#วิโรจน์
‘วิโรจน์’ จี้ ‘สส.ไอเดียร์’ ตอบ 7 คำถามคาใจ หลังยอมรับแล้วสามีถือหุ้นเว็บพนัน 1% 

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6281644/
#วิโรจน์ลักขณาอดิศร #สสไอเดียร์
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
October 17, 2026 at 7:08 AM
‘อธิบดีกรมอุทยานฯ’ เซ็นย้ายอีกลอตใหญ่ รอบนี้ 95 ตำแหน่ง หัวหน้าอุทยานฯ ดังเพียบ ‘สิรินาถ-ธารเสด็จ-ภูสอยดาว’

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6266382/
#ยงยุทธนาควิโรจน์
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
October 11, 2026 at 9:30 AM
‘วิโรจน์’ จี้สภาวิศวกรแจงด่วนปมเลื่อนระดับวิชาชีพวิศวกรรม ‘อนุทิน’ เป็นไปตามหลักเกณฑ์หรือไม่

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6214778/
#วิโรจน์ลักขณาอดิศร #วิชาชีพวิศวกรรม
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 23, 2026 at 9:53 AM
‘วิโรจน์’ เดือดแทน ‘ไหม’ ตอก ‘อนุทิน’ พฤติกรรมต่อปากต่อคำไม่เหมาะประพฤติกับผู้มีพระคุณ

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6209943/
#วิโรจน์ลักขณาอดิศร #อนุทินชาญวีรกูล
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 22, 2026 at 4:41 AM
ศาลฎีกาปรับแผนไต่สวน คดี 44 สส. ก้าวไกล ทนายเตรียมส่ง 'วิโรจน์' เบิกความปากแรก
ศาลฎีกาปรับแผนไต่สวน คดี 44 สส. ก้าวไกล ทนายเตรียมส่ง 'วิโรจน์' เบิกความปากแรก
ศาลฎีกาปรับแผนไต่สวน คดี 44 สส. ก้าวไกล ทนายเตรียมส่ง 'วิโรจน์' เบิกความปากแรก Pazzle Tue, 2026-09-22 - 19:39     22 ก.ย. 2569  เดอะสแตนดาร์ด มติชน หลายสำนักข่าวรายงานตรงกัน ศาลฎีกามีการปรับแผนไต่สวนคดี 44 สส. พรรคก้าวไกล ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง กรณีลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย ม.112 เมื่อปี 2564 โดยศาลฎีกามีคำสั่งยกเลิกวันนัดไต่สวนพยานฝั่งอดีต 44 สส. ก้าวไกล จำนวน 4 นัด ในวันที่ 20, 27 เม.ย. และ 11, 18 พ.ค. 2570 ซึ่งศาลไม่ได้ตัดรายชื่อพยานของผู้คัดค้านออกแม้แต่ปากเดียว แต่ศาลเห็นว่าพยานส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการและนำสืบในประเด็นเดียวกัน จึงเห็นว่าไม่ต้องมีคำถามเพิ่มเติมมากนัก ส่งผลให้การไต่สวนคดีมีแนวโน้มที่จะจบเร็วขึ้นในช่วงต้นปี 2570  นิธิ ละเอียดดี ทนายความผู้รับมอบอำนาจระบุ สำหรับพยานฝั่งผู้คัดค้านที่จะเข้ารับการไต่สวนเป็นปากแรกคือ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งจะเข้าเบิกความในวันที่ 3 พ.ย. 2569 นี้ นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นพยานบุคคล ซึ่งมีกำหนดจะเข้ารับการไต่สวนในคดีนี้เช่นเดียวกัน เรื่องที่เกี่ยวข้อง * ป.ป.ช. ลงดาบฟัน 44 สส. ก้าวไกล ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง เตรียมส่งฟ้องศาลฎีกา * ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง เปิดไทม์ไลน์ - ที่มา ‘ดาบใหม่’ ก่อน ป.ป.ช. ชี้ชะตา 44 สส. ก้าวไกล ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติชี้มูล อดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล ว่ากระทำผิดฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย ม.112 และส่งฟ้องต่อศาลฎีกา กลุ่ม สส. พรรคประชาชน 25 คน ประกอบด้วย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ศิริกัญญา ตันสกุล, นิติพล ผิวเหมาะ, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, วรภพ วิริยะโรจน์, คำพอง เทพาคำ, ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์, องค์การ ชัยบุตร, มานพ คีรีภูวดล, วาโย อัศวรุ่งเรือง, วรรณวิภา ไม้สน, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, รังสิมันต์ โรม, สุรวาท ทองบุ, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร, ธีรัจชัย พันธุมาศ, ญาณธิชา บัวเผื่อน, จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์, จรัส คุ้มไข่น้ำ, ศักดินัย นุ่มหนู, วุฒินันท์ บุญชู 11 รายชื่อที่ไม่ได้เป็นอดีต สส. พรรคประชาชน ได้แก่ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี, สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา, สมเกียรติ ถนอมสินธุ์, ทองแดง เบ็ญจะปัก, พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์, ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์, พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ, ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์, ทวีศักดิ์ ทักษิณ และสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ส่วนที่เหลือ 8 ราย เป็นกลุ่มที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ประกอบด้วย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, เบญจา แสงจันทร์, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์, สุเทพ อู่อ้น, อภิชาติ ศิริสุนทร, ปดิพัทธ์ สันติภาดา และสมชาย ฝั่งชลจิตร    * ข่าว * การเมือง * ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง * พรรคก้าวไกล * ศาลฎีกา
dlvr.it
September 22, 2026 at 1:12 PM
ศาลฎีกาปรับแผนไต่สวน คดี 44 สส. ก้าวไกล ทนายเตรียมส่ง 'วิโรจน์' เบิกความปากแรก
ศาลฎีกาปรับแผนไต่สวน คดี 44 สส. ก้าวไกล ทนายเตรียมส่ง 'วิโรจน์' เบิกความปากแรก Pazzle Tue, 2026-09-22 - 19:39     22 ก.ย. 2569  เดอะสแตนดาร์ด มติชน หลายสำนักข่าวรายงานตรงกัน ศาลฎีกามีการปรับแผนไต่สวนคดี 44 สส. พรรคก้าวไกล ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง กรณีลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย ม.112 เมื่อปี 2564 โดยศาลฎีกามีคำสั่งยกเลิกวันนัดไต่สวนพยานฝั่งอดีต 44 สส. ก้าวไกล จำนวน 4 นัด ในวันที่ 20, 27 เม.ย. และ 11, 18 พ.ค. 2570 ซึ่งศาลไม่ได้ตัดรายชื่อพยานของผู้คัดค้านออกแม้แต่ปากเดียว แต่ศาลเห็นว่าพยานส่วนใหญ่เป็นนักวิชาการและนำสืบในประเด็นเดียวกัน จึงเห็นว่าไม่ต้องมีคำถามเพิ่มเติมมากนัก ส่งผลให้การไต่สวนคดีมีแนวโน้มที่จะจบเร็วขึ้นในช่วงต้นปี 2570  นิธิ ละเอียดดี ทนายความผู้รับมอบอำนาจระบุ สำหรับพยานฝั่งผู้คัดค้านที่จะเข้ารับการไต่สวนเป็นปากแรกคือ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งจะเข้าเบิกความในวันที่ 3 พ.ย. 2569 นี้ นอกจากนี้ ยังมีรายชื่อพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน เป็นพยานบุคคล ซึ่งมีกำหนดจะเข้ารับการไต่สวนในคดีนี้เช่นเดียวกัน เรื่องที่เกี่ยวข้อง * ป.ป.ช. ลงดาบฟัน 44 สส. ก้าวไกล ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง เตรียมส่งฟ้องศาลฎีกา * ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง เปิดไทม์ไลน์ - ที่มา ‘ดาบใหม่’ ก่อน ป.ป.ช. ชี้ชะตา 44 สส. ก้าวไกล ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ที่ประชุม ป.ป.ช. มีมติชี้มูล อดีต 44 สส. พรรคก้าวไกล ว่ากระทำผิดฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากกรณีลงชื่อเสนอแก้ไขกฎหมาย ม.112 และส่งฟ้องต่อศาลฎีกา กลุ่ม สส. พรรคประชาชน 25 คน ประกอบด้วย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, ศิริกัญญา ตันสกุล, นิติพล ผิวเหมาะ, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล, ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์, ณัฐวุฒิ บัวประทุม, วรภพ วิริยะโรจน์, คำพอง เทพาคำ, ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์, องค์การ ชัยบุตร, มานพ คีรีภูวดล, วาโย อัศวรุ่งเรือง, วรรณวิภา ไม้สน, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ, รังสิมันต์ โรม, สุรวาท ทองบุ, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร, ธีรัจชัย พันธุมาศ, ญาณธิชา บัวเผื่อน, จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์, จรัส คุ้มไข่น้ำ, ศักดินัย นุ่มหนู, วุฒินันท์ บุญชู 11 รายชื่อที่ไม่ได้เป็นอดีต สส. พรรคประชาชน ได้แก่ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์, กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี, สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา, สมเกียรติ ถนอมสินธุ์, ทองแดง เบ็ญจะปัก, พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์, ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์, พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ, ณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์, ทวีศักดิ์ ทักษิณ และสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ส่วนที่เหลือ 8 ราย เป็นกลุ่มที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี ประกอบด้วย พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, เบญจา แสงจันทร์, อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล, ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์, สุเทพ อู่อ้น, อภิชาติ ศิริสุนทร, ปดิพัทธ์ สันติภาดา และสมชาย ฝั่งชลจิตร    * ข่าว * การเมือง * ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง * พรรคก้าวไกล * ศาลฎีกา
dlvr.it
September 22, 2026 at 1:12 PM
#วิโรจน์ลักขณาอดิศร เดือดแทน ‘ไหม’ ตอก ‘อนุทิน’ พฤติกรรมต่อปากต่อคำไม่เหมาะประพฤติกับผู้มีพระคุณ อยากให้นึกถึงวันที่เอาสิบนิ้วประนมไหว้ปลกๆ ขอบคุณ ก้มหัวจนปลายจมูกชนซิปกางเกง ยกคำพระสอน ‘ความกตัญญูกตเวทีเป็นเครื่องหมายของคนดี’..
.
#อนุทิน #พรรคภูมิใจไทย #ศิริกัญญาตันสกุล #พรรคประชาชน
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
www.dailynews.co.th/news/6209943/
September 22, 2026 at 5:50 AM
‘วิโรจน์’ ทวงบุญคุณอ้างเป็นผู้มีพระคุณต่อ ‘ภูมิใจไทย’ หวังว่านอนสอนง่าย อะไรทำไม่ดีก็สารภาพมาเสียให้หมด

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6175106/
#วิโรจน์ลักขณาอดิศร #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 9, 2026 at 6:12 AM
#วิโรจน์ เย้ยถูกล่อซื้อแล้ว ‘งับเบ็ด’ อย่างจังหลังภูมิใจไทยโต้เลข 229 ในสภาทันควัน สะท้อนจิตวิทยาสมองตอบสนองสิ่งเร้าที่เกี่ยวกับตัวเองรวดเร็ว เชื่อหากไม่มีเอี่ยวคงไม่ออกอาการ
.
#พรรคภูมิใจไทย #พรรคประชาชน #ประชุมสภา
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
www.dailynews.co.th/news/6171919/
September 8, 2026 at 8:50 AM
#วิโรจน์ ชี้ให้เห็นถึงสัจธรรมชีวิตมนุษย์ หลังดู "โหนกระแส" ตอนศึกแตกหักระหว่าง "ยัต ชัยโสโร" และ "ต้า เฟ็ดเฟ่" ลั่นมีจริง ยามมีอำนาจวาสนามักลืมตัว ห้อมล้อมด้วยคนประจบ จนทำลายมิตรภาพดีๆ จนสุดท้ายจบลงด้วยความโดดเดี่ยว!
.
#วิโรจน์ลักขณาอดิศร #พรรคประชาชน #โหนกระแส #ต้าเฟ็ดเฟ่ #ยัตเฟ็ดเฟ่
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์
www.dailynews.co.th/news/6152922/
August 31, 2026 at 10:32 AM
มาหาพี่โรมกะพี่วิโรจน์
August 21, 2026 at 6:37 AM
‘วิโรจน์’ ชี้เป้ายุค ‘ลุงจิ้น’ พ่อนายกฯ นั่ง มท.1 ยกเลิกคำสั่งคุม ‘ใบ ป.5’ จุดเปลี่ยนทำร้านค้าอาวุธปืนพุ่ง

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6101150/
#วิโรจน์ #ลุงจิ้น
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
August 12, 2026 at 7:22 AM
ห้ะ สส. วิโรจน์โฟนอินเข้ารายการเดอะโกสต์?
June 7, 2026 at 7:13 PM
อภิปรายของโรมอ่ะไม่เท่าไหร่ แต่ของพี่วิโรจน์คือเรียกว่าอีรุงตุงนังจริง คนอ่านแผนผังตาลอยละ
October 2, 2025 at 11:36 AM
ดูอภิปรายนายกกับครูใหญ่ ช่วง1 เท้ง/วิโรจน์ #โบ๊ตตัดใหญ่ #FriendsTalk 24มี.ค.68

www.youtube.com/live/PR3hUgf...
ดูอภิปรายนายกกับครูใหญ่ ช่วง1 เท้ง/วิโรจน์ #โบ๊ตตัดใหญ่ 24มี.ค.68
YouTube video by Friends Talk
www.youtube.com
March 24, 2025 at 11:29 AM
#อภิปรายไม่ไว้วางใจ คืออิพี่วิโรจน์ก็ไปปั่นให้เขาโกรธก่อนอ่ะ แต่คนรับลูกก็ฟิวส์ขาดง่ายเกิน เอาดิ 555555555555555555555555
March 24, 2025 at 2:53 AM
#DailyTopics คือฟังเรื่องที่ไปเยี่ยมชาวประมงที่ถูกจับนี่ไม่มีวินาทีไหนเลยที่กูไม่กุมขมับ โอ่ยยยยยยยยยยยยยยยยย มึงเหล้นเหี้ยไรกันเนี่ยยยยยยยยยยยยยยยย

www.youtube.com/live/GSCQnWq...
ตัดไฟ แก๊งคอลเซ็นเตอร์วันนี้ แล้วตัดวันไหนอ่ะ? และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร 4 ลูกเรือไทยเป็นไงบ้าง?
YouTube video by Daily Topics
www.youtube.com
February 5, 2025 at 11:51 AM
มองยังไงก็ทรงผมพี่วิโรจน์อ่ะ ให้มองจากฟ้าก็พี่วิโรจน์ เหมือนยันซิลูเอ็ต โทนไฮไลท์กับมุมแสก แถมยังออกตั้งแต่โรลแรกอีก พ่อจ๋ารักผมสุดๆ
March 28, 2026 at 3:43 AM
คนที่รอพี่วิโรจน์รีรัน:
จ้างตากล้องมาทำอะไร อ๋อ มาถ่ายมีม55555555 😂
October 27, 2024 at 1:27 PM
ยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. สอบแชตอ้างอธิบดีปกครองให้ 'ช่วยน้ำเงินด้วย'
ยื่นหนังสือให้ ป.ป.ช. สอบแชตอ้างอธิบดีปกครองให้ 'ช่วยน้ำเงินด้วย' auser15 Tue, 2026-06-09 - 16:26 พรรคประชาชนและทนายอั๋นบุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบสวนกรณีที่มีการเปิดเผยแชตข้อความซึ่งอ้างว่าเป็นแชตของ 'นฤชา โฆษาศิวิไลซ์' อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาทางไลน์ว่าให้ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ภาพจาก: ครอบครัวข่าว 3  9 มิถุนายน 2569 NBT Connext รายงานว่า นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยนายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส. ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณีที่มีการเปิดเผยแชตข้อความซึ่งอ้างว่าเป็นแชตของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง สั่งการผู้ใต้บังคับบัญชาทางไลน์ว่าให้ “ช่วยน้ำเงินด้วย” นายวิโรจน์เปิดเผยว่า เรื่องนี้มีนัยสำคัญแน่นอน และสามารถพิสูจน์ในระบบดิจิทัลว่ามีการพิมพ์ข้อความจริงหรือไม่ และเท่าที่ตนเองติดตามการชี้แจงของอธิบดีกรมการปกครองมักหยิบยกประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ข้อมูลในแชตดังกล่าวผิดพลาด ซึ่งประเด็นนี้ไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สาระสำคัญที่แท้จริงคืออธิบดีฯ พิมพ์ไลน์คุยกับข้าราชการในบังคับบัญชาของตนเองจริงหรือไม่ และปรากฏข้อความว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” จริงหรือไม่ ซึ่งคำนี้ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่ต้องตีความว่าหมายถึงให้ช่วยพรรคการเมืองใด และถือเป็นความผิดกฎหมายอย่างชัดเจน ซึ่งการเป็นข้าราชการจะต้องมีความเป็นกลางทางการเมือง ไม่ฝักใฝ่หรือใช้อำนาจรัฐไปเอื้อผลประโยชน์ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ผลประโยชน์จากการเลือกตั้งหรือการใช้อำนาจรัฐเพื่อเอื้อให้ฝ่ายการเมืองใดฝ่ายการเมืองหนึ่ง โดยในวันนี้นอกจากจะร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. แล้ว นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส. ภูเก็ต จะเดินทางไปร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ควบคู่กันไปด้วย ขณะที่ นายเฉลิมพงศ์ ระบุว่า ตนเองในฐานะ สส. พื้นที่จังหวัดภูเก็ต ช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมาสัมผัสได้ถึงระบอบสีน้ำเงิน และการสั่งการเป็นขั้นเป็นตอน ตั้งแต่ระดับรองผู้ว่าราชการจังหวัด ที่นำเงินไปซื้อเสียงในพื้นที่ จนถึงระดับอธิบดีฯ ที่ส่งไลน์สั่งการให้ปลัดจังหวัดภูเก็ตและปลัดป้องกันอำเภอถลาง ให้ช่วยผู้สมัคร สส. จากพรรคภูมิใจไทย แสดงให้เห็นว่ามีการสั่งการเป็นขั้นตอนและเป็นระบบระบอบสีน้ำเงินที่ทำในช่วงการเลือกตั้ง โดยการเดินทางมาร้องในวันนี้ ตนเองจะร้องเรื่องความเป็นกลางของข้าราชการการเมือง การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 172 ของ ป.ป.ช. ในการดำเนินคดีเอาผิดกับอธิบดีกรมการปกครอง ซึ่งชี้ให้เห็นชัดว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาไม่มีความโปร่งใส มีการทำงานกันเป็นขั้นตอนโดยหน่วยงานข้าราชการระดับสูงของจังหวัดภูเก็ต มีการนำเงินไปซื้อเสียงให้กับกลุ่มนักการเมืองในพื้นที่ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หากข้าราชการคนใดไม่ทำงานตามที่สั่งก็จะถูกกลั่นแกล้งและโยกย้าย รวมถึงยังมีการจัดฉากในการโยกย้ายในอำเภอเมืองที่ทำงานไม่สำเร็จและแพ้การเลือกตั้ง ซึ่งมีการจัดฉากว่ามีการรับสินบนจากใบอนุญาตอาวุธปืน เนื่องจากทำงานไม่ตอบสนองในระบอบสีน้ำเงิน จึงขอความเป็นธรรมให้กับข้าราชการผู้น้อยที่ถูกผู้บังคับบัญชาบีบบังคับ ทำให้เห็นว่าระบอบดังกล่าวเป็นปัญหาและกัดกินประเทศไทย นายเฉลิมพงศ์ เชื่อว่า หากมีการเปิดแชตไลน์ของปลัดทั้ง 77 จังหวัด ก็จะทราบว่ามีการสั่งการจริงหรือไม่และแชตไลน์ที่มีการพูดคุยกันเป็นของจริงหรือไม่ เพราะสามารถตรวจเช็กเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับไอดีไลน์ได้ รวมถึงแชตหลักก็สามารถปรินต์ออกมาเป็นหลักฐานเพื่อใช้ในชั้นศาลได้ ส่วนหลักฐานที่นำมายื่นในวันนี้เป็นแชตไลน์ที่ให้ตรวจสอบนายอำเภอเมืองเรียกรับสินบนจากอาวุธปืนที่จัดฉากให้ถูกย้ายออกจากพื้นที่ รวมถึงก่อนหน้านี้ที่รองผู้ว่าฯ จ. ภูเก็ต ซึ่งเคยเป็นปลัดจังหวัดโกงเงิน อส. ที่สูญหายไปกว่า 3 ล้านบาท และยังอยู่ในพื้นที่ได้ตามปกติโดยไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน จึงอยากฝากไปถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า เหตุใดจนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีแชตไลน์อธิบดี ทั้งที่นายกฯ เคยสั่งการให้ข้าราชการวางตัวเป็นกลางและเก็บความรู้สึกไว้เป็นเบื้องหลัง  โดย นายเฉลิมพงศ์ได้มีการตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับไลน์ไอดีและพบเบอร์โทรศัพท์แล้ว ส่วนจะเป็นเบอร์ของใครต้องไปตรวจสอบว่าลงทะเบียนในชื่อของใคร ซึ่งก่อนหน้านี้อธิบดีกรมการปกครองก็อ้างว่าไลน์ของตนเองเป็นสาธารณะ ซึ่งตนเองรู้สึกตกใจว่าไลน์ที่ใช้สื่อสารกันเป็นสาธารณะได้หรือไม่ ถามโดยมองว่าอธิบดีกรมการปกครองก็สามารถถามได้ว่าใครเป็นผู้พิมพ์ข้อความดังกล่าว และมองว่าเป็นไปไม่ได้ที่อธิบดีฯ จะไม่รู้มาก่อนเพราะข้อความในแชตไลน์จะผูกกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่ออยู่แล้ว ซึ่งสามารถพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ นายวิโรจน์ กล่าวด้วยว่า ตนเองทราบมาว่า นายกฯ ก็รู้สึกไม่สบายใจกับอธิบดีท่านนี้ แต่มีกระแสข่าวว่าอธิบดีฯ ไม่ได้รับฟังการบังคับบัญชาของนายกฯ เพราะมีผู้สนับสนุนหลักอยู่เบื้องหลังที่เป็นคนที่นายกฯ เกรงใจ นายกฯ จึงไม่สบายใจที่จะพูดคุยหรือดีลอะไรกับอธิบดีคนนี้ ทั้งนี้เห็นว่า นายกฯ ควรพิจารณาโยกย้ายอธิบดีท่านนี้ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวนก่อน ไม่ควรปล่อยให้ทำงานต่อ และยืนยันว่าเรื่องนี้จะไม่เงียบหายอย่างแน่นอน ด้าน นายภัทรพงศ์ กล่าวว่า ตนในฐานะที่เป็นทนายความให้กับปลัดจังหวัดภูเก็ต ได้ดำเนินการฟ้องอธิบดีกรมการปกครอง เป็นคดีอาญาที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ใน 2 ข้อกล่าวหา คือ ฐานความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการนำข้อมูลเกี่ยวกับการนำข้อมูลหลักฐานมาเปิดเผย ซึ่งเรื่องนี้ตนเองได้ไปร้องต่อสภาแล้ว และในวันพฤหัสบดีนี้เรื่องจะถูกนำเข้าสู่กรรมาธิการฯ ซึ่งหวังว่าหากอธิบดีฯ เป็นคนบริสุทธิ์จริงตามที่พูดมาขอให้เดินเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบโดยไม่ต้องรอให้ ป.ป.ช. เรียก * ข่าว * การเมือง * นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ * แชตช่วยน้ำเงินด้วย * กรมการปกครอง * พรรคประชาชน
dlvr.it
June 9, 2026 at 9:33 AM
'พริษฐ์ - วิโรจน์' มองร่างแก้ รธน. ฉบับเพื่อไทย ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล เสนอผ่านวาระ 1 ทุกร่าง
'พริษฐ์ - วิโรจน์' มองร่างแก้ รธน. ฉบับเพื่อไทย ไม่ขัดคำวินิจฉัยศาล เสนอผ่านวาระ 1 ทุกร่าง ภาพปก: (ซ้าย) วิโรจน์ ลักขณาอดิศร และ (ขวา) พริษฐ์ วัชรสินธุ XmasUser Fri, 2026-06-05 - 23:46 ‘พริษฐ์ - วิโรจน์’ พรรคประชาชน เห็นตรงกันร่างแก้ไขเพิ่มเติม รธน. ว่าด้วย สสร.ของเพื่อไทย ไม่ขัดคำวินิจฉัยห้าม ปชช.เลือกผู้ร่างโดยตรง เสนอควรให้ทุกร่างผ่านวาระที่ 1 เข้าไปถกในชั้น กมธ. หวังสัญญาณ ภท.ถอนตัวฉบับพรรคเพื่อไทย ไม่เป็นการบีบให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเหลือทางเดียว ทางที่ ภท.สามารถผูกขาดการเลือก สสร. และเนื้อหาร่าง รธน.   5 มิ.ย. 2569 เว็บไซต์ข่าวสดออนไลน์ และมติชนออนไลน์ รายงานวันนี้ (5 มิ.ย.) ระบุว่า  พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคภูมิใจไทยให้ สส. ถอนชื่อจากการสนับสนุนร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยว่า ตนทราบจากข่าว เหตุผลที่มติพรรคภูมิใจไทยให้สส.ถอนชื่อ เพราะกังวลว่าจะขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 นั้นยังมีข้อสงสัยในเหตุผล เพราะเขาไม่เห็นว่าร่างแก้ไขเพิ่มเติมของรัฐธรรมนูญของเพื่อไทยขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  สำหรับโมเดลของ สสร.พรรคเพื่อไทย คือให้ประชาชนแต่ละจังหวัดเลือกตั้งผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็น สสร.มาก่อน รวม 300 คน จากนั้น ให้สมาชิกรัฐสภาคัดเลือกให้เหลือ 100 คน และคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรต่างๆ อีก 52 คน รวมเป็น สสร. ทั้งสิ้น 152 คน  พริษฐ์ มองว่า ร่างของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้เปิดให้ประชาชนเลือกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยตรง แต่ให้ สสร.บางส่วนมาจากการคัดเลือกของรัฐสภาตามชื่อที่ประชาชนเลือก เบื้องต้นจึงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ  พริษฐ์ วัชรสินธุ (แฟ้มภาพ เพจเฟซบุ๊ก พริษฐ์ วัชรสินธุ) สส.พรรคประชาชน กล่าวต่อว่า หากพรรคภูมิใจไทยกังวลว่าจะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ จะอธิบายอย่างไรต่อกรณีที่ให้ สส.โหวตรับหลักการร่างแก้ไขเพิ่มเติมของพรรคเพื่อไทยเมื่อ ต.ค. 2568 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อเดือน ก.ย. 2568 โดยหลักการของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรมนูญของพรรคเพื่อไทยในวันนั้น ก็ไม่ต่างจากวันนี้  “ในภาพรวมของการพิจารณาวาระแรกที่มีหลายร่างเสนอต่อรัฐสภา มีรายละเอียดหลักคิดต่างกัน ทั้งการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ให้มีการเลือกตั้ง สสร. ไม่เพิ่มอำนาจพิเศษให้ สว.ชี้ขาดร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ “โดยหลักการของทุกร่างที่เขียน คือ การเพิ่มหมวด 15/1 ดังนั้น ทางที่ดี สมาชิกรัฐสภาควรลงติรับหลักการทุกร่าง เพื่อนำเนื้อหาไปพิจารณา โดยไม่ปิดประตูฉบับใด หรืออ้างคำวินิจฉัยศาล แล้วปัดตก” พริษฐ์ กล่าว เมื่อถามว่าการถอนชื่อของ สส. ทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม เป็นการส่งสัญญาณอะไรหรือไม่ สส.ปชน. กล่าวว่า จะมีสัญญาณอะไรหรือไม่ ให้ถามพรรคที่มีมติดังกล่าว แต่ข้อเท็จจริงต่อการลงมติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเมื่อปลายปี 2568 ตอนนั้นพรรคประชาชนเปิดให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญ โดยหลักการไม่ต่างจากพรรคเพื่อไทย ที่ให้ประชาชนเลือกส่วนหนึ่ง และให้รัฐสภาคัดเลือกผู้ร่าง ซึ่งตอนนั้น สส. และ สว. เห็นชอบกับฉบับของพรรคประชาชน ส่วนฉบับของพรรคเพื่อไทยไม่ได้เสียง สว.ที่เพียงพอ แต่ สส.พรรคภูมิใจไทย สนับสนุนรับหลักการ หากยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาอ้าง เพื่อพยายามไม่ร่วมลงชื่อกับฉบับของพรรคเพื่อไทย รวมถึงไม่โหวตรับหลักการฉบับของพรรคประชาชน หรือพรรคเพื่อไทย ต้องตอบสังคมด้วยว่าใช้หลักเกณฑ์อะไร 'พริษฐ์' มองสัญญาณพรรค ภท. ถอนตัวร่างเพื่อไทย ต่อกรณีที่สื่อถามว่ามีการตั้งข้อเกตว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ บีบให้เหลือช่องทางเดียวหรือไม่ พริษฐ์ กล่าวว่าเป็นการตั้งข้อสังเกตที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น  สส.พรรคประชาชน ระบุเคยตั้งข้อสังเกตว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญของระบอบสีน้ำเงินมี 2 เป้าหมาย คือ  1. เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ คือ ทำให้กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่สะดุด เพื่อให้สังคมอยู่กับรัฐธรรมนูญ 2560 ที่เปิดโอกาสให้เกิดการฮั้วได้ทั้งกระดาน หรือ 2. ปล่อยให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้า แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ผูกขาดกำหนดกติกาการได้มาของ สสร. คัดเลือกผู้ร่าง หรือชี้ขาดเนื้อหา  ดังนั้น หวังว่าสัญญาณที่ส่งมาจะไม่ใช่ความพยายามทำให้ในวาระแรก มีเพียงร่างของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้นที่ผ่านไปได้ เมื่อถามว่าถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเหลือช่องทางเดียวจะมีความชอบธรรมหรือไม่ พริษฐ์ กล่าวว่า ต้องสู้ทีละขั้นตอน โดยวาระหนึ่งต้องพยายามให้ทุกร่าง และนำความเห็นต่างในหลายประเด็นไปถกต่อในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) เมื่อถามว่าจะมีช่องทางอย่างไร เพราะในชั้น กมธ. เสียงส่วนใหญ่ยังเป็นของฝ่ายเสียงข้างมาก พริษฐ์ กล่าวว่า แม้เป็นเสียงข้างน้อย แต่หากประชาชนมองว่าสิ่งที่เราเสนอตอบโจทย์ประเทศ ประชาชนขานรับ จะเป็นพลังหนุนที่นำไปทำความเข้าใจกับ กมธ.ในรัฐสภา เมื่อถามว่า สุดท้ายหากการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่มีช่องทางให้ประชาชนหยั่งเสียง จะยอมรับได้หรือไม่ พริษฐ์ กล่าวว่า เรามีหลักการของเรา ขณะนี้ขั้นตอนสำคัญต่อเป้าหมายหลักเฉพาะหน้า คือ พยายามทำให้ร่างของพรรคประชาชนผ่านวาระแรก และให้หลักการถูกสนอง โดย กมธ.เสียงข้างมากที่จะตั้งขึ้น  'วิโรจน์' มองคำวินิจฉัยไม่ได้ห้ามประชาชนมีส่วนร่วม ขณะเดียวกัน สมาชิกพรรคประชาชน ที่ออกมาให้ความเห็นต่อร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย คือ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร  วิโรจน์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ระบุว่า เขาสนับสนุนให้ผ่านร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย ในวาระที่ 1 เพื่อเข้าไปหารือในวาระที่ 2  อดีต สส.พรรคประชาชน ระบุว่า หัวใจสำคัญของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ การเปิดการมีส่วนร่วมของประชาชนให้ได้มากที่สุด ซึ่งต้องดูประกอบกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ที่ระบุเอาไว้ว่า รัฐสภามีอำนาจเริ่มกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ แต่ “รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง” คือถ้าแปลง่ายๆ ก็คือ ห้ามมิให้ประชาชนเลือกตั้ง สสร.ทางตรง “แต่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้ตัดสิทธิ์ไม่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม” วิโรจน์ ลักขณาอดิศร (ถ่ายโดย แมวส้ม ประชาไท) อดีต สส.พรรคประชาชน กล่าวว่า หากเรามาพิจารณาที่ร่างแก้ไข รธน.ของพรรคเพื่อไทย ในส่วนที่มาของ สสร. ซึ่งก็ชัดเจนว่ามี สสร. อยู่ 2 ประเภท คือ  ประเภทที่ 1 ประชาชนเลือกตั้งทางอ้อมมา 300 คน แล้วให้รัฐสภาลงคะแนนลับคัดให้เหลือ 100 คน  ประเภทที่ 2 แต่งตั้งจากองค์กรต่างๆ ทั้ง สส. และ สว. ที่ประชุมใหญ่ศาลฏีกา ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครอง และสมาคมวิชาชีพต่างๆ จำนวน 51 คน ทั้ง 2 ประเภท ไม่มีการเลือกตั้งทางตรง ไม่มีส่วนไหนที่ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 มีแต่ "การสร้างการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน" วิโรจน์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ของอำนาจอธิปไตยที่เป็นของ "ปวงชนชาวไทย" ดังนั้นการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ จึงจำเป็นต้องสร้างการมีส่วนร่วมกับเจ้าของอธิปไตยของชาติ นั่นก็คือ ประชาชน ถ้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปด้วยกระบวนการที่กีดกันการมีส่วนร่วมของประชาชน สุดท้ายเราจะได้รัฐธรรมนูญที่มองประชาชนเป็นเพียงผู้ถูกปกครอง  อดีต สส.พรรคประชาชน มองว่า การที่พรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม ถอนชื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย จึงเป็นการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนออกจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเป็นการสะท้อนถึงปัญหาของ "ระบอบสีน้ำเงิน" ที่ชัดเจนมาก เนื่องจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แม้ว่าจะมีระบบในการสรรหา แต่สุดท้ายก็ต้องมาผ่านการเห็นชอบจาก สว. สมมติว่า สว. ตกอยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงิน ศาลรัฐธรรมนูญโดยนัยยะก็สุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะตกอยู่ภายใต้ระบอบสีน้ำเงินไปด้วย แถมประชาชนทำได้แค่มองตาปริบๆ ไม่สามารถที่จะเข้าชื่อกันถอดถอนได้ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ย่อมไม่พ้นที่ประชาชนจะสงสัยว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญก็อาจจะกลายเป็นคำวินิจฉัยสีน้ำเงินไปด้วยหรือไม่ และพอคำวินิจฉัยสีน้ำเงิน ถูกนำไปใช้ในการริดรอนการมีส่วนร่วมของประชาชน ออกจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ไม่พ้นที่จะทำให้ สสร.อาจจะกลายเป็น สสร. สีน้ำเงิน และ สสร. สีน้ำเงิน ก็จะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้กลายเป็นรัฐธรรมนูญสีน้ำเงิน โพสต์ระบุต่อว่า แล้วสุดท้าย ประชาชนก็จะกลายเป็นผู้ถูกปกครอง แล้วต้องถูกบังคับมาให้เลือกระหว่างรัฐธรรมนูญฉบับรัฐประหาร VS รัฐธรรมนูญฉบับสีน้ำเงิน ซึ่งเราไม่ต้องการที่จะเห็นฉากทัศน์ที่เป็นภัยร้ายต่อบ้านเมืองฉากนี้เกิดขึ้น  ดังนั้น เขาจึงสนับสนุนให้ผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทย เข้าไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ เช่นเดียวกับร่างของพรรคประชาชน  * ข่าว * การเมือง * ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ * รัฐธรรมนูญใหม่ * พรรคเพื่อไทย * พรรคประชาชน * พริษฐ์ วัชรสินธุ * วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
dlvr.it
June 5, 2026 at 5:09 PM
จับมือปืนลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ได้ที่กาญจนบุรี
จับมือปืนลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ได้ที่กาญจนบุรี auser15 Wed, 2026-04-22 - 19:54 ชุดสืบสวนตำรวจนครบาล สืบสวนภาค 7 และสืบจังหวัดกาญจนบุรี จับมือปืนอดีตนาวิกโยธิน ผู้ก่อเหตุลอบยิง ‘กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ’ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่สะพานมอญ จ.กาญจนบุรี เตรียมหนีไปประเทศเพื่อนบ้าน - ขณะนี้ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหา 5 คน ที่มีการออกหมายจับได้หมดแล้ว 22 เมษายน 2569 NBT Connext รายงานว่า พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. นำทีม ชุดสืบสวนตำรวจนครบาล สืบสวนภาค 7 และ สืบจังหวัดกาญจนบุรี แกะรอยไล่ล่า ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี มือปืนผู้ก่อเหตุลอบยิง ‘กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ’ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ บริเวณหน้าบ้านพักริมถนนเพชรเกษม อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เมื่อค่ำวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยชุดสืบสวนสามารถติดตามจับกุมตัว นายวิโรจน์ เกตุมณี ได้บริเวณสะพานมอญใกล้กับทางข้ามฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ม.9 ต.หนองลู อ.สังขละ จ.กาญจนบุรี ซึ่งตำรวจสามารถควบคุมตัวได้ก่อนที่จะหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้ตำรวจสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งกระบวนการจำนวนทั้งหมด 5 คน ที่มีการออกหมายจับ 1. สมพร ลังเดช อดีตนาวิกโยธิน และเป็นผู้ประสานงาน จัดเตรียมแผน และชี้เป้า (จับได้แล้ว) 2. อลาวี อาแว คนขับรถ (จับได้แล้ว) 3. สุนทร พรหมภักดี เจ้าของอู่แยกชิ้นส่วนรถใช้ก่อเหตุ (จับได้แล้ว) 4. ธนภัทร วัฒนภิญโญ อดีตทหารพราน และเป็นมือปืน (จับได้แล้วที่จังหวัดกาญจนบุรี) 5. ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน และเป็นมือปืน (จับได้แล้ว) เบื้องต้น พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ ตร. และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บชน. ได้ควบคุมผู้ต้องหาเพื่อนำไปสอบปากคำอย่างละเอียดในกรุงเทพฯ และเพื่อทำการขยายผลถึงแรงจูงใจและผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย * ข่าว * การเมือง * ความมั่นคง * กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ * ชายแดนใต้
dlvr.it
April 22, 2026 at 12:59 PM
รอง ผบ.ตร.ประสาน ตม.-ตชด. สกัดมือยิง 'สส.กมลศักดิ์' มีแนวโน้มหนีไปต่างประเทศ
รอง ผบ.ตร.ประสาน ตม.-ตชด. สกัดมือยิง 'สส.กมลศักดิ์' มีแนวโน้มหนีไปต่างประเทศ XmasUser Thu, 2026-04-16 - 19:40 รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์จับคนร้ายลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ได้ 4 จาก 5 คนแล้ว เร่งตามตัววิโรจน์ เกตุมณี ยังหลบหนีอยู่ พร้อมประสาน ตม. และ ตชด. สกัดทุกช่องทาง มีแนวโน้มหนีไปต่างประเทศ โดยเฉพาะทางกัมพูชา เตรียมออกหมายแดงต่อทันที   16 เม.ย. 2569 เพจเฟซบุ๊ก NBT Connect และยูทูบ The Reporters รายงานวันนี้ (16 เม.ย.) ที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และ พล.ต.ต. ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล ผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถึงความคืบหน้าการสืบสวนจับกุมตัวคนร้ายลอบยิง สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ พรรคประชาชาติ โดยระบุว่านับตั้งแต่เกิดเหตุเมื่อ 20 มี.ค. 2569 จนถึงปัจจุบันนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 จาก 5 คน ได้แก่ สมพร ลังเดช (คนประสานงาน ชี้เป้า) อลาวี อาแว (คนขับรถ) สุนทร พรหมภักดี (เจ้าของอู่ที่แยกชิ้นส่วนรถใช้ก่อเหตุ) ธนภัทร วัฒนภิญโญ (มือปืน) ซึ่งสามารถนำกำลังเข้าจับกุมได้ที่จังหวัดกาญจนบุรี แต่ยังเหลืออีก 1 คนที่ยังไม่ถูกจับกุมคือ วิโรจน์ เกตุมณี มือปืน  พล.ต.อ.สำราญ กล่าวต่อว่า เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานส่งหมายจับไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อสกัดกั้นตามด่านตรวจและช่องทางธรรมชาติทั้งหมดแล้ว เนื่องจากมีแนวโน้มและข้อมูลความเชื่อมโยงว่าอาจจะพยายามหลบหนีไปยังประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ หากพบว่ามีการหลบหนีออกนอกประเทศจริง ทางตำรวจจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อขอออกหมายจับสากล หรือ หมายแดง ต่อไป สำหรับการสืบสวนหาคนจ้างวานคนร้าย รอง ผบ.ตร. เผยว่าต้องสืบสวนหาพยานหลักฐานจากที่เกิดเหตุ สมมติฐานเราอาจจะมีการตั้งหลายสมมติฐาน เช่น ลักขโมย จี้ ชิงปล้น แต่เราต้องสืบสวนจากที่เกิดเหตุว่าสมมติฐานมันสอดคล้องกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุหรือไม่ พยานหลักฐานไปถึงไหน การสืบสวนของตำรวจก็ไปถึงที่นั่น  ต่อประเด็นที่สื่อถามว่า ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ทั้ง 4 คน สามารถสืบสวนหาผู้จ้างวานได้หรือไม่ รอง ผบ.ตร. ระบุว่า กลุ่มที่เราจับได้ตอนแรกซักทอดไป-มา คือสมพร ลังเดช ซักทอดไปที่ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี ซึ่งคาดว่าถ้าได้ตัววิโรจน์ เรื่องต่างๆ น่าจะกระจ่างขึ้น แต่ต้องบอกว่าคำซักทอดกันเอง เรารับฟังอยู่แล้ว แต่ก็ต้องใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เส้นทางการเงิน และอื่นๆ ที่ชุดสืบสวนจะเอามาประกอบ การสืบสวนไม่ได้อ้างอิงตามคำให้การอย่างเดียว  ต่อประเด็นที่สื่อถามว่า มีผู้ให้การช่วยเหลือหลบหนีหรือไม่ เพราะว่าอย่างธนภัทร หรือเคี้ยง ก็ถูกจับกุมตัวที่จังหวัดกาญจนบุรีเลย พล.ต.อ. สำราญ ระบุว่า ถ้ามีผู้ช่วยเหลือและเราทราบอย่างชัดเจน ก็จะมีการออกหมายจับเช่นกัน หรือปรากฏตัวต่อหน้าก็จะจับกุมเลยทันที  ความเชื่อมโยงระหว่างวิโรจน์ และนาวาเอกมนตรี โตประเสริฐ ผู้ให้ยืมรถ กอ.รมน. มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ในประเด็นนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า กอ.รมน.เขาก็มีการไปแจ้งความ มาตรา 151 และมาตรา 157 ฐานครอบครองทรัพย์สินราชการทำให้เสียหาย และ ม. 157 ฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ก็จะเห็นว่า กอ.รมน.ไม่ได้มีการคุ้มครอง แต่ยังไม่พบความเชื่อมโยงระหว่างผู้ให้ยืมรถกับผู้ก่อเหตุ จากการสอบสวนเขายืนยันว่าไม่เกี่ยวข้อง ทาง กอ.รมน. ก็มาแจ้งความ ซึ่งมีการกำชับชุดสืบสวนแล้วว่าให้ความจริงกระจ่างไม่ว่าฝ่ายใดจะได้ประโยชน์ หรือเสียประโยชน์ และยืนยันว่าทำเต็มที่แน่นอน  “การเชื่อมโยงความมั่นคงหรือไม่ ผมก็ตอบชัดเจนแล้วว่า ฝ่าย กอ.รมน. เขาก็ไปแจ้งความแล้ว ผมเรียนเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง การสืบสวนสอบสวน ท่านแม่ทัพ (ภาค 4) ก็โทร.มาให้สืบสวนให้เต็มที่ตลอด ตั้งแต่แรกๆ” พล.ต.อ.สำราญ ระบุ  ต่อประเด็นที่สื่อถามว่าถ้ามันเชื่อมโยงกับการเมืองจะเป็นการกดดันเจ้าหน้าที่สืบสวนหรือไม่ พล.ต.อ.สำราญ ระบุว่า เขาตั้งประเด็นมูลเหตุจูงใจหลายประเด็น ซึ่งตัดอะไรไม่ได้สักอย่าง แต่ถ้าหลักฐานไปถึงไหน ก็ต้องไปเกี่ยวกับเรื่องนั้น ถ้าได้ตัววิโรจน์ มาอีกคนหนึ่ง ก็ค่อยๆ พิสูจน์ไปว่า เขาจะให้การว่าอย่างไร เราไปบังคับขู่เข็ญเขาให้การไม่ได้ วิทยาศาสตร์ก็ต้องเอามาประกอบกับคำรับ คำซักทอด หรือคำปฏิเสธ ต้องเอาหลักฐานวิทยาศาสตร์ไปจับ * ข่าว * ความมั่นคง * 3 จังหวัดชายแดนใต้ * สำนักงานตำรวจแห่งชาติ * สำราญ นวลมา * ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง * ตำรวจตระเวนชายแดน * วิโรจน์ เกตุมณี * กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ * กอ.รมน.นราธิวาส
dlvr.it
April 16, 2026 at 1:13 PM
16 ปี 10เมษา’53 รำลึกวีรชนคนเสื้อแดง ปชน.จ่อยื่นแก้ กม.นำทหารขึ้นศาลพลเรือน ก่อนหมดอายุความอีก 4 ปี
16 ปี 10เมษา’53 รำลึกวีรชนคนเสื้อแดง ปชน.จ่อยื่นแก้ กม.นำทหารขึ้นศาลพลเรือน ก่อนหมดอายุความอีก 4 ปี ภาพปก-ภาพประกอบ: แมวส้ม ประชาไท  XmasUser Sat, 2026-04-11 - 00:32 * ประมวลภาพบรรยากาศ และการปราศรัย อดีตแกนนำ นปช. จัดงานครบรอบ 16 ปี รำลึก วีรชนคนเสื้อแดง 10 เมษา'53 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา และหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา * ตัวแทนพรรคประชาชน เตรียมยื่นร่างแก้ไขกฎหมาย ทำให้ทหารที่ทำผิดอาญาต่อประชาชน ขึ้นศาลพลเรือน และแก้ไขกฎหมายยกเลิกอายุความคดีที่เจ้าหน้าที่รัฐหลบหนีการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ‘วิโรจน์’ ขอประชาชน-พรรคการเมืองเพื่อนบ้านที่ร่วมต่อสู้ ปชต. ให้การสนับสนุน * ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปราศรัยย้อนรอยชัยชนะทางการเมือง และคดีความคนเสื้อแดง ตั้งแต่คดีชายชุดดำ ก่อการร้าย และเผาห้างสรรพสินค้า จนตอนนี้คดีความยกฟ้องหมดแล้ว และปัจจุบัน กำลังทำเว็บไซต์-สื่อโซเชียลมีเดีย เก็บประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนเสื้อแดง หวังเปิดตัว 19 พ.ค.นี้ ยืนยันคนเสื้อแดงสำหรับเขา อยู่ตรงไหนก็เป็น ‘เพื่อน’ กันเสมอ    10 เม.ย. 2569 เพจเฟซบุ๊ก ‘ยูดีดี นิวส์’ รายงานวันนี้ (10 เม.ย.) ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา บริเวณสี่แยกคอกวัว ตั้งแต่เวลา 12.00 น.เป็นต้นมา มีงานรำลึกและสดุดีวีรชน #16ปีเมษาพฤษภา53 “นิรโทษกรรมให้คนเป็น ทวงความยุติธรรมให้คนตาย” นับถอยหลัง 4 ปี คดีหมดอายุความ ซึ่งจัดโดยคณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553 (คปช. 53) คลิกลูกศรซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูรูปภาพ สำหรับเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 เจ้าหน้าที่เข้าสลายการชุมนุม ซึ่งถูกเรียกว่า “ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่” บริเวณสะพานผ่านฟ้าถึงสี่แยกคอกวัว จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับความยุติธรรม โดยวันนี้นับว่าครบรอบ 16 ปีของเหตุการณ์ดังกล่าว และเหลืออีก 4 ปีก่อนคดีจะหมดอายุความลง บรรยากาศการทำกิจกรรมเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น. มีการเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการภาพประวัติศาสตร์การสลายการชุมนุมปี 2553 และการขับเคลื่อนทวงความยุติธรรมของ คปช. 53 ภายในงานมีการแจกอาหาร เครื่องดื่ม และจำหน่ายหนังสือ รวมถึงซุ้มกิจกรรมขององค์กรต่าง ๆ อาทิ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม จัดรดน้ำวีรชนและเพนต์รูปสัญลักษณ์ประชาธิปไตย  ไอลอว์เปิดบูทจำหน่ายสินค้า และการแสดงดนตรี นำโดยอาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ ศิลปินเพลงเพื่อราษฎร 'พอร์ท ไฟเย็น' 'หนวดริมทาง' และ บุ๊ค Elevenfinger  จากนั้น 15.00 น. มีการจัดพิธีสงฆ์ทำบุญถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 4 รูป จากนั้น มีการวางพวงหรีดและช่อดอกไม้ พร้อมกล่าวไว้อาลัยและสดุดีวีรชน นำโดย ธิดา ถาวรเศรษฐ อดีตแกนนำ นปช., นพ.เหวง โตจิราการ, ประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ, วิโรจน์ ลักขณาอดิศร, สหัสวัต คุ้มคง, เสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ จากพรรคประชาชน, สว.เทวฤทธิ์ มณีฉาย, สว.สว.สุนทร พฤกษพิพัฒน์, กีรดิต โยงราช ผู้ลงสมัครนายกองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พรรคธรรมปณิธาน และ ตัวแทนโมกหลวงริมน้ำ ร้อง ปชน. เร่งยื่น กม.นำทหารขึ้นศาลพลเรือน แถลงการณ์จากคณะ คปช. 53 ระบุว่า สืบเนื่องจากการล้อมปราบคนเสื้อแดงในช่วง เม.ย. จนถึง พ.ค. 2553 นำมาซึ่งความสูญเสียของคนเสื้อแดงจำนวนนับร้อยคน และบาดเจ็บ 1,283 รายเท่าที่สืบทราบได้ และยังมีผู้เสียชีวิตต่อมาอีกจำนวนหนึ่งหลังเดือน พ.ค. เป็นต้นมา เป็นผลให้ทางธิดา ถาวรเศรษฐ ตั้ง "คณะประชาชนทวงความยุติธรรม 2553" เพื่อทวงความยุติธรรมทั้งจากต้นทางที่ตำรวจ DSI ระหว่างทางคืออัยการ และปลายทางคือศาลยุติธรรม โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา จนได้ตัวเลขที่นำไปสู่การวินิจฉัยของศาลในการไต่สวนคดีการตายที่ผิดปกติตามมาตรา 150(3) มีคดีจำนวนหนึ่งที่ศาลวินิจฉัยว่ากระสุนมาจากเจ้าหน้าที่ 17 รายก่อนรัฐประหาร และไม่ทราบว่าใครลงมือทำ 15 ราย (หลังรัฐประหาร)  อย่างไรก็ตาม หลังการทำรัฐประหารปี 2557 อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี, สุเทพ เทือกสุบรรณ ลอยนวลพ้นผิดจากคดีสังหารคนเสื้อแดง เนื่องจาก ป.ป.ช.ไม่ยอมส่งคดีที่ศาลวินิจฉัยแล้วว่า กระสุนมาจากเจ้าหน้าที่ทหารต่อไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ส่วนนายทหารชั้นผู้ใหญ่ผู้น้อยก็ลอยนวลพ้นผิด โดยอัยการทหารสั่งไม่ฟ้อง มีจำนวน 62 คดี ที่ DSI ยุติการชันสูตรพลิกศพ เพื่อไต่สวนตามประมวลวิอาญามาตรา 150(3) กลับไปปิดคดีโดยการชันสูตรพลิกศพตาม มาตรา 150(1) โดยถือเป็นการตายปกติ ทั้งที่ชัดเจนว่าถูกยิงจากทหาร ทั้งที่แยกคอกวัว และบริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา  แม้ว่า หลังการทำรัฐประหารเป็นต้นมา คปช. 53 พยายามยื่นข้อเสนอโดยการทวงความยุติธรรมตั้งแต่ต้นทาง จนถึงปลายทาง ผ่านพรรคเพื่อไทยตั้งแต่ปี 2565 สมัยเป็นฝ่ายค้าน จนมาเป็นรัฐบาลปี 2566 แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง และถูกขัดขวางเมื่อเรื่องเข้าสู่ กมธ.พัฒนาการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการการทหาร โดยเฉพาะเรื่องการนำทหารที่ทำผิดอาญาต่อประชาชน ขึ้นสู่ศาลพลเรือนตามข้อเสนอของ คปช. 53  จนกระทั่ง พรรคประชาชน ได้นำข้อเสนอของ คปช.53 มาบรรจุในชุดนโยบายของพรรคฯ ทำให้เริ่มเห็นหนทางทวงความยุติธรรม โดยข้อเรียกร้องก็คือ * แก้ไขกฎหมายให้คดีที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำความผิดอาญาต่อประชาชน ต้องไม่มีอายุความ * ให้มีร่าง พ.ร.ป.แก้ไขเพิ่มเติมวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้คดีที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่กระทำความผิดอาญาต่อประชาชน ไม่อยู่ในอำนาจของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง * แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. 2498 โดยแก้มาตรา 14 ในคดีที่ทหารกระทำความผิดทางอาญาต่อพลเรือน ให้ขึ้นต่อศาลยุติธรรมพลเรือน นอกจากนั้น คปช.53 ได้เรียกร้องให้คดีความที่ค้างคา, ไม่ดำเนินตามกฎหมายที่มี, การตายผิดปกติ ต้องได้ถูกชันสูตรพลิกศพตาม ป.วิอาญา มาตรา 150(3) ไม่ใช่ยุติไปเฉยๆ โดยอ้างว่าชันสูตรพลิกศพแล้วแบบการตายปกติ แม้แต่ทหารที่เสียชีวิตก็ยังไม่ได้รับการสืบสวนและชันสูตรพลิกศพตามมาตรา 150(3)  แถลงการณ์ระบุทิ้งท้ายว่า เนื่องด้วยอายุความของคดีจะเหลือเพียง 4 ปี จึงขอให้พรรคประชาชนเร่งยื่นร่างแก้ไขกฎหมายเข้าสภาฯ และขอให้พรรคการเมืองต่างๆ และสมาชิกผู้แทนราษฎรที่มีใจรักประชาชน และประชาธิปไตย ร่วมกันสนับสนุนการแก้ไขกฎหมาย และทำให้บรรลุผลโดยเร็ว เพราะความยุติธรรมสำหรับประชาชน คือปราการด่านสุดท้ายของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย ปชน.เตรียมยื่นแก้ กม.ยุติอายุความเจ้าหน้าที่หนีกระบวนการยุติธรรม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ กรรมการบริหารพรรคประชาชน กล่าวว่า วันนี้เขามาเป็นตัวแทนของหัวหน้าพรรค ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ซึ่งติดภารกิจประชุมรัฐสภา กล่าวรำลึกวีรชนคนเสื้อแดง และอยากจะกราบเรียนทุกท่านว่า เราไม่ได้หลงลืม และไม่ได้ละเลยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 16 ปีที่แล้ว  กรรมการบริหารพรรคประชาชน ระบุว่า วันนี้เขาไม่ได้จะมาหาเสียง หรือหาคะแนนนิยม แต่อยากให้ประเทศไทยดีขึ้น และมองว่าเหตุการณ์ 10 เม.ย. 2553 ที่รัฐใช้อำนาจเข่นฆ่าประชาชน หากเราไม่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้ เหตุการณ์เล่านี้จะวนกลับมาอีกครั้ง และพรรคประชาชน ในฐานะพรรคที่ยืนยันว่าอำนาจสูงสุดในประเทศนี้เป็นของประชาชน เราจะปล่อยให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้  พิจารณ์ กล่าวต่อว่า พรรคประชาชนมีการเสนอกฎหมายแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร มากไปกว่านั้น สส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ร่วมกับ สส.รอมฎอน ปันจอร์ และอีกหลายท่าน ยื่นร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 เพื่อหยุดเข็มนาฬิกาของอายุความ ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งการ เจ้าหน้าที่รัฐหลบหนีไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อายุความต้องสิ้นสุดหยุดลง สส.คณะทำงานยื่นไปแล้วในสภาฯ ชุดที่ 26 แต่ยังไม่ถูกการพิจารณา นอกจากนี้ พรรคประชาชน ได้มีนโยบายที่จะหยุดวัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวล ก็คือการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา แก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร แก้ไข พ.ร.ป.ว่าด้วยการพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นี่เป็นอีกหนึ่งกฎหมายสำคัญที่เราต้องการคืนสิทธิให้กับประชาชน ให้เราสามารถฟ้องร้องเจ้าหน้าที่รัฐ ฟ้องร้องผู้ที่มีอำนาจโดยตรง ไปที่ศาลอาญา ศาลยุติธรรมได้ โดยไม่ต้องผ่านองค์กรอิสระ 'วิโรจน์' ขอพรรคการเมือง-ปชช.หนุนร่างแก้ พ.ร.บ. ลากทหารขึ้นศาลพลเรือน วิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.พรรคประชาชน กล่าวรำลึกถึงคนเสื้อแดงที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ล้อมปราบคนเสื้อแดง เมื่อ 10 เม.ย. จนถึง 19 พ.ค. 2553 และได้เล่าบทสนทนาระหว่างเขากับเพื่อนที่ไต่ถามว่า “เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว จะฟื้นฟอยหาตะเข็บทำไม” ซึ่งเขามองว่า หากสามารถยุติวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดเจ้าหน้าที่รัฐ หรือทหาร มันจะทำให้ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบผลของการกระทำ และเป็นบทเรียนให้ผู้มีอำนาจได้รับรู้ว่าต่อให้เบื้องหลังของเขาจะเป็นใครที่ให้คำมั่นกับคุณว่า ฆ่าไปเถอะ สังหารไปเถอะ ทำไปเถอะ ยังไงก็คุณก็ไม่โดนอะไร คุณก็จะไม่เชื่อคนหลังม่านเหล่านั้น เพราะคุณเห็นบทเรียนของผู้ที่มีอำนาจที่ต้องรับผิดตามกฎหมายไปแล้ว ซึ่งนี่คือนิติรัฐ หรือที่หลายคนเรียกว่า “บ้านเมืองที่มีขื่อมีแป” ทำให้ประชาชนอยู่ได้อย่างสบายใจ เพราะรู้สึกว่ากฎหมายจะคุ้มครองเขาเวลาที่ได้รับความอยุติธรรม วิโรจน์ กล่าวว่า ตอนนี้มีการพิสูจน์แล้วว่า คดีชายชุดดำ ไม่มีอยู่จริง และเราพิสูจน์ได้อย่างน้อยส่วนหนึ่งว่า กระสุนถูกยิงจากเจ้าหน้าที่รัฐ และเรื่องราวที่น่าหดหู่ที่สุดคือเหตุการณ์ในวัดปทุมฯ คือมีภาพปรากฏของคนที่ซุ่มยิงถืออาวุธ แต่ปรากฏว่าจับมือใครดมไม่ได้ นี่คือสิ่งที่สะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้อำนวยความยุติธรรมให้มันเกิดขึ้นในสังคมเลย มากไปกว่านั้น ยังมีกระบวนการปลุกปั่นให้คนอีกกลุ่มหนึ่งรู้สึกชิงชังเกลียดชังว่า คนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยเข่นฆ่าทำลายยังไงก็ได้ นี่คือความร้ายกาจที่เกิดขึ้นในปี 2553  วิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า ที่เลวร้ายที่สุดคือการสร้างผังล้มเจ้ากำมะลอ ที่คนทำเองก็ยอมรับกับศาลแล้วว่าทำขึ้นมาเอง ไม่มีที่มาที่ไป เอาประชาชนตามจินตนาการมาใส่ในผังแล้วโยงใย กล่าวหาว่าประชาชนกลุ่มนี้คือกลุ่มที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ นี่คือสิ่งที่ชั่วช้าสามานย์ สร้างความเกลียดชังในหมู่ประชาชนโดยใช้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องมือ แต่คนกลุ่มนั้นก็ยังลอยหน้าลอยตามีชีวิตที่ผาสุกอยู่ได้ ทั้งที่การกระทำนี้คือภัยร้ายของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่แท้จริง วิโรจน์ ระบุว่า ล่าสุดเพิ่งคุยกับเอกราช อุดมอำนวย สส.พรรคประชาชน ว่าจะขอยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร เข้าไปในเร็ววันนี้ และคงจะต้องขอความกรุณาของประชาชนที่นี่ เพราะลำพังเสียงพรรคประชาชน 120 เสียงมันไม่เพียงพอจะผ่านวาระที่ 1 หรือต่อให้เพียงพอ ก็ไม่มั่นใจว่าจะผ่านวาระที่ 2 หรือ 3 ดังนั้น วิธีการเดียวกันก็คือการขอความร่วมมือจากพรรคเพื่อนบ้านที่เคยต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยกันมา เชื่อว่าถ้ามีคะแนนเสียงเพียงพอจากพรรคการเมืองจำนวนหนึ่ง ที่เกินกว่าครึ่งหนึ่งของสภาฯ ก็จะสามารถผ่านร่างกฎหมายได้ ทั้งนี้ สาระสำคัญของร่างแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร คือ คดีอาญาที่ทหารกระทำกับประชาชน ไม่ต้องขึ้นศาลทหาร แต่ให้ขึ้นศาลยุติธรรม และคดีทุจริตทั้งปวง ไม่ต้องขึ้นศาลทหาร และขึ้นศาลอาญาทุจริตประพฤติมิชอบแทน  "ถ้าเราทำเช่นนั้นได้ ความยุติธรรมบังเกิด มันจะเป็นบทเรียนให้ทหารรุ่นใหม่ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะคิดใช้อาวุธที่ซื้อมาโดยภาษีของประชาชน หันปลายกระบอกปืนใส่กระสุน แล้วเล็ง แล้วลั่นไกไปที่ประชาชนอีก" อดีต สส.พรรคประชาชน กล่าว  สำหรับประเด็นที่ว่าทำไมต้องโฟกัส พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร วิโรจน์ กล่าวว่า เพราะทุกครั้งตั้งแต่ 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภาทมิฬ หรือเหตุการณ์ 10 เมษา พฤษภา’53 ก็ดี อาวุธที่ทำให้ประชาชนที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยเป็นอาวุธสงครามทั้งสิ้น และคนที่ใช้คือทหารโจรใช่หรือไม่ ทหารดีก็ทำตาปริบๆ จะห้ามก็ไม่ได้ เพราะมีระบบรุ่นพี่รุ่นน้องต้องทำให้เกิดกระบวนการพ้นผิด ง่ายที่สุดคือไปศาลยุติธรรม และศาลอาญาทุจริตฯ และเราจะหยุดกงล้อของความหฤโหดไว้ได้  “ต้องขอความกรุณาประชาชนผู้รักประชาธิปไตยจะต้องยื่นหนังสือกับพรรคการเมืองอื่น ผมคิดเหมือนกันว่าใครจะเคลมความสำเร็จ เคลมได้เลย ใครจะเป็นประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เป็นไปได้เลย จะเอาร่างใครเป็นร่างหลัก เอาได้เลย ขอให้มันผ่านสภาฯ และมีนัยยะสำคัญแค่มาตราเดียวก็พอ คือคดีที่ทหารทำร้ายประชาชน หรือคดีที่ทหารทำทุจริตขึ้นศาลยุติธรรมและขึ้นศาลอาญาทุจริตฯ ...เพราะเป้าหมายของพวกผมคือไม่ต้องการเห็นความหฤโหดเกิดขึ้นซ้ำอีกแล้วเท่านั้นเอง” วิโรจน์ ทิ้งท้าย  หลังจากนี้ มีกิจกรรมจุดเทียนรำลึกและวางดอกไม้เพื่ออธิษฐานจิตต่อดวงวิญญาณวีรชนเมษา-พฤษภา 53 ปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรีและแร็ปจาก "บุ๊ค" ธนายุทธ Elevenfinger - OLDNEW ก่อนยุติกิจกรรมในเวลาประมาณ 19.20 น. คนเสื้อแดงยังอยู่ การต่อสู้ไม่เคยหยุด ในวันเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก สำนักข่าวราษฎร ถ่ายทอดสดออนไลน์เมื่อเวลา 17.00 น. หน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการจัดงาน "รำลึก 16 ปี เหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 เสื้อแดงยังอยู่ การต่อสู้ไม่เคยหยุด"  คลิกซ้าย-ขวา เพื่อเลื่อนดูภาพ ภายในงานมีแกนนำและบุคคลสำคัญของพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และอดีต รมช.พาณิชย์ จักรภพ เพ็ญแข อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ จิราพร สินธุไพร อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ สส.ร้อยเอ็ด ชญาภา สินธุไพร อดีต สส.ร้อยเอ็ด ขัตติยา สวัสดิผล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ ก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต สส.บัญชีรายชื่อ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยสมาชิกพรรคและประชาชนจำนวนมาก  โดยพิธีเริ่มต้นด้วยการประกอบพิธีสงฆ์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ก่อนที่จักรภพ ในฐานะตัวแทนพรรคเพื่อไทย จะนำวางพวงหรีดในนามพรรค พร้อมยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 1 นาที เพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้ล่วงลับ จากนั้น ญาติวีรชนและมวลชนคนเสื้อแดงได้ร่วมกันวางพวงหรีดและดอกไม้ไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง ขัตติยา สวัสดิผล สส.พรรคเพื่อไทย ลูกสาวของพลตรี ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง ได้กล่าวขอแสดงความเสียใจคนเสื้อแดงผู้เสียสละทุกคน และอยากขอบคุณทุกคนที่ยังจดจำพ่อของเธอได้ แม้ว่าจะผ่านไปมากกว่า 10 ปีแล้ว ขอบคุณที่ยังมีเสธ.แดงอยู่ในใจ และเชื่อว่าทุกดวงวิญญาณยังคงเฝ้าดูและเป็นกำลังใจให้กับทุกคน และขอให้ทุกคนอยู่กันแบบนี้ตลอดไปและเป็นกำลังใจให้แก่กันและกัน   หลังจากนั้น บรรยากาศการทำกิจกรรมฝั่งหน้าโรงเรียนสตรีวิทยามีการผลัดกันขึ้นปราศรัยของอดีตแกนนำ นปช. เช่น ก่อแก้ว พิกุลทอง จักรภพ เพ็ญแข และหนึ่งในไฮไลท์สำคัญที่สุดคือการปราศรัยของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ  ณัฐวุฒิ เริ่มจากการกล่าวถึงประวัติการจัดงานรำลึก 10 เมษา’53 ตั้งแต่ปี 2554 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน และในปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่มีการจัดรำลึก 2 สถานที่แต่ในวันเดียวกันคือ ที่สี่แยกคอกวัว และหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ตรงข้ามอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย “เราควรรู้สึกอย่างไรกับมัน ผมก็ตอบว่าให้รู้สึกว่ามันธรรมดา ไม่มีอะไรตั้งอยู่เหนือความเปลี่ยนแปลง และในท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ถ้าเรายังแน่ใจว่าเราคือคนเสื้อแดง ถ้าเรายังภาคภูมิใจในการต่อสู้คนเสื้อแดง ถ้าเรายังยืนหยัดในจิตวิญญาณและอุดมการณ์ของคนเสื้อแดง เราก็มาร่วมชุมนุมและจัดกิจกรรมรำลึกได้ตลอดเวลาทุกปี มันไม่ได้อยู่ที่ตัวคนจัด มันไม่ได้อยู่ที่มุมไหนของถนน มันอยู่ที่ในใจของทุกคนว่ายังเป็นคนเสื้อแดงรึเปล่าเท่านั้นเอง” ณัฐวุฒิ กล่าว  ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เขาคุยกับทีมงานเรื่องการจัดกิจกรรมรำลึก 16 ปี ปีนี้ เราจะตั้งชื่องานว่า “16 ปี 10 เมษา 53 คนเสื้อแดงยังอยู่ การต่อสู้ไม่เคยหยุด” แม้ว่าการชุมนุมจะหยุดลงแล้ว แต่การต่อสู้ไม่เคยหยุด หัวใจของคนยังมีการต่อสู้อยู่ และหัวใจของคนยังบอกว่าแม้ไม่มีการรวมตัวรวมพลัง แต่เรายังเติมพลังให้ตัวเองตลอดเวลา  16 ปี ชัยชนะทางการการเมือง และคดีความของคนเสื้อแดง ณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า 16 ปีไม่ใช่น้อยๆ และอยากเล่าให้ฟังว่าวันนี้เขาได้รับสายจากลูกชาย บอกว่าวันที่ 10 เมษา เขาอยากมาร่วมคารวะคนเสื้อแดงด้วย เขาเชื่อว่าไม่ได้มีแต่ลูกชายผมที่รู้สึกแบบนี้ ลูกหลานหลายคนก็รู้สึกแบบนี้ ถ้าเขาได้เห็นพ่อแม่ เห็นปู่ย่าไปร่วมชุมนุมคนเสื้อแดง ไปหลายวัน กลับดึกๆ ดื่นๆ ถูกไล่ยิง ถูกจับขัง แต่ตอนได้รับการปล่อยตัวออกมายังใส่เสื้อแดง เขาก็จะเคารพคนเสื้อแดง เพราะเขารู้จัก เข้าใจ และภาคภูมิใจกับมัน ต่อมา อดีตแกนนำ นปช. กล่าวถึงการต่อสู้ในคดีความ และกระบวนการยุติธรรมของคนเสื้อแดง รวมถึงการต่อสู้เพื่อความชอบธรรมของคนเสื้อแดง ซึ่งเขาอยากชี้ให้เห็นว่า 16 ปีนี้ คนเสื้อแดงเราชนะมาหลายครั้ง และจะชนะต่อไปจนมีบรรทัดประวัติศาสตร์ชัดเจนบนพื้นที่ทางการเมืองไทย * พรรคเพื่อไทย ชนะการเลือกตั้ง เมื่อ 3 ก.ค. 2554 โดยที่สุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และ ผอ.ศอฉ. ให้สัมภาษณ์สื่อในวันที่ผลการเลือกตั้งออกว่า เขาพ่ายแพ้ให้กับพลังจัดตั้งคนเสื้อแดงที่มีอยู่ทั่วประเทศ โดยทิ้งห่างพรรค ปชป. จำนวน 100 กว่าที่นั่ง * แกนนำ นปช. และมวลชน ศาลพิพากษาถึงที่สุด ชนะคดีก่อการร้าย จากการชุมนุมปี 2553 * ปี 2553 ข้อกล่าวหาว่าขบวนการคนเสื้อแดง มีชายชุดดำ มีกองกำลังติดอาวุธ มีหน่วยไล่ล่า คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ และฆ่าประชาชนด้วยกัน มีการจับกุมคนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นชายชุดดำเกือบ 20 รายไปดำเนินคดี บัดนี้ผู้ต้องหาคดีชายชุดดำชนะคดี คำพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องไม่มีความผิด * เมื่อ 16 ปีที่แล้ว มีการกล่าวหาว่า คนเสื้อแดง ยิงปืน M79 ทำให้พันเอกร่มเกล้า ธุวธรรม จนถึงแก่ชีวิต มีการจับกุมคนเสื้อแดง 3-4 คนที่ร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงไปดำเนินคดี ผลพิสูจน์ปรากฏออกมาว่าสาเหตุการเสียชีวิตไม่เกี่ยวกับปืน M79 แต่เกี่ยวกับระเบิดมือแบบขว้าง ซึ่งไม่มีในกลุ่มผู้ชุมนุม และเมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลฎีกามีคำพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องจำเลยทุกคน ไม่มีความผิด * คดีเพลิงไหม้ห้างสรรพสินค้า เมื่อค่ำของวันที่ 19 พ.ค. 2553 มีการดำเนินคดีกับผู้ที่อยู่ในที่ชุมนุม 2 คน และศาลพิพากษาถึงที่สุดยกฟ้องไม่มีความผิด ในคำเบิกความของหน่วยผจญเพลิงที่ดูแลอาคารอยู่ พูดชัดว่าคนก่อเหตุเป็นคนจากที่ไหนก็ไม่รู้ แต่เป็นคนเสื้อแดงแน่ๆ เราใช้เวลา 16 ปี ต่อสู้กับเรื่องเหล่านี้ พิสูจน์ข้อกล้าวหาเช่นนี้ และเราก็ชนะในกระบวนการยุติธรรมเรื่อยมา และนี่คือคนเสื้อแดง * ท้ายที่สุด เมื่อสายธารการต่อสู้ไหลมาถึงคนหนุ่มสาวและนักศึกษาเมื่อปี 2563 ปรากฏว่าในรั้วมหาวิทยาลัย มีคนกลุ่มเดียวที่พวกเขาเรียกหา มีคนกลุ่มเดียวที่พวกเขาประกาศว่าเห็นใจ และอยากให้มาเคียงข้างกันคือคนเสื้อแดงเท่านั้น เขาไม่ได้เรียกหาพลังอื่นๆ เขาไม่ได้เรียกหาตัวบุคคลหรือแกนนำ เขาเรียกหาพลังนั้น ปรากฏการณ์นั้น เขาเรียกหาประชาชนคนบ้านๆ อย่างพวกเรา ที่ไม่เคยปรากฏในพื้นที่ทางการเมืองมาก่อน ถ้าจะบอกว่านี่เป็นอีกชัยชนะหนึ่งของคนเสื้อแดง เราก็พูดได้ นี่คือชัยชนะทางการเมือง นี่คือชัยชนะที่พลังนี้ได้ประกาศเอาไว้และได้รับการโอบรับจากคนรุ่นต่อไป  ผุดไอเดียทำเพจเฟซบุ๊ก-เว็บไซต์รวบรวม ปวศ.คนเสื้อแดง อดีตแกนนำ นปช. กล่าวว่า ขอให้ประชาชนได้รับรู้ว่าปีถัดๆ ไปยังคงมีกิจกรรม และภาระหน้าที่ในการติดตามทวงถามความยุติธรรม ซึ่งพูดแล้วพูดอีกก็ต้องยอมรับว่ายิ่งพูดมันก็ยิ่งช้ำ เพราะว่ายากลำบากเหลือเกินที่จะเดินไปข้างหน้า นอกจากนี้ ณัฐวุฒิ เผยว่า เขาได้คุยกับทีมงานว่าจะเริ่มทำเว็บไซต์ และเพจเฟซบุ๊ก รวบรวมประวัติศาสตร์ของคนเสื้อแดงทั้งหมดมาไว้ด้วยกัน จะมีเรื่องราว คำปราศรัย บทสัมภาษณ์ แกนนำเครือข่าย มีแนวรบวัฒนธรรม เรื่องเพลง ข้าวของการต่อสู้ของคนเสื้อแดง ซึ่งตอนนี้กำลังเริ่มดำเนินการ และเมื่อพร้อมเสนอต่อสาธารณะจะขอบอกกล่าวอีกที โดยเขาหวังว่าให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่รำลึก ศึกษาวัฒนธรรมการแสดงออกการต่อสู้ของคนเสื้อแดงได้ตลอดเวลา ไม่ใช่เฉพาะพวกเรา แต่รวมถึงคนหนุ่มคนสาวคนรุ่นหลัง ถ้าเขาสนใจเหตุการณ์ตอนไหน หรืออย่างไร สามารถเข้าไปดูเองได้ ซึ่งหวังว่าจะสามารถเปิดตัวให้ทันวันที่ 19 พฤษภาคม 2569  ณัฐวุฒิ ได้กล่าวตอบคำถามจากประชาชนว่ามีโอกาสที่จะเห็นคนเสื้อแดงที่กระจายไปตามพรรคการเมืองต่างๆ กลับมารวมตัวกันอีกไหม ซึ่งเขาตอบไม่ได้ เพราะว่ามันมีเงื่อนไขความคิดทางการเมือง ไม่เหมือนวงดนตรีที่จะกลับมารวมตัวกันร้องเพลงเล่นคอนเสิร์ต แต่เอาเป็นว่าปล่อยให้เป็นเงื่อนไขของวันเวลา "หัวใจผมมิตรก็คือมิตร เพื่อนก็คือเพื่อน และสำหรับผม เพื่อนตายของผมจำนวนมหาศาลมันเกิดขึ้นในการต่อสู้เมื่อ 16 ปีที่แล้วนั้น ความเป็นเพื่อนสำหรับผม มันอยู่ตรงนั้น เดินมาจนถึงวันนี้ แม้ยืนกันอยู่คนละที่ แต่สำหรับผม ผมไม่คิดจะไปโค่นไปรอนมิตรภาพที่ผ่านมา เพราะผมถือว่ามิตรภาพในท่ามกลางการต่อสู้ของคนเสื้อแดง มันมีคุณค่า มันมีความหมาย มันมีพลังสำหรับชีวิตผม" ณัฐวุฒิ กล่าวทิ้งท้าย  หลังจากนี้มีกิจกรรมจุดเทียนเพื่อรำลึกความสูญเสีย และผู้เสียชีวิตในวันที่ 10 เม.ย. 2553  * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * 10เมษา53 * คนเสื้อแดง * นปช. * วัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวล * กองทัพ * พรรคเพื่อไทย * พรรคประชาชน * ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ * ขัตติยา สวัสดิผล * พิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์ * วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
dlvr.it
April 10, 2026 at 6:41 PM