#อุทยานแห่งชาติทับลาน
เคลียร์ปมทับลาน! กระทรวงทรัพยากรฯ ตั้ง 2 คณะทำงานพิสูจน์สิทธิ์ 1 แสนไร่ ย้ำไม่เอื้อกลุ่มทุน

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5965337/
#saveทับลาน #อุทยานแห่งชาติทับลาน
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
June 22, 2026 at 6:44 AM
รัฐบาลเผยเดินหน้าคืนผืนป่า บังคับใช้กฎหมายเข้ม คุ้มครองผู้มีสิทธิ เร่งฟื้นฟูพื้นที่บุกรุก
รัฐบาลเผยเดินหน้าคืนผืนป่า บังคับใช้กฎหมายเข้ม คุ้มครองผู้มีสิทธิ เร่งฟื้นฟูพื้นที่บุกรุก auser15 Sun, 2026-07-05 - 14:13 รัฐบาลเผยเดินหน้าคืนผืนป่า บังคับใช้กฎหมายเข้ม คุ้มครองผู้มีสิทธิ เร่งฟื้นฟูพื้นที่บุกรุก ล่าสุดภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ติดประกาศแจ้งให้ผู้ครอบครอง "อิมภูฮิลล์ รีสอร์ท" ซึ่งเป็นคดีที่สิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมแล้ว รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน โดยล่าสุด ผู้ครอบครองได้เข้าพบหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานเพื่อยื่นหนังสือขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดด้วยตนเอง และเริ่มดำเนินการรื้อถอนทันที - ก.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ (อส.12) ให้ชาวเชียงใหม่กว่า 7.7 พันไร่ หวังดัน “เชียงใหม่โมเดล” เป็นตัวอย่างของการบูรณาการงบประมาณและทรัพยากรจากทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหามลพิษ และภัยแล้งในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 5 กรกฎาคม 2569 เว็บไซต์รัฐบาลไทย รายงานว่า นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายด้านการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีคุณค่าและสมดุล โดยเร่งจัดสรรที่ดินทำกินควบคู่กับการสร้างงาน สร้างอาชีพให้แก่ชุมชน เพื่อลดการบุกรุกพื้นที่ป่า พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้กระทำผิด และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ติดตามการดำเนินงานของชุดเฉพาะกิจอุทยานแห่งชาติทับลานอย่างใกล้ชิด ภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ติดประกาศแจ้งให้ผู้ครอบครอง "อิมภูฮิลล์ รีสอร์ท" ซึ่งเป็นคดีที่สิ้นสุดกระบวนการยุติธรรมแล้ว รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างภายใน 15 วัน โดยล่าสุด ผู้ครอบครองได้เข้าพบหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลานเพื่อยื่นหนังสือขอรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดด้วยตนเอง และเริ่มดำเนินการรื้อถอนทันที ก่อนครบกำหนด พร้อมให้เจ้าหน้าที่อุทยานควบคุม ตรวจสอบ และติดตามการรื้อถอนอย่างใกล้ชิด เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่สภาพป่าธรรมชาติโดยเร็วที่สุด นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลยืนยันหลักการดำเนินงานที่ชัดเจน คือ คุ้มครองสิทธิของประชาชนผู้มีสิทธิในที่ดินอย่างเป็นธรรม โดยเร่งพิสูจน์สิทธิที่ดินทำกินรายแปลงด้วยความโปร่งใส ขณะเดียวกันจะดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนและผู้บุกรุกพื้นที่ป่าอย่างเท่าเทียม ไม่มีข้อยกเว้น เมื่อคดีถึงที่สุดจะต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและคืนพื้นที่ให้รัฐตามกฎหมาย รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการดำเนินการพื้นที่ "ไร่รักษ์ฟ้า" ภายในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งได้มีการบังคับใช้กฎหมายจนสามารถทวงคืนพื้นที่ได้แล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งปรับปรุงภูมิทัศน์และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อพัฒนาเป็น "จุดชมวิวเอราวัณนครินทร์" ภายใต้ระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ ไม่ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรที่กระทบต่อธรรมชาติ ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และกำหนดพื้นที่ใช้งานอย่างเหมาะสม เพื่อให้ผืนป่าที่ได้รับการฟื้นฟูกลับมาทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นน้ำและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งนี้ การเปิดพื้นที่เพื่อการท่องเที่ยวจะดำเนินการภายใต้มาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ทั้งการจัดตั้งจุดบริการนักท่องเที่ยว การเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจ การบูรณาการความร่วมมือกับตำรวจในพื้นที่ การกำหนดเส้นทางศึกษาธรรมชาติและจุดถ่ายภาพที่ปลอดภัย รวมถึงการติดตั้งป้ายเตือนและระบบดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน "รัฐบาลให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ระหว่างการอนุรักษ์ การคุ้มครองสิทธิของประชาชน และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกอย่างจริงจัง ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่ป่าและพัฒนาพื้นที่ที่ทวงคืนได้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนภายใต้หลักการอนุรักษ์ เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและส่งต่อผืนป่าที่สมบูรณ์ให้คนรุ่นต่อไป" นางสาวลลิดา กล่าว มอบสิทธิ์ทำกิน อส.12 กว่า 7.7 พันไร่ คืนความสุข-สร้างความมั่นคงให้ราษฎรเชียงใหม่ยั่งยืน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานว่าเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อติดตามการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลและยั่งยืน รวมถึงเป็นประธานในพิธีมอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ (อส.12 ก และ อส.12 ข) ณ ห้องประชุมพิทักษ์ภัย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ก่อนพิธีมอบหนังสือรับรองฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เยี่ยมชมนิทรรศการแสดงผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการที่ดินในเขตป่าอนุรักษ์ ผลิตภัณฑ์ชุมชนของราษฎรในพื้นที่ รวมทั้งรับชมวีดิทัศน์สรุปผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล ทั้งนี้ การมอบหนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ (อส.12) ในครั้งนี้ เป็นผลจากการดำเนินงานของคณะกรรมการพิจารณาผลการสำรวจการครอบครองที่ดิน สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (เชียงใหม่) ซึ่งได้ดำเนินการสำรวจ รังวัด สอบทานข้อมูล และตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ครอบครองที่ดินอย่างรอบคอบ ครอบคลุมพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 8 แห่ง ได้แก่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ้านโฮ่ง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่เลา–แม่แสะ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าแม่เลา–แม่แสะ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอมก๋อย อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ–ปุย อุทยานแห่งชาติออบหลวง อุทยานแห่งชาติศรีลานนา และอุทยานแห่งชาติผาแดง โดยสามารถช่วยเหลือประชาชนได้จำนวน 49 หมู่บ้าน รวม 1,594 ราย ครอบคลุมพื้นที่ทั้งสิ้น 2,121 แปลง เนื้อที่รวม 7,704.56 ไร่ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในเขตป่าอนุรักษ์ที่ส่งเสริมให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยและใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างถูกต้อง ควบคู่กับการมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ นายสุชาติ กล่าวว่า บริบทของการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมที่เราเคยใช้กลไกทางกฎหมายเป็นหลักในการปกป้องผืนป่า วันนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนวิถีคิดใหม่ นั่นคือ "ทำอย่างไรให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน" เพราะหัวใจสำคัญในการรักษาป่า สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมที่แท้จริง ไม่ใช่การผลักไสพี่น้องประชาชนออกไป แต่คือการทำให้พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ มีความมั่นคงในที่ดินทำกิน ไม่ต้องหลบซ่อน และพร้อมที่จะเปลี่ยนบทบาทมาเป็นพลังสำคัญในการช่วยภาครัฐดูแลรักษาป่าและเฝ้าระวังไฟป่าร่วมกัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จะเป็นภารกิจที่มีความซับซ้อนและดำเนินมาอย่างยาวนาน แต่การบูรณาการความร่วมมือระหว่างรัฐบาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถือเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ “เชียงใหม่โมเดล” ซึ่งเป็นตัวอย่างของการบูรณาการงบประมาณและทรัพยากรจากทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน ปัญหามลพิษ และภัยแล้งในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ   * ข่าว * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * สิ่งแวดล้อม * ทวงคืนผืนป่า * อุทยานแห่งชาติทับลาน * อุทยานแห่งชาติเอราวัณ * ที่ทำกิน * หนังสือรับรองการอยู่อาศัยหรือทำกินภายในเขตป่าอนุรักษ์ * อส.12
dlvr.it
July 5, 2026 at 7:20 AM
กมธ.การกฎหมายฯ เร่งหาข้อยุติที่ดินทับซ้อนอุทยานทับลาน เตรียมหารือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กมธ.การกฎหมายฯ เร่งหาข้อยุติที่ดินทับซ้อนอุทยานทับลาน เตรียมหารือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กมธ.การกฎหมายฯ เร่งหาข้อยุติที่ดินทับซ้อนอุทยานทับลาน เตรียมหารือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม auser15 Fri, 2026-08-28 - 10:40 กมธ.การกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ติดตามปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน พบข้อสังเกตเรื่องมติหน่วยงานที่ไม่สอดคล้องกัน และแนวทางเยียวยาประชาชน 23 รายที่ถูกดำเนินคดีผิดตัวยังไม่ชัดเจน เตรียมเข้าหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ภาพจาก: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ว่า นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ แถลงผลการประชุมพิจารณาแนวทางบังคับใช้กฎหมายและคุ้มครองสิทธิของประชาชน กรณีปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน นายรังสิมันต์กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวดำเนินมาหลายสิบปี คณะกรรมาธิการจึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาหาข้อยุติเชิงนโยบาย และสร้างความสมดุลระหว่างสิทธิของประชาชนกับการอนุรักษ์พื้นที่ป่า ด้าน นายเลาฟั้ง กล่าวว่าการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนยังมีประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง ประเด็นแรก คณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่า มติของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติไม่สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เมื่อปี 2566 และมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบแนวทางเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนประมาณ 260,000 ไร่ ทำให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังไม่สามารถแก้ไขแผนที่แนบท้ายและดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกาได้ ประเด็นที่สอง กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยอมรับว่ามีประชาชนถูกดำเนินคดีผิดตัวจำนวน 23 ราย และมีแนวทางจะให้ความช่วยเหลือเยียวยา แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบและหลักเกณฑ์การชดเชย นายรังสิมันต์ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมตามคำเชิญ ทำให้คณะกรรมาธิการยังไม่ได้รับข้อมูลจากผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายโดยตรง จึงเตรียมประสานเข้าพบรัฐมนตรีที่กระทรวง เพื่อหารือและเร่งหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน คณะกรรมาธิการยังเห็นว่า การพิจารณาปรับใช้แนวเขตปี 2543 ควรอาศัยข้อมูลจากพื้นที่และการมีส่วนร่วมของผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อคุ้มครองชุมชนกับพื้นที่ทำกินเดิม ควบคู่กับการรักษาพื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์ต่อไป * ข่าว * การเมือง * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * สิ่งแวดล้อม * อุทยานแห่งชาติทับลาน * ทับลาน * ที่ดินทับซ้อนอุทยานทับลาน
dlvr.it
August 28, 2026 at 3:45 AM
กมธ.การกฎหมายฯ เร่งหาข้อยุติที่ดินทับซ้อนอุทยานทับลาน เตรียมหารือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กมธ.การกฎหมายฯ เร่งหาข้อยุติที่ดินทับซ้อนอุทยานทับลาน เตรียมหารือ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม auser15 Fri, 2026-08-28 - 10:40 กมธ.การกฎหมายฯ สภาผู้แทนราษฎร ติดตามปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน พบข้อสังเกตเรื่องมติหน่วยงานที่ไม่สอดคล้องกัน และแนวทางเยียวยาประชาชน 23 รายที่ถูกดำเนินคดีผิดตัวยังไม่ชัดเจน เตรียมเข้าหารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน ภาพจาก: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์รัฐสภา รายงานเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2569 ว่า นายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นายเลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล โฆษกคณะกรรมาธิการ แถลงผลการประชุมพิจารณาแนวทางบังคับใช้กฎหมายและคุ้มครองสิทธิของประชาชน กรณีปัญหาที่ดินทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน นายรังสิมันต์กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวดำเนินมาหลายสิบปี คณะกรรมาธิการจึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล เพื่อรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานประกอบการพิจารณาหาข้อยุติเชิงนโยบาย และสร้างความสมดุลระหว่างสิทธิของประชาชนกับการอนุรักษ์พื้นที่ป่า ด้าน นายเลาฟั้ง กล่าวว่าการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทับซ้อนยังมีประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง ประเด็นแรก คณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่า มติของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติไม่สอดคล้องกับมติคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) เมื่อปี 2566 และมติคณะรัฐมนตรีที่เห็นชอบแนวทางเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนประมาณ 260,000 ไร่ ทำให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังไม่สามารถแก้ไขแผนที่แนบท้ายและดำเนินการออกพระราชกฤษฎีกาได้ ประเด็นที่สอง กรมอุทยานแห่งชาติฯ ยอมรับว่ามีประชาชนถูกดำเนินคดีผิดตัวจำนวน 23 ราย และมีแนวทางจะให้ความช่วยเหลือเยียวยา แต่ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบและหลักเกณฑ์การชดเชย นายรังสิมันต์ระบุว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมตามคำเชิญ ทำให้คณะกรรมาธิการยังไม่ได้รับข้อมูลจากผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายโดยตรง จึงเตรียมประสานเข้าพบรัฐมนตรีที่กระทรวง เพื่อหารือและเร่งหาแนวทางแก้ไขร่วมกัน คณะกรรมาธิการยังเห็นว่า การพิจารณาปรับใช้แนวเขตปี 2543 ควรอาศัยข้อมูลจากพื้นที่และการมีส่วนร่วมของผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อคุ้มครองชุมชนกับพื้นที่ทำกินเดิม ควบคู่กับการรักษาพื้นที่ป่าที่มีความสมบูรณ์ต่อไป * ข่าว * การเมือง * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * สิ่งแวดล้อม * อุทยานแห่งชาติทับลาน * ทับลาน * ที่ดินทับซ้อนอุทยานทับลาน
dlvr.it
August 28, 2026 at 3:45 AM
‘สุชาติ’ ลุยทับลาน ‘นายทุนรีสอร์ทดัง’ ยินยอมรื้อถอนเองเป็นรายที่ 3 พร้อมเร่งช่วยราษฎร 23 ราย

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/6084866/
#สุชาติชมกลิ่น #อุทยานแห่งชาติทับลาน
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
August 6, 2026 at 4:00 AM
ชาวบ้านคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน
ชาวบ้านคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน auser15 Sat, 2026-07-18 - 15:10 ชาวบ้านขอนแก่น รวมตัวเดินรณรงค์ไปยังศาลากลางจังหวัดเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ชี้ว่าพื้นที่ทับซ้อนที่ทำกินและป่าที่ชุมชนใช้ประโยชน์ตามวิถีชีวิต พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการรับฟังความเห็นเมื่อ 6-8 ก.ค. มีการกีดกันชาวบ้านที่ไม่เห็นชอบ รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นรับปากให้กรมอุทยานฯ ยุติกระบวนการรับฟังความเห็นชั่วคราวและออกแบบกระบวนการใหม่ให้โปร่งใสร่วมกับชุมชน กป.อพช.ภาคอีสาน รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ชาวบ้านตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู ตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน บ้านซำผักหนาม ตำบลนาหนองทุ่ม จังหวัดขอนแก่น รวมตัวกันที่สวนสาธารณะรัชดานุสรณ์ก่อนจะเดินรณรงค์ไปยังศาลากลางจังหวัดขอนแก่นเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จากนั้นศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นได้เปิดห้องประชุมเชิญชาวบ้านทั้งหมดเข้าร่วมประชุมกับนายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น ตัวแทนชาวบ้านจากตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน ชี้แจงว่าชาวบ้านตำบลห้วยม่วงอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2512 ปัญหาการประกาศอุทยานแห่งชาติภูผาม่านที่ทับซ้อนที่ดินทำกินพื้นที่ชาวบ้าน ต่อมาสำนักงาน ปฏิรูปที่ดินจังหวัดขอนแก่น ภายหลังการจัดทำ One Map เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้เเสดงสิทธิในที่ดินของชาวบ้านที่ได้รับการจัดสรรที่ทำกินจาก สปก. ชาวบ้านจึงต้องการให้ยกเลิกพื้นที่อุทยานฯที่ทับซ้อนกับที่ทำกินชาวบ้าน ด้านตัวแทนจากบ้านซำผักหนาม ได้ให้ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่อุทยานเข้ามาดำเนินการปักแนวเขตในยามวิกาล โดยชาวบ้านไม่มีส่วนร่วมเข้ามาในพื้นที่ของชาวบ้าน รวมถึงพื้นที่ป่าและแหล่งน้ำของชุมชนนี่คือปัญหาที่เกิดและเป็นเหตุที่ชาวบ้านลุกขึ้น ต่อมาได้ทำการรื้อถอนหลักหมุดแนวเขตออก แต่พบว่าพิกัด GIS กลับยังไม่ถูกลบออกทำให้ชาวบ้านไม่มั่นใจว่าการขยายแนวเขตอุทยานแต่ยังทับซ้อนพื้นที่ของชุมชน หรือ ถูกปรับปรุงตามที่ได้ตกลงกันไว้ ขณะที่ตัวแทนจากตำบลดงลาน ได้ยื่นรายชื่อชาวบ้านที่คัดค้าน และแสดงความเห็นในการคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ดังนี้ 1) พื้นที่ขอขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน บริเวณพื้นที่ ต.นาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ และตำบลดงลาน ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น นั้นเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงลานที่ชาวบ้านตำบลดงลานนั้น และตำบลใกล้เคียงใช้ประโยชน์ร่วมกัน แม้จะไม่ใช่ป่าชุมชนตามกฏหมาย แต่ถือได้ว่าเป็นป่าชุมชนตามวิถีของชุมชน ในฐานะที่เป็นแหล่งอาหารและแหล่งเศรษฐกิจตามฤดูกาลของชุมชนทั้ง หน่อไม้ เห็ด ไข่มดแดง หญ้าคา ร่วมทั้งพืชผักในป่าที่สร้างอาชีพและหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้าน หากป่าของชุมชนถูกผนวกเข้าเป็นอุทยานแห่งชาติจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ตามกฏหมาย และมีความเสี่ยงจะต้องถูกดำเนินคดีในอนาคต เพิ่มวิกฤตปัญหาความยากจนของชาวบ้านจากการขาดรายได้ และแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ซึ่งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงลานที่อยู่ติดกับพื้นที่ชุมชนดงลาน ชาวบ้านมีแผนจะขอจัดตั้งป่าชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการขออนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 2) การขยายพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จะทำให้ป่าอนุรักษ์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอยู่ติดกับชุมชนมากยิ่งขึ้น เพราะไม่มีพื้นที่กันชนระหว่างป่าอนุรักษ์กับชุมชน มีแนวโน้มทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างป่า และคน มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในปัจจุบันปัญหาช้างป่าออกจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์มาบุกรุกพื้นที่ทำกิน และที่อยู่อาศัยของชาวตำบลดงลานนั้น นับว่าเป็นวิกฤตที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งพื้นที่ทางการเกษตร บ้านเรือนชาวบ้านเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 คน เฉพาะในตำบลดงลาน การขยายแนวเขตอุทยานฯ จึงเป็นการขยายพื้นที่อันตรายจากสัตว์ป่ามายังชุมชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งศาลปกครองขอนแก่นได้มีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เคลื่อนย้ายช้างป่าออกจากชุมชน ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ตามที่ชาวบ้านได้ยื่นฟ้องต่อศาล 3) การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเป็น “การท่องเที่ยววิถีสีชมพู” ที่เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ เป็นเอกลักษณ์ที่มีความโดดเด่น ทั้งป่าต้นน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ อีกทั้งภูเขาหินปูนที่เรียงตัวทอดยาวรอบพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลดงลานนั้น พบว่ามีถ้ำและหน้าผาที่มีภาพเขียนสี กลายเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์กว่า 27 แหล่ง ที่ชาวบ้านได้สำรวจร่วมกับสำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เดินทางมาท่องเที่ยว ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น และทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อเป็นป่านันทนาการ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิสาหกิจชุมชน “เที่ยววิถีสีชมพู” ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 นอกจากนั้นชุมชนยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ในระหว่างการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เมื่อวันที่ 6-8 กรกฎาคม ในพื้นที่ตำบลดงลาน พบว่าในกระบวนการแสดงความคิดเห็นละเมิดสิทธิชุมชน โดยเจ้าหน้าที่ได้แจกกระดาษเพื่อให้ชาวบ้านกรอกข้อมูลส่วนบุคคล จากนั้นให้แสดงความเห็น หาก “เห็นชอบ” ให้ทำเครื่องหมาย หน้าช่อง “เห็นชอบ” เท่านั้น แต่ถ้ามีความประสงค์จะแสดงความเห็น “ไม่เห็นชอบ” ชาวบ้านต้องให้ความเห็นประกอบ พร้อมกับแจ้งว่าหากชาวบ้าน ทำเครื่องหมาย “ไม่เห็นชอบ” จะถูกตัดสิทธิในการแสดงความเห็น ซึ่งกระบวนการแสดงความเห็นดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิชาวบ้านในการแสดงความคิดเห็น อีกทั้งการสร้างเขื่อนไขในการแสดงความเห็นเป็นการกีดกันชาวบ้านที่มีข้อจำกัดในการเขียน กีดกันไม่ให้ชาวบ้านไม่เห็นชอบ จึงเป็นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านแบบปิดปาก ขาดหลักความเป็นกลาง ชาวตำบลดงลานจึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินการดังต่อไปนี้ 1. ขอให้ตรวจสอบกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของกรมอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ภายใต้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าได้ละเมิดสิทธิชาวบ้านตำบลดงลาน ในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามกฏหมาย ด้วยการสร้างเขื่อนไขกีดกันในการแสดงความคิดเห็น ละเมิดสิทธิการมีส่วนนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 43, 57 และ 58 ที่รับรองสิทธิของประชาชนและชุมชนในการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการรับฟังความคิดเห็นก่อนดำเนินโครงการที่จะส่งผลกระทบต่อชุมชนหรือไม่ 2. ขอให้ตรวจสอบและส่งความเห็นของชาวบ้านดำบลดงลานที่ขอยุติการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ส่งไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อชาวบ้าน และซ้ำเติมวิกฤตความเดือดร้อนต่อชุมชน 3. ขอให้ดำเนินการเร่งรัดให้เคลื่อย้ายช้างป่าออกจากแหล่งชุมชนในพื้นที่อำเภอสีชมพูตามคำสั่งศาลปกครองขอนแก่น เพื่อไม่ให้ประชาชนจังหวัดขอนแก่นต้องเสียชีวิตจากช้างป่าเพิ่มขึ้นอีก แก้ไขความเดือดร้อนชาวบ้านให้ปลอดภัยจากอันตรายของช้างป่า ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งกับชุมชนว่าจะขอให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติภูผาม่านยุติกระบวนการรับฟังความคิดเห็นกับชุมชนไปก่อน และหากจะมีการจัดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งจะต้องมีกระบวนการปรึกษาหารือร่วมกับชุมชนเพื่อออกแบบกระบวนการที่มีความโปร่งใส จากนั้นตัวแทนชาวบ้านจัดพื้นที่ตำบลห้วยม่วง บ้านซำผักหนาม ชุมชนชลประทานขอนแก่น ชาวบ้านตำบลดงลางได้ยื่นหนังสือกับรองผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อให้ติดตามตรวจสอบกระบวนการต่อไป * ข่าว * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน * ขอนแก่น * กป.อพช.ภาคอีสาน
dlvr.it
July 18, 2026 at 8:18 AM
ชาวบ้านคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน
ชาวบ้านคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน
ชาวบ้านคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน auser15 Sat, 2026-07-18 - 15:10 ชาวบ้านขอนแก่น รวมตัวเดินรณรงค์ไปยังศาลากลางจังหวัดเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ชี้ว่าพื้นที่ทับซ้อนที่ทำกินและป่าที่ชุมชนใช้ประโยชน์ตามวิถีชีวิต พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการรับฟังความเห็นเมื่อ 6-8 ก.ค. มีการกีดกันชาวบ้านที่ไม่เห็นชอบ รองผู้ว่าฯ ขอนแก่นรับปากให้กรมอุทยานฯ ยุติกระบวนการรับฟังความเห็นชั่วคราวและออกแบบกระบวนการใหม่ให้โปร่งใสร่วมกับชุมชน กป.อพช.ภาคอีสาน รายงานว่า เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ชาวบ้านตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู ตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน บ้านซำผักหนาม ตำบลนาหนองทุ่ม จังหวัดขอนแก่น รวมตัวกันที่สวนสาธารณะรัชดานุสรณ์ก่อนจะเดินรณรงค์ไปยังศาลากลางจังหวัดขอนแก่นเพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จากนั้นศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่นได้เปิดห้องประชุมเชิญชาวบ้านทั้งหมดเข้าร่วมประชุมกับนายยุทธนา โพธิวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดขอนแก่น ตัวแทนชาวบ้านจากตำบลห้วยม่วง อำเภอภูผาม่าน ชี้แจงว่าชาวบ้านตำบลห้วยม่วงอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ปี 2512 ปัญหาการประกาศอุทยานแห่งชาติภูผาม่านที่ทับซ้อนที่ดินทำกินพื้นที่ชาวบ้าน ต่อมาสำนักงาน ปฏิรูปที่ดินจังหวัดขอนแก่น ภายหลังการจัดทำ One Map เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้เเสดงสิทธิในที่ดินของชาวบ้านที่ได้รับการจัดสรรที่ทำกินจาก สปก. ชาวบ้านจึงต้องการให้ยกเลิกพื้นที่อุทยานฯที่ทับซ้อนกับที่ทำกินชาวบ้าน ด้านตัวแทนจากบ้านซำผักหนาม ได้ให้ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่อุทยานเข้ามาดำเนินการปักแนวเขตในยามวิกาล โดยชาวบ้านไม่มีส่วนร่วมเข้ามาในพื้นที่ของชาวบ้าน รวมถึงพื้นที่ป่าและแหล่งน้ำของชุมชนนี่คือปัญหาที่เกิดและเป็นเหตุที่ชาวบ้านลุกขึ้น ต่อมาได้ทำการรื้อถอนหลักหมุดแนวเขตออก แต่พบว่าพิกัด GIS กลับยังไม่ถูกลบออกทำให้ชาวบ้านไม่มั่นใจว่าการขยายแนวเขตอุทยานแต่ยังทับซ้อนพื้นที่ของชุมชน หรือ ถูกปรับปรุงตามที่ได้ตกลงกันไว้ ขณะที่ตัวแทนจากตำบลดงลาน ได้ยื่นรายชื่อชาวบ้านที่คัดค้าน และแสดงความเห็นในการคัดค้านการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ดังนี้ 1) พื้นที่ขอขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน บริเวณพื้นที่ ต.นาหนองทุ่ม อำเภอชุมแพ และตำบลดงลาน ตำบลบ้านใหม่ อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น นั้นเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงลานที่ชาวบ้านตำบลดงลานนั้น และตำบลใกล้เคียงใช้ประโยชน์ร่วมกัน แม้จะไม่ใช่ป่าชุมชนตามกฏหมาย แต่ถือได้ว่าเป็นป่าชุมชนตามวิถีของชุมชน ในฐานะที่เป็นแหล่งอาหารและแหล่งเศรษฐกิจตามฤดูกาลของชุมชนทั้ง หน่อไม้ เห็ด ไข่มดแดง หญ้าคา ร่วมทั้งพืชผักในป่าที่สร้างอาชีพและหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบ้าน หากป่าของชุมชนถูกผนวกเข้าเป็นอุทยานแห่งชาติจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ตามกฏหมาย และมีความเสี่ยงจะต้องถูกดำเนินคดีในอนาคต เพิ่มวิกฤตปัญหาความยากจนของชาวบ้านจากการขาดรายได้ และแหล่งอาหารตามธรรมชาติ ซึ่งพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติดงลานที่อยู่ติดกับพื้นที่ชุมชนดงลาน ชาวบ้านมีแผนจะขอจัดตั้งป่าชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างเตรียมการขออนุญาตตามพระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. 2562 2) การขยายพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน จะทำให้ป่าอนุรักษ์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าอยู่ติดกับชุมชนมากยิ่งขึ้น เพราะไม่มีพื้นที่กันชนระหว่างป่าอนุรักษ์กับชุมชน มีแนวโน้มทำให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างสัตว์ป่าโดยเฉพาะช้างป่า และคน มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น อีกทั้งในปัจจุบันปัญหาช้างป่าออกจากพื้นที่ป่าอนุรักษ์มาบุกรุกพื้นที่ทำกิน และที่อยู่อาศัยของชาวตำบลดงลานนั้น นับว่าเป็นวิกฤตที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างต่อเนื่อง ทั้งพื้นที่ทางการเกษตร บ้านเรือนชาวบ้านเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตจำนวน 3 คน เฉพาะในตำบลดงลาน การขยายแนวเขตอุทยานฯ จึงเป็นการขยายพื้นที่อันตรายจากสัตว์ป่ามายังชุมชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งศาลปกครองขอนแก่นได้มีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เคลื่อนย้ายช้างป่าออกจากชุมชน ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ตามที่ชาวบ้านได้ยื่นฟ้องต่อศาล 3) การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลดงลาน อำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันได้กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาเป็น “การท่องเที่ยววิถีสีชมพู” ที่เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ เป็นเอกลักษณ์ที่มีความโดดเด่น ทั้งป่าต้นน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ อีกทั้งภูเขาหินปูนที่เรียงตัวทอดยาวรอบพื้นที่ โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลดงลานนั้น พบว่ามีถ้ำและหน้าผาที่มีภาพเขียนสี กลายเป็นแหล่งโบราณคดีที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์กว่า 27 แหล่ง ที่ชาวบ้านได้สำรวจร่วมกับสำนักศิลปากรที่ 8 ขอนแก่น สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เดินทางมาท่องเที่ยว ช่วยสร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอสีชมพู จังหวัดขอนแก่น และทำให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการอนุรักษ์ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อเป็นป่านันทนาการ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยววิสาหกิจชุมชน “เที่ยววิถีสีชมพู” ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 นอกจากนั้นชุมชนยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสของกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ในระหว่างการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น เมื่อวันที่ 6-8 กรกฎาคม ในพื้นที่ตำบลดงลาน พบว่าในกระบวนการแสดงความคิดเห็นละเมิดสิทธิชุมชน โดยเจ้าหน้าที่ได้แจกกระดาษเพื่อให้ชาวบ้านกรอกข้อมูลส่วนบุคคล จากนั้นให้แสดงความเห็น หาก “เห็นชอบ” ให้ทำเครื่องหมาย หน้าช่อง “เห็นชอบ” เท่านั้น แต่ถ้ามีความประสงค์จะแสดงความเห็น “ไม่เห็นชอบ” ชาวบ้านต้องให้ความเห็นประกอบ พร้อมกับแจ้งว่าหากชาวบ้าน ทำเครื่องหมาย “ไม่เห็นชอบ” จะถูกตัดสิทธิในการแสดงความเห็น ซึ่งกระบวนการแสดงความเห็นดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิชาวบ้านในการแสดงความคิดเห็น อีกทั้งการสร้างเขื่อนไขในการแสดงความเห็นเป็นการกีดกันชาวบ้านที่มีข้อจำกัดในการเขียน กีดกันไม่ให้ชาวบ้านไม่เห็นชอบ จึงเป็นกระบวนการรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านแบบปิดปาก ขาดหลักความเป็นกลาง ชาวตำบลดงลานจึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นได้ดำเนินการดังต่อไปนี้ 1. ขอให้ตรวจสอบกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของกรมอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ภายใต้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าได้ละเมิดสิทธิชาวบ้านตำบลดงลาน ในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามกฏหมาย ด้วยการสร้างเขื่อนไขกีดกันในการแสดงความคิดเห็น ละเมิดสิทธิการมีส่วนนร่วมของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 43, 57 และ 58 ที่รับรองสิทธิของประชาชนและชุมชนในการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการรับฟังความคิดเห็นก่อนดำเนินโครงการที่จะส่งผลกระทบต่อชุมชนหรือไม่ 2. ขอให้ตรวจสอบและส่งความเห็นของชาวบ้านดำบลดงลานที่ขอยุติการขยายแนวเขตอุทยานแห่งชาติภูผาม่าน ส่งไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อชาวบ้าน และซ้ำเติมวิกฤตความเดือดร้อนต่อชุมชน 3. ขอให้ดำเนินการเร่งรัดให้เคลื่อย้ายช้างป่าออกจากแหล่งชุมชนในพื้นที่อำเภอสีชมพูตามคำสั่งศาลปกครองขอนแก่น เพื่อไม่ให้ประชาชนจังหวัดขอนแก่นต้องเสียชีวิตจากช้างป่าเพิ่มขึ้นอีก แก้ไขความเดือดร้อนชาวบ้านให้ปลอดภัยจากอันตรายของช้างป่า ซึ่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ได้แจ้งกับชุมชนว่าจะขอให้ทางกรมอุทยานแห่งชาติภูผาม่านยุติกระบวนการรับฟังความคิดเห็นกับชุมชนไปก่อน และหากจะมีการจัดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งจะต้องมีกระบวนการปรึกษาหารือร่วมกับชุมชนเพื่อออกแบบกระบวนการที่มีความโปร่งใส จากนั้นตัวแทนชาวบ้านจัดพื้นที่ตำบลห้วยม่วง บ้านซำผักหนาม ชุมชนชลประทานขอนแก่น ชาวบ้านตำบลดงลางได้ยื่นหนังสือกับรองผู้ว่าราชการจังหวัด สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 8 ขอนแก่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อให้ติดตามตรวจสอบกระบวนการต่อไป * ข่าว * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน * ขอนแก่น * กป.อพช.ภาคอีสาน
dlvr.it
July 18, 2026 at 8:18 AM
'สุชาติ' โต้อินฟลูฯ ปลุกกระแส #Saveทับลาน ย้ำชาวบ้านอยู่ก่อนประกาศเป็นอุทยาน
'สุชาติ' โต้อินฟลูฯ ปลุกกระแส #Saveทับลาน ย้ำชาวบ้านอยู่ก่อนประกาศเป็นอุทยาน auser15 Tue, 2026-06-23 - 12:45 'สุชาติ ชมกลิ่น' รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจงปมปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน หลังอินฟลูเอนเซอร์ ดารานักแสดงออกมาปลุกกระแส #Saveทับลาน ระบุอย่าเอาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่เดือดร้อนหลายหมื่นครอบครัวมาเป็นประเด็นทางการเมือง-พูดกันสนุกสนาน - วอนขอให้นึกภาพชาวบ้านหลายครอบครัวใช้ชีวิตมาหลายสิบปี จู่ ๆ ตื่นนอนมาพบว่าที่อยู่อาศัยถูกประกาศเป็นเขตอุทยาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 23 มิถุนายน 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณี ที่บรรดา อินฟลูเอนเซอร์ ดารานักแสดงออกมาปลุกกระแส Saveอุทยานแห่งชาติทับลานหลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พิจารณาปรับปรุงแนวเขต อุทยานแห่งชาติทับลาน กว่า 100,000 ไร่ คืนให้กับชาวบ้านว่า เรื่องนี้ต้องทำความเข้าใจ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำต่อเนื่องกันมาก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่ง ซึ่งเรื่องนี้เหมือนเหรียญที่มี 2 ด้าน ต้องมีข้อเท็จจริง ด้านหนึ่งเสมอ ซึ่งนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ ได้ออกมาอธิบายไปบ้างแล้ว ส่วนที่ตนอธิบายไปเสียงอาจจะไม่ดังพอ จึงต้องปล่อยให้นักวิชาการ หรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญออกมาพูดแทน แต่มุมมองของตน มองว่าอย่าเอาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่เดือดร้อน หลายหมื่นครอบครัวมาเป็นประเด็นทางการเมือง หรือประเด็นที่พูดกันสนุกสนาน และขอให้นึกภาพชาวบ้านหลายครอบครัว ที่เขานอนอยู่ดีๆ ใช้ชีวิตมาหลายสิบปี จู่ๆตื่นมา ที่ที่เขาอยู่อาศัย ถูกประกาศเป็นที่อุทยานทั้งที่อยู่มาก่อน แล้ววันนี้นายกรัฐมนตรี ได้มอบนโยบาย ให้ตนเข้ามาแก้ปัญหาให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ส่วนภาพที่แชร์กันตามโซเชียล เห็นโขลงช้าง และป่า นายสุชาติกล่าวว่า ไม่ใช่อุทยานแห่งชาติทับลาน เป็นพื้นที่อื่น จึงขออย่าสร้างความเข้าใจผิด ซึ่งพื้นที่ ที่หลายคนวิตกกังวล คือกลุ่มหมู่บ้านไทยสามัคคี ซึ่งประเด็นนี้ได้หารือ กับปลัดกระทรวงและอธิบดี รวมถึงกลุ่มผู้วิตกกังวลทั้งหมดแล้ว ที่สุดท้ายกลัวกันว่าจะยกพื้นที่ ให้กับ ส.ป.ก. ที่ส่งต่อให้กับกลุ่มนายทุนซึ่งต้องย้ำว่าส.ป.ก.ก็มีข้อบังคับ ที่จะต้องยกกรรมสิทธิ์ให้เกษตรกร โดยหลังจากนี้ 3-4 วัน จะตั้งคณะกรรมการพิจารณาเรื่องนี้ขึ้นมา เพื่อพิจารณาพิสูจน์สิทธิ ให้กับชาวบ้านจริงๆ โดยจะพิจารณาพิสูจน์เป็นรายแปลง เพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสังคม จะได้ไม่เป็นประเด็นให้เกิดความแตกแยก และในวันพรุ่งนี้ (24มิ.ย.) จะมีกลุ่มชาวบ้านมายื่นหนังสือขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่อาคารรัฐสภา "คือเราไม่ต้องการให้กลุ่มหนึ่ง ที่จะออกมาเรียกร้อง กลุ่มที่เดือดร้อนก็จะวิตกกังวล กลัวว่าตนจะกลับมติ ไม่ทำตามที่ประชุมในวันนั้น เราประชุมกันหลายคณะ ไม่ใช่ผมเสียงเดียว แล้วจะคุมได้ 8-9 เสียง ซึ่งคณะกรรมการก็มีนักวิชาการ อยู่หลายท่าน ที่มีมติเป็นเอกฉันท์ สิ่งที่ทำทั้งหมด อยากให้พี่น้องสื่อมวลชน ให้เข้าใจว่า ครอบครัวเขาเหล่านั้น ยากจนจริงๆ และตื่นขึ้นมา ประกาศว่าที่ของเขาเป็นอุทยาน เขาก็ตกใจ หรืออยู่ๆ ก็ไปอยู่ในที่ส.ป.ก. ปี 2521 พอปี 2524 ประกาศเป็น พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน กลายเป็นพวกเขาอยู่ในที่อุทยาน" นายสุชาติ กล่าว นายสุชาติ ได้ขอบคุณนักวิชาการคนหนึ่งเอามาระบุ ว่าสมัยก่อน การขีดเส้นเขต หากไม่ทำไว้ก่อน เพราะกลัวว่าจะมีการบุกรุกป่า เพราะในสมัยก่อน มีเรื่องของสัมปทานไม้ ดังนั้นดังนั้นเมื่อบ้านใดที่อยู่มาก่อนก็มาพิสูจน์สิทธิ์กัน นี่คือหลักการการบริหาร ย้ำว่าไม่ได้น้อยใจ เพราะทำให้ประชาชน เพื่อคนยากไร้จริงๆ เพราะสิ่งที่รัฐบาลสั่งการ ให้ตนให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และให้พิสูจน์พื้นที่ตามหลักการความเป็นจริง ถ้าไม่ทำวันนี้ ไม่ทำมา 50 ปี ก็ต้องรอไปอีก 50 ปี * ข่าว * การเมือง * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * สิ่งแวดล้อม * สุชาติ ชมกลิ่น * อุทยานแห่งชาติทับลาน
dlvr.it
June 23, 2026 at 5:47 AM
Land Watch ย้ำ 1.5 แสนไร่ 'ทับลาน' แก้ปัญหารัฐขีดเส้นอุทยานฯ ทับที่ประชาชน
Land Watch ย้ำ 1.5 แสนไร่ 'ทับลาน' แก้ปัญหารัฐขีดเส้นอุทยานฯ ทับที่ประชาชน Pazzle Wed, 2026-06-17 - 16:19 หลังบอร์ดอุทยานฯ มีมติปรับแนวเขต "ทับลาน" เฉือน 1.5 แสนไร่ให้ ส.ป.ก. กลุ่ม Land Watch THAI จับตาปัญหาที่ดิน ระบุ 1.5 แสนไร่ทับลานนี้ เรียกว่าเฉือนไม่ได้ แต่เป็นการแก้ปัญหาความผิดพลาดรัฐที่ขีดเส้นอุทยานฯ ทับที่ชาวบ้านที่อยู่มาก่อนในพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรให้ทำกินและอยู่อาศัยตั้งแต่ พ.ศ. 2519 ก่อนที่กรมป่าไม้จะประกาศตั้งอุทยานแห่งชาติทับลานขึ้นมา และขีดเส้นทับที่ ส.ป.ก. และที่ดินที่รัฐเคยจัดสรรให้ชาวบ้านอยู่ จนเกิดเป็นคดีบุกรุกป่าที่ชาวบ้านหลายคนถูกจับกุม การตีเส้นใหม่แนวเขตใหม่คือการ "คืนความถูกต้อง" ไม่ใช่การแจกป่า   17 มิ.ย. 2569 Land Watch THAI จับตาปัญหาที่ดิน เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 2569 คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ประชุมพิจารณาเรื่องการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน จ.ปราจีนบุรี นครราชสีมา และ สระแก้ว ตามมติคณะรัฐมนตรี 14 มี.ค. 2566 จำนวน 265,286 ไร่ โดยการพิจารณาดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความทับซ้อน ระหว่างพื้นที่อนุรักษ์กับพื้นที่ทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน  โดยพื้นที่เพิกถอน แบ่งเป็น 5 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เนื้อที่ประมาณ 53,416 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ เนื่องจากประชาชนได้รับสิทธิตามกฎหมายแล้ว กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคีตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2520 เนื้อที่ประมาณ 8,328 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. บริหารจัดการ กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.)ตามมติคณะรัฐมนตรี ปี 2535 เนื้อที่ประมาณ 87,500 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ โดยพื้นที่ที่ยังไม่ได้ออกเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ให้พิจารณาเป็น ส.ป.ก. แปลงรวมตามแนวทาง คทช. กลุ่มที่ 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง พื้นที่กลุ่มนี้มี เนื้อที่ประมาณ 109,420 ไร่ คณะกรรมการเห็นควรให้คงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน โดยใช้มาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 เพื่อพิสูจน์สิทธิของประชาชนที่ครอบครองมาก่อนการประกาศอุทยานฯ ซึ่งมีการสำรวจไว้แล้วประมาณ 5,200 ราย และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่รอนสิทธิของประชาชนรายอื่นที่ประสงค์ขอพิสูจน์สิทธิ กลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุสนามฝึกซ้อมรบ เนื้อที่ประมาณ 6,621 ไร่ เห็นควรเพิกถอนอุทยานแห่งชาติให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ในราชการทหาร และในขณะเดียวกันเตรียมการขยายเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เนื้อที่ประมาณ 86,966 ไร่ โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ร่วมกับกรมป่าไม้ สำรวจความเหมาะสมในพื้นที่ขยายเพิ่ม หลายคนเลยตั้งคำถามว่า ทำไมจู่ ๆ ถึงต้องมีการเพิกถอนพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานกว่า 1.5 แสนไร่? นี่คือการ "เฉือนป่า" หรือไม่?  Land Watch THAI ระบุ หากย้อนดูไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ จะพบว่าแท้จริงแล้วปัญหาไม่ได้เกิดจากชาวบ้านบุกรุกป่า แต่เกิดจากการ "ขีดเส้นแผนที่ทับซ้อนกัน" ของหน่วยงานรัฐในอดีตต่างหาก แล้วจะเรียกว่าเฉือนได้อย่างไร เพราะเมื่อมาย้อนดูกันจะพบว่า ปัญหามันซับซ้อนมาก พ.ศ. 2519 - 2520 รัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายให้หน่วยงานรัฐ (กรมป่าไม้, ส.ป.ก., และหน่วยงานความมั่นคง) นำ "พื้นที่ป่าสงวนเสื่อมโทรม" (จากการให้สัมปทานตัดไม้จนเตียนโล่ง) มาจัดสรรให้ชาวบ้านทำกินและอยู่อาศัย เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและเหตุผลทางความมั่นคง (เช่น โครงการหมู่บ้านไทยสามัคคี) พ.ศ. 2524 กรมป่าไม้ประกาศตั้ง "อุทยานแห่งชาติทับลาน" ขึ้นมา แต่เส้นแนวเขตอุทยานฯ ที่ขีดขึ้นนั้น ดันไป "ทับซ้อน" กับพื้นที่ที่ ส.ป.ก. และหน่วยงานอื่นเคยจัดสรรให้ชาวบ้านอยู่ไปก่อนแล้ว ทำให้ชาวบ้านกลายเป็นผู้บุกรุกป่าโดยไม่รู้ตัว พ.ศ. 2540 - 2543 รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาแนวเขตทับซ้อน โดยในปี 2543 กรมป่าไม้ร่วมกับชาวบ้านและหน่วยงานท้องถิ่น ได้เดินสำรวจ รังวัด และฝังหลักเขตใหม่ร่วมกัน ตามสภาพความเป็นจริง (แนวเขตปี 2543) เพื่อกันพื้นที่ชุมชนออกจากป่า พ.ศ. 2545 มีการตั้ง "กรมอุทยานฯ" ขึ้นมาใหม่ และมีนโยบายให้กลับไปยึดเส้นแนวเขตเดิมปี 2524 (เส้นที่ทับซ้อน) นำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีกับชาวบ้านครั้งใหญ่ในปี 2554 สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก จนกระทั่ง พ.ศ. 2566 - ปัจจุบัน รัฐบาลผลักดันโครงการ One Map เพื่อทำแผนที่ฉบับเดียวที่ทุกหน่วยงานยอมรับ โดย ครม. มีมติเมื่อ 14 มี.ค. 2566 ให้ ยึดแนวเขตที่สำรวจร่วมกันในปี 2543 เป็นหลัก  คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ได้รับเรื่องร้องเรียนจากมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และสมาคมอุทยานแห่งชาติ แสดงความกังวลต่อการปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 เนื่องจากจะมีการเพิกถอนพื้นที่อุทยานเป็นจำนวนถึง 265,000 ไร่ และเรื่องร้องเรียนจากราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาพิพาทที่ดินแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรี สนับสนุนให้เร่งแก้ไขแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมาธิการฯ ได้นำเรื่องเข้าสู่วาระพิจารณาจำนวน 2 ครั้ง ได้แก่ ในการประชุมครั้งที่ 35 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2567 และ ในการประชุมครั้งที่ 38 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 คณะกรรมาธิการฯ มองว่า กรมอุทยานฯ ละเลยการประกาศใช้แนวเขตปี 2543 ที่ทุกฝ่ายเคยตกลงกันไว้ ทำให้ปัญหาบานปลาย จึงเสนอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งรัดกรมอุทยานฯ ให้ปรับแนวเขตตามเส้นปี 2543 (ตามมติ ครม. 14 มี.ค. 2566) เพื่อยุติความเดือดร้อนของชาวบ้าน ส่วนเรื่องคดีความรุกป่านั้น เป็นเรื่องดุลพินิจของศาลที่ต้องว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ไม่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาแนวเขตนี้ การปรับแนวเขตทับลาน ไม่ใช่การยกป่าสมบูรณ์ให้เอกชน แต่คือการ "แก้ความผิดพลาดของรัฐ" ที่ดันไปขีดเส้นอุทยานฯ ทับที่ดินที่รัฐเคยจัดสรรให้ชาวบ้านอยู่มาก่อน เพื่อคืนความถูกต้องและยุติปัญหาที่ยืดเยื้อมานานกว่า 40 ปี ความจริงในทับลาน 1. พื้นที่ที่ถูกปรับลดแนวเขต (ประมาณ 1.5 แสนไร่) ไม่ใช่ป่าสมบูรณ์ แต่เป็นพื้นที่ชุมชน หมู่บ้าน และพื้นที่เกษตรกรรม ที่รัฐบาลในอดีตจัดสรรให้ประชาชนเข้ามาอยู่อาศัยเพื่อความมั่นคง (เช่น โครงการหมู่บ้านไทยสามัคคี หรือ ส.ป.ก.) ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2518 – 2520 ปัญหาคือ รัฐมาขีดเส้นประกาศตั้ง "อุทยานแห่งชาติทับลาน" ในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งไป "ทับ" ที่ทำกินของชาวบ้านที่รัฐจัดสรรให้ไปก่อนหน้านี้แล้ว 2. การตีเส้นใหม่ คือการ "คืนความถูกต้อง" ไม่ใช่การแจกป่า การปรับปรุงแนวเขตในแผนที่ เป็นการ "กัน" พื้นที่ชุมชนเดิมออกจากเขตอุทยานฯ เพื่อแก้ความผิดพลาดของรัฐในอดีต ทำให้ชาวบ้านที่อยู่มาก่อนอย่างถูกต้อง ไม่ต้องกลายเป็น "อาชญากรบุกรุกป่า" และสามารถเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สิทธิรับเอกสารทำกิน (ส.ป.ก.) ได้ตามกฎหมาย การปรับแผนที่ครั้งนี้ คณะกรรมการอุทยานฯ ยืนยันแล้วว่า ไม่กระทบต่อสถานะมรดกโลก (กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่) ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ยังคงได้รับการปกป้องดูแลอย่างเข้มงวดเช่นเดิม หลายคนกังวลว่าแก้แผนที่แล้วนายทุนรีสอร์ตจะได้ประโยชน์? ข้อมูลระบุชัดเจนว่า การปรับแนวเขตนี้ให้สิทธิเฉพาะราษฎรในพื้นที่เป้าหมายเดิมเท่านั้น กลุ่มทุน เอกชน หรือผู้ที่บุกรุกป่าใหม่ จะไม่ได้รับสิทธิใด ๆ ทั้งสิ้น และยังคงถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด กรณีการปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ไม่ใช่การ "เฉือนป่าสมบูรณ์ไปแจกนายทุน" อย่างที่หลายคนกังวล แต่คือการ "สางปมความผิดพลาดในอดีต" ที่รัฐขีดเส้นแผนที่ไปทับซ้อนที่ทำกินของประชาชนที่รัฐเองเป็นผู้จัดสรรให้อยู่มาก่อน คืนสิทธิและความเป็นธรรมให้ชาวบ้านดั้งเดิม ไม่ต้องเป็นอาชญากรบุกรุกป่าโดยไม่ตั้งใจ ดักทางกลุ่มทุนและผู้บุกรุกรายใหม่ เพราะรัฐยืนยันชัดเจนว่า ผู้กระทำผิดจะยังคงถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น ยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อกว่า 40 ปี ทำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไม่ต้องเสียเวลากับข้อพิพาทเรื่องแนวเขตอีกต่อไป และสามารถทุ่มเทสรรพกำลังไปกับการปกป้อง "ป่าทับลานของจริง" ให้เป็นมรดกโลกที่อุดมสมบูรณ์ต่อไปได้อย่างเต็มที่     * ข่าว * การเมือง * สิทธิมนุษยชน * สิ่งแวดล้อม * อุทยานแห่งชาติทับลาน * Land Watch Thai * เขตอุทยานทับที่ทำกิน
dlvr.it
June 17, 2026 at 9:25 AM
คุ้มครองสิทธิฯ ชาว อ.วังน้ำเขียว ถูกดำเนินคดีจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน
คุ้มครองสิทธิฯ ชาว อ.วังน้ำเขียว ถูกดำเนินคดีจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน auser15 Sat, 2026-04-25 - 14:21 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ประสานการคุ้มครองสิทธิฯ กรณีประชาชนในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ถูกดำเนินคดีจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เหตุรัฐปรับปรุงแนวเขตที่ดินล่าช้า เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โดยนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ และ นางสาวศยามล  ไกยูรวงศ์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ แถลงข่าวเด่นประจำสัปดาห์ ครั้งที่ 14/2569 โดยมีวาระสำคัญดังนี้ กสม. ประสานการคุ้มครองสิทธิฯ กรณีประชาชนในพื้นที่ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ถูกดำเนินคดีจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เหตุรัฐปรับปรุงแนวเขตที่ดินล่าช้า นายวสันต์  ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ร้องรายหนึ่ง เมื่อเดือนกันยายน 2568 ระบุว่า ผู้ร้องอาศัยอยู่ในพื้นที่ตำบลไทยสามัคคี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติทับลานและทับซ้อนกับแนวเขตปฏิรูปที่ดินของสำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตามแนวเขตปี 2543 โดยผู้ร้องถูกดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ซึ่งศาลจังหวัดนครราชสีมามีคำพิพากษาว่า ผู้ร้องกระทำความผิดตามกฎหมายดังกล่าว มีโทษจำคุก 2 ปี 6 เดือน โดยโทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี ให้ย้ายและรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่และชำระค่าเสียหายราว 500,000 บาท ผู้ร้องเห็นว่า หากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) (ผู้ถูกร้อง) เร่งแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนภายใน 1 ปี ศาลจะพิจารณาข้อมูลใหม่ ซึ่งอาจส่งผลต่อรูปคดีและทำให้ผู้ร้องพ้นผิด ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมิได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ผู้ร้องและบุคคลอื่น ๆ ที่ถูกดำเนินคดีได้รับผลกระทบทั้งร่างกายและจิตใจและบางรายเสียชีวิต จึงขอให้ตรวจสอบความล่าช้าในการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 กรณีการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ (One Map) พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน กสม. เห็นว่า เรื่องร้องเรียนดังกล่าวควรประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เบื้องต้นจึงประสานไปยัง สคทช. ปรากฏว่า คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อศึกษากำหนดแนวทางมาตรการเร่งรัดการปรับปรุงแนวเขตที่ดินของรัฐและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน และมีมติเห็นชอบแผนการรับฟังความคิดเห็นใหม่ (เพิ่มเติม) โดยให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดรับฟังความคิดเห็นชุมชนรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเพิ่มเติม ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดปราจีนบุรี โดยจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น 15 ตำบล ในท้องที่อำเภอเสิงสาง ครบุรี ปักธงชัย และวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี และกรุงเทพมหานคร รวมทั้งจัดเวทีสื่อสารสาธารณะในรูปแบบต่าง ๆ ต่อมา คทช. ในคราวประชุมครั้งที่ 3/2568 เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 มีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและมอบหมายให้ผู้ถูกร้องจัดทำรายงานสรุปผลการรับฟังความเห็น เสนอกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการต่อไป ส่วนกรณีการดำเนินคดีกับประชาชน คชท. คณะอนุกรรมการอิสระฯ ได้ มีหนังสือ ด่วนที่สุด ถึงอัยการสูงสุด ขอความร่วมมือพิจารณางดการอุทธรณ์คดีที่จำเลยรับสารภาพในคดีที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา และมีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอความร่วมมือชะลอการบังคับคดีที่ยังมีข้อพิพาทหรืออยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 รวมทั้งมีหนังสือด่วนที่สุดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอความร่วมมืองดการเสนอหมายบังคับคดีต่อศาลในช่วงที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงแนวเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ด้วย อย่างไรก็ดี กสม. เห็นว่า การดำเนินคดีกับประชาชนอาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงในพื้นที่และแนวนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จึงขอให้ สคทช. ผู้ถูกร้องรวบรวมข้อมูลคดีที่อยู่ระหว่างดำเนินการของพนักงานสอบสวน ส่งให้สำนักงาน กสม. พิจารณามีความเห็นถึงอัยการสูงสุด เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการพิจารณาสั่งคดีตามหน้าที่และอำนาจต่อไป ทั้งนี้ ตามมาตรา 21 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ. 2553 ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 พิจารณาแล้วเห็นว่า คทช. มีมติรับทราบผลการรับฟังความคิดเห็นและได้ส่งรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าวไปยังปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้ว จึงเป็นกรณีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อแก้ไขปัญหาตามสมควรแก่กรณีแล้ว อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน กสม. จะมีหนังสือถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในฐานะฝ่ายเลขานุการให้เร่งรัดเสนอรายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นชุมชนรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติเพื่อพิจารณาตามหน้าที่และอำนาจ ในส่วนคดี เมื่อสำนักงาน กสม. ได้รับข้อมูลทางคดีแล้ว จะมีหนังสือแจ้งความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการใช้ดุลพินิจของพนักงานอัยการในการพิจารณาสั่งคดีตามหน้าที่และอำนาจต่อไป * ข่าว * สังคม * สิทธิมนุษยชน * คุณภาพชีวิต * คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ * กสม. * วังน้ำเขียว * นครราชสีมา * อุทยานแห่งชาติทับลาน
dlvr.it
April 25, 2026 at 7:27 AM
เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.ครบุรี จ. นครราชสีมา
เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.ครบุรี จ. นครราชสีมา auser15 Sat, 2025-08-16 - 07:44 เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียชุมชนที่เกี่ยวข้องและประชาชน ในการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.ครบุรี จ. นครราชสีมา ที่มาภาพ: NBT Connext NBT Connext รายงานว่า  เมื่อ 15 สิงหาคม 2568 นายพีรวัฒน์ ธีระวัฒนา นายอำเภอครบุรี เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชน ในการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน (เพิ่มเติม) ของตำบลโคกกระชาย  และตำบลลำเพียก อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเรื่องร้องทุกข์ที่ดินและทรัพยากรดิน คณะทำงานและเลขานุการฯ และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ นายประวัติศาสตร์ จันทร์เทพ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน และเจ้าหน้าที่หน่วยงานท้องที่ท้องถิ่น อำเภอครบุรี เข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว ณ ศาลาวัดบ้านโกรกสำโรง ตำบลครบุรี อำเภอครบุรี จังหวัดนคราชสีมา ทั้งนี้ การเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน พร้อมทั้งชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) และแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน * ข่าว * สังคม * คุณภาพชีวิต * สิ่งแวดล้อม * อุทยานแห่งชาติทับลาน * ครบุรี * นครราชสีมา
dlvr.it
August 16, 2025 at 12:47 AM
กมธ.ที่ดินเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องชี้แจงปมปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ขณะที่ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ตั้งข้อสังเกตเรื่องการจัดการที่ดิน การใช้ประโยชน์พื้นที่ และความโปร่งใสของภาครัฐ
#themainstreamth #saveทับลาน #อุทยานแห่งชาติ
themainstream.news/thailand/185...
กมธ.ที่ดินถกปมทับลาน ชัยวัฒน์ตั้งข้อสังเกตการปรับแนวเขตอุทยาน ห่วงปัญหาที่ดินเอื้อนายทุน
กมธ.ที่ดินเชิญหน่วยงานเกี่ยวข้องชี้แจงปมปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ขณะที่ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ตั้งข้อสังเกตเรื่องการจัดการที่ดิน การใช้ประโยชน์พื้นที่ และความโปร่งใสของภาครัฐ
themainstream.news
June 25, 2026 at 7:08 AM
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ชี้แจงมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนอุทยานแห่งชาติทับลาน 155,865 ไร่ ยืนยันไม่เอื้อนายทุนรีสอร์ต พร้อมเร่งพิสูจน์สิทธิผู้ครอบครองกว่า 5,200 รายภายใน 6 เดือน
#สุชาติชมกลิ่น #ทับลาน #กระทรวงทรัพย์
themainstream.news/politics/184...
สุชาติแจงมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนทับลาน 1.55 แสนไร่ ย้ำช่วยชาวบ้านยากไร้ พร้อมตรวจสอบเข้มงวด
รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ชี้แจงมติเพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนอุทยานแห่งชาติทับลาน 155,865 ไร่ ยืนยันไม่เอื้อนายทุนรีสอร์ต พร้อมเร่งพิสูจน์สิทธิผู้ครอบครองกว่า 5,200 รายภายใน 6 เดือน
themainstream.news
June 16, 2026 at 8:51 AM
‘สุชาติ’ เอาแน่ จัดการกลุ่มทุนซื้อพื้นที่ป่าทับลานทำธุรกิจ ขอให้สิทธิชาวบ้านพิสูจน์ที่อยู่อาศัย

สามารถติดตามต่อได้ที่ : dailynews.co.th/news/5988139/
#สุชาติชมกลิ่น #อุทยานแห่งชาติทับลาน
#ข่าว #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
June 30, 2026 at 7:14 AM
ทับลานเดือด! ‘เสี่ยเฮ้ง’ ส่งทนายแจ้งเอาผิด ‘นักกีฬาสกี-อิงฟ้า’ ปม ‘กินป่า’

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5973777/
#สุชาติชมกลิ่น #อุทยานแห่งชาติทับลาน
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
June 25, 2026 at 4:48 AM
ทับลานเดือด! ‘เฮ้ง’ รับหนังสือชาวบ้านฝ่ายหนุนก่อนฝ่าวงล้อมเดินหนี ‘กลุ่ม Saveทับลาน’ 

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5971348/
#สุชาติชมกลิ่น #อุทยานแห่งชาติทับลาน
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
June 24, 2026 at 9:00 AM
“ทับลาน” ทำไมปัญหาจึงยืดเยื้อมานานกว่า 40 ปี

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5967485/
#อุทยานแห่งชาติทับลาน #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
June 23, 2026 at 9:15 AM
‘สุชาติ’เคลียร์ปมปรับแนวเขต ‘อุทยานแห่งชาติทับลาน’ หลังอินฟลูฯ ปลุกกระแส Save ยันไม่ได้ ‘เอื้อนายทุน’ทำเพื่อคนจน

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5967619/
#สุชาติชมกลิ่น #อุทยานแห่งชาติทับลาน
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
June 23, 2026 at 9:08 AM
‘พงศา ชูแนม’ ตอก ‘ทราย สก๊อต’ ปม ‘Saveทับลาน’ บอกอย่าสาระแนเรื่องนี้มันไม่เท่หรอกครับ!

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5965022/
#อุทยานแห่งชาติทับลาน #saveทับลาน
#ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
June 22, 2026 at 8:43 AM
‘หนูนา กัญจนา’ โพสต์เศร้าใจอยากมีพลังโอบกอดผืนป่า ‘ทับลาน-เขาสิบห้าชั้น’

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5961302/
#กัญจนาศิลปอาชา #อุทยานแห่งชาติทับลาน
#ข่าว #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
June 20, 2026 at 6:19 AM
หัวหน้าอุทยานฯ ทับลาน ออกประกาศด่วนที่สุด! สยบข่าวลือเพิกถอนป่า

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5957970/
#อุทยานแห่งชาติทับลาน #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
June 19, 2026 at 3:54 AM
สรุปประเด็นปรับแนวเขต "ป่าทับลาน" เพิกถอนพื้นที่ทับซ้อนกว่า 1.5 แสนไร่ แก้ปมขัดแย้งเรื้อรังยาวนานหลายสิบปี เดินหน้าแจกสิทธิ์ ส.ป.ก. แก่เกษตรกรตัวจริง แต่ทางออกนี้แก้ปัญหาป่าทับซ้อนหรือเอื้อกลุ่มทุนกันแน่?
.
#อุทยานแห่งชาติทับลาน #ทับลาน #สปก
#เดลินิวส์ออนไลน์
www.dailynews.co.th/news/5949995/
June 16, 2026 at 10:44 AM
มติบอร์ดอุทยานฯ ปรับแนวเขต "ทับลาน" เฉือน 1.5 แสนไร่ให้ ส.ป.ก. ย้ำคดีรุกป่าเดินหน้าต่อ

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5946761/
#ทับลาน #กรมอุทยานแห่งชาติ
#ข่าว #ข่าววันนี้ #เดลินิวส์ออนไลน์
June 15, 2026 at 7:54 AM