#MOU43
สรุปนโยบาย "ชายแดนไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน" แต่ละพรรคการเมือง จาก WeVis
election69.wevis.info/promisedecon...

ไทยภักดี: สร้างรั้ว / ยกเลิก MOU43 44

ประชาชน: จัดการสแกมเมอร์ / One Border Command บริหารชายแดนด้วยหน่วยงานพลเรือน และกึ่งทหารกึ่งตำรวจ / "โลกล้อมกัมพูชา" กดดันภายนอกกับปราบอาชญากร ใช้JBC และมีกล่าวถึงICC +
ชายแดนไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน — Promise Deconstructed: ถอดโครงสร้างสัญญาพรรคการเมือง
ดูให้ชัดก่อนตัดสินใจ พรรคไหนจะทำอะไร เมื่อไหร่ และเพื่อใคร
election69.wevis.info
January 28, 2026 at 2:46 AM
The Foreign Ministry underscores that the 2000 Thailand-Cambodia MOU remains a vital framework for border demarcation, surveys, and dispute prevention, warning that its termination would mainly benefit #Cambodia and undermine #Thailand’s strategic interests.

#ไทยกัมพูชา #ชายแดนไทยกัมพูชา #MOU43
MFA underscores strategic benefits of 2000 Thailand-Cambodia border MOU, cautions against termination
The Ministry of Foreign Affairs (MFA) has highlighted the legal, diplomatic, and operational advantages of the 2000 Memorandum of Understanding (MOU43) between Thailand and Cambodia on land boundary survey and demarcation. MFA officials stressed that the agreement provides a structured framework for joint surveys, mapping, and mine clearance, supported by historical treaties and established bilateral mechanisms. They cautioned that revoking MOU43 would primarily benefit Cambodia and weaken Thailand’s ability to manage border issues through direct, consent-based cooperation rather than recourse to third-party adjudication, such as the International Court of Justice (ICJ).
www.thaienquirer.com
August 25, 2025 at 10:25 AM
#แม่ทัพภาค2 ย้ำ ‘กัมพูชา’ ต้องยึด MOU 43 หลังละเมิดขุดคูเลต 2 รอบ แจงทหารไทยเข้าเจรจาแต่โดนยิงสวน ลั่นปกป้องอธิปไตย หากไม่ถอนกำลังออกไป ทหารไทยไม่ถอย...
.
ติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/4754894/
.
#กัมพูชา #MOU43 #ช่องบก #ชายแดนไทยกัมพูชา
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
May 28, 2025 at 10:27 AM
ที่ประชุม สมช.เห็นชอบยกเลิก MOU44 ใช้กลไก UNCLOS แทน รอเสนอเข้า ครม. ชี้ยกเลิกฝ่ายเดียวได้
ที่ประชุม สมช.เห็นชอบยกเลิก MOU44 ใช้กลไก UNCLOS แทน รอเสนอเข้า ครม. ชี้ยกเลิกฝ่ายเดียวได้ ภาพปก: อนุทิน ชาญวีรกูล (ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก NBT - เอ็นบีที) XmasUser Thu, 2026-04-23 - 12:56 ที่ประชุม สมช. มีมติยกเลิก MOU 44 แล้ว และจะหันไปใช้กลไกระงับข้อพิพาทภายใต้ UNCLOS ที่ทั้ง ไทย-กัมพูชา เป็นรัฐภาคี เผยยกเลิกฝ่ายเดียวได้ และจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ส่วน MOU43 ยังไม่มีการทบทวนเพิ่มเติม    23 เม.ย. 2569 เว็บไซต์ มติชน ออนไลน์ และเพจเฟซบุ๊ก The Reporters รายงานวันนี้ (23 เม.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการบริหารจัดการพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ และการตั้งคณะกรรมการพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อทดแทนคณะเดิมที่หมดวาระไปตามรัฐบาลชุดก่อน โดยจะแต่งตั้ง ฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ เป็นธานคณะกรรมการฯ ชุดใหม่นี้  นายกฯ ได้กล่าวอีกว่า กระทรวงการต่างประเทศจะทำเรื่องยกเลิกบันทึกกรอบความตกลงร่วมกันระหว่างไทย - กัมพูชา ว่าด้วยอ้างการอ้างสิทธิไหล่ทวีปทับซ้อนกัน หรือ MOU44 เสนอต่อที่ประชุม สมช. และจะมีการนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะต้องใช้ระยะเวลาอีกนานเท่าไร แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร็วที่สุด  อนุทิน ระบุว่า ตั้งแต่รัฐบาลเข้ามาทำหน้าที่ประมาณ 2 สัปดาห์ ก็นำเสนอเรื่อง MOU44 ให้ สมช.รับทราบแล้ว โดยจะหันไปใช้อนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS แทน ยืนยันว่า ยกเลิกเฉพาะ MOU44 โดยใช้อำนาจของ ครม.ยกเลิกได้ โดยไม่ต้องแจ้งคู่กรณี ส่วน MOU43 ไม่มีการพูดถึง ทุกอย่างยังเป็นไปตามเดิม  วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ร.อ.ธาดาวุธ ทัดพิทักษ์กุล เสนาธิการทหารเรือ ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า ที่ประชุมได้มีการพูดคุยถึงการยกเลิกเอ็มโอยู 44 เนื่องจากว่าเอ็มโอยู 44 ได้ใช้มานานแล้วและไม่มีความคืบหน้า และขณะนี้ทางกัมพูชาได้เข้ามาเป็นสมาชิก UNCLOS เมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสามารถที่จะพูดคุยกันได้ในวงสมาชิกเพื่อประโยชน์ของไทย  เมื่อถามถึงขั้นตอนในการยกเลิกเอ็มโอยูสี่จะดำเนินการอย่างไรต่อไป พล.ร.อ.ธาดาวุธ กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปจะเป็นส่วนของทางรัฐบาลที่จะดำเนินการต่อไป ส่วนกองทัพเรือเป็นผู้ปฏิบัติ โดยหลักปฏิบัติของกองทัพเรือในการรักษาอธิปไตยทางทะเลของประเทศ ถ้ารัฐบาลโดยกระทรวงการต่างประเทศ มีความชัดเจนแล้ว กองทัพเรือก็มีความพร้อมในการปฎิบัติทันทีตามนโยบายของรัฐบาล  ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกัมพูชามีการคัดค้าน จะดำเนินการอย่างไร พล.ร.อ.ธาดาวุธ กล่าวว่า ต้องไปพูดคุยกันในเวทีระหว่างประเทศ  สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจเรื่อง UNCLOS สามารถอ่านได้จากรายงานขนาดยาว 2 ชิ้นด้านล่าง * ควรยกเลิก MOU44 หรือไม่ เมื่อการระงับข้อพิพาททางทะเลภายใต้ UNCLOS ไม่อาจคาดผลได้ 100% * รู้จัก MOU 44 แบบง่าย-ครอบคลุม กางเหตุผล ยกเลิก vs ไม่ยกเลิก   * ข่าว * การเมือง * ต่างประเทศ * อนุทิน ชาญวีรกูล * MOU44 * เขตแดนทางทะเล * MOU43 * สมช. * สภาความมั่นคงแห่งชาติ * กองทัพเรือ * UNCLOS * อนุสัญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล
dlvr.it
April 23, 2026 at 6:14 AM
ยืนยันไม่มีการลงนามยอมให้ทหารกัมพูชาอยู่บนปราสาทตาเมือนธม
ยืนยันไม่มีการลงนามยอมให้ทหารกัมพูชาอยู่บนปราสาทตาเมือนธม auser15 Tue, 2025-06-24 - 20:12 'ภูมิธรรม' ยืนยันไม่มีการลงนามยอมให้ทหารกัมพูชาอยู่บนปราสาทตาเมือนธม ย้ำใช้ข้อตกลง MOU43 ปรับกำลังพื้นที่ขัดแย้งช่องบก - กองกำลังบูรพา อนุโลมให้คนไทยและกัมพูชา รวมถึงรถบรรทุก รถเปล่า เดินทางกลับภูมิลำเนาได้ตั้งแต่ 17.00 - 20.00 น. - 'วิโรจน์' แนะมาตรการชายแดนไทย-กัมพูชา ควรพิจารณารอบด้าน เน้นมาตรการทางเศรษฐกิจ กดดันกลุ่มทุนเชื่อมโยงผู้นำกัมพูชา ควบคู่มาตรการเยียวยาประชาชน 24 มิถุนายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณีที่ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร นักวิชาการ ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า จริงหรือไม่ที่การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 นายภูมิธรรม ไปลงนามยินยอมให้ทหารกัมพูชามาประจำการที่ปราสาทตาเมือนธม ว่า การที่กัมพูชาอ้างสิทธิ์ในปราสาทตาเมือนธม ถือเป็นพื้นที่ความขัดแย้งเดิมอยู่แล้ว และการที่กัมพูชานำเรื่องนี้ไปขึ้นศาลโลก เป็นเรื่องที่ถูกดำเนินการไว้อยู่แล้ว การที่มีนักท่องเที่ยวกัมพูชาสามารถขึ้นมากราบไหว้และเดินทางกลับไปได้ แต่เมื่อขึ้นมาแล้ว การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ และแสดงความเป็นเจ้าของ ไทยก็ดำเนินการประท้วงและไม่อนุญาตให้เข้ามา ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการประท้วงด้วยลายลักษณ์อักษรทั้งหมด ทั้งกองทัพ และกระทรวงการต่างประเทศ ได้รวบรวมเรื่องนี้ไว้หมดแล้ว ซึ่งเกิดการประท้วงนับ 600 ครั้ง พร้อมยืนยันว่า มีเอกสารและหลักฐานทั้งหมด และ ข้อตกลง MOU43 ตามหลักการจะมีการลาดตระเวนทั้งสองฝ่าย และต้องช่วยกันดู ส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการตามกรอบที่ดำเนินการก่อนหน้านี้ แต่สิ่งไหนที่ล่วงละเมิดไทยก็ไม่ยอม ดังนั้น การที่นายสมชัย จะออกมาพูดอะไรต้องอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง ยืนยัน ไม่ได้มีการเซ็นยินยอมอะไร ทั้งหมดเป็นไปตามเป็นไปตามกรอบ MOU43 ที่ดำเนินการให้อยู่แล้ว พร้อมย้ำว่า ไทยดำเนินการด้วยสันติวิธี และดำเนินการผ่านกลไกทวิภาคีเป็นหลัก เพื่อให้เกิดการพูดคุยในทุกระดับ และการพูดคุยในระดับคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ไทย - กัมพูชา ไม่เคยล้มเหลว ส่วนการประชุมชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC จะพูดคุยระดับแม่ทัพ ซึ่งเท่าที่ทราบกองทัพกำลังพูดคุยกันเพื่อเข้าสู่เวที RBC เส้นทางกัมพูชาต้องรอการอนุมัติจากสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ดังนั้น ไทยก็รอให้เกิดการเจรจาให้เกิดขึ้น ถือว่าไทยได้ดำเนินการตามขั้นตอนและยื่นหนังสือไว้เป็นหลักฐาน ทุกอย่างจึงดำเนินการตามกลไกของ JBC และข้อตกลง MOU43 ในขณะที่ช่วงนั้นตนเองอยู่ไหนก็ไม่ทราบ ส่วนข้อเสนอการเปิดด่านของกัมพูชา ที่ระบุว่า ให้ไทยเปิดด่านก่อน แล้วกัมพูชาจะตามหลังเปิดตามหลังภายใน 5 ชั่วโมงนั้น นายภูมิธรรม กล่าวว่า ความจริงเรื่องนี้ต้องการลดการเผชิญหน้าตลอดแนว โดยอยากให้มีการปรับกำลังทั้งหมด และไทยก็ต้องการเปิดด่านทั้งหมดไปพร้อมกัน จึงได้พูดคุยกันในหลายส่วน แต่ทางกัมพูชาก็ต้องขึ้นอยู่กับสมเด็จฮุนเซน เพียงคนเดียว ซึ่งได้เสนอเงื่อนไขนี้จริง ซึ่งรัฐบาลมองว่าเป็นไปไม่ได้ จึงได้พูดคุยกับเหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมย้ำว่า ต้องเปิดพร้อมกัน แต่ขอให้ปรับกำลังพร้อมกันก่อน ซึ่งเป็นข้อเสนอของประเทศไทย จากนั้นการประชุมระหว่าง นายกรัฐมนตรี กับเหล่าทัพจึงเกิดขึ้น และได้หารือกัน โดยหลังจากนั้นการดำเนินการก็เป็นไปตามปกติ พร้อมกันนี้ส่วนตัวอยากให้ข้อมูลอยู่บนข้อเท็จจริง เพราะนี่เป็นเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศ และมีนานาชาติติดตามสถานการณ์นี้อยู่ โดยที่ไทยเป็นประเทศใหญ่กว่า ต้องระมัดระวังว่า เมื่อเป็นประเทศที่ใหญ่กว่าไปรุกรานใคร ดังนั้น จึงเป็นการยื่นข้อเสนอเหมือนเดิม ว่า ให้ปรับกำลัง โดยเฉพาะจุดที่เกิดปัญหาบริเวณช่องบก ที่มีการปรับกำลังไปแล้ว แต่ไทยก็ต้องการให้ปรับกำลังและและปลดอาวุธหนักทั้งหมด รวมถึงถอยกลับไปจุดเดิม พร้อมย้ำว่า การจะเปิดด่านต้องเปิดพร้อมกันทั้งสองประเทศ และในขณะนี้ปัญหาตามแนวชายแดนที่มีมาตรการ Seal Stop Safe แก้ปัญหาสแกมเมอร์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา ก็มีทีมไทยแลนด์ดูแลอยู่ ที่ยืนยันว่าจะรักษาสันติภาพ และอย่าใช้ความรุนแรง ขณะเดียวกัน ขอให้เกิดการเจรจา RBC และย้ำว่าการเปิด - ปิด ด่าน ตามแนวชายแดน ก็ขึ้นอยู่กับการพูด RBC ไม่ใช่แค่รัฐบาลต้องพูดคุยกับสมเด็จฮุนเซน เพียงคนเดียว กองกำลังบูรพา อนุโลมให้คนไทยและกัมพูชา รวมถึงรถบรรทุก รถเปล่า เดินทางกลับภูมิลำเนาได้ตั้งแต่ 17.00 - 20.00 น. กองกำลังบูรพา ออกประกาศเรื่องการอนุโลมเปิดผ่านแดนเพื่อรับประชาชนชาวไทยและชาวกัมพูชา ที่มีความประสงค์เดินทางกลับภูมิลำเนาเท่านั้น สามารถเดินทางผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และจุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน ได้ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 20.00 น. ส่วนจุดผ่อนปรนการค้าบ้านตาพระยา และจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ สามารถเดินทางได้ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 18.00 น. สำหรับรถบรรทุก เฉพาะรถเปล่า และหรือพร้อมพ่วงเปล่า ที่ติดค้างอยู่ฝั่งประเทศกัมพูชา สามารถเดินทางกลับประเทศไทย บริเวณจุดผ่านแดนถาวรสะพานพานมิตรภาพ ไทย - กัมพูชาบ้านหนองเอี่ยน - สะตึงบท ไม่เกิน 30 คัน และจุดผ่านแดนเขาดินไม่เกิน30 คัน ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ถึง 20.00 น. ทั้งนี้ มาตรการอนุโลมดังกล่าว มีผลเฉพาะในวันนี้เท่านั้น 'วิโรจน์' แนะมาตรการชายแดนไทย-กัมพูชา ควรพิจารณารอบด้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มีคำสั่งยกระดับมาตรการบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยชี้ว่า มาตรการต่อสถานการณ์ดังกล่าวต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติทางการทูต เศรษฐกิจ และทหาร ทั้งนี้ เห็นว่ามาตรการทางทหารไม่ควรเกิดขึ้น และควรมุ่งใช้มาตรการทางเศรษฐกิจ แต่ควรดำเนินควบคู่กับมาตรการเยียวยาผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ชายแดน นายวิโรจน์ เน้นย้ำว่า การกดดันทางเศรษฐกิจจะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อฝ่ายตรงข้ามได้รับผลกระทบมากกว่า มิเช่นนั้นอาจย้อนกลับมาทำให้ฝ่ายไทยเสียหายมากกว่า พร้อมเสนอให้รัฐบาลดำเนินการกับกลุ่มทุนที่เชื่อมโยงกับตระกูลผู้นำกัมพูชา อาทิ LYP Group และ มง ลิด ที ซึ่งมีธุรกิจคาสิโนและอุตสาหกรรมเกษตรที่เชื่อมโยงกับกลุ่มทุนในไทย ซึ่งเป็นแนวทางที่กระทบประชาชนน้อยและสร้างแรงกดดันได้ตรงจุด นายวิโรจน์ ยังเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเร่งออกมาตรการเยียวยาอย่างเป็นรูปธรรม อาทิ การพักชำระหนี้และสินเชื่อปลอดดอกเบี้ย พร้อมทั้งเสนอให้ทบทวนมาตรการตัดไฟฟ้า น้ำมัน และอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการในพื้นที่ชายแดน แม้มีเจตนาต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ แต่ทุกมาตรการต้องตั้งอยู่บนหลักประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนใด ที่มาเรียบเรียงจาก NBT Connext [1] [2] [3]    * ข่าว * การเมือง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * ข้อพิพาทชายแดน * กัมพูชา * ปราสาทตาเมือนธม
dlvr.it
June 24, 2025 at 1:16 PM
กมธ.พิจารณายกเลิก MOU 43-44 ลงพื้นที่รับฟังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว
กมธ.พิจารณายกเลิก MOU 43-44 ลงพื้นที่รับฟังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว auser15 Sun, 2025-11-23 - 11:17 กมธ.วิสามัญฯ พิจารณายกเลิก MOU43-44 ลงพื้นที่รับฟังสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว พบการรุกล้ำหลายจุดในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว-บ้านหนองจาน ชี้ชัดกัมพูชาละเมิด MOU 43 สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2568 ว่า  ผู้ช่วยศาสตราจารย์นพดล อินนา ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาข้อดีข้อเสียการยกเลิก MOU 2543 และ MOU 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา วุฒิสภา พร้อมคณะ ลงพื้นที่อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว เพื่อรับฟังสถานการณ์ปัญหา อุปสรรคในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา และแลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยมีผู้แทนจากกองกำลังบูรพา นายอำเภอโคกสูง นายอำเภออรัญประเทศ นายอำเภอตาพระยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เข้าร่วมประชุมชี้แจงสถานการณ์และสรุปข้อมูล MOU 2543 ซึ่งเป็นกรณีข้อพิพาทและรุกล้ำอธิปไตยจากฝ่ายกัมพูชาตามหลักเขตแดนที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ โดยเฉพาะพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และพื้นที่บ้านหนองจาน จากนั้น คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจภูมิประเทศ โดยพบแนวเส้นแบ่งเขตแดน ได้แก่ หลักเขตแดนที่ 41 ณ บ้านทัพสยาม อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว และตรวจสอบภูมิประเทศและรับทราบสถานการณ์บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง รวมทั้งจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา อำเภออรัญประเทศ โดยได้รับทราบข้อมูลและข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่ากัมพูชาได้ละเมิด MOU 2543 และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว รวมถึงแนวทางในการดำเนินการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการละเมิด MOU 2543 จากการลงพื้นที่ครั้งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเนื่องจากใน MOU 2543 มีสาระสำคัญในข้อ 5 ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐกับเจ้าหน้าที่ของรัฐงดเว้นการดำเนินการใด ๆ ที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมของพื้นที่ชายแดน แต่ที่ผ่านมาโดยเฉพาะบริเวณบ้านหนองจาน และบ้านหนองหญ้าแก้ว ถูกรุกล้ำและบุกรุกเข้ามาในเขตประเทศไทย ซึ่งเป็นการละเมิด MOU 2543 ข้อ 5 อย่างชัดเจน นอกจากนี้ พบว่าเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายความมั่นคงได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและรักษาอธิปไตยของชาติ ทั้งนี้ คณะกรรมธิการวิสามัญฯ จะรวบรวบข้อมูลจากการลงพื้นที่ไปประกอบการจัดทำรายงานเสนอวุฒิสภาและฝ่ายบริหารต่อไป * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * MOU 2543 * MOU 2544
dlvr.it
November 23, 2025 at 4:21 AM
รัฐบาล 'อนุทิน' หารือ กกต. แนวทางจัดเลือกตั้งพร้อมประชามติร่าง รธน.ใหม่-MOU43-44
รัฐบาล 'อนุทิน' หารือ กกต. แนวทางจัดเลือกตั้งพร้อมประชามติร่าง รธน.ใหม่-MOU43-44 ภาพปก: ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก ไทยคู่ฟ้า  XmasUser Fri, 2025-10-24 - 14:34 รัฐบาลอนุทิน เข้าหารือกับ กกต. ถึงแนวทางโดยคร่าว เรื่องการจัดเลือกตั้ง พร้อมทำประชามติร่าง รธน.ฉบับใหม่ และยกเลิก MOU 43-44 เบื้องต้นมีการพูดถึงจำนวนบัตรเลือกตั้งกรณีทำประชามติ จะมีด้วยกัน 4 ใบ อาจใช้งบฯ อยู่ที่ 9 พันล้าน ส่วนเรื่องทำประชามติยกเลิก MOU43-44 รัฐบาลจะตั้งคณะทำงานเพื่อหารือกับ กกต.ต่อไป แต่ยันยังเดินหน้าเพราะแถลงต่อรัฐสภาไว้แล้ว   24 ต.ค. 2568 ผู้สื่อข่าว The Reporters ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (24 ต.ค.) ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. และอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังประชุมหารือร่วมกันเรื่องการจัดทำประชามติ พร้อมเลือกตั้งทั่วไป อิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบุว่า วันนี้เป็นการหารือเบื้องต้นว่า จะจัดเลือกตั้ง และประชามติพร้อมกัน จะต้องมีการเตรียมการอย่างไร ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง ซึ่งเป็นการคุยประเด็นกว้างๆ และยังไม่มีการลงรายละเอียดอะไร อิทธิพร กล่าวต่อว่า เรื่องจำนวนบัตร เบื้องต้น จะต้องมีบัตรเลือกตั้งอย่างน้อย 2 ใบ คือเลือกตั้งแบบเขต และแบบบัญชีรายชื่อ ส่วนถ้ามีการทำประชามติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และยกเลิกบันทึกข้อตกลงร่วม หรือ MOU 43-44 จะมีทั้งหมด รวม 4 ใบ “ถ้ามี 4 ใบก็จะต้องมีวิธีการบริหารจัดการให้มั่นใจที่สุด ว่าผู้มีสิทธิออกเสียงและก็เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่หน่วยจะไม่มีความสับสน การบริหารจัดการที่จะต้องลงรายละเอียด และจะทำให้ดีที่สุดต่อไป” อิทธิพร กล่าว ต่อประเด็นที่สื่อสอบถามว่าตอนนี้มี พ.ร.บ.ประชามติ ฉบับใหม่ลงมาแล้ว ดังนั้น ทาง กกต.มีความเห็นเรื่องนี้อย่างไร อิทธิพร กล่าวว่า พ.ร.บ.ประชามติฉบับเดิมหรือใหม่ ทาง กกต.ก็พร้อมที่จะปฏิบัติตาม มีผลใช้บังคับเมื่อวันพุธที่ผ่านมา และเราพร้อมจะปฏิบัติไปตามนั้น ส่วนเรื่องวิธีการนับคะแนนจะเป็นอย่างไรนั้น อิทธิพร กล่าวว่า ส่วนเรื่องการนับคะแนนยังไม่ได้ลงในรายละเอียดว่าจะนับคะแนนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อน หรือนับคะแนนการลงประชามติก่อน ก็ยังไม่ลงไปคุยในรายละเอียด แต่เป็นประเด็นที่ต้องคุยกัน ส่วนเรื่องงบประมาณที่ต้องใช้ อิทธิพร ระบุเบื้องต้นว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 9,000 กว่าล้านบาท แต่ถ้าแยกเลือกตั้ง และประชามติ ออกจากกันโดยคำนึงถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 53 ล้านคน และผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร คาดว่าจะต้องใช้งบฯ 10,000 ล้านบาทนิดๆ แต่เบื้องต้นยังไม่ได้ลงในรายละเอียด นอกจากนี้ อิทธิพร ได้ตอบคำถามสื่อว่า พ.ร.บ.ประชามติฉบับใหม่อนุญาตให้มีการออกเสียงประชามติ นอกราชอาณาจักรได้เป็นครั้งแรก เพราะฉะนั้น จะต้องมีการออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักรด้วย ต่อประเด็นที่ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลยืนยันจะทำประชามติยกเลิก MOU43-44 จริงหรือไม่ เนื่องจากมีเสียงคัดค้านจากทางนักวิชาการ โดยอนุทิน นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตอบในประเด็นนี้ว่า เรื่องนี้อยู่ในเรื่องที่แถลงนโยบายต่อรัฐสภาอยู่แล้ว นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าว The Reporters รายงานด้วยว่า เรื่องการจัดทำประชามติ ยกเลิก MOU 43-44 ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีหรือไม่ แต่ว่ารัฐบาลจะมีการตั้งคณะทำงานนำโดยบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย และภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ มาหารือกับ กกต.ต่อไป  * ข่าว * การเมือง * อิทธิพร บุญประคอง * สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง * กกต. * อนุทิน ชาญวีรกูล * บวรศักดิ์ อุวรรณโณ * ภราดร ปริศนานันทกุล * MOU 43-44 * เลือกตั้งปี 2569
dlvr.it
October 24, 2025 at 7:48 AM
''ณัฐพงษ์' ถาม 'สีหศักดิ์' ตอบ' เห็นด้วยหรือไม่ยกเลิก MOU43-44
''ณัฐพงษ์' ถาม 'สีหศักดิ์' ตอบ' เห็นด้วยหรือไม่ยกเลิก MOU43-44 ภาพปก: สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว (ซ้าย) และ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ขวา) XmasUser Thu, 2025-10-09 - 15:02 'ณัฐพงษ์' หัวหน้พรรคประชาชน ถามกระทู้ รมว.ต่างประเทศ กรณีประชามติ MOU 43-44 เต็มไปด้วยข้อมูลอ่อนไหวต่อความมั่นคงของชาติ รัฐบาลมั่นใจแค่ไหนที่จะเปิดเผยข้อมูล ให้ประชาชนมีข้อมูลตัดสินใจอย่างละเอียด ด้าน ‘สีหศักดิ์’ ยังคลุมเครือ มองยกเลิก MOU43-44 อย่างไร แต่เผยเพียงว่าต้องมีการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ คาดสัปดาห์หน้า ‘บวรศักดิ์’ มีประชุมหารือเพิ่มเติม เรื่องแนวทางทำประชามติ   9 ต.ค. 2568 ทีมสื่อพรรคประชาชน รายงานวันนี้ (9 ต.ค.) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้ถามกระทู้สดด้วยวาจาต่อ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถึงแนวคิดของรัฐบาลในการจัดทำประชามติยกเลิก MOU 43-44 ระหว่างไทย-กัมพูชา พร้อมกับการเลือกตั้ง และการทำประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในอีก 4 เดือนข้างหน้า ณัฐพงษ์ ระบุว่า จากการแถลงนโยบายของรัฐบาลเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2568 บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี พูดอย่างชัดเจนในสภาผู้แทนราษฎรว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีบัตรทั้งหมด 4 ใบ คือบัตรเลือก สส.เขต, เลือก สส.บัญชีรายชื่อ, การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการสอบถามประชาชนเรื่องการยกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับ อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจของนิด้าโพลที่ผ่านมา พบว่าผู้ตอบแบบสำรวจราว 69% ยังมีความไม่ค่อยเข้าใจหรือไม่เข้าใจเลยในเนื้อหาหาและรายละเอียดของ MOU 43-44 ขณะเดียวกัน ราว 60% ก็ตอบแบบสำรวจว่ายังอยากจะให้มีการจัดทำประชามติสอบถามความคิดเห็นประชาชนในเรื่องนี้อยู่ว่าจะยกเลิกหรือไม่อย่างไร แม้การจัดทำประชามติจะเป็นกลไกที่สำคัญในระบอบประชาธิปไตย ที่จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใช้อำนาจทางตรงในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของประเทศ แต่การจัดทำประชามติจะสะท้อนเจตจำนงของประชาชนได้ สิ่งที่สำคัญเป็นอย่างยิ่งก็คือกระบวนการที่จะต้องมีการรณรงค์อย่างเปิดกว้าง ให้ข้อมูลอย่างรอบด้าน ให้ประชาชนเข้าใจอย่างถี่ถ้วนก่อนการออกเสียงในคูหา ทำให้ประชาชนเห็นข้อมูลอย่างชัดเจนว่าหากยกเลิก MOU แต่ละฉบับจะส่งผลอย่างไรต่อการจัดการข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชา และไทยจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบอย่างไรจากการยกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับ ณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ในมุมมองของพวกเขาแล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะรณรงค์เรื่องนี้ให้ประชาชนรับทราบข้อมูล ทั้งข้อได้เปรียบ และข้อเสียเปรียบ โดยไม่ทำให้ฝ่ายกัมพูชาล่วงรู้ได้ MOU ทั้ง 2 ฉบับมีสาระสำคัญในเรื่องการปักปันเขตแดนทางบก และการบริหารผลประโยชน์พื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ข้อมูลจำนวนมากบ่งชี้อย่างชัดเจนว่าประเทศไทยจะได้เปรียบและเสียเปรียบในประเด็นใดบ้าง ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรยังต้องประชุมลับกันในช่วงที่ผ่านมาเพื่อไม่ให้ฝ่ายกัมพูชาล่วงรู้ ตาม พ.ร.บ.ประชามติ มีบทบัญญัติไว้ว่าการออกเสียงประชามติต้องไม่เป็นการชี้นำ รัฐบาลและ กกต.จะต้องให้รายละเอียดอย่างรอบด้าน ซึ่งหมายถึงข้อได้เปรียบและข้อเสียเปรียบของไทยที่มีต่อกัมพูชา รัฐบาลและ กกต.จะต้องจัดให้มีการแสดงความคิดเห็นผ่านสถานีวิทยุและโทรทัศน์ และเวทีสาธารณะอย่างทั่วถึง ภายใต้รายละเอียดจำนวนมากที่ประชาชนจำเป็นจะต้องใช้ในการประกอบการตัดสินใจ คำถามคือรัฐบาลมีแผนในการดำเนินการจัดทำประชามติอย่างไรเพื่อไม่ให้การออกเสียงประชามติยกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับนี้ขัดต่อ พ.ร.บ.ประชามติ ที่กำหนดไว้อย่างชัดเจนเช่นนี้ ณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า พ.ร.บ.ประชามติ ยังมีบทบัญญัติเพิ่มเติมว่า รัฐบาลและ กกต.จะต้องให้ข้อมูลในส่วนของมาตรการป้องกัน แก้ไข และเยียวยาความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นหากมีการดำเนินการตามผลประชามติ ก็คือถ้าจะต้องมีการยกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับจริง รัฐบาลจะต้องให้ข้อมูลแก่ประชาชนก่อนวันออกเสียงประชามติ ว่าหากมีการยกเลิกจริงจะมีมาตรการในการป้องกันเยียวยาความเสียหายอย่างไร เช่นในเรื่องของการปักปันเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชา วันนี้รัฐบาลมีมาตรการหรือกลไกอื่นใดที่ดีกว่า MOU 43 ในการปักปันเขตแดงทางบกระหว่างไทย-กัมพูชาหรือไม่ ส่วนกรณี MOU 44 รัฐบาลมีวิธีการหรือมาตรการอย่างไรในการป้องกันไม่ให้เอกชนที่ได้ลงนามสัญญาสัมปทานขุดเจาะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทย-กัมพูชา ไม่ให้เอาเรื่องไปฟ้องอนุญาโตตุลาการเรียกค่าเสียหายกับรัฐบาลไทย ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในทางปฏิบัติการรณรงค์ในเรื่องนี้ผ่านเวทีสาธารณะและให้ข้อมูลรอบด้านจริงโดยไม่ให้ฝ่ายกัมพูชาล่วงรู้ในรายละเอียดนั้นยากมาก และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เขาจึงอยากถามว่าหากรัฐบาลยังจะดึงดันเดินหน้าจัดทำประชามติโดยกระบวนการแบบนี้ที่อาจสุ่มเสี่ยงขัดต่อกฎหมายต่อหรือไม่ และหากจะมีผู้ร้องไปร้องว่ากระบวนการจะทำประชามติแบบนี้ให้ข้อมูลไม่รอบด้าน ไม่ได้ให้คำชี้แจงในเรื่องมาตรการป้องกันเยียวยาความเสียหายตามกฏหมาย และทำให้การจัดทำประชามติเป็นโมฆะหรือสิ้นผลไป รัฐบาลจะยังเดินหน้าต่อจริงหรือ หรือกลไกอื่น เช่น การใช้กลไกในสภา กรรมาธิการวิสามัญ จะเป็นทางออกที่ดีกว่าการออกเสียงประชามติหรือไม่ รัฐบาลได้พิจารณาการใช้กลไกแบบนี้ในการศึกษาอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะส่งผลสรุปการศึกษาให้ฝ่ายบริหารใช้อำนาจในการตัดสินใจหรือไม่ ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตอบคำถามโดยระบุว่า เรื่องของ MOU มีความสำคัญในแง่อธิปไตยและเขตแดน ประชาชนควรที่จะได้มีส่วนในการแสดงความเห็น นี่คือที่มาของแนวคิดการทำประชามติ แต่วิธีการจะทำอย่างไรนั้นก็ต้องเป็นไปด้วยความรอบคอบ จึงต้องฟังเสียงของสังคม ในสภาก็มีกระบวนการตั้งกรรมาธิการเพื่อให้รอบคอบ จึงเป็นสิ่งที่ดีที่ขณะนี้มีการอภิปรายในเรื่องนี้ยังจริงจัง การให้ข้อมูลข่าวสารที่จะนำมาเปิดเผยสู่สาธารณชน รวมถึงการเยียวยาโดยเฉพาะภาคเอกชน เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึง เป็นรายละเอียดที่ต้องพิจารณากันให้ดี โดยในสัปดาห์หน้า บวรศักดิ์ รองนายกรัฐมนตรี จะมีการประชุมเพื่อศึกษาว่าขั้นตอน รูปแบบ และวิธีการดำเนินการประชามติจะทำอย่างไร เมื่อมีความชัดเจนหลักการประชุมกันแล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร ตนจะมานำเรียนชี้แจงที่รัฐสภาอีกครั้งหนึ่ง 'สีหศักดิ์' คลุมเครือ เห็นด้วยยกเลิก MOU ดีหรือไม่ ทางด้านณัฐพงษ์ ได้ถามกระทู้ต่อ โดยระบุว่าในฐานะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเคยเป็นข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศมาโดยตลอด เขาอยากทราบความเห็นในฐานะที่เป็นนักการทูตและเป็นตัวแทนของรัฐบาลว่า เขาเห็นด้วยว่ารัฐบาลควรจะต้องยกเลิก MOU 43 และ 44 หรือไม่ สีหศักดิ์ ระบุว่า MOU เป็นผลประโยชน์ที่สำคัญมากของประเทศ เขตแดน และอธิปไตย เพราะฉะนั้น การเข้าสู่กระบวนการประชามติจะพิจารณายกเลิกหรือไม่ เขาคิดว่าต้องทำด้วยความรอบคอบ ต้องมีความชัดเจนว่าถ้าไม่มี MOU แล้วจะมีอะไรเป็นทางเลือกบ้าง เพื่อไม่ให้ผลประโยชน์ของประเทศได้รับผลกระทบ ไม่ใช่อยู่ดีๆ อยากมีประชามติแล้วไปสู่การทำประชามติ โดยไม่มีการเตรียมการ และไม่มีแผนรองรับ กระทรวงการต่างประเทศเห็นความสำคัญของการมีแผนรองรับว่า ถ้าไม่มี MOU แล้วอะไรคือทางเลือกของไทยที่จะปกป้องรักษาผลประโยชน์ของไทยไว้ได้ ส่วนเรื่องการเยียวยามีรายละเอียดมากมาย แต่อะไรที่เป็นสิทธิอันชอบธรรมและถูกกระทบจากการยกเลิก MOU ก็ต้องมีการให้การเยียวยากับผู้ที่ได้รับผลกระทบแน่นอน จากนั้น ณัฐพงษ์ ถามกระทู้ต่อในรอบสุดท้ายว่า การที่รัฐมนตรีตอบคำถามเขาไม่ได้เช่นนี้ เชื่อว่าเป็นเพราะรัฐมนตรีมีข้อจำกัด สิ่งที่ทุกคนต้องการคือผลประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยแน่นอน แต่สิ่งที่เราไม่ต้องการคือการใช้ประเด็นนี้มาเรียกกระแส และอาจทำให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดจนไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้อีก หากกัมพูชาล่วงรู้ข้อได้เปรียบเสียเปรียบของไทยทั้งหมด แล้วสุดท้ายกัมพูชาเอาเรื่องนี้ขึ้นสู่ศาลโลกได้ รัฐมนตรีย่อมรู้ว่าอะไรคือทางออกที่ถูกต้อง เพียงแต่ในวันนี้ท่านอยู่ในคณะรัฐมนตรีจึงทำให้มีอุปสรรคบางอย่างที่ตอบไม่ได้ตรงๆ แต่สิ่งที่ตนคาดหวังคือในขณะที่ประชาชนคนไทยคาดหวังระบบการเมืองที่ดี ที่บุคคลที่ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ ไม่ได้มาจากการเจรจาต่อรองโควตาตำแหน่งทางการเมืองเพียงอย่างเดียว ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนอยากได้ยินรัฐมนตรีตอบคือคำยืนยันในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งคำพูดย่อมมีน้ำหนักแน่นอนในการให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี ขอให้ยืนยืนยันออกมาได้หรือไม่ว่าท่านเห็นด้วยจริงหรือที่จะต้องมีการยกเลิก MOU ทั้ง 2 ฉบับ การทำประชามติเป็นกระบวนการที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ หรือหากไม่เห็นด้วยหรือหากไม่สามารถตอบออกมาได้อย่างชัดเจน เขาขอคำยืนยันได้หรือไม่ว่ารัฐมนตรีจะเข้าไปนำเสนอข้อคิดเห็นเพื่อเบรกฝ่ายการเมือง ที่เอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นทางการเมือง เพื่อใช้กระแสชาตินิยมหวังผลประโยชน์ทางการเมืองหรือไม่ สีหศักดิ์ ตอบคำถามว่า เขาขอยืนยันว่าเรื่องการต่างประเทศเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของชาติ ต้องไม่นำมาเป็นประเด็นทางการเมือง และต้องมีการอภิปรายอย่างจริงจัง ไม่ว่าเขาจะตอบอะไรต้องตอบด้วยความมั่นใจ จึงอยากให้มีการพูดคุยในรายละเอียดโดยคำนึงถึงประเด็นต่างๆ ให้ชัดเจนว่าจะเดินหน้ากันอย่างไร ความเห็นส่วนตัวของเขาจะนำไปเสนอแน่นอนในการพิจารณาของรัฐบาล และขอยืนยันว่าเขามองเรื่องของผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ขณะเดียวกัน เรื่องของกระบวนการประชาธิปไตยที่รัฐบาลต้องมีความรับผิดชอบต่อสภาฯ ก็สำคัญ หากมีประเด็นอะไรเขาพร้อมที่จะมาชี้แจงต่อไปในอนาคต * ข่าว * การเมือง * ต่างประเทศ * MOU 43 * MOU 44 * กัมพูชา * ไทย * ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ * สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว * กระทรวงการต่างประเทศ * ประชามติยกเลิก MOU43-44
dlvr.it
October 9, 2025 at 9:18 AM
'คปท.-กองทัพธรรม' ยื่นร้องยกเลิก MOU 43-44 ค้านทำประชามติ
'คปท.-กองทัพธรรม' ยื่นร้องยกเลิก MOU 43-44 ค้านทำประชามติ auser15 Tue, 2025-10-07 - 12:28 เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และกองทัพธรรม ยื่นหนังสือถึงอนุทิน ให้ยกเลิก MOU43-44 และคัดค้านการทำประชามติ มองเป็นการผลักภาระให้ประชาชน พร้อมยื่น 8 ข้อเรียกร้อง 7 ตุลาคม 2568 สำนักข่าวไทย รายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. และกองทัพธรรม นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล ได้ร่วมกันชุมนุมบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐที่อยู่ด้านหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อยื่นหนังสือให้นายอุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกร้อง 9 ข้อที่เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องชายแดนไทยกัมพูชา โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดเตรียมกำลังพล เพื่อดูแลความเรียบร้อย รวมถึงมีการปิดการจราจรที่เชิงสะพานชมัยมรุเชฐ โดยข้อเรียกร้องประกอบด้วย เรื่อง MOU43-44 จุดยืนเราคือ ไม่เห็นด้วยกับการทำประชามติ และมองว่าการทำประชามติเป็นการผลักภาระให้กับประชาชน และเห็นว่าต้องยกเลิก MOU โดยรัฐบาล แต่ก็พร้อมให้เกิดเวทีในการถกเถียงกันอย่างจริงจัง เพราะนี่คือเรื่องของประเทศชาติ ไม่ใช่ฝ่ายไหนต้องชนะ แต่ต้องเป็นประเทศไทยชนะ ไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญในขณะนี้ คัดค้านโครงการแลนด์บริดจ์ที่จะซุกที่กว่า 3 แสนไร่ ให้นักลงทุนต่างชาติใช้ฟรี คัดค้านพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน คัดค้าน กาสิโน พนันออนไลน์ถาวร คัดค้านการให้ต่างชาติเช่าที่ 99 ปี ให้รัฐบาลดำเนินการทางวินัย ไล่ออกข้าราชการที่สนับสนุนช่วยเหลือ ทักษิณ ชินวัตร ในการป่วยทิพย์ รัฐบาลต้องมีความเด็ดขาด ในการจัดการกับการลุกล้ำอธิปไตยของไทยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะเส้นตายวันที่ 10 ตุลา ที่บ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว และรัฐบาลต้องทำลายอาคารกาสิโนที่รุกล้ำอธิปไตยของไทยใน จังหวัดสระแก้ว ไม่ควรเก็บไว้ให้เป็นเงื่อนไขของ กัมพูชาในอนาคต นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้แทนในการรับหนังสือ โดยนายภราดร กล่าวถึงข้อเรียกร้องของ คปท. ว่า ตนเป็นตัวแทนของนายกรัฐมนตรี 3-4 ประเด็นจะรับไว้ นำไปหารือกับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในประเด็น MOU 43 และ 44 เห็นด้วยในส่วนของการเปิดเวทีให้ประชาชนได้ออกมาร่วมแสดงความคิดเห็น และสิ่งสำคัญคือให้นักวิชาการทั้งฝ่ายสนับสนุนให้ยกเลิกกับฝ่ายไม่สนับสนุนให้ยกเลิก ได้พูดคุยด้วยเหตุและผล เพื่อให้ประชาชนได้เข้าใจ ถ้าหากจะเดินหน้าไปถึงการลงประชามติประชาชนก็จะได้เข้าใจ ส่วนพนันออนไลน์นั้น อยู่ในนโยบายของรัฐบาลอย่างชัดเจน ไม่เอากาสิโน ไม่เอาพนันออนไลน์ และเราไม่เอาแม้กระทั่งโป๊กเกอร์ ที่บางรัฐบาลได้อนุญาตเอาไว้ จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลนี้ สำหรับพื้นที่บ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า นายกรัฐมนตรี ให้แนวทางว่าจะไม่มีการย่อหย่อน จะดำเนินการโดยใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ตอนนี้ในพื้นที่มีการสนธิกำลังเพื่อเตรียมความพร้อมระหว่าง ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร หวังว่าวันที่ 10 ตุลาคม ผลของการดำเนินการจะออกมาดีเป็นที่พึงพอใจ ส่วนการทำความเข้าใจกับประชาชนเรื่อง MOU 43 และ 44 โพลออกมาประชาชนไม่เข้าใจจะอธิบายอย่างไร นายภราดร กล่าวว่า เป็นเรื่องจำเป็น และเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ทางที่ดีที่สุดคือเอาทั้งสองฝ่ายสนับสนุนและไม่สนับสนุนมาดีเบทกัน ให้ความรู้กับประชาชน ไม่ใช่แค่เวทีทีเดียวแต่ควรจะมีแบบต่อเนื่องอย่างสม่ำเสมอ * ข่าว * การเมือง * เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย * คปท. * กองทัพธรรม * MOU 2543 * MOU 2544
dlvr.it
October 7, 2025 at 5:30 AM
'อนุทิน' เผยยุบสภา 31 ม.ค.69 - 'บวรศักดิ์'แจงประชามติ 2 เรื่อง "ร่าง รธน.-เลิก MOU"
'อนุทิน' เผยยุบสภา 31 ม.ค.69 - 'บวรศักดิ์'แจงประชามติ 2 เรื่อง "ร่าง รธน.-เลิก MOU" admin666 Mon, 2025-09-29 - 13:04 "อนุทิน" แถลงนโยบายรัฐบาลจะหนุนทำประชามติและแก้รัฐธรรมนูญ ยันยุบสภาใน 4 เดือนแน่ลงวัน 31 ม.ค.69 "บวรศักดิ์" แจงเลือกตั้งใหม่กาบัตร 4 ใบ เป็นประชามติ 2 เรื่อง คือ จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือไม่และจะเลิก MOU43-44 "ชลน่าน" วิจารณ์รัฐบาลอนุทินจะเป็น 4 เดือนหายนะ 29 ก.ย.2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ในวาระเรื่องด่วน คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อนุทินแถลงนโยบายในด้านต่างๆ โดยเริ่มจากกล่าวถึงว่ารัฐบาลจะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชน และสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและเพื่อธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก่อนกล่าวถึงนโยบายด้านอื่นๆ เช่น อนุทินระบุถึงด้านเศรษฐกิจว่าจะมีการสร้างรายได้ลดรายจ่ายในชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นจะแก้ปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่องทั้งในส่วนของหนี้ภาคประชาชนเป็นรายบุคคลในระบบรายละไม่เกิน 100,000 บาท รวมถึงเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม เพิ่มโอกาสการออมของประชาชนด้วยพันธบัตรรัฐบาลและสลากเพื่อการออม รวมถึงฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว และจะเร่งแก้ปัญหาผลกระทบจากสงครามการค้าดยจัดตั้งทีมไทยแลนด์อีกทั้งจะส่งเสริมการลงทุนในอุตสหากรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ ด้านความมั่นคง นายกฯ ระบุว่าแก้ไขปัญหาพิพาทชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา โดยจะให้มีการทำประชามติให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างไทย-กัมพูชา ด้านสังคม อนุทินระบุว่าจะปราบการพนันทุกรูปแบบ รวมถึงการกระทำของเจ้าพนักงานรัฐที่ละเว้นการบังคับใช้กฎหมายในการปราบยาเสพติด การพนัน อาชญากรข้ามชาติ ภัยไซเบอร์ หรือการใช้กฎหมายและเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อประโยชน์ทางการเมืองขะถือเป็นการผิดวินัยร้ายแรง รวมถึงการขจัดการทุจริต อนุทินกล่าวถึงด้านสิ่งแวดล้อมว่า จะดำเนินการติดตั้งเครื่องมือเตือนภัยและพัฒนาเครือข่ายป้องกันภัยพิบัติ รวมถึงผลักดันสังคมคาร์บอนต่ำ นายกฯ ระบุถึงการบริหารจัดการภาครัฐว่าจะเร่งรัดพัฒนารัฐบาลดิจิทัล และเร่งยกเลิกกฎหมายหรือระเบียบที่เป็นอุปสรรคและสร้างภาระที่ไม่จำเป็นกับบประชาชนและภาคธุรกิจ ยอมโหวตให้ "อนุทิน" เปิดทางทำรัฐธรรมนูญใหม่ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เริ่มอภิปรายโดยกล่าวถึงการเมืองไทยที่ไม่เคยห่างจากการรัฐประหารแม้จะมีการเลือกตั้ง และด้วยการเมืองไทยที่มีกลไกศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระที่เอามาใช้ทำลายล้างทางการเมืองมากกว่าจับคนโกงคนทำผิดทำให้ช่วงเวลาแค่ 2 ปีมีถึง 3 รัฐบาล หัวหน้าพรรคประชาชนได้กล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไทยที่การเติบโต (GDP) ของไทยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกมาตั้งแต่ปี 2549 แม้ว่าประเทศอื่นจะเจอวิกฤติทางเศรษฐกิจตอนปี 2551 และโควิด-19 เหมือนไทยแต่ยังคงสามารถกลับมาเติบโตต่อได้ในขณะที่ไทยไม่สามารถเติบโตกลับมาได้ ระบบการเมืองไทยเป็นตัวฉุดรั้ง ที่สมาชิกรัฐสภาต้องให้ความสำคัญร่วมกันทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ยึดโยงกับประชาชนเพราะไทยต้องการรัฐบาลที่มีความโปร่งใสและประสิทธิภาพและมีความชอบธรรมยึดโยงกับประชาชน ครม.มาจากความรู้ความสามารถไม่ใช่การแบ่งโควต้าทางการเมืองระหว่างพรรคการเมือง เพื่อให้ได้รัฐบาลที่จะมาประเทศไปสู๋อุตสาหกรรมแห่งอนาคตมากกว่าการตัดถนนสร้างตึก และยกระดับรายได้ให้กับประชาชนทุกอาชีพในอุตสาหกรรมต่างๆ ไปจนถึงยกระดับการพัฒนาการผลิต และได้กลไกถ่วงดุลย์ตรวจสอบที่เป็นอิสระยึดโยงกับประชาชนและไม่ถูกนำมาใช้เป็นอาวุธทางการเมืองแต่เป็นระบบตรวจสอบการใช้อำนาจโดยไม่ชอบและปกป้องภาษีของประชาชน “เรามุ่งมั่นเป็นอย่างยิ่งในการเปิดประตูไปสู่การทำรัฐธรรมนูญใหม่ ยอมโหวตให้อนุทิน ชาญวีระกูล เป็นนายกรัฐมนตรีตามข้อตกลงใน MOA และการทำหน้าที่ 4 เดือนต่อจากนี้จะเป็นสิ่งที่ประชาชนใช้ตัดสินพวกเราในวันหน้า” ณัฐพงษ์กล่าวว่า ใน 4 เดือนข้างหน้านี้พรรคประชาชนจะผลักดันการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 151 ให้แล้วเสร็จก่อนการยุบสภา โดยที่มาของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญจะต้องยึดโยงกับประชาชนมากที่สุดภายใต้กรอบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และยังมีกฎหมายอีกหลายชุดที่เพื่อนสมาชิกยังช่วยกันผลักดันได้เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ รวมถึงการแก้ปํญหาสังคม เศรษฐฏิจ ความมั่นคงและอาชญากรรมข้ามชาติที่ตกค้างมาตั้งแต่รัฐบาลชุดก่อน และในฐานะผู้นำฝ่ายค้านจะยังคงทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่เพราะพรรคประชาชนไม่ได้โหวตให้อนุทินเพื่อเข้ามาใช้อำนาจโดยไม่ชอบไม่ได้สนับสนุนการแต่งตั้งบุคคลที่ไม่มีความเมหาะสมมาเป็นรัฐมนตรีหรืออนุญาตให้รัฐบาลเข้ามาแทรกแซงคดีฮั้ว สว. หรือเขากระโดง 4 เดือนหายนะ ชลน่าน ศรีแก้ว สส.เขตจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงเรื่อเวลาที่จำกัดของรัฐบาลที่ได้รับมาจะไม่สามารถทำนโยบายตามที่แถลงได้และเป็นเพียงนโยบายเฉพาะกิจเท่านั้นและจะนำไปสู่ปัญหามากกว่าทางออกถึงขั้นหายนะในช่วง 4 เดือนของรัฐบาลนี้จะนำไปสู่การยุบคดี ชลน่านกล่าวว่าเรื่องประชาธิปไตยที่เราต้องการและระบบรัฐสภานั้นจะต้องเจอกับการกัดกร่อนระบบรัฐสภาอย่างรุนแรง ด้วยภาพที่เห็นอยู่ตอนนี้การได้มาของสมาชิกรัฐสภาก็มีข้อสงสัยว่ามีการฮั้วหรือไม่ และในอนาคตการเลือกตั้งที่จะเป็นการขออำนาจจากประชาชนจะไม่ได้มาจากประชาชนอย่างแท้จริง แต่เกิดจากการจัดการโดยใช้อำนาจเงินซึ่งจะมีอิทธิพลสูงสุดในการเลือกตั้งครั้งต่อไปซึ่งจะมากัดกร่อนระบบรัฐสภา สส.น่านกล่าวต่อถึงการที่พรรคฝ่ายค้านอย่างพรรคประชาชนต้องการรัฐธรรมนูญใหม่จนต้องยกเสียงโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ และเกิดการยุบสภาถ้าได้ตามนี้ก็คงคุ้มค่า แต่ขณะนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ อย่างแย่ที่สุดก็คงไม่ผ่านวาระ 1  หรืออย่างดีที่สุดถ้าผ่านวาระ 3 ได้แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือรัฐธรรมนูญใหม่จะถูกยกร่างด้วยสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากฝ่ายสีน้ำเงิน ไม่ว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของฝ่ายใดจะผ่านก็ตามก็จะมีกลไกที่ทำให้ สสร.มาจากฝ่ายสีน้ำเงินทั้งหมด และถ้าร่างรัฐธรรมนูญใหม่เป็นสีน้ำเงินต่อให้มีการรณรงค์ทั่วประเทศก็ไม่ผ่านก็เข้าทางคนที่ไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญ แล้วก็อ้างได้ว่าประชาชนไม่ต้องการรัฐธรรมนูญใหม่ ชลน่านกล่าวถึงการตั้งรัฐมนตรีของรัฐบาลอนุทินว่าเป็นไปเพื่อการเลือกตั้งครั้งหน้า อีกทั้งยังเป็นรัฐบาลที่คณะรัฐมนตรีไม่ได้ใช้กลไกอำนาจบริหารอย่างแท้จริงจนมีคนตั้งฉายาว่า รัฐบาลหนูเนบ้าง อนุวินบ้าง นอกจากนั้นชลน่านยังกล่าวถึงการปัดตกนโยบายต่างๆ ทั้งเรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายทั้งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน 12-13 ล้านคนเป็นการทำลายโอกาสของประชาชนเพราะเป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย ยุบสภา 31 ม.ค.69 อนุทิน ชาญวีรกูล  นายกรัฐมนตรีลุกตอบการอภิปรายของชลน่านโดยยืนยันว่าจะทำนโยบายตามที่แถลงไป และคณะรัฐมนตรีที่คัดเลือกมาก็เป็นผู้มีประสบการณ์ในด้านต่างๆ แม้กระทั่งคนที่ไม่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีมาก่อน  และเขาจะทำให้ดีที่สุดเพราะใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี กว่าจะมายืนในจุดนี้ รวมถึงรัฐบาลจะมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ นายกฯ กล่าวว่าจะขอนับวันที่ 1 ต.ค. เป็นวันแรกของรัฐบาลและวันที่ 31 ม.ค.2569 จะยุบสภาแน่นอน และเขาเห็นพ้องกับพรรคประชาชนที่จะต้องคืนอำนาจให้ประชาชนเพราะรัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ แต่มีเรื่องที่ต้องทำคือเข้ามาแก้ไขความเสียหายของประเทศที่เกิดขึ้นจากรัฐบาลที่แล้วมา อนุทินกล่าวถึงประโยชน์ที่จะได้จากนโยบายของรัฐบาลนี้ว่า รัฐบาลยกเลิกคาสิโน เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่มอมเมาประชาชนด้วยการพนันไม่ขยายตัวทางเศรษฐฏิจด้วยการพนัน และเรื่องนี้ก็เป็นเหตุที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยถูกเชิญออกจากรัฐบาลเมื่อมิ.ย.ที่ผ่านมาเพราะไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาล และรัฐบาลจะไม่เอาเงินดิจิทัล 10,000 บาทให้ประชาชนเฉยๆ แต่จะเป็นการให้ประชาชนมีส่วนร่วม อนุทินกล่าวว่าเรื่อง 30 บาทรักษาทุกทีทำตั้งแต่เขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้วตลอด 4 ปีที่เขาอยู่ในตำแหน่งซึ่งเขาประสานกับ สปสช.เพื่อทำ และเขาจะนำฟอกไตฟรีทุกกรณีกลับมาหลังจากรัฐบาลก่อนหน้าเปลี่ยนเป็นฟอกไตฟรีบางกรณี โดยใน 2 เดือนข้างหน้านี้ พัฒนา พร้อมพัฒน์จะต้องทำให้ได้ ไม่เช่นนั้นเขาจะไปเป็น รมว.สาธารณสุขเอง ทำประชามติ 2 เรื่องพร้อมเลือกตั้ง บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงประเด็นเรื่องแก้รัฐธรรมนูญว่าหากมีการแก้ไขหมวด 1 และ 2 จะทำอย่างไรนั้น รัฐบาลได้เขียนเอาไว้ชัดว่าไม่ได้จัดทำรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแต่เป็นการสนับสนุนให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปตามนโยบายที่แถลงไว้ว่าต้องสอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันทรงมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่เป็นขั้นตอนแรก ขั้นตอนที่สองเมื่อประชาชนลงประชามติเห็นชอบกับการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นคำถามที่ 1 และเมื่อประชาชนเห็นชอบกับหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ซึ่งรัฐสภาจัดทำเสร็จเป็นร่างรัฐธรรมนูญประกอบรัฐธรรมนูญ 2560 เพิ่มหมวด 15/1 ว่าด้วยการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีแต่หมวด 15 คือการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ในชั้นที่ 1 ที่รัฐสภาแห่งนี้จะต้องพิจารณาเป็นเรื่องวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างไรโดยไม่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่จะให้เลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงจากประชาชนไม่ได้ เพราะฉะนั้นนี่คือขั้นตอนที่ 1 ถ้าผ่านแล้วจึงจะมีขั้นตอนที่ 2 คือจัดทำรัฐธรรมนญฉบับใหม่โดย สสร.หรือใครก็แล้วแต่ในหมวด 15/1 ที่ผ่านประชามติ ถึงจะมาดูกันว่าจะแตะหมวด 1 หมวด 2 หรือไม่ แต่เขาเชื่อว่า 2 พรรคใหญ่ได้พูดไปแล้วในสื่อมวลชนว่าจะไม่แตะหมวด 1 - 2 เพราะถ้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปแตะหมวด 1 -2  ก็จะมีปัญหาทันทีว่า จะขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในมาตรา 255 ว่าการแก้ไขเพิ่มเติมที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันทรงมีพระมหากษัตริย์ทรงเป้นประมุขหรือเปลีย่นแปลงรูปแบบของรัฐจะทำไม่ได้ บวรศักดิ์กล่าวว่าประชามติที่รัฐบาลนี้จะทำในวันเดียวกับการเลือกตั้ง เป็นประชามติใน 2 เรื่องเท่านั้น คือ เรื่องแรก ประชาชนเห็นชอบให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่? และเรื่องที่สองประชาชนเห็นด้วยกับวิธีการและเนื้อหาสาระที่รัฐสภาทำร่างรัฐธรรมนูญมาแล้วตามมาตรา 256 อนุมาตรา 1 ถึง 6 จะไม่มีการลงเนื้อหาของรัฐธรรมนญฉบับใหม่ ส่วนเรื่องคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามนั้นตามรัฐธรรมนูญ 256 ระบุชัดว่าจะแก้ต้องทำประชามติก่อนรัฐบาลจะไม่แตะ เพราะรัฐบาลพูดถึงแค่การทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น ส่วนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จัดทำโดย สสร.จะแตะหรือไม่แตะก็ต้องติดตามดูในขั้นตอนที่สอง บวรศักดิ์กล่าวถึงการทำประชามติเรื่อง MOU43-44 รัฐบาลจะให้มีพร้อมกับการเลือกตั้ง สส.หลังการยุบสภา บวรศักดิ์อธิบายถึงการลงคะแนนในการเลือกตั้ง สส.ครั้งที่จะถึงนี้เอาไว้ว่าจะมีบัตรทั้งหมด 4 ใบ * สส.เขต * สส.บัญชีรายชื่อ * ประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญมี 2 คำถาม * เห็นชอบกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่? * เห็นชอบกับวิธีการและสาระในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบในวาระ 3 ที่แนบมานี้หรือไม่? * ประชามติเรื่องจะยกเลิก MOU กับกัมพูชาหรือไม่โดยมีคำถามว่า * เห็นชอบให้ยกเลิก MOU ที่ทำกับกัมพูชาหรือไม่?  * ข่าว * การเมือง * อนุทิน ชาญวีรกูล * ชลน่าน ศรีแก้ว * ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ * แถลงนโยบาย * รัฐบาลอนุทิน * บวรศักดิ์ อุวรรณโณ * ร่างรัฐธรรมนูญใหม่
dlvr.it
September 29, 2025 at 6:57 AM
สภาฯ มีมติตั้ง กมธ.ศึกษา MOU 43-44 เคาะรายชื่อสมาชิกประชุมนัดหน้า
สภาฯ มีมติตั้ง กมธ.ศึกษา MOU 43-44 เคาะรายชื่อสมาชิกประชุมนัดหน้า ภาพปก: สภาผู้แทนราษฎร (ที่มา: เพจ วิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา) XmasUser Thu, 2025-08-28 - 22:35 สภาฯ มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาข้อดี-ข้อเสีย MOU43-44 แต่ขอเลื่อนขั้นตอนการตั้งออกไปในการประชุมนัดหน้า เพราะแต่ละพรรคการเมืองต้องการเวลาสรรหาคนมาเป็นสมาชิก ขณะที่พรรคที่เสนอญัตติ มีความเห็นหลากหลาย โดยเฉพาะ ภท. ที่เสนอให้ตั้ง กมธ.ศึกษา เป็นข้อมูลให้ประชาชนตัดสินใจยกเลิก MOU43-44 หรือไม่ ผ่านกลไกประชามติ ขณะที่ ปชน. หนุนตั้งเช่นกัน แต่เสนอให้รัฐบาลสมัยหน้าที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหากัมพูชา   28 ส.ค. 2568 เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ และ TP Channels รายงานวันนี้ (28 ส.ค.) การประชุมสภาฯ ซึ่งพิจารณาญัตติด่วน ขอให้สภาฯ พิจารณาประเด็นปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเกี่ยวข้องกับบันทึกความเข้าใจ (MOU) ฉบับ 43 และฉบับ 44 ที่ สส.ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เสนอ  ทั้งนี้ ช่วงก่อนการประชุมลับ สส.ผู้เสนอญัตติได้อภิปรายเนื้อหา โดยมีรายละเอียดดังนี้ 'ภท.' เสนอตั้ง กมธ.ศึกษาข้อดีข้อเสีย MOU43-44 ก่อนชงทำประชามติ บุณย์ธิดา สมชัย สส.พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคฯ ยื่นเรื่องขึ้นมาเพื่อให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาทุกๆ ด้านของ MOU43-44 เพื่อศึกษาข้อดีและข้อเสียจากนักวิชาการ ภาคประชาชน สส. และหลากหลายฝ่าย และให้ประชาชนตัดสินใจชีวิตของพวกเขาว่าจะคง MOU ต่อหรือไม่ผ่านการทำประชามติ  บุณย์ธิดา เผยว่า เหตุที่ต้องให้ทำประชามติ เนื่องจากเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 178 ในวรรคที่ 3 ระบุว่า หนังสือสัญญาอื่นที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม การค้าและการลงทุนของประเทศอย่างกว้างขวางตามวรรค 2 ได้แก่ หนังสือสัญญาเกี่ยวกับการค้าเสรี เขตศุลกากรร่วม หรือการให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือทำให้ประเทศต้องสูญเสียสิทธิ์ในทรัพยากรธรรมชาติหรือบางส่วน สส.พรรคภูมิใจไทย ระบุต่อว่า ส่วนวรรคที่ 4 ให้กำหนดวิธีที่ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วม ให้แสดงความคิดเห็น และการเยียวยา ผลกระทบจากการทำหนังสือสัญญาตามวรรค 3 ดังนั้น เมื่อ MOU43-44 เกี่ยวข้องกับประชาชนชายแดน ผลประโยชน์ของชาติ และทรัพยากรธรรมชาติ ก็ต้องให้ประชาชนร่วมตัดสินใจและแสดงความเห็น บุณย์ธิดา กล่าวต่อว่า อ้างอิงจากคำสัมภาษณ์ของไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ว่าการยกเลิก MOU 43 และ 44 ไม่ใช่อยู่ดีๆ จะเอาขึ้นมาให้สภาฯ โหวตยกเลิก จะเอาพวกเราทั้งหมด 400 กว่าคนลงมาโหวตแทนประชาชน 60 ล้านคนทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบมันเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่จะทำให้ชอบธรรมก็คือเราตั้งกรรมาธิการในวันนี้ เราเสนอเลยว่า คนที่มีความรู้ด้านไหน ให้เข้ามาพิจารณา และให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจในประเด็นนี้ "เราอยากให้เปิดข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบว่าถ้าวันนี้เราได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ให้เขารับทราบและตัดสินใจในอนาคต มันจะเป็นการดีที่สุดสำหรับพวกเขาทุกคน" บุณย์ธิดา กล่าว บุณย์ธิดา สมชัย (ที่มา: พรรคภูมิใจไทย) ปชน.หนุนตั้ง กมธ.ศึกษา ส่งรายงานให้รัฐบาลสมัยหน้า ที่มีความชอบธรรมในการแก้ไขปัญหากัมพูชา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า เขาขอเชิญสมาชิกทุกคนร่วมกันสนับสนุนญัตติในการตั้งคณะกรรมธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อศึกษา MOU43-44 ก่อน เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศ และส่งต่อไปยังรัฐบาลชุดหน้าที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน และมีความชอบธรรมสูงกว่านี้ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา และตนอยากให้สมาชิกทุกคนพิจารณาในภาพที่กว้างมากกว่าเรื่องของ MOU ทั้งสองฉบับ เพราะไม่ว่าประเทศไทยจะตัดสินใจทางใดทางหนึ่ง เหรียญย่อมมีเหรียญด้านกลับเสมอ ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า เขาเข้าใจถึงข้อกังวลที่มองว่ากลไกของ MOU ที่ผ่านมาขาดประสิทธิภาพ รัฐบาลกัมพูชาละเมิด MOU หลายร้อยครั้ง แต่ก็ต้องอย่าลืมว่า กรอบของ MOU ทั้ง 2 ฉบับที่ไทยร่วมจัดทำกับกัมพูชามาตลอดกว่า 20 ปี ช่วยทำให้ประเทศไทยเดินหน้าการปักปันเขตแดนไปแล้วกว่า 74 หลักหมุดเขตแดนด้วยกัน แม้กระบวนการในปัจจุบันจะติดขัดข้อปัญหา ซึ่งต้องมีการพิจารณาศึกษาในการแก้ไข หรือแม้หากจะมีการยกเลิกข้อตกลงบางส่วน แต่การรื้อกระบวนการทั้งหมดก็ต้องไม่ลืมพิจารณาในเรื่องของผลกระทบอีกด้านด้วยเช่นเดียวกัน ณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ทุกคนล้วนมีโจทย์เดียวกัน คือจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยได้รับผลประโยชน์ และมีอำนาจต่อรองมากที่สุดเพื่อคนไทยทุกคน ดังนั้น ในเรื่องความเห็นที่แตกต่างหลากหลายของสมาชิกในปัจจุบัน ไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องรีบเร่งส่งข้อสรุปนี้ไปยังรัฐบาลที่ขาดความชอบธรรมให้ดำเนินการแก้ไขในวันนี้ จึงขอเชิญสมาชิกทุกคนให้ร่วมเห็นด้วยกับญัตติให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาก่อนอย่างรอบด้าน โดยกรอบในการศึกษาควรมีอยู่ 4 ประการใหญ่ด้วยกัน คือ 1. ควรต้องมีการศึกษาในเรื่องผลกระทบต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นต่อเวทีระหว่างประเทศ 2. ควรต้องมีการศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับกระบวนการทวิภาคีในการเจรจาปักปันเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชา 3. ถ้าคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้จะศึกษาในเรื่องการยกเลิก MOU ก็อย่าลืมคิดเผื่อไว้ด้วยว่าจะมีกลไกใดมาใช้แทนที่ ในการเจรจาระหว่างไทยกับกัมพูชา ระหว่างที่ยังไม่มีข้อตกลงฉบับใหม่ 4. การบริหารจัดการความมั่นคงชายแดนระหว่างสองประเทศ ในระหว่างที่มีสภาวะช่องว่างที่ขาดกลไกในการเดินหน้าปักปันเขตแดน ทั้งในเรื่องของกฏหมายระหว่างประเทศ กลไกที่จะเดินหน้าการเจรจาระหว่างไทยและกัมพูชา และความเสี่ยงทางด้านความมั่นคงต่างๆ ณัฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า อีกประการที่ตนขอฝากไว้หากมีการลงมติให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาจริง เขาอยากให้มีการใช้กลไกของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชนทั้ง 2 ประเทศด้วยเช่นเดียวกัน เพราะเวลานี้ความขัดแย้งได้ลุกลามบานปลายจากความขัดแย้งระหว่างผู้นำ มาถึงระหว่างรัฐบาล และปัจจุบันกำลังจะฝังรากลึกลงไปในระดับประชาชน "ไทยและกัมพูชาไม่สามารถยกประเทศหนีจากกันได้ ต่อให้มีกลไกที่ดีและมีประสิทธิภาพขนาดไหน แต่หากยังมีบาดแผลลึกในใจที่ทำให้ประชาชนทั้ง 2 ประเทศไม่ไว้วางใจต่อกันและกัน การปักปันเขตแดน รวมถึงการเจรจาต่อจากนี้ในอนาคตก็จะเป็นสิ่งที่ทำได้อย่างยากยิ่ง เราเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้กลไกทุกอย่างของสภาหรือกรรมาธิการวิสามัญในการทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด แต่ก็ต้องไม่ลืมอีกหนึ่งข้อ คือการเยียวยาบาดแผลที่ได้ฝังลึกลงไปในจิตใจของประชาชนคนไทย ที่เกิดขึ้นจากการบริหารแผ่นดินที่ผิดพลาดของรัฐบาลที่ผ่านมา" ณัฐพงษ์ กล่าว ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (ที่มา: ทีมสื่อพรรคประชาชน) 'เพื่อไทย' หนุนตั้ง กมธ.ศึกษา ส่งรายงานให้รัฐบาลพิจารณา ชี้ยกเลิก MOU43-44 มีผลเสียมากกว่าผลดี นพดล ปัทมะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และเป็นผู้ยื่นญัตติด่วนขอให้สภาฯ ศึกษา MOU ฉบับที่ 43 และ 44 เพื่อส่งให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ ในบางช่วงบางตอน นพดล อภิปรายว่า ถ้ายกเลิก MOU43 มันมีข้อเสียมากกว่าข้อดี มันจะทำให้การแก้ไขปัญหาเขตแดนไม่มีกรอบในการเจรจา ซึ่งจะต้องมานั่งเซ็ตกันว่าจะมีตัวแทน หรือกรอบเจรจากันอย่างไร ประการต่อมา เราจะห้ามกัมพูชาไม่ให้เปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมไม่ได้ เพราะถ้ากัมพูชามาสร้างวัด โรงเรียน หรือมาสร้างตลาด บนพื้นที่เขตแดน ไทยจะไม่มีข้อ 5 ใน MOU 43 ในการประท้วงฝั่งกัมพูชา ซึ่งเราอาจจะต้องเอากองกำลังทหารไปผลักดันกลับไป และมีโอกาสที่จะทำให้เรื่องราวนำไปสู่ความขัดแย้งและการปะทะ นอกจากนี้ นพดล ตั้งข้อสังเกตต่อว่า หากเรายกเลิก MOU43 จะเป็นการเปิดช่องให้กัมพูชาพยายามยกระดับความขัดแย้งชายแดนให้สูง และส่งเรื่องไปเวทีโลก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราพึงปรารถนา สุดท้ายอยากชี้ว่าการมี MOU43 ทำให้ไทยได้เปรียบ และกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีความเห็นและแถลงออกมาอย่างชัดเจนว่า ทำให้ไทยได้เปรียบ ซึ่งเหตุผลคล้ายกับที่ได้เรียนไปก่อนหน้านี้ นพดล กล่าวต่อว่า ผลของการมี MOU44 จะทำให้ไทย-กัมพูชาไม่สามารถไปสำรวจทรัพยากรที่อยู่ใต้ทะเลไม่ได้ เพราะว่าต่างคนต่างอ้างเขตไหล่ทวีป กระทรวงการต่างประเทศไทย เลยมองว่าทำไมเราถึงไม่มาคุยกันตามกรอบกฎหมายระหว่างประเทศ เลยเกิดเป็น MOU 44 ขึ้นมา ส่วนถ้าไทยยกเลิก MOU44 ผลจะตามมาอย่างไร ประเด็นแรกคือ การอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน และพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน ก็ยังอยู่เช่นเดิมทุกประการ แต่ด้วยไทยและกัมพูชาเป็นสมาชิกสหประชาชาติ และอยู่ภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ หรือกฎหมายทะเล ฉบับเดียวกัน ก็จะให้สมาชิก 2 ประเทศมาเจรจาหาข้อยุติร่วมกันอยู่ดี ดังนั้น ไม่มี MOU44 ก็ต้องเจรจาร่วมกันอยู่ดี นพดล ชี้ว่าการยกเลิกข้อตกลงร่วม MOU 43-44 ก็ต้องมาตกลงกันใหม่อยู่ดี และมีการกล่าวหาในโซเชียลมีเดียว่าเป็น MOU ขายชาติ เขาคิดว่าเป็นการสรุปที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง หรือไม่เป็นเหตุเป็นผล นพดล กล่าวต่อว่า สำหรับเขาไม่ขัดข้องหากจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ก็ถือเป็นเรื่องที่เราจะไประดมสมอง รับฟังความเห็นหลายๆ ฝ่าย แต่โดยเบื้องต้น อยากเสนอให้ที่ประชุมสภาฯ ร่วมกันอภิปราย เพื่อนำข้อเสนอไปคุยกันให้รัฐบาลพิจารณาต่อ "จุดยืนของพรรคเพื่อไทยในด้านต่างประเทศคือผลประโยชน์ของชาติต้องมาก่อน การแก้ไขปัญหาเขตแดนต้องยึดอธิปไตยของชาติเป็นหลัก และรักษาความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน ผมมั่นใจว่าการยึดแนวทางการทางทูต การให้หน่วยงานของรัฐ กรมสนธิสัญญา กรมแผ่นที่ทหาร สภาความมั่นคงแห่งชาติ กรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ กองบัญชาการกองทัพไทย หรือให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาร่วมกัน ร่วมกับความเห็นต่างของฝ่ายต่างๆ ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์" นพดล กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ สส.ที่เป็นผู้นำเสนอญัตติจนครบถ้วนแล้ว ได้ปิดเป็นการประชุมลับ เพื่อให้ สส.ได้ร่วมอภิปรายเนื้อหา ก่อนจะขอมติในช่วงท้ายว่าจะดำเนินการอย่างไร ระหว่างตั้ง กมธ.วิสามัญเพื่อศึกษา หรือส่งให้ กมธ.สามัญของสภาฯ ดำเนินการศึกษาต่อไป จนกระทั่งเมื่อเวลา 17.43 น. ไชยา พรหมา รองประธานสภาฯ คนที่ 1 และเป็นประธานในที่ประชุม กล่าวถามสภาฯ ว่ามีผู้ใดคัดค้านการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ หรือไม่ และเมื่อไม่มีผู้ใดคัดค้าน จะถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาในเรื่องนี้ต่อไป อย่างไรก็ดี มีการประสานขอเลื่อนขั้นตอนการตั้ง กมธ.วิสามัญ ออกไปในการประชุมครั้งหน้า เนื่องจากแต่ละพรรคการเมืองต้องการสรรหาบุคคลเพื่อมาเป็นสมาชิก กมธ.วิสามัญ  * ข่าว * การเมือง * ต่างประเทศ * MOU 43 * MOU 44 * กัมพูชา * ไทย * ข้อพิพาทเขตแดนไทย-กัมพูชา * ข้อพิพาททางทะเล * พรรคภูมิใจไทย * บุณย์ธิดา สมชัย * ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ * พรรคประชาชน * นพดล ปัทมะ * พรรคเพื่อไทย
dlvr.it
August 28, 2025 at 4:04 PM
ทบ. แจงพื้นที่บ้านหนองจานอยู่ในเขตไทย เดิมเคยเป็นพื้นที่ช่วยเหลือชาวกัมพูชาลี้ภัยจากการสู้รบชั่วคราว
ทบ. แจงพื้นที่บ้านหนองจานอยู่ในเขตไทย เดิมเคยเป็นพื้นที่ช่วยเหลือชาวกัมพูชาลี้ภัยจากการสู้รบชั่วคราว auser15 Tue, 2025-08-19 - 09:30 กองทัพบกแจงพื้นที่บ้านหนองจานอยู่ในเขตประเทศไทย เดิมเคยเป็นพื้นที่ช่วยเหลือชาวกัมพูชาลี้ภัยจากการสู้รบชั่วคราว ภายหลังพบมีการขยายชุมชน ละเมิด MOU43 แม้ฝ่ายไทยมีการประท้วงอย่างต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2568 ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก โดยทีมโฆษกกองทัพบก รายงานว่า จากกรณีที่มีชาวกัมพูชาได้ออกมาร้องเรียนเรื่องการวางรั้วลวดหนามของทหารไทยบริเวณบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว โดยกล่าวอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นดินแดนของตนนั้น พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าแท้จริงแล้วพื้นที่ดังกล่าวเป็นอาณาเขตของประเทศไทย ซึ่งอยู่บริเวณบ.หนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว รอยต่อแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างหลักเขตแดนที่ 46 และ 47 โดยบริเวณดังกล่าวมีประเด็นปัญหา แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. เป็นพื้นที่อ้างสิทธิ์ ที่ฝ่ายไทยและกัมพูชาไม่สามารถตกลงที่ตั้งหลักเขตแดนได้ เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า ตำแหน่งหลักเขตที่ปรากฏในปัจจุบัน มีการเคลื่อนย้ายเข้าไปในฝั่งประเทศของตน จึงต้องรออาศัยกลไกทวิภาคี อาทิ JBC มาแก้ไขปัญหาในระยะยาว 2. พื้นที่ดังกล่าว ในอดีตเมื่อครั้งเกิดสงครามการสู้รบภายในกัมพูชาในปี พ.ศ.2520 รัฐบาลไทยในขณะนั้นได้ให้ราษฎรกัมพูชาอพยพลี้ภัยเข้ามาอยู่ในเขตประเทศไทยเป็นการชั่วคราว เพื่อแสดงถึงความมีน้ำใจและเห็นแก่หลักมนุษยชน แต่เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ พบว่ามีราษฎรกัมพูชาบางส่วนไม่ยอมเดินทางกลับประเทศ ยังคงพักอาศัยในพื้นที่ของประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบว่าฝ่ายกัมพูชาละเมิดข้อตกลงในพื้นที่อ้างสิทธิ์ โดยการสนับสนุนให้ราษฎรมาสร้างถิ่นฐานอย่างถาวร ทั้งในบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิ์ และนอกบริเวณพื้นที่อ้างสิทธิ์ในฝั่งประเทศไทย  ซึ่งกองทัพบก โดยกองกำลังบูรพา ได้ดำเนินการประท้วงร้องเรียนฝ่ายกัมพูชาในเวทีต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งระดับหน่วยทหารในพื้นที่ และผ่านกระทรวงการต่างประเทศ ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน แต่ฝ่ายกัมพูชากลับนิ่งเฉย ไม่มีการชี้แจงในรายละเอียด หรือแก้ไขใดๆ จึงยืนยันได้ว่าฝ่ายไทยได้ใช้การแก้ปัญหาโดยสันติวิธีมาตลอด โฆษกกองทัพบก กล่าวต่อว่าสำหรับปัญหา ณ ปัจจุบัน ฝ่ายกัมพูชา มีเจตนาอันไม่บริสุทธิ์ พยายามจะใช้ประชาชนให้เป็นผู้ออกหน้าในการรุกล้ำพื้นที่อธิปไตยประเทศไทยในบริเวณดังกล่าว ทั้งนี้ อาจเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับฝ่ายทหารโดยตรง ทำให้เข้าใจได้ว่า การกระทำดังกล่าวเหมือนมีการวางแผนมาอย่างเป็นระบบ และคอยเฝ้าดูว่า หากฝ่ายไทยดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดไป ก็จะนำเรื่องดังกล่าวไปบิดเบือนทำลายความน่าเชื่อถือประเทศไทย เพื่อขอความเห็นใจสังคมโลกอย่างที่เป็นภาพให้เห็นอยู่ในปัจจุบัน จึงอยากให้ช่วยกันสื่อสารต่อประชาคมโลก ให้เข้าใจในข้อเท็จจริงว่า การช่วยเหลือทางมนุษยธรรมของไทย รวมถึงการแสดงออกถึงความมีน้ำใจที่ดีต่อเพื่อนบ้านในอดีต ไม่ควรถูกฝ่ายกัมพูชานำไปบิดเบือน เพื่อให้เป็นผลกลับมาใช้ทำลายความน่าเชื่อถือฝ่ายไทยอย่างไม่เป็นธรรม และสำหรับการติดตั้งแนวรั้วลวดหนามในบริเวณพื้นที่ต่างๆ นั้น โฆษกกองทัพบกเผยว่ายังไม่ใช่การวางเพื่อระบุแนวเส้นเขตแดน แต่เป็นเพียงการวางแนวเครื่องกีดขวางในการรักษาความปลอดภัยให้กำลังพล โดยเฉพาะป้องกันการลักลอบเข้ามาใช้อาวุธทุ่นระเบิดเพื่อทำร้ายฝ่ายไทย และเป็นลักษณะเสริมความมั่นคง ต่อที่วางกำลังของหน่วยทหารเท่านั้น  * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กรณีพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา * กองทัพบก * บ้านหนองจาน * สระแก้ว
dlvr.it
August 19, 2025 at 2:37 AM
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าชี้แจง กมธ. ศึกษายกเลิก MOU 43-44 จวกนโยบายรัฐบาลย้อนแย้ง ระหว่างทำประชามติและตั้ง กมธ. ศึกษา ย้ำไทยเคยถูกคำตัดสินศาลโลก “ปิดปาก”
#ข่าว #การเมือง #TheMainstreamth #อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ #MOU43
themainstream.news/politics/165...
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าชี้แจง กมธ. ศึกษายกเลิก MOU 43-44 จวกนโยบายรัฐบาลย้อนแย้ง
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าชี้แจง กมธ. ศึกษายกเลิก MOU 43-44 จวกนโยบายรัฐบาลย้อนแย้ง ระหว่างทำประชามติและตั้ง กมธ. ศึกษา ย้ำไทยเคยถูกคำตัดสินศาลโลก “ปิดปาก”
themainstream.news
October 28, 2025 at 10:57 AM
MOU 43 จุดชนวนถกเถียงเรื่องอธิปไตยอีกครั้ง เมื่อเอกสารที่ลงนามตั้งแต่ปี 2543 กลายเป็นดาบสองคม ที่จำกัดการเคลื่อนไหวของไทย แต่เปิดช่องให้กัมพูชาอ้างสิทธิ์ได้มากขึ้น
#themainstreamth #mou43 #ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยกัมพูชา
themainstream.news/columns/15819/
MOU 43 เมื่อเอกสารข้อตกลงชายแดนไทย–กัมพูชาถูกมองว่าเป็นทั้งกรงกฎหมายและเกราะคุ้มกันอธิปไตยไทย
MOU 43 จุดชนวนถกเถียงเรื่องอธิปไตยอีกครั้ง เมื่อเอกสารที่ลงนามตั้งแต่ปี 2543 กลายเป็นดาบสองคม ที่จำกัดการเคลื่อนไหวของไทย แต่เปิดช่องให้กัมพูชาอ้างสิทธิ์ได้มากขึ้น
themainstream.news
October 8, 2025 at 5:04 AM
"นพดล อินนา" แถลงสรุปต่อคณะทูต 12 ประเทศ โดยมีมติเอกฉันท์เสนอให้รัฐบาลไทย ยกเลิกทั้ง #MOU43 และ #MOU44 กับกัมพูชา เนื่องจากฝ่ายกัมพูชาขาดความจริงใจและละเมิดข้อตกลงมาโดยตลอด
.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.dailynews.co.th/news/5883109/
#ไทยกัมพูชา #กัมพูชา #MOU
#ข่าว #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
May 22, 2026 at 11:21 AM
‘ไชยชนก’ ไขก๊อก ‘ปธ.กมธ.MOU43-44’ ตั้ง ‘ปานเทพ’ แทนสัดส่วน “ภูมิใจไทย” จ่อเลือกประธานฯ คนใหม่

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5255830/
#ไชยชนก #ไขก๊อก
#ปานเทพ #ภูมิใจไทย
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
'ไชยชนก'ไขก๊อก 'ปธ.กมธ.MOU43-44'ตั้ง 'ปานเทพ'แทนสัดส่วน 'ภูมิใจไทย'   | เดลินิวส์
‘ไชยชนก’ ไขก๊อก ‘ปธ.กมธ.MOU43-44’ ตั้ง ‘ปานเทพ’ แทนสัดส่วน “ภูมิใจไทย” จ่อเลือกประธานฯ คนใหม่
www.dailynews.co.th
October 31, 2025 at 2:13 AM
‘ไชยชนก’​ ย้ำ​นโยบายรัฐบาล​ ทำประชามติยกเลิก MOU​ 43-44 เตรียมแผนสำรองแล้วหากผลออกมาอย่างไร เผย​ ‘บวรศักดิ์’ สั่ง ‘ก.ต่างประเทศ’ ทำการบ้านศึกษาเพิ่มเติมรับมือทุกสถานการณ์​ หากเรื่องต้องไปศาลโลก​

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5213000/
#ไชยชนก #MOU43 #MOU44
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
‘ไชยชนก’​ เผยวงถก​ยกเลิกMOU​43-44 ไร้ข้อสรุป สั่งทำการบ้านเพิ่ม | เดลินิวส์
‘ไชยชนก’​ ย้ำ​นโยบายรัฐบาล​ ทำประชามติยกเลิก MOU​ 43-44 เตรียมแผนสำรองแล้วหากผลออกมาอย่างไร เผย​ ‘บวรศักดิ์’ สั่ง ‘ก.ต่างประเทศ’ ทำการบ้านศึกษาเพิ่มเติมรับมือทุกสถานการณ์​ หากเรื่องต้องไปศาลโลก​
www.dailynews.co.th
October 17, 2025 at 8:25 AM
ไขปมร้อน "MOU43-MOU44" ข้อตกลงระหว่าง "ไทย-กัมพูชา" รายละเอียดที่คนไทยต้องรู้ ท่ามกลางกระแสประชามติ พร้อมไขสงสัยเราเสียเปรียบจริงหรือ?

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5186993/
#MOU43 #MOU44 #ชายแดนไทยกัมพูชา
#ไทยกัมพูชา #ประชามติ #เดลินิวส์
October 9, 2025 at 2:04 AM