช่องสายตะกู * บุรีรัมย์
dlvr.it
June 22, 2025 at 3:34 AM
เพิ่งย้ายมาสดๆร้อน ขอแนะนำตัวนะคะ

เซสต้า วีอาร์ตติสลิเวียธานสีขาว อาร์ตที่ใช้ 80% ในช่องทำเองเกือบหมดค่ะ เป็นวีอินดี้ที่โมเดลก็สวยนะแต่ทำไมขายสวยไม่ได้ไม่รู้..

Tag
FA รวมมิตรงานวาดของทุกคน #zeemyart
ไฮไลท์ มีม อะไรก็ตามที่อยากเรียกคนมามุงกับคุณ #letszee
General ขึ้นไลฟ์ เม้าท์มอย #ลิเวียธานขึ้นบก

สตรีมทางทวิชเป็นหลักนะคะ👇
Zesta_Leviathan
October 17, 2024 at 12:03 PM
#ชัยวัฒน์ อดีต ผอ.สำนักอุทยานฯ เปิดข้อมูลลับ แฉหมดเปลือกปมขัดแย้ง #ชายแดนไทยกัมพูชา เผยยุทธศาสตร์ลักลอบตัดไม้พะยูงจากกลุ่มใต้ดินเขมร พร้อมตั้งคำถามสำคัญรัฐบาลไทยจะยืนจุดยืนอย่างไรบนสันปันน้ำ ฮึ่มถ้าแผ่นดินตรงนั้นไม่ใช่ของไทย แล้วเขมรต้องติดคุกไทยทำไม...
.
อ่านทั้งหมดต่อได้ที่ www.dailynews.co.th/news/4782339/
#ช่องบก #กัมพูชา #ชัยวัฒน์ลิ้มลิขิตอักษร
June 5, 2025 at 11:09 AM
ตำรวจตรวจเข้มเข้าภูเก็ต หลังพบวัตถุต้องสงสัยหลายจุด เมื่อ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา
ตำรวจตรวจเข้มเข้าภูเก็ต หลังพบวัตถุต้องสงสัยหลายจุด เมื่อ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา auser15 Sat, 2025-06-28 - 16:14 วันนี้ (28 มิ.ย.) ตำรวจเพิ่มกำลังและตำรวจตรวจเข้มที่ด่านท่าฉัตรไชย ช่องทางเข้า-ออกทางบกหลักของ จ.ภูเก็ต หลังวานนี้ (27 มิ.ย.) พบวัตถุต้องสงสัยถูกลอบวางในรถมอเตอร์ไซค์และฝังกลบไว้ตามชายหาดสาธารณะต่าง ๆ หลายจุด 28 มิถุนายน 2568 Thai PBS รายงานว่า ตำรวจเพิ่มกำลังและความเข้มงวด ที่ด่านท่าฉัตรไชย ช่องทางเข้า ออกทางบก หลักของ จ.ภูเก็ต ตรวจค้นรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเข้ามายัง จ.ภูเก็ต โดยเฉพาะรถที่มาจากต่างจังหวัดระยะไกล รวมทั้งผู้ขับขี่ที่มีลักษณะท่าทางผิดสังเกต มีการตรวจสอบบัตรประจำตัว เพื่อความปลอดภัย ซึ่งแต่ละวันโดยเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ หรือวันหยุด มีรถเข้า จ.ภูเก็ต ผ่านด่านท่าฉัตรไชย วันละนับหมื่นคัน ทั้งนี้เป็นไปตามมาตรการยกระดับความเข้มงวดขั้นสูงสุดของจังหวัดภูเก็ต แม้ว่า เจ้าหน้าที่จะติดตาม ตรวจค้นหาวัตถุต้องสงสัยได้ครบถ้วนตามคำรับสารภาพของผู้ต้องหา 2 คนที่จับกุมได้ก่อนหน้านี้ ซึ่งให้การว่า นำวัตถุต้องสงสัยวางไว้หลายจุด เมื่อวานนี้ (27 มิ.ย.) จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ส่งแถลงการณ์ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษไปยังเครือข่ายต่าง ๆ ยืนยันความปลอดภัยของพื้นที่ เพื่อเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยว เน้นย้ำว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการสร้างสถานการณ์ปั่นป่วน วัตถุต้องสงสัยเพียงแต่ทำให้เกิดเสียงดัง ไม่ทำอันตราย แต่อย่างใด ด้านนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.เขต 2 จังหวัดภูเก็ต และกรรมาธิการท่องเที่ยว รัฐสภา ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดจองที่พักของนักท่องเที่ยวในภูเก็ต จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวลดลงจากช่วงกรีนซีซันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ขอบคุณเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมกันแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ภายใต้ข้อจำกัด โดยเฉพาะเครื่องมือต่าง ๆ หลังจากนี้ มองว่า รัฐควรให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในเมืองท่องเที่ยว ซึ่งขณะนี้เป็นรายได้หลักของประเทศ นำเทคโนโลยีมาใช้ เก็บกู้สำเร็จ วัตถุต้องสงสัยใน จ.ภูเก็ต คาดครบตามที่คนร้ายสารภาพแล้ว เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ไทยรัฐออนไลน์ รายงานว่า เจ้าหน้าที่ชุด EOD เข้าเก็บกู้วัตถุต้องสงสัยได้เพิ่มอีก 3 จุดในพื้นที่ จ.ภูเก็ต คาดสามารถเก็บครบทั้งหมด 8 จุด ตามคำสารภาพของผู้คนร้ายแล้ว ที่ให้การว่านำไปวางและฝังกลบไว้ตามจุดต่างๆ โดยไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ จากกรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 มิ.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุด EOD ได้ยิงทำลายวัตถุต้องสงสัยเพิ่มอีก 1 ลูก บริเวณชายหาดสุรินทร์ จ.ภูเก็ต พร้อมกั้นพื้นที่ไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าบริเวณดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย ดังที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น (ยิงทำลายเพิ่มอีก 1 ลูก วัตถุต้องสงสัย ที่ชายหาดสุรินทร์ ภูเก็ต เร่งค้นหาอีกจุด) ต่อมา เมื่อเวลา 17.50 น. วันเดียวกัน มีรายงานว่า หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD ตำรวจภูธรภาค 8 พร้อมด้วยตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตแบ่งกำลังออกเป็น 3 ชุด เข้าตรวจสอบเป้าหมายอีก 3 จุด ประกอบด้วย 1. หาดสุรินทร์ ต.เชิงทะเล อ.ถลาง 1 จุด นอกเหนือจากที่เก็บกู้ไปแล้ว 1 จุด 2. ชายหาดในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ต.สาคู อ.ถลาง 1 จุด และ 3. ชายหาดป่าตอง ถ.ทวีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ 1 จุด นอกเหนือจากที่เก็บกู้ไปแล้ว 1 จุด ซึ่งคาดว่า เก็บกู้วัตถุต้องสงสัยที่ 2 ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ที่ จ.พังงา นำมาวางและฝังกลบไว้ตามชายหาดต่างๆ ของ จ.ภูเก็ต ครบหมดทุกจุดแล้ว โดยวัตถุต้องสงสัยทั้งหมดได้ถูกส่ง พฐ.กลาง ตรวจพิสูจน์ว่าเป็นวัตถุใดต่อไป ทั้งนี้ ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต มีวัตถุต้องสงสัยถูกลอบวางในรถ จยย. และฝังกลบไว้ตามชายหาดสาธารณะต่างๆ ทั้งหมดจำนวน 6 จุด ได้แก่ 1. บริเวณแหลมพรหมเทพ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต จำนวน 1 จุด 2. บริเวณชายหาดป่าตอง ถ.ทวีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จำนวน 2 จุด 3. บริเวณลานจอดรถจักรยานยนต์ภายในท่าอากาศยานภูเก็ต (ซุกซ่อนไว้ในรถ จยย.) จำนวน 1 จุด 4. บริเวณชายหาดสุรินทร์ จำนวน 2 จุด 5. บริเวณชายหาดเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ต.สาคู อ.ถลาง จำนวน 1 จุด 6. บริเวณสะพานสารสิน จำนวน 1 จุด โดยการเก็บกู้เป็นผลสำเร็จทุกจุด ไม่มีผู้ใดได้รับอันตราย * ข่าว * ความมั่นคง * ชายแดนใต้ * ภูเก็ต
dlvr.it
June 28, 2025 at 9:21 AM
คุยกับอาจารย์นิติศาสตร์ 'ศาลโลก หรือ JBC' อะไรคือคำตอบแก้ปมพิพาทไทย-กัมพูชา
คุยกับอาจารย์นิติศาสตร์ 'ศาลโลก หรือ JBC' อะไรคือคำตอบแก้ปมพิพาทไทย-กัมพูชา รายงาน: ณัฐพล เมฆโสภณ  XmasUser Sat, 2025-06-14 - 18:03 ปมกระแสข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชายังคงระอุอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การปะทะที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี เมื่อ 28 พ.ค.2568 เป็นต้นมา โดยเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.2568 ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความบนสื่อโซเชียลมีเดีย ยืนยันจุดยืนก่อนการประชุมประชุมคณะกรรมาธิการชายแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ครั้งที่ 6 และนับเป็นการประชุมครั้งแรกในรอบ 12 ปี โดยจะยังร่วมมือกับฝ่ายไทยในการปักปันเขตแดนผ่านกลไก JBC อย่างไรก็ตาม กัมพูชายืนยันว่าในการประชุม JBC ในวันที่ 14 มิ.ย.2568 จะไม่มีการพูดคุยเรื่องข้อพิพาทเขตแดนของปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย (ในจังหวัดสุรินทร์) และพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต (จ.อุบลราชธานี) เพราะว่าสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภากัมพูชา มีมติเอกฉันท์ส่งเรื่องไปให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ หรือคนไทยเรียกชื่อเล่นว่า ‘ศาลโลก’) และกำลังรอท่าทีของไทยในการประชุม JBC จะร่วมกับกัมพูชาส่งเรื่องข้อพิพาท 4 เขตไปยังศาลโลกหรือไม่ หรือต่อให้ประเทศไทยไม่ยอมรับ ทางกัมพูชาจะดำเนินการยื่นฟ้องที่ศาล ICJ ฝ่ายเดียวในวันที่ 15 มิ.ย.2568 ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันนอนยันมาโดยตลอดว่า ประเทศไทยจะหารือข้อพิพาทเขตแดน ผ่านกลไกระบบทวิภาคีอย่าง JBC ควบคู่กับคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) และคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) และใช้บันทึกความเข้าใจร่วมกันระหว่างประเทศไทย-กัมพูชา ปี 2543 (MOU43) ซึ่งถือเป็นสนธิสัญญาที่ 2 ประเทศได้ร่วมตกลง และมีผลผูกพันทางกฎหมาย เมื่อต่างฝ่ายต่างยืนยันในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทดินแดนออกเป็น 2 แนวทางไม่ตรงกัน ทำให้ยากที่จะคาดเดาบทสรุปของแก้ไขปัญหาว่าเป็นอย่างไร หรือกรณีที่กัมพูชา แจ้งว่าจะยื่นเรื่องขึ้นศาลโลกฝ่ายเดียว จะทำให้ศาลโลกมีอำนาจในการพิจารณาปัญหาข้อพิพาทเขตแดนได้หรือไม่ และประเทศไทยจะต้องทำอย่างไร หากยังยืนยันว่าจะแก้ไขปัญหาด้วยกรอบทวิภาคีต่อไป ประชาไท หอบหิ้วสารพัดคำถาม ร่วมพูดคุยกับ ผศ.ดร.ธนภัทร ชาตินักรบ อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายระหว่างประเทศและศูนย์กฎหมายแพ่ง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาร่วมวิเคราะห์และไขข้อข้องใจในหลายประเด็น กระบวนการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศมีกี่แนวทาง เหตุผลที่กัมพูชาพยายามยื่นเรื่องขึ้นศาลโลกทั้งที่มีวิธีการระงับข้อพิพาทอื่นๆ และการยื่นฟ้องศาลโลกทางเดียวสามารถเป็นไปได้หรือไม่ อาจารย์ธนภัทร ยังได้ร่วมแสดงความคิดเห็น โดยเชื่อว่าสุดท้ายกระบวนการแก้ไขปัญหาแบบทวิภาคี หรือ JBC ยังมีประสิทธิผลมากกว่า เนื่องจากการเปิดโอกาสให้คนในพื้นที่ชายแดนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไข ดีกว่าให้ศาลโลกที่ใช้ทรัพยากรทั้งด้านงบประมาณ และระยะเวลาที่สูงมาก อาจารย์นิติศาสตร์ ยังร่วมแลกเปลี่ยน และมีข้อเสนอถึงรัฐบาลไทย หากยังต้องการใช้กลไก JBC ในการแก้ไขปัญหาพิพาท โดยเฉพาะข้อเสนอด้านการสื่อสารที่ต้องชัดเจน และมีเอกภาพ เพื่อลดการยอมรับอำนาจศาลโลกโดยไม่ตั้งใจ ระมัดระวังเรื่องวาทกรรมชาตินิยม และต้องไม่ลืมเตรียมพร้อมข้อมูลและหลักฐานล่วงหน้า หากไทยถูกบีบให้สู้ในศาลโลก ธนภัทร ชาตินักรบ กลไกระงับข้อพิพาทมีกี่แนวทาง ? ธนภัทร กล่าวว่า เบื้องต้น การระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศทำได้หลายวิธี อ้างอิงตามกฎบัตรของสหประชาชาติ ข้อที่ 33 มีการกำหนดรายละเอียดช่องทางในการระงับข้อพิพาทไว้เยอะมาก ประกอบด้วย * กรอบเจรจาแบบทวิภาคี คุยกันสองฝ่ายแล้วจบ อันนี้ง่ายสุด * ให้คนกลาง หรือบุคคลที่ 3 เข้ามาไกล่เกลี่ย * การประนีประนอม หรือพูดคุยหารือในกรอบที่ใหญ่ขึ้น เช่น กลไกระดับภูมิภาค หรือกลไกความร่วมมือพหุภาคีต่างๆ อย่างกลไกของ ‘อาเซียน’ * ให้อนุญาโตตุลาการเข้ามาตัดสิน คือการตั้งคนภายนอกเข้ามาตัดสินข้อพิพาท หรือการฟ้องที่สถาบันอนุญาโตตุลาการต่างๆ  * ท้ายที่สุดถึงจะเป็นกระบวนการยุติธรรมทางศาลระหว่างประเทศ วิเคราะห์ 4 ประเด็น ทำไม ‘กัมพูชา’ ยื่นศาลโลก เมื่อเป็นแบบนี้เราจะเห็นว่ากระบวนการศาลฯ มักถูกใช้เป็นกลไกสุดท้าย ดังนั้น คำถามก็คือทำไมกัมพูชาถึงอยากให้ข้อพิพาทปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด ปราสาทตาควาย และพื้นที่สามเหลี่ยมมรกต ให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ เป็นคนพิจารณาในรอบนี้ ธนภัทร เผยว่าเขาลองวิเคราะห์ภาพกว้างๆ ในมุมมองส่วนตัว เบื้องต้นมีประมาณ 4 ประเด็น ประกอบด้วย ประเด็นที่ 1 กัมพูชาอาจจะอยากได้คำตัดสินที่เป็นผลทางกฎหมาย หมายความว่า ‘ผลทางกฎหมาย’ คือต้องเป็นคำตัดสินที่มีสภาพผูกพัน หรือมีสภาพบังคับทางกฎหมาย ไม่ใช่แค่ว่าการพูดคุยเจรจาแล้วจบ หรือแม้ว่าจะมีการเจรจาจริง แต่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเกิดเปลี่ยนใจกะทันหัน ก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ก็จะเป็นเรื่องที่เสียเวลา ประเด็นที่ 2 กลไกที่ใช้คือคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ที่ประเทศไทยพยายามใช้ แต่กัมพูชาอาจจะมองว่าเป็นกลไกที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้จริง เพราะว่ากลไก JBC มีมานานแล้ว แต่พอมีมานาน และไม่มีการขยับขยายหรือว่าตกลงอะไรกันได้เลย ทำให้กัมพูชามองว่ากลไกนี้อาจจะไม่ได้ผล และประกอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 28 พ.ค.2568 ทำให้กัมพูชามองว่าอาจจะถึงเวลาที่จะต้องยกระดับการระงับข้อพิพาทระหว่างกันขึ้นไปอีก 1 สเต็ป ประเด็นที่ 3 กัมพูชาอาจจะมองว่าตอนยื่นศาลยุติธรรมระหว่างประเทศกรณีปราสาทเขาพระวิหารเมื่อปี 2505 และศาลฯ มีคำพิพากษาออกมาแล้วหนหนึ่ง วินิจฉัยว่าตัวปราสาทตั้งอยู่ในดินแดนภายใต้อำนาจอธิปไตยของกัมพูชา หลังจากนั้น เมื่อปี 2556 มีการยื่นให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศตีความคำพิพากษาอีกครั้งหนึ่ง และเขาก็รู้สึกว่าเขาชนะอีกครั้ง ซึ่งในความเป็นจริงเขาไม่ได้ชนะ เพียงแต่ศาลโลกเอาคำพิพากษาฉบับเดิมมาตีความว่า สิ่งที่คุยเมื่อปี 2505 มีคำวินิจฉัยว่าอย่างไรเท่านั้น “ตรงนี้เหมือนในแง่ของภาพลักษณ์มากกว่า ในอดีตเขาเคยชนะ ดังนั้น ถ้าปัจจุบันเขาจะอ้างถึงคือข้อพิพาทเขตแดนในอดีต เขาอาจจะได้ฐานเสียงจากพลเมืองและประชาชนของเขา” ธนภัทร กล่าว ประเด็นที่ 4 คือ เขามั่นใจในหลักฐานที่จะใช้ยื่นศาลฯ รอบนี้ คือเอกสารตั้งแต่สมัยที่กัมพูชาเคยตกเป็นอาณานิคมฝรั่งเศส และเอกสารจำนวนมากเป็นการตกลงกันระหว่าง ‘สยาม’ และ ‘ฝรั่งเศส’ ในนามของกัมพูชา เขาเชื่อว่าจะสามารถนำเอาเอกสารจากสมัยยุคอาณานิคมมาใช้ในการยื่นศาลครั้งนี้ได้ โดยเฉพาะตัวแผนที่ 1: 200,000 ที่จัดทำโดยฝรั่งเศส อาจจะทำให้เขาได้เปรียบ “ต้องบอกว่าแผนที่ 1: 200,000 มันเคยถูกปัดตกไปในกรณีเขาพระวิหารเมื่อปี 2505 แต่ในปี 2556 ที่ศาลมีคำพิพากษาตีความอีกรอบ แล้วดันไปอ้างถึงตัวแผนที่ฉบับเดิมทั้งที่ศาลในอดีตเคยปัดตกไป ดังนั้น เขา (กัมพูชา) เลยมองว่าแผนที่ฉบับนี้อาจมีผลในอนาคต และอาจจะใช้เป็นฐานในการฟ้อง โดยมีแบ็กอัปข้างหลังเป็นฝรั่งเศส” ธนภัทร กล่าว (ซ้าย) ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พบปะ (ขวา) เอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส (ภาพจากประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส) ศาลรับพิจารณาหรือไม่ หากกัมพูชายื่นฝ่ายเดียว จากกรณีที่มีการถกเถียงว่าหากกัมพูชายื่นฟ้องศาลโลกกรณี 3 ปราสาท บวก 1 พื้นที่ เพียงฝ่ายเดียว โดยที่ไทยไม่ได้ประกาศยอมรับอำนาจศาลนั้น ศาลโลกจะสามารถรับวินิจฉัยกรณีได้หรือไม่ ธนภัทร เกริ่นให้ฟังก่อนว่าโดยปกติการนำเรื่องขึ้นอยู่ศาลโลกทำได้โดยทางเลือกปกติ 3 วิธี และทางเลือกเสริม 2 วิธี * การให้ความยินยอมล่วงหน้า ตามข้อกำหนดธรรมนูญศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) มาตรา 36(2) คือการให้ความยินยอมโดยอัตโนมัติล่วงหน้าว่า หากมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสนธิสัญญาหรือกฎหมายระหว่างประเทศ ศาลจะมีเขตอำนาจพิจารณาทันทีโดยไม่ต้องตกลงกันเป็นรายกรณีไป ในอดีตประเทศไทยเคยให้ความยินยอมไว้ แต่มาถอนออกในช่วงคดีเขาพระวิหาร เมื่อปี 2505 ทำให้ช่องทางนี้ใช้ไม่ได้แน่นอน * การตกลงเฉพาะเรื่อง หมายความว่า รัฐพิพาท 2 ประเทศเกิดทะเลาะกัน และหาข้อยุติไม่ได้ ทั้ง 2 ประเทศเลยตัดสินใจส่งเรื่องไปให้ศาลโลกพิจารณา กรณีนี้สามารถทำได้ และกัมพูชาพยายามใช้วิธีการนี้อยู่ ซึ่งจะสังเกตได้ว่าเขาพยายามส่งหนังสือมาคุยกับไทยว่า ให้ไทยไปศาลโลกเถอะเพื่อที่จะเจรจา แต่ก็ขึ้นอยู่กับฝั่งไทยว่าจะตัดสินใจไปหรือไม่  * การให้ความยินยอมผ่านสนธิสัญญา เกิดจากกรณีที่ไทยเคยไปเซ็นสนธิสัญญาไว้ในอดีต และสนธิสัญญาฉบับนั้นระบุข้อความว่า ‘ถ้ามีข้อพิพาทระหว่างกัน ให้นำเรื่องขึ้นศาลโลกพิจารณา’ ซึ่งในประเด็นนี้ประเทศไทยค่อนข้างรัดกุม เพราะว่าประเทศไทยจะทำข้อสงวนว่า ‘ไม่ยอมรับอำนาจของศาลโลก’ ไว้ในสนธิสัญญาประเภทนี้ เว้นเสียแต่ว่า สนธิสัญญาบังคับเลยว่าถ้าจะเข้าร่วมสนธิสัญญาต้องยอมรับขอบเขตอำนาจของศาลโลก ซึ่งไทยก็แค่ไม่เข้าร่วมสนธิสัญญาเท่านั้น ทำให้ช่องนี้ใช้ไม่ได้เช่นกัน 2 ช่องทางพิเศษขึ้นศาลโลก ตามวิธีการที่กล่าวมาข้างต้น ธนภัทร เชื่อว่า วิธีการที่ 2 เป็นไปได้มากที่สุด แต่ว่าไทยก็คงไม่ยอม อย่างไรก็ตาม ยังมีทางเลือกพิเศษอีก 2 ทางด้วยกัน ในการนำเรื่องขึ้นศาลโลก * "Forum Prorogatum" เป็นการฟ้องไปก่อน ประเทศไทยไม่ยินยอมไม่เป็นไร แต่ถ้ายินยอมภายหลัง ศาลโลกก็มีขอบเขตอำนาจในการพิจารณา ซึ่งต้องบอกก่อนว่าเวลายื่นฟ้องศาลระหว่างประเทศ สิ่งแรกที่จะพิจารณาคือศาลมีขอบเขตอำนาจหรือเปล่า ถ้าศาลไม่มีเขตอำนาจ คดีก็จะตกไป “มันมีประเด็นนิดหนึ่งที่ว่า ถ้าสมมติว่ากัมพูชายื่นฟ้อง และประเทศไทยตัดสินใจว่าไม่ได้มีการแสดงออกอะไร แต่ยื่นคำให้การไปยังศาล หรือแต่งตั้งทนายไปสู่กลไกการศาล มันอาจจะพอถือได้ว่าเป็นการให้ความยินยอมโดยอัตโนมัติหรือโดยปริยายไปเลย อันนี้อันตรายมากๆ แต่ถ้าเราไม่ยินยอม ให้เราพูดให้ชัดว่าเราไม่ยินยอม แล้วศาลจะไม่มีเขตอำนาจในการพิจารณา” อาจารย์นิติศาสตร์ ระบุ ธนภัทร เผยว่า นับตั้งแต่ที่ศาลโลกตั้งขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน มีการพิจารณาคดีไปแล้ว 190 กว่าคดี แต่มีเพียงประมาณ 10% หรือไม่ถึง 20 คดีเท่านั้นที่มีการใช้ช่องทางนี้ และเกือบ 20 คดี มีแค่ประมาณ 2 คดีที่ฟ้องสำเร็จ หนึ่งในนั้นคือคดีที่ฝรั่งเศสถูกฟ้อง โดยฝรั่งเศสยื่นคำให้การและตั้งทนายความมาสู้คดี ทั้งนี้ ฝรั่งเศสได้ส่งหนังสือไปยังศาลโลกยืนยันให้ศาลมีอำนาจในการพิจารณาคดีเป็นรายกรณีในภายหลัง ธนภัทร ระบุต่อว่า ช่องทางเสริมที่ 2 ที่เขากำลังจับตาดูอยู่ว่าเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน คือถ้าจำกันได้ในคดีของปราสาทเขาพระวิหาร ปี 2505 และหลังจากนั้นเราไม่ยินยอมแล้ว แต่กัมพูชายื่นฟ้องได้ใหม่อีกครั้งในปี 2554 และศาลมีคำตัดสินในปี 2556 ภาพอาจจะเหมือนกัมพูชายื่นฟ้องใหม่ แต่ในความเป็นจริงเป็นการยื่นผ่านแผนกหนึ่งของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ คือการตีความคำพิพากษาศาลเดิม สมมติ ศาลโลกมีคำตัดสินในคดีหนึ่งในอดีต แต่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ศาลโลกเขียน เขียนว่าอย่างไร ซึ่งกรณีนี้ยื่นได้ ต่อให้ไม่ได้รับการยินยอมเขตอำนาจศาลแล้ว เพราะถือว่ามันย้อนหลังไปเอาคำพิพากษาในอดีต ดังนั้น กัมพูชา อาจจะยื่นให้ศาลตีความคำพิพากษาอีกครั้งว่า ฉันไม่แน่ใจว่าคำพิพากษาเขาพระวิหารเดิมมันตีความอย่างไร เขาก็อาจจะใช้ช่องทางนี้ยื่นอีกครั้งอันเดิมได้ ซึ่งคำพิพากษาเดิมอาจจะมีประเด็นเรื่องพื้นที่ที่เขาทะเลาะกันคือ 3 ปราสาท 1 พื้นที่ มันถูกระบุในคำพิพากษาเดิมของปราสาทเขาพระวิหารหรือไม่ ซึ่งตัวเชื่อมในเรื่องนี้คือแผนที่ 1:200,000 แต่จากการไปดูรายละเอียดคำพิพากษาแล้ว ไม่มีการระบุถึงพื้นที่ตรงสามเหลี่ยมมรกต หรือ 3 ปราสาทเลย ดังนั้น คิดว่ากัมพูชาไม่น่าจะใช้ช่องทางนี้ได้ แต่อย่างไรก็ดี ก็ต้องจับตาดูต่อไปว่าทางกัมพูชาจะใช้ช่องทางใดในการยื่นศาลโลก ระวังการให้ความเห็นต่อสาธารณะ ธนภัทร ระบุว่า ถ้ารัฐบาลต้องการยืนยันว่าไม่รับอำนาจของศาลโลก มีเรื่องที่ต้องพึงระวังคือการให้ความเห็นในที่สาธารณะของคน 3 กลุ่มนี้ ประกอบด้วย 1. ประมุขของรัฐ  2. นายกรัฐมนตรี หรือหัวหน้าฝ่ายบริหาร และ 3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนอกจาก 3 กลุ่มนี้รวมถึงเอกอัครราชทูตที่ได้รับมอบหมายอำนาจให้ไปปฏิบัติหน้าที่ หรือรัฐมนตรีที่มีการแต่งตั้งเฉพาะเรื่อง ดังนั้น เพื่อป้องกันการสื่อสารที่อาจจะนำไปสู่การยอมรับขอบเขตอำนาจศาลโดยไม่ตั้งใจ อาจารย์นิติศาสตร์ จึงมองเรื่องข้อเสนอการสื่อสารของรัฐบาล ต้องมีไม่กระจัดกระจาย และมีเอกภาพออกมาจากคนๆ เดียว “การพูดควรจะออกมาจากคนเดียว หมายถึงไม่ควรสื่อสารหลากหลาย นายกฯ พูดอะไรไป จะมีผลผูกพันกับประเทศได้ ซึ่งถ้ามันเป็นเนื้อหาลักษณะนี้ เขาน่าจะต้องระวังมากขึ้นแล้วว่า ‘ฉันจะแต่งตั้งทนายไปสู้คดี’ เป็นถ้อยคำที่ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ไม่จำเป็นต้องเป็นถ้อยแถลงความทั่วไป พูดต่อสื่อแบบมีไมค์มาจ่อสัมภาษณ์ แล้วถ่ายออกไป อันนี้ก็อาจจะมีผล” อาจารย์นิติศาสตร์ กล่าว ธนภัทร กล่าวย้ำว่า นอกจากการระวังเรื่องการสื่อสารยอมรับเขตอำนาจศาลโดยไม่ตั้งใจ แนะนำว่าให้ทำเอกสารส่งไปศาลโลกก็ได้ เพื่อบอกว่าเราไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลอย่างเป็นรูปธรรม  แพทองธาร ชินวัตร (ที่มา: เฟซบุ๊ก Ing Shinawatra) ชี้แจงเหตุผลให้ชัด ทำไมไม่ไปศาลโลก ต่อประเด็นที่ว่าถ้าหากประเทศไทยดึงดันปฏิเสธไม่ไปเข้าร่วมกระบวนการพิจารณาข้อพิพาทของศาล ICJ แบบนี้จะกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยในเวทีระหว่างประเทศหรือไม่ อาจารย์นิติศาสตร์ มองว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการสื่อสารของไทยในการให้เหตุผลไม่รับอำนาจศาลโลก ยกตัวอย่าง ช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยไม่พูดอะไรเลย หรือก็คือใช้วิธีนิ่งเฉย ข้อดีของวิธีการนี้คือทำให้เราลดความเสี่ยงในการยอมรับอำนาจศาลโดยปริยายหรือโดยไม่ตั้งใจ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่รู้ว่าท่าทีเราเป็นอย่างไร แต่ข้อเสียของมันก็มีเหมือนกัน เช่น กัมพูชาอาจจะเอาเรื่องที่ไทยนิ่งเฉย ไปบอกประชาคมโลกว่าไทยไม่มีความจริงใจในการเข้าร่วมกลไกแบบสันติวิธี ซึ่งกัมพูชาพยายามพูดเรื่องนี้อยู่พอสมควร รวมถึงที่ไปเวทีสหประชาชาติช่วงที่ผ่านมา แต่ไทยใช้วิธีการเงียบกริบ เหมือนไม่มีกรอบในการตั้งรับ ดังนั้น ไทยควรจะยืนยันว่า การแก้ไขปัญหาในระดับทวิภาคีมันเพียงพอในการแก้ไขปัญหา  “อันหนึ่งที่ผมว่าไทยทำดีมาสักระยะหนึ่งแล้ว แต่มันหายไป คือเหตุผลที่เราไม่ไปศาลโลกเพราะว่าเราคิดว่าเราจะใช้กลไกผ่านกรอบทวิภาคีที่เรามีอยู่แล้ว เช่น JBC หรือความร่วมมือชายแดนต่างๆ อันนี้เราพูดต่อสิ เหตุผลที่เราไม่ไปศาลโลก เพราะเราจะใช้กลไกระงับข้อพิพาทที่เป็นกรอบความร่วมมือแบบทวิภาคีมากกว่า แบบนี้มันอาจจะดีกว่ากับการที่เราแบบเฉยๆ ไปเลย หรือว่าเราไม่ทำอะไรเลย” ธนภัทร กล่าว 'ศาลโลก' ควรเป็นกลไกสุดท้าย สำหรับอาจารย์จากธรรมศาสตร์ มองว่า การใช้กลไกแบบทวิภาคีที่เปิดโอกาสให้คนในพื้นที่เข้าไปมีส่วนร่วม น่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่า หรือดีกว่าที่จะไปขึ้นศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งใช้งบประมาณ และทรัพยากรทุกอย่างมากเกินไป ธนภัทร มองว่า การยื่นเรื่องไปศาลโลกมีปัญหาเยอะ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายสูง และการใช้ระยะเวลาที่นานมากในการตัดสินคดี ถ้าสังเกตจากทีมกฎหมายของกัมพูชาเรียกว่าแทบจะขนมาทั้งประเทศ งบประมาณจ้างทนายความค่อนข้างสูง ใช้ระยะเวลานาน ถ้าเราดูจากคดีเขาพระวิหารเมื่อปี 2556 เราจ้างทนายความจากต่างประเทศ ต้องใช้เวลาในการทำคดีที่ยาวนาน หลายคดีใช้เวลาเกิน 2-3 ปี ดังนั้น คิดว่าอาจจะใช้กลไกระงับข้อพิพาททีละสเต็ปก่อนดีไหม ธนภัทร กล่าวว่า การใช้คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ข้อดีของการพูดคุยกันในระดับกรอบทวิภาคี คือ 2 ประเทศสามารถตกลงกันบนความเข้าใจบริบทในพื้นที่ร่วมกันได้ หรือกรณีที่เรายังไม่สามารถตกลงแก้ไขข้อพิพาทเรื่องเขตแดน หรือก็คือยังไม่สามารถปักปันเส้นเขตแดนที่ชัดเจน เราอาจจะไปเจรจาในกลุ่มเล็กที่เป็นมิติความร่วมมือด้านต่างๆ เช่น การค้าเศรษฐกิจชายแดน สาธารณสุข การศึกษา เป็นต้น เพราะเราต้องไม่ลืมว่าคนชายแดนเขาไป-มาหาสู่กัน ใช้บริการโรงพยาบาล การศึกษา และมีเศรษฐกิจชายแดนร่วมกัน หรือถ้ารู้สึกว่ากลไก JBC ยังใช้แก้ไขไม่ได้ เราจะขยับมาใช้กรอบกลไกอาเซียน ให้เข้ามาเป็นคนกลางในการเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้หรือไม่ เพราะว่าอย่างน้อยประธานอาเซียนก็น่าจะมีความเข้าใจบริบทพื้นที่มากกว่า ดีกว่าไปทะเลาะกันที่ศาลโลก ถ้าสมมติขยับอีกหน่อย กรอบอาเซียนยังไม่สำเร็จ เราสามารถแต่งตั้งคนกลางจากนอกภูมิภาค เป็นบุคคลที่ 3 หรือองค์การระหว่างประเทศ เข้ามาคุยกันได้หรือไม่ เช่น เลขาธิการองค์การสหประชาชาติเข้ามาช่วยเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยข้อพิพาท หรือตอนนี้ก็มีบางประเทศเริ่มเสนอตัวเป็นคนกลางระงับข้อพิพาท “คนชายแดนต้องรู้ดีกว่าคนกุมนโยบายอยู่ที่กระทรวงอยู่แล้ว เราไปฟ้องศาลโลก เรามอบนโยบายให้กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศเองก็ไม่ได้รู้เรื่องชายแดนดีกว่าคนในพื้นที่ ไม่สามารถพูดได้ทุกอย่าง ก็ต้องเป็นคนนอกอยู่ในยุโรป ซึ่งถ้าสังเกตเคสเมื่อปี 2556 (เขาพระวิหาร) ทนายความเป็นฝรั่งหมดเลย เขาต้องมาคลุกอยู่กับเรานานแค่ไหน เจ้าหน้าที่ที่เป็นคนทำนโยบายกระทรวงส่วนกลาง แทนที่เขาจะทำงานหลัก ต้องมาทำงานเรื่องนี้ ถ้าชั่งน้ำหนักข้อได้เปรียบเสียเปรียบต่างๆ ผมยังคิดว่ากลไกด้านทวิภาคีมันน่าจะเวิร์กกว่า” ธนภัทร ย้ำ การประชุม JBC ที่โรงแรมโซฟิเทล พนมเปญ ครั้งที่ 6 เมื่อ 14 มิ.ย.2568 (ที่มา: กระทรวงการต่างประเทศ) เสนอรัฐบาลต้องชัดเจน-จริงจัง ระวังเรื่องชาตินิยม อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีข้อเสนอถึงรัฐบาลจำนวน 3 ประเด็น คือ ข้อเสนอด้านกฎหมาย ข้อเสนอด้านการทูต และข้อเสนอด้านการสื่อสาร ข้อที่ 1 กฎหมายที่ต้องเอาใช้ชัดว่าเราจะจัดการข้อพิพาทอย่างไร อย่างเช่น เราต้องยืนยันให้ชัดเจนว่าเราจะไม่ขึ้นศาลโลก โดยอาจจะออกแถลงการณ์ หรือออกจดหมายทางการทูต เพื่อป้องกันการยินยอมโดยปริยาย นอกจากความชัดเจน รัฐบาลต้องเตรียมพร้อมล่วงหน้าทั้งด้านเอกสาร หลักฐาน และข้อมูล เพื่อเตรียมรับมือหากเราโดนบีบให้เข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทแบบใดก็ตาม ซึ่งถ้าเราไม่เตรียมตัวเลย อาจเดือดร้อน ข้อที่ 2 คือข้อเสนอทางการทูต สมมติว่าเราไม่ขึ้นศาลโลก และเลือกใช้เวทีระดับภูมิภาค อย่างการหารือผ่านกลไก JBC รัฐบาลก็ต้องจริงจังและต่อเนื่อง และค่อยๆ ยกระดับกรอบเจรจาการแก้ไขปัญหาขึ้นไปทีละสเต็ป อาจารย์นิติศาสตร์ มองว่า สิ่งที่ต้องระมัดระวัง คือ วาทกรรมที่ยั่วยุหรือเกี่ยวข้องกับชาตินิยม ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเราเห็นบทบาทความเคลื่อนไหวจากฝั่งกองทัพ เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นอ่อนไหว และอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านในวงกว้าง การทะเลาะพื้นที่ชายแดน มันไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ต้องทะเลาะเหมือนกันหมด หรือต้องปิดชายแดนขังตัวเองอยู่ในประเทศอย่างเดียว “ผมไม่เห็นด้วยกับการที่กองทัพ หรือหน่วยงานในสังกัดกองทัพทำภาพ ‘มีม’ ขึ้นมา ทำให้เพิ่มยอดยอดเอนเกจเมนต์ เราต้องระวังมากๆ มันอาจจะนำไปสู่การยั่วยุ และส่งผลกระทบอื่นๆ ตามมา” อาจารย์นิติศาสตร์ ให้ความเห็น การสื่อสารสาธารณะต้องรวมศูนย์ “อันนี้สำคัญมาก และเป็นสิ่งที่ประเทศไทยค่อนข้างขาด และ ณ ปัจจุบันก็ยังขาดอยู่ แต่กัมพูชาเขาชัดมาก (เรื่องการสื่อสาร) เราต้องสื่อสารชัดเจน มีระบบ เป็นเอกภาพ ซึ่งตอนนี้เราไม่มีอะไรเลยสักอย่าง” ธนภัทร กล่าวว่า ข้อที่ 3 คือเป็นข้อเสนอเรื่องการสื่อสารต่อสาธารณชน มันอาจจะถึงเวลาที่ต้องบูรณาการการทำงานเหมือนช่วงโควิด-19  ทำเป็นกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งในการที่จะสื่อสาร โดยอาจมอบหมายให้ทีมโฆษก หรือกระทรวงการต่างประเทศ รับผิดชอบด้านการสื่อสารต่อสาธารณชน เช่น ประเด็นเรื่องชายแดนทั้งหมดต้องมาจากอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิให้ความเห็น หรือฝ่ายทหารไม่ต้องพูด ให้ทุกอย่างมันเป็นเสียงเดียว นอกจากนี้ อาจารย์นิติศาสตร์ เสนอให้รัฐบาลการสื่อสารอย่างเป็นระบบ จัดทำเอกสารสรุปสถานการณ์ในรอบวัน โดยสื่อสารทั้งประชาชน และสื่อมวลชน และจัดทำเป็นแบบ 2 ภาษา คือภาษาไทย และอังกฤษ เพื่อป้องกันการแปลความหมายผิดพลาด หรือไม่ตรงกัน และอาจเป็นปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต สุดท้ายคือการสื่อสารในพื้นที่ระดับชุมชน หรือท้องถิ่น เพื่อให้พวกเขาเข้าใจสถานการณ์ ป้องกันเรื่องวาทกรรมต่างๆ และความตื่นตระหนกในพื้นที่ การถ่ายทอดสดออนไลน์ การแถลงข่าวสรุปสถานการณ์ของของกระทรวงการต่างประเทศ ประจำวันที่ 14 มิ.ย.2568 (ที่มา: เฟซบุ๊ก กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdom of Thailand) ใจเย็นไม่ผลีผลาม ธนภัทร ฝากทิ้งท้ายว่า รัฐบาลต้องมีความใจเย็นในการดำเนินการ มันไม่ควรเร่งขั้นตอนทุกอย่างมากเกินไป ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ทั้งผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจ ประชาชน หรือผู้ที่รับฟังข่าวสารจากโซเชียลมีเดีย พอเขาเห็นอะไรปุ๊บ มันช้า ทุกฝ่ายบอกว่ามันช้าไปหมดเลย แต่ว่ากระบวนการมันต้องช้า ซึ่งก็ต้องขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ และต้องหลีกเลี่ยงการยั่วยุการปะทะที่จะส่งผลในระดับภาพใหญ่ “ที่สำคัญ ผมคิดว่าปัญหาทั้งหมดจะไม่เกิดเลย ถ้าเราได้รับการสื่อสารที่มันชัดเจน เป็นสเต็ปเราจะทำอะไร ใครเป็นผู้มีอำนาจ ควรจะคุยกับใคร ไม่ควรจะเกิดกรณีที่นักข่าวเอาไมค์ไปยื่นสัมภาษณ์ สถานการณ์เป็นแบบนี้ อีกฝ่ายโต้มาแบบนี้ และเราจะตอบสนองอย่างไร นายกฯ ต้องชัดเจนคือเรื่องไหนไม่ทราบก็บอกไม่ทราบ เรื่องนี้มอบหมายให้ใครเป็นผู้รับผิดชอบหรือถามผู้ปฏิบัติงานคนนี้ได้เลย หรือระหว่างนี้เอารัฐมนตรีหรือคนที่สามารถตอบคำถามได้มาอยู่ข้างตัว เพื่อลดภาพด้านลบที่เกิดขึ้นต่อประชาชน และอีกเรื่องที่อยากฝากคือการสื่อสารต้องให้เป็นระบบ ทุกวันสี่โมงเย็นถึงห้าโมงเราจะอัพเดทสถานการณ์ หรือถ้ามีเหตุด่วนก็ให้มีแถลงการณ์พิเศษ กระทรวงการต่างประเทศ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งทีมมอนิเตอร์สถานการณ์ 24 ชม.” ธนภัทร ทิ้งท้าย   * สัมภาษณ์ * การเมือง * ต่างประเทศ * ความมั่นคง * ธนภัทร ชาตินักรบ * กัมพูชา * ข้อพิพาทเขตแดน * คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา * JBC * ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ * ICJ * ศาลโลก * ชาตินิยม * กลไกระงับข้อพิพาท * อาเซียน * สหประชาชาติ * แพทองธาร ชินวัตร * กระทรวงการต่างประเทศ * ฮุน มาเนต * กองทัพ * การทูต * ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ * ชายแดนไทย-กัมพูชา
dlvr.it
June 14, 2025 at 3:04 PM
ทบ.เผยรบกัมพูชา 5 วัน (24-28 ก.ค. 68) ได้พื้นที่เพิ่ม 2.89 ตร.กม. ใน 3 พื้นที่
ทบ.เผยรบกัมพูชา 5 วัน (24-28 ก.ค. 68) ได้พื้นที่เพิ่ม 2.89 ตร.กม. ใน 3 พื้นที่ auser15 Sun, 2025-09-28 - 08:23 ข้อมูลจากกองทัพบกระบุว่าจากการสู้รบกับกัมพูชาตาม “แผนจักรพงษ์ภูวนารถ 681- ทบ.” ในห้วง 24-28 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา สามารถยึดพื้นที่มาเพิ่ม 2.89 ตร.กม. ใน 3 พื้นที่ ได้แก่ บริเวณช่องอานม้า (0.01 ตร.กม.) ภูมะเขือ (1.11 ตร.กม.) และพลาญยาว (1.77 ตร.กม.) 28 กันยายน 2568 NBT Connext รายงานอ้างข้อมูลจากกองทัพบก ระบุว่า จากการสู้รบกับกัมพูชา ตาม “แผนจักรพงษ์ภูวนารถ 681- ทบ.” ในห้วง 24-28 ก.ค. 2568 ที่ผ่านมา ภายใต้การบัญชาการเหตุการณ์ของ พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. และ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาค 2  นั้น 1. เกิดการปะทะในพื้นที่กองกำลังสุรนารี ตั้งแต่ จ. อุบลราชธานี ถึง จ.บุรีรัมย์ จำนวน 14 พื้นที่ ประกอบด้วย พื้นที่ช่องบก -พื้นที่ช่องอานม้า-พื้นที่ชำแต-พื้นที่ภูผี- พื้นที่โดนตวล -พื้นที่สัตตะโสม-พื้นที่ภูมะเขือ-พื้นที่พลาญยาว-พื้นที่ช่องจอม-พื้นที่ปราสาทตาควาย-พื้นที่ช่องกร่าง-พื้นที่ปราสาทตาเมือนธม-พื้นที่ช่องสายตะกู โดยระบุว่า มีการปะทะ ในพื้นที่ “วัดแก้วสิกขาคีรีสวาระ” ที่ทหารเขมร วางกำลัง ตั้งแต่ปี 2554 จนปัจจุบัน 2. กองทัพบก สามารถควบคุมพื้นที่ได้ คือ ช่องบก, ช่องอานม้า, ชำแต, ภูผี, ปราสาทโดนตวล,สัตตะโสม, ช่องตาเฒ่า, ภูมะเขือ, พลาญยาว, ช่องสะงำ, ช่องจอม, ปราสาทตาเมือนธม ช่องสายตะกู และพื้นที่รอบปราสาทตาควาย 3. รวมสามารถยึดพื้นที่ได้เพิ่มเติมจำนวน 3 พื้นที่ ได้แก่ บริเวณช่องอานม้า (0.01 ตร.กม.) ภูมะเขือ (1.11 ตร.กม.) และพลาญยาว (1.77 ตร.กม.) รวมจำนวน 2.89 ตร.กม. 4. มีกำลังพลเสียชีวิต 15 นาย บาดเจ็บ 196 นาย, ประชาชนเสียชีวิต 17 คน บาดเจ็บ 38 คน 5. มีการจัดตั้งศูนย์อพยพ จำนวน 7 จังหวัด รวม 331 ศูนย์ และมีประชาชนได้รับผลกระทบทั้งสิ้นจำนวน 142,114 คน * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * กองทัพบก * แผนจักรพงษ์ภูวนารถ
dlvr.it
September 28, 2025 at 1:29 AM
📢 ประกาศเกี่ยวกับการปรับรายละเอียด Membership

เริ่มปรับตั้งแต่ 15 มกราคม 2026
รายละเอียดของแต่ละช่องอาจจะมีการแตกต่างกันบ้าง ยังไงผมรบกวนรายละเอียดก่อนสมัคร Membership นะครับ
ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนมากๆ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีนะครับ✨

#VtuberTH #Vtuber #EuphoraProject
January 4, 2026 at 1:26 PM
Thai & Cambodian Civil society groups have drafted open letter on the border clash, the escalation of tensions & rising nationalist rhetoric

"National borders are artificial lines recently drawn but the lives of people are real, living flesh and blood"
#NoWarThaiCambodia #สันติสู่ชายแดน #សន្តិភាពដល់ព្រំដែន
June 8, 2025 at 6:03 PM