#สหัสวัตคุ้มคง
#ศาลอาญา นัดไต่สวนมูลฟ้องคดี #สุชาติชมกลิ่น ฟ้อง #ไอซ์รักชนก และ #สหัสวัตคุ้มคง หมิ่นประมาทฯ ปมพาดพิงซื้อตึก #Skyy9 ย้ำไม่ไกล่เกลี่ย ต้องจบที่ศาล ไม่ได้ต้องการปิดปากใคร แต่ต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง
.
อ่านต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/4746623/
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
May 26, 2025 at 5:24 AM
สส.ปชน. ระบุ 'คนมีคดีค้ามนุษย์ติดตัว ไม่ควรเป็นรัฐมนตรี'
สส.ปชน. ระบุ 'คนมีคดีค้ามนุษย์ติดตัว ไม่ควรเป็นรัฐมนตรี' auser15 Sun, 2025-09-07 - 17:53 สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ระบุ 'คนมีคดีค้ามนุษย์ติดตัว ไม่ควรเป็นรัฐมนตรี' พร้อมเรียกร้อง 'อนุทิน' ทบทวนความเหมาะสม ครม.ชุดใหม่ 7 กันยายน 2568 เพจพรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า “คนมีคดีค้ามนุษย์ติดตัว ไม่ควรเป็นรัฐมนตรี” โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ศาลเขตลัปแลนด์ ประเทศฟินแลนด์ มีคำพิพากษาจำคุกอดีตผู้บริหารระดับสูงของหนึ่งในบริษัทผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเบอร์รี่รายใหญ่ของฟินแลนด์ และ นายหน้าชาวไทย ฐานมีส่วนในขบวนการค้ามนุษย์ เรื่องที่เกี่ยวข้อง * ซีอีโอบริษัทเบอร์รี่รายใหญ่ในฟินแลนด์ลาออก หลังแพ้คดีค้ามนุษย์แรงงานไทย คดีนี้มีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างมาก เพราะเหยื่อการค้ามนุษย์คือแรงงานคนไทยกว่า 60 ชีวิตที่ถูกหลอกให้ไปทำงานเก็บผลไม้ป่า โดยมีการโฆษณาว่าเป็นงานรายได้สูง ได้เงินเป็นแสนภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่ความเป็นจริงแรงงานต้องทำงานอย่างหนัก ไม่มีค่าจ้างขั้นต่ำ หลายคนถูกยึดเอกสารสำคัญ เจ็บป่วยก็ยังถูกกักขังให้ทำงานต่อ ต้องหลับนอนในที่แออัดคับแคบท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ย้อนไปเมื่อ 25 มีนาคม 2568 สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องนี้ โดยอ้างอิงสำนวนคดีจากฟินแลนด์และสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีอดีตข้าราชการระดับสูงและอดีตรัฐมนตรีในกระทรวงแรงงานเกี่ยวข้อง โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการค้ามนุษย์จากการรับสินบนจากนายหน้าชาวไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดส่งแรงงานไทยไปเป็นแรงงานทาสที่ฟินแลนด์และสวีเดน จากสำนวนคำให้การคดีติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าว เราจะเห็นความเชื่อมโยงระหว่างนายหน้าชาวไทย กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในขณะนั้น ทั้งการเดินทางไปเยี่ยมบริษัทที่มีปัญหาถึงฟินแลนด์ รวมถึงแชทและกล่องเงินระหว่างนายหน้ากับข้าราชการระดับสูงในกระทรวงแรงงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางฟินแลนด์เองมีคดีที่เกี่ยวเนื่องกันและมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันที่ทำให้ข้าราชการระดับสูงของฟินแลนด์ถูกตัดสินโทษจากเรื่องนี้ไปแล้ว คดีนี้เป็นคดีที่เราติดตามมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล ร่วมกับภาคประชาชนและเหยื่อการค้ามนุษย์อีกหลายภาคส่วน มาจนถึงวันนี้ศาลฟินแลนด์ได้ชี้แล้วว่าคดีค้ามนุษย์ดังกล่าว ผู้ต้องหาคือนายหน้าชาวไทย มีความผิดจริง สหัสวัตจึงเรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทบทวนถึงความเหมาะสมและคำนึงถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่กำลังจับตาการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ไม่ให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี สหัสวัตจะดำเนินการตามกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อให้กระบวนการของคดีนี้ในฝั่งไทยเร่งสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยเสนอว่าควรนำคำตัดสินล่าสุดของศาลที่ฟินแลนด์ในคดีค้ามนุษย์ มาประกอบการพิจารณา เชื่อว่ามีแนวโน้มสูงมากที่จะเป็นน้ำหนักเพิ่มเติมในการเอาผิดอดีตรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงของกระทรวงแรงงาน พรรคประชาชนยืนยันว่าเราพร้อมดำเนินการทุกช่องทางเพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับบทลงโทษโดยปราศจากการละเว้นหรือการแทรกแซงจากฝ่ายบริหาร เพื่อพิสูจน์ว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยมีมาตรฐาน บังคับใช้กับทุกคนอย่างเสมอหน้า และประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์อีกจำนวนมาก จะได้รับความยุติธรรม * ข่าว * การเมือง * แรงงาน * พรรคประชาชน * สหัสวัต คุ้มคง * ค้ามนุษย์ * แรงงานไทยในต่างประเทศ * แรงงานไทยในฟินแลนด์
dlvr.it
September 7, 2025 at 10:58 AM
'ไดกิ้น' ประกาศสมาชิกสหภาพฯ จะกลับเข้าทำงานได้ต้องแสดงหนังสือลาออกจากสหภาพฯ
'ไดกิ้น' ประกาศสมาชิกสหภาพฯ จะกลับเข้าทำงานได้ต้องแสดงหนังสือลาออกจากสหภาพฯ Pazzle Mon, 2025-12-08 - 19:31 สหัสวัต คุ้มคง สส. พรรคประชาชน อัปเดต "ไดกิ้น" ออกประกาศฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา ระบุ สมาชิกสหภาพแรงงานจะกลับเข้าทำงานได้ ต้องแสดงสำเนาหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานต่อผู้จัดการทั่วไป จึงจะสามารถมารายงานตัวเพื่อกลับเข้าทำงานได้ เชีย จำปาทอง สส. พรรคประชาชน เรียกร้องกระทรวงแรงงานชี้แจงข้อกฎหมายเกี่ยวกับ “สภาพการจ้าง” ของบริษัทไดกิ้น โดยเฉพาะในประเด็น “สวัสดิการทองคำ” ให้ชัดเจน เพื่อหาทางออกให้ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างให้เร็วที่สุด ด้านรองประธาน กมธ. การแรงงาน วุฒิสภา มองสวัสดิการทองคำ 3 บาท ที่พนักงานไดกิ้นที่ไม่เคยขาด สาย ลา ป่วย ไม่หยุดงานตลอด 10 ปี เรียกร้องสอดคล้องผลกำไร และเป็นไปตามกติกาที่บริษัทวางไว้    8 ธ.ค. 2568 สหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน อัปเดตกรณีบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ ประกาศปิดงานสมาชิกสหภาพแรงงานไดกิ้น อมตะรักษ์เสรี ชลบุรี เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่ผ่านมา หลังเจรจาโบนัสและรางวัลประจำปีไม่ลงตัว ล่าสุดทางบริษัทไดกิ้นได้มีประกาศออกมาวานนี้ (7 ธ.ค. 2568) เกี่ยวกับการรายงานตัวกลับเข้าทำงานของพนักงานที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ข้อ 2 ในประกาศดังกล่าว มีการระบุถึงแนวทางการปฏิบัติต่อพนักงานที่เคยเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน กำหนดให้พนักงานต้องแสดงสำเนาหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานต่อผู้จัดการทั่วไป เพื่อรวบรวมเอกสารดังกล่าวส่งต่อไปยังฝ่ายบุคคล เมื่อส่งสำเนาหนังสือลาออกจากสมาชิกสหภาพแรงงานจึงจะสามารถมารายงานตัวเพื่อกลับเข้าทำงานได้ ตอนท้ายของประกาศทางบริษัทไดกิ้นย้ำว่า บริษัทห้ามพนักงานที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานเข้าปฏิบัติงานในวันที่ 8 ธ.ค. 2568 เพื่อความสงบเรียบร้อยของทางบริษัท สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภารายงาน เซีย จำปาทอง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุถึงกรณีบริษัทไดกิ้นได้แจ้งพนักงานที่ไม่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานให้มาทำงานที่บริษัทตามปกติตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไป ส่วนพนักงานที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานฯ จำนวน 1,200 คน ไม่สามารถเข้ามาที่บริษัทได้ ว่า กรณีดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะความหมายของคำว่า “สภาพการจ้างงาน” ซึ่งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 5 ระบุว่า “สภาพการจ้าง” หมายความว่า เงื่อนไขการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้าง สวัสดิการการเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้างหรือลูกจ้างอันเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญของข้อพิพาทระหว่างบริษัทไดกิ้นฯ และสหภาพแรงงานฯ ที่ประชาชนจำนวนมากยังไม่ทราบข้อมูลอย่างถูกต้อง คือ เรื่อง “สภาพการจ้าง” ของบริษัทไดกิ้นฯ ที่เกี่ยวข้องกับ “สวัสดิการทองคำ” ที่ถูกระบุไว้ในคู่มือพนักงาน ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวถูกสื่อสารอย่างเป็นทางการและถูกต้องครบถ้วนจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริงที่ตรงกัน ลดความสับสน และช่วยคลี่คลายข้อพิพาทที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตนเองอยากสื่อสารถึงกระทรวงแรงงานให้เร่งชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับ “สภาพการจ้าง” ของบริษัทไดกิ้น โดยเฉพาะในประเด็น “สวัสดิการทองคำ” ให้ชัดเจนในเชิงข้อกฎหมาย เพื่อให้แรงงานและประชาชนทั่วไปที่กำลังติดตามได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และเข้าใจตรงกันมากขึ้น ทั้งนี้ ตนเองเชื่อว่าการมีข้อมูลที่ถูกต้องและการสื่อสารที่เป็นทางการ จะช่วยให้ทุกฝ่ายทั้งลูกจ้างนายจ้าง รวมถึงประชาชนทั่วไป เข้าใจสถานการณ์ตรงกัน และเดินหน้าสู่ทางออกร่วมกันที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรื่องที่เกี่ยวข้อง * สรุปประเด็น 'ไดกิ้น' ปิดงานสมาชิกสหภาพ หลังเจรจาเรื่องโบนัส-รางวัลประจำปีไม่ลงตัว * 'เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน' ออกแถลงการณ์หนุนสหภาพแรงงานไดกิ้น ขณะที่ ชินโชติ แสงสังข์ สว. ในฐานะรองประธาน กมธ. การแรงงาน วุฒิสภา พร้อมคณะ แถลงถึงกรณีข้อพิพาทระหว่าง บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี ระบุ ขณะนี้สังคมโจมตีและมองสหภาพแรงงานเป็นผู้ร้ายที่ขอโบนัสจำนวนมากเกินสมควร การที่สหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี ขอโบนัสจำนวนมากหรือน้อย ต้องมีเหตุและผลประกอบกัน ตามกฎหมายโบนัสไม่ได้ระบุว่าต้องให้เท่าใด ตามหลักการปฏิบัติทั่วไป โบนัสคือส่วนแบ่งส่วนหนึ่งของลูกจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินของนายจ้างจากผลกำไรอยู่แล้ว แต่ลูกจ้างได้รับส่วนแบ่งส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการตกลงกัน โดยกรณีข้อพิพาทระหว่าง บริษัทไดกิ้นกับ สหภาพแรงงานมีเหตุการณ์และข้อเท็จจริงว่าในปี 2567 บริษัทไดกิ้นมีผลกำไรเป็นเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท และได้จ่ายโบนัสแก่ลูกจ้าง จำนวน 5 เดือน พร้อมกับเงินอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนในปี 2568 บริษัทไดกิ้นมีผลกำไรเพิ่มขึ้นเป็นเงินประมาณ 5,000 กว่าล้านบาท แต่บริษัทไดกิ้นจะขอจ่ายโบนัสเพียง 5 เดือนเท่ากับปี 2567 ตนเองมองว่าเป็นการกระทำที่ผิดหลักปฏิบัติของการดำเนินกิจการทั่วไป เนื่องจากสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรีได้เรียกร้องด้วยเหตุและผลให้จ่ายโบนัส 8 เดือน พร้อมกับเงินจำนวน 24,000 บาท สอดคล้องตามผลกำไรของบริษัทไดกิ้น ขณะนี้ตนทราบว่าข้อพิพาทเรื่องโบนัส อาจได้ข้อสรุปร่วมกันที่ 7 เดือน แต่เรื่องยังไม่สามารถตกลงกันได้คือทองคำจำนวน 3 บาท ทั้งนี้ บริษัทไดกิ้นได้ตั้งกติกาไว้ว่าผู้ที่จะได้รับทองคำจำนวน 3 บาท คือผู้ที่มีอายุงาน 10 ปีขึ้นไป และต้องไม่ขาด สาย ลา ป่วย ไม่หยุดงาน ยกเว้นหยุดประจำสัปดาห์ หยุดตามประเพณี หยุดตามนักขัตฤกษ์ หรือลาพักผ่อนเท่านั้น โดยเหตุที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้เนื่องจากราคาทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งตนเห็นว่า บริษัทไดกิ้นควรดำเนินการตามกติกาที่ตั้งไว้ ชินโชติกล่าวด้วยว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ดำเนินการในการประนอมข้อพิพาทแรงงานในกรณีนี้ด้อยประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมากรณีนี้มีการประนอมข้อพิพาทแรงงานกันไปแล้วจำนวน 3 รอบ จนนำไปสู่การที่บริษัทไดกิ้นประกาศปิดงาน ที่ผ่านมาการจะปิดงานต้องมีการเจรจากันแล้วนับ 10 รอบ ไม่เคยมีการเจรจา 3 รอบแล้วประกาศปิดงาน ก่อนหน้านี้ตนได้ติดต่อไปยังอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อช่วยหาทางออกให้กับข้อพิพาทแรงงานในกรณีนี้โดยเร็ว แต่ไม่ได้รับการตอบรับกลับมาแต่อย่างใด นอกจากนี้ ตนทราบว่าในช่วงสายของวันนี้ (8 ธ.ค. 2568) บริษัทไดกิ้น กับสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี จะมีการเจรจากันอีกครั้ง ตนจึงขอเรียกร้องต่อสังคมว่าไม่อยากให้มองสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี เป็นตัวปัญหาหรือผู้ร้าย เพราะการขอโบนัสและทองคำ ด้วยเหตุและผลสอดคล้องตามผลกำไรของบริษัทไดกิ้น และกติกาของบริษัท พร้อมขอให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าไปมีส่วนร่วมในการหาข้อยุติในกรณีนี้ให้ได้ และคาดหวังว่าข้อยุติจะเกิดขึ้นโดยเร็วต่อไป  * ข่าว * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * สหัสวัต คุ้มคง * เซีย จำปาทอง * สหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี * บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ ประเทศไทย จำกัด * ชินโชติ แสงสังข์
dlvr.it
December 8, 2025 at 1:03 PM
ทีมงาน สส.สหัสวัต คุ้มคง ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาทาสีทางเดินเท้าและปรับปรุงภูมิทัศน์ ทำความสะอาดถนน เก็บขยะ ณ ถนนสายพันเสด็จใน หมู่ที่ 6 ตำบลบ่อวิน อําเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

พรรคประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน สร้างประเทศไทยที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน
June 24, 2025 at 1:41 PM
สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ขอให้แก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้านแรงงานที่ อ.แม่สอด
สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ขอให้แก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้านแรงงานที่ อ.แม่สอด auser15 Mon, 2026-09-21 - 13:34 สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ขอให้แก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้านแรงงานในสถานประกอบการแห่งหนึ่งใน อ.แม่สอด จ.ตาก และขอให้จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการลูกจ้างในสถานประกอบการตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 21 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายสหัสวัต คุ้มคง กรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจาก นายบุญยืน สุขใหม่ ผู้แทนสภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย พร้อมคณะตัวแทนลูกจ้างบริษัทผลิตเสื้อผ้าแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อขอให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งด้านแรงงานในสถานประกอบการ 2 ประเด็นหลัก คือ 1. นายจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงสภาพการจ้าง โดยลูกจ้างได้ยื่นข้อเรียกร้องตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 และได้มีการเจรจาตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งบางประเด็นสามารถตกลงกันได้ในชั้นพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานแล้ว แต่ภายหลังนายจ้างกลับไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว 2. ไม่จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการลูกจ้าง โดยลูกจ้างได้ยื่นหนังสือขอให้นายจ้างจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 แต่จนถึงปัจจุบันนายจ้างยังเพิกเฉย แม้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจังหวัดตากจะมีหนังสือแจ้งให้นายจ้างดำเนินการแล้วก็ตาม ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการใช้แรงงานข้ามชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานเมียนมา โดยบริษัทมีลูกจ้างรวมประมาณ 900 คน เป็นแรงงานไทยไม่ถึง 50 คน ที่เหลือเป็นแรงงานเมียนมา ตัวแทนลูกจ้างระบุว่าแรงงานบางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการคุ้มครองตามกฎหมายได้อย่างเต็มที่ จึงขอให้คณะกรรมาธิการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการดำเนินการ ด้านนายสหัสวัต คุ้มคง กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ในสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องให้มีการจัดตั้งและเลือกตั้งคณะกรรมการลูกจ้าง เพื่อเป็นกลไกหารือและคุ้มครองประโยชน์ของลูกจ้าง ซึ่งนายจ้างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ว่าลูกจ้างจะเป็นสัญชาติใดก็ตาม "ตามที่มีการร้องเรียนไปยังสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดหลายครั้ง ก็ยังไม่มีการดำเนินการให้นายจ้างทำตามกฎหมาย ตามหลักการกระทรวงแรงงานมีหน้าที่ดูแลคนทำงานที่มาสร้างเม็ดเงิน สร้างเศรษฐกิจให้ประเทศไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติใดก็ตาม ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย สิ่งที่เรายืนยันคือมาตรฐานเรื่องแรงงานต้องถูกบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม แรงงานที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กฎหมายแรงงานไทยก็มีหน้าที่ต้องคุ้มครองดูแล" โดยเรื่องนี้เป็นภารกิจของกรรมาธิการการแรงงาน ซึ่งจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ติดตามการบังคับใช้กฎหมาย และหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างตามกฎหมายต่อไป * ข่าว * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย * แม่สอด * ตาก
dlvr.it
September 21, 2026 at 6:39 AM
สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ขอให้แก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้านแรงงานที่ อ.แม่สอด
สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ขอให้แก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้านแรงงานที่ อ.แม่สอด
สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ขอให้แก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้านแรงงานที่ อ.แม่สอด auser15 Mon, 2026-09-21 - 13:34 สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ขอให้แก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้านแรงงานในสถานประกอบการแห่งหนึ่งใน อ.แม่สอด จ.ตาก และขอให้จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการลูกจ้างในสถานประกอบการตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 21 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายสหัสวัต คุ้มคง กรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจาก นายบุญยืน สุขใหม่ ผู้แทนสภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย พร้อมคณะตัวแทนลูกจ้างบริษัทผลิตเสื้อผ้าแห่งหนึ่งในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อขอให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งด้านแรงงานในสถานประกอบการ 2 ประเด็นหลัก คือ 1. นายจ้างไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงสภาพการจ้าง โดยลูกจ้างได้ยื่นข้อเรียกร้องตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 และได้มีการเจรจาตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งบางประเด็นสามารถตกลงกันได้ในชั้นพนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานแล้ว แต่ภายหลังนายจ้างกลับไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว 2. ไม่จัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการลูกจ้าง โดยลูกจ้างได้ยื่นหนังสือขอให้นายจ้างจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม 2568 แต่จนถึงปัจจุบันนายจ้างยังเพิกเฉย แม้พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานจังหวัดตากจะมีหนังสือแจ้งให้นายจ้างดำเนินการแล้วก็ตาม ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการใช้แรงงานข้ามชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานเมียนมา โดยบริษัทมีลูกจ้างรวมประมาณ 900 คน เป็นแรงงานไทยไม่ถึง 50 คน ที่เหลือเป็นแรงงานเมียนมา ตัวแทนลูกจ้างระบุว่าแรงงานบางส่วนยังไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการคุ้มครองตามกฎหมายได้อย่างเต็มที่ จึงขอให้คณะกรรมาธิการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการดำเนินการ ด้านนายสหัสวัต คุ้มคง กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ในสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ลูกจ้างมีสิทธิเรียกร้องให้มีการจัดตั้งและเลือกตั้งคณะกรรมการลูกจ้าง เพื่อเป็นกลไกหารือและคุ้มครองประโยชน์ของลูกจ้าง ซึ่งนายจ้างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ไม่ว่าลูกจ้างจะเป็นสัญชาติใดก็ตาม "ตามที่มีการร้องเรียนไปยังสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดหลายครั้ง ก็ยังไม่มีการดำเนินการให้นายจ้างทำตามกฎหมาย ตามหลักการกระทรวงแรงงานมีหน้าที่ดูแลคนทำงานที่มาสร้างเม็ดเงิน สร้างเศรษฐกิจให้ประเทศไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติใดก็ตาม ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายไทย สิ่งที่เรายืนยันคือมาตรฐานเรื่องแรงงานต้องถูกบังคับใช้กับทุกคนอย่างเท่าเทียม แรงงานที่เข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย กฎหมายแรงงานไทยก็มีหน้าที่ต้องคุ้มครองดูแล" โดยเรื่องนี้เป็นภารกิจของกรรมาธิการการแรงงาน ซึ่งจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ติดตามการบังคับใช้กฎหมาย และหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อคุ้มครองสิทธิของลูกจ้างตามกฎหมายต่อไป * ข่าว * สังคม * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * สภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย * แม่สอด * ตาก
dlvr.it
September 21, 2026 at 6:39 AM
'แม่น้องเกด' ทำบุญให้ผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมคนเสื้อแดง 'พฤษภา 53' - 6 ศพวัดปทุมฯ ยังไร้ความยุติธรรม
'แม่น้องเกด' ทำบุญให้ผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมคนเสื้อแดง 'พฤษภา 53' - 6 ศพวัดปทุมฯ ยังไร้ความยุติธรรม แมวส้ม : ภาพ/รายงาน Pazzle Tue, 2026-05-19 - 15:19 “แม่น้องเกด” ทำบุญถวายสังฆทานให้ผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมคนเสื้อแดง "พฤษภา 53" โดยมีภรรยาของมนต์ชัย แซ่จอง (ญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม 2553) ,ธิดา ถาวรเศรษฐ, จตุพร พรหมพันธุ์, “แหวน” ณัฏฐธิดา มีวังปลา, ปิยรัฐ จงเทพ, ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์, ชัยธวัช ตุลาธน, สหัสวัต คุ้มคง ร่วมทำบุญด้วย แม่น้องเกดย้ำ เหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53 ไม่ควรจะเกิดขึ้น จนทุกวันนี้ 6 ศพในวัดปทุมฯ ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม เหลือเวลาอีก 4 ปีคดีก็จะหมดอายุความ   19 พ.ค. 2569 เวลา 13.00 น. ที่วัดปทุมวนาราม พะเยาว์ อัคฮาด หรือ “แม่น้องเกด” มารดาของ กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 ทำบุญถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ เพื่ออุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต 6 คนภายในวัดปทุมฯ ในวันนี้ พะเยาว์ พร้อมด้วยประชาชนอีกหลายคน อาทิ ภรรยาของมนต์ชัย แซ่จอง (ญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม 2553) ,ธิดา ถาวรเศรษฐ, จตุพร พรหมพันธุ์, “แหวน” ณัฏฐธิดา มีวังปลา, ปิยรัฐ จงเทพ, ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์, ชัยธวัช ตุลาธน, สหัสวัต คุ้มคง ร่วมทำบุญถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 4 รูป และกรวดน้ำอุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิต จากนั้นจึงร่วมกันวางดอกไม้รำลึกบริเวณลานจอดรถ โดยมีป้ายไวนิลข้อความ “เขตอภัยทาน”      “แหวน” กล่าวว่า ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจและมีอิสรภาพอยู่ เราก็จะมาทำบุญให้เพื่อนทุกปี แม้ความหวังจะริบหรี่ แต่เรายังจะหวังต่อไป ขอให้ทุกคนช่วยติดตามคดีที่กำลังจะสิ้นสุดลง และช่วยทวงถามความเป็นธรรมให้พวกเราด้วย “ตู่” จตุพร กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่ราชประสงค์ที่ได้ตัดสินใจยุติการชุมนุม เงื่อนไขที่ตกลงกับรัฐในขณะนั้นคือแกนนำไปมอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ประชาชนเดินกลับทางถนนพระราม 1 แต่สุดท้ายแล้ว 6 ศพวัดปทุมฯ ก็ถูกสังเวยเป็นชุดสุดท้าย 16 ปีที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าคนที่ผ่านเหตุการณ์จะไม่มีใครลืมไปได้ และคาดหวังว่าความเป็นจริงและความยุติธรรมจะได้ปรากฏ อย่างน้อยที่สุด ความตายของประชาชนจะต้องถูกยกย่องในฐานะวีรชน ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย คนในเหตุการณ์นี้ไม่เคยได้รับความเป็นธรรม เรามีหน้าที่ที่จะไม่ลืมและยังต้องทำบุญอุทิศบุญกุศล เหตุการณ์ที่มีคนถูกฆ่าตายมากที่สุด โดยเฉพาะในเขตอภัยทาน เราจะไม่มีวันลืม และจดจำตลอดไป พะเยาว์ กล่าวว่า ขอขอบคุณที่มาร่วมทำบุญรำลึกให้ผู้เสียชีวิต เหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53 นั้นไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่ก็เกิดไปแล้ว โดยเฉพาะ 6 ศพวัดปทุมฯ ที่มีการไต่สวนการตายไปแล้ว มีแนวโน้มว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่สุดท้ายความยุติธรรมยังไม่มาถึง สิ่งที่เราทำก็คือยังต้องตั้งหน้าตั้งตาเรียกร้องเพื่อขอความยุติธรรม ให้สังคมได้รับรู้ ว่าสิ่งที่ประชาชนต้องเสียชีวิตไป เกิดจากสาเหตุใด และใครเป็นผู้กระทำผิด ทั่วโลกได้เห็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร จึงไม่สามารถที่จะล้มล้างไปได้เลยว่าคุณไม่ได้กระทำการใด ๆ ต่อประชาชนมือเปล่า อย่างเต็นท์พยาบาลในวัด ซึ่งอยู่ในเขตอภัยทาน แต่เจ้าหน้าที่ยิงเข้ามาในเต็นท์ จนสุดท้าย 6 ศพในวัดปทุมฯ ก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมใด ๆ ยังเหลือเวลาอีก 4 ปี ขอให้ญาติผู้เสียชีวิตได้รับความยุติธรรมในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่  ย้อนกลับไปเมื่อ 16 ปีที่แล้ว แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง มีการชุมนุมเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกาศยุบสภา โดยชุมนุมปักหลักบริเวณถนนราชดำเนินก่อนถูกสลายการชุมนุม และย้ายสถานที่ปักหลักมาเป็นบริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 เจ้าหน้าที่ได้มีปฏิบัติการกระชับวงล้อม เพื่อสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าไปหลบภายในวัดปทุมวนาราม ซึ่งถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตอภัยทาน แต่ต่อมาพบว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 6 คน ภายในวัด โดยหนึ่งนั้น คือ “กมนเกด อัคฮาด” พยาบาลอาสาที่อยู่ในเต็นท์พยาบาล โดยศาลมีคำสั่งว่า การเสียชีวิตดังกล่าวเกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานทหารที่ประจำอยู่บริเวณรางรถไฟฟ้า BTS หน้าวัดปทุมฯ สำหรับการเรียกร้องเอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุสลายการชุมนุมครั้งนี้ยังดำเนินต่อไป ซึ่งเหลือเวลาอีก 4 ปี ก่อนครบอายุความคดีอาญา 20 ปี   * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * พะเยาว์ อัคฮาด * กมนเกด อัคฮาด * สลายการชุมนุม 53 * 6 ศพวัดปทุม
dlvr.it
May 19, 2026 at 8:51 AM
'สหัสวัต' ตั้งข้อสังเกตแก้กติกาเลือกตั้งบอร์ด สกัดทีมประกันสังคมก้าวหน้า
'สหัสวัต' ตั้งข้อสังเกตแก้กติกาเลือกตั้งบอร์ด สกัดทีมประกันสังคมก้าวหน้า ภาพปก: ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร XmasUser Tue, 2025-12-09 - 18:20 'สหัสวัต' และทีมประกันสังคมก้าวหน้า แถลงตั้งข้อสังเกต มีความพยายามอย่างเป็นระบบในการเปลี่ยนสูตรการเลือกตั้งบอร์ด สปส. หวังสกัดสมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้า  ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 9 ธ.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก มติชนออนไลน์ ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (9 ธ.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่อาคารรัฐสภา สหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน พร้อมด้วยสมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้า แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน จากต่อกรณีสืบเนื่องวันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) มีวาระสำคัญคือการแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน และฝ่ายนายจ้าง โดยสหัสวัต ตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขระเบียบรอบนี้เป็นความพยายามเอาทีมประกันสังคมก้าวหน้าออกจากบอร์ดประกันสังคม เพราะว่ากลัวมีคนมาแฉการใช้งบประมาณ และแผนการทำงานของสำนักงานประกันสังคม  อนุกรรมการฯ ที่ไม่มีตัวแทนจากฝ่ายนายจ้าง-ผู้ประกันตน ชลิต รัษฐปานะ สมาชิกคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน และสมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้า เผยว่า การแถลงข่าววันนี้ สืบเนื่องจากที่ประชุมบอร์ดประกันสังคมเมื่อเช้าวันนี้ได้มีการบรรจุวาระ "รายงานความคืบหน้าการปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564" มาอยู่ในวาระ .แจ้งเพื่อทราบ. และได้มีการแนบเอกสารประกอบการประชุม "ร่างระเบียบหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งฯ" มาให้ โดยระเบียบเดิมเมื่อปี 2566 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งแรกของผู้ประกันตน ให้สิทธิผู้ประกันตนเลือกหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน จำนวน 7 หมายเลข แต่ที่ประชุมฯ มีข้อเสนอระเบียบเลือกตั้งหลายรูปแบบ และ 1 ในนั้นคือให้สิทธิผู้ประกันตน เลือกบอร์ดประกันสังคมเหลือเพียง 1 หมายเลขเท่านั้น ในการแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ ชลิต อธิบายว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการประกันสังคม ได้จัดตั้ง "คณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564" ขึ้นมา ซึ่งในอนุกรรมการฯ มีเงื่อนไขไม่ให้มีสมาชิกคณะกรรมการประกันสังคมทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนเข้าร่วม แต่สมาชิกอนุกรรมการฯ จะมาจากทั้งปลัดกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ชลิต เผยว่า แม้ว่าทางทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะพยายามคัดค้านแล้วก็ตาม แต่เนื่องด้วยเสียงของทีมมีเพียง 6 จาก 21 เสียง ทำให้ไม่สามารถคัดค้าน และสุดท้ายก็มีการดำเนินการตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมา โดยคณะกรรมการฯ อ้างว่า ผลสรุปจากคณะอนุกรรมการฯ จะเป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้นยังไม่ใช่การแก้ไขระเบียบ และจะให้คณะกรรมการประกันสังคมชุดใหญ่มาตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง ชลิต กล่าวต่อว่า ครั้งแรกที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเห็นระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม คือคืนวันที่ 4 ธ.ค. 2568 และด้านล่างของระเบียบฯ มีการระบุวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 15 ลากยาวไปถึงเดือน ก.ค. 2569 เพื่อปูทางไปสู่การแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งฯ  เขากล่าวว่า บอร์ดฯ ยังไม่เคยเห็นระเบียบการเลือกตั้งมาก่อนเลย และการประชุมวันนี้ ที่ประชุมบอร์ดประกันสังคมเผยว่า หลังจากทำประชาพิจารณ์แล้วจะส่งข้อเสนอถึง ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิจารณารับรองระเบียบเลือกตั้งประกันสังคม ซึ่งเป็นความพยายามดำเนินการโดยไม่ผ่านตัวแทนบอร์ดประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง  ชลิต ระบุด้วยว่า เขาได้รับแจ้งในที่ประชุมด้วยว่า บอร์ดประกันสังคมมีหน้าที่แค่ให้ข้อสังเกตหรือให้คำปรึกษากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเท่านั้น ไม่สามารถปรับปรุง หรือแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งได้ "เราเลยตั้งคำถามจำนวนมากว่าบอร์ดประกันสังคมมีหน้าที่อะไร คือคณะอนุกรรมการฯ ที่มาจากกลุ่มก้อนการเมืองเก่าสามารถยื่นเรื่องถึงรัฐมนตรีโดยตรงได้เลย โดยข้ามหน้าข้ามตาคนที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่ยอม" ชลิต กล่าว  ชลิต อธิบายว่า ผลการประชุมเมื่อเช้าได้ข้อสรุปว่า จากเดิมจะมีการทำประชาพิจารณ์ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ จะมีการเลื่อนออกไปก่อน และจะมีการหารือเรื่องระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอีกครั้ง ทีมประกันสังคมก้าวหน้าตั้งข้อสังเกตมีการแก้ไขระเบียบเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ อ้างอิงจากภาพของทีมประกันสังคมก้าวหน้า พวกเขาตั้งข้อสังเกตว่า คณะอนุกรรมการระเบียบเลือกตั้งประกันสังคม คณะกรรมการประกันสังคม ใช้ความเห็น 2 ช่องทาง คือ  * คณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา * ประชาพิจารณ์ออนไซต์และออนไลน์ว่าด้วยปัญหาและอุปสรรคระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อปี 2566 ภาพแผงผังจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า สมาชิกอนุกรรมาธิการด้านประกันสังคม สว. มีที่มาจากกลุ่มแรงงานที่แพ้เลือกตั้ง ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม ให้แก้ไขระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 15 คือผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งตัวแทนคณะกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกัน ได้เพียง 1 หมายเลข มีการระบุไว้ในเอกสารแนบในการประชุมบอร์ดประกันสังคมวันนี้ (9 ธ.ค.) นอกจากนี้ สมาชิกในคณะอนุกรรมาธิการฯ คือคนกลุ่มเดียวกับที่เคยพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งคณะกรรมการบอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 14 เมื่อปี 2566 ซึ่งครั้งนั้นทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย  การทำประชาพิจารณ์ที่ไม่โปร่งใส-ไม่ทั่วถึง ต่อมา ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน จากทีมประกันสังคมก้าวหน้า และสมาชิกคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน ระบุว่า สำนักงานประกันสังคมเคยจัดประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นว่าด้วยปัญหาการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน เมื่อปี 2566 ทั้งในรูปแบบออนไลน์ และออนไซต์ ธนพงษ์ ได้ตั้งข้อสังเกตการรับฟังความเห็นดังกล่าวนั้นมีปัญหาหลักคือความโปร่งใส และไม่ครอบคลุมจำนวนผู้ประกันตนทั้ง 24 ล้านคน  ธนพงษ์ ระบุว่า การรับฟังแบบออนไซต์ที่จัดโดยสำนักงานประกันสังคม มีผู้เข้าร่วมจำนวนราว 100 คน และมีข้อสังเกตว่าผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่มาจากสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย ซึ่งแพ้การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน ในปี 2566  นอกจากนี้ ในการรับฟังประชาพิจารณ์ทางช่องทางออนไลน์ แรกเริ่มมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเพียง 86 คนเท่านั้น แต่ภายหลังในรายงานการประชุมระบุจำนวนผู้มาแสดงความคิดเห็นพุ่งขึ้นมาเป็น 2,400 กว่าคน ซึ่งทางเราไม่ทราบว่าตัวเลขมาจากไหน และในที่ประชุมครั้งนั้น ฝั่งนายจ้างและลูกจ้างมีข้อสงสัยมากมาย ยกตัวอย่าง ตัวแทนทั้ง 2 ฝ่ายไม่ทราบเลยว่ามีการทำประชาพิจารณ์ตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน และจำนวนผู้เข้าร่วมแสดงความเห็น 2,400 กว่าคนถือเป็นจำนวนที่น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนสมาชิกผู้ประกันตนทั้งหมด จึงไม่น่าจะเอาเป็นความเห็นที่สามารถแก้ไขระเบียบได้ ธนพงษ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 25 พ.ย. ในการประชุมบอร์ดฯ มีวาระแจ้งเพื่อทราบว่าจะมีการทำประชาพิจารณ์ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ ซึ่งจะเริ่มวันแรกวันที่ 8 ธ.ค. โดยไม่ผ่านที่ประชุมบอร์ดประกันสังคม แต่ภายหลังมีการถกเถียงในที่ประชุมฯ และขอมติว่าขอให้ผ่านบอร์ดฯ ก่อนได้หรือไม่ เมื่อประธานอนุกรรมการระเบียบการเลือกตั้งเห็นด้วยว่าควรผ่านบอร์ดก่อน จึงเป็นที่มาของการประชุมวันที่ 9 ธ.ค. และทางบอร์ดมีความเห็นว่ายังไม่มีเหตุผลเพียงพอในการเปลี่ยนระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม  เสนอใช้ระเบียบเดิม ธนพร วิจันทร์ สมาชิกเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และสมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้า ยืนยันข้อเรียกร้องว่า หลังจากที่บอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 14 จะหมดวาระในเดือน ก.พ. 2569 สปส.ต้องมีการจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน และยืนยันว่าควรใช้ระเบียบเดิมในการเลือกตั้งบอร์ดฯ ครั้งหน้า เพราะไม่งั้นแล้วจะสูญเสียโอกาสการเลือกตั้งภายใน 60 วัน  'สหัสวัต' ตั้งข้อสังเกตกลุ่มอำนาจเก่าพยายามล้มทีมประกันสังคมก้าวหน้า สหัสวัต ตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่เกิดขึ้น เป็นความพยายามอย่างเป็นระบบ เพื่อล้มทีมประกันสังคมก้าวหน้า โดยคนที่เคยแพ้การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เนื่องจากในคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม กมธ.การแรงงาน สว. ซึ่งเป็นผู้เสนอระเบียบวิธีเลือกตั้งใหม่ ก็เป็นคนกลุ่มเดียวกับคนที่แพ้การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พอรวมหัวกันแก้ไขระเบียบ อนุกรรมการระเบียบเลือกตั้งฯ ก็พยายามผลักดันเรื่องนี้โดยไม่ผ่านบอร์ดใหญ่ประกันสังคม ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาเรื่องข้อกฎหมายด้วย นอกจากนี้ ระบบประชาพิจารณ์ก็มีปัญหา เพราะว่าเป็นการรับฟังความเห็นจากกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์จากการเลือกตั้ง และการทำประชาพิจารณ์แบบออนไลน์มีคนเข้ามาแสดงความเห็นเพียง 2,400 คน ถือว่าไม่ครอบคลุมผู้ประกันตนทั้งหมดซึ่งมีถึง 20 ล้านกว่าคน "เราจะเห็นชัดเจนว่ามันมีคนบางกลุ่มที่ทำงานอย่างเป็นระบบ รวมหัวกันเพื่อแก้ระเบียบเลือกตั้ง เป็นการกีดกันเพื่อเอาทีมประกันสังคมออกไป และตั้งใจจะเอาประกันสังคมกลับไปสู่ยุคมืดอีกครั้งหนึ่ง" สหัสวัต กล่าว  สหัสวัต ฝากสังคมจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และฝากถึง ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่าอย่าตกเป็นเครื่องมือให้กับกลุ่มคนที่หากินในประกันสังคม และต้องตรวจสอบเรื่องนี้ พร้อมยืนยันหลักการของประชาธิปไตยว่าตัวแทนของบอร์ดฯ ไม่ว่าจะฝ่ายนายจ้าง-ลูกจา้ง ต้องมาจากการเลือกตั้งที่โปร่งใส และสะท้อนเสียงของผู้ประกันตนจริงๆ ไม่ใช่เป็นกระบวนการที่เอื้อให้เกิดการจัดตั้ง  ทั้งนี้ หากมีการทำประชาพิจารณ์การปรับปรุงแก้ไขระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแล้ว หาก รมว.แรงงาน อนุมัติ ก็จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้รับทราบ และจากนั้นถึงจะมีการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งล่าสุดยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่ชัดว่าจะได้จัดเมื่อไร * ข่าว * แรงงาน * สิทธิมนุษยชน * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม * สหัสวัต คุ้มคง * ทีมประกันสังคมก้าวหน้า * กระทรวงแรงงาน * สำนักงานประกันสังคม
dlvr.it
December 9, 2025 at 11:57 AM
วันที่ 26 ส.ค. 68 ศาลอาญารับฟ้องคดีที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ ยื่นฟ้อง น.ส.รักชนก ศรีนอก และนายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.พรรคประชาชน ในคดีหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหายคนละ 50 ล้านบาท จากกรณีแถลงข่าวการซื้อตึก SKYY9 ของสำนักงานประกันสังคม(สปส.)
#themainstreamth #ประกันสังคม #รักชนกศรีนอก #สหัสวัตคุ้มคง #สุชาติชมกลิ่น
themainstream.news/politics/149...
ศาลอาญารับฟ้อง รักชนก–สหัสวัต หมิ่น สุชาติ ปมซื้อตึก SKYY9 นัดจำเลยสอบคำให้การ 3 พ.ย. 2568
ศาลอาญามีคำสั่งรับฟ้องคดี รักชนก–สหัสวัต หมิ่น สุชาติ ปมซื้อตึก SKYY9 นัดสอบคำให้การ 3 พ.ย. 2568 ขณะที่ทนายชี้คดีมีมูล ต้องสู้ต่อในศาลอาญาและแพ่ง
themainstream.news
August 26, 2025 at 9:00 AM
น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ และ นายสหัสวัต คุ้มคง ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 7 ชลบุรี เดินทางมาให้กำลังใจ "กลุ่มผู้ชุมนุม" เรียกร้องให้ "กกต." นับคะแนนใหม่ หลังพบพิรุธหลักฐานเกี่ยวกับการนับผลคะแนน

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5590544/
#ไอซ์รัชนก #สหัสวัต
#ชลบุรี #นับคะแนนเลือกตั้ง
#เลือกตั้ง #เลือกตั้ง69
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
'ไอซ์ รัชนก' บุก 'ชลบุรี' ให้กำลังใจผู้ชุมนุม เย้ย 'กกต.' หากมั่นใจไม่ทำอะไรผิด แค่นับใหม่ก็จบ | เดลินิวส์
น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ และ นายสหัสวัต คุ้มคง ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 7 ชลบุรี เดินทางมาให้กำลังใจ "กลุ่มผู้ชุมนุม" เรียกร้องให้ "กกต." นับคะแนนใหม่ หลังพบพิรุธหลักฐานเกี่ยวกับการนับผลคะแนน ส่...
www.dailynews.co.th
February 11, 2026 at 1:22 AM
#สหัสวัตคุ้มคง เปิดประเด็นโครงการจัดซื้อที่ดินของ #ประกันสังคม จังหวัดชลบุรี มูลค่ากว่า 84.5 ล้านบาท ชี้ราคาสูงกว่าประเมินหลายเท่า อยู่ในซอยลึก ไม่ตรงสเปก และยังไร้แผนก่อสร้าง...
.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.dailynews.co.th/news/5559540/
#สำนักงานประกันสังคม #พรรคประชาชน
#ข่าว #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
February 2, 2026 at 11:09 AM
"สหัสวัต คุ้มคง" ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.ชลบุรี เปิดประเด็นโครงการจัดซื้อที่ดินของสำนักงานประกันสังคม จังหวัดชลบุรี มูลค่ากว่า 84.5 ล้านบาท ชี้ราคาสูงกว่าประเมินหลายเท่า อยู่ในซอยลึก ไม่ตรงสเปก และยังไร้แผนก่อสร้าง

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5559540/
#สหัสวัตคุ้มคง #ประกันสังคม
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
'สหัสวัต' ตั้งคำถาม ประกันสังคมทุ่ม 84.5 ล้าน ซื้อที่ดินชลบุรีราคาสูงกว่าประเมิน แถมปล่อยรกร้าง | เดลินิวส์
"สหัสวัต คุ้มคง" ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.ชลบุรี เปิดประเด็นโครงการจัดซื้อที่ดินของสำนักงานประกันสังคม จังหวัดชลบุรี มูลค่ากว่า 84.5 ล้านบาท ชี้ราคาสูงกว่าประเมินหลายเท่า อยู่ในซอยลึก ไม่ตรงสเปก และย...
www.dailynews.co.th
February 2, 2026 at 7:07 AM
#รังสิมันต์โรม ชี้แจงกรณีที่ #สหัสวัตคุ้มคง สส.ชลบุรี โพสต์เฟซบุ๊กวิจารณ์กองทัพอย่างดุเดือด โดยระบุว่าพรรคได้ตักเตือนและจะพูดคุยทำความเข้าใจกับนายสหัสวัต พร้อมขออภัยในสิ่งที่เกิดขึ้น
.
ติดตามต่อได้ที่ www.dailynews.co.th/news/4967934/
#พรรคประชาชน #สหัสวัตคุ้มคง #ทหารมีไว้ทำไม #รัฐประหาร
#ชายแดนไทยกัมพูชา #ไทยกัมพูชา #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด
July 30, 2025 at 9:39 AM
'แม่น้องเกด' ทำบุญให้ผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมคนเสื้อแดง 'พฤษภา 53' - 6 ศพวัดปทุมฯ ยังไร้ความยุติธรรม
'แม่น้องเกด' ทำบุญให้ผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมคนเสื้อแดง 'พฤษภา 53' - 6 ศพวัดปทุมฯ ยังไร้ความยุติธรรม
'แม่น้องเกด' ทำบุญให้ผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมคนเสื้อแดง 'พฤษภา 53' - 6 ศพวัดปทุมฯ ยังไร้ความยุติธรรม แมวส้ม : ภาพ/รายงาน Pazzle Tue, 2026-05-19 - 15:19 “แม่น้องเกด” ทำบุญถวายสังฆทานให้ผู้เสียชีวิตจากการสลายชุมนุมคนเสื้อแดง "พฤษภา 53" โดยมีภรรยาของมนต์ชัย แซ่จอง (ญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม 2553) ,ธิดา ถาวรเศรษฐ, จตุพร พรหมพันธุ์, “แหวน” ณัฏฐธิดา มีวังปลา, ปิยรัฐ จงเทพ, ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์, ชัยธวัช ตุลาธน, สหัสวัต คุ้มคง ร่วมทำบุญด้วย แม่น้องเกดย้ำ เหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53 ไม่ควรจะเกิดขึ้น จนทุกวันนี้ 6 ศพในวัดปทุมฯ ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม เหลือเวลาอีก 4 ปีคดีก็จะหมดอายุความ   19 พ.ค. 2569 เวลา 13.00 น. ที่วัดปทุมวนาราม พะเยาว์ อัคฮาด หรือ “แม่น้องเกด” มารดาของ กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์สลายการชุมนุมของคนเสื้อแดงเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 ทำบุญถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ เพื่ออุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุมจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิต 6 คนภายในวัดปทุมฯ ในวันนี้ พะเยาว์ พร้อมด้วยประชาชนอีกหลายคน อาทิ ภรรยาของมนต์ชัย แซ่จอง (ญาติผู้เสียชีวิตจากการสลายการชุมนุม 2553) ,ธิดา ถาวรเศรษฐ, จตุพร พรหมพันธุ์, “แหวน” ณัฏฐธิดา มีวังปลา, ปิยรัฐ จงเทพ, ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์, ชัยธวัช ตุลาธน, สหัสวัต คุ้มคง ร่วมทำบุญถวายสังฆทานแด่พระสงฆ์ 4 รูป และกรวดน้ำอุทิศให้แก่ผู้เสียชีวิต จากนั้นจึงร่วมกันวางดอกไม้รำลึกบริเวณลานจอดรถ โดยมีป้ายไวนิลข้อความ “เขตอภัยทาน”      “แหวน” กล่าวว่า ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจและมีอิสรภาพอยู่ เราก็จะมาทำบุญให้เพื่อนทุกปี แม้ความหวังจะริบหรี่ แต่เรายังจะหวังต่อไป ขอให้ทุกคนช่วยติดตามคดีที่กำลังจะสิ้นสุดลง และช่วยทวงถามความเป็นธรรมให้พวกเราด้วย “ตู่” จตุพร กล่าวต่อว่า เหตุการณ์ที่ราชประสงค์ที่ได้ตัดสินใจยุติการชุมนุม เงื่อนไขที่ตกลงกับรัฐในขณะนั้นคือแกนนำไปมอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ประชาชนเดินกลับทางถนนพระราม 1 แต่สุดท้ายแล้ว 6 ศพวัดปทุมฯ ก็ถูกสังเวยเป็นชุดสุดท้าย 16 ปีที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าคนที่ผ่านเหตุการณ์จะไม่มีใครลืมไปได้ และคาดหวังว่าความเป็นจริงและความยุติธรรมจะได้ปรากฏ อย่างน้อยที่สุด ความตายของประชาชนจะต้องถูกยกย่องในฐานะวีรชน ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย คนในเหตุการณ์นี้ไม่เคยได้รับความเป็นธรรม เรามีหน้าที่ที่จะไม่ลืมและยังต้องทำบุญอุทิศบุญกุศล เหตุการณ์ที่มีคนถูกฆ่าตายมากที่สุด โดยเฉพาะในเขตอภัยทาน เราจะไม่มีวันลืม และจดจำตลอดไป พะเยาว์ กล่าวว่า ขอขอบคุณที่มาร่วมทำบุญรำลึกให้ผู้เสียชีวิต เหตุการณ์เมษา-พฤษภา 53 นั้นไม่ควรจะเกิดขึ้น แต่ก็เกิดไปแล้ว โดยเฉพาะ 6 ศพวัดปทุมฯ ที่มีการไต่สวนการตายไปแล้ว มีแนวโน้มว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่สุดท้ายความยุติธรรมยังไม่มาถึง สิ่งที่เราทำก็คือยังต้องตั้งหน้าตั้งตาเรียกร้องเพื่อขอความยุติธรรม ให้สังคมได้รับรู้ ว่าสิ่งที่ประชาชนต้องเสียชีวิตไป เกิดจากสาเหตุใด และใครเป็นผู้กระทำผิด ทั่วโลกได้เห็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหาร จึงไม่สามารถที่จะล้มล้างไปได้เลยว่าคุณไม่ได้กระทำการใด ๆ ต่อประชาชนมือเปล่า อย่างเต็นท์พยาบาลในวัด ซึ่งอยู่ในเขตอภัยทาน แต่เจ้าหน้าที่ยิงเข้ามาในเต็นท์ จนสุดท้าย 6 ศพในวัดปทุมฯ ก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมใด ๆ ยังเหลือเวลาอีก 4 ปี ขอให้ญาติผู้เสียชีวิตได้รับความยุติธรรมในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่  ย้อนกลับไปเมื่อ 16 ปีที่แล้ว แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดง มีการชุมนุมเรียกร้องให้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกาศยุบสภา โดยชุมนุมปักหลักบริเวณถนนราชดำเนินก่อนถูกสลายการชุมนุม และย้ายสถานที่ปักหลักมาเป็นบริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 เจ้าหน้าที่ได้มีปฏิบัติการกระชับวงล้อม เพื่อสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนเข้าไปหลบภายในวัดปทุมวนาราม ซึ่งถูกประกาศให้เป็นพื้นที่เขตอภัยทาน แต่ต่อมาพบว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 6 คน ภายในวัด โดยหนึ่งนั้น คือ “กมนเกด อัคฮาด” พยาบาลอาสาที่อยู่ในเต็นท์พยาบาล โดยศาลมีคำสั่งว่า การเสียชีวิตดังกล่าวเกิดจากการกระทำของเจ้าพนักงานทหารที่ประจำอยู่บริเวณรางรถไฟฟ้า BTS หน้าวัดปทุมฯ สำหรับการเรียกร้องเอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุสลายการชุมนุมครั้งนี้ยังดำเนินต่อไป ซึ่งเหลือเวลาอีก 4 ปี ก่อนครบอายุความคดีอาญา 20 ปี   * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * พะเยาว์ อัคฮาด * กมนเกด อัคฮาด * สลายการชุมนุม 53 * 6 ศพวัดปทุม
dlvr.it
May 19, 2026 at 8:51 AM
'สหัสวัต' ตั้งข้อสังเกตแก้กติกาเลือกตั้งบอร์ด สกัดทีมประกันสังคมก้าวหน้า
'สหัสวัต' ตั้งข้อสังเกตแก้กติกาเลือกตั้งบอร์ด สกัดทีมประกันสังคมก้าวหน้า
'สหัสวัต' ตั้งข้อสังเกตแก้กติกาเลือกตั้งบอร์ด สกัดทีมประกันสังคมก้าวหน้า ภาพปก: ที่มา: เพจเฟซบุ๊ก สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร XmasUser Tue, 2025-12-09 - 18:20 'สหัสวัต' และทีมประกันสังคมก้าวหน้า แถลงตั้งข้อสังเกต มีความพยายามอย่างเป็นระบบในการเปลี่ยนสูตรการเลือกตั้งบอร์ด สปส. หวังสกัดสมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้า  ภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก สำนักประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 9 ธ.ค. 2568 เพจเฟซบุ๊ก มติชนออนไลน์ ถ่ายทอดสดออนไลน์วันนี้ (9 ธ.ค.) เมื่อเวลา 14.00 น. ที่อาคารรัฐสภา สหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน พร้อมด้วยสมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้า แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน จากต่อกรณีสืบเนื่องวันนี้ที่ประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) มีวาระสำคัญคือการแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน และฝ่ายนายจ้าง โดยสหัสวัต ตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขระเบียบรอบนี้เป็นความพยายามเอาทีมประกันสังคมก้าวหน้าออกจากบอร์ดประกันสังคม เพราะว่ากลัวมีคนมาแฉการใช้งบประมาณ และแผนการทำงานของสำนักงานประกันสังคม  อนุกรรมการฯ ที่ไม่มีตัวแทนจากฝ่ายนายจ้าง-ผู้ประกันตน ชลิต รัษฐปานะ สมาชิกคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายผู้ประกันตน และสมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้า เผยว่า การแถลงข่าววันนี้ สืบเนื่องจากที่ประชุมบอร์ดประกันสังคมเมื่อเช้าวันนี้ได้มีการบรรจุวาระ "รายงานความคืบหน้าการปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564" มาอยู่ในวาระ .แจ้งเพื่อทราบ. และได้มีการแนบเอกสารประกอบการประชุม "ร่างระเบียบหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งฯ" มาให้ โดยระเบียบเดิมเมื่อปี 2566 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งแรกของผู้ประกันตน ให้สิทธิผู้ประกันตนเลือกหมายเลขผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน จำนวน 7 หมายเลข แต่ที่ประชุมฯ มีข้อเสนอระเบียบเลือกตั้งหลายรูปแบบ และ 1 ในนั้นคือให้สิทธิผู้ประกันตน เลือกบอร์ดประกันสังคมเหลือเพียง 1 หมายเลขเท่านั้น ในการแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ ชลิต อธิบายว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการประกันสังคม ได้จัดตั้ง "คณะอนุกรรมการปรับปรุงแก้ไขระเบียบกระทรวงแรงงานว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนเป็นกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม พ.ศ. 2564" ขึ้นมา ซึ่งในอนุกรรมการฯ มีเงื่อนไขไม่ให้มีสมาชิกคณะกรรมการประกันสังคมทั้งฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตนเข้าร่วม แต่สมาชิกอนุกรรมการฯ จะมาจากทั้งปลัดกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคม ชลิต เผยว่า แม้ว่าทางทีมประกันสังคมก้าวหน้าจะพยายามคัดค้านแล้วก็ตาม แต่เนื่องด้วยเสียงของทีมมีเพียง 6 จาก 21 เสียง ทำให้ไม่สามารถคัดค้าน และสุดท้ายก็มีการดำเนินการตั้งคณะอนุกรรมการฯ ขึ้นมา โดยคณะกรรมการฯ อ้างว่า ผลสรุปจากคณะอนุกรรมการฯ จะเป็นเพียงข้อเสนอเท่านั้นยังไม่ใช่การแก้ไขระเบียบ และจะให้คณะกรรมการประกันสังคมชุดใหญ่มาตัดสินใจอีกครั้งหนึ่ง ชลิต กล่าวต่อว่า ครั้งแรกที่ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเห็นระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม คือคืนวันที่ 4 ธ.ค. 2568 และด้านล่างของระเบียบฯ มีการระบุวันเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 15 ลากยาวไปถึงเดือน ก.ค. 2569 เพื่อปูทางไปสู่การแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งฯ  เขากล่าวว่า บอร์ดฯ ยังไม่เคยเห็นระเบียบการเลือกตั้งมาก่อนเลย และการประชุมวันนี้ ที่ประชุมบอร์ดประกันสังคมเผยว่า หลังจากทำประชาพิจารณ์แล้วจะส่งข้อเสนอถึง ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พิจารณารับรองระเบียบเลือกตั้งประกันสังคม ซึ่งเป็นความพยายามดำเนินการโดยไม่ผ่านตัวแทนบอร์ดประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง  ชลิต ระบุด้วยว่า เขาได้รับแจ้งในที่ประชุมด้วยว่า บอร์ดประกันสังคมมีหน้าที่แค่ให้ข้อสังเกตหรือให้คำปรึกษากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเท่านั้น ไม่สามารถปรับปรุง หรือแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งได้ "เราเลยตั้งคำถามจำนวนมากว่าบอร์ดประกันสังคมมีหน้าที่อะไร คือคณะอนุกรรมการฯ ที่มาจากกลุ่มก้อนการเมืองเก่าสามารถยื่นเรื่องถึงรัฐมนตรีโดยตรงได้เลย โดยข้ามหน้าข้ามตาคนที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่เราไม่ยอม" ชลิต กล่าว  ชลิต อธิบายว่า ผลการประชุมเมื่อเช้าได้ข้อสรุปว่า จากเดิมจะมีการทำประชาพิจารณ์ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ในวันที่ 10 ธ.ค.นี้ จะมีการเลื่อนออกไปก่อน และจะมีการหารือเรื่องระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอีกครั้ง ทีมประกันสังคมก้าวหน้าตั้งข้อสังเกตมีการแก้ไขระเบียบเลือกตั้งอย่างเป็นระบบ อ้างอิงจากภาพของทีมประกันสังคมก้าวหน้า พวกเขาตั้งข้อสังเกตว่า คณะอนุกรรมการระเบียบเลือกตั้งประกันสังคม คณะกรรมการประกันสังคม ใช้ความเห็น 2 ช่องทาง คือ  * คณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม คณะกรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา * ประชาพิจารณ์ออนไซต์และออนไลน์ว่าด้วยปัญหาและอุปสรรคระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมเมื่อปี 2566 ภาพแผงผังจากทีมประกันสังคมก้าวหน้า สมาชิกอนุกรรมาธิการด้านประกันสังคม สว. มีที่มาจากกลุ่มแรงงานที่แพ้เลือกตั้ง ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ตั้งข้อสังเกตว่า ข้อเสนอของคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม ให้แก้ไขระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 15 คือผู้ประกันตนมีสิทธิเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งตัวแทนคณะกรรมการในคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกัน ได้เพียง 1 หมายเลข มีการระบุไว้ในเอกสารแนบในการประชุมบอร์ดประกันสังคมวันนี้ (9 ธ.ค.) นอกจากนี้ สมาชิกในคณะอนุกรรมาธิการฯ คือคนกลุ่มเดียวกับที่เคยพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งคณะกรรมการบอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 14 เมื่อปี 2566 ซึ่งครั้งนั้นทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้รับชัยชนะอย่างถล่มทลาย  การทำประชาพิจารณ์ที่ไม่โปร่งใส-ไม่ทั่วถึง ต่อมา ธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน จากทีมประกันสังคมก้าวหน้า และสมาชิกคณะกรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน ระบุว่า สำนักงานประกันสังคมเคยจัดประชาพิจารณ์รับฟังความเห็นว่าด้วยปัญหาการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมฝ่ายนายจ้างและฝ่ายผู้ประกันตน เมื่อปี 2566 ทั้งในรูปแบบออนไลน์ และออนไซต์ ธนพงษ์ ได้ตั้งข้อสังเกตการรับฟังความเห็นดังกล่าวนั้นมีปัญหาหลักคือความโปร่งใส และไม่ครอบคลุมจำนวนผู้ประกันตนทั้ง 24 ล้านคน  ธนพงษ์ ระบุว่า การรับฟังแบบออนไซต์ที่จัดโดยสำนักงานประกันสังคม มีผู้เข้าร่วมจำนวนราว 100 คน และมีข้อสังเกตว่าผู้แสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่มาจากสภาองค์การลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย ซึ่งแพ้การเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน ในปี 2566  นอกจากนี้ ในการรับฟังประชาพิจารณ์ทางช่องทางออนไลน์ แรกเริ่มมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเพียง 86 คนเท่านั้น แต่ภายหลังในรายงานการประชุมระบุจำนวนผู้มาแสดงความคิดเห็นพุ่งขึ้นมาเป็น 2,400 กว่าคน ซึ่งทางเราไม่ทราบว่าตัวเลขมาจากไหน และในที่ประชุมครั้งนั้น ฝั่งนายจ้างและลูกจ้างมีข้อสงสัยมากมาย ยกตัวอย่าง ตัวแทนทั้ง 2 ฝ่ายไม่ทราบเลยว่ามีการทำประชาพิจารณ์ตั้งแต่วันไหนถึงวันไหน และจำนวนผู้เข้าร่วมแสดงความเห็น 2,400 กว่าคนถือเป็นจำนวนที่น้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนสมาชิกผู้ประกันตนทั้งหมด จึงไม่น่าจะเอาเป็นความเห็นที่สามารถแก้ไขระเบียบได้ ธนพงษ์ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 25 พ.ย. ในการประชุมบอร์ดฯ มีวาระแจ้งเพื่อทราบว่าจะมีการทำประชาพิจารณ์ระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมใหม่ ซึ่งจะเริ่มวันแรกวันที่ 8 ธ.ค. โดยไม่ผ่านที่ประชุมบอร์ดประกันสังคม แต่ภายหลังมีการถกเถียงในที่ประชุมฯ และขอมติว่าขอให้ผ่านบอร์ดฯ ก่อนได้หรือไม่ เมื่อประธานอนุกรรมการระเบียบการเลือกตั้งเห็นด้วยว่าควรผ่านบอร์ดก่อน จึงเป็นที่มาของการประชุมวันที่ 9 ธ.ค. และทางบอร์ดมีความเห็นว่ายังไม่มีเหตุผลเพียงพอในการเปลี่ยนระเบียบการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม  เสนอใช้ระเบียบเดิม ธนพร วิจันทร์ สมาชิกเครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน และสมาชิกทีมประกันสังคมก้าวหน้า ยืนยันข้อเรียกร้องว่า หลังจากที่บอร์ดประกันสังคม ชุดที่ 14 จะหมดวาระในเดือน ก.พ. 2569 สปส.ต้องมีการจัดเลือกตั้งใหม่ภายใน 60 วัน และยืนยันว่าควรใช้ระเบียบเดิมในการเลือกตั้งบอร์ดฯ ครั้งหน้า เพราะไม่งั้นแล้วจะสูญเสียโอกาสการเลือกตั้งภายใน 60 วัน  'สหัสวัต' ตั้งข้อสังเกตกลุ่มอำนาจเก่าพยายามล้มทีมประกันสังคมก้าวหน้า สหัสวัต ตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขระเบียบการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมที่เกิดขึ้น เป็นความพยายามอย่างเป็นระบบ เพื่อล้มทีมประกันสังคมก้าวหน้า โดยคนที่เคยแพ้การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เนื่องจากในคณะอนุกรรมาธิการด้านการประกันสังคม กมธ.การแรงงาน สว. ซึ่งเป็นผู้เสนอระเบียบวิธีเลือกตั้งใหม่ ก็เป็นคนกลุ่มเดียวกับคนที่แพ้การเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พอรวมหัวกันแก้ไขระเบียบ อนุกรรมการระเบียบเลือกตั้งฯ ก็พยายามผลักดันเรื่องนี้โดยไม่ผ่านบอร์ดใหญ่ประกันสังคม ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาเรื่องข้อกฎหมายด้วย นอกจากนี้ ระบบประชาพิจารณ์ก็มีปัญหา เพราะว่าเป็นการรับฟังความเห็นจากกลุ่มคนที่เสียผลประโยชน์จากการเลือกตั้ง และการทำประชาพิจารณ์แบบออนไลน์มีคนเข้ามาแสดงความเห็นเพียง 2,400 คน ถือว่าไม่ครอบคลุมผู้ประกันตนทั้งหมดซึ่งมีถึง 20 ล้านกว่าคน "เราจะเห็นชัดเจนว่ามันมีคนบางกลุ่มที่ทำงานอย่างเป็นระบบ รวมหัวกันเพื่อแก้ระเบียบเลือกตั้ง เป็นการกีดกันเพื่อเอาทีมประกันสังคมออกไป และตั้งใจจะเอาประกันสังคมกลับไปสู่ยุคมืดอีกครั้งหนึ่ง" สหัสวัต กล่าว  สหัสวัต ฝากสังคมจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด และฝากถึง ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ว่าอย่าตกเป็นเครื่องมือให้กับกลุ่มคนที่หากินในประกันสังคม และต้องตรวจสอบเรื่องนี้ พร้อมยืนยันหลักการของประชาธิปไตยว่าตัวแทนของบอร์ดฯ ไม่ว่าจะฝ่ายนายจ้าง-ลูกจา้ง ต้องมาจากการเลือกตั้งที่โปร่งใส และสะท้อนเสียงของผู้ประกันตนจริงๆ ไม่ใช่เป็นกระบวนการที่เอื้อให้เกิดการจัดตั้ง  ทั้งนี้ หากมีการทำประชาพิจารณ์การปรับปรุงแก้ไขระเบียบเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม และเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานแล้ว หาก รมว.แรงงาน อนุมัติ ก็จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้รับทราบ และจากนั้นถึงจะมีการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ซึ่งล่าสุดยังไม่มีกำหนดเวลาที่แน่ชัดว่าจะได้จัดเมื่อไร * ข่าว * แรงงาน * สิทธิมนุษยชน * เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม * สหัสวัต คุ้มคง * ทีมประกันสังคมก้าวหน้า * กระทรวงแรงงาน * สำนักงานประกันสังคม
dlvr.it
December 9, 2025 at 11:57 AM
'ไดกิ้น' ประกาศสมาชิกสหภาพฯ จะกลับเข้าทำงานได้ต้องแสดงหนังสือลาออกจากสหภาพฯ
'ไดกิ้น' ประกาศสมาชิกสหภาพฯ จะกลับเข้าทำงานได้ต้องแสดงหนังสือลาออกจากสหภาพฯ
'ไดกิ้น' ประกาศสมาชิกสหภาพฯ จะกลับเข้าทำงานได้ต้องแสดงหนังสือลาออกจากสหภาพฯ Pazzle Mon, 2025-12-08 - 19:31 สหัสวัต คุ้มคง สส. พรรคประชาชน อัปเดต "ไดกิ้น" ออกประกาศฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ที่ผ่านมา ระบุ สมาชิกสหภาพแรงงานจะกลับเข้าทำงานได้ ต้องแสดงสำเนาหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานต่อผู้จัดการทั่วไป จึงจะสามารถมารายงานตัวเพื่อกลับเข้าทำงานได้ เชีย จำปาทอง สส. พรรคประชาชน เรียกร้องกระทรวงแรงงานชี้แจงข้อกฎหมายเกี่ยวกับ “สภาพการจ้าง” ของบริษัทไดกิ้น โดยเฉพาะในประเด็น “สวัสดิการทองคำ” ให้ชัดเจน เพื่อหาทางออกให้ฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างให้เร็วที่สุด ด้านรองประธาน กมธ. การแรงงาน วุฒิสภา มองสวัสดิการทองคำ 3 บาท ที่พนักงานไดกิ้นที่ไม่เคยขาด สาย ลา ป่วย ไม่หยุดงานตลอด 10 ปี เรียกร้องสอดคล้องผลกำไร และเป็นไปตามกติกาที่บริษัทวางไว้    8 ธ.ค. 2568 สหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคประชาชน อัปเดตกรณีบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ ประกาศปิดงานสมาชิกสหภาพแรงงานไดกิ้น อมตะรักษ์เสรี ชลบุรี เมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ที่ผ่านมา หลังเจรจาโบนัสและรางวัลประจำปีไม่ลงตัว ล่าสุดทางบริษัทไดกิ้นได้มีประกาศออกมาวานนี้ (7 ธ.ค. 2568) เกี่ยวกับการรายงานตัวกลับเข้าทำงานของพนักงานที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน ข้อ 2 ในประกาศดังกล่าว มีการระบุถึงแนวทางการปฏิบัติต่อพนักงานที่เคยเป็นสมาชิกสหภาพแรงงาน กำหนดให้พนักงานต้องแสดงสำเนาหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพแรงงานต่อผู้จัดการทั่วไป เพื่อรวบรวมเอกสารดังกล่าวส่งต่อไปยังฝ่ายบุคคล เมื่อส่งสำเนาหนังสือลาออกจากสมาชิกสหภาพแรงงานจึงจะสามารถมารายงานตัวเพื่อกลับเข้าทำงานได้ ตอนท้ายของประกาศทางบริษัทไดกิ้นย้ำว่า บริษัทห้ามพนักงานที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานเข้าปฏิบัติงานในวันที่ 8 ธ.ค. 2568 เพื่อความสงบเรียบร้อยของทางบริษัท สถานีวิทยุโทรทัศน์รัฐสภารายงาน เซีย จำปาทอง สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุถึงกรณีบริษัทไดกิ้นได้แจ้งพนักงานที่ไม่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานให้มาทำงานที่บริษัทตามปกติตั้งแต่วันที่ 8 ธ.ค. 2568 เป็นต้นไป ส่วนพนักงานที่เป็นสมาชิกสหภาพแรงงานฯ จำนวน 1,200 คน ไม่สามารถเข้ามาที่บริษัทได้ ว่า กรณีดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะความหมายของคำว่า “สภาพการจ้างงาน” ซึ่งตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 5 ระบุว่า “สภาพการจ้าง” หมายความว่า เงื่อนไขการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้าง สวัสดิการการเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้างหรือลูกจ้างอันเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญของข้อพิพาทระหว่างบริษัทไดกิ้นฯ และสหภาพแรงงานฯ ที่ประชาชนจำนวนมากยังไม่ทราบข้อมูลอย่างถูกต้อง คือ เรื่อง “สภาพการจ้าง” ของบริษัทไดกิ้นฯ ที่เกี่ยวข้องกับ “สวัสดิการทองคำ” ที่ถูกระบุไว้ในคู่มือพนักงาน ซึ่งหากข้อมูลดังกล่าวถูกสื่อสารอย่างเป็นทางการและถูกต้องครบถ้วนจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจข้อเท็จจริงที่ตรงกัน ลดความสับสน และช่วยคลี่คลายข้อพิพาทที่กำลังเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตนเองอยากสื่อสารถึงกระทรวงแรงงานให้เร่งชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับ “สภาพการจ้าง” ของบริษัทไดกิ้น โดยเฉพาะในประเด็น “สวัสดิการทองคำ” ให้ชัดเจนในเชิงข้อกฎหมาย เพื่อให้แรงงานและประชาชนทั่วไปที่กำลังติดตามได้รับข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง และเข้าใจตรงกันมากขึ้น ทั้งนี้ ตนเองเชื่อว่าการมีข้อมูลที่ถูกต้องและการสื่อสารที่เป็นทางการ จะช่วยให้ทุกฝ่ายทั้งลูกจ้างนายจ้าง รวมถึงประชาชนทั่วไป เข้าใจสถานการณ์ตรงกัน และเดินหน้าสู่ทางออกร่วมกันที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรื่องที่เกี่ยวข้อง * สรุปประเด็น 'ไดกิ้น' ปิดงานสมาชิกสหภาพ หลังเจรจาเรื่องโบนัส-รางวัลประจำปีไม่ลงตัว * 'เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน' ออกแถลงการณ์หนุนสหภาพแรงงานไดกิ้น ขณะที่ ชินโชติ แสงสังข์ สว. ในฐานะรองประธาน กมธ. การแรงงาน วุฒิสภา พร้อมคณะ แถลงถึงกรณีข้อพิพาทระหว่าง บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กับสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี ระบุ ขณะนี้สังคมโจมตีและมองสหภาพแรงงานเป็นผู้ร้ายที่ขอโบนัสจำนวนมากเกินสมควร การที่สหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี ขอโบนัสจำนวนมากหรือน้อย ต้องมีเหตุและผลประกอบกัน ตามกฎหมายโบนัสไม่ได้ระบุว่าต้องให้เท่าใด ตามหลักการปฏิบัติทั่วไป โบนัสคือส่วนแบ่งส่วนหนึ่งของลูกจ้าง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินของนายจ้างจากผลกำไรอยู่แล้ว แต่ลูกจ้างได้รับส่วนแบ่งส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการตกลงกัน โดยกรณีข้อพิพาทระหว่าง บริษัทไดกิ้นกับ สหภาพแรงงานมีเหตุการณ์และข้อเท็จจริงว่าในปี 2567 บริษัทไดกิ้นมีผลกำไรเป็นเงินประมาณ 5,000 ล้านบาท และได้จ่ายโบนัสแก่ลูกจ้าง จำนวน 5 เดือน พร้อมกับเงินอีกจำนวนหนึ่ง ส่วนในปี 2568 บริษัทไดกิ้นมีผลกำไรเพิ่มขึ้นเป็นเงินประมาณ 5,000 กว่าล้านบาท แต่บริษัทไดกิ้นจะขอจ่ายโบนัสเพียง 5 เดือนเท่ากับปี 2567 ตนเองมองว่าเป็นการกระทำที่ผิดหลักปฏิบัติของการดำเนินกิจการทั่วไป เนื่องจากสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรีได้เรียกร้องด้วยเหตุและผลให้จ่ายโบนัส 8 เดือน พร้อมกับเงินจำนวน 24,000 บาท สอดคล้องตามผลกำไรของบริษัทไดกิ้น ขณะนี้ตนทราบว่าข้อพิพาทเรื่องโบนัส อาจได้ข้อสรุปร่วมกันที่ 7 เดือน แต่เรื่องยังไม่สามารถตกลงกันได้คือทองคำจำนวน 3 บาท ทั้งนี้ บริษัทไดกิ้นได้ตั้งกติกาไว้ว่าผู้ที่จะได้รับทองคำจำนวน 3 บาท คือผู้ที่มีอายุงาน 10 ปีขึ้นไป และต้องไม่ขาด สาย ลา ป่วย ไม่หยุดงาน ยกเว้นหยุดประจำสัปดาห์ หยุดตามประเพณี หยุดตามนักขัตฤกษ์ หรือลาพักผ่อนเท่านั้น โดยเหตุที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้เนื่องจากราคาทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งตนเห็นว่า บริษัทไดกิ้นควรดำเนินการตามกติกาที่ตั้งไว้ ชินโชติกล่าวด้วยว่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ดำเนินการในการประนอมข้อพิพาทแรงงานในกรณีนี้ด้อยประสิทธิภาพเป็นอย่างมาก ที่ผ่านมากรณีนี้มีการประนอมข้อพิพาทแรงงานกันไปแล้วจำนวน 3 รอบ จนนำไปสู่การที่บริษัทไดกิ้นประกาศปิดงาน ที่ผ่านมาการจะปิดงานต้องมีการเจรจากันแล้วนับ 10 รอบ ไม่เคยมีการเจรจา 3 รอบแล้วประกาศปิดงาน ก่อนหน้านี้ตนได้ติดต่อไปยังอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เพื่อช่วยหาทางออกให้กับข้อพิพาทแรงงานในกรณีนี้โดยเร็ว แต่ไม่ได้รับการตอบรับกลับมาแต่อย่างใด นอกจากนี้ ตนทราบว่าในช่วงสายของวันนี้ (8 ธ.ค. 2568) บริษัทไดกิ้น กับสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี จะมีการเจรจากันอีกครั้ง ตนจึงขอเรียกร้องต่อสังคมว่าไม่อยากให้มองสหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี เป็นตัวปัญหาหรือผู้ร้าย เพราะการขอโบนัสและทองคำ ด้วยเหตุและผลสอดคล้องตามผลกำไรของบริษัทไดกิ้น และกติกาของบริษัท พร้อมขอให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เข้าไปมีส่วนร่วมในการหาข้อยุติในกรณีนี้ให้ได้ และคาดหวังว่าข้อยุติจะเกิดขึ้นโดยเร็วต่อไป  * ข่าว * แรงงาน * คุณภาพชีวิต * สหัสวัต คุ้มคง * เซีย จำปาทอง * สหภาพแรงงานไดกิ้นอมตะรักษ์เสรี * บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ ประเทศไทย จำกัด * ชินโชติ แสงสังข์
dlvr.it
December 8, 2025 at 1:03 PM
สส.ปชน. ระบุ 'คนมีคดีค้ามนุษย์ติดตัว ไม่ควรเป็นรัฐมนตรี'
สส.ปชน. ระบุ 'คนมีคดีค้ามนุษย์ติดตัว ไม่ควรเป็นรัฐมนตรี'
สส.ปชน. ระบุ 'คนมีคดีค้ามนุษย์ติดตัว ไม่ควรเป็นรัฐมนตรี' auser15 Sun, 2025-09-07 - 17:53 สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ระบุ 'คนมีคดีค้ามนุษย์ติดตัว ไม่ควรเป็นรัฐมนตรี' พร้อมเรียกร้อง 'อนุทิน' ทบทวนความเหมาะสม ครม.ชุดใหม่ 7 กันยายน 2568 เพจพรรคประชาชน โพสต์ข้อความระบุว่า “คนมีคดีค้ามนุษย์ติดตัว ไม่ควรเป็นรัฐมนตรี” โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ศาลเขตลัปแลนด์ ประเทศฟินแลนด์ มีคำพิพากษาจำคุกอดีตผู้บริหารระดับสูงของหนึ่งในบริษัทผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเบอร์รี่รายใหญ่ของฟินแลนด์ และ นายหน้าชาวไทย ฐานมีส่วนในขบวนการค้ามนุษย์ เรื่องที่เกี่ยวข้อง * ซีอีโอบริษัทเบอร์รี่รายใหญ่ในฟินแลนด์ลาออก หลังแพ้คดีค้ามนุษย์แรงงานไทย คดีนี้มีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างมาก เพราะเหยื่อการค้ามนุษย์คือแรงงานคนไทยกว่า 60 ชีวิตที่ถูกหลอกให้ไปทำงานเก็บผลไม้ป่า โดยมีการโฆษณาว่าเป็นงานรายได้สูง ได้เงินเป็นแสนภายในเวลาไม่กี่เดือน แต่ความเป็นจริงแรงงานต้องทำงานอย่างหนัก ไม่มีค่าจ้างขั้นต่ำ หลายคนถูกยึดเอกสารสำคัญ เจ็บป่วยก็ยังถูกกักขังให้ทำงานต่อ ต้องหลับนอนในที่แออัดคับแคบท่ามกลางอากาศหนาวเย็น ย้อนไปเมื่อ 25 มีนาคม 2568 สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 พรรคประชาชน ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องนี้ โดยอ้างอิงสำนวนคดีจากฟินแลนด์และสำนวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ส่งไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่ามีอดีตข้าราชการระดับสูงและอดีตรัฐมนตรีในกระทรวงแรงงานเกี่ยวข้อง โดยร่วมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการค้ามนุษย์จากการรับสินบนจากนายหน้าชาวไทย เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดส่งแรงงานไทยไปเป็นแรงงานทาสที่ฟินแลนด์และสวีเดน จากสำนวนคำให้การคดีติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าว เราจะเห็นความเชื่อมโยงระหว่างนายหน้าชาวไทย กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในขณะนั้น ทั้งการเดินทางไปเยี่ยมบริษัทที่มีปัญหาถึงฟินแลนด์ รวมถึงแชทและกล่องเงินระหว่างนายหน้ากับข้าราชการระดับสูงในกระทรวงแรงงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ทางฟินแลนด์เองมีคดีที่เกี่ยวเนื่องกันและมีพฤติการณ์ในลักษณะเดียวกันที่ทำให้ข้าราชการระดับสูงของฟินแลนด์ถูกตัดสินโทษจากเรื่องนี้ไปแล้ว คดีนี้เป็นคดีที่เราติดตามมาอย่างยาวนานตั้งแต่สมัยพรรคก้าวไกล ร่วมกับภาคประชาชนและเหยื่อการค้ามนุษย์อีกหลายภาคส่วน มาจนถึงวันนี้ศาลฟินแลนด์ได้ชี้แล้วว่าคดีค้ามนุษย์ดังกล่าว ผู้ต้องหาคือนายหน้าชาวไทย มีความผิดจริง สหัสวัตจึงเรียกร้องให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ทบทวนถึงความเหมาะสมและคำนึงถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่กำลังจับตาการตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ไม่ให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีค้ามนุษย์มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี สหัสวัตจะดำเนินการตามกลไกของฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อให้กระบวนการของคดีนี้ในฝั่งไทยเร่งสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด โดยเสนอว่าควรนำคำตัดสินล่าสุดของศาลที่ฟินแลนด์ในคดีค้ามนุษย์ มาประกอบการพิจารณา เชื่อว่ามีแนวโน้มสูงมากที่จะเป็นน้ำหนักเพิ่มเติมในการเอาผิดอดีตรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงของกระทรวงแรงงาน พรรคประชาชนยืนยันว่าเราพร้อมดำเนินการทุกช่องทางเพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับบทลงโทษโดยปราศจากการละเว้นหรือการแทรกแซงจากฝ่ายบริหาร เพื่อพิสูจน์ว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยมีมาตรฐาน บังคับใช้กับทุกคนอย่างเสมอหน้า และประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์อีกจำนวนมาก จะได้รับความยุติธรรม * ข่าว * การเมือง * แรงงาน * พรรคประชาชน * สหัสวัต คุ้มคง * ค้ามนุษย์ * แรงงานไทยในต่างประเทศ * แรงงานไทยในฟินแลนด์
dlvr.it
September 7, 2025 at 10:58 AM