#รักชนกศรีนอก
‘ไอซ์’ ขยี้ 7 วันก่อนไม่มีใครรู้จัก ‘ไอเดียร์-สามี’ แทคทีม ‘โรม’ ตามลายแทง 888 คนทั้งประเทศรู้หมดทำอาชีพอะไร

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6261194/
#สสไอเดียร์ #รักชนกศรีนอก
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
October 9, 2026 at 4:50 AM
🔥ดราม่าเดือดนอกสภา! เมื่อ "รังสิมันต์ โรม" จี้ตรวจสามี ส.ส. พรรคดัง เอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ ล่าสุดลามออกมานอกสภาเมื่อ #ไอซ์รักชนก แท็กถามตรงๆ ถึง #ไอเดียร์สุชาดา ส.ส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย
.
#รักชนกศรีนอก #พรรคภูมิใจไทย
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
www.dailynews.co.th/news/6240154/
October 1, 2026 at 10:49 AM
‘ไอซ์’ รีบไปโหวต ไม่โต้นายกฯ ฝาก ‘ชัชชาติ’ แก้ระเบียบเยียวยา

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6235163/
#รักชนกศรีนอก #น้ำท่วม #ฝนตก
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 30, 2026 at 6:51 AM
#อนุทิน แจงดราม่าแจกเงินคนสายไหมน้ำท่วม เพราะถุงยังชีพหมด โต้ #ไอซ์-รักชนก เงินผมสะอาด-อย่าเอามาตรฐานตัวเองมาวัด พ่อ-แม่สอนมาดีให้ดูแลชาวบ้าน น้อมรับคำด่า ถือว่าให้ได้ระบาย..
.
#รักชนกศรีนอก #น้ำท่วม #ฝนตก
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
www.dailynews.co.th/news/6234790/
September 30, 2026 at 4:32 AM
‘ไอซ์’ โอดคนเมืองใช้โซเชียลมีเดีย 70% ไม่รู้กำลังมีเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม 27 ก.ย. นี้

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6210621/
#รักชนกศรีนอก #บอร์ดประกันสังคม
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 22, 2026 at 7:09 AM
‘ไอซ์ รักชนก’ จี้ รมว.คลัง เอาใจใส่อนาคตของชาติเร่งแก้ปัญหา กยศ.   

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6206736/
#รักชนกศรีนอก #พรรคประชาชน
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 21, 2026 at 4:03 AM
‘ไอซ์’ นำทัวร์พาชม ‘เสาไฟกินรีราชาเทวะ’ อยากส่งท้าชิงสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก ลั่นถ้าได้ผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ ชีวิตทุกคนจะดีขึ้นได้จากงบประมาณนี้ ชี้ระเบียบท้องถิ่นเปิดให้ทำโครงการเริ่ดๆ ได้อยู่แล้ว น่าเสียดายที่เน้นเอามาทำเสาไฟ

www.dailynews.co.th/news/6184728/
#รักชนกศรีนอก #พรรคประชาชน #เสาไฟกินรีราชาเทวะ
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 12, 2026 at 8:59 AM
‘รักชนก’ ผิดหวังเชิญไชยชนก-คู่สัญญา แจง TH-AI Passport แต่ไร้เงา

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6177697/
#รักชนกศรีนอก #ไชยชนกชิดชอบ
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 10, 2026 at 4:26 AM
'ไอซ์' เหน็บมาตรฐานทางจริยธรรมเป็นหย่อมๆ หลังพรรคส้มโดนถล่มมารยาทในสภา ย้อน 'ศุภชัย' สลิ้งแตกเหตุโดนแหกป้อง กกต. หยาบถึงขั้นใช้คำ 'อีลูกกะ- ชั้นต่ำ' กลับไม่โดนวิจารณ์ ถามอมอะไรกันอยู่

www.dailynews.co.th/news/6165161/
#รักชนกศรีนอก #ศุภชัยสลิ้งแตก
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
September 5, 2026 at 6:55 AM
‘รักชนก-ธีระชาติ’ จี้ ป.ป.ช.สอบ ‘ไชยชนก’ ปม AI-Passport ขอสังคมช่วยกันจับตา
‘รักชนก-ธีระชาติ’ จี้ ป.ป.ช.สอบ ‘ไชยชนก’ ปม AI-Passport ขอสังคมช่วยกันจับตา admin666 Tue, 2026-09-01 - 14:30 ‘รักชนก-ธีระชาติ’ สส.พรรคประชาชน จี้ ป.ป.ช. สอบโครงการ TH-AI Passport ชี้พิรุธล็อกสเปก-ส่อฮั้วประมูล พร้อมถามว่าตรวจสอบช้าเกินไปหรือไม่  แถมขอข้อมูลกับปลัด ก.ดิจิทัลฯ ได้มาแค่เอกสารที่เปิดสาธารณะไม่ให้เอกสารสำคัญทางเทคนิค   1 ก.ย. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย ธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ นำสำนวนพร้อมพยานหลักฐานเข้ายื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการ TH-AI Passport รายชื่อที่รักชนกร้องให้ ป.ป.ช. ประกอบด้วย ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.), ประธานคณะร่าง TOR และบุคคลที่เกี่ยวข้องจากบริษัท Human Intelligent ข้อกล่าวหาที่รักชนกระบุ ในส่วนของไชยชนก คือฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากไม่ได้พยายามหยุดยั้งหรือหาทางยกเลิกโครงการทั้งที่ปรากฏข้อพิรุธและความผิดปกติของโครงการแล้ว คือการกำหนดสเปกใน TOR ว่าต้องประชาสัมพันธ์บนจอบิลบอร์ดไม่น้อยกว่า 400 จุดทั่วประเทศ, จอในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 6,000 จอ ในสาขาไม่น้อยกว่า 1,500 แห่ง และจอในห้างสรรพสินค้าไม่น้อยกว่า 200 จุด ซึ่งมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่สามารถตอบโจทย์เงื่อนไขดังกล่าวได้ รักชนกกล่าวต่อไปว่า ข้อน่าสังเกตอีกประการคือ ความเชื่อมโยงระหว่างบริษัท Human Intelligent กับบริษัทที่ครอบครองสื่อจอประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ ซึ่งพบว่ามีผู้รับผลประโยชน์สุดท้าย (UBO) กลุ่มเดียวกัน และมีที่ตั้งจดทะเบียนอยู่ในสถานที่เดียวกัน โดยพรรคประชาชนได้ทักท้วงประเด็นนี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่กระทรวงดิจิทัลฯ กลับไม่ได้ดำเนินการใดๆ ตามข้อทักท้วง นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินของโครงการ โดยสัญญาในช่วงแรกกำหนดให้เป็นการเหมาจ่าย ซึ่งต่อให้มีผู้ลงทะเบียนใช้งานเพียงคนเดียว เอกชนคู่สัญญาก็จะได้รับเงินเต็มจำนวนประมาณ 1,600 ล้านบาท ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay per use) ในภายหลัง ซึ่งต้องต้องการให้ยกเลิกโครงการเพื่อกลับไปเริ่มต้นเขียน TOR ให้เกิดการแข่งขันกันได้ รักชนกกล่าวถึงอีกประเด็นคือ พบข้อมูลว่า ณ วันที่ 31 ส.ค.2569 มีผู้ลงทะเบียนประมาณ 1.3 ล้านคน และมีผู้ใช้งานจริง (Active user) ประมาณ 1 แสนคน ทำให้เห็นว่าการเหมาจ่ายตามสัญญาเดิม รัฐจะต้องจ่ายเงินสูงถึง 1,600 ล้านบาท ทั้งที่มูลค่าการใช้งานจริงอยู่ที่เพียงไม่กี่ล้านบาท จึงน่าตั้งข้อสังเกตว่า โครงการดังกล่าวเป็นการหากินกับเงินนอกงบประมาณ หรือเป็นการปั้นโครงการขึ้นมาเพื่อผันเงินไปยังบริษัทที่สนับสนุนระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ ซึ่งหากพรรคประชาชนไม่นำเรื่องนี้มาตีแผ่ให้สาธารณะจับตา เอกชนก็อาจได้รับส่วนต่างประมาณ 1,500 ล้านบาทจากรูปแบบสัญญาเดิมไปแล้ว อย่างไรก็ตาม รักชนกตมองว่าคงไม่สามารถหยุดโครงการได้แล้ว แต่คาดหวังว่าจะต้องมีผู้รับผิดชอบถูกดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมาย และมีคำถามถึง ป.ป.ช.ว่าเข้ามาตรวจสอบโครงการนี้ช้าไปหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับ ป.ป.ช. ที่ต้องมายื่นครั้งนี้เพราะต้องการให้สังคมร่วมกันจับตาว่าเมื่อโครงการถูกตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติและมีการทุจริตแล้ว ป.ป.ช.จะดำเนินการอย่างไร รักชนกที่ผ่านมาเมื่อขอข้อมูลกับปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กลับได้มาเพียงเอกสารที่เผยแพร่สาธารณะอยู่แล้วประมาณครึ่งหนึ่ง แต่เอกสารสำคัญ เช่น ข้อเสนอเชิงเทคนิคของบริษัทที่เข้าร่วมประมูล และเอกสารแนบท้ายสัญญาฉบับล่าสุด ทางกรรมาธิการยังไม่ได้รับครบถ้วน จึงต้องใช้อำนาจตามกฎหมายเรียกเอกสารดังกล่าว โดยกำหนดให้จัดส่งภายในวันที่ 8 ก.ย.นี้  ด้านธีระชาติกล่าวว่า จากเอกสารที่ได้รับมาเพียงบางส่วน พบข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า แม้ TOR จะกำหนดให้มี AI อย่างน้อย 8 ราย และตัวโครงการนำเสนอว่ามี AI มากกว่า 10 ราย แต่จากเอกสารที่พบกลับมีใบอนุญาตจาก Google ประเทศไทยเพียงรายเดียว ตนจึงขอตั้งคำถามถึงการออกแบบ TOR เพราะยิ่งได้รับเอกสารมากขึ้น ก็ยิ่งพบจุดผิดปกติเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ หลังเปิดใช้งานจริง ประเด็นเรื่อง Token และส่วนต่างระหว่างสัญญาเหมาจ่ายเดิมกับระบบ Pay per use ยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้น โดยหากมี Active user ประมาณ 1 แสนคน ค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงจะอยู่ที่เพียงไม่กี่ล้านบาท ขณะที่วงเงินตามรูปแบบเดิมตั้งไว้กว่า 1,600 ล้านบาท จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า การจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านการประมูลมาแล้ว กลับมีส่วนต่างมหาศาลในระดับนี้ได้อย่างไร และมีใครต้องรับผิดชอบหรือไม่ หมายศาลถึง 'รักชนก' เมื่อวานนี้ (31 ส.ค.) รักชนก โพสต์ว่าได้รับหมายศาลอาญาคดีหมิ่นประมาทฯ โดยมีบริษัท แพลนบี มีเดียจำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์มอบอำนาจให้เกษมศานต์ อิทธิธรรมวินิจ เป็นผู้รอบมอบอำนาจดำเนินการฟ้องแทน ซึ่งก่อนหน้านี้ธีระชาติได้รับหมายศาลก่อนแล้ว และยังมีการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้หมายศาลในลักษณะเดียวกันด้วย ทั้งนี้รักชนกยังชี้ให้เห็นว่าเกษมศานต์ซึ่งเป็นทนายความให้บริษัทแพลนบีในคดีนี้ มีความเกี่ยวข้องกับ บริษัท Human Intelligence ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูลโครงการ TH-Ai passport แม้ว่าก่อนหน้านี้พาขวัญ วงศ์พลทวี ตัวแทนของ บริษัท Human Intelligence จะปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทแพลนบี แต่ปรากฏว่าทนายความคนดังกล่าวได้มีหนังสือยืนยันเข้าร่วมงานในโครงการด้วย * ข่าว * การเมือง * TH-AI Passport * รักชนก ศรีนอก * ธีระชาติ ก่อตระกูล * ไชยชนก ชิดชอบ * คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ * ป.ป.ช. * กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
dlvr.it
September 1, 2026 at 7:57 AM
‘รักชนก-ธีระชาติ’ จี้ ป.ป.ช.สอบ ‘ไชยชนก’ ปม AI-Passport ขอสังคมช่วยกันจับตา
‘รักชนก-ธีระชาติ’ จี้ ป.ป.ช.สอบ ‘ไชยชนก’ ปม AI-Passport ขอสังคมช่วยกันจับตา
‘รักชนก-ธีระชาติ’ จี้ ป.ป.ช.สอบ ‘ไชยชนก’ ปม AI-Passport ขอสังคมช่วยกันจับตา admin666 Tue, 2026-09-01 - 14:30 ‘รักชนก-ธีระชาติ’ สส.พรรคประชาชน จี้ ป.ป.ช. สอบโครงการ TH-AI Passport ชี้พิรุธล็อกสเปก-ส่อฮั้วประมูล พร้อมถามว่าตรวจสอบช้าเกินไปหรือไม่  แถมขอข้อมูลกับปลัด ก.ดิจิทัลฯ ได้มาแค่เอกสารที่เปิดสาธารณะไม่ให้เอกสารสำคัญทางเทคนิค   1 ก.ย. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วย ธีระชาติ ก่อตระกูล ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณฯ นำสำนวนพร้อมพยานหลักฐานเข้ายื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ตรวจสอบความโปร่งใสของโครงการ TH-AI Passport รายชื่อที่รักชนกร้องให้ ป.ป.ช. ประกอบด้วย ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ, เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.), ประธานคณะร่าง TOR และบุคคลที่เกี่ยวข้องจากบริษัท Human Intelligent ข้อกล่าวหาที่รักชนกระบุ ในส่วนของไชยชนก คือฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากไม่ได้พยายามหยุดยั้งหรือหาทางยกเลิกโครงการทั้งที่ปรากฏข้อพิรุธและความผิดปกติของโครงการแล้ว คือการกำหนดสเปกใน TOR ว่าต้องประชาสัมพันธ์บนจอบิลบอร์ดไม่น้อยกว่า 400 จุดทั่วประเทศ, จอในร้านสะดวกซื้อไม่น้อยกว่า 6,000 จอ ในสาขาไม่น้อยกว่า 1,500 แห่ง และจอในห้างสรรพสินค้าไม่น้อยกว่า 200 จุด ซึ่งมีผู้ประกอบการเพียงไม่กี่รายที่สามารถตอบโจทย์เงื่อนไขดังกล่าวได้ รักชนกกล่าวต่อไปว่า ข้อน่าสังเกตอีกประการคือ ความเชื่อมโยงระหว่างบริษัท Human Intelligent กับบริษัทที่ครอบครองสื่อจอประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศ ซึ่งพบว่ามีผู้รับผลประโยชน์สุดท้าย (UBO) กลุ่มเดียวกัน และมีที่ตั้งจดทะเบียนอยู่ในสถานที่เดียวกัน โดยพรรคประชาชนได้ทักท้วงประเด็นนี้มาอย่างต่อเนื่อง แต่กระทรวงดิจิทัลฯ กลับไม่ได้ดำเนินการใดๆ ตามข้อทักท้วง นอกจากนี้ ยังมีการเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินของโครงการ โดยสัญญาในช่วงแรกกำหนดให้เป็นการเหมาจ่าย ซึ่งต่อให้มีผู้ลงทะเบียนใช้งานเพียงคนเดียว เอกชนคู่สัญญาก็จะได้รับเงินเต็มจำนวนประมาณ 1,600 ล้านบาท ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการจ่ายตามการใช้งานจริง (Pay per use) ในภายหลัง ซึ่งต้องต้องการให้ยกเลิกโครงการเพื่อกลับไปเริ่มต้นเขียน TOR ให้เกิดการแข่งขันกันได้ รักชนกกล่าวถึงอีกประเด็นคือ พบข้อมูลว่า ณ วันที่ 31 ส.ค.2569 มีผู้ลงทะเบียนประมาณ 1.3 ล้านคน และมีผู้ใช้งานจริง (Active user) ประมาณ 1 แสนคน ทำให้เห็นว่าการเหมาจ่ายตามสัญญาเดิม รัฐจะต้องจ่ายเงินสูงถึง 1,600 ล้านบาท ทั้งที่มูลค่าการใช้งานจริงอยู่ที่เพียงไม่กี่ล้านบาท จึงน่าตั้งข้อสังเกตว่า โครงการดังกล่าวเป็นการหากินกับเงินนอกงบประมาณ หรือเป็นการปั้นโครงการขึ้นมาเพื่อผันเงินไปยังบริษัทที่สนับสนุนระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ ซึ่งหากพรรคประชาชนไม่นำเรื่องนี้มาตีแผ่ให้สาธารณะจับตา เอกชนก็อาจได้รับส่วนต่างประมาณ 1,500 ล้านบาทจากรูปแบบสัญญาเดิมไปแล้ว อย่างไรก็ตาม รักชนกตมองว่าคงไม่สามารถหยุดโครงการได้แล้ว แต่คาดหวังว่าจะต้องมีผู้รับผิดชอบถูกดำเนินคดีและลงโทษตามกฎหมาย และมีคำถามถึง ป.ป.ช.ว่าเข้ามาตรวจสอบโครงการนี้ช้าไปหรือไม่ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับ ป.ป.ช. ที่ต้องมายื่นครั้งนี้เพราะต้องการให้สังคมร่วมกันจับตาว่าเมื่อโครงการถูกตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติและมีการทุจริตแล้ว ป.ป.ช.จะดำเนินการอย่างไร รักชนกที่ผ่านมาเมื่อขอข้อมูลกับปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ กลับได้มาเพียงเอกสารที่เผยแพร่สาธารณะอยู่แล้วประมาณครึ่งหนึ่ง แต่เอกสารสำคัญ เช่น ข้อเสนอเชิงเทคนิคของบริษัทที่เข้าร่วมประมูล และเอกสารแนบท้ายสัญญาฉบับล่าสุด ทางกรรมาธิการยังไม่ได้รับครบถ้วน จึงต้องใช้อำนาจตามกฎหมายเรียกเอกสารดังกล่าว โดยกำหนดให้จัดส่งภายในวันที่ 8 ก.ย.นี้  ด้านธีระชาติกล่าวว่า จากเอกสารที่ได้รับมาเพียงบางส่วน พบข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า แม้ TOR จะกำหนดให้มี AI อย่างน้อย 8 ราย และตัวโครงการนำเสนอว่ามี AI มากกว่า 10 ราย แต่จากเอกสารที่พบกลับมีใบอนุญาตจาก Google ประเทศไทยเพียงรายเดียว ตนจึงขอตั้งคำถามถึงการออกแบบ TOR เพราะยิ่งได้รับเอกสารมากขึ้น ก็ยิ่งพบจุดผิดปกติเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ หลังเปิดใช้งานจริง ประเด็นเรื่อง Token และส่วนต่างระหว่างสัญญาเหมาจ่ายเดิมกับระบบ Pay per use ยิ่งเห็นได้ชัดเจนขึ้น โดยหากมี Active user ประมาณ 1 แสนคน ค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริงจะอยู่ที่เพียงไม่กี่ล้านบาท ขณะที่วงเงินตามรูปแบบเดิมตั้งไว้กว่า 1,600 ล้านบาท จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า การจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านการประมูลมาแล้ว กลับมีส่วนต่างมหาศาลในระดับนี้ได้อย่างไร และมีใครต้องรับผิดชอบหรือไม่ หมายศาลถึง 'รักชนก' เมื่อวานนี้ (31 ส.ค.) รักชนก โพสต์ว่าได้รับหมายศาลอาญาคดีหมิ่นประมาทฯ โดยมีบริษัท แพลนบี มีเดียจำกัด (มหาชน) เป็นโจทก์มอบอำนาจให้เกษมศานต์ อิทธิธรรมวินิจ เป็นผู้รอบมอบอำนาจดำเนินการฟ้องแทน ซึ่งก่อนหน้านี้ธีระชาติได้รับหมายศาลก่อนแล้ว และยังมีการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้หมายศาลในลักษณะเดียวกันด้วย ทั้งนี้รักชนกยังชี้ให้เห็นว่าเกษมศานต์ซึ่งเป็นทนายความให้บริษัทแพลนบีในคดีนี้ มีความเกี่ยวข้องกับ บริษัท Human Intelligence ซึ่งเป็นผู้ชนะประมูลโครงการ TH-Ai passport แม้ว่าก่อนหน้านี้พาขวัญ วงศ์พลทวี ตัวแทนของ บริษัท Human Intelligence จะปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทแพลนบี แต่ปรากฏว่าทนายความคนดังกล่าวได้มีหนังสือยืนยันเข้าร่วมงานในโครงการด้วย * ข่าว * การเมือง * TH-AI Passport * รักชนก ศรีนอก * ธีระชาติ ก่อตระกูล * ไชยชนก ชิดชอบ * คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ * ป.ป.ช. * กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
dlvr.it
September 1, 2026 at 7:57 AM
ดัชนีการเมืองสวนดุสิตโพล ส.ค. 69 คนมอง "แก้ปัญหายาเสพติด-ผู้มีอิทธิพล" รั้งท้าย
ดัชนีการเมืองสวนดุสิตโพล ส.ค. 69 คนมอง "แก้ปัญหายาเสพติด-ผู้มีอิทธิพล" รั้งท้าย auser15 Sun, 2026-08-30 - 08:21 ผลสำรวจสวนดุสิตโพลเผยดัชนีการเมืองไทยเดือนสิงหาคม 2569 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเชื่อมั่นถดถอยเกือบทุกด้าน โดยมีเพียงผลงานฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชนที่คะแนนเพิ่มขึ้น ขณะที่การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพลรั้งท้าย 'อนุทิน ชาญวีรกูล' และ 'รักชนก ศรีนอก' ครองใจนักการเมืองโดดเด่นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน 30 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยสวนดุสิตเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569" จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,107 คน สำรวจทางออนไลน์และภาคสนามระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2569 โดยมีตัวชี้วัด 25 ประเด็นบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่างๆ พบว่าภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนสิงหาคม เฉลี่ยได้ 3.63 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ได้ 3.71 คะแนน จากการจัดอันดับ 25 ตัวชี้วัด พบว่าตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุดคือผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.28 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า รองลงมาคือการมีส่วนร่วมของประชาชน เฉลี่ย 4.20 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยทั้งสองตัวชี้วัดนี้เป็นเพียง 2 ประเด็นเท่านั้นที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม ขณะที่ตัวชี้วัดอื่นๆ ส่วนใหญ่มีคะแนนลดลง อาทิ ผลงานของนายกรัฐมนตรีและผลงานของรัฐบาล ซึ่งลดลงเหลือ 3.57 คะแนนเท่ากัน สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม ลดลงเหลือ 3.30 คะแนน และการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส ลดลงเหลือ 3.18 คะแนน ส่วนตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ยเพียง 3.00 คะแนน สำหรับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด อันดับ 1 คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 31.94 รองลงมาคือนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 25.66 และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ร้อยละ 22.72 ขณะที่นักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด อันดับ 1 คือนางสาวรักชนก ศรีนอก ร้อยละ 32.46 รองลงมาคือนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ร้อยละ 22.68 และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 21.36 ในด้านผลงานที่ประชาชนชื่นชอบ ผลงานฝ่ายรัฐบาลอันดับ 1 คือโครงการไทยช่วยไทย พลัส ร้อยละ 57.60 รองลงมาคือการช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วม ร้อยละ 27.68 ส่วนผลงานฝ่ายค้านอันดับ 1 คือการตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล ร้อยละ 39.74 รองลงมาคือการติดตามคดีโกงสมาชิกวุฒิสภา ร้อยละ 32.15 ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนสิงหาคมที่ลดลงสะท้อนผลจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การทุจริต ภัยพิบัติ และความมั่นคง แม้รัฐบาลจะรับมือและมีมาตรการออกมา แต่หลายเรื่องยังไม่เห็นผลชัดเจน ขณะที่ฝ่ายค้านใช้บทบาทตรวจสอบและการสื่อสารทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ผลงานฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเพียง 2 ตัวชี้วัดที่เพิ่มขึ้น ด้านอาจารย์ภิญโญ คูวัฒนาเสนีย์ หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าคะแนนดัชนีการเมืองไทยลดลงแทบทุกด้าน สะท้อนถึงวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันการเมืองไทย โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส และการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพลที่มีคะแนนรั้งท้าย พร้อมชี้ว่าความถดถอยของความชอบธรรมทางกฎหมายของฝ่ายบริหาร ส่งผลให้คะแนนผลงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลลดลงเหลือเพียง 3.57 คะแนนเท่ากัน แม้มาตรการเยียวยาอย่างไทยช่วยไทย พลัส จะได้รับความนิยมสูงสุดจากฝ่ายรัฐบาล แต่ก็ไม่อาจชดเชยความล้มเหลวในภาพรวมของดัชนีราคาสินค้า ค่าครองชีพ และเศรษฐกิจโดยรวมที่ปรับตัวลดลงทุกด้าน ขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนกลับมีคะแนนอยู่ในอันดับต้นๆ จึงเป็นสัญญาณเตือนทั้งทางกฎหมายและการเมืองว่า หากโครงสร้างรัฐบาลขาดความโปร่งใสและหลักนิติธรรม ความศรัทธาของประชาชนต่อระบบการปกครองและสถาบันการเมืองไทยย่อมเสื่อมถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ * ข่าว * การเมือง * สังคม * คุณภาพชีวิต * สวนดุสิตโพล * โพล
dlvr.it
August 30, 2026 at 1:24 AM
ดัชนีการเมืองสวนดุสิตโพล ส.ค. 69 คนมอง "แก้ปัญหายาเสพติด-ผู้มีอิทธิพล" รั้งท้าย
ดัชนีการเมืองสวนดุสิตโพล ส.ค. 69 คนมอง "แก้ปัญหายาเสพติด-ผู้มีอิทธิพล" รั้งท้าย
ดัชนีการเมืองสวนดุสิตโพล ส.ค. 69 คนมอง "แก้ปัญหายาเสพติด-ผู้มีอิทธิพล" รั้งท้าย auser15 Sun, 2026-08-30 - 08:21 ผลสำรวจสวนดุสิตโพลเผยดัชนีการเมืองไทยเดือนสิงหาคม 2569 ลดลงจากเดือนก่อนหน้า สะท้อนความเชื่อมั่นถดถอยเกือบทุกด้าน โดยมีเพียงผลงานฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชนที่คะแนนเพิ่มขึ้น ขณะที่การแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพลรั้งท้าย 'อนุทิน ชาญวีรกูล' และ 'รักชนก ศรีนอก' ครองใจนักการเมืองโดดเด่นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน 30 สิงหาคม 2569 มหาวิทยาลัยสวนดุสิตเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "ดัชนีการเมืองไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569" จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,107 คน สำรวจทางออนไลน์และภาคสนามระหว่างวันที่ 25-28 สิงหาคม 2569 โดยมีตัวชี้วัด 25 ประเด็นบ่งบอกถึงความเชื่อมั่นต่อการเมืองไทยในด้านต่างๆ พบว่าภาพรวมดัชนีการเมืองไทยประจำเดือนสิงหาคม เฉลี่ยได้ 3.63 คะแนนจากคะแนนเต็ม 10 ลดลงจากเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ได้ 3.71 คะแนน จากการจัดอันดับ 25 ตัวชี้วัด พบว่าตัวชี้วัดที่ได้คะแนนสูงสุดคือผลงานของฝ่ายค้าน เฉลี่ย 4.28 คะแนน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า รองลงมาคือการมีส่วนร่วมของประชาชน เฉลี่ย 4.20 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยทั้งสองตัวชี้วัดนี้เป็นเพียง 2 ประเด็นเท่านั้นที่มีคะแนนเพิ่มขึ้นจากเดือนกรกฎาคม ขณะที่ตัวชี้วัดอื่นๆ ส่วนใหญ่มีคะแนนลดลง อาทิ ผลงานของนายกรัฐมนตรีและผลงานของรัฐบาล ซึ่งลดลงเหลือ 3.57 คะแนนเท่ากัน สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม ลดลงเหลือ 3.30 คะแนน และการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส ลดลงเหลือ 3.18 คะแนน ส่วนตัวชี้วัดที่ได้คะแนนต่ำสุดคือการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล เฉลี่ยเพียง 3.00 คะแนน สำหรับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด อันดับ 1 คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล ร้อยละ 31.94 รองลงมาคือนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ร้อยละ 25.66 และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ร้อยละ 22.72 ขณะที่นักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด อันดับ 1 คือนางสาวรักชนก ศรีนอก ร้อยละ 32.46 รองลงมาคือนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ร้อยละ 22.68 และนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ร้อยละ 21.36 ในด้านผลงานที่ประชาชนชื่นชอบ ผลงานฝ่ายรัฐบาลอันดับ 1 คือโครงการไทยช่วยไทย พลัส ร้อยละ 57.60 รองลงมาคือการช่วยเหลือเยียวยาน้ำท่วม ร้อยละ 27.68 ส่วนผลงานฝ่ายค้านอันดับ 1 คือการตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐบาล ร้อยละ 39.74 รองลงมาคือการติดตามคดีโกงสมาชิกวุฒิสภา ร้อยละ 32.15 ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ดัชนีการเมืองไทยเดือนสิงหาคมที่ลดลงสะท้อนผลจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ทั้งเศรษฐกิจ สังคม การทุจริต ภัยพิบัติ และความมั่นคง แม้รัฐบาลจะรับมือและมีมาตรการออกมา แต่หลายเรื่องยังไม่เห็นผลชัดเจน ขณะที่ฝ่ายค้านใช้บทบาทตรวจสอบและการสื่อสารทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ผลงานฝ่ายค้านและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเพียง 2 ตัวชี้วัดที่เพิ่มขึ้น ด้านอาจารย์ภิญโญ คูวัฒนาเสนีย์ หลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต อธิบายว่า ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าคะแนนดัชนีการเมืองไทยลดลงแทบทุกด้าน สะท้อนถึงวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันการเมืองไทย โดยเฉพาะประเด็นการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ความโปร่งใส และการแก้ปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพลที่มีคะแนนรั้งท้าย พร้อมชี้ว่าความถดถอยของความชอบธรรมทางกฎหมายของฝ่ายบริหาร ส่งผลให้คะแนนผลงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลลดลงเหลือเพียง 3.57 คะแนนเท่ากัน แม้มาตรการเยียวยาอย่างไทยช่วยไทย พลัส จะได้รับความนิยมสูงสุดจากฝ่ายรัฐบาล แต่ก็ไม่อาจชดเชยความล้มเหลวในภาพรวมของดัชนีราคาสินค้า ค่าครองชีพ และเศรษฐกิจโดยรวมที่ปรับตัวลดลงทุกด้าน ขณะที่การมีส่วนร่วมของประชาชนกลับมีคะแนนอยู่ในอันดับต้นๆ จึงเป็นสัญญาณเตือนทั้งทางกฎหมายและการเมืองว่า หากโครงสร้างรัฐบาลขาดความโปร่งใสและหลักนิติธรรม ความศรัทธาของประชาชนต่อระบบการปกครองและสถาบันการเมืองไทยย่อมเสื่อมถอยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ * ข่าว * การเมือง * สังคม * คุณภาพชีวิต * สวนดุสิตโพล * โพล
dlvr.it
August 30, 2026 at 1:24 AM
‘ศิริกัญญา’รับตรวจ ‘พ.ร.ก.เงินกู้’ พบกลิ่นตุ ‘ก.การปกครองท้องถิ่น’อาจล็อกสเปก... สามารถติดตามต่อได้ที่ :

www.dailynews.co.th/news/6137929/
#ศิริกัญญาตันสกุล #รักชนกศรีนอก
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
August 25, 2026 at 9:20 AM
'สนธิญา' แจ้ง ม.112 เอาผิด 'รักชนก' กรณีเผยแพร่คำพูดนายก อบต. รายหนึ่งที่กล่าวถึง "ข้างบน"
'สนธิญา' แจ้ง ม.112 เอาผิด 'รักชนก' กรณีเผยแพร่คำพูดนายก อบต. รายหนึ่งที่กล่าวถึง "ข้างบน" auser15 Wed, 2026-08-19 - 08:01 'สนธิญา สวัสดี' นักเคลื่อนไหวทางการเมือง แจ้งความ ม.112 - พ.ร.บ.คอมฯ เอาผิด 'รักชนก ศรีนอก' สส.พรรคประชาชน กรณีเผยแพร่คำพูด นายก อบต. รายหนึ่งซึ่งกล่าวถึงคำว่า "ข้างบน" ระบุว่าพฤติการณ์ครั้งนี้คล้ายคลึงกับคดีเดิมในปี 2564 ที่รักชนก นำข้อความของผู้อื่นมาโพสต์ จนศาลสั่งจำคุก 6 ปีในความผิดเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน | ภาพจาก: เพจรักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 หลายสื่อ อาทิ ไทยโพสต์ ThairathTV และ มติชนออนไลน์ รายงานตรงกันว่า ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นายสนธิญาเปิดเผยว่า การแจ้งความครั้งนี้สืบเนื่องจากโพสต์ของ น.ส.รักชนก ที่นำคลิปและคำพูดของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรายหนึ่งซึ่งกล่าวถึงคำว่า "ข้างบน" มาใช้ พร้อมเพิ่มวลีและคำราชาศัพท์คำว่า "ตรัส" ต่อท้าย ซึ่งตามหลักการใช้ภาษาถือเป็นคำเฉพาะที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หรือพระพุทธเจ้าเท่านั้น เห็นว่าเป็นการแสดงเจตนาชี้ชัดถึงบุคคลที่ต้องการสื่อถึง โดยระบุว่าพฤติการณ์ครั้งนี้คล้ายคลึงกับคดีเดิมในปี 2564 ที่ น.ส.รักชนก นำข้อความของผู้อื่นมาโพสต์ จนศาลสั่งจำคุก 6 ปีในความผิดเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ นายสนธิญายังเปิดเผยว่า นอกจากดำเนินคดีที่ บก.ปอท. แล้ว ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้จะเข้ายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องต่อศาลให้มีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของ น.ส.รักชนก โดยเห็นว่าการโพสต์ดังกล่าวเข้าข่ายผิดเงื่อนไขที่ให้ไว้ต่อศาลซึ่งห้ามกระทำการในลักษณะเดียวกันกับคดีเดิม พร้อมเตือนว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นคดีความที่ติดตัวไปเรื่อย ๆ เมื่อถูกถามว่าการมายื่นเรื่องอาจถูกมองว่าเป็นการช่วยเพิ่มยอดวิวหรือ "เพิ่มราคา" ให้กับอีกฝ่าย นายสนธิญายืนยันว่าไม่ได้กังวล และพร้อมยอมรับหากถูกมองว่า "เสียรู้" โดยระบุว่าทำหน้าที่ในฐานะประชาชนที่ต้องพิทักษ์ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50 พร้อมเปิดเผยว่าที่ผ่านมาเคยฟ้องคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 มาแล้วไม่ต่ำกว่า 40-50 คดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ได้สอบปากคำผู้ร้องไว้แล้ว ก่อนส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการตามขั้นตอนต่อไป * ข่าว * การเมือง * ม.112 * สนธิญา สวัสดี * รักชนก ศรีนอก
dlvr.it
August 19, 2026 at 1:11 AM
'สนธิญา' แจ้ง ม.112 เอาผิด 'รักชนก' กรณีเผยแพร่คำพูดนายก อบต. รายหนึ่งที่กล่าวถึง "ข้างบน"
'สนธิญา' แจ้ง ม.112 เอาผิด 'รักชนก' กรณีเผยแพร่คำพูดนายก อบต. รายหนึ่งที่กล่าวถึง "ข้างบน"
'สนธิญา' แจ้ง ม.112 เอาผิด 'รักชนก' กรณีเผยแพร่คำพูดนายก อบต. รายหนึ่งที่กล่าวถึง "ข้างบน" auser15 Wed, 2026-08-19 - 08:01 'สนธิญา สวัสดี' นักเคลื่อนไหวทางการเมือง แจ้งความ ม.112 - พ.ร.บ.คอมฯ เอาผิด 'รักชนก ศรีนอก' สส.พรรคประชาชน กรณีเผยแพร่คำพูด นายก อบต. รายหนึ่งซึ่งกล่าวถึงคำว่า "ข้างบน" ระบุว่าพฤติการณ์ครั้งนี้คล้ายคลึงกับคดีเดิมในปี 2564 ที่รักชนก นำข้อความของผู้อื่นมาโพสต์ จนศาลสั่งจำคุก 6 ปีในความผิดเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน | ภาพจาก: เพจรักชนก ศรีนอก - Rukchanok Srinork เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 หลายสื่อ อาทิ ไทยโพสต์ ThairathTV และ มติชนออนไลน์ รายงานตรงกันว่า ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอท. เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นายสนธิญาเปิดเผยว่า การแจ้งความครั้งนี้สืบเนื่องจากโพสต์ของ น.ส.รักชนก ที่นำคลิปและคำพูดของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลรายหนึ่งซึ่งกล่าวถึงคำว่า "ข้างบน" มาใช้ พร้อมเพิ่มวลีและคำราชาศัพท์คำว่า "ตรัส" ต่อท้าย ซึ่งตามหลักการใช้ภาษาถือเป็นคำเฉพาะที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ หรือพระพุทธเจ้าเท่านั้น เห็นว่าเป็นการแสดงเจตนาชี้ชัดถึงบุคคลที่ต้องการสื่อถึง โดยระบุว่าพฤติการณ์ครั้งนี้คล้ายคลึงกับคดีเดิมในปี 2564 ที่ น.ส.รักชนก นำข้อความของผู้อื่นมาโพสต์ จนศาลสั่งจำคุก 6 ปีในความผิดเดียวกัน ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการอุทธรณ์ นายสนธิญายังเปิดเผยว่า นอกจากดำเนินคดีที่ บก.ปอท. แล้ว ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้จะเข้ายื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด เพื่อขอให้พิจารณาส่งเรื่องต่อศาลให้มีคำสั่งเพิกถอนการปล่อยตัวชั่วคราวของ น.ส.รักชนก โดยเห็นว่าการโพสต์ดังกล่าวเข้าข่ายผิดเงื่อนไขที่ให้ไว้ต่อศาลซึ่งห้ามกระทำการในลักษณะเดียวกันกับคดีเดิม พร้อมเตือนว่าการกระทำดังกล่าวจะเป็นคดีความที่ติดตัวไปเรื่อย ๆ เมื่อถูกถามว่าการมายื่นเรื่องอาจถูกมองว่าเป็นการช่วยเพิ่มยอดวิวหรือ "เพิ่มราคา" ให้กับอีกฝ่าย นายสนธิญายืนยันว่าไม่ได้กังวล และพร้อมยอมรับหากถูกมองว่า "เสียรู้" โดยระบุว่าทำหน้าที่ในฐานะประชาชนที่ต้องพิทักษ์ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 50 พร้อมเปิดเผยว่าที่ผ่านมาเคยฟ้องคดีเกี่ยวกับมาตรา 112 มาแล้วไม่ต่ำกว่า 40-50 คดี เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ปอท. ได้สอบปากคำผู้ร้องไว้แล้ว ก่อนส่งต่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการตามขั้นตอนต่อไป * ข่าว * การเมือง * ม.112 * สนธิญา สวัสดี * รักชนก ศรีนอก
dlvr.it
August 19, 2026 at 1:09 AM
สวนดุสิตโพลเผยดัชนีการเมือง ก.ค. ขยับเป็น 3.71 คะแนน ‘อนุทิน’ นำฝ่ายรัฐบาล ‘ไอซ์ รักชนก’ เด่นฝ่ายค้าน

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6073682/
#อนุทินชาญวีรกูล #รักชนกศรีนอก
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
August 2, 2026 at 5:25 AM
‘รักชนก’ รุกสอบ TH-AI Passport ยื่นสอบสวนกลาง-ปปง.เอาผิด ฝากความคิดถึง ‘ไชยชนก’

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6053362/
#รักชนกศรีนอก #THAIPassport
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
July 24, 2026 at 8:28 AM
‘เท้ง’ ชี้ 5 กลุ่มคอร์รัปชันในไทย ฉุดรั้งคุณภาพชีวิต จ่อดัน ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0’ แก้ปมทุจริต-ล็อกสเปก
‘เท้ง’ ชี้ 5 กลุ่มคอร์รัปชันในไทย ฉุดรั้งคุณภาพชีวิต จ่อดัน ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0’ แก้ปมทุจริต-ล็อกสเปก See Think Thu, 2026-07-23 - 15:18 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมโนโวเทล สุขุมวิท 20 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดำเนินโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดฟอรัมสัมนา "คอร์รัปชันคนไทยจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน : เกิด แก่ เจ็บ โกง คนไทยจะออกจากวงจรนี้อย่างไร"  โดยมีณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) , รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน.,   นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคปชน. และสส.บัญชีรายชื่อพรรคปชน, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคปชน. และสส.บัญชีรายชื่อพรรคปชน. และบุคลากรจากพรรคประชาชน เป็นผู้ร่วมเสวนา  โดยวัตถุประสงค์ของเวทีเสวนานี้จัดขึ้นมาเพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ต่อสังคม ในประเด็นการทุจริตของภาครัฐ โดยณัฐพงษ์ได้อธิบายที่มาของชื่อฟอรั่มเสวนา ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ คือการวิเคราะห์ปัญหาคอร์รัปชั่นเชิงระบบผ่านเรื่องปกติที่คนไทยต้องเจอประจำวันที่ต้องเจอปัญหา คอร์รัปชั่นที่ใกล้ ตัว ตั้งแก่เกิดจนตาย เพื่อนำมาสู่แนวทางการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในไทย กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน ดำเนินเป็นพิธีกรในฟอรัมเสวนา เปิดเวทีอย่างไม่เป็นทางการด้วยการให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยการสอบถามประชาชนเกี่ยวกับประสบการณ์การเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นโดยรัฐผ่านช่องทางออนไลน์พบว่า ผู้มีส่วนร่วมเกินครึ่งมีประสบการณ์ถูกเจ้าหน้าที่รัฐโกง เช่น ปัญหาการเก็บส่วยจราจร เป็นต้น ณัฐพงษ์ ได้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการโดยระบุว่า ถ้ามองย้อนไปไกลๆ จากความขัดแย้งทางการเมือง 20 ปีที่ผ่านมา บางคนอาจนึกถึงกรณี ‘โกงจำนำข้าว’ และการทุจริตเครื่องตรวจจับอาวุธ GT200 แต่ถ้าเราย้อนมาใกล้กว่านี้การรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็จะนึกถึงกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สิน เช่นกรณีนาฬิกายืมเพื่อน, TH-AI passport และล่าสุดกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น เมื่อพูดถึงคอร์รัปชั่น เรามักจะมีภาพจำเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือนักการเมือง แต่จากการสอบถามช่องทางออนไลน์ก่อนหน้า พบว่าประเด็นการคอร์รัปชั่นเช่น เรื่องเบี้ยผู้สูงอายุ สวัสดิการประชาชน คุณภาพชีวิต ยังดูเสมือนเป็นเรื่องไกลตัวเมื่อพูดถึงคอร์รัปชั่น  จัด 5 กลุ่มคอร์รัปชั่นในไทย ฉุดรั้งคุณภาพชีวิตคนไทย ณัฐพงษ์ ได้วิเคราะห์ปัญหาการคอร์รัปชั่นในไทยจัดเป็น 5 กลุ่ม 1.การทุจริตที่ทำให้ประชาชนเข้าไม่ถึงสิทธิที่ควรได้ เช่น กรณีทุจริตเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ได้ยกตัวอย่างจากการลงพื้นที่ชายแดนใต้ พบว่าพื้นที่ชายแดนใต้มีปัญหาการด้านการขาดแคลนโภชนาการ ถ้าหากมีการการกระจายอำนาจ การบริหารที่โปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน จะพลิกวิกฤตขาดแคลนโภชนาการ ให้เป็นอาหารกลางวันที่ครบถ้วนให้เด็กไทยได้ 2.การทุจริตที่ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการต้องจ่ายเกินจริงเพื่อจ่าย ’ค่าน้ำร้อนน้ำชา’ เช่น การที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายใต้โต๊ะเพื่อให้ได้ใบอนุญาต ซึ่งมันคือต้นทุนที่ไม่จำเป็น และจากการสำรวจของ TDRI พบว่า ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระหลายแสนล้านบาทจากการที่ผู้มีอำนาจใช้ช่องทางกฎระเบียบที่มากเกินจริงเพื่อเก็บส่วย 3.การที่ประชาชนได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการทุจริต เช่น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำๆ จากการก่อสร้างถนนพระราม 2 ที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างภาครัฐที่ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากกลไกการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ไม่ได้เอื้อให้เกิดการแข่งขัน และไม่ได้มีมาตรการควบคุมความปลอดภัยที่เข้มงวด  4.ความหละหลวมจากกฎระเบียบของภาครัฐ ทำให้การจ่ายสินบนเพื่อหลบเลี่ยงความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบ เช่นโรงงานก่อมลพิษ ที่เลือกที่จะจ่ายสินบนเพื่อหลบเลี่ยงความรับผิดชอบ  5.การจ่ายเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ เช่น กรณี ‘พ่อทิพย์-แม่ทิพย์’ ที่จ่ายสินบนเพื่อให้บุตรได้รับสัญชาติไทย เพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่าง ทำให้ประเทศไทยถูกมองจากประชาคมโลกว่าเป็นฐานปฎิบัติการของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ‘พริษฐ์’ ชี้ การศึกษาไทยไม่ไปไหนเพราะคอร์รัปชั่น พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เปิดประเด็นด้วยการตั้งคำถามถึงการที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นอันดับต้นๆ แต่คุณภาพของการศึกษาไทยกลับสวนทางงบประมาณ พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาไทยคงหนีไม่พ้นเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่นทำให้จากการที่งบประมาณจะเข้าถึงผู้เรียนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย กลับกลายเป็นว่างบประมาณเหล่านั้นเป็นเข้าสู่กระเป๋าคนไม่กี่คน โดยพริษฐ์ยกตัวอย่างกรณีการ “ทุจริตนมโรงเรียน” ที่โรงเรียนออกใบเสร็จเกินจริง แต่พบว่าจำนวนนมที่นักเรียนดื่มจริงๆ กลับเป็นแค่ 30% เท่านั้น  ถ้าหากมีโรงเรียนสัดส่วน 1 ใน 10 ของประเทศไทยมีการทุจริตเช่นนี้ จากการคำนวนพบว่าจะทำให้เกิดงบประมาณรั่วไหลถึง 300 ล้านบาทต่อปี พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า การทุจริตเช่นนี้ไม่ได้มาจากแค่ ’พฤติกรรมที่ไม่ดี’ ของผู้เกี่ยวข้อง แต่อาจเกิดจากระบบโครงสร้างรัฐที่เปิดช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตง่าย เช่นการกำหนดเกณฑ์เนื้อหาหนังสือเรียนล็อกสเปกให้เป็นหนังสือที่มีอยู่ในบัญชีกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น ปัญหานี้มักเกิดในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยมีการกำหนดเงื่อนไขใน (TOR)ให้เอื้อประโยชน์ต่อทั้งสำนักพิมพ์และเจ้าหน้าที่รัฐที่เรียกรับสินบน เพื่อให้หนังสือได้ขึ้นบัญชีกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้สำนักพิมพ์ต้องวิ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่รัฐทำให้แทนที่จะเกิดกระบวนการแข่งขันเชิงคุณภาพ หรือด้านราคา กลับกลายเป็นการวัดเส้นสายภายในกระทรวงศึกษาธิการ พริษฐ์ย้ำถึงประเด็นทุจริตในวงการการศึกษาว่า การทุจริตไม่ได้มีผลแค่กับงบประมาณภาษีของประชาชน แต่มีต้นทุนแฝง 3 ด้านที่ฉุดรั้งคุณภาพการศึกษาไทย  1.สื่อการสอนที่ไม่ได้คุณภาพ นมบูดที่ส่งผลต่อพัฒนาการเยาวชน หรือการโกงสอบบรรจุครูทำให้พลาดผู้เรียนพลาดโอกาสในการได้เรียนกับครูที่เก่งที่สุดในประเทศ  2.เข็มทิศนโยบายที่ผิดเพี้ยนจากการทุจริตของผู้มีอำนาจที่ไปดีลกับกลุ่มทุน ทำให้เกิดการใช้จ่ายเกินความ จำเป็นและเกิดการจัดสรรงบประมาณไม่ตรงจุด เช่น การสร้างอาคารเกินความจำเป็นแทนที่จะจัดสรรงบ ประมาณเพื่อจ้างเจ้าหน้าที่ธุรการมาช่วยลดภาระครู หรือพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้เรียน 3.การผลิตซ้ำค่านิยมไทยต่อการทุจริต ทำให้ผู้เรียนมองว่าการทุจริตเป็นเรื่องปกติ จากการพบเห็นในรั้วโรงเรียน เมื่อมีใครตั้งคำถามต่อการทุจริต ก็มักจะถูกบอกว่า "เป็นเรื่องของผู้ใหญ๋" เป็นการสร้างค่านิยมทางอ้อมให้ยอมรับการทุจริตว่าเป็นเรื่องปกติในสังคม ทุจริตไม่ใช่เรื่องไกลตัว และผลกระทบของการทุจริตต่อแรงงานข้ามชาติ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่าถึงแม้ว่าเราจะไม่เกี่ยวข้องกับการ ประมูลจัดซื้อจัดจ้างของรัฐโดยตรง ในฐานะมนุษย์เงินเดือนการจ่ายภาษีโดยตรงและทางอ้อมจะถูกนำไป จากการจัดซื้อจัดจ้าง โดยภาษีทุกๆ 100 บาท 36 บาทผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเงินที่รั่วไหล ไปกับการจัดซื้อจัดจ้างคิดเป็น2-11 บาท การทุจริตเป็นต้นทุนแฝงที่ประชาชนไทยต้องจ่ายในกระบวนการ จัดซื้อจัดจ้าง นอกจากนี้แล้ว ปัญหาการทุจริตส่งผลกระทบถึงแรงงานข้ามชาติด้วย สหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคปชน. จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ธุรกิจในภาคการประมง การก่อสร้าง และเกษตกรรมจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานหนักที่คนไทยไม่นิยมทำ ทว่าในมุมมองผู้ประกอบการ การหาแรงงานข้ามชาติแบบถูกกฎหมายมี ‘ต้นทุนที่ไม่จำเป็น’ แฝงอยู่ เนื่องจากกระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติแบบถูกกฎหมาย มีการเก็บส่วย โดยคิดเฉลี่ยส่วย รวมทั้งหมด 6,800-16,100 ต่อคน ทำให้นายจ้างหันมาพึ่งแรงงานข้ามชาตินอกระบบ สหัสวัต กล่าวเพิ่มเติมว่าสิ่งที่แรงงานข้ามชาติต้องเจอคือ การกดขี่แรงงาน เนื่องจากแรงงานนอกระบบไม่ต้องจ่ายหลักประกันในการดำรงชีพ เช่นประกันสังคม และไม่มีประกันสุขภาพ  สหัสวัต วิจารณ์ระบบขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติว่า การลงทะเบียนแรงงานข้ามชาติควรจะเป็น ง่าย ถูก และเร็ว แต่ไทย ยาก แพง และช้า ทำให้เอื้อต่อการทุจริต ปชน. เสนอ ’พรบ จัดซื้อจัดจ้าง 3.0’  นายวิสุทธิ์ ตันตินันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่ากระทรวงคมนาคมจะลดงบลง แต่จำนวนโครงการสำหรับ ‘ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ’ กลับไม่ลด เนื่องจากกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เอื้อให้เกิดการฮั้วประมูล นายวิสุทธิ์กล่าวถึงลักษณะการฮั้วประมูลที่รัฐจ้างรัฐโดยไม่ต้องแข่งขัน และการใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงในโครงการที่ต่ำกว่า 5 แสนบาท นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติในโครงการบัญชีนวัตกรรมที่มีการล็อกสเปกให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อจัดจ้างด้วยงบประมาณอย่างน้อย 30% ผ่านผู้รับเหมาเพียงไม่กี่ราย  นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0’ ไม่ใช่การรื้อปะผุ แต่เป็นการรื้อระบบจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตามมาตรฐาน OECD ให้ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเต็มที่ และสร้างความโปร่งใสทั้งระบบ ไม่ให้เกิดการล็อกสเปก  ชู open government- “กิโยตินกฎหมาย” เพิ่มความโปร่งใส น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน เสนอการ “กิโยตินกฎหมาย” เพื่อลดการทุจริตจากที่ขั้นการบริการรัฐตอนซับซ้อน  โดยมีข้อเสนอ 3 ปัจจัยดันให้ประเทศไทยโปร่งใส ที่มีการศึกษาจากต่างประเทศเช่น เวียดนาม เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ 1.นายกฯ ต้องมีเจตจำนงทางการเมืองแน่วแน่ในการจัดการปัญหาคอร์รัปชั่น มีกรอบเวลา แผนการชัดเจน 2.open government สะดวก โปร่งใส เข้าถึงง่าย ลดกระบวนการซ้ำซ้อน 3.บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน จากการโกงเสี่ยงน้อยกว่าการไม่โกง สู่ ‘แฉโกง ปลอดภัย ได้เงิน’  นายกษิเดช แดงเดช ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนว่า คนที่มาเปิดเผยคนโกงในไทย มีความเสี่ยงมากกว่าคนโกง เนื่องจากปัญหาการทุจริตที่หยั่งรากลึก เช่น ปัญหาใบอนุญาตต่างๆ  กษิเดชมองว่าผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดไม่สามารถออกมาเปิดเผยข้อมูลได้ เช่น สื่อมวลชน เนื่องจากการฟ้องปิดปาก และในทางเดียวกัน ควรมีมาตราการลดโทษ หากผู้ที่อยู่ในวงการทุจริต ออกมาสารภาพก่อน และประชาชนผู้มีข้อมูลพยานหลักฐานออกมาแฉโกงควรได้รับเงินรางวัล เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อการต่อต้านทุจริต และเพื่อจัดการการทุจริตอย่างเป็นระบบ โดยรัฐควรมีหลักประกันคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ที่มีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทุจริต แฟนคลับพรรคผิดหวัง ปมโหวตอนุทิน ในช่วงถามคำถาม มีทั้งเสียงผู้ฟังที่ชื่นชมการทำงานในการตรวจสอบของพรรคประชาชน   ในขณะเดียวกันทันตแพทย์หญิงอพภิวันท์ นิตยารัมภ์พงศ์ ภรรยาของนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้บุกเบิกนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ตั้งคำถามถึงการโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีที่ 32 ด้วยท่าทีที่ผิดหวังต่อการตัดสินใจโหวตนายกอนุทิน ชาญวีรกูล แต่ไม่เข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งเปรียบเหมือน “ทิ้งเรือให้โจรพาย” นั้น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ตอบคำถามต่อผู้ฟังในกรณีดังกล่าวว่า “ผมแชร์ความรู้สึกนั้น ทุกๆเวทีก็จะมีคนมาแสดงความเห็นเช่นเดียวกัน” พร้อมอธิบายในการตัดสินใจการโหวตนายกฯอนุทินว่า ”ณ ตอนนั้นเรามีข้อจำกัด ว่าเราไม่ได้มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่เราจะสามารถเข้าร่วมรัฐบาลได้ ถ้าเราบอกว่าประเทศนี้กำลังจะถูกนำโดยนายกรัฐมนตรี หรือผู้นำประเทศที่เรารู้สึกว่าคนที่เป็นกัปตันเรือ ที่เป็นคนที่เราอาจจะรู้สึกว่าเขาเป็นโจรหรือเขาไม่ได้มีความโปร่งใส มีการทุจริตในกลุ่มการเมืองเขา คำถามคือข้อจำกัดทางกฎหมาย ณ ตอนนั้น ที่พรรคประชาชน ไม่ได้มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เราต้องการโหวตเพื่อปลดล็อกกติกาบางอย่าง เพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศ ถ้าตอนนั้นเองเราเข้าไปร่วมรัฐบาล หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นโจร เราไม่สามารถเป็นกัปตันได้ คำถามคือถ้าเราไปนั่งเรือโจร ประเทศไทยจะไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ หรือเราสามารถนั่งอยู่ในเรืออีกลำหนึ่ง ทำหน้าที่ฝ่ายค้านเสียงข้างมาก  แล้วทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไปถูกทิศทางหรือไม่ นี่คือคำตอบของพวกเรา ที่หากเราได้อำนาจนายกรัฐมนตรี และ ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. มันไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่เราเชื่อคือประเทศนี้จะเปลี่ยนได้ มีความหวังได้ กัปตันเรือเป็นคนที่สำคัญที่สุด ต้องเป็นคนที่มีเจตจำนง เขาสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง แต่ ณ ตอนนั้นเป็นข้อจำกัดจริงๆ ที่ยอมรับว่าเราไม่ได้ตัดสินใจง่าย  แต่เราตอนนั้นเราเชื่อว่าการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง เราต้องมีอำนาจดูแลกำกับ” ณัฐพงษ์ยอมรับว่าผิดหวังกับการโหวต ณ วันนั้น และเสียใจเหมือนผู้สนับสนุนพรรคประชาชนทุกคน แต่ตราบใดที่มีความหวัง ประชาชนออกมาแสดงตัวขบวนการพรรคประชาชนก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ * ข่าว * การเมือง * คุณภาพชีวิต * คอร์รัปชั่น * พรรคประชาชน
dlvr.it
July 23, 2026 at 8:36 AM
‘เท้ง’ ชี้ 5 กลุ่มคอร์รัปชันในไทย ฉุดรั้งคุณภาพชีวิต จ่อดัน ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0’ แก้ปมทุจริต-ล็อกสเปก
‘เท้ง’ ชี้ 5 กลุ่มคอร์รัปชันในไทย ฉุดรั้งคุณภาพชีวิต จ่อดัน ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0’ แก้ปมทุจริต-ล็อกสเปก
‘เท้ง’ ชี้ 5 กลุ่มคอร์รัปชันในไทย ฉุดรั้งคุณภาพชีวิต จ่อดัน ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0’ แก้ปมทุจริต-ล็อกสเปก See Think Thu, 2026-07-23 - 15:18 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมโนโวเทล สุขุมวิท 20 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ดำเนินโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน จัดฟอรัมสัมนา "คอร์รัปชันคนไทยจากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน : เกิด แก่ เจ็บ โกง คนไทยจะออกจากวงจรนี้อย่างไร"  โดยมีณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) , รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน.,   นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคปชน. และสส.บัญชีรายชื่อพรรคปชน, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคปชน. และสส.บัญชีรายชื่อพรรคปชน. และบุคลากรจากพรรคประชาชน เป็นผู้ร่วมเสวนา  โดยวัตถุประสงค์ของเวทีเสวนานี้จัดขึ้นมาเพื่อเสริมสร้างความตระหนักรู้ต่อสังคม ในประเด็นการทุจริตของภาครัฐ โดยณัฐพงษ์ได้อธิบายที่มาของชื่อฟอรั่มเสวนา ‘เกิด แก่ เจ็บ โกง’ คือการวิเคราะห์ปัญหาคอร์รัปชั่นเชิงระบบผ่านเรื่องปกติที่คนไทยต้องเจอประจำวันที่ต้องเจอปัญหา คอร์รัปชั่นที่ใกล้ ตัว ตั้งแก่เกิดจนตาย เพื่อนำมาสู่แนวทางการแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นในไทย กรุณพล เทียนสุวรรณ รองโฆษกพรรคประชาชน ดำเนินเป็นพิธีกรในฟอรัมเสวนา เปิดเวทีอย่างไม่เป็นทางการด้วยการให้ประชาชนมีส่วนร่วมด้วยการสอบถามประชาชนเกี่ยวกับประสบการณ์การเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นโดยรัฐผ่านช่องทางออนไลน์พบว่า ผู้มีส่วนร่วมเกินครึ่งมีประสบการณ์ถูกเจ้าหน้าที่รัฐโกง เช่น ปัญหาการเก็บส่วยจราจร เป็นต้น ณัฐพงษ์ ได้กล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการโดยระบุว่า ถ้ามองย้อนไปไกลๆ จากความขัดแย้งทางการเมือง 20 ปีที่ผ่านมา บางคนอาจนึกถึงกรณี ‘โกงจำนำข้าว’ และการทุจริตเครื่องตรวจจับอาวุธ GT200 แต่ถ้าเราย้อนมาใกล้กว่านี้การรัฐประหารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็จะนึกถึงกรณีการยื่นบัญชีทรัพย์สิน เช่นกรณีนาฬิกายืมเพื่อน, TH-AI passport และล่าสุดกรณีการทุจริตสอบท้องถิ่น เมื่อพูดถึงคอร์รัปชั่น เรามักจะมีภาพจำเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือนักการเมือง แต่จากการสอบถามช่องทางออนไลน์ก่อนหน้า พบว่าประเด็นการคอร์รัปชั่นเช่น เรื่องเบี้ยผู้สูงอายุ สวัสดิการประชาชน คุณภาพชีวิต ยังดูเสมือนเป็นเรื่องไกลตัวเมื่อพูดถึงคอร์รัปชั่น  จัด 5 กลุ่มคอร์รัปชั่นในไทย ฉุดรั้งคุณภาพชีวิตคนไทย ณัฐพงษ์ ได้วิเคราะห์ปัญหาการคอร์รัปชั่นในไทยจัดเป็น 5 กลุ่ม 1.การทุจริตที่ทำให้ประชาชนเข้าไม่ถึงสิทธิที่ควรได้ เช่น กรณีทุจริตเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ นอกจากนี้ ณัฐพงษ์ได้ยกตัวอย่างจากการลงพื้นที่ชายแดนใต้ พบว่าพื้นที่ชายแดนใต้มีปัญหาการด้านการขาดแคลนโภชนาการ ถ้าหากมีการการกระจายอำนาจ การบริหารที่โปร่งใส และการมีส่วนร่วมของประชาชน จะพลิกวิกฤตขาดแคลนโภชนาการ ให้เป็นอาหารกลางวันที่ครบถ้วนให้เด็กไทยได้ 2.การทุจริตที่ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการต้องจ่ายเกินจริงเพื่อจ่าย ’ค่าน้ำร้อนน้ำชา’ เช่น การที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายใต้โต๊ะเพื่อให้ได้ใบอนุญาต ซึ่งมันคือต้นทุนที่ไม่จำเป็น และจากการสำรวจของ TDRI พบว่า ผู้ประกอบการต้องแบกรับภาระหลายแสนล้านบาทจากการที่ผู้มีอำนาจใช้ช่องทางกฎระเบียบที่มากเกินจริงเพื่อเก็บส่วย 3.การที่ประชาชนได้รับผลกระทบทางอ้อมจากการทุจริต เช่น อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นซ้ำๆ จากการก่อสร้างถนนพระราม 2 ที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างภาครัฐที่ไม่ได้มาตรฐาน เนื่องจากกลไกการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่ไม่ได้เอื้อให้เกิดการแข่งขัน และไม่ได้มีมาตรการควบคุมความปลอดภัยที่เข้มงวด  4.ความหละหลวมจากกฎระเบียบของภาครัฐ ทำให้การจ่ายสินบนเพื่อหลบเลี่ยงความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบ เช่นโรงงานก่อมลพิษ ที่เลือกที่จะจ่ายสินบนเพื่อหลบเลี่ยงความรับผิดชอบ  5.การจ่ายเพื่อให้ได้รับสิทธิ์ เช่น กรณี ‘พ่อทิพย์-แม่ทิพย์’ ที่จ่ายสินบนเพื่อให้บุตรได้รับสัญชาติไทย เพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่าง ทำให้ประเทศไทยถูกมองจากประชาคมโลกว่าเป็นฐานปฎิบัติการของกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ‘พริษฐ์’ ชี้ การศึกษาไทยไม่ไปไหนเพราะคอร์รัปชั่น พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้เปิดประเด็นด้วยการตั้งคำถามถึงการที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับการจัดสรรงบประมาณเป็นอันดับต้นๆ แต่คุณภาพของการศึกษาไทยกลับสวนทางงบประมาณ พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษาไทยคงหนีไม่พ้นเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่นทำให้จากการที่งบประมาณจะเข้าถึงผู้เรียนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย กลับกลายเป็นว่างบประมาณเหล่านั้นเป็นเข้าสู่กระเป๋าคนไม่กี่คน โดยพริษฐ์ยกตัวอย่างกรณีการ “ทุจริตนมโรงเรียน” ที่โรงเรียนออกใบเสร็จเกินจริง แต่พบว่าจำนวนนมที่นักเรียนดื่มจริงๆ กลับเป็นแค่ 30% เท่านั้น  ถ้าหากมีโรงเรียนสัดส่วน 1 ใน 10 ของประเทศไทยมีการทุจริตเช่นนี้ จากการคำนวนพบว่าจะทำให้เกิดงบประมาณรั่วไหลถึง 300 ล้านบาทต่อปี พริษฐ์กล่าวต่อไปว่า การทุจริตเช่นนี้ไม่ได้มาจากแค่ ’พฤติกรรมที่ไม่ดี’ ของผู้เกี่ยวข้อง แต่อาจเกิดจากระบบโครงสร้างรัฐที่เปิดช่องโหว่ให้เกิดการทุจริตง่าย เช่นการกำหนดเกณฑ์เนื้อหาหนังสือเรียนล็อกสเปกให้เป็นหนังสือที่มีอยู่ในบัญชีกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น ปัญหานี้มักเกิดในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยมีการกำหนดเงื่อนไขใน (TOR)ให้เอื้อประโยชน์ต่อทั้งสำนักพิมพ์และเจ้าหน้าที่รัฐที่เรียกรับสินบน เพื่อให้หนังสือได้ขึ้นบัญชีกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้สำนักพิมพ์ต้องวิ่งเข้าหาเจ้าหน้าที่รัฐทำให้แทนที่จะเกิดกระบวนการแข่งขันเชิงคุณภาพ หรือด้านราคา กลับกลายเป็นการวัดเส้นสายภายในกระทรวงศึกษาธิการ พริษฐ์ย้ำถึงประเด็นทุจริตในวงการการศึกษาว่า การทุจริตไม่ได้มีผลแค่กับงบประมาณภาษีของประชาชน แต่มีต้นทุนแฝง 3 ด้านที่ฉุดรั้งคุณภาพการศึกษาไทย  1.สื่อการสอนที่ไม่ได้คุณภาพ นมบูดที่ส่งผลต่อพัฒนาการเยาวชน หรือการโกงสอบบรรจุครูทำให้พลาดผู้เรียนพลาดโอกาสในการได้เรียนกับครูที่เก่งที่สุดในประเทศ  2.เข็มทิศนโยบายที่ผิดเพี้ยนจากการทุจริตของผู้มีอำนาจที่ไปดีลกับกลุ่มทุน ทำให้เกิดการใช้จ่ายเกินความ จำเป็นและเกิดการจัดสรรงบประมาณไม่ตรงจุด เช่น การสร้างอาคารเกินความจำเป็นแทนที่จะจัดสรรงบ ประมาณเพื่อจ้างเจ้าหน้าที่ธุรการมาช่วยลดภาระครู หรือพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้เรียน 3.การผลิตซ้ำค่านิยมไทยต่อการทุจริต ทำให้ผู้เรียนมองว่าการทุจริตเป็นเรื่องปกติ จากการพบเห็นในรั้วโรงเรียน เมื่อมีใครตั้งคำถามต่อการทุจริต ก็มักจะถูกบอกว่า "เป็นเรื่องของผู้ใหญ๋" เป็นการสร้างค่านิยมทางอ้อมให้ยอมรับการทุจริตว่าเป็นเรื่องปกติในสังคม ทุจริตไม่ใช่เรื่องไกลตัว และผลกระทบของการทุจริตต่อแรงงานข้ามชาติ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่าถึงแม้ว่าเราจะไม่เกี่ยวข้องกับการ ประมูลจัดซื้อจัดจ้างของรัฐโดยตรง ในฐานะมนุษย์เงินเดือนการจ่ายภาษีโดยตรงและทางอ้อมจะถูกนำไป จากการจัดซื้อจัดจ้าง โดยภาษีทุกๆ 100 บาท 36 บาทผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและเงินที่รั่วไหล ไปกับการจัดซื้อจัดจ้างคิดเป็น2-11 บาท การทุจริตเป็นต้นทุนแฝงที่ประชาชนไทยต้องจ่ายในกระบวนการ จัดซื้อจัดจ้าง นอกจากนี้แล้ว ปัญหาการทุจริตส่งผลกระทบถึงแรงงานข้ามชาติด้วย สหัสวัต คุ้มคง สส.พรรคปชน. จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ธุรกิจในภาคการประมง การก่อสร้าง และเกษตกรรมจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานข้ามชาติเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานหนักที่คนไทยไม่นิยมทำ ทว่าในมุมมองผู้ประกอบการ การหาแรงงานข้ามชาติแบบถูกกฎหมายมี ‘ต้นทุนที่ไม่จำเป็น’ แฝงอยู่ เนื่องจากกระบวนการขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติแบบถูกกฎหมาย มีการเก็บส่วย โดยคิดเฉลี่ยส่วย รวมทั้งหมด 6,800-16,100 ต่อคน ทำให้นายจ้างหันมาพึ่งแรงงานข้ามชาตินอกระบบ สหัสวัต กล่าวเพิ่มเติมว่าสิ่งที่แรงงานข้ามชาติต้องเจอคือ การกดขี่แรงงาน เนื่องจากแรงงานนอกระบบไม่ต้องจ่ายหลักประกันในการดำรงชีพ เช่นประกันสังคม และไม่มีประกันสุขภาพ  สหัสวัต วิจารณ์ระบบขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติว่า การลงทะเบียนแรงงานข้ามชาติควรจะเป็น ง่าย ถูก และเร็ว แต่ไทย ยาก แพง และช้า ทำให้เอื้อต่อการทุจริต ปชน. เสนอ ’พรบ จัดซื้อจัดจ้าง 3.0’  นายวิสุทธิ์ ตันตินันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. เปิดเผยว่า ถึงแม้ว่ากระทรวงคมนาคมจะลดงบลง แต่จำนวนโครงการสำหรับ ‘ผู้รับเหมาชั้นพิเศษ’ กลับไม่ลด เนื่องจากกฎระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เอื้อให้เกิดการฮั้วประมูล นายวิสุทธิ์กล่าวถึงลักษณะการฮั้วประมูลที่รัฐจ้างรัฐโดยไม่ต้องแข่งขัน และการใช้วิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงในโครงการที่ต่ำกว่า 5 แสนบาท นอกจากนี้ ยังพบความผิดปกติในโครงการบัญชีนวัตกรรมที่มีการล็อกสเปกให้หน่วยงานรัฐจัดซื้อจัดจ้างด้วยงบประมาณอย่างน้อย 30% ผ่านผู้รับเหมาเพียงไม่กี่ราย  นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง 3.0’ ไม่ใช่การรื้อปะผุ แต่เป็นการรื้อระบบจัดซื้อจัดจ้างให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ตามมาตรฐาน OECD ให้ส่งเสริมการแข่งขันอย่างเต็มที่ และสร้างความโปร่งใสทั้งระบบ ไม่ให้เกิดการล็อกสเปก  ชู open government- “กิโยตินกฎหมาย” เพิ่มความโปร่งใส น.ส.เพียงพนอ บุญกล่ำ ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้าน เสนอการ “กิโยตินกฎหมาย” เพื่อลดการทุจริตจากที่ขั้นการบริการรัฐตอนซับซ้อน  โดยมีข้อเสนอ 3 ปัจจัยดันให้ประเทศไทยโปร่งใส ที่มีการศึกษาจากต่างประเทศเช่น เวียดนาม เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ 1.นายกฯ ต้องมีเจตจำนงทางการเมืองแน่วแน่ในการจัดการปัญหาคอร์รัปชั่น มีกรอบเวลา แผนการชัดเจน 2.open government สะดวก โปร่งใส เข้าถึงง่าย ลดกระบวนการซ้ำซ้อน 3.บังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไร้ผลประโยชน์ทับซ้อน จากการโกงเสี่ยงน้อยกว่าการไม่โกง สู่ ‘แฉโกง ปลอดภัย ได้เงิน’  นายกษิเดช แดงเดช ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนว่า คนที่มาเปิดเผยคนโกงในไทย มีความเสี่ยงมากกว่าคนโกง เนื่องจากปัญหาการทุจริตที่หยั่งรากลึก เช่น ปัญหาใบอนุญาตต่างๆ  กษิเดชมองว่าผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดไม่สามารถออกมาเปิดเผยข้อมูลได้ เช่น สื่อมวลชน เนื่องจากการฟ้องปิดปาก และในทางเดียวกัน ควรมีมาตราการลดโทษ หากผู้ที่อยู่ในวงการทุจริต ออกมาสารภาพก่อน และประชาชนผู้มีข้อมูลพยานหลักฐานออกมาแฉโกงควรได้รับเงินรางวัล เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อการต่อต้านทุจริต และเพื่อจัดการการทุจริตอย่างเป็นระบบ โดยรัฐควรมีหลักประกันคุ้มครองความปลอดภัยของผู้ที่มีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการทุจริต แฟนคลับพรรคผิดหวัง ปมโหวตอนุทิน ในช่วงถามคำถาม มีทั้งเสียงผู้ฟังที่ชื่นชมการทำงานในการตรวจสอบของพรรคประชาชน   ในขณะเดียวกันทันตแพทย์หญิงอพภิวันท์ นิตยารัมภ์พงศ์ ภรรยาของนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ผู้บุกเบิกนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค ตั้งคำถามถึงการโหวตนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีที่ 32 ด้วยท่าทีที่ผิดหวังต่อการตัดสินใจโหวตนายกอนุทิน ชาญวีรกูล แต่ไม่เข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งเปรียบเหมือน “ทิ้งเรือให้โจรพาย” นั้น ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ตอบคำถามต่อผู้ฟังในกรณีดังกล่าวว่า “ผมแชร์ความรู้สึกนั้น ทุกๆเวทีก็จะมีคนมาแสดงความเห็นเช่นเดียวกัน” พร้อมอธิบายในการตัดสินใจการโหวตนายกฯอนุทินว่า ”ณ ตอนนั้นเรามีข้อจำกัด ว่าเราไม่ได้มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ที่เราจะสามารถเข้าร่วมรัฐบาลได้ ถ้าเราบอกว่าประเทศนี้กำลังจะถูกนำโดยนายกรัฐมนตรี หรือผู้นำประเทศที่เรารู้สึกว่าคนที่เป็นกัปตันเรือ ที่เป็นคนที่เราอาจจะรู้สึกว่าเขาเป็นโจรหรือเขาไม่ได้มีความโปร่งใส มีการทุจริตในกลุ่มการเมืองเขา คำถามคือข้อจำกัดทางกฎหมาย ณ ตอนนั้น ที่พรรคประชาชน ไม่ได้มีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เราต้องการโหวตเพื่อปลดล็อกกติกาบางอย่าง เพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศ ถ้าตอนนั้นเองเราเข้าไปร่วมรัฐบาล หลายคนอาจจะรู้สึกว่าเป็นโจร เราไม่สามารถเป็นกัปตันได้ คำถามคือถ้าเราไปนั่งเรือโจร ประเทศไทยจะไปในทิศทางที่ถูกต้องหรือไม่ หรือเราสามารถนั่งอยู่ในเรืออีกลำหนึ่ง ทำหน้าที่ฝ่ายค้านเสียงข้างมาก  แล้วทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลเสียงข้างน้อย ไปถูกทิศทางหรือไม่ นี่คือคำตอบของพวกเรา ที่หากเราได้อำนาจนายกรัฐมนตรี และ ผลการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. มันไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่าจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งที่เราเชื่อคือประเทศนี้จะเปลี่ยนได้ มีความหวังได้ กัปตันเรือเป็นคนที่สำคัญที่สุด ต้องเป็นคนที่มีเจตจำนง เขาสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง แต่ ณ ตอนนั้นเป็นข้อจำกัดจริงๆ ที่ยอมรับว่าเราไม่ได้ตัดสินใจง่าย  แต่เราตอนนั้นเราเชื่อว่าการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง เราต้องมีอำนาจดูแลกำกับ” ณัฐพงษ์ยอมรับว่าผิดหวังกับการโหวต ณ วันนั้น และเสียใจเหมือนผู้สนับสนุนพรรคประชาชนทุกคน แต่ตราบใดที่มีความหวัง ประชาชนออกมาแสดงตัวขบวนการพรรคประชาชนก็จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ * ข่าว * การเมือง * คุณภาพชีวิต * คอร์รัปชั่น * พรรคประชาชน
dlvr.it
July 23, 2026 at 8:36 AM
ส่องวงในงานวันเกิด รมต. 'สุชาติ' เป็นอย่างไร พร้อมคำถามถึงความเหมาะสม
ส่องวงในงานวันเกิด รมต. 'สุชาติ' เป็นอย่างไร พร้อมคำถามถึงความเหมาะสม ภาพปก: กระเช้าอวยพรวันเกิด รมต.สุชาติ ชมกลิ่น  XmasUser Sat, 2026-07-18 - 19:18 จากที่มีกระแสข่าวตั้งคำถามความเหมาะสม ทส.จัดงานวันเกิดให้ ‘สุชาติ ชมกลิ่น’ และแถลงการณ์ชี้แจงออกมา วงในเผย จนท.ไม่พอใจเยอะ กระทบการทำงานให้ประชาชน พร้อมตั้งคำถามกับคำแถลง ไม่แน่ใจว่ากระทรวงเคยมีธรรมเนียมจัดงานวันเกิดใน ทส.หรือไม่ เนื่องจาก รมต.คนอื่นไม่เคยจัดมาก่อน    จากที่มีกระแสในโซเชียลมีเดีย กรณีที่ ‘ไอซ์’ รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ตั้งคำถามถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดงานอวยพรวันเกิดให้สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่  * เป็นเรื่องปกติหรือไม่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอาเวลาและสถานที่ราชการจัดงานวันเกิดให้รัฐมนตรี  * สถานที่ น้ำ ไฟ อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงอัตรากำลังข้าราชการกระทรวง ทั้งระดับล่างและระดับสูง ที่ควรเอาเวลาทำงานมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนใช่ไหม แล้วทำไมถึงเอาเวลาที่มีค่านี้ เอามาอวยพรวันเกิดรัฐมนตรี มีระเบียบราชการข้อไหนรองรับ ? ทุกอย่างมีมูลค่าทั้งสิ้น ใครจ่าย ? * ให้ข้าราชการตัวเล็กตัวน้อยมาร่วม ระดับกรมหน่วยละ 13 คน รัฐวิสาหกิจหน่วยละ 7 คน กองหน่วยละ 5 คน กลุ่มหน่วยละ 3 คน คนเหล่านี้เขาไม่มีการมีงานทำกันหรืออย่างไร และมีการบังคับขู่เข็ญให้พวกเขามาร่วมงานด้วยหรือไม่ ในวันเดียวกัน ทางเฟซบุ๊ก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความชี้แจงถึงการจัดงานวันเกิดให้กับสุชาติ ชมกลิ่น ระบุว่า เนื่องด้วยปัจจุบัน อยู่ระหว่างการหารืองบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จึงมีการซักซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมในการชี้แจงงบประมาณฯ และรับมอบนโยบาย และการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชน ทั้งในเรื่องการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดน ไฟป่าหมอกควัน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน เช่น กรณีทับลาน การจับกุมผู้บุกรุกทำลายป่า โดยแยกแยะกลุ่มประชาชนและนายทุนให้ชัดเจน เป็นต้น ประกอบกับ วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีการแสดงความปรารถนาดีตามธรรมเนียมต่อท่าน รมว.ทส. ซึ่งเป็นที่รักยิ่งของชาว ทส. โดยใช้เวลาช่วงสั้นๆ ภายหลังการมอบนโยบาย ทั้งนี้ กำหนดการตามข่าว ไม่ได้เป็นร่างทางการแต่อย่างใด ไม่มีประชุมมอบนโยบาย ซักซ้อมชี้แจงงบประมาณ ? แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในกระทรวงทรัพยากรฯ ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่า ในวันที่ 15 ก.ค.2569 ที่เป็นวันจัดงานวันเกิดไม่ได้มีการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมการชี้แจงงบประมาณฯ ตามที่กระทรวงได้แถลง แหล่งข่าวเล่าว่า ไม่ได้รับทราบรายละเอียดมาก่อนว่าจะมีงานวันเกิดรัฐมนตรี ทราบแต่เพียงช่วงเช้ามีกำหนดการทำพิธีตักบาตรทางเรือ ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์’ ที่สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร แล้วจึงได้รับแจ้งว่าให้กลับไปร่วมงานของรัฐมนตรีที่กระทรวง ซึ่งตอนแรกไม่ได้ฉุกคิดอะไร เพราะเป็นปกติที่ในกระทรวงจะมีงานด่วน หรืองานฉุกเฉินเพิ่มขึ้นมากลางคัน จนกระทั่งเวลา 9.00 น. จึงได้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ในกระทรวงต้องไปร่วมงานวันเกิดของรัฐมนตรี “ทุกคนค่อนข้างช็อกและงง ไม่พอใจกันเยอะ ทำไมต้องเกณฑ์คน และใช้พื้นที่ของกระทรวง” แหล่งข่าวกล่าว ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า พื้นที่จัดงานวันเกิดเป็นห้องประชุมของกรมควบคุมมลพิษ ประเมินแล้วน่าจะมีคนมาร่วมไม่ต่ำกว่า 100 คน เกือบเต็มห้องประชุม มีการซักซ้อมรันคิวงาน แต่ละหน่วยงานต้องทำอะไร มีซ้อมร้องเพลงงานวันเกิด ฉายภาพงานวันเกิดขึ้นจอ LED บนเวที  โดยกำหนดการเริ่มจากพิธีมอบแจกันพระราชทานเพื่ออวยพรวันเกิดรัฐมนตรี จากนั้นเวลา 11.00 น. รัฐมนตรีลงมาร่วมงานและมีการกล่าวเปิดงานโดยปลัดกระทรวงฯ พร้อมกับเปิดวิดีทัศน์ มีมิวสิกวิดีโอเพลงแต่งขึ้นมาใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเนื้อเพลงบอกเล่าถึงประวัติของสุชาติ ชมกลิ่น มีการเชิญรัฐมนตรีขึ้นมาพูดบนเวทีถึงเส้นทางชีวิต และผู้บริหารมอบของขวัญให้รัฐมนตรี ก่อนจะมีการหรี่ไฟและนำเค้กเข้ามาอวยพรวันเกิด หากนับเวลาตั้งแต่เข้าร่วมงานรวมแล้วใช้เวลาประมาณ 3 ชม.  ส่วนที่แถลงการณ์ของกระทรวงระบุว่า ‘เป็นตามธรรมเนียมที่ต้องแสดงถึงความปรารถนาดี’ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของรัฐมนตรีนั้น แหล่งข่าวเผยว่าไม่แน่ใจนัก เนื่องจากตัวเขาเคยผ่านรัฐมนตรีมาแล้วอย่างน้อย 3 คน ไม่เคยมีรัฐมนตรีท่านใดให้จัดงานอวยพรวันเกิดภายในกระทรวง และต้องเกณฑ์คนไปร่วมงาน แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงเองก็พูดตรงกันว่าไม่เคยมีการจัดงานลักษณะนี้มาก่อน แหล่งข่าวแสดงความเห็นว่า ไม่อาจปฏิเสธว่าการจัดงานวันเกิดลักษณะนี้กระทบการทำงาน เนื่องจากมีการใช้พื้นที่ของกระทรวงในการจัดงาน มีบุคลากรที่เอามาช่วยจัดงาน รันคิว ตัดต่อมิวสิกวิดีโอ อีกจำนวนมากต้องใช้เวลาในการร่วมงานวันเกิด แทนที่จะได้ไปทำงานต่างๆ มากมายที่เป็นปัญหาของประชาชน  * ข่าว * การเมือง * คุณภาพชีวิต * กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม * สุชาติ ชมกลิ่น * รักชนก ศรีนอก * พรรคประชาชน
dlvr.it
July 18, 2026 at 12:38 PM
ส่องวงในงานวันเกิด รมต. 'สุชาติ' เป็นอย่างไร พร้อมคำถามถึงความเหมาะสม
ส่องวงในงานวันเกิด รมต. 'สุชาติ' เป็นอย่างไร พร้อมคำถามถึงความเหมาะสม
ส่องวงในงานวันเกิด รมต. 'สุชาติ' เป็นอย่างไร พร้อมคำถามถึงความเหมาะสม ภาพปก: กระเช้าอวยพรวันเกิด รมต.สุชาติ ชมกลิ่น  XmasUser Sat, 2026-07-18 - 19:18 จากที่มีกระแสข่าวตั้งคำถามความเหมาะสม ทส.จัดงานวันเกิดให้ ‘สุชาติ ชมกลิ่น’ และแถลงการณ์ชี้แจงออกมา วงในเผย จนท.ไม่พอใจเยอะ กระทบการทำงานให้ประชาชน พร้อมตั้งคำถามกับคำแถลง ไม่แน่ใจว่ากระทรวงเคยมีธรรมเนียมจัดงานวันเกิดใน ทส.หรือไม่ เนื่องจาก รมต.คนอื่นไม่เคยจัดมาก่อน    จากที่มีกระแสในโซเชียลมีเดีย กรณีที่ ‘ไอซ์’ รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อ 15 ก.ค.ที่ผ่านมา ตั้งคำถามถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จัดงานอวยพรวันเกิดให้สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) เป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่  * เป็นเรื่องปกติหรือไม่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอาเวลาและสถานที่ราชการจัดงานวันเกิดให้รัฐมนตรี  * สถานที่ น้ำ ไฟ อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงอัตรากำลังข้าราชการกระทรวง ทั้งระดับล่างและระดับสูง ที่ควรเอาเวลาทำงานมาแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ประชาชนใช่ไหม แล้วทำไมถึงเอาเวลาที่มีค่านี้ เอามาอวยพรวันเกิดรัฐมนตรี มีระเบียบราชการข้อไหนรองรับ ? ทุกอย่างมีมูลค่าทั้งสิ้น ใครจ่าย ? * ให้ข้าราชการตัวเล็กตัวน้อยมาร่วม ระดับกรมหน่วยละ 13 คน รัฐวิสาหกิจหน่วยละ 7 คน กองหน่วยละ 5 คน กลุ่มหน่วยละ 3 คน คนเหล่านี้เขาไม่มีการมีงานทำกันหรืออย่างไร และมีการบังคับขู่เข็ญให้พวกเขามาร่วมงานด้วยหรือไม่ ในวันเดียวกัน ทางเฟซบุ๊ก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โพสต์ข้อความชี้แจงถึงการจัดงานวันเกิดให้กับสุชาติ ชมกลิ่น ระบุว่า เนื่องด้วยปัจจุบัน อยู่ระหว่างการหารืองบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จึงมีการซักซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมในการชี้แจงงบประมาณฯ และรับมอบนโยบาย และการดำเนินงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชน ทั้งในเรื่องการแก้ไขปัญหามลพิษข้ามแดน ไฟป่าหมอกควัน การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน เช่น กรณีทับลาน การจับกุมผู้บุกรุกทำลายป่า โดยแยกแยะกลุ่มประชาชนและนายทุนให้ชัดเจน เป็นต้น ประกอบกับ วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมีการแสดงความปรารถนาดีตามธรรมเนียมต่อท่าน รมว.ทส. ซึ่งเป็นที่รักยิ่งของชาว ทส. โดยใช้เวลาช่วงสั้นๆ ภายหลังการมอบนโยบาย ทั้งนี้ กำหนดการตามข่าว ไม่ได้เป็นร่างทางการแต่อย่างใด ไม่มีประชุมมอบนโยบาย ซักซ้อมชี้แจงงบประมาณ ? แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในกระทรวงทรัพยากรฯ ให้ข้อมูลในเรื่องนี้ว่า ในวันที่ 15 ก.ค.2569 ที่เป็นวันจัดงานวันเกิดไม่ได้มีการประชุมเพื่อเตรียมพร้อมการชี้แจงงบประมาณฯ ตามที่กระทรวงได้แถลง แหล่งข่าวเล่าว่า ไม่ได้รับทราบรายละเอียดมาก่อนว่าจะมีงานวันเกิดรัฐมนตรี ทราบแต่เพียงช่วงเช้ามีกำหนดการทำพิธีตักบาตรทางเรือ ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของงาน ‘สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์’ ที่สวนสาธารณะป้อมมหากาฬ เขตพระนคร แล้วจึงได้รับแจ้งว่าให้กลับไปร่วมงานของรัฐมนตรีที่กระทรวง ซึ่งตอนแรกไม่ได้ฉุกคิดอะไร เพราะเป็นปกติที่ในกระทรวงจะมีงานด่วน หรืองานฉุกเฉินเพิ่มขึ้นมากลางคัน จนกระทั่งเวลา 9.00 น. จึงได้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ในกระทรวงต้องไปร่วมงานวันเกิดของรัฐมนตรี “ทุกคนค่อนข้างช็อกและงง ไม่พอใจกันเยอะ ทำไมต้องเกณฑ์คน และใช้พื้นที่ของกระทรวง” แหล่งข่าวกล่าว ข้อมูลจากแหล่งข่าวระบุว่า พื้นที่จัดงานวันเกิดเป็นห้องประชุมของกรมควบคุมมลพิษ ประเมินแล้วน่าจะมีคนมาร่วมไม่ต่ำกว่า 100 คน เกือบเต็มห้องประชุม มีการซักซ้อมรันคิวงาน แต่ละหน่วยงานต้องทำอะไร มีซ้อมร้องเพลงงานวันเกิด ฉายภาพงานวันเกิดขึ้นจอ LED บนเวที  โดยกำหนดการเริ่มจากพิธีมอบแจกันพระราชทานเพื่ออวยพรวันเกิดรัฐมนตรี จากนั้นเวลา 11.00 น. รัฐมนตรีลงมาร่วมงานและมีการกล่าวเปิดงานโดยปลัดกระทรวงฯ พร้อมกับเปิดวิดีทัศน์ มีมิวสิกวิดีโอเพลงแต่งขึ้นมาใหม่สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเนื้อเพลงบอกเล่าถึงประวัติของสุชาติ ชมกลิ่น มีการเชิญรัฐมนตรีขึ้นมาพูดบนเวทีถึงเส้นทางชีวิต และผู้บริหารมอบของขวัญให้รัฐมนตรี ก่อนจะมีการหรี่ไฟและนำเค้กเข้ามาอวยพรวันเกิด หากนับเวลาตั้งแต่เข้าร่วมงานรวมแล้วใช้เวลาประมาณ 3 ชม.  ส่วนที่แถลงการณ์ของกระทรวงระบุว่า ‘เป็นตามธรรมเนียมที่ต้องแสดงถึงความปรารถนาดี’ เนื่องในวันคล้ายวันเกิดของรัฐมนตรีนั้น แหล่งข่าวเผยว่าไม่แน่ใจนัก เนื่องจากตัวเขาเคยผ่านรัฐมนตรีมาแล้วอย่างน้อย 3 คน ไม่เคยมีรัฐมนตรีท่านใดให้จัดงานอวยพรวันเกิดภายในกระทรวง และต้องเกณฑ์คนไปร่วมงาน แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงเองก็พูดตรงกันว่าไม่เคยมีการจัดงานลักษณะนี้มาก่อน แหล่งข่าวแสดงความเห็นว่า ไม่อาจปฏิเสธว่าการจัดงานวันเกิดลักษณะนี้กระทบการทำงาน เนื่องจากมีการใช้พื้นที่ของกระทรวงในการจัดงาน มีบุคลากรที่เอามาช่วยจัดงาน รันคิว ตัดต่อมิวสิกวิดีโอ อีกจำนวนมากต้องใช้เวลาในการร่วมงานวันเกิด แทนที่จะได้ไปทำงานต่างๆ มากมายที่เป็นปัญหาของประชาชน  * ข่าว * การเมือง * คุณภาพชีวิต * กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม * สุชาติ ชมกลิ่น * รักชนก ศรีนอก * พรรคประชาชน
dlvr.it
July 18, 2026 at 12:38 PM
‘ไอซ์ รักชนก’ เผย ‘สตง.’ สับ ‘ประกันสังคม’ หางบไม่เจอเพราะ ใช้ Excel ดันทุรังทำระบบเอง แต่ก็ไม่ใช้

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6030857/
#รักชนกศรีนอก #สตง
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
July 16, 2026 at 2:14 AM