#วิกฤตน้ำมัน
วิกฤตน้ำมัน ดูซ้ำรอยเดียวกับวิกฤตโควิดจังว่ะ แล้วเกิดในยุคคนๆเดียวกัน
มันก็ฆ่าคนตายได้ คนป่วยจะเดินทางไปรพยังไง ห้ามทำให้ครอบครัวไม่ได้เจอกัน ตัดขาดคนจากโลกภายนอก โอกาสก็น้อยนิดอยู่แล้วก็น้อยลงอีก จากความเหลื่อมล้ำ ขยับตัวอะไรก็ลำบาก คิดหนักแล้วคิดหนักอีก
March 24, 2026 at 1:28 AM
เห็นคนทวิตว่าในสภาวะสงครามแบบนี้ นาซ่าเลือกที่จะส่งคนไปดวงจันทร์ นี่เหมือนเรากลับไปใช้ชีวิตช่วงสงครามเย็นเลย อ่านจบคือเจ็บจี๊ดมาก ถ้าไม่มีสงคราม วิกฤตน้ำมัน ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ผู้น้ำประเทศโกงกิน เราคงมีความสุขกับการเห็นมนุษย์เดินทางไปดวงจันทร์มากกว่านี้ 🥲
April 2, 2026 at 1:22 AM
จากปัญหาน้ำมันตอนนี้ ไม่รู้วิกฤตจริงหรือปั่นกระแส (ก็นะรัฐบาลและองค์กรทั้งหลายน่าไว้ใจตรงไหน) เลยตัดสินใจไม่ได้ว่าจะไปหาพ่อกับแม่ที่ ตจว ดีมั้ยช่วงหยุดยาว ว่าจะไปรถไฟแล้วพ่อขับรถมารับที่สถานี ไกลนิดหน่อยเพราะจังหวัดที่อยู่รถไฟไม่ผ่าน นี่ไม่ไหวนั่งบัสจริงๆ แต่ก็กลัวพ่อลำบากเรื่องหาน้ำมันขับมารับอีก ขนส่งสาธารณะดีๆครอบคลุมๆ มันมีไม่ได้หรอ ห้ามเจริญ? คือถ้าไม่เริ่มแล้วจะอีกเมื่อไหร่ 😤
March 23, 2026 at 3:19 PM
ชอบทวิตที่บอกปีนี้มันมีทั้งวิกฤตน้ำมัน เศรษฐกิจเลวร้าย สงครามงี่เง่า ปธน.เมกาเหี้ยๆ แล้วนาซายังส่งคนไปดวงจันทร์อีก เราย้อนอดีตกลับไปทศวรรษที่70รึปะ เออ ถูก555555555555555
April 2, 2026 at 5:09 AM
ขอบคุณผู้สนับสนุนทุกท่าน ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ นวดมา 16 ปี ไม่เคยมีช่วงว่างงานเลยค่ะ มีงานตลอดไม่ว่าจะเจอวิกฤตอะไรก็ตาม เก็บประสบการณ์เพื่อใช้ในการนวดให้ลูกค้าประทับใจที่สุดค่ะ ✨

ID aurafin222 / aura222
นวดรามอินทรา คิวนวดเยอะมาก จองล่วงหน้านะคะ 🍀

#หมอนวดอิสระ #massage #นวดรามอินทรา #นวดกษัย #นวดกษัยแท้ #นวดลาดพร้าว #นวดนอกสถานที่ #นวดน้ำมัน
September 11, 2025 at 5:17 AM
วันแรกที่มีข่าวเรื่องน้ำมัน ปั๊มในจังหวัดวุ่นวายมาก บางปั๊มรถต่อแถวออกมานอกถนนใหญ่ยาวเกือบกิโล ถามว่าแตกตื่นไหม ก็คงใช่ แต่ชาวบ้านเขาไม่มีทางเลือกอื่นเลยนอกจากเริ่มที่ตัวเอง เพราะหากถึงคราววิกฤต (ซึ่งก็มีให้เห็นมานับไม่ถ้วน) คนตัวเล็กตัวน้อยเขาถึงขั้นอดตายกันได้จริงๆ ส่วนพวกตัวใหญ่ที่กระหายสงครามก็ไม่เคยต้องเสียอะไรเลย
March 15, 2026 at 1:24 AM
รัฐบาลทรัมป์ผ่อนปรนมาตรฐานประหยัดน้ำมัน (CAFE) เหลือเฉลี่ยราว 34.9 ไมล์/แกลลอน ปี 2031 (ต่ำกว่าเป้าหมายไบเดนมาก) เพื่อลดแรงกดดันผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและลดราคาขายรถ

ผู้ผลิตสนับสนุน แต่กลุ่มสิ่งแวดล้อมคัดค้านว่าจะเพิ่มมลพิษและใช้น้ำมันมากขึ้น ท่ามกลางราคาน้ำมันพุ่งจากวิกฤตอิหร่าน
September 29, 2026 at 2:27 AM
Thailand has lifted its informal fuel price cap and is allowing prices to rise with global markets after a sharp increase triggered panic buying and surging demand amid the escalating Middle East crisis.

#Thailand #Diesel #Oil #น้ำมัน #น้ำมันดีเซล #วิกฤตน้ำมัน
Thailand Drops Fuel Price Cap as Demand Surges Following Sharp Hike
Thailand will allow fuel prices to rise in line with global markets, senior officials said on March 24, after a sharp increase in retail prices and a surge in demand driven by panic buying amid the Middle East crisis. Prime Minister Anutin Charnvirakul said the government would no longer cap diesel prices, abandoning an earlier signal that prices would be held below 33 baht per litre.
www.thaienquirer.com
March 24, 2026 at 12:08 PM
กบน. ขยับดีเซลและกลุ่มเบนซิน 6 บาท/ลิตร รับมือวิกฤตสู้รบตะวันออกกลางดันราคาตลาดโลกพุ่ง เร่งเพิ่มสภาพคล่องกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หลังประมาณการฐานะกองทุนติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท แบกหนี้เดือนละ 80,344 ล้านบาท

t.dailynews.co.th/news/5721619/
#ราคาน้ำมัน #น้ำมันดีเซล #กองทุนน้ำมัน
March 25, 2026 at 4:17 PM
Authorities investigating suspected fuel hoarding say they have uncovered multiple irregularities in the oil supply chain, including 11,067 tanker trucks with abnormal routes, delayed fuel distribution and questionable depot activity.

#Thailand #น้ำมัน #วิกฤตน้ำมัน #กักตุนน้ำมัน
Probe Tracks 11,067 Tanker Trucks as Authorities Uncover Multiple Irregularities in Fuel Supply Chain
Authorities investigating suspected fuel hoarding have begun tracing the movements of 11,067 oil tanker trucks and uncovered several irregularities across the fuel supply chain, including diverted deliveries, delayed fuel distribution and possible false reporting of fuel stocks, the justice minister said on April 8. Speaking at the Ministry of Justice, the minister said the investigation forms part of government measures ordered by the prime minister to address and prevent fuel shortages.
www.thaienquirer.com
April 8, 2026 at 11:56 AM
Thai authorities have launched a nationwide investigation after uncovering a 57-million-liter discrepancy in oil shipments, exposing suspected stockpiling, smuggling, and profiteering across the fuel supply chain.

#Thailand #Oil #OilPrice #สงครามตะวันออกกลาง #น้ำมัน #วิกฤตน้ำมัน #กักตุนน้ำมัน
57 Million Liters of Oil Discrepancy Sparks Nationwide Crackdown in Thailand
57 million liters of oil unaccounted for in southern Thailand has triggered a sweeping government crackdown on suspected stockpiling, smuggling, and profiteering networks, with authorities escalating the case into a special investigation and vowing decisive legal action. At Government House on April 3, Justice Minister Pol Lt Gen Rutthapon Naowarat said an inspection into oil transport operations in Surat Thani found that 217 million liters of oil were shipped from depots across 96 tanker trips to six destinations, but only 160 million liters reached their endpoints—leaving 57 million liters missing during transit.
www.thaienquirer.com
April 3, 2026 at 7:00 AM
#พิพัฒน์รัชกิจประการ รับพรุ่งนี้ขึ้นเบนซิน-ดีเซล อั้นเพดานดีเซลไม่เกิน 33 บาทต่อลิตร เผย #กองทุนน้ำมัน ติดลบหมื่นล้านกู้ได้แค่ 4 หมื่นล้าน รอมีรัฐบาลใหม่ คลังเซ็นค้ำประกัน ย้ำน้ำมันไม่ขาดมีนอกอ่าวอีก รอดีลน้ำมันรัสเซีย..
.
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ www.dailynews.co.th/news/5694173/
#วิกฤตน้ำมัน #ราคาน้ำมัน #น้ำมันหมด
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
March 17, 2026 at 9:33 AM
ด่วน! "เอกนิติ" นั่งหัวโต๊ะแถลง บ่ายสี่โมงวันนี้ ลุ้นเคาะลดภาษีน้ำมัน-อุ้มค่าครองชีพ ลุ้นมาตรการช่วยประชาชนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5735487/
#เอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศ #ภาษีน้ำมัน #บัตรคนจน
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
ลุ้นวันนี้! "เอกนิติ" นั่งหัวโต๊ะประชุม เคาะลดภาษีน้ำมัน-แจกบัตรคนจนเพิ่ม | เดลินิวส์
ด่วน! "เอกนิติ" นั่งหัวโต๊ะแถลง บ่ายสี่โมงวันนี้ ลุ้นเคาะลดภาษีน้ำมัน-อุ้มค่าครองชีพ ลุ้นมาตรการช่วยประชาชนรับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
www.dailynews.co.th
March 31, 2026 at 1:56 AM
เรือขนน้ำมันมีขนาดใหญ่แค่ไหนเมื่อเทียบกับสิ่งของต่างๆ
.
เรือขนน้ำมันไทย ที่บรรทุกน้ำมันได้ราว 2 ล้านบาร์เรล ยาวประมาณ 330 เมตร ใหญ่กว่าหลายสิ่งในชีวิตประจำวัน เช่น ยาวกว่ารถยนต์ต่อกัน 73 คัน ยาวกว่าเครื่องบิน Boeing 747-8 ถึง 4 เท่า และยาวพอ ๆ กับสนามฟุตบอล 3 สนามต่อกัน
.
อ่านต่อแบบเต็มๆที่เวป postjung คลิ๊ก shurl.one/z1msf2zwbz14...

#เรือขนน้ำมัน #วิกฤตน้ำมัน
April 9, 2026 at 2:05 PM
นักวิชาการทีดีอาร์ไอเสนอตรึงราคาค่าไฟชั่วคราว ป้องกัน “ดับเบิลช็อก” ซ้ำเติมค่าครองชีพพุ่ง
นักวิชาการทีดีอาร์ไอเสนอตรึงราคาค่าไฟชั่วคราว ป้องกัน “ดับเบิลช็อก” ซ้ำเติมค่าครองชีพพุ่ง auser15 Sun, 2026-03-29 - 12:41 นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุวิกฤตน้ำมันหนักกว่าทุกครั้ง ชี้ปรับ 6-8 บาท เป็นแค่การขึ้นบันไดขั้นแรก ชี้กองทุนน้ำมันเปราะบางเพราะถูกใช้เป็นเครื่องมือประชานิยม แนะทบทวนราคาหน้าโรงกลั่นเลิกอิงตลาดสิงคโปร์ เสนอตรึงราคาค่าไฟชั่วคราว ไม่ให้ประชาชนเกิด “ดับเบิลช็อก” ซ้ำเติมค่าครองชีพพุ่ง 29 มีนาคม 2569 สำนักข่าวไทย รายงานว่า ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการนโยบายพลังงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวถึงการบริหารจัดการในสถานการณ์วิกฤตพลังงานหลังจากปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซินว่า การปรับราคาครั้งเดียวในอัตรา 6-8บาทเป็นการบริหารจัดการที่ไม่ค่อยถูกต้อง แม้ว่าจะเห็นด้วยกับการปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามกลไกตลาดแต่จะต้องมีการบริหารจัดการที่ดี เช่น ทยอยปรับขึ้นราคาตั้งแต่เกิดปัญหาราคาน้ำมัน แต่ภาครัฐกลับมีการตรึงราคาตั้งแต่แรกทำให้เป็นภาระของกองทุนน้ำมัน เมื่อถึงวันที่ไม่สามารถต้านทานได้แล้วจึงต้องปล่อยให้มีการปรับทีเดียว 6-8 บาท ซึ่งกรณีเช่นนี้ไม่ได้เป็นมาตรฐานที่นานาประเทศทำกัน หรือหากจะมีการปรับขึ้นในอัตราที่สูงเช่นนี้ก็จะมีการประกาศแจ้งล่วงหน้า เพื่อที่จะให้ประชาชน และผู้ประกอบการได้มีการเตรียมตัวจัดการต้นทุนเพื่อที่จะได้ไม่ให้กระทบกับการดำเนินชีวิตของประชาชนมากจนเกินไป “ภาครัฐบอกว่าให้เป็นไปกลไกตลาด คำว่ากลไกตลาดของภาครัฐก็อยากจะทราบเหมือนกันว่าหมายถึงราคาที่แท้จริง ที่ไม่มีกองทุนน้ำมันเข้าไปสนับสนุนหรือไม่ หรือยังมีกองทุนเข้ามาสนับสนุนบางส่วน ซึ่งถ้าเป็นไปตามกลไกตลาดที่ไม่มีกองทุนเลย ก็แปลว่า 6 บาท 8 บาทที่เห็นกันอาจจะเป็นเพียงบันไดขั้นแรกเท่านั้น และจะมีการขึ้นบันไดในขั้นต่อ ๆ ไปอีกหากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย แต่ถ้ายังใช้กองทุนเข้ามาช่วยเหลืออยู่ก็อาจจะมีเพดานที่ภาครัฐต้องเข้ามาดูแลไม่ให้กระทบกับประชาชนมากไปนัก” นักวิชาการทีดีอาร์ไอระบุ ดร.อารีพร กล่าวถึงสถานะกองทุนน้ำมันของไทยว่า มีความเปราะบาง ไม่มั่นคงมาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากว่าที่ผ่านมาไทยใช้กองทุนน้ำมันผิดวัตถุประสงค์มาเป็นเวลานาน ทั้งที่กฎหมายกำหนดไว้ชัดว่ากองทุนน้ำมันจะใช้ต้องเมื่อเกิดวิกฤตเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาเราใช้กองทุนน้ำมันไปกับการเป็นเครื่องมือประชานิยมด้วยการตรึงราคาน้ำดีเซลในช่วงที่ไม่ได้เกิดวิกฤตเป็นเวลานาน จนเกิดการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีรถหรูหลายยี่ห้อที่เปลี่ยนไปใช้น้ำมันดีเซลแทน สุดท้ายกองทุนน้ำมันก็ติดลบ จึงเป็นที่น่าเสียดายเพราะเมื่อเวลาเกิดวิกฤตจริง ๆเช่นนี้เราควรมีเงินกองทุนน้ำมันมากกว่านี้ แนะปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ดร.อารีพร กล่าวถึงโครงสร้างราคาน้ำมันด้วยว่า ต้นทุนโรงกลั่นเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ภาครัฐควบคุมไม่ได้  เพราะเป็นไปตามราคากลไกของตลาดโลก แต่สิ่งที่ภาครัฐยังควบคุมได้ คือภาษีสรรพสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม ค่าการตลาด (ค้าส่ง-ค้าปลีก) เงินส่งเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน และเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจะเห็นได้ว่าในโครงสร้างราคาน้ำมันมีภาษีและเงินกองทุนที่ทับซ้อนกันอยู่มาก ดังนั้นหากมีการบริหารจัดการที่ดีจะช่วยลดราคาน้ำมันได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตที่ครม.กำลังดำเนินการอยู่กับน้ำมันดีเซล ทั้งนี้เห็นว่าหากปรับลดภาษีสรรพสามิตกับน้ำมันชนิดอื่น ๆ และไม่กระทบกับภาระของประเทศมากจนเกินไปก็จะช่วยลดภาระของประชาชนได้มากขึ้น “ภาครัฐควรเข้าไปดูราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นว่าสามารถปรับได้หรือไม่ เพราะราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นของไทยมีการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากตลาดสิงคโปร์ ซึ่งไม่ใช่ต้นทุนที่แท้จริงของไทย มีการบวกต้นทุนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัยการเดินทาง ซึ่งหากสามารถใช้ราคาต้นทุนที่แท้จริงหน้าโรงกลั่นได้ก็จะทำให้ไทยมีราคาน้ำมันที่ถูกลงได้ และยังเป็นการปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงด้วย” ดร.อารีพรระบุ “ปริมาณ” น่าห่วงว่า “ราคา” สถานการณ์ยืดเยื้อทำน้ำมันขาดแคลน ดร.อารีพร ยังประเมินฉากทัศน์ที่จะเกิดขึ้นในกรณีเลวร้ายที่สุดของสถานการณ์พลังงานโดยระบุว่า ความน่ากลัวของวิกฤตน้ำมันเป็นเรื่องปริมาณมากกว่าราคา เพราะหลายประเทศทั่วโลกต่างประสบปัญหาเดียวกัน ดังนั้นในการที่จะได้มาซึ่งแหล่งน้ำมันใหม่จะต้องแย่งชิงกับนานาประเทศในราคาที่สูง ในอนาคตหากสงครามยืดเยื้อ ที่ร้ายแรงที่สุดคือการขาดแคลนน้ำมัน ถึงแม้ภาครัฐจะบอกว่าไทยมีปริมาณน้ำมันสำรอง 30 วันอยู่ในประเทศ และอีก 60 วันอยู่ระหว่างการขนส่ง หากเป็นเช่นนั้นจริงเท่ากับไทยมีเวลาหายใจ 100 วัน แต่หากสงครามกินระยะเวลาที่นานกว่านั้น นั่นหมายความว่าล็อตถัดไปมีความไม่แน่นอนแล้วว่าเราจะมีน้ำมันใช้ในประเทศหรือไม่ “ถ้าถามว่าวิกฤตพลังงานครั้งนี้แตกต่างจากที่ผ่าน ๆ มาอย่างไร รอบนี้ดูจะเป็นรอบที่กระทบกับประชาชนมากที่สุด เพราะตอนที่เกิดวิกฤต รัสเซีย ยูเครน ราคาLNG ที่พุ่งสูงขึ้น ไม่มีปัจจัยในเรื่องของความกังวลว่าน้ำมันจะขาดแคลน ดังนั้นรัฐบาลควรทำให้ประชาชนคลายความกังวลในเรื่องนี้ โดยแสดงให้เห็นคือความโปร่งใสของข้อมูลว่าตอนนี้ปริมาณน้ำมันสำรองที่บอกว่ามีอยู่ 100 วัน อยู่ที่ไหน ถ้าบอกว่ามีสำรอง 100 วัน แต่ไม่ได้บอกว่าอยู่ที่ไหน จะทำให้ประชาชนไม่มั่นใจว่าเรามีปริมาณน้ำมันตามที่รัฐยืนยันจริงหรือไม่ นี่คือมาตรการระยะสั้นที่ภาครัฐต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ” ดร.อารีพรระบุ สร้างความมั่นคงพลังงาน เปลี่ยนผ่านสู่ไฟสะอาด เปิดเอกชนร่วมผลิต สู้ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ดร.อารีพร ยังระบุด้วยว่า ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดบ่อยขึ้นและมีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ความมั่นคงทางพลังงานเป็นสิ่งสำคัญ ไทยจำเป็นต้องมีความมั่นคงทางพลังงานที่มากกว่านี้ ไม่ใช่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นไทยกลายเป็นประเทศแรก ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง จึงเสนอว่ามาตรการระยะยาวภาครัฐควรพิจารณาเรื่องการทำยุทธศาสตร์น้ำมันสำรอง ให้มีน้ำมันสำรองใช้ในประเทศในราคาที่เป็นธรรมในระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น เหมือนกับประเทศญี่ปุ่นที่ทำยุทธศาสตร์น้ำมันสำรองยาวนานถึง 200 วัน เช่นเดียวกับไฟฟ้าที่ไทยควรจริงจังกับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ไปใช้พลังงานจากทรัพยากรที่เรามีอยู่ให้เต็มศักยภาพ เช่น พลังแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานชีวมวลต่าง ๆ ที่จะมาทดแทนการใช้ LNG ในการผลิตกระแสไฟฟ้าได้ ซึ่งวิธีการที่จะทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้เร็วภาครัฐต้องเปิดตลาดให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดเหล่านี้ ซึ่งภาคเอกชนจะเข้ามาช่วยในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การลงทุนเทคโนโลยีพลังงานสะอาดให้เกิดเสถียรภาพและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยระยะยาว “ภาครัฐและประชาชนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานมากขึ้น แต่ก็กลัวว่าพอวิกฤตหายคนไทยก็จะลืม เหมือนอย่างที่ผ่านมา อาจเป็นเพราะว่าเรายังไม่เคยเจอวิกฤตที่แท้จริงเหมือนอย่างตอนนี้ เพราะที่ผ่านมามีการตรึงราคา มีการยืดการชำระหนี้อะไรต่าง ๆ แต่คราวนี้สถานการณ์เกินกว่าที่จะอุ้มไหว ดังนั้นวิกฤตครั้งนี้อยากจะให้มองเป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะความเห็นปัญหาตรงกันของความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในการที่จะเข้ามาเร่งปฏิรูปนโยบายพลังงานอย่างจริงจัง” ดร.อารีพรระบุ ห่วง “ดับเบิลช็อก” ค่าไฟจ่อขึ้นอีก ตอกย้ำปัญหาค่าครองชีพ แนะตรึงราคาช่วงวิกฤตชั่วคราว ดร.อารีพร มีข้อเสนอต่อรัฐบาลถึงราคาค่าไฟที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้นในงวดใหม่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคมนี้ด้วยว่า หากเกิดการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอีกจะยิ่งกระทบต่อประชาชนมากจนเกินไป เกิดเป็น “ดับเบิลช็อก” กับปัญหาค่าครองชีพที่ประชาชนต้องแบกรับทั้งน้ำมันและค่าไฟ จึงเห็นว่ารัฐบาลควรตรึงราคาค่าไฟชั่วคราว ในช่วงวิกฤตพลังงาน 2-3 เดือนนี้เท่านั้น ซึ่งราคาค่าไฟฟ้ายังมีเครื่องมืออื่น ๆ ที่จะเข้ามาช่วยได้มากกว่าน้ำมัน เช่น ค่า Claw Back 9,400 ล้านบาท ทำให้ค่าไฟฟ้าหากมีการคืนหนี้ทุกอย่างจะอยู่ที่ประมาณ 4.59 บาทต่อหน่วย แต่ถ้าใช้ค่าClaw Back แล้วก็ค่อย ๆ ทยอยจ่ายหนี้ค่าไฟจะอยู่ที่ 3.95 บาทต่อหน่วยซึ่งเป็นราคาต่ำสุดที่กกพ.เสนอ แต่หากมีการยืดการชำระหนี้ออกไปอีกแล้วก็ใช้ค่า Claw Back ราคาก็น่าจะอยู่ได้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย “มีการถามกันมากว่าการที่ไม่มีครม.ชุดใหม่เสียทีมีผลต่อการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาวิกฤตพลังงานในขณะนี้หรือไม่ ส่วนตัวเห็นว่าในยามที่เกิดวิกฤต นโยบายที่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ก็ควรดำเนินการ ไม่อยากให้ภาครัฐมองว่าเป็นรัฐบาลรักษาการ ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะถ้าไม่ทำประชาชนอยู่ไม่ได้ ดังนั้นแล้วณตอนนี้ที่ยังอยู่ในตำแหน่งอย่างไรก็มีอำนาจ มีช่องทางให้ดำเนินการอยู่อย่างที่กระทรวงการคลัง หรือกระทรวงคมนาคมขอดำเนินการต่อกกต. เพราะนี่เป็นเรื่องของวิกฤต” ดร.อารีพร ระบุ * ข่าว * เศรษฐกิจ * สังคม * คุณภาพชีวิต * พลังงาน * ไฟฟ้า * ค่าไฟฟ้า
dlvr.it
March 29, 2026 at 5:48 AM
พังพินาศ! วิกฤตน้ำมันสำรองพ่นพิษหระบบนัก ปั๊มบางจากหลายสาขาทั่วไทยประกาศ "ดีเซลเกลี้ยง" ต้องรอโควตาใหม่เมษายนหน้า ลามหนักถึงขั้นเทศบาลบางกรวยสั่งงดเก็บขยะเพราะรถไปต่อไม่ไหว ประชาชนตั้งคำถามรัฐบาลบริหารประเทศยังไง!

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5709597/
#น้ำมัน #น้ำมันหมด #วิกฤติพลังงาน
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
สิ้นหวัง! ดีเซลขาดตลาดปิดป้ายเจอกัน "เมษาฯ" รถขยะจอดสนิท-คนไทยแบกวิกฤตน้ำมัน | เดลินิวส์
พังพินาศ! วิกฤตน้ำมันสำรองพ่นพิษหนัก ปั๊มบางจากหลายสาขาทั่วไทยประกาศ "ดีเซลเกลี้ยง" ต้องรอโควตาใหม่เมษายนหน้า ลามหนักถึงขั้นเทศบาลบางกรวยสั่งงดเก็บขยะเพราะรถไปต่อไม่ไหว ประชาชนตั้งคำถามรัฐบาลบริหารประ...
www.dailynews.co.th
March 22, 2026 at 3:24 AM
รู้จักโรงกลั่นน้ำมันในไทยใหญ่อันดับสองของอาเซียน
.
ประเทศไทยมีโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่หกแห่งที่คอยป้อนเชื้อเพลิงให้กับทั้งประเทศ แต่ละแห่งมีเรื่องราว ที่ตั้ง กำลังการผลิต และโครงสร้างผู้ถือหุ้นเป็นของตัวเอง
.
อ่านต่อแบบเต็มๆที่เวป postjung คลิ๊กลิงค์ในช่องคอมเม้นต์

อ่านต่อแบบเต็มๆที่เวป postjung คลิ๊ก shurl.one/z1msf2zwbz14...

#โรงกลั่นน้ำมัน #อาเซียน #วิกฤตน้ำมัน
April 11, 2026 at 3:53 AM
'วีระยุทธ' วิจารณ์รัฐบาลอนุทินเป็น "ระบอบปิดตาธิปไตย" ทำนโยบายไม่แก้วิกฤตน้ำมัน มีประโยชน์ทับซ้อน
'วีระยุทธ' วิจารณ์รัฐบาลอนุทินเป็น "ระบอบปิดตาธิปไตย" ทำนโยบายไม่แก้วิกฤตน้ำมัน มีประโยชน์ทับซ้อน admin666 Thu, 2026-04-09 - 14:20 รองหัวหน้าพรรคประชาชนวิจาร์รัฐบาลอนุทินแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมันตามหลังประชาชน ไม่มีนโยบายเร่งด่วนมาแก้ นโยบายพลังงานสะเปะสะปะ ไม่ตอบความกังวลของประชาชนและภาคธุรกิจ เรียกรัฐบาลอนุทินเป็น "ระบอบปิดตาธิปไตย" ส่วนผสมบ้านใหญ่บวกเทคโนแครต แต่ทั้งสองฝ่ายต่างหลับตาข้างหนึ่งปล่อยผ่านนโยบายน่ากังขา 9 เม.ย.2569 รัฐสภา ในการอภิปรายนโยบายของรัฐบาล วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนวิจารณ์นโยบายของรัฐบาลจากบทบาทที่่ผ่านมาในการแก้ปัญหาวิกฤติน้ำมันที่เดินตามหลังประชาชนและทำช้าไป 5 สัปดาห์ในการยอมรับว่าเป็นวิกฤติ ช้าไป 4 สัปดาห์ในการตรวจสอบค่าการกลั่นน้ำมัน และกว่าจะเริ่มจับตัวผู้กักตุนน้ำมันช้าไป 3 สัปดาห์ และยังเห็นชัดเจนในคำแถลงนโยบายที่ทำเหมือนว่าสถานการณ์โลกตอนนี้เหมือนว่าโลกยังปกติที่ย้อนไป 2-3 ปีที่แล้ว และไม่รู้ร้อนรู้หนาวความเดือดร้อนของประชาชน “ในการเขียนนโยบายก็เดาได้ไม่ยากว่า ใช้เนื้อหาเดิมที่เตรียมไว้ตั้งแต่หลังเลือกตั้งเอามาแปะรวมกันแล้วเพิ่ม 1 ย่อหน้าเติมเรื่องวิกฤติการณ์ตะวันออกลางเข้าไป เหมือนนักเรียนทำรายงานกลุ่มค้างเอาไว้แล้วพอโลกวุ่นวายขึ้นมาไม่รู้จะปรับยังไงเติมเข้าไป 1 ย่อหน้าแล้วกัน หวังว่าคุณครูจะเข้าใจ”  วีระยุทธ กล่าวว่าตอนนี้ประชาชนกำลังต้องการความชัดเจนทิศทางนโยบายว่ารัฐบาลจะทำอย่างไรกับปัญหาราคาน้ำมัน เช่น การจัดหมวดนโยบายเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตน้ำมัน บอกให้ชัดว่าจะชะลอการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน จะช่วยกลุ่มเปราะบางอย่างไร ออกบัตรเครดิตพลังงานหรือไม่ และเรื่องที่เขายกมาเป้นตัวอย่างนี้คือนโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ตั้งแต่ปี 2554 แต่เรื่องเหล่านี้กลับไม่มีอยู่ในนโยบายของรัฐบาลอนุทิน สถานการณ์ปั่นป่วนเช่นนี้ประชาชนและภาคธุรกิจจะเบาใจก็ต่อเมื่อรัฐบาลบอกให้ชัดแยกนโยบายเร่งด่วนออกมา แต่อ่านแล้วไม่เห็นภาพว่ารัฐบาลอนุทินจะแก้ปัญหาอย่างไร  วีระยุทธยังกล่าวต่อไปว่าประชาชนและภาคธุรกิจเวลานี้ก็ยังอยากรู้ด้วยว่าจะจัดการกับโครงสร้างราคาน้ำมันอย่างไรในส่วนที่อยู่ในอำนาจของรัฐบาล ทั้งภาษีสรรพสามิตที่ ค่าการกลั่นที่นมาถึง 17 บาทแล้วรัฐบาลจะใช้วิธีขอส่วนลดหน้าโรงกลั่นเท่านั้นหรือจะใช้ “ภาษีลาภลอย” เผื่อไปถึงอนาคตด้วยและรัฐบาลในปี 2565 ก็เคยทำการศึกษาแนวทางนี้ไปแล้วทั้งที่เวลานั้นเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ก็เป็นอธิบดีในกระทรวงการคลังอยู่ด้วยทำไมต้องกลับไปเริ่มต้นศึกษากันใหม่อีก นอกจากเรื่องเร่งด่วนแล้ว ประชาชนยังคาดหวังมาตรการระยะกลางด้วยที่จะต้องมองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อนว่าจะเกิดสถานการณ์ที่แย่ที่สุดว่าหากสงครามลากยาวออกไป 4-5 เดือนระบบการผลิตน้ำมันและก๊าซถูกทำลายส่งผลต่อเนื่องไปตลอดปี 2569 จะทำอย่างไร เพราะผลกระทบเป็นลูกโซ่ แต่ต้องมีโฟกัสในการแก้ปัญหา  ภาคอุตสาหกรรม ด้านการนำเข้า เม็ดพลาสติกขาดแน่ส่งผลต่อขวด ถุงพลาสติก สี และการก่อสร้าง ส่วนขาส่งออกมี 5 ตัวที่ต้องเฝ้าระวังคือรถยนต์นั่ง รถบรรทุก เครื่องปรับอากาศ ผลติภัณฑ์ไม้ และผ้าไหมที่พึ่งพาการส่งออกไปตะวันออกกลางสูง ที่รัฐบาลจะต้องเชิญภาคอุตสาหกรรมมารับฟังปัญหาล่วงหน้าได้ ภาคบริการและการท่องเที่ยว มีนาคมเที่ยวบินหายไป 65 %  นักท่องเที่ยวที่มาทางอากาศลดลงแน่นอน แต่ข่าวดีคือที่มาทางบกกลับมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นก็ต้องทำโปรโมชั่นสำหรับกลุ่มนี้อย่างไร ซึ่งนักท่องเที่ยวที่มาทางนี้มีตัวเลขเพิ่มขึ้นคือ อินเดีย จีน และมาเลเซีย  ภาคเกษตร ปุ๋ยขาดต้องหาแหล่งนำเข้าใหม่ที่รัฐบาลอาจจะเริ่มทำไปแล้ว แต่อาหารทะเลที่เริ่มขาดเพราะเรือออกไปทำประมงน้อยลงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น รัฐบาลควรมีมาตรการที่จะทำให้เรือประมงออกไปมากขึ้น  นอกจากนั้นยังต้องเฝ้าระวังการกักตุนปาล์มที่กำลังจะมีการแย่งกันซื้อ ด้านส่งออกมีข้าวและทูน่าที่พึ่งพาตะวันออกกลางสูง วีระยุทธ ยังเสนอว่าจะต้องมีนโยบายเชิงรุกว่าหลังจากออกจากวิกฤตแล้วจะทำอย่างไรต่อด้วย คือรัฐบาลจะต้องมีภารกิจในการเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานที่หมายถึงจะต้องมีพลังงานเพียงพอ มีต่อเนื่อง ราคาเอื้อมถึง ที่ทำไปพร้อมกันด้วยการปรับโครงสร้างพลังงาน เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ทั้งสามด้านนี้ต้องไปในทิศทางเดียวกันมีจุดหมายเดียวกันไม่ใช่สะเปะสะปะแบบในคำแถลงนโยบายนี้ ซึ่งเขาเสนอว่าจะต้องทำทั้ง 3 เรื่องพร้อมกัน ดังนี้  * ปรับโครงสร้างพลังงาน  โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ(สมาร์ทกริดจ์) ต้องเริ่มให้ทุกครัวเรือนมีสมาร์ทมิเตอร์เปลี่ยนระบบสถานีไฟฟ้าให้เป็นดิจิทัล เพิ่มแหล่งนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคอื่นมากขึ้น การผลิตไฟฟ้าล้นเกินต้องแก้ไข ค่าพร้อมจ่ายจะแก้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพื่อไม่ให้ประชาชนและภาคธุรกิจแบกรับราคาอย่างทุกวันนี้ * เพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ที่คำแถลงนโยบายตั้งเป้าเนตซีโร่ไว้ปีค.ศ. 2050 เป็นเป้าหมายที่ไกลมากแต่ไม่มีการกำหนดว่าการใช้พลังงานหมุนเวียนจะเพิ่มขึ้นในแต่ละปีเท่าไหร่ ก็ทำให้ไม่เห็นว่าจะไปถึงเป้าหมายในปี 2050 ได้อย่างไร และจะต้องเปิดเสรีซ้อขายไฟฟ้าให้ประชาชนและภาคธุรกิจมีสิทธิเลือกผู้ขายไฟเองได้ โควต้ารับซื้อไฟฟ้าต้องเพิ่มจาก 90 เมกะวัตต์เป็น 1,500 เมกะวัตต์ได้แล้ว ส่วนการติดโซลาร์เซลล์คนไม่มีความพร้อมในการลงทุนเปลี่ยนดังนั้นจะต้องเปิดให้คนสามารถจ่ายบิลผ่านค่าไฟฟ้า(On bill finance) ได้ถึงจะทำให้ประชาชนปรับตัวได้ ไม่ใช่แค่รัฐบาลขอความร่วมมือ * เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน จะต้องมีนโยบายที่ช่วยหนุนให้เกิดการตั้งตึกใหม่ที่ประหยัดพลังงานมากขึ้น แล้วต้อส่งเสริมหรือบังคับให้ห้างขนาดใหญ่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง “ต้องไม่ใช้กลไกรัฐกลไกมหาไทยบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเกิดไม่ได้หรอก ต้องทำให้คนรู้สึกร่วมกันว่าเป็นฉันทามติใหม่นี่คือบ้านที่จะปลอดภัยมากขึ้นเพราะความมั่นคงทางพลังงานจะสร้างงานใหม่งานดีให้สังคมไทย ความมั่นคงทางพลังงานจะทำให้ไทยเป็นเจ้าของเทคโนโลยีได้ ความมั่นคงทางพลังงานจะทำให้เราทุกคนอยู่ในสภาพแวดล้อมดีขึ้นหายใจได้รับอากาศบริสุทธิ์ไปด้วยกัน” วีระยุทธกล่าวว่าการทำนโยบายในภาวะวิกฤตต้องมีภารกิจเชิงรุกด้วยเพื่อให้ทุกคนทุกองคาพยพเห็นเป้าหมายเดียวกัน รู้ชัดเจนว่าจะมีทิศทางอย่างไร มีความปลอดภัยมีความมั่นคงทางพลังงานมากกว่าเดิม  นอกจากนั้นเขายังได้กล่าวถึงความสำเร็จของการทำนโยบายของรัฐบาลว่าจากประวัติศาสตร์การเมืองไทยทำให้เห็นแล้วว่าเกิดจากส่วนผสมของแต่รัฐบาลนั้นๆ และสภาพของรัฐบาลไทยขณะนี้ที่เห็นแล้วว่าเป็นการผสมกันระหว่างการเมืองบ้านใหญ่กับเทคโนแครตที่ต่างก็มีข้อดีข้อเสียในตัวเอง แต่เมื่อรวมกันต่างฝ่ายต่างยอมปิดตาข้างหนึ่ง และเขาเรียกว่าเป็น “ระบอบปิดตาธิปไตย” “การเมืองบ้านใหญ่มีจุดเด่นอยู่ที่ความใจถึงพึ่งได้กล้าได้กล้าเสียตอนนี้ถ้าเป็นรัฐบาลบ้านใหญ่ล้วนๆ ผมคิดว่าเจอน้ำมันแพงท่านจะกล้าสั่งลดภาษีสรรพสามิตไปแล้ว 7 บาท แต่พอปิดตามยอมฟังเทคโนแครตท้วงติงเรื่องการจัดเก็บรายได้กลัวโดนแปะป้ายว่าเป็นรัฐถังแตก บ้านใหญ่ก็ยอมไปทำส่วนง่ายๆ แทนอย่างการลดราคาหน้าโรงกลั่นบาทสองบาท ในทางกลับกันฝั่งเทคโนแครตที่น่าจะมีจุดเด่นอยู่ที่การใช้หลักวิชาคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมคิดถึงประสิทธิภาพความคุ้มค่า ไม่พึ่งพาระบบอุปถัมภ์แต่พอรวมกับบ้านใหญ่อยู๋ในอำนาจก็ต้องยอมปิดตาเหมือนกัน ยอมให้รัฐบาลทำโครงการที่น่ากังขาจำนวนมาก อย่างโครงการแลนด์บริดจ์ อย่างโมโตจีพีที่เจาะจงไปบางจังหวัด 2 โครงการนี้ถ้าคิดตามหลักการแบบเทคโนแครตล้วนๆ ก็ไม่คุ้มที่จะทำแน่นอน” วีระยุทธยกตัวอย่างที่ส่งผลร้ายแรงต่อประเทศคือกรณีที่มีการกักตุนน้ำมันบนเรือถึง 57 ล้านลิตรแล้วยังพบว่ามีรถน้ำมันอีก 11,000 คันไม่ส่งน้ำมันให้ปั๊ม ที่เริ่มมาจากการที่นายกฯ ผลักดันให้คนที่มีข้อกล่าวหาว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนมานั่งบัญชาการหัวโต๊ะในช่วงตรึงราคาน้ำมันโดยที่ฝั่งเทคโนแครตไม่แย้งอะไร และไม่ต่อสู้ให้เกิดการติดตามการขนส่งน้ำมันด้วย GPS ผลก็คือเกิดความรั่วไหลในระบบเพราะระบอบปิดตาธิปไตย  วีระยุทธกล่าวย้อนไปถึงการบริหารประเทศในยามวิกฤตที่อนุทินในตำแหน่งนายกฯ กล่าวว่าตัวเองเคยพาประเทศออกจากวิกฤตโควิด-19 มาแล้วก็คงมีหลายคนกังวลเพราะคิดถึงญาติพี่น้องที่จากไปในเวลานั้น อีกทั้งในระดับมหภาคไทยยังออกจากวิกฤตการระบาดของโควิดด้วยสภาพสะบักสะบอมเพราะมีการออก พ.ร.ก.เงินกู้มา 3 ฉบับวงเงิน 1.9 ล้านล้านบาทสูงเป็นอันดับสองในกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางรองจากบราซิลทำให้ไทยมีหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น แต่เงินส่วนนี้ถูกเอาไปใช้กับการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นแต่ไม่ได้ถูกเอามาใช้ทำโครงการที่เตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบการและประชาชนใช้ชีวิตหลังโควิดได้แข็งแรงมากขึ้นเลย ต่างจากสิงคโปร์ที่เอาเงินไปพยุงการจ้างงาน พัฒนาทักษะแรงงาน ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน เปลี่ยนผ่านภาคธุรกิจให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลที่ทำให้ออกจากวิกฤตอย่างแข็งแรง วีระยุทธกล่าวสรุปว่า ขอให้รัฐบาลอนุทิน 2 ตั้งหลักให้มั่นคงว่านี่คือการบริหารประเทศในภาวะวิกฤต มิใช่สภาวะปกติ จำเป็นต้องมีทั้งนโยบายเชิงรับที่สื่อสารได้อย่างชัดเจน ว่าจะดำเนินการอย่างไรกับราคาน้ำมัน ภาษีที่อยู่ในอำนาจของรัฐ โรงกลั่น และประชาชนที่ต้องพึ่งพาน้ำมันในการประกอบอาชีพประจำวัน และในขณะเดียวกันต้องมีนโยบายเชิงรุกที่สร้างให้คนไทยทุกคนเห็นปลายทางร่วมกัน เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถออกจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคงกว่าเดิม * ข่าว * การเมือง * เศรษฐกิจ * แถลงนโยบาย * วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร * รัฐบาลอนุทิน * วิกฤตน้ำมัน
dlvr.it
April 9, 2026 at 7:36 AM
ย้อนรอยวิกฤตพลังงานยุค 'ทักษิณ' ปิดปั๊ม ปิดห้าง ถอดสูท และให้โอกาสพลังงานทางเลือกใหม่ได้แจ้งเกิด
ย้อนรอยวิกฤตพลังงานยุค 'ทักษิณ' ปิดปั๊ม ปิดห้าง ถอดสูท และให้โอกาสพลังงานทางเลือกใหม่ได้แจ้งเกิด รายงาน: รุ่งฤทธิ์ เพ็ชรรัตน์ XmasUser Thu, 2026-04-02 - 13:48 ขณะนี้ ผลของสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน ทำให้เกิดผลทางอ้อมระดับโลกคือวิกฤตพลังงาน เพราะอิหร่านใช้ไม้ตายปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงเรือขนส่งน้ำมัน เป็นเครื่องมือในการตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่สำคัญถูกตัด คือ ภาวะน้ำมันขาดแคลนและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ประเทศไทยไม่ใช่ข้อยกเว้น บวกกับการบริหารจัดการของรัฐบาลที่ชวนให้ประชาชนตั้งคำถามและวิพากษ์วิจารณ์ถึงความจริงใจ ความโปร่งใส และการบริหารจัดการที่ดูแล้วจะเป็นการทำให้ทางออกกลายเป็นทางตัน เมื่อน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของภาคการผลิตขึ้นราคา และ ‘หาย’ ภาวะข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่กำลังจะตามมา (และบางอย่างขึ้นราคาไปแล้ว) ปัญหาปากท้องและความยากจนกำลังเป็นสิ่งที่ประชาชนจับต้องได้ถนัดมือมากกว่าความ ‘รวยไม่ไหวแล้ว’ จะโทษว่าเป็นเคราะห์กรรมของรัฐบาลชุดใหม่หน้าเก่าก็คงไม่ถูกนัก เพราะไม่ว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล ก็ต้องมีหน้าที่บริหารจัดการรับมือวิกฤต พาประเทศชาติและประชาชนพ้นวิกฤตไปแบบเจ็บตัวน้อยที่สุด หากย้อนไปเมื่อ 2 ทศวรรษก่อน ประเทศไทยเคยเกิดเหตุวิกฤตพลังงานคล้ายๆ กันนี้มาก่อน และมีหลายอย่างที่น่านำไปถอดบทเรียน ถึงแม้อาจจะไม่ช่วยแก้ปัญหาได้เฉียบพลันวันนี้ แต่ก็น่าจะช่วยวางแผนสำหรับอนาคตได้ หากภาวะขาดแคลนพลังงานมาถึง นั่นคือ วิกฤตพลังงานสมัยรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร + วิกฤตพลังงานโลกจากการบุกอิรักของสหรัฐฯ หากจะกล่าวว่าวิกฤตป่วนโลกครั้งนั้นเกิดจากสหรัฐฯ ก็คงไม่ผิดนัก เมื่อปี 2546 (ค.ศ. 2003) สหรัฐฯ ยกกองทัพบุกอิรักเพราะ 'เชื่อว่า' อิรักครอบครองอาวุธทำลายล้างสูง (Weapons of Mass Destruction : WMD) ซึ่งไม่มีคำชี้แจงว่าอาวุธนี้คืออะไร และก็มีการเปิดเผยจากทางสหรัฐฯ เองในภายหลังว่า 'อาวุธทำลายล้างสูง' ที่ว่านี้ไม่มีอยู่จริง แต่กว่าที่สหรัฐฯ จะออกมายอมรับว่าเรื่องอาวุธทำลายล้างสูงเป็นเพียงข้ออ้างในการบุกอิรักไปโค่นซัดดัม ฮุสเซน โดยหนึ่งในคนที่ออกมาพูดคือ คอลิน พาวเวลล์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่บอกว่าสิ่งนี้คือตราบาปในการทำงานของเขา แม้แต่ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็ออกมาแถลงในปี 2548 ว่าอาวุธนั้นไม่มีอยู่จริง และแสดงความรับผิดชอบต่อการส่งกองทัพเข้าไปในอิรักจนกลายเป็นสงครามยืดเยื้อ เรื่องนี้ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานอย่างไร  การบุกอิรักของสหรัฐฯ อาจไม่ได้มีนัยสำคัญถึงความต้องการครอบครองแหล่งน้ำมันโดยตรง แต่ขณะนั้นอิรักเป็นประเทศที่มีสำรองน้ำมันดิบราวอันดับ 5 ของโลก เมื่อเกิดสงคราม ทำให้โรงกลั่นน้ำมันในอิรักผลิตได้ไม่เต็มที่ ระบบสาธารณูปโภคก็ถูกทำลาย แทนที่จะส่งออกน้ำมันดิบได้ อิรักกลับต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปมาใช้บางส่วน หนึ่งในปัจจัยสำคัญเกิดจากความเปราะบางภายใน เนื่องจากสหรัฐฯ เข้าไปโค่น ซัดดัม ฮุสเซน และพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศ ทำให้กลุ่มแบ่งแยกดินแดนติดอาวุธอาศัยโอกาสโจมตีท่อส่งน้ำมันเพื่อตัดแหล่งรายได้ของรัฐบาลทำให้การส่งออกน้ำมันขาดช่วง เมื่อสถานการณ์ต้นทางแหล่งน้ำมันของโลกที่ตะวันออกกลางไม่มั่นคง รวมทั้งมีความเป็นไปได้ว่าสงครามจะลุกลามไปยังแหล่งผลิตน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่เกิดขึ้นช่วงปี 2547-2548 ก็ไม่ต่างจากปี 2569 แม้น้ำมันอาจจะยังไม่ขาดแคลนจริง แต่ด้วยความ 'กลัวว่าจะขาดแคลน' ราคาน้ำมันดิบจึงพุ่งจาก 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในปี 2546 ขึ้นไปแตะระดับ 50-60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในช่วงปี 2547-2548 ซึ่งถือเป็นสถิติใหม่ในยุคนั้น (เทียบกับ ณ วันที่ 1 เม.ย. 2569 หลังสงครามที่อิหร่านผ่านไป 1 เดือน ราคาน้ำมันดิบอยู่ที่ 99.22 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล) อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานช่วงปี 2547-2548 คือการเติบโตทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างก้าวกระโดดของจีน และอินเดีย จึงทำให้สองชาติยักษ์ใหญ่มีความต้องการพลังงานสูงขึ้น ขณะที่ภูมิภาคแหล่งผลิตน้ำมันยังอยู่กลางสงคราม ยิ่งเร่งให้สถานการณ์พลังงานของโลกทั้งขาดแคลนและแพงขึ้น + เกิดอะไรขึ้นบ้างที่ประเทศไทย ปี 2547-2548 ไทยก็ได้รับลูกหลงจากวิกฤตราคาน้ำมันเข้าไปเต็มๆ และปรากฏการณ์ในวันนั้นก็เปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์นโยบายพลังงานของประเทศไปจากเดิม เพราะได้ทิ้งมรดกด้านพลังงานไว้หลายอย่าง ย้อนไปช่วงก่อนสงครามอิรัก หากใครยังจำได้ สิ่งที่คนไทยคุ้นตาคือป้ายราคาน้ำมันหน้าปั๊มอยู่ที่ 10 กว่าบาท โดยดีเซลอยู่ที่ประมาณ 10-12 บาทต่อลิตร ส่วนเบนซินอยู่ที่ราวๆ 15-16 บาท ซึ่งถือว่าแพงขึ้นแล้วเมื่อเทียบกับยุคก่อนต้มยำกุ้งในปี 2540 ปี 2547 เมื่อราคาน้ำมันดิบตลาดโลกพุ่งทะยานจากราว 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขึ้นไปแตะระดับ 60 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันในไทยก็เริ่มขยับตัวชนิดที่ทำให้ประเทศต้องสั่นสะเทือน จากราคาน้ำมันดีเซลที่เคยอยู่ประมาณ 10 บาทต้นๆ ในปี 2545 เริ่มขยับตัวมาเป็น 14.29 บาทช่วงปลายปี 2546 ขณะที่น้ำมันดิบอยู่ที่ 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ต้นปี 2547 รัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร ประกาศตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ที่ 14.59 บาทต่อลิตร เพื่อหวังผลทางจิตวิทยาไม่ให้ถึง 15 บาท และไม่ให้กระทบค่าครองชีพ ซึ่งผู้อยู่ในภาคการผลิตและการขนส่ง โดยรัฐบาลตรึงดีเซลให้อยู่ในราคานี้หลายเดือน โดยใช้กลไกที่เรียกว่า 'กองทุนน้ำมัน' เข้าไปอุดหนุน เหมือนที่ใช้อยู่ในขณะนี้ ขณะที่น้ำมันเบนซินไม่โชคดีเหมือนดีเซล เพราะไม่ใช่เชื้อเพลิงหลักในภาคการผลิต ช่วงต้นปี 2547 ราคาขายหน้าปั๊มเบนซิน 95 อยู่ที่ประมาณ 17-18 บาท แต่เมื่อถึงเดือนพฤษภาคม ราคาน้ำมันดิบแตะ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รัฐบาลลอยตัวราคาเบนซิน 95 จนทะลุ 20 บาท จนประชาชนผู้ใช้รถอยู่ในอาการ 'ช็อก' ความช็อกของประชาชนผู้ใช้รถไม่จบแค่นั้น ช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ราคาน้ำมันโลกพุ่งต่อเนื่องไปแตะ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เบนซิน 95 ขยับขึ้นไปถึง 22-23 บาท ขณะที่ดีเซลยังถูกแช่แข็งไว้ที่ 14.59 บาท ต้นปี 2548 ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งเกิน 20 บาทต่อไปเรื่อยๆ ขณะที่อีกด้านหนึ่งรัฐบาลเริ่มอุ้มราคาดีเซลไม่ไหว จึงเริ่มปล่อยมือครั้งแรกในวันที่ 22 ก.พ. 2548 น้ำมันดีเซลปรับขึ้น 60 สตางค์ต่อลิตร จาก 14.59 เป็น 15.19 บาทต่อลิตร และวันที่ 13 ก.ค. 2548 รัฐบาลทักษิณก็ยุติการตรึงราคาดีเซล ทำให้ราคาขายน้ำมันดีเซลพุ่งขึ้นจากช่วงตรึงราคา 7 บาทต่อลิตร เป็น 21.99 บาทต่อลิตร และยังคงขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ตามราคาตลาดโลก ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานต่อมา จนรัฐบาลต้องออกมาตรการมากมายเพื่อเชิญชวนและร้องขอให้ประชาชนช่วยประหยัดพลังงาน + ระเบิดกองทุนพลังงาน สิ่งที่ทักษิณ ใช้ตรึงราคาดีเซลให้อยู่ที่ 14.59 บาทเกิน 1 ปี คือ กลไกที่เรียกว่า 'กองทุนน้ำมัน' กองทุนรักษาระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ตั้งขึ้นในปี 2521 สมัยรัฐบาล พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ กับคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2521 จัดตั้งกองทุนเพื่อนำเงินไปชดเชยราคาไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งในยุคต่อมาก็กลายเป็นเครื่องมือหลักที่มักถูกนำมาใช้พยุงราคาน้ำมันไม่ให้พุ่งสูงอย่างรวดเร็วตามตลาดโลก กรณีศึกษาปี 2547 เมื่อรัฐบาลทักษิณตัดสินใจตรึงราคาดีเซลไว้ที่ 14.59 บาทต่อลิตร ทั้งที่ราคาจริงควรจะต้องพุ่งไปถึง 20 บาทไปแล้ว นั่นเท่ากับว่า กองทุนน้ำมันต้องควักเงินจ่ายส่วนต่างประมาณ 5.41 บาทต่อลิตร ให้กับปั๊มน้ำมันแทนประชาชน การตรึงราคาน้ำมันด้วยเงินกองทุนน้ำมันช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าให้ประชาชนได้ก็จริง และยังรักษาความเชื่อมั่นของรัฐบาลในช่วงที่วิกฤตการเมืองสีเสื้อกำลังก่อตัวขึ้น แต่สถานะของมันก็เหมือนเป็นระเบิดเวลา เพราะเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด ใช้เงินภาษีของผู้ใช้น้ำมันอื่นๆ ไปอุ้มเฉพาะดีเซล และไม่ได้มีแผนระยะยาวสำหรับจัดการเรื่องขาดแคลนพลังงานอย่างจริงจัง การอุ้มราคาของรัฐบาลขณะนั้นกินเวลายาวนานมาก คือ ม.ค. 2547-ก.ค. 2548 จนสุดท้ายรัฐบาลทักษิณแบกไม่ไหว ต้องประกาศยกเลิกการตรึงราคาในวันที่ 13 ก.ค. 2548 เพราะกองทุนน้ำมันติดลบมหาศาล 92,000 ล้านบาท จนเกือบจะล้มละลาย และต้องกู้เงินมาหมุนเวียน ก่อนจะค่อยๆ ปรับราคาน้ำมันขึ้นเพื่อใช้หนี้คืนในภายหลัง + มาตรการรับมือวิกฤต ถอดสูท ปิดปั๊มกลางคืน เลื่อนเวลาปิดห้างเร็ว มาตรการของนายกฯ ทักษิณขณะนั้นเกิดขึ้นระยะสั้น แต่เห็นผลในทันที เพราะทักษิณ เสนอไอเดียปรับพฤติกรรมขนานใหญ่อย่างเป็นทางการ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายและมติ ครม. ออกมาตรการ เช่น * สั่งให้ราชการลดการใช้พลังงานลง 10-15 เปอร์เซ็นต์ โดยนายกฯ ทักษิณ นำเทรนด์ไม่ใส่สูทในการประชุม ครม. และสนับสนุนให้เปิดแอร์ 25 องศาเซลเซียส (มติ ครม. 17 พ.ค. 2548) * ทักษิณเซ็นคำสั่งห้ามสถานีบริการน้ำมันเปิดหลัง 22.00-05.00 น. ยกเว้นเส้นทางหลัก เพื่อลดการเดินทางช่วงกลางคืน (คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2548) * ออกคำสั่งควบคุมการเปิดไฟป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ โดยให้เปิดได้เฉพาะช่วง 19.00-22.00 น. * ขอความร่วมมือให้ห้างสรรพสินค้าปรับลดเวลาเปิดบริการ เช่น ปิดเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง เพราะห้างสรรพสินค้าเป็นสถานที่ใช้ไฟจำนวนมาก มาตรการเร่งด่วนของทักษิณก็ถูกวิจารณ์ไม่น้อย ทั้งจากกลุ่มฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง และฝ่ายที่มองว่า การออกคำสั่งบางอย่างทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจหยุดชะงัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบไปถึงสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ + โอกาสในวิกฤต ก่อนหน้าวิกฤตพลังงานเนื่องจากสงครามตะวันออกกลาง ประเทศไทยได้เริ่มทดลองใช้น้ำมันทางเลือก โดยมีการเปิดตัวน้ำมันเบนซินผสมเอทานอลจากพืช 10 เปอร์เซ็นต์ในชื่อ ‘แก๊สโซฮอล์ 95’ ช่วงปี 2544 แต่ยังไม่เป็นที่นิยมใช้ เพราะคนส่วนใหญ่กังวลว่าเครื่องยนต์จะพัง แก๊สโซฮอล์ 95 จึงมีขายนำร่องเฉพาะปั๊ม ปตท. เพียง 2 สาขา แต่ปี 2547 เมื่อวิกฤตพลังงานมาถึงจริง ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง แม้ขาหนึ่งรัฐบาลจะใช้กองทุนเพื่อตรึงราคาดีเซลและลอยตัวราคาเบนซิน แต่อีกด้านหนึ่ง รัฐบาลทักษิณได้ประกาศส่งเสริมแก๊สโซฮอล์เป็นวาระแห่งชาติ และใช้เงินจากกองทุนน้ำมันตรึงให้ราคาถูกกว่าเบนซิน 95 ที่ 1.50 บาทต่อลิตร เช่น ต้นปี 2547 น้ำมันเบนซิน 95 ราคา 17.59 บาทต่อลิตร ราคา แก๊สโซฮอล์ 95 จะอยู่ที่ 16.09 บาทต่อลิตร จนต่อมาคนนิยมใช้แก๊สโซฮอล์ 95 กันมากขึ้น ช่วงที่แก๊สโซฮอล์ 95 เริ่มติดตลาด รัฐบาลและบริษัทน้ำมัน เช่น ปตท. และบางจาก ก็เพิ่มทางเลือกให้รถรุ่นเก่าและจักรยานยนต์ โดยเริ่มจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 91 เพื่อเป็นทางเลือกให้รถรุ่นเก่าหรือรถจักรยานยนต์ที่เติมเบนซิน 91 เช่น ช่วงต้นปี 2548 ราคาเบนซิน 91 อยู่ที่ 20.09 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 จะอยู่ที่ 18.59 บาท คือถูกกว่า 1.50 บาท ตามถ้อยคำเชิญชวนขณะนั้นให้คนใช้เบนซินเปลี่ยนมาเติมแก๊สโซฮอล์ว่า “เติมโซฮอล์ ประหยัดทันทีลิตรละบาทห้าสิบ” ซึ่งรัฐบาลใช้กลไกเดียวกับแก๊สโซฮอล์ 95 คือใช้เงินกองทุนน้ำมันมาอุดหนุนลิตรละ 1.50 บาท นโยบายเปลี่ยนทัศนคติของคนเรื่องการใช้พลังงานของรัฐบาลทักษิณได้ผลอย่างมาก เพราะน้ำมันที่มีส่วนผสมของเอทานอลทั้งสองชนิดได้รับความนิยมอย่างมาก ประชาชนไม่กลัวเครื่องพัง บรรดาค่ายรถยนต์และจักรยานยนต์เองก็ยืนยันว่าน้ำมันสูตรใหม่ทั้งสองชนิดนั้นใช้การได้ดี จน 1 มกราคม 2556 รัฐบาลไทยสมัย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ตัดสินใจยุติการขายเบนซิน 91 ทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ นโยบายเปลี่ยนระบบพลังงานนี้ ให้ผลทางอ้อมคือการประหยัด แต่ผลทางตรงอาจเรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแผนการใช้พลังงานระยะยาว เพราะเป็นการบีบให้รถยนต์และมอเตอร์ไซค์นับล้านต้องเปลี่ยนมาแก๊สโซฮอล์ 91 หรือ แก๊สโซฮอล์ 95 แทนเกือบทั้งหมด ยกเว้นเบนซิน 95 ที่ยังมีขายในราคาแพงสำหรับรถหรูหรือรถเฉพาะทาง ส่วนน้ำมันดีเซล ได้มีการนำแนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเริ่มศึกษาเรื่องน้ำมันปาล์มมาตั้งแต่ปี 2526 มาพัฒนาเป็นนโยบายหลัก แทนที่จะพึ่งการพยุงราคาด้วยเงินจากกองทุนน้ำมันเพียงอย่างเดียว โดยหลังช่วงวิกฤตน้ำมัน ราวปี 2551 รัฐบาลเริ่มผสมไบโอดีเซล 2 เปอร์เซ็นต์ หรือ B2 เพื่อช่วยพยุงราคาปาล์มน้ำมันและลดการนำเข้าน้ำมันดีเซลจากต่างประเทศ จนมาถึงทุกวันนี้ น้ำมันดีเซลมาตรฐานทั่วไปคือ ดีเซล B7 ที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซล 7เปอร์เซ็นต์ นอกจากนโยบายเปลี่ยนไปใช้น้ำมันผสมเอทานอลเพื่อลดราคาน้ำมัน ลดการนำเข้าน้ำมันดิบ และส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร เช่น อ้อย มันสำปะหลัง อีกหนึ่งแผนพลังงานที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในวงกว้างยุคทักษิณคือ สนับสนุนให้รถ 'ติดแก๊ส' เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อลดต้นทุนเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของยุคสมัยแห่งพลังงานทางเลือกที่ตามมา + กำเนิดกระแสพลังงานทางเลือกใหม่สู้ราคาน้ำมันแพง เมื่อเกิดปัญหาที่แต่ละฝ่ายต้องร่วมกันรับมือ ทุกคนจึงจำเป็นต้องหาทางปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ซึ่งในส่วนของภาคการขนส่งที่ต้องแบกภาระทั้งดีเซลและเบนซินจึงต้องหาทางเลือกใหม่ เป็นที่มาของกระแส ‘รถติดแก๊ส’ ที่เกิดขึ้นในยุคน้ำมันแพง 2547-2548 เช่นกัน ในส่วนแรกคือ LPG หรือก๊าซหุ่งต้มที่ก่อนหน้านั้นเป็นที่นิยมในหมู่แท็กซี่อยู่บ้างแล้ว แต่เมื่อวิกฤตพลังงานมาถึง บรรดารถบ้านก็ไม่สามารถจ่ายค่าน้ำมันที่แพงขึ้นไปถึง 20-30 บาทได้ หลายคนจึงหันมาดัดแปลงรถให้ใช้แก๊ส LPG เพราะราคาถูกกว่าน้ำมัน (ราคาขณะนั้นอยู่ที่ประมาณ 9-10 บาทต่อลิตร) ทำให้เกิดอู่ดัดแปลงรถยนต์เพื่อติดแก๊สจำนวนมาก ส่วนมากจะใช้ถังโดนัทและถังแคปซูลบรรจุเชื้อเพลิงไว้ภายในกระโปรงหลังรถ จนทุกวันนี้ก็ยังมีรถหลายคนใช้แก๊ส LPG เป็นเชื้อเพลิงอยู่ จริงๆ แล้วรัฐบาลไม่ได้สนับสนุนให้รถยนต์ใช้ LPG อย่างจริงจัง เพราะเป็นการใช้งานที่ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ อาจกระทบต่อความต้องการใช้งานในครัวเรือนหรืออุตสาหกรรมได้ รัฐบาลจึงผลักดันเชื้อเพลิง NGV หรือก๊าซธรรมชาติอัด CNG ขึ้นมา เพราะไทยมีแหล่งก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย และมีความปลอดภัยมากกว่า LPG จึงสนับสนุนตั้งสถานีบริการก๊าซ NGV ทั่วประเทศ ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และขายในราคาต่ำกว่าน้ำมัน 50 เปอร์เซ็นต์ ก๊าซ NGV เป็นที่นิยมมากในบรรดารถชนส่งสาธารณะและแท็กซี่ ต่อมาในปี 2551 ค่ายรถยักษ์ใหญ่หลายค่ายก็เริ่มผลิตรถยนต์ที่ติดตั้งระบบรองรับ NGV มาตั้งแต่โรงงานโดยตรง ไม่ต้องมาดัดแปลงเอง แม่ทุกวันนี้รถยนต์ส่วนบุคคลจะไม่ค่อยใช้ NGV แล้ว แต่ตามบรรดาสถานีบริการก๊าซทุกวันนี้ก็ยังมีแท็กซี่ต่อคิวยาวเหยียดเหมือนเดิม + มรดกจากวิกฤต สู่วิถีพลังงานใหม่ วิกฤตครั้งนั้นจากสงครามตะวันออกกลางในยุครัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร อาจไม่ได้มีวิธีการรับมือได้ดีที่สุด โดยมาตรการระยะสั้นก็ไม่ได้มีอะไีมากมายไปกว่าถอดสูท ลดอุณหภูมิแอร์ ปิดปั๊ม และการใช้เงินกองทุนน้ำมันมาอุดหนุนดีเซลจนรัฐขาดทุนมากมาย แต่ระหว่างทางที่เกิดวิกฤตนั้น มีแผนระยะยาวเกิดขึ้นหลายอย่าง และจำนวนไม่น้อยยังเป็นมรดกนวัตกรรมพลังงานอยู่จนถึงทุกวันนี้ และกลายเป็นจุดเป็นให้พลังงานทางเลือกเช่นแก๊สโซฮอล์เป็นพลังงานหลัก อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นมรดกของวิกฤตพลังงานโลกครั้งนั้นและกลายเป็นความปกติของทุกวันนี้คือ การเกิดขึ้นของ Eco Car ก่อนหน้านั้น ความหมายของ Eco Car ในบริบทโลกอาจวัดที่มาตรฐานการปล่อยไอเสีย แต่รัฐบาลไทยนำคำนี้มาใช้เพื่อเป็นนโยบายสนับสนุนการลงทันของรัฐ รัฐบาลทักษิณผลักดันยุทธศาสตร์ดีทรอยต์แห่งเอเชีย ที่ประสบความสำเร็จไม่น้อยกับการเป็นฐานผลิตรถกระบะ แต่เพื่อหาทางเลือกใหม่ รัฐบาลจึงมองหาโปรดักต์ตัวที่สอง นำมาสู่ยุคของรถประหยัดพลังงานที่เราเรียกว่า Eco Car ที่ประกาศเฟสแรกปี 2550 โดยม่ข้อกำหนดว่า ต้องมีอัตราสิ้นเปลืองไม่ต่ำกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร, ปล่อยไอเสียระดับ Euro 4, ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยสากล, และความจุเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,300 ซีซี (เบนซิน) หรือ 1,500 ซีซี (ดีเซล) และรัฐบาลก็ให้สิทธิประโยชน์ภาษีสรรพสามิตต่ำพิเศษกับค่ายรถที่ยอมลงทุนผลิตรถตามเงื่อนไข 4 มาตรฐานข้างต้น แม้รัฐบาลทักษิณจะสิ้นสุดลงจากการทำรัฐประหารในเดือนกันยายน 2549 แต่นโยบายนี้ก็ถูกสานต่อในรัฐบาลถัดมา และมาเห็นผลจริงในปี 2553 เมื่อประเทศไทยเปิดตัว Eco Car ชุดแรก คือ Nissan March ตามมาด้วย Honda Brio, Suzuki Swift, Mitsubishi Mirage และ Toyota Yaris นโยบายนี้จึงไม่เพียงแต่เปลี่ยนโฉมหน้าท้องถนนให้เต็มไปด้วยรถยนต์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กเล็ก เหมาะสมกับการขับขี่ในเมือง แต่ยังช่วยลดการนำเข้าน้ำมันดิบได้ และเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบัน Eco Car ของไทยกำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่าน โดยรถในเฟส 2 หลายรุ่นเริ่มปรับตัวเป็นระบบ Hybrid หรือ e-POWER เพื่อให้ผ่านมาตรฐานการปล่อยไอเสียที่เข้มงวดขึ้น ขณะเดียวกัน นโยบายสนับสนุนของรัฐบาลชุดหลังๆ ก็เริ่มเปลี่ยนแปลง เช่น ยุค พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เริ่มสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV อย่างเต็มตัว บทเรียนจากปี 2547-2548 สอนให้รู้ว่า วิกฤตการณ์หนึ่งมักนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่เสมอ ซึ่งวิกฤตพลังงานจากการบุกอิรักของสหรัฐฯ ในครั้งนั้นก็ทำให้ไทยเกิดความเปลี่ยนแปลงด้านแผนพลังงานขนานใหญ่ ปี 2569 ในวันที่สงครามตะวันออกกลางรอบใหม่กำลังดำเนินอยู่ นโยบายของรัฐบาลภูมิใจไทย ที่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกุล มุ่งเน้นการอุ้มหรือตรึงราคาด้วยกองทุนน้ำมัน แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยขึ้นพรวดพราด หรือการขอความร่วมมือแบบฉาบฉวย บวกกับความไม่โปร่งใสไม่ชอบมาพากล ยิ่งทำให้เห็นชัดว่าแนวทางการแก้ปัญหาของรัฐบาลนั้นสับสน หรืออาจเป็นการวางแผนแก้หน้ารายวัน จนคนหมดความเชื่อมั่น แม้ยังไม่มีความชัดเจนถึงมาตรการระยะยาวจากรัฐบาล ลองมองโลกในแง่ดี สิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นอาจจะอยู่ที่การใช้วิกฤตครั้งนี้มาสร้างโอกาสด้านพลังงานใหม่ๆ ที่ยั่งยืนกว่าเดิม เหมือนที่วิกฤต 2547-2548 เคยทำให้แก๊สโซฮอล์ ไบโอดีเซล รถใช้แก๊ส และ Eco Car ได้แจ้งเกิด เพราะในท้ายที่สุดแล้ว ความมั่นคงทางพลังงานที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่มาตรการชั่วคราว แต่อยู่ที่การวางแผนระยะยาว ซึ่งอาจรวมถึงการหาทางเลือกใหม่ๆ ให้ประเทศไทยพึ่งพาน้ำมันน้อยลงก็เป็นได่ * รายงานพิเศษ * การเมือง * เศรษฐกิจ * คุณภาพชีวิต * ต่างประเทศ * ทักษิณ ชินวัตร * กองทุนน้ำมัน * เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ * สหรัฐฯ * สงครามตะวันออกกลาง * ราคาน้ำมัน
dlvr.it
April 2, 2026 at 10:12 AM
'เอกนัฏ' เคาะปรับลดราคาขายปลีกดีเซลทุกชนิด 2.14 บาทต่อลิตร หลังปรับโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่นรูปแบบใหม่ พร้อมปรับลดอัตราเงินชดเชยหลังราคาน้ำมันโลกลดลงหวังพยุงสถานะกองทุนน้ำมันฯ ที่ยังวิกฤต ติดลบมากกว่า 57,000 ล้านบาท

สามารถติดตามต่อได้ที่ : www.dailynews.co.th/news/5763251/
#ดีเซล #เอกนัฏพร้อมพันธุ์ #วิกฤติน้ำมัน
#เดลินิวส์ #เดลินิวส์ออนไลน์
April 8, 2026 at 9:39 AM
มันวิกฤตมานานแล้วครับ ในมุมผมนะ ผู้บริหารเราวิสัยทัศน์ดีแต่สั้นเกินไป ผมเดา ๆ เลยเผื่อน้ำมันเต็มถังไว้มาเดือนกว่า ๆ ตั้งแต่มีเค้าว่าจะมีปัญหาตรงนี้ด้วย เลยไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อวานมาเติมน้ำมันให้น้าผมนี่จิตตกพอตัวที่ว่าขนาดสังขะที่เป็นอำเภอใหญ่ปั๊มน้ำมันยังลำบากเนี่ย เครียดจริงฮะ
March 15, 2026 at 11:08 AM
วันนี้ประชุมเลิกเร็ว ไม่โดนลาก ไปถึงบ่าย ได้กลับบ้านเร็ว เป็นวันศุกร์ที่ดี อีกวันหนึ่ง

คืนนี้ต้องขึ้นรถทัวร์ กลับ ตจว ตามรอบ จองตั๋วเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เดือนก่อน ไม่รู้ว่าวิกฤต ราคาน้ำมัน จะส่งผลหรือเปล่า

รถทัวร์ แวะปั๊มเติมน้ำมัน ทีละ 500 ทุกปั๊มก็ไม่ไหวนะ 😂
March 20, 2026 at 5:16 AM
New event!
📆1st May
🕔5pm Thailand time

Chiang Mai Workers Union & allies hold "No Social Security, No Security" March to mark International Labour Day! Also stage w/ statement of demands, talks, concert, candlelight vigil calling for end of the war & more

www.instagram.com/p/DXmNCKvEs_e
April 28, 2026 at 8:21 PM